คำตอบสั้น ๆ
ข้าวและผักสะสมสารหนูต่างกันตามการจัดการน้ำและชนิดพืช สรุปงานวิจัยที่วัดได้จริง เกณฑ์อาหารของไทย และสิ่งที่เกษตรกรทำได้เองในแปลง
คำตอบเร็ว: ข้าวในนาน้ำขังดูดสารหนูได้ง่าย เพราะสารหนูรูปที่ละลายในน้ำขังเข้ารากทางเดียวกับซิลิกอน งานวิจัยพบว่าการทำนาแบบเปียกสลับแห้งลดสารหนูในเมล็ดได้สูงสุดราว 64% ส่วนผัก ผักกินใบสะสมมากที่สุด รองลงมาคือพืชหัว พืชกินผลสะสมน้อยที่สุด ถ้าน้ำที่ใช้มีสารหนูสูง ให้ย้ายผักกินใบไปใช้น้ำสำรอง ตรวจดินก่อนปลูก และเลือกปลูกพืชกินผลแทน
เมื่อข่าวสารหนูในแม่น้ำออกมา คำถามที่ตามมาเสมอคือ "แล้วข้าวกับผักที่ปลูกอยู่จะมีสารหนูไหม" คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ขึ้นกับว่าสารหนูอยู่ในดินและน้ำมากแค่ไหน อยู่ในรูปไหน ปลูกพืชอะไร และจัดการน้ำอย่างไร บทความนี้รวบรวมงานวิจัยที่วัดได้จริงและเกณฑ์อาหารของไทย เพื่อให้เกษตรกรเห็นว่ามีจุดไหนที่ทำได้เองในแปลง โดยไม่ต้องรอใครมาตัดสิน
ทำไมข้าวนาน้ำขังจึงสะสมสารหนูได้ง่าย
ในดินที่ไม่ขังน้ำ สารหนูส่วนใหญ่อยู่ในรูปอาร์เซเนต ซึ่งเกาะกับเหล็กออกไซด์ในดินได้ดี แต่เมื่อขังน้ำนาน ๆ ดินขาดออกซิเจน สารหนูจะเปลี่ยนเป็นรูปอาร์เซไนต์ซึ่งละลายน้ำได้ดีกว่า งานของ Ma และคณะ ตีพิมพ์ในวารสาร PNAS ปี 2008 พบว่าอาร์เซไนต์เข้ารากข้าวผ่านตัวขนส่งซิลิกอนชื่อ Lsi1 และส่งต่อขึ้นลำต้นผ่าน Lsi2 ข้าวที่กลายพันธุ์จน Lsi2 ทำงานไม่ได้มีสารหนูในลำต้นและเมล็ดลดลงมาก
ความหมายสำหรับชาวนาคือ ข้าวไม่ได้ "ตั้งใจ" ดูดสารหนู แต่ข้าวต้องการซิลิกอนมาก และสารหนูในนาน้ำขังหน้าตาคล้ายซิลิกอนพอจะเข้าประตูเดียวกันได้ ยิ่งขังน้ำนานโดยเฉพาะช่วงข้าวออกดอกถึงเมล็ดเต่ง สารหนูก็ยิ่งมีโอกาสเข้าเมล็ด
เปียกสลับแห้งช่วยได้แค่ไหน และต้องแลกกับอะไร
การทำนาแบบเปียกสลับแห้ง (Alternate Wetting and Drying หรือ AWD) คือการปล่อยให้น้ำในนาลดลงต่ำกว่าผิวดินเป็นช่วง ๆ แล้วค่อยเติมน้ำใหม่ เมื่อดินได้รับอากาศ สารหนูจะกลับไปอยู่ในรูปที่เกาะดินแน่นขึ้น ผลวิจัยที่ควรรู้มีดังนี้
| งานศึกษา | วิธี | ผลที่วัดได้ |
|---|---|---|
| Linquist และคณะ 2015 (Global Change Biology) | AWD หลายระดับความแห้ง | สารหนูในเมล็ดลดลงสูงสุด 64% ผลผลิตลดลงไม่ถึง 1% ถึง 13% ตามความแห้ง |
| Linquist และคณะ 2015 | แห้งช่วงต้นฤดู แล้วขังน้ำยาว | สารหนูในเมล็ดใกล้เคียงหรือสูงกว่านาขังน้ำ |
| Bamrungbut และคณะ 2563 (วารสารวิชาการ มศว) | ปล่อยน้ำลดถึง 15 ซม. ใต้ผิวดิน แล้วเติมกลับ 5 หรือ 10 ซม. | ใช้น้ำลดลง 52% และ 32% ผลผลิตไม่ต่างทางสถิติ |
ข้อสังเกตจากงานของ Linquist คือ "จังหวะ" สำคัญกว่าจำนวนครั้งที่ปล่อยแห้ง ถ้าทำแค่ช่วงแรกแล้วขังน้ำยาวตลอดช่วงออกดอก ผลลดสารหนูแทบไม่เหลือ ส่วนงานทดลองในไทยของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒไม่ได้วัดสารหนู แต่ยืนยันว่าการปล่อยน้ำลดถึง 15 ซม. ใต้ผิวดินแล้วเติมกลับทำได้โดยผลผลิตไม่ต่างกัน ซึ่งช่วยให้มั่นใจขึ้นว่าวิธีนี้ทำได้ในสภาพนาไทย
สิ่งที่ต้องแลกมีสองเรื่อง เรื่องแรกคือวัชพืชขึ้นง่ายกว่านาขังน้ำ ต้องวางแผนกำจัดล่วงหน้า เรื่องที่สองสำคัญกว่าคือแคดเมียม มีรายงานว่าการทำให้ดินแห้งอาจเพิ่มแคดเมียมในเมล็ดในดินบางชนิด เพราะแคดเมียมละลายได้มากขึ้นเมื่อดินมีออกซิเจน ดังนั้นแปลงที่ปนเปื้อนทั้งสารหนูและแคดเมียมควรตรวจดินก่อน และปรึกษาศูนย์วิจัยข้าวหรือศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวใกล้บ้านว่าควรปล่อยแห้งระดับไหน กรมการข้าวส่งเสริมการทำนาเปียกสลับแห้งอยู่แล้ว แต่รายละเอียดจังหวะน้ำในแต่ละพื้นที่ควรถามเจ้าหน้าที่โดยตรง ดูพื้นฐานการจัดการน้ำในนาเพิ่มได้ที่ วิธีปลูกข้าวหอมมะลิ
ผักกินใบ พืชหัว และพืชกินผล สะสมต่างกันมาก
งานทดลองของ Clair-Caliot และคณะ ตีพิมพ์ใน Frontiers in Water ปี 2021 รดน้ำที่มีสารหนู 500 ไมโครกรัม/ลิตร (เท่ากับ 0.5 มก./ล.) แล้ววัดสารหนูในส่วนที่กินได้ ผลเรียงจากมากไปน้อยดังนี้ (หน่วยไมโครกรัมต่อกรัม)
| พืช | ส่วนที่กิน | สารหนู (ไมโครกรัม/กรัม) |
|---|---|---|
| ผักโขมฝรั่ง (spinach) | ใบ | 6.6 |
| ผักกาดหอม | ใบ | 3.9 |
| แครอท | หัว | 3.5 |
| ผักโขม (amaranth) | ใบ | 2.2 |
| กระเจี๊ยบเขียว | ฝัก | 0.9 |
| ถั่วแขก | ฝัก | 0.8 |
| มะเขือเทศ | ผล | 0.2 |
ค่าเฉลี่ยตามกลุ่มคือ ผักกินใบ 4.9 พืชหัว 2.9 และพืชกินผลหรือฝัก 0.8 ไมโครกรัม/กรัม ผู้วิจัยแนะนำให้เลี่ยงการปลูกผักกินใบและพืชหัวเมื่อน้ำชลประทานมีสารหนูเกิน 100 ไมโครกรัม/ลิตร งานของ McBride และคณะ (Water, Air, and Soil Pollution 2015) ที่ศึกษาแปลงผักในเมืองก็พบลำดับคล้ายกัน คือผักกาดหอมสะสมมากที่สุด ตามด้วยแครอท ถั่ว และมะเขือเทศ และสารหนูในผักขึ้นลงตามสารหนูรวมในดิน
ข้อควรระวังคือการทดลองเหล่านี้ทำในต่างประเทศ ค่าที่ได้ขึ้นกับดิน พันธุ์ และความเข้มข้นในน้ำ ตัวเลขจึงใช้เพื่อเรียงลำดับความเสี่ยงของพืช ไม่ใช่เพื่อคำนวณว่าผักในแปลงของเรามีสารหนูเท่าไร ถ้าวางแผนปลูกผักหน้าหนาว ลองดูชนิดผักที่เหมาะกับฤดูใน ผักที่ควรปลูกเดือนพฤศจิกายน แล้วเลือกกลุ่มกินผลหรือฝักให้มากขึ้นในแปลงที่ยังไม่รู้ผลตรวจ
เกณฑ์สารหนูในอาหารของไทย
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 414 (พ.ศ. 2563) เรื่องมาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน ลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 20 พ.ค. 2563 กำหนดค่าสูงสุดตามแนวทางของ Codex ส่วนที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรมีดังนี้
| อาหาร | สารที่กำหนด | ค่าสูงสุด (มก./กก.) |
|---|---|---|
| ข้าวขาว (ข้าวสาร) | สารหนูอนินทรีย์ | 0.2 |
| ข้าวกล้อง | สารหนูอนินทรีย์ | 0.35 |
| สัตว์น้ำ | สารหนูอนินทรีย์ | 2 |
| อาหารอื่น รวมถึงผัก | สารหนูทั้งหมด | 2 |
| ข้าวขาว | แคดเมียม | 0.4 |
ประกาศเปิดให้ตรวจสารหนูทั้งหมดแทนสารหนูอนินทรีย์ได้ ถ้าค่าสารหนูทั้งหมดต่ำกว่าเกณฑ์ก็ถือว่าผ่าน ข้อนี้มีประโยชน์ในทางปฏิบัติ เพราะการตรวจสารหนูทั้งหมดหาห้องปฏิบัติการได้ง่ายกว่า ส่วนการแยกรูปอนินทรีย์ต้องใช้วิธีเฉพาะและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า เกณฑ์อาจปรับในอนาคต ควรตรวจฉบับล่าสุดกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)
ในพื้นที่ลุ่มน้ำกก ไทยพีบีเอสรายงานเมื่อ 26 เม.ย. 2569 ว่าข้าวที่สุ่มในอำเภอแม่อายอยู่ในเกณฑ์ แต่ผักบางแปลงในเชียงรายพบแคดเมียมและตะกั่วเกินเกณฑ์ ข้อมูลนี้ย้ำว่าความเสี่ยงต่างกันไปตามแปลงและชนิดพืช
ลดความเสี่ยงในแปลง ทำอะไรได้บ้าง
- ตรวจดินและน้ำก่อนเริ่มรอบปลูก ถ้าแปลงอยู่ริมลำน้ำที่มีผลตรวจเกินมาตรฐาน ให้ส่งดินตรวจโลหะหนักอย่างน้อยหนึ่งครั้ง จะได้รู้ว่าปัญหามาจากน้ำ จากดิน หรือทั้งสองทาง
- แยกน้ำสำหรับผักกินใบ ใช้น้ำบาดาลที่ตรวจแล้ว น้ำฝน หรือบ่อในไร่นา กับผักกินใบและพืชหัว ส่วนน้ำจากลำน้ำที่ยังไม่แน่ใจให้ใช้กับพืชกินผลหรือไม้ยืนต้นแทน
- รดที่โคน ไม่รดผ่านใบ ผักกินใบที่รดด้วยสปริงเกอร์จะมีน้ำและตะกอนเกาะใบโดยตรง การรดน้ำที่โคนหรือใช้น้ำหยดลดการสัมผัสนี้
- นาข้าวที่ทำได้ ให้ลองเปียกสลับแห้ง โดยปรึกษาศูนย์วิจัยข้าวเรื่องจังหวะ เพราะการปล่อยแห้งแค่ช่วงต้นฤดูไม่ช่วยลดสารหนูในเมล็ด
- ไม่ใช้ตะกอนแม่น้ำถมแปลง ตามคำแนะนำของกรมพัฒนาที่ดินที่ให้เลี่ยงการนำตะกอนแม่น้ำใส่พื้นที่เกษตรโดยตรง
- ล้างผักด้วยน้ำสะอาดก่อนขาย ดินที่ติดผักเป็นแหล่งสารหนูอีกทางหนึ่ง การล้างด้วยน้ำประปาหรือน้ำที่ตรวจแล้วช่วยลดส่วนที่ติดผิว
- ในครัว ต้มข้าวด้วยน้ำมากแล้วเทน้ำทิ้ง รายงานของสวีเดนพบว่าลดสารหนูได้ราว 40–70% ส่วนผัก งานใน Frontiers in Water พบว่าต้มด้วยน้ำปริมาณมากลดสารหนูเฉลี่ย 39%
ช่วงหลังน้ำท่วมที่ตะกอนทับแปลง ปัญหาโลหะหนักมักมาพร้อมโรคพืชและโรคสัตว์ อ่านเรื่องโรคหลังน้ำลดได้ที่ โรคที่มากับน้ำท่วม 2569
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ขังน้ำลึกตลอดฤดูเพราะคิดว่าช่วยกดวัชพืช ได้ผลเรื่องวัชพืช แต่ในแปลงที่มีสารหนู นี่คือสภาพที่ข้าวดูดสารหนูได้มากที่สุด
- ปล่อยนาแห้งเฉพาะช่วงต้นแล้วคิดว่าทำ AWD แล้ว งานวิจัยชี้ว่าถ้าขังน้ำยาวช่วงออกดอก สารหนูในเมล็ดแทบไม่ลด
- ปล่อยแห้งแรงเกินไปโดยไม่ดูผลผลิต ความแห้งมากขึ้นลดสารหนูได้มากขึ้น แต่ผลผลิตก็ลดได้ถึงราว 13% ต้องหาจุดสมดุลกับเจ้าหน้าที่
- ลืมเรื่องแคดเมียม แปลงที่มีแคดเมียมร่วมด้วย การปล่อยแห้งอาจทำให้แคดเมียมในเมล็ดสูงขึ้น ต้องตรวจดินให้รู้ก่อน
- ปลูกผักกินใบชุดใหญ่ริมลำน้ำที่ยังไม่รู้ผลตรวจ ผักกลุ่มนี้สะสมมากที่สุดในงานทดลอง ถ้าจะปลูก ให้ใช้น้ำสำรอง
- เชื่อว่าการแช่ผักในน้ำส้มสายชูหรือด่างทับทิมล้างสารหนูได้ ผู้เขียนยังไม่พบงานวิจัยที่ยืนยันว่าการแช่แบบนี้ลดสารหนูที่สะสมในเนื้อผักได้ งานที่วัดจริงพูดถึงการล้างดินที่ติดผิวและการต้มในน้ำมากเท่านั้น
สรุป
ข้าวในนาน้ำขังดูดสารหนูได้ง่ายเพราะสารหนูรูปละลายน้ำเข้ารากทางเดียวกับซิลิกอน การทำนาเปียกสลับแห้งที่ทำถึงช่วงออกดอกลดสารหนูในเมล็ดได้ชัด แต่ต้องระวังแคดเมียมและผลผลิต ผักกินใบสะสมมากที่สุด พืชกินผลน้อยที่สุด แปลงริมลำน้ำที่มีผลตรวจเกินควรตรวจดิน แยกน้ำสำรองให้ผักกินใบ และติดตามเกณฑ์อาหารฉบับล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 414 (พ.ศ. 2563) ฉบับแปลโดย JETRO — ค่าสูงสุดสารหนู แคดเมียม ตะกั่วในอาหาร ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนพิเศษ 118 ง https://www.jetro.go.jp/ext_images/world/asia/th/foods/law/health/14.pdf
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา: คำถามที่พบบ่อยเรื่องมาตรฐานสารปนเปื้อน — อธิบายประกาศฉบับที่ 414 ที่กำหนดค่าตามประเภทอาหารตามแนวทาง Codex https://food.fda.moph.go.th/faqs/category/faq-contaminants-standards
- Ma et al. 2008, PNAS 105:9931–9935 — ตัวขนส่งซิลิกอน Lsi1 และ Lsi2 กับการเข้าสู่รากข้าวของอาร์เซไนต์ https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/18626020
- Linquist et al. 2015, Global Change Biology 21:407–417 — ผลของการทำนาเปียกสลับแห้งต่อสารหนูในเมล็ดและผลผลิต https://agris.fao.org/search/en/records/65dfcb034c5aef494fe567d7
- Bamrungbut และคณะ 2563 วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ — การทดลองนาเปียกสลับแห้ง ระดับน้ำ 15 ซม. ใต้ผิวดิน การใช้น้ำและผลผลิต https://ejournals.swu.ac.th/index.php/SWUJournal/article/view/13155
- Clair-Caliot et al. 2021, Frontiers in Water 3 (doi 10.3389/frwa.2021.667308) — สารหนูในผักที่รดน้ำปนเปื้อน และผลของการปรุง https://agris.fao.org/search/en/records/690c9bbee36ca6284360ae45
- McBride et al. 2015, Water Air Soil Pollution 226:265 — การสะสมสารหนูในผักกาดหอม แครอท ถั่ว มะเขือเทศ จากดินแปลงผักในเมือง https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4755492
- Livsmedelsverket (สวีเดน) รายงาน 7/2016 — วิธีหุงข้าวกับปริมาณสารหนูที่ลดลง https://www.livsmedelsverket.se/globalassets/publikationsdatabas/rapporter/2016/how-you-cook-rice-influence-rapport-7-2016.pdf
- ไทยพีบีเอส: ผลศึกษาดิน ผัก ข้าว ลุ่มน้ำกก — รายงาน 26 เม.ย. 2569 ผลสุ่มตรวจข้าวและผัก และคำแนะนำเรื่องตะกอนของกรมพัฒนาที่ดิน https://www.thaipbs.or.th/news/content/505117
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
น้ำบาดาลมีสนิมเหล็กหรือกลิ่นไข่เน่า ใช้รดผักได้ไหม แก้อย่างไร
สนิมเหล็ก กลิ่นไข่เน่า และน้ำกร่อยเป็นคนละปัญหา วิธีแก้คนละแบบ บทความนี้ช่วยแยกอาการ บอกระดับที่เริ่มกระทบผักและระบบน้ำหยด และขั้นตอนแก้ก่อนรดผัก
ล้างถังพ่นยาและทิ้งน้ำยาที่เหลือตรงไหน ไม่ให้ไหลลงบ่อปลาและแหล่งน้ำ
น้ำล้างถังพ่นยาคือน้ำยาเจือจาง ถ้าเทผิดที่ก็ไหลลงบ่อปลาและแหล่งน้ำ บทความนี้ไล่ขั้นตอนตั้งแต่ก่อนผสมจนถึงจัดการขวดเปล่า ให้ทุกหยดจบอยู่ในแปลง
ชุดตรวจคุณภาพน้ำแบบง่ายวัดอะไรได้บ้าง และค่าไหนต้องส่งห้องแล็บเท่านั้น
ชุดตรวจน้ำแต่ละแบบตอบคำถามได้ไม่เท่ากัน บทความนี้แยกค่าที่วัดเองได้ออกจากค่าที่ต้องส่งห้องปฏิบัติการ พร้อมวิธีสอบเทียบเครื่องวัดให้ตัวเลขเชื่อถือได้
น้ำท่วมพาน้ำมันและสารเคมีเข้าแปลงผัก ต้องฟื้นดินอย่างไรก่อนปลูกรอบใหม่
แปลงผักที่น้ำท่วมพาคราบน้ำมันหรือสารเคมีมาด้วยต้องจัดการต่างจากน้ำท่วมธรรมดา บทความนี้ไล่ขั้นตอนตั้งแต่ป้องกันตัว ตักดินที่เปื้อน ฟื้นดิน จนถึงการตรวจก่อนปลูกรอบใหม่
ส่งตัวอย่างดินและน้ำตรวจโลหะหนักได้ที่ไหน เก็บตัวอย่างอย่างไรให้ผลเชื่อถือได้
ส่งตรวจโลหะหนักให้ได้ผลที่ใช้ได้จริง ต้องเลือกช่องทาง เก็บดินหลายจุด ใช้ขวดที่ถูกต้อง และอ่านผลกับเกณฑ์ที่ตรงคำถาม
ใช้น้ำแม่น้ำกกและแม่น้ำสายรดผักหรือทำนาได้ไหม ในช่วงที่ยังพบสารหนูเกินมาตรฐาน
แม่น้ำกกเกินมาตรฐานสารหนูเล็กน้อย แต่แม่น้ำสายสูงหลายเท่าจนจังหวัดประกาศเฝ้าระวัง บทความนี้แยกให้เห็นว่าตัวเลขหมายถึงอะไร และแปลงริมน้ำควรทำอะไรระหว่างรอผลตรวจดินและพืช
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

4-20mA เอาต์พุต RS485 เซ็นเซอร์ความชื้นดินอิเล็กทรอนิกส์…
เครื่องวัดดิน
ใช้ตรวจความชื้นหรือค่า pH ดินเบื้องต้นก่อนตัดสินใจใส่ปุ๋ยหรือรดน้ำ
เช็กก่อนซื้อ
- วัดค่าอะไรได้บ้าง (pH ความชื้น แสง) ตามที่ร้านระบุ
- ใช้ถ่านหรือไม่ต้องใช้ไฟ

พลั่วพลาสติกเสริมเหล็ก BTUZ
เครื่องมือทำสวน
เครื่องมือมือสำหรับเตรียมดิน พรวน ตัดแต่ง และเก็บเกี่ยว
เช็กก่อนซื้อ
- วัสดุใบมีดและด้ามตามที่ร้านระบุ
- ขนาดและน้ำหนักเหมาะกับงานและแรงมือ

ชุดหมุดปักดิน แผ่นยึดหมุดปักดินสีดำ + หมุดปักดินตัวU 2.5mm…
วัสดุคลุมดิน
คลุมหน้าดินลดวัชพืชและการระเหยของน้ำ
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
ข้าวดูดสารหนูมากกว่าพืชไร่อื่นจริงไหม
งานวิจัยของ Ma และคณะ (PNAS 2008) พบว่าในนาน้ำขังสารหนูส่วนใหญ่อยู่ในรูปอาร์เซไนต์ ซึ่งเข้ารากข้าวผ่านตัวขนส่งซิลิกอน Lsi1 และ Lsi2 ตัวเดียวกับที่ข้าวใช้ดูดซิลิกอนปริมาณมาก ข้าวจึงสะสมสารหนูได้ง่ายกว่าธัญพืชหลายชนิดที่ปลูกในดินไม่ขังน้ำ
ทำนาแบบเปียกสลับแห้งช่วยลดสารหนูในเมล็ดได้แค่ไหน
Linquist และคณะ (Global Change Biology 2015) รายงานว่าการทำนาแบบเปียกสลับแห้งลดสารหนูในเมล็ดได้สูงสุด 64% โดยผลผลิตลดลงตั้งแต่ไม่ถึง 1% ถึง 13% ขึ้นกับว่าปล่อยให้แห้งมากแค่ไหน แต่ถ้าแห้งเฉพาะช่วงต้นฤดูแล้วขังน้ำยาวช่วงออกดอก สารหนูอาจไม่ลดลงหรือสูงขึ้น
ผักชนิดไหนสะสมสารหนูมากที่สุด
การทดลองของ Clair-Caliot และคณะ (Frontiers in Water 2021) ที่รดน้ำมีสารหนู 500 ไมโครกรัม/ลิตร พบว่าผักกินใบสะสมเฉลี่ย 4.9 ไมโครกรัม/กรัม พืชหัว 2.9 และพืชกินผลหรือฝัก 0.8 ผักโขมสูงที่สุด รองลงมาคือผักกาดหอมและแครอท ส่วนมะเขือเทศต่ำที่สุด
ไทยกำหนดสารหนูในข้าวไว้เท่าไร
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 414 (พ.ศ. 2563) กำหนดสารหนูอนินทรีย์ในข้าวขาวไม่เกิน 0.2 มก./กก. และข้าวกล้องไม่เกิน 0.35 มก./กก. ส่วนอาหารอื่นรวมถึงผักกำหนดสารหนูทั้งหมดไม่เกิน 2 มก./กก. ควรตรวจฉบับล่าสุดกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาอีกครั้ง
หุงข้าวแบบเช็ดน้ำช่วยลดสารหนูไหม
รายงานของสำนักงานอาหารแห่งชาติสวีเดน (Livsmedelsverket 2016) พบว่าการต้มข้าวด้วยน้ำปริมาณมากแล้วเทน้ำทิ้งลดสารหนูได้ราว 40–70% แต่วิธีนี้ทำให้วิตามินบางส่วนหายไปด้วย จึงเป็นทางเลือกเสริมในพื้นที่เสี่ยง ไม่ใช่สิ่งที่ทดแทนการลดสารหนูในแปลง
ถ้าน้ำในพื้นที่มีสารหนูสูง ควรเลิกปลูกผักไปเลยไหม
ไม่จำเป็นต้องเลิกทั้งหมด ผู้วิจัยใน Frontiers in Water 2021 แนะนำให้เลี่ยงผักกินใบและพืชหัวเมื่อน้ำชลประทานมีสารหนูเกิน 100 ไมโครกรัม/ลิตร พืชกินผลอย่างมะเขือเทศ ถั่วฝักยาว กระเจี๊ยบ สะสมต่ำกว่า จึงเป็นทางเลือกระหว่างรอผลตรวจดินและน้ำ
