ดิน น้ำ ปุ๋ยเผยแพร่ 15 ตุลาคม 2569

ปุ๋ยทางใบสูตร 20-20-20 ใช้เมื่อไหร่ และต่างจากสูตรเร่งดอกอย่างไร

ปุ๋ยทางใบ 20-20-20 ใช้เมื่อไหร่ ต่างจากสูตรเร่งดอก MKP 0-52-34 และ 13-0-46 อย่างไร อ่านความหมายตัวเลข N-P-K เทียบคู่มือกรมวิชาการเกษตร ข้อมูล ต.ค. 2569

ปุ๋ยทางใบสูตร 20-20-20 ใช้เมื่อไหร่ และต่างจากสูตรเร่งดอกอย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

ตัวเลข 20-20-20 คือสัดส่วนไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียมที่เท่ากัน บทความนี้เทียบกับสูตรเร่งดอกที่คู่มือกรมวิชาการเกษตรใช้ พร้อมคำนวณธาตุต่อถังให้เห็นความต่าง

คำตอบสั้น: 20-20-20 คือสูตรสมดุลที่มีไนโตรเจน ฟอสฟอรัส (P2O5) และโพแทสเซียม (K2O) อย่างละเท่ากัน ใช้เมื่อพืชต้องการธาตุหลักพร้อมกัน เช่น ช่วงใบเพสลาดของทุเรียน ซึ่งคู่มือกรมวิชาการเกษตรให้ 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร 1-2 ครั้ง ส่วนสูตรเร่งดอกอย่าง MKP 0-52-34 หรือ 13-0-46 ต่างกันที่ไม่มีไนโตรเจน หรือเน้นโพแทสเซียมสูง ข้อมูล ณ ต.ค. 2569

ถุงปุ๋ยทางใบวางเรียงในร้านเกษตรมีตัวเลขสามชุดเต็มไปหมด 20-20-20, 0-52-34, 13-0-46 หลายคนซื้อตามคำแนะนำร้านโดยไม่รู้ว่าตัวเลขแปลว่าอะไร พอพ่นไปแล้วต้นแตกใบแทนที่จะออกดอกก็ไม่รู้ว่าพลาดตรงไหน บทความนี้เริ่มจากความหมายของตัวเลข แล้วเทียบกับตัวเลขที่เจอในคู่มือกรมวิชาการเกษตรจริง

ตัวเลขสามตัวบนถุงแปลว่าอะไร

ภาพประกอบ ตัวเลขสามตัวบนถุงแปลว่าอะไร

ตัวเลขสามตัวเรียงตามลำดับคือไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัสในรูปฟอสฟอรัสเพนทอกไซด์ (P2O5) และโพแทสเซียมในรูปโพแทสเซียมออกไซด์ (K2O) เป็นสัดส่วนโดยน้ำหนักของปุ๋ยนั้น ห้องปฏิบัติการของกรมวิชาการเกษตรที่ตรวจปุ๋ยตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 ก็วิเคราะห์ตามหัวข้อ N, P2O5 และ K2O เช่นกัน (ตามขอบเขตการทดสอบที่เผยแพร่) ผมเปิดอ่านเอกสารนี้แล้ว แต่ไม่ได้เปิดเอกสารที่นิยามการเขียนเกรดปุ๋ยแบบเต็ม ๆ ในรอบนี้ จึงขอให้ผู้อ่านเทียบกับฉลากปุ๋ยจริงและสอบถามเกษตรอำเภอ

ความหมายเชิงปฏิบัติที่คำนวณได้เองคือ ถ้าใช้ปุ๋ย 60 กรัม แล้วสูตรเป็น 20-20-20 หมายถึงธาตุแต่ละตัวมีน้ำหนักรวมราว 12 กรัม (60 x 20 / 100) นี่เป็นการคำนวณจากสัดส่วน ไม่ใช่ตัวเลขที่ให้ไว้ในเอกสาร ผมใส่ไว้เพื่อให้เห็นว่า 20-20-20 ไม่ได้เข้มข้นหนักกว่าสูตรอื่นทุกด้าน แต่แค่ "สมดุล"

เทียบสูตรที่ปรากฏในคู่มือกรมวิชาการเกษตร

คู่มือการใช้ปุ๋ยไม้ผล ฉบับ ก.ย. 2566 ของกรมวิชาการเกษตร กล่าวถึงสูตรที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้ ผมคำนวณปริมาณธาตุต่อถังให้เทียบเอง (ส่วนที่คำนวณต่อไปนี้ระบุเป็นตัวอย่างการคำนวณ ไม่ใช่ตัวเลขคำแนะนำ)

สูตรคู่มือใช้ที่ไหนธาตุต่อถัง 20 ลิตร (คำนวณเอง)
20-20-20 อัตรา 60 กรัมทุเรียน ช่วงใบเพสลาด 1-2 ครั้งN 12 กรัม, P2O5 12 กรัม, K2O 12 กรัม
15-30-15 อัตรา 60 กรัมทุเรียน ช่วงใบเพสลาด (ทางเลือกคู่กับ 20-20-20)N 9 กรัม, P2O5 18 กรัม, K2O 9 กรัม
MKP 0-52-34 อัตรา 150 กรัมลำไย ก่อนกระตุ้นดอก ใบชุดสุดท้ายอายุเกิน 60 วัน อย่างน้อย 3 ครั้งN 0, P2O5 78 กรัม, K2O 51 กรัม
โพแทสเซียมไนเตรต 13-0-46 อัตรา 100-200 กรัมผสมสาหร่ายสกัดทุเรียน เมื่อออกดอกน้อยกว่าเกณฑ์N 13-26 กรัม, K2O 46-92 กรัม
ยูเรีย 30 + MKP 10 + 13-0-46 60 กรัมลำไย ผล 0.5 ซม. ทุก 10 วัน 3 ครั้งN ประมาณ 21.6 กรัม, P2O5 5.2 กรัม, K2O 31.0 กรัม

วิธีคำนวณแถวสุดท้าย ใช้ยูเรียเป็น 46-0-0 ตามเกรดมาตรฐานของยูเรีย ได้ N 13.8 กรัมจากยูเรีย 30 กรัม บวก N 7.8 กรัมจากโพแทสเซียมไนเตรต 60 กรัม รวมประมาณ 21.6 กรัม ส่วน P2O5 จาก MKP 10 กรัมได้ 5.2 กรัม และ K2O มาจาก MKP 3.4 กรัมกับโพแทสเซียมไนเตรต 27.6 กรัม รวมประมาณ 31.0 กรัม ถ้าอยากรู้เรื่องยูเรียเพิ่ม อ่านที่ การใช้ยูเรีย 46-0-0

ตารางนี้ช่วยให้เห็นความต่างเชิงจริง สูตรเร่งดอกอย่าง MKP ให้ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมมากกว่า 20-20-20 หลายเท่าต่อถัง และไม่มีไนโตรเจนเลย ในขณะที่ 20-20-20 ให้ทั้งสามธาตุเท่ากัน ความต่างนี้อธิบายว่าทำไมคู่มือใช้สูตรสมดุลตอนบำรุงใบ และใช้ MKP หรือ 13-0-46 ตอนเตรียมดอก

เมื่อไหร่เลือก 20-20-20

จากเอกสารที่เปิดอ่าน 20-20-20 มีตำแหน่งชัดเจนในคู่มือเพียงจุดเดียวสำหรับทุเรียน คือช่วงใบเพสลาด อัตรา 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร 1-2 ครั้ง ในการใช้งานจริง สูตรสมดุลมักใช้ในสถานการณ์เหล่านี้

  • ต้นเพิ่งฟื้นหลังเก็บเกี่ยวหรือหลังตัดแต่ง ใบกำลังแตกและต้นต้องการธาตุหลักพร้อมกัน แต่ไม่แน่ใจว่าขาดตัวไหน
  • ผลวิเคราะห์ใบบอกว่าธาตุหลักอยู่ในระดับต่ำหลายตัวพร้อมกัน ไม่ใช่ตัวเดียว
  • ต้องการสูตรเดียวที่ใช้ได้กับหลายแปลงเพื่อลดความซับซ้อนในการเตรียมของ

ถ้าปัญหาเป็นธาตุตัวเดียว เช่น ใบขอบไหม้เพราะขาดโพแทสเซียม การใช้ 20-20-20 เหมือนยิงกระสุนหลายนัดเพื่อหวังโดนเป้าเดียว ได้ธาตุที่ไม่ต้องการติดมาด้วย ตารางอัตราแก้อาการขาดธาตุในคู่มือ (ต่อน้ำ 100 ลิตร) ให้แยกตัวไว้ให้เลือก เช่น MKP 125-250 กรัม โพแทสเซียมซัลเฟตหรือคลอไรด์ 300-500 กรัม และยูเรีย 500-1,000 กรัม ผมไม่ยกตัวเลขเกินจากนี้ที่ไม่ได้เปิดอ่านจริง

ต่างจากสูตรเร่งดอกอย่างไร และทำไมใช้สลับกันไม่ได้

คำว่า "สูตรเร่งดอก" ในร้านมักหมายถึงสูตรที่ตัวกลาง (ฟอสฟอรัส) สูงหรือตัวท้าย (โพแทสเซียม) สูง และตัวหน้า (ไนโตรเจน) ต่ำหรือเป็นศูนย์ ในคู่มือกรมวิชาการเกษตร มะม่วงช่วงช่อดอกโผล่ใช้สัดส่วน 1:2:1, 1:2:2 หรือ 1:3:2 หรือ MKP ซึ่งหมายถึงฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูงกว่าไนโตรเจน ส่วนช่วงติดผลใช้สัดส่วน 1:1:1, 2:1:1, 3:1:1 เช่น 21-21-21, 30-15-15 และ 30-10-10 และก่อนเก็บเกี่ยวเพิ่มโพแทสเซียมเช่น 13-0-46 หรือ 0-0-60

จะเห็นว่า "ตัวเลขสามตัว" เปลี่ยนตามเป้าหมายของระยะ ไม่ใช่สูตรไหนดีที่สุดโดยตัวมันเอง 20-20-20 อยู่ที่สัดส่วน 1:1:1 ซึ่งตรงกับช่วงติดผลของมะม่วง (21-21-21) แต่ไม่ตรงกับช่วงช่อดอกโผล่ ถ้าพ่น 20-20-20 ตอนช่อดอกโผล่ ได้ไนโตรเจนมากกว่าที่คู่มือต้องการช่วงนั้น เสี่ยงให้ต้นแตกใบอ่อนแทนดอก (เป็นข้อสังเกตจากสัดส่วนที่คู่มือเลือก)

เรื่องว่าสูตรเร่งดอกเร่งได้จริงหรือไม่ ต้องแยกให้ชัด ปุ๋ยทางใบไม่ใช่สวิตช์เปิดดอก ดอกเกิดจากหลายปัจจัย เช่น อายุใบ ความเครียดน้ำ อุณหภูมิ และการตัดแต่ง ปุ๋ยเป็นส่วนช่วยให้ต้นพร้อม คู่มือทุเรียนจึงตั้งเงื่อนไขว่าใช้โพแทสเซียมไนเตรตเมื่อออกดอกน้อยกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของกิ่ง หรือน้อยกว่า 3 ช่อต่อกิ่งยาว 1 เมตร ไม่ใช่พ่นทุกปี

เรื่องอื่นที่ชวนอ่านต่อ คือเมื่อไหร่ปุ๋ยทางใบได้ผลจริง ที่ พ่นปุ๋ยทางใบเมื่อไหร่ถึงได้ผล และเทียบกับการใส่ทางดินที่ ปุ๋ยทางใบกับทางดิน

วิธีเลือกซื้อและอ่านฉลาก เมื่อไม่มีใครบอกว่าสูตรไหนดี

ที่หน้าร้านเกษตร ลองถามตัวเองสามข้อก่อนหยิบถุง

  1. เป้าหมายตอนนี้คืออะไร บำรุงใบ เตรียมดอก หรือบำรุงผล เทียบกับสัดส่วนที่คู่มือใช้ในระยะนั้น
  2. ตัวเลขเกรดบนฉลากตรงกับที่ต้องการหรือไม่ และในฉลากระบุธาตุรองหรือสารอื่นผสมหรือไม่ ธาตุรองบางตัว เช่น โบรอน มีช่วงปลอดภัยแคบ
  3. อัตราในฉลากเป็นกรัมต่อน้ำกี่ลิตร และเมื่อเทียบกับคู่มือแล้วใกล้เคียงหรือสูงเกินไปหรือไม่ ถ้าสูงกว่าให้ถามร้านว่าเหตุผลคืออะไร

ถ้าผู้ขายแนะนำ "สูตรเดียวใช้ได้ทุกพืชทุกระยะ" ให้ระวังไว้ก่อน เพราะคู่มือทางการแยกสูตรตามพืชและระยะไว้ชัดเจน ผมไม่ได้บอกว่าผู้ขายต้องผิด แต่ควรเทียบกับเอกสารเสมอ

เรื่องปุ๋ยที่ชาวสวนทำเองอย่างน้ำปลาหมัก มีบทความแยก ปุ๋ยน้ำปลาหมักพ่นทางใบ ซึ่งตัวเลขธาตุไม่เท่ากับปุ๋ยเคมีเกรดมาตรฐาน อย่าเอาไปเทียบตรงกับ 20-20-20

ตัวอย่างคำนวณต้นทุนต่อรอบ (สมมุติ ใช้วิธีคิดเท่านั้น)

ผมไม่มีราคาปุ๋ยจากหน้าร้านที่ระบุวันที่ จึงไม่ใส่ราคา ลองใช้วิธีคิดดังนี้

  • ปุ๋ยต่อถัง = 60 กรัม คูณราคาต่อกรัมจากใบเสร็จของร้านที่ซื้อ ราคาต่อกรัม = ราคาถุง หารน้ำหนักถุงเป็นกรัม
  • ตัวอย่างสมมุติ ถ้าถุง 1 กิโลกรัมราคา X บาท ปุ๋ย 60 กรัมคือ X x 60 / 1,000 บาท
  • ต้นทุนธาตุ ถ้าต้องการเปรียบเทียบสูตร ใช้ราคาต่อกรัมของ "ธาตุ" เช่น ต้นทุนต่อ P2O5 1 กรัมของ 20-20-20 เทียบกับ MKP ซึ่ง P2O5 52 เปอร์เซ็นต์ ต่างกันเกือบ 2.6 เท่าต่อน้ำหนัก (52 / 20)
  • บวกค่าแรง เชื้อเพลิง และเวลา เพราะการพ่นหลายรอบมักแพงที่แรงงาน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ 20-20-20

  • คิดว่าตัวเลขเยอะแปลว่าดี 20-20-20 ไม่ได้ดีกว่า 15-30-15 เสมอไป คู่มือยอมให้ใช้ทั้งสองตามสถานการณ์ในทุเรียน
  • ใช้ 20-20-20 แทนสูตรเร่งดอกตอนเตรียมดอก ทั้งที่ช่วงนั้นคู่มือใช้สูตรฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูงหรือไม่มีไนโตรเจน
  • ใช้เกินอัตรา เช่น ผสมเข้มกว่า 60 กรัมต่อ 20 ลิตร เพราะเชื่อว่าได้ผลเร็วขึ้น ใบอ่อนไหม้ง่ายเมื่อเกลือเข้มข้น
  • ไม่ดูว่าปัญหาเป็นธาตุตัวเดียวหรือหลายตัว ตารางแก้อาการขาดธาตุของคู่มือแยกตัวไว้ชัด
  • อ่านเกรดแล้วเปรียบเทียบกับปุ๋ยอินทรีย์ที่ไม่ระบุเกรด เป็นการเทียบสองเรื่องต่างหน่วยกัน

ข้อผิดพลาดเรื่องจังหวะพ่นที่ใช้ได้กับทุกสูตร ดูต่อได้ที่ ข้อผิดพลาดเรื่องจังหวะพ่นปุ๋ยทางใบ

สรุป

20-20-20 คือสูตรสมดุลที่ให้ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมเท่ากัน คู่มือกรมวิชาการเกษตรใช้กับทุเรียนช่วงใบเพสลาดที่ 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร 1-2 ครั้ง ส่วนช่วงเตรียมดอกและบำรุงผลใช้สูตรอื่นตามเป้าหมายระยะ เช่น MKP 0-52-34 และโพแทสเซียมไนเตรต 13-0-46 ก่อนซื้อให้อ่านเกรดบนฉลาก เทียบกับระยะของพืช คำนวณธาตุต่อถังด้วยวิธีที่ให้ไว้ และถามเกษตรอำเภอสำหรับอัตราที่เอกสารไม่ได้ระบุ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมวิชาการเกษตร — คู่มือการใช้ปุ๋ยไม้ผล ฉบับ ก.ย. 2566 (ทุเรียน ลำไย มะม่วง ตารางพ่นทางใบ ตารางอัตราแก้อาการขาดธาตุ) (https://doa.go.th/share/attachment.php?aid=3161)
  • 📄กรมวิชาการเกษตร — ขอบเขตห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 (N, P2O5, K2O) (https://www.doa.go.th/oard5/wp-content/uploads/2026/03/RF-7.4-02-HB.pdf)

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ปุ๋ย 20-20-20 หมายถึงอะไร

ตัวเลขสามตัวคือสัดส่วนไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P2O5) และโพแทสเซียม (K2O) โดยน้ำหนักของปุ๋ย 20-20-20 จึงมีสามธาตุเท่ากัน ถ้าใช้ 60 กรัมจะได้ธาตุละประมาณ 12 กรัม (คำนวณจากสัดส่วน) ควรเทียบกับฉลากผลิตภัณฑ์จริง

20-20-20 ใช้กับทุเรียนตอนไหน

คู่มือกรมวิชาการเกษตร (ก.ย. 2566) ให้ใช้ 15-30-15 หรือ 20-20-20 อัตรา 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ช่วงใบเพสลาด 1-2 ครั้ง

สูตรเร่งดอกต่างจาก 20-20-20 อย่างไร

สูตรเตรียมดอกในคู่มือเน้นฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม เช่น MKP 0-52-34 หรือโพแทสเซียมไนเตรต 13-0-46 โดยไม่มีไนโตรเจนหรือมีน้อย ส่วน 20-20-20 ให้สามธาตุเท่ากัน

พ่น 20-20-20 ตอนช่อดอกมะม่วงโผล่ได้ไหม

คู่มือให้ใช้สัดส่วนฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูงในช่วงนั้น เช่น 1:2:1, 1:2:2, 1:3:2 หรือ MKP ส่วน 1:1:1 อย่าง 21-21-21 อยู่ในช่วงติดผล จึงไม่ตรงกับช่วงช่อดอกโผล่

ใช้เกรดเดียวกันได้ทุกพืชไหม

คู่มือทางการแยกสูตรตามพืชและระยะ เช่น ทุเรียน มะม่วง ลำไย ไม่ควรเหมาว่าสูตรเดียวใช้ได้ทุกพืช ควรเทียบฉลากและถามเกษตรอำเภอ

ตรวจสอบเกรดปุ๋ยได้ที่ไหน

ห้องปฏิบัติการของกรมวิชาการเกษตรตรวจปุ๋ยตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 วิเคราะห์ N, P2O5, K2O สอบถามสำนักงานเกษตรจังหวัดเรื่องการส่งตัวอย่าง