คำตอบสั้น ๆ
ตัวเลข 20-20-20 คือสัดส่วนไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียมที่เท่ากัน บทความนี้เทียบกับสูตรเร่งดอกที่คู่มือกรมวิชาการเกษตรใช้ พร้อมคำนวณธาตุต่อถังให้เห็นความต่าง
คำตอบสั้น: 20-20-20 คือสูตรสมดุลที่มีไนโตรเจน ฟอสฟอรัส (P2O5) และโพแทสเซียม (K2O) อย่างละเท่ากัน ใช้เมื่อพืชต้องการธาตุหลักพร้อมกัน เช่น ช่วงใบเพสลาดของทุเรียน ซึ่งคู่มือกรมวิชาการเกษตรให้ 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร 1-2 ครั้ง ส่วนสูตรเร่งดอกอย่าง MKP 0-52-34 หรือ 13-0-46 ต่างกันที่ไม่มีไนโตรเจน หรือเน้นโพแทสเซียมสูง ข้อมูล ณ ต.ค. 2569
ถุงปุ๋ยทางใบวางเรียงในร้านเกษตรมีตัวเลขสามชุดเต็มไปหมด 20-20-20, 0-52-34, 13-0-46 หลายคนซื้อตามคำแนะนำร้านโดยไม่รู้ว่าตัวเลขแปลว่าอะไร พอพ่นไปแล้วต้นแตกใบแทนที่จะออกดอกก็ไม่รู้ว่าพลาดตรงไหน บทความนี้เริ่มจากความหมายของตัวเลข แล้วเทียบกับตัวเลขที่เจอในคู่มือกรมวิชาการเกษตรจริง
ตัวเลขสามตัวบนถุงแปลว่าอะไร
ตัวเลขสามตัวเรียงตามลำดับคือไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัสในรูปฟอสฟอรัสเพนทอกไซด์ (P2O5) และโพแทสเซียมในรูปโพแทสเซียมออกไซด์ (K2O) เป็นสัดส่วนโดยน้ำหนักของปุ๋ยนั้น ห้องปฏิบัติการของกรมวิชาการเกษตรที่ตรวจปุ๋ยตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 ก็วิเคราะห์ตามหัวข้อ N, P2O5 และ K2O เช่นกัน (ตามขอบเขตการทดสอบที่เผยแพร่) ผมเปิดอ่านเอกสารนี้แล้ว แต่ไม่ได้เปิดเอกสารที่นิยามการเขียนเกรดปุ๋ยแบบเต็ม ๆ ในรอบนี้ จึงขอให้ผู้อ่านเทียบกับฉลากปุ๋ยจริงและสอบถามเกษตรอำเภอ
ความหมายเชิงปฏิบัติที่คำนวณได้เองคือ ถ้าใช้ปุ๋ย 60 กรัม แล้วสูตรเป็น 20-20-20 หมายถึงธาตุแต่ละตัวมีน้ำหนักรวมราว 12 กรัม (60 x 20 / 100) นี่เป็นการคำนวณจากสัดส่วน ไม่ใช่ตัวเลขที่ให้ไว้ในเอกสาร ผมใส่ไว้เพื่อให้เห็นว่า 20-20-20 ไม่ได้เข้มข้นหนักกว่าสูตรอื่นทุกด้าน แต่แค่ "สมดุล"
เทียบสูตรที่ปรากฏในคู่มือกรมวิชาการเกษตร
คู่มือการใช้ปุ๋ยไม้ผล ฉบับ ก.ย. 2566 ของกรมวิชาการเกษตร กล่าวถึงสูตรที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้ ผมคำนวณปริมาณธาตุต่อถังให้เทียบเอง (ส่วนที่คำนวณต่อไปนี้ระบุเป็นตัวอย่างการคำนวณ ไม่ใช่ตัวเลขคำแนะนำ)
| สูตร | คู่มือใช้ที่ไหน | ธาตุต่อถัง 20 ลิตร (คำนวณเอง) |
|---|---|---|
| 20-20-20 อัตรา 60 กรัม | ทุเรียน ช่วงใบเพสลาด 1-2 ครั้ง | N 12 กรัม, P2O5 12 กรัม, K2O 12 กรัม |
| 15-30-15 อัตรา 60 กรัม | ทุเรียน ช่วงใบเพสลาด (ทางเลือกคู่กับ 20-20-20) | N 9 กรัม, P2O5 18 กรัม, K2O 9 กรัม |
| MKP 0-52-34 อัตรา 150 กรัม | ลำไย ก่อนกระตุ้นดอก ใบชุดสุดท้ายอายุเกิน 60 วัน อย่างน้อย 3 ครั้ง | N 0, P2O5 78 กรัม, K2O 51 กรัม |
| โพแทสเซียมไนเตรต 13-0-46 อัตรา 100-200 กรัมผสมสาหร่ายสกัด | ทุเรียน เมื่อออกดอกน้อยกว่าเกณฑ์ | N 13-26 กรัม, K2O 46-92 กรัม |
| ยูเรีย 30 + MKP 10 + 13-0-46 60 กรัม | ลำไย ผล 0.5 ซม. ทุก 10 วัน 3 ครั้ง | N ประมาณ 21.6 กรัม, P2O5 5.2 กรัม, K2O 31.0 กรัม |
วิธีคำนวณแถวสุดท้าย ใช้ยูเรียเป็น 46-0-0 ตามเกรดมาตรฐานของยูเรีย ได้ N 13.8 กรัมจากยูเรีย 30 กรัม บวก N 7.8 กรัมจากโพแทสเซียมไนเตรต 60 กรัม รวมประมาณ 21.6 กรัม ส่วน P2O5 จาก MKP 10 กรัมได้ 5.2 กรัม และ K2O มาจาก MKP 3.4 กรัมกับโพแทสเซียมไนเตรต 27.6 กรัม รวมประมาณ 31.0 กรัม ถ้าอยากรู้เรื่องยูเรียเพิ่ม อ่านที่ การใช้ยูเรีย 46-0-0
ตารางนี้ช่วยให้เห็นความต่างเชิงจริง สูตรเร่งดอกอย่าง MKP ให้ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมมากกว่า 20-20-20 หลายเท่าต่อถัง และไม่มีไนโตรเจนเลย ในขณะที่ 20-20-20 ให้ทั้งสามธาตุเท่ากัน ความต่างนี้อธิบายว่าทำไมคู่มือใช้สูตรสมดุลตอนบำรุงใบ และใช้ MKP หรือ 13-0-46 ตอนเตรียมดอก
เมื่อไหร่เลือก 20-20-20
จากเอกสารที่เปิดอ่าน 20-20-20 มีตำแหน่งชัดเจนในคู่มือเพียงจุดเดียวสำหรับทุเรียน คือช่วงใบเพสลาด อัตรา 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร 1-2 ครั้ง ในการใช้งานจริง สูตรสมดุลมักใช้ในสถานการณ์เหล่านี้
- ต้นเพิ่งฟื้นหลังเก็บเกี่ยวหรือหลังตัดแต่ง ใบกำลังแตกและต้นต้องการธาตุหลักพร้อมกัน แต่ไม่แน่ใจว่าขาดตัวไหน
- ผลวิเคราะห์ใบบอกว่าธาตุหลักอยู่ในระดับต่ำหลายตัวพร้อมกัน ไม่ใช่ตัวเดียว
- ต้องการสูตรเดียวที่ใช้ได้กับหลายแปลงเพื่อลดความซับซ้อนในการเตรียมของ
ถ้าปัญหาเป็นธาตุตัวเดียว เช่น ใบขอบไหม้เพราะขาดโพแทสเซียม การใช้ 20-20-20 เหมือนยิงกระสุนหลายนัดเพื่อหวังโดนเป้าเดียว ได้ธาตุที่ไม่ต้องการติดมาด้วย ตารางอัตราแก้อาการขาดธาตุในคู่มือ (ต่อน้ำ 100 ลิตร) ให้แยกตัวไว้ให้เลือก เช่น MKP 125-250 กรัม โพแทสเซียมซัลเฟตหรือคลอไรด์ 300-500 กรัม และยูเรีย 500-1,000 กรัม ผมไม่ยกตัวเลขเกินจากนี้ที่ไม่ได้เปิดอ่านจริง
ต่างจากสูตรเร่งดอกอย่างไร และทำไมใช้สลับกันไม่ได้
คำว่า "สูตรเร่งดอก" ในร้านมักหมายถึงสูตรที่ตัวกลาง (ฟอสฟอรัส) สูงหรือตัวท้าย (โพแทสเซียม) สูง และตัวหน้า (ไนโตรเจน) ต่ำหรือเป็นศูนย์ ในคู่มือกรมวิชาการเกษตร มะม่วงช่วงช่อดอกโผล่ใช้สัดส่วน 1:2:1, 1:2:2 หรือ 1:3:2 หรือ MKP ซึ่งหมายถึงฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูงกว่าไนโตรเจน ส่วนช่วงติดผลใช้สัดส่วน 1:1:1, 2:1:1, 3:1:1 เช่น 21-21-21, 30-15-15 และ 30-10-10 และก่อนเก็บเกี่ยวเพิ่มโพแทสเซียมเช่น 13-0-46 หรือ 0-0-60
จะเห็นว่า "ตัวเลขสามตัว" เปลี่ยนตามเป้าหมายของระยะ ไม่ใช่สูตรไหนดีที่สุดโดยตัวมันเอง 20-20-20 อยู่ที่สัดส่วน 1:1:1 ซึ่งตรงกับช่วงติดผลของมะม่วง (21-21-21) แต่ไม่ตรงกับช่วงช่อดอกโผล่ ถ้าพ่น 20-20-20 ตอนช่อดอกโผล่ ได้ไนโตรเจนมากกว่าที่คู่มือต้องการช่วงนั้น เสี่ยงให้ต้นแตกใบอ่อนแทนดอก (เป็นข้อสังเกตจากสัดส่วนที่คู่มือเลือก)
เรื่องว่าสูตรเร่งดอกเร่งได้จริงหรือไม่ ต้องแยกให้ชัด ปุ๋ยทางใบไม่ใช่สวิตช์เปิดดอก ดอกเกิดจากหลายปัจจัย เช่น อายุใบ ความเครียดน้ำ อุณหภูมิ และการตัดแต่ง ปุ๋ยเป็นส่วนช่วยให้ต้นพร้อม คู่มือทุเรียนจึงตั้งเงื่อนไขว่าใช้โพแทสเซียมไนเตรตเมื่อออกดอกน้อยกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของกิ่ง หรือน้อยกว่า 3 ช่อต่อกิ่งยาว 1 เมตร ไม่ใช่พ่นทุกปี
เรื่องอื่นที่ชวนอ่านต่อ คือเมื่อไหร่ปุ๋ยทางใบได้ผลจริง ที่ พ่นปุ๋ยทางใบเมื่อไหร่ถึงได้ผล และเทียบกับการใส่ทางดินที่ ปุ๋ยทางใบกับทางดิน
วิธีเลือกซื้อและอ่านฉลาก เมื่อไม่มีใครบอกว่าสูตรไหนดี
ที่หน้าร้านเกษตร ลองถามตัวเองสามข้อก่อนหยิบถุง
- เป้าหมายตอนนี้คืออะไร บำรุงใบ เตรียมดอก หรือบำรุงผล เทียบกับสัดส่วนที่คู่มือใช้ในระยะนั้น
- ตัวเลขเกรดบนฉลากตรงกับที่ต้องการหรือไม่ และในฉลากระบุธาตุรองหรือสารอื่นผสมหรือไม่ ธาตุรองบางตัว เช่น โบรอน มีช่วงปลอดภัยแคบ
- อัตราในฉลากเป็นกรัมต่อน้ำกี่ลิตร และเมื่อเทียบกับคู่มือแล้วใกล้เคียงหรือสูงเกินไปหรือไม่ ถ้าสูงกว่าให้ถามร้านว่าเหตุผลคืออะไร
ถ้าผู้ขายแนะนำ "สูตรเดียวใช้ได้ทุกพืชทุกระยะ" ให้ระวังไว้ก่อน เพราะคู่มือทางการแยกสูตรตามพืชและระยะไว้ชัดเจน ผมไม่ได้บอกว่าผู้ขายต้องผิด แต่ควรเทียบกับเอกสารเสมอ
เรื่องปุ๋ยที่ชาวสวนทำเองอย่างน้ำปลาหมัก มีบทความแยก ปุ๋ยน้ำปลาหมักพ่นทางใบ ซึ่งตัวเลขธาตุไม่เท่ากับปุ๋ยเคมีเกรดมาตรฐาน อย่าเอาไปเทียบตรงกับ 20-20-20
ตัวอย่างคำนวณต้นทุนต่อรอบ (สมมุติ ใช้วิธีคิดเท่านั้น)
ผมไม่มีราคาปุ๋ยจากหน้าร้านที่ระบุวันที่ จึงไม่ใส่ราคา ลองใช้วิธีคิดดังนี้
- ปุ๋ยต่อถัง = 60 กรัม คูณราคาต่อกรัมจากใบเสร็จของร้านที่ซื้อ ราคาต่อกรัม = ราคาถุง หารน้ำหนักถุงเป็นกรัม
- ตัวอย่างสมมุติ ถ้าถุง 1 กิโลกรัมราคา X บาท ปุ๋ย 60 กรัมคือ X x 60 / 1,000 บาท
- ต้นทุนธาตุ ถ้าต้องการเปรียบเทียบสูตร ใช้ราคาต่อกรัมของ "ธาตุ" เช่น ต้นทุนต่อ P2O5 1 กรัมของ 20-20-20 เทียบกับ MKP ซึ่ง P2O5 52 เปอร์เซ็นต์ ต่างกันเกือบ 2.6 เท่าต่อน้ำหนัก (52 / 20)
- บวกค่าแรง เชื้อเพลิง และเวลา เพราะการพ่นหลายรอบมักแพงที่แรงงาน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ 20-20-20
- คิดว่าตัวเลขเยอะแปลว่าดี 20-20-20 ไม่ได้ดีกว่า 15-30-15 เสมอไป คู่มือยอมให้ใช้ทั้งสองตามสถานการณ์ในทุเรียน
- ใช้ 20-20-20 แทนสูตรเร่งดอกตอนเตรียมดอก ทั้งที่ช่วงนั้นคู่มือใช้สูตรฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูงหรือไม่มีไนโตรเจน
- ใช้เกินอัตรา เช่น ผสมเข้มกว่า 60 กรัมต่อ 20 ลิตร เพราะเชื่อว่าได้ผลเร็วขึ้น ใบอ่อนไหม้ง่ายเมื่อเกลือเข้มข้น
- ไม่ดูว่าปัญหาเป็นธาตุตัวเดียวหรือหลายตัว ตารางแก้อาการขาดธาตุของคู่มือแยกตัวไว้ชัด
- อ่านเกรดแล้วเปรียบเทียบกับปุ๋ยอินทรีย์ที่ไม่ระบุเกรด เป็นการเทียบสองเรื่องต่างหน่วยกัน
ข้อผิดพลาดเรื่องจังหวะพ่นที่ใช้ได้กับทุกสูตร ดูต่อได้ที่ ข้อผิดพลาดเรื่องจังหวะพ่นปุ๋ยทางใบ
สรุป
20-20-20 คือสูตรสมดุลที่ให้ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมเท่ากัน คู่มือกรมวิชาการเกษตรใช้กับทุเรียนช่วงใบเพสลาดที่ 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร 1-2 ครั้ง ส่วนช่วงเตรียมดอกและบำรุงผลใช้สูตรอื่นตามเป้าหมายระยะ เช่น MKP 0-52-34 และโพแทสเซียมไนเตรต 13-0-46 ก่อนซื้อให้อ่านเกรดบนฉลาก เทียบกับระยะของพืช คำนวณธาตุต่อถังด้วยวิธีที่ให้ไว้ และถามเกษตรอำเภอสำหรับอัตราที่เอกสารไม่ได้ระบุ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมวิชาการเกษตร — คู่มือการใช้ปุ๋ยไม้ผล ฉบับ ก.ย. 2566 (ทุเรียน ลำไย มะม่วง ตารางพ่นทางใบ ตารางอัตราแก้อาการขาดธาตุ) (https://doa.go.th/share/attachment.php?aid=3161)
- กรมวิชาการเกษตร — ขอบเขตห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 (N, P2O5, K2O) (https://www.doa.go.th/oard5/wp-content/uploads/2026/03/RF-7.4-02-HB.pdf)
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
พ่นปุ๋ยและยาในแปลงต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันอะไร ทำอย่างไรไม่ให้ลมพัดกลับมาโดนตัว
ชุดป้องกันขั้นต่ำตามกรมควบคุมโรคคือหมวก แว่นครอบตา หน้ากากไส้กรอง เสื้อผ้ามิดชิด ถุงมือและบูทยาง และต้องยืนเหนือลมตามกรมส่งเสริมการเกษตร
ทำปุ๋ยน้ำพ่นทางใบเองจากเศษพืชหรือปลา ใช้ได้จริงไหม และข้อควรระวัง
น้ำหมักชีวภาพที่ทำเองเป็นสารกระตุ้นเจือจาง ไม่ใช่ปุ๋ยแทนเคมี บทความสรุปสูตร อัตราเจือจาง ตัวอย่างคำนวณธาตุอาหาร และข้อควรระวังตามเอกสารกรมพัฒนาที่ดินและ สวพส.
วิธีผสมสารจับใบกับปุ๋ยทางใบให้ถูกลำดับ และสัญญาณว่าผสมผิด
ลำดับผสมที่เอกสารรองรับคือยึดฉลากก่อน แล้วน้ำ ผงที่ทำสลัวร์รี ของเหลว และสารจับใบเป็นลำดับท้ายสุด พร้อมวิธี jar test และสัญญาณว่าผสมผิด
สารจับใบคืออะไร ใช้เมื่อไหร่ และไม่จำเป็นเมื่อไหร่
สารจับใบคือสารลดแรงตึงผิวหรือสารเสริมประสิทธิภาพที่ช่วยให้น้ำพ่นแผ่และเกาะใบได้ดีขึ้น ใช้เมื่อฉลากกำหนดหรือใบเปียกยาก และไม่จำเป็นเมื่อสูตรมีผสมมาแล้ว
ผสมปุ๋ยทางใบกับยาหรือสารอื่นถังเดียวกันได้ไหม ความเสี่ยงและข้อควรรู้
หน่วยงานรัฐให้ภาพเรื่องผสมปุ๋ยกับยาไม่เหมือนกัน บทความนี้สรุปความเสี่ยง วิธีทดสอบ jar test และเงื่อนไขตัดสินใจ โดยให้ฉลากเป็นตัวตัดสิน
พ่นปุ๋ยทางใบแล้วใบไหม ใบด่าง สาเหตุและวิธีแก้
ใบไหม้หลังพ่นปุ๋ยมักมาจากความเข้มข้น แดด หรือการผสมสาร ส่วนใบด่างอาจไม่เกี่ยวกับปุ๋ย บทความนี้ไล่อาการ สาเหตุ และวิธีแก้ตามลำดับ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

เหยื่อตกปลา สูตร 9933+กุ้งแดง (ชัวร์ ) กระตุ้นการกินของปลานิล เลี้ยงฝูงปลาอย่างบ้าคลีาง
ดูรายละเอียด
เหยื่อตกปลา สูตร 9933+เดือนแดง (ชัวร์ ) กระตุ้นการกินของปลานิล เลี้ยงฝูงปลาอย่างบ้าคลั่ง
ดูรายละเอียด
หนังสือ คู่มือ การผลิต และ ซื้อขาย ไม้ล้อม พันล้าน : เกษตร พันธุ์ไม้ การซื้อไม้ การปลูกไม้ การขายไม้ วิธีขุดไม้ใหญ่
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
ปุ๋ย 20-20-20 หมายถึงอะไร
ตัวเลขสามตัวคือสัดส่วนไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P2O5) และโพแทสเซียม (K2O) โดยน้ำหนักของปุ๋ย 20-20-20 จึงมีสามธาตุเท่ากัน ถ้าใช้ 60 กรัมจะได้ธาตุละประมาณ 12 กรัม (คำนวณจากสัดส่วน) ควรเทียบกับฉลากผลิตภัณฑ์จริง
20-20-20 ใช้กับทุเรียนตอนไหน
คู่มือกรมวิชาการเกษตร (ก.ย. 2566) ให้ใช้ 15-30-15 หรือ 20-20-20 อัตรา 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ช่วงใบเพสลาด 1-2 ครั้ง
สูตรเร่งดอกต่างจาก 20-20-20 อย่างไร
สูตรเตรียมดอกในคู่มือเน้นฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม เช่น MKP 0-52-34 หรือโพแทสเซียมไนเตรต 13-0-46 โดยไม่มีไนโตรเจนหรือมีน้อย ส่วน 20-20-20 ให้สามธาตุเท่ากัน
พ่น 20-20-20 ตอนช่อดอกมะม่วงโผล่ได้ไหม
คู่มือให้ใช้สัดส่วนฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูงในช่วงนั้น เช่น 1:2:1, 1:2:2, 1:3:2 หรือ MKP ส่วน 1:1:1 อย่าง 21-21-21 อยู่ในช่วงติดผล จึงไม่ตรงกับช่วงช่อดอกโผล่
ใช้เกรดเดียวกันได้ทุกพืชไหม
คู่มือทางการแยกสูตรตามพืชและระยะ เช่น ทุเรียน มะม่วง ลำไย ไม่ควรเหมาว่าสูตรเดียวใช้ได้ทุกพืช ควรเทียบฉลากและถามเกษตรอำเภอ
ตรวจสอบเกรดปุ๋ยได้ที่ไหน
ห้องปฏิบัติการของกรมวิชาการเกษตรตรวจปุ๋ยตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 วิเคราะห์ N, P2O5, K2O สอบถามสำนักงานเกษตรจังหวัดเรื่องการส่งตัวอย่าง
