คำตอบสั้น ๆ
ช่วงน้ำท่วม ปัญหาที่คนในบ้านถามกันบ่อยที่สุดไม่ใช่ว่าจะหาอาหารจากที่ไหน แต่คือของที่มีอยู่แล้วยังกินได้หรือเปล่า ข้าวสารที่ถุงเปียกครึ่งกระสอบ ปลากระป
คำตอบเร็ว: อาหารที่โดนน้ำท่วมไม่ควรกิน ทั้งของสด วัตถุดิบ และอาหารในถุง กล่อง หรือกระป๋องที่เปียกน้ำ เสียหาย หรือสงสัยว่าปนเปื้อน แม้หน้าตาภายนอกจะดูปกติ (กรมควบคุมโรค ก.ย. 2569) ส่วนน้ำดื่มช่วงน้ำท่วม ให้ใช้น้ำที่ไม่ได้สัมผัสน้ำท่วมก่อนเสมอ ถ้าต้องทำน้ำเอง ให้ตกตะกอนด้วยสารส้ม แล้วต้มให้เดือด 1-3 นาที หรือหยดคลอรีนน้ำ 2% 1 หยดต่อน้ำ 1 ลิตร ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ตามคำแนะนำของกรมอนามัย
ช่วงน้ำท่วม ปัญหาที่คนในบ้านถามกันบ่อยที่สุดไม่ใช่ว่าจะหาอาหารจากที่ไหน แต่คือของที่มีอยู่แล้วยังกินได้หรือเปล่า ข้าวสารที่ถุงเปียกครึ่งกระสอบ ปลากระป๋องที่จมอยู่ในตู้ล่าง ผักในสวนหลังบ้านที่น้ำเพิ่งลด หรือข้าวกล่องที่มีคนนำมาแจกตอนบ่าย คำถามเหล่านี้ต้องตัดสินใจทีละชิ้น และตัดสินใจผิดเพียงครั้งเดียวก็อาจทำให้ทั้งบ้านท้องเสียในช่วงที่การเดินทางไปโรงพยาบาลยากที่สุด บทความนี้จึงจัดเป็นตารางและเงื่อนไขแบบ "ถ้า...ให้ทำ..." โดยอิงเฉพาะคำแนะนำของกรมควบคุมโรคและกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)
หลักใหญ่ที่ต้องจำไว้ก่อนอ่านตารางมีประโยคเดียวจากกรมควบคุมโรค คือ "ไม่ควรรับประทานอาหารหรือวัตถุดิบที่สัมผัสน้ำท่วม" และอีกประโยคที่คนมักลืมคือ "น้ำลดไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงลดลงทันที" น้ำท่วมพาทั้งสิ่งปฏิกูล ซากสัตว์ และสารเคมีจากพื้นที่ต้นน้ำมาด้วย ของที่แช่น้ำจึงไม่ได้สกปรกแค่ผิวนอก
อาหารโดนน้ำท่วมกินได้ไหม ตารางตัดสินใจทิ้งหรือเก็บ
ตารางนี้ใช้กับอาหารที่มีอยู่ในบ้านหรือได้รับแจก ให้ไล่ดูจากคอลัมน์ซ้ายว่าอาหารชิ้นนั้นอยู่ในสภาพไหน แล้วทำตามคอลัมน์ขวา ถ้าลังเลระหว่างเก็บกับทิ้ง ให้ถือว่าทิ้ง เพราะต้นทุนของอาหารหนึ่งมื้อต่ำกว่าค่าเสียหายจากการป่วยในช่วงที่ออกจากบ้านไม่ได้
| ประเภทอาหาร / สภาพ | ตัดสินใจ | เหตุผลตามแหล่งทางการ |
|---|---|---|
| ของสด ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ไข่ ที่แช่หรือโดนน้ำท่วม | ทิ้ง | กรมควบคุมโรค: ไม่ควรรับประทานอาหารหรือวัตถุดิบที่สัมผัสน้ำท่วม |
| ข้าวสาร แป้ง ขนม อาหารแห้งในถุงหรือกล่องที่เปียกน้ำ | ทิ้ง | บรรจุภัณฑ์ที่เปียกน้ำ เสียหาย หรือสงสัยว่าปนเปื้อน ไม่ควรนำมารับประทาน แม้ภายนอกจะดูปกติ |
| อาหารกระป๋องที่จมหรือแช่น้ำท่วม | ทิ้ง | เข้าข่ายบรรจุภัณฑ์ที่เปียกน้ำหรือสงสัยว่าปนเปื้อน |
| อาหารกระป๋องที่ไม่ได้โดนน้ำ แต่กระป๋องบวมหรือเป็นสนิม | ทิ้ง | กรมอนามัย: กระป๋องต้องไม่บวม ไม่เป็นสนิม |
| อาหารกระป๋องที่ไม่ได้โดนน้ำ กระป๋องปกติ | กินได้ โดยเทใส่ภาชนะก่อนอุ่น | กรมอนามัย: ห้ามอุ่นอาหารทั้งกระป๋องโดยเด็ดขาด |
| ข้าวกล่องหรืออาหารปรุงสุกที่ได้รับแจก | กินภายใน 2 ชั่วโมงหลังปรุง | กรมอนามัย: อาหารกล่องควรกินหลังปรุงภายใน 2 ชั่วโมง |
| สัตว์ที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือซากสัตว์ที่พบในน้ำ (ไก่ ปลา หมู ฯลฯ) | ห้ามนำมาปรุงอาหาร | กรมควบคุมโรค: ไม่ควรนำมาประกอบอาหาร |
| อาหารที่ไม่ได้โดนน้ำ แต่วางเปิดทิ้งไว้ | ปิดฝาหรือคลุมทุกครั้ง | กรมควบคุมโรค: หลังน้ำลดต้องปิดอาหารเพื่อกันแมลงวัน |
ข้อสังเกตจากหน้างานจริงคือ ของที่คนเสียดายที่สุดมักเป็นข้าวสารกระสอบใหญ่ที่เปียกแค่ด้านล่าง แต่คำแนะนำทางการไม่ได้แยกว่าเปียกมากหรือเปียกน้อย บรรจุภัณฑ์ที่เปียกน้ำท่วมให้ถือว่าไม่ควรกินทั้งหมด ส่วนที่อยู่ในภาชนะปิดสนิทบนชั้นสูงและไม่ได้สัมผัสน้ำเลยยังใช้ได้ตามปกติ วิธีลดความสูญเสียครั้งหน้าคือย้ายอาหารแห้งขึ้นที่สูงตั้งแต่ได้ยินประกาศเตือนน้ำ ไม่ใช่รอให้น้ำเข้าบ้านก่อน
เงื่อนไขตัดสินใจทีละขั้น ถ้าเจอแบบนี้ให้ทำอย่างไร
ถ้าตารางยังไม่ครอบคลุมสถานการณ์ในบ้าน ให้ถามตัวเองตามลำดับนี้ ตอบ "ใช่" ข้อไหนให้หยุดที่ข้อนั้นและทำตามคำแนะนำ
- อาหารหรือบรรจุภัณฑ์เคยสัมผัสน้ำท่วมหรือไม่ ถ้าใช่ ไม่ควรกิน ไม่ต้องดูต่อว่าสภาพภายนอกเป็นอย่างไร
- บรรจุภัณฑ์เสียหาย บวม เป็นสนิม หรือสงสัยว่าปนเปื้อนหรือไม่ ถ้าใช่ ไม่ควรกิน
- เป็นสัตว์ที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุหรือพบลอยมากับน้ำหรือไม่ ถ้าใช่ ห้ามนำมาปรุงอาหาร
- เป็นอาหารปรุงสุกที่ปรุงเสร็จเกิน 2 ชั่วโมงแล้วหรือไม่ทราบเวลาปรุง ถ้าใช่ ไม่ควรเสี่ยงกิน
- เป็นอาหารกระป๋องสภาพดีที่ไม่ได้โดนน้ำ กินได้ แต่ต้องเทออกใส่ภาชนะก่อนอุ่น ห้ามตั้งไฟทั้งกระป๋อง
- ผ่านทุกข้อแล้ว ให้ล้างมือก่อนหยิบอาหาร และปิดฝาภาชนะทุกครั้งหลังตักแบ่ง
ลำดับนี้ตั้งใจให้ข้อที่ตัดสินง่ายที่สุดอยู่บนสุด เพราะในสภาพที่ไฟดับ แสงน้อย และคนในบ้านเหนื่อย การตัดสินใจด้วยคำถามเดียวว่า "โดนน้ำหรือยัง" ช่วยให้ทุกคนในบ้านทำเหมือนกันโดยไม่ต้องเถียงกัน
น้ำดื่มช่วงน้ำท่วม เลือกแหล่งไหนก่อน
น้ำดื่มเป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจทุกวันระหว่างน้ำท่วม ลำดับความปลอดภัยที่ใช้ได้จริงตามแนวทางของกรมอนามัยคือ
- น้ำที่ไม่ได้สัมผัสน้ำท่วมเลย เช่น น้ำบรรจุขวดที่เก็บไว้ที่สูง ฝาปิดสนิท ใช้ได้ก่อนแหล่งอื่น ขวดที่จมน้ำหรือแช่น้ำให้ใช้หลักเดียวกับบรรจุภัณฑ์อาหาร คือถ้าสงสัยว่าปนเปื้อนไม่ควรดื่ม
- น้ำฝนที่รองเก็บไว้ดื่ม กรมอนามัยแนะนำให้ต้มก่อนดื่ม
- น้ำที่ขุ่นหรือไม่แน่ใจที่มา ต้องผ่านการตกตะกอนและฆ่าเชื้อตามขั้นตอนด้านล่างก่อน
- น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่ที่มีรายงานสารพิษปนเปื้อน ห้ามใช้จนกว่าจะมีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่าปลอดภัย กรณีจังหวัดปราจีนบุรีในปี 2569 กรมอนามัยแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลุยน้ำและไม่ใช้น้ำธรรมชาติจนกว่าผลแล็บจะยืนยัน ซึ่งเป็นกรณีที่การต้มหรือใช้คลอรีนอย่างเดียวไม่ได้ช่วย
ถ้าน้ำประปาในบ้านเพิ่งกลับมาไหลหลังน้ำลด ให้ดูขั้นตอนเช็กระบบน้ำและไฟก่อนใช้ในบทความ กลับเข้าบ้านหลังน้ำท่วม เช็กไฟฟ้าและน้ำประปาก่อนใช้อย่างไร
วิธีทำน้ำให้สะอาดด้วยสารส้ม ต้ม หรือคลอรีน
อินโฟกราฟิกของกรมอนามัย (กองอนามัยฉุกเฉิน) แบ่งเป็น 2 ช่วง คือทำให้น้ำใสก่อน แล้วค่อยฆ่าเชื้อ ห้ามข้ามช่วงแรกถ้าน้ำขุ่น เพราะตะกอนทำให้การฆ่าเชื้อได้ผลน้อยลง
- ตกตะกอนด้วยสารส้ม ใส่สารส้มแล้วกวนเร็ว 5 นาที ตามด้วยกวนช้า 10 นาที จากนั้นตั้งทิ้งไว้ให้ตกตะกอน 30-60 นาที
- ตักเฉพาะน้ำใสส่วนบน ใส่ภาชนะที่สะอาด ไม่เทตะกอนก้นถังตามมา
- ฆ่าเชื้อ เลือกวิธีใดวิธีหนึ่ง
- ต้มให้น้ำเดือดเป็นเวลา 1-3 นาที แล้วพักให้เย็นในภาชนะที่มีฝาปิด
- หยดคลอรีนน้ำ 2% หรือหยดทิพย์ (อ 32) 1 หยดต่อน้ำ 1 ลิตร ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีก่อนใช้
- เก็บน้ำที่ทำแล้วในภาชนะมีฝาปิด กรมควบคุมโรคแนะนำให้ปิดภาชนะเก็บน้ำเพื่อป้องกันยุงวางไข่
ตัวอย่างการใช้ (เป็นตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพเท่านั้น): ถ้าบ้านมีถังน้ำที่ตกตะกอนแล้วและตักน้ำใสได้ 5 ลิตร ตามอัตราของกรมอนามัยจะใช้คลอรีนน้ำ 2% 5 หยด แล้วรอประมาณ 30 นาที ก่อนใช้ทุกครั้งให้ตรวจฉลากผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ว่าเป็นคลอรีนน้ำความเข้มข้น 2% ตรงตามคำแนะนำ ห้ามเอาน้ำยาซักผ้าขาวหรือสารอื่นมาใช้แทน เพราะไม่มีอัตราที่หน่วยงานทางการรับรองไว้สำหรับกรณีนี้
กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ทารก เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์
กรมอนามัยระบุกลุ่มเปราะบางในพื้นที่น้ำท่วมว่าได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง กลุ่มนี้ถ้าท้องเสียหรือขาดน้ำจะทรุดเร็วกว่าคนทั่วไป จึงควรได้น้ำและอาหารที่ปลอดภัยที่สุดในบ้านก่อน
- ทารก: นมแม่เป็นอาหารที่ปลอดภัยที่สุดในภาวะภัยพิบัติ ไม่ควรใช้นมข้นหวาน ครีมเทียม เครื่องดื่มจากพืช หรือนมกล่อง UHT แทนนมผงสำหรับทารก
- การรับบริจาคนมผง: กรมอนามัยแนะนำให้ส่งผ่านหน่วยงานรัฐ ผู้บริจาคควรประสานหน่วยงานก่อนนำไปแจกเอง
- ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง: นอกจากอาหาร ต้องดูแลยาประจำตัวด้วย กรมควบคุมโรคแนะนำว่าถ้ายาเปียกน้ำหรือชำรุดไม่ควรนำมารับประทาน ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
รายละเอียดการดูแลแต่ละกลุ่มแบบครบขั้นตอนอยู่ในคู่มือภาพรวม คู่มือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 2569 เงินเยียวยา สิทธิ และขั้นตอน
กินผิดแล้วมีอาการแบบนี้ ต้องรีบทำอะไร
กรมควบคุมโรคจัดโรคระบบทางเดินอาหารเป็นหนึ่งใน 6 กลุ่มโรคที่ต้องเฝ้าระวังช่วงน้ำท่วม ร่วมกับไข้ฉี่หนู โรคผิวหนัง โรคที่มียุงเป็นพาหะ โรคตา และโรคระบบทางเดินหายใจ สิ่งที่ต้องดูหลังกินอาหารที่ไม่แน่ใจมีดังนี้
| สิ่งที่สังเกตได้ | ควรทำ |
|---|---|
| ปากแห้ง ปัสสาวะน้อย อ่อนเพลียมาก | เป็นสัญญาณขาดน้ำตามที่กรมควบคุมโรคระบุ ให้ดื่มน้ำสะอาดและใช้ผงเกลือแร่ (ORS) ตามวิธีที่ระบุบนซอง แล้วพบบุคลากรทางการแพทย์ |
| อาการรุนแรง หมดสติ หรือช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ | โทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 |
| ต้องการสอบถามเรื่องโรคที่มากับน้ำท่วม | สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 |
| ไปพบแพทย์หลังน้ำลด | แจ้งประวัติการอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบ |
หน้าคำแนะนำของกรมควบคุมโรคพูดถึงการใช้ ORS และอาการอันตรายไว้ด้วย บทความนี้ไม่ใส่สูตรผสมเกลือแร่เองที่บ้าน เพราะไม่มีอัตราในเอกสารทางการที่เราใช้อ้างอิง ให้ใช้ผงเกลือแร่สำเร็จรูปตามฉลาก
หลังน้ำลด เรื่องอาหารและน้ำที่ยังต้องทำต่อ
หลายบ้านกลับไปกินอยู่ตามปกติทันทีที่น้ำลดจากพื้นบ้าน แต่กรมควบคุมโรคย้ำว่าน้ำลดไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงลดลงทันที สิ่งที่ควรทำต่อในช่วงนี้คือ
- เทน้ำที่ขังอยู่ในภาชนะรอบบ้านทิ้ง และปิดฝาโอ่งหรือถังเก็บน้ำ เพื่อตัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
- ปิดอาหารทุกครั้งเพื่อกันแมลงวัน ซึ่งจะมากขึ้นตามขยะและโคลนที่ยังไม่ได้เก็บ
- ทิ้งอาหารที่โดนน้ำแยกจากขยะทั่วไป และเก็บให้พ้นมือเด็กหรือสัตว์เลี้ยง วิธีจัดการขยะหลังน้ำลดดูได้ที่ กำจัดโคลนและขยะหลังน้ำท่วม ทำอย่างไรไม่ให้เกิดโรค
- ล้างและฆ่าเชื้อพื้นที่ครัวก่อนกลับมาทำอาหาร ตามลำดับในบทความ ล้างบ้านหลังน้ำลดและกำจัดเชื้อราอย่างปลอดภัย
- ถ้าห้องน้ำยังใช้ไม่ได้ กรมอนามัยแนะนำให้ขับถ่ายลงถุงแล้วใส่ปูนขาว ไม่ขับถ่ายลงน้ำ เพราะจะย้อนกลับมาปนเปื้อนน้ำที่คนอื่นใช้
ตู้เย็นที่จมน้ำเป็นอีกจุดที่ต้องตัดสินใจ อาหารในตู้เย็นที่น้ำเข้าถึงถือว่าสัมผัสน้ำท่วม ส่วนตัวตู้เย็นจะใช้ต่อได้หรือไม่ต้องให้ช่างตรวจ อ่านต่อใน เครื่องใช้ไฟฟ้าโดนน้ำท่วม ตู้เย็น แอร์ ปั๊มน้ำ ยังใช้ต่อได้ไหม
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องอาหารช่วงน้ำท่วม
- ล้างกระป๋องที่จมน้ำแล้วเก็บไว้กิน คำแนะนำทางการระบุว่าบรรจุภัณฑ์ที่เปียกน้ำไม่ควรนำมารับประทานแม้ภายนอกดูปกติ การล้างภายนอกไม่ได้เปลี่ยนคำแนะนำนี้
- ตั้งกระป๋องบนไฟทั้งใบเพื่อประหยัดภาชนะ กรมอนามัยห้ามอุ่นอาหารทั้งกระป๋องโดยเด็ดขาด
- เก็บข้าวกล่องที่ได้รับแจกไว้กินมื้อเย็น อาหารกล่องควรกินภายใน 2 ชั่วโมงหลังปรุง
- เก็บไก่หรือปลาที่ลอยตายมาทำอาหาร เป็นสิ่งที่กรมควบคุมโรคบอกไว้ชัดว่าไม่ควรทำ
- ต้มน้ำขุ่นโดยไม่ตกตะกอนก่อน ควรใช้สารส้มตกตะกอนตามเวลาที่กำหนดก่อนแล้วค่อยต้มหรือหยดคลอรีน
- ใช้น้ำยาฟอกขาวกะปริมาณเองแทนคลอรีนน้ำ 2% ไม่มีอัตราที่หน่วยงานทางการรับรองในเอกสารที่ใช้อ้างอิง
- ให้ทารกกินนมข้นหวานหรือนมกล่องแทนนมผง กรมอนามัยแนะนำไม่ให้ใช้แทน
สรุป
คำตอบของคำถามว่าอาหารโดนน้ำท่วมยังกินได้ไหม ตามกรมควบคุมโรคและกรมอนามัยคือไม่ควรกิน ทั้งของสดและอาหารในบรรจุภัณฑ์ที่เปียกน้ำหรือเสียหาย ส่วนอาหารที่ไม่ได้โดนน้ำให้เช็กกระป๋องไม่บวมไม่เป็นสนิม ห้ามอุ่นทั้งกระป๋อง และกินข้าวกล่องภายใน 2 ชั่วโมงหลังปรุง สำหรับน้ำดื่มช่วงน้ำท่วม ให้ใช้น้ำที่ไม่สัมผัสน้ำท่วมก่อน ถ้าต้องทำเองให้ตกตะกอนด้วยสารส้มแล้วต้มเดือด 1-3 นาที หรือใช้คลอรีนน้ำ 2% 1 หยดต่อลิตร และถ้ามีอาการขาดน้ำหรืออาการรุนแรงให้ติดต่อ 1669 หรือสอบถามกรมควบคุมโรคที่ 1422
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมควบคุมโรค — อาหารที่สัมผัสน้ำท่วม (3 ก.ย. 2569) — หลักไม่กินอาหารและบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสน้ำท่วม https://www.ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=59984&deptcode=brc
- กรมควบคุมโรค — อาหารแจกและซากสัตว์ (2 ต.ค. 2569) — ห้ามนำซากสัตว์มาประกอบอาหาร และสัญญาณขาดน้ำ https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=60639&deptcode=brc
- กรมควบคุมโรค — 6 กลุ่มโรคช่วงน้ำท่วม (27 ก.ย. 2569) — กลุ่มโรคที่ต้องเฝ้าระวังและสายด่วน https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=60504&deptcode=brc
- กรมควบคุมโรค — หลังน้ำลด (3 ต.ค. 2569) — ปิดภาชนะน้ำ ปิดอาหาร แจ้งประวัติอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=60651&deptcode=brc
- กรมอนามัย — อินโฟกราฟิกการทำน้ำให้สะอาด — สารส้ม การต้ม และคลอรีนน้ำ 2% https://multimedia.anamai.moph.go.th/infographics/info818_flood_39/
- กรมอนามัย — อาหารกระป๋อง อาหารกล่อง และห้องส้วม — ห้ามอุ่นทั้งกระป๋อง อาหารกล่อง 2 ชั่วโมง https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/020964/
- กรมอนามัย — น้ำฝนสำหรับดื่ม — ต้มน้ำฝนก่อนดื่ม https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/170865/
- กรมอนามัย — น้ำท่วมปนเปื้อนสารพิษ ปราจีนบุรี (5 ต.ค. 2569) — ไม่ใช้น้ำธรรมชาติจนกว่าผลแล็บยืนยัน และกลุ่มเปราะบาง https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/091069/
- กรมอนามัย — ทารกและนมแม่ในภาวะภัยพิบัติ (5 ต.ค. 2569) — ไม่ใช้นมข้นหวานหรือนม UHT แทนนมผงทารก https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/051069/
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
ทุเรียนส่งจีนถูกตรวจแคดเมียมและสี BY2 ชาวสวนต้องเตรียมอะไร
จีนให้ทุเรียนไทยแนบผลตรวจแคดเมียมและสี BY2 ก่อนส่งออก บทความนี้สรุปสิ่งที่ชาวสวนควบคุมได้ตั้งแต่ในสวนจนถึงล้ง พร้อมบอกว่าเรื่องไหนยังไม่มีข้อสรุปจากหน่วยงานทางการ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569
ปลูกกัญชาปี 2569 ต้องขออนุญาตอะไร และกฎหมายกำหนดไว้อย่างไร
ปี 2569 กฎหมายกัญชามีทั้งส่วนที่ใช้อยู่แล้วและร่างที่ ครม. เพิ่งเห็นชอบ บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรมีผลแล้ว อะไรยังเป็นร่าง และเรื่องไหนต้องถามหน่วยงานโดยตรงก่อนลงมือปลูกหรือขาย
เงินช่วยเหลือชาวนาปี 2569/70 ใครได้บ้าง และตรวจสอบสิทธิ์อย่างไร
ไร่ละ 2,000 บาทสำหรับชาวนาปี 2569/70 ยังเป็นข้อเสนอ ยังไม่ผ่านการอนุมัติครบทุกขั้น บทความนี้แยกสิ่งที่ยืนยันแล้วกับสิ่งที่ยังไม่ประกาศ และบอกวิธีเตรียมทะเบียนเกษตรกรและบัญชี ธ.ก.ส. ไว้ล่วงหน้า
โครงการบ่อจิ๋วในไร่นา ใครสมัครได้และมีขั้นตอนอย่างไร
โครงการบ่อจิ๋วของกรมพัฒนาที่ดินให้เกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิ์นอกเขตชลประทานสมัครผ่านสถานีพัฒนาที่ดิน ออกเงินสมทบ 2,500 บาทต่อบ่อ บทความนี้สรุปคุณสมบัติ ขั้นตอน และสิ่งที่ยังต้องถามหน่วยงาน
ปีเอลนีโญควรทำนาปรังรอบสองไหม หรือเปลี่ยนไปปลูกพืชใช้น้ำน้อย
รัฐบาลเคยแจ้งให้งดทำนาปรังรอบสองเมื่อ 4 พ.ค. 2569 แต่แผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง 2569/70 ฉบับทางการยังไม่พบ ณ ต.ค. 2569 บทความนี้ช่วยตัดสินใจด้วยข้อมูลน้ำและคำถาม 5 ข้อก่อนลงทุน
สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก เก็บข้าวไว้ในยุ้งแล้วได้อะไรบ้าง
ปี 2569/70 นบข. อนุมัติสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกวงเงิน 41,483.33 ล้านบาท และเงินช่วยค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท บทความนี้แยกให้เห็นว่าอะไรยืนยันแล้ว อะไรยังต้องถาม ธ.ก.ส. พร้อมตัวอย่างคิดต้นทุนเก็บข้าวในยุ้ง
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

ส่งด่วน Zebra ZD230 เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด พิมพ์ใบปะหน้า สติกเกอร์ พิมพ์ระบบ TT และ DT แถมฟรี สติกเกอร์ + หมึกริบบอน
ดูรายละเอียด
กล่องโฟมชุด 4 ใบ พร้อมถ้วยปลูก และ ถุงดำ พร้อมปลูก กล่องโฟมปลูกผัก กล่องโฟมปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ อุปกรณ์ครบพร้อมปลูก
ดูรายละเอียด
ชุดอุปกรณ์นำต้นกล้า (สำหรับรถปลูกข้าว 4 และ 6 แถว) คุณภาพ สำหรับรถปลูกข้าวเดินตาม Yanmar
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
อาหารกระป๋องที่จมน้ำท่วม แต่กระป๋องไม่บุบ ยังกินได้ไหม
กรมควบคุมโรคแนะนำว่าอาหารที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่เปียกน้ำ เสียหาย หรือสงสัยว่าปนเปื้อน ไม่ควรนำมารับประทาน แม้สภาพภายนอกจะดูปกติก็ตาม กระป๋องที่จมน้ำท่วมจึงอยู่ในกลุ่มที่ไม่ควรกิน ส่วนกระป๋องที่ไม่ได้โดนน้ำ ให้เช็กว่าไม่บวม ไม่เป็นสนิม และห้ามอุ่นทั้งกระป๋อง
ข้าวกล่องที่ได้รับแจกตอนน้ำท่วม ควรกินภายในเวลาเท่าไร
กรมอนามัยแนะนำให้กินอาหารกล่องภายใน 2 ชั่วโมงหลังปรุง ถ้าได้รับมาแล้วไม่รู้ว่าปรุงเสร็จตอนไหน หรือมีกลิ่น สี หรือเมือกผิดปกติ ไม่ควรเสี่ยงกิน
ต้มน้ำให้เดือดนานเท่าไรจึงใช้ดื่มได้
อินโฟกราฟิกของกรมอนามัยระบุให้ต้มน้ำให้เดือดเป็นเวลา 1-3 นาที ถ้าน้ำขุ่นให้ตกตะกอนด้วยสารส้มก่อน แล้วค่อยต้มหรือฆ่าเชื้อด้วยคลอรีน
ใช้คลอรีนฆ่าเชื้อน้ำดื่มต้องหยดเท่าไร
กรมอนามัยระบุว่าให้หยดคลอรีนน้ำ 2% หรือหยดทิพย์ (อ 32) ในปริมาณ 1 หยดต่อน้ำ 1 ลิตร แล้วตั้งทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ห้ามใช้สารอื่นที่ไม่ได้อยู่ในคำแนะนำทางการแทน
ไก่หรือปลาที่ตายลอยมากับน้ำ เอามาทำอาหารได้ไหม
ไม่ได้ กรมควบคุมโรคระบุว่าไม่ควรนำสัตว์ที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุหรือซากสัตว์ที่พบในพื้นที่น้ำท่วมมาประกอบอาหาร
ถ้าไม่มีนมผงให้ลูก ใช้นมข้นหวานหรือนมกล่องแทนได้ไหม
กรมอนามัยแนะนำว่านมแม่เป็นอาหารที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทารกในภาวะภัยพิบัติ และไม่ควรใช้นมข้นหวาน ครีมเทียม เครื่องดื่มจากพืช หรือนมกล่อง UHT แทนนมผงสำหรับทารก หากต้องการรับบริจาคนมผงควรผ่านหน่วยงานรัฐ
