ข่าว กฎหมาย มาตรฐานเผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

น้ำดื่มและอาหารช่วงน้ำท่วม อาหารโดนน้ำท่วมยังกินได้ไหม

อาหารโดนน้ำท่วมกินได้ไหม สรุปตามกรมควบคุมโรคและกรมอนามัย: อาหารและบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสน้ำท่วมไม่ควรกิน พร้อมวิธีทำน้ำดื่มช่วงน้ำท่วม และอาการที่ต้องรีบพบแพทย์

น้ำดื่มและอาหารช่วงน้ำท่วม อาหารโดนน้ำท่วมยังกินได้ไหม

คำตอบสั้น ๆ

ช่วงน้ำท่วม ปัญหาที่คนในบ้านถามกันบ่อยที่สุดไม่ใช่ว่าจะหาอาหารจากที่ไหน แต่คือของที่มีอยู่แล้วยังกินได้หรือเปล่า ข้าวสารที่ถุงเปียกครึ่งกระสอบ ปลากระป

คำตอบเร็ว: อาหารที่โดนน้ำท่วมไม่ควรกิน ทั้งของสด วัตถุดิบ และอาหารในถุง กล่อง หรือกระป๋องที่เปียกน้ำ เสียหาย หรือสงสัยว่าปนเปื้อน แม้หน้าตาภายนอกจะดูปกติ (กรมควบคุมโรค ก.ย. 2569) ส่วนน้ำดื่มช่วงน้ำท่วม ให้ใช้น้ำที่ไม่ได้สัมผัสน้ำท่วมก่อนเสมอ ถ้าต้องทำน้ำเอง ให้ตกตะกอนด้วยสารส้ม แล้วต้มให้เดือด 1-3 นาที หรือหยดคลอรีนน้ำ 2% 1 หยดต่อน้ำ 1 ลิตร ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ตามคำแนะนำของกรมอนามัย

ช่วงน้ำท่วม ปัญหาที่คนในบ้านถามกันบ่อยที่สุดไม่ใช่ว่าจะหาอาหารจากที่ไหน แต่คือของที่มีอยู่แล้วยังกินได้หรือเปล่า ข้าวสารที่ถุงเปียกครึ่งกระสอบ ปลากระป๋องที่จมอยู่ในตู้ล่าง ผักในสวนหลังบ้านที่น้ำเพิ่งลด หรือข้าวกล่องที่มีคนนำมาแจกตอนบ่าย คำถามเหล่านี้ต้องตัดสินใจทีละชิ้น และตัดสินใจผิดเพียงครั้งเดียวก็อาจทำให้ทั้งบ้านท้องเสียในช่วงที่การเดินทางไปโรงพยาบาลยากที่สุด บทความนี้จึงจัดเป็นตารางและเงื่อนไขแบบ "ถ้า...ให้ทำ..." โดยอิงเฉพาะคำแนะนำของกรมควบคุมโรคและกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

หลักใหญ่ที่ต้องจำไว้ก่อนอ่านตารางมีประโยคเดียวจากกรมควบคุมโรค คือ "ไม่ควรรับประทานอาหารหรือวัตถุดิบที่สัมผัสน้ำท่วม" และอีกประโยคที่คนมักลืมคือ "น้ำลดไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงลดลงทันที" น้ำท่วมพาทั้งสิ่งปฏิกูล ซากสัตว์ และสารเคมีจากพื้นที่ต้นน้ำมาด้วย ของที่แช่น้ำจึงไม่ได้สกปรกแค่ผิวนอก

อาหารโดนน้ำท่วมกินได้ไหม ตารางตัดสินใจทิ้งหรือเก็บ

ภาพประกอบ อาหารโดนน้ำท่วมกินได้ไหม ตารางตัดสินใจทิ้งหรือเก็บ

ตารางนี้ใช้กับอาหารที่มีอยู่ในบ้านหรือได้รับแจก ให้ไล่ดูจากคอลัมน์ซ้ายว่าอาหารชิ้นนั้นอยู่ในสภาพไหน แล้วทำตามคอลัมน์ขวา ถ้าลังเลระหว่างเก็บกับทิ้ง ให้ถือว่าทิ้ง เพราะต้นทุนของอาหารหนึ่งมื้อต่ำกว่าค่าเสียหายจากการป่วยในช่วงที่ออกจากบ้านไม่ได้

ประเภทอาหาร / สภาพตัดสินใจเหตุผลตามแหล่งทางการ
ของสด ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ไข่ ที่แช่หรือโดนน้ำท่วมทิ้งกรมควบคุมโรค: ไม่ควรรับประทานอาหารหรือวัตถุดิบที่สัมผัสน้ำท่วม
ข้าวสาร แป้ง ขนม อาหารแห้งในถุงหรือกล่องที่เปียกน้ำทิ้งบรรจุภัณฑ์ที่เปียกน้ำ เสียหาย หรือสงสัยว่าปนเปื้อน ไม่ควรนำมารับประทาน แม้ภายนอกจะดูปกติ
อาหารกระป๋องที่จมหรือแช่น้ำท่วมทิ้งเข้าข่ายบรรจุภัณฑ์ที่เปียกน้ำหรือสงสัยว่าปนเปื้อน
อาหารกระป๋องที่ไม่ได้โดนน้ำ แต่กระป๋องบวมหรือเป็นสนิมทิ้งกรมอนามัย: กระป๋องต้องไม่บวม ไม่เป็นสนิม
อาหารกระป๋องที่ไม่ได้โดนน้ำ กระป๋องปกติกินได้ โดยเทใส่ภาชนะก่อนอุ่นกรมอนามัย: ห้ามอุ่นอาหารทั้งกระป๋องโดยเด็ดขาด
ข้าวกล่องหรืออาหารปรุงสุกที่ได้รับแจกกินภายใน 2 ชั่วโมงหลังปรุงกรมอนามัย: อาหารกล่องควรกินหลังปรุงภายใน 2 ชั่วโมง
สัตว์ที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือซากสัตว์ที่พบในน้ำ (ไก่ ปลา หมู ฯลฯ)ห้ามนำมาปรุงอาหารกรมควบคุมโรค: ไม่ควรนำมาประกอบอาหาร
อาหารที่ไม่ได้โดนน้ำ แต่วางเปิดทิ้งไว้ปิดฝาหรือคลุมทุกครั้งกรมควบคุมโรค: หลังน้ำลดต้องปิดอาหารเพื่อกันแมลงวัน

ข้อสังเกตจากหน้างานจริงคือ ของที่คนเสียดายที่สุดมักเป็นข้าวสารกระสอบใหญ่ที่เปียกแค่ด้านล่าง แต่คำแนะนำทางการไม่ได้แยกว่าเปียกมากหรือเปียกน้อย บรรจุภัณฑ์ที่เปียกน้ำท่วมให้ถือว่าไม่ควรกินทั้งหมด ส่วนที่อยู่ในภาชนะปิดสนิทบนชั้นสูงและไม่ได้สัมผัสน้ำเลยยังใช้ได้ตามปกติ วิธีลดความสูญเสียครั้งหน้าคือย้ายอาหารแห้งขึ้นที่สูงตั้งแต่ได้ยินประกาศเตือนน้ำ ไม่ใช่รอให้น้ำเข้าบ้านก่อน

เงื่อนไขตัดสินใจทีละขั้น ถ้าเจอแบบนี้ให้ทำอย่างไร

ถ้าตารางยังไม่ครอบคลุมสถานการณ์ในบ้าน ให้ถามตัวเองตามลำดับนี้ ตอบ "ใช่" ข้อไหนให้หยุดที่ข้อนั้นและทำตามคำแนะนำ

  1. อาหารหรือบรรจุภัณฑ์เคยสัมผัสน้ำท่วมหรือไม่ ถ้าใช่ ไม่ควรกิน ไม่ต้องดูต่อว่าสภาพภายนอกเป็นอย่างไร
  2. บรรจุภัณฑ์เสียหาย บวม เป็นสนิม หรือสงสัยว่าปนเปื้อนหรือไม่ ถ้าใช่ ไม่ควรกิน
  3. เป็นสัตว์ที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุหรือพบลอยมากับน้ำหรือไม่ ถ้าใช่ ห้ามนำมาปรุงอาหาร
  4. เป็นอาหารปรุงสุกที่ปรุงเสร็จเกิน 2 ชั่วโมงแล้วหรือไม่ทราบเวลาปรุง ถ้าใช่ ไม่ควรเสี่ยงกิน
  5. เป็นอาหารกระป๋องสภาพดีที่ไม่ได้โดนน้ำ กินได้ แต่ต้องเทออกใส่ภาชนะก่อนอุ่น ห้ามตั้งไฟทั้งกระป๋อง
  6. ผ่านทุกข้อแล้ว ให้ล้างมือก่อนหยิบอาหาร และปิดฝาภาชนะทุกครั้งหลังตักแบ่ง

ลำดับนี้ตั้งใจให้ข้อที่ตัดสินง่ายที่สุดอยู่บนสุด เพราะในสภาพที่ไฟดับ แสงน้อย และคนในบ้านเหนื่อย การตัดสินใจด้วยคำถามเดียวว่า "โดนน้ำหรือยัง" ช่วยให้ทุกคนในบ้านทำเหมือนกันโดยไม่ต้องเถียงกัน

น้ำดื่มช่วงน้ำท่วม เลือกแหล่งไหนก่อน

น้ำดื่มเป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจทุกวันระหว่างน้ำท่วม ลำดับความปลอดภัยที่ใช้ได้จริงตามแนวทางของกรมอนามัยคือ

  • น้ำที่ไม่ได้สัมผัสน้ำท่วมเลย เช่น น้ำบรรจุขวดที่เก็บไว้ที่สูง ฝาปิดสนิท ใช้ได้ก่อนแหล่งอื่น ขวดที่จมน้ำหรือแช่น้ำให้ใช้หลักเดียวกับบรรจุภัณฑ์อาหาร คือถ้าสงสัยว่าปนเปื้อนไม่ควรดื่ม
  • น้ำฝนที่รองเก็บไว้ดื่ม กรมอนามัยแนะนำให้ต้มก่อนดื่ม
  • น้ำที่ขุ่นหรือไม่แน่ใจที่มา ต้องผ่านการตกตะกอนและฆ่าเชื้อตามขั้นตอนด้านล่างก่อน
  • น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่ที่มีรายงานสารพิษปนเปื้อน ห้ามใช้จนกว่าจะมีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่าปลอดภัย กรณีจังหวัดปราจีนบุรีในปี 2569 กรมอนามัยแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลุยน้ำและไม่ใช้น้ำธรรมชาติจนกว่าผลแล็บจะยืนยัน ซึ่งเป็นกรณีที่การต้มหรือใช้คลอรีนอย่างเดียวไม่ได้ช่วย

ถ้าน้ำประปาในบ้านเพิ่งกลับมาไหลหลังน้ำลด ให้ดูขั้นตอนเช็กระบบน้ำและไฟก่อนใช้ในบทความ กลับเข้าบ้านหลังน้ำท่วม เช็กไฟฟ้าและน้ำประปาก่อนใช้อย่างไร

วิธีทำน้ำให้สะอาดด้วยสารส้ม ต้ม หรือคลอรีน

อินโฟกราฟิกของกรมอนามัย (กองอนามัยฉุกเฉิน) แบ่งเป็น 2 ช่วง คือทำให้น้ำใสก่อน แล้วค่อยฆ่าเชื้อ ห้ามข้ามช่วงแรกถ้าน้ำขุ่น เพราะตะกอนทำให้การฆ่าเชื้อได้ผลน้อยลง

  1. ตกตะกอนด้วยสารส้ม ใส่สารส้มแล้วกวนเร็ว 5 นาที ตามด้วยกวนช้า 10 นาที จากนั้นตั้งทิ้งไว้ให้ตกตะกอน 30-60 นาที
  2. ตักเฉพาะน้ำใสส่วนบน ใส่ภาชนะที่สะอาด ไม่เทตะกอนก้นถังตามมา
  3. ฆ่าเชื้อ เลือกวิธีใดวิธีหนึ่ง
    • ต้มให้น้ำเดือดเป็นเวลา 1-3 นาที แล้วพักให้เย็นในภาชนะที่มีฝาปิด
    • หยดคลอรีนน้ำ 2% หรือหยดทิพย์ (อ 32) 1 หยดต่อน้ำ 1 ลิตร ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีก่อนใช้
  4. เก็บน้ำที่ทำแล้วในภาชนะมีฝาปิด กรมควบคุมโรคแนะนำให้ปิดภาชนะเก็บน้ำเพื่อป้องกันยุงวางไข่

ตัวอย่างการใช้ (เป็นตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพเท่านั้น): ถ้าบ้านมีถังน้ำที่ตกตะกอนแล้วและตักน้ำใสได้ 5 ลิตร ตามอัตราของกรมอนามัยจะใช้คลอรีนน้ำ 2% 5 หยด แล้วรอประมาณ 30 นาที ก่อนใช้ทุกครั้งให้ตรวจฉลากผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ว่าเป็นคลอรีนน้ำความเข้มข้น 2% ตรงตามคำแนะนำ ห้ามเอาน้ำยาซักผ้าขาวหรือสารอื่นมาใช้แทน เพราะไม่มีอัตราที่หน่วยงานทางการรับรองไว้สำหรับกรณีนี้

กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ทารก เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์

กรมอนามัยระบุกลุ่มเปราะบางในพื้นที่น้ำท่วมว่าได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง กลุ่มนี้ถ้าท้องเสียหรือขาดน้ำจะทรุดเร็วกว่าคนทั่วไป จึงควรได้น้ำและอาหารที่ปลอดภัยที่สุดในบ้านก่อน

  • ทารก: นมแม่เป็นอาหารที่ปลอดภัยที่สุดในภาวะภัยพิบัติ ไม่ควรใช้นมข้นหวาน ครีมเทียม เครื่องดื่มจากพืช หรือนมกล่อง UHT แทนนมผงสำหรับทารก
  • การรับบริจาคนมผง: กรมอนามัยแนะนำให้ส่งผ่านหน่วยงานรัฐ ผู้บริจาคควรประสานหน่วยงานก่อนนำไปแจกเอง
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง: นอกจากอาหาร ต้องดูแลยาประจำตัวด้วย กรมควบคุมโรคแนะนำว่าถ้ายาเปียกน้ำหรือชำรุดไม่ควรนำมารับประทาน ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

รายละเอียดการดูแลแต่ละกลุ่มแบบครบขั้นตอนอยู่ในคู่มือภาพรวม คู่มือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 2569 เงินเยียวยา สิทธิ และขั้นตอน

กินผิดแล้วมีอาการแบบนี้ ต้องรีบทำอะไร

กรมควบคุมโรคจัดโรคระบบทางเดินอาหารเป็นหนึ่งใน 6 กลุ่มโรคที่ต้องเฝ้าระวังช่วงน้ำท่วม ร่วมกับไข้ฉี่หนู โรคผิวหนัง โรคที่มียุงเป็นพาหะ โรคตา และโรคระบบทางเดินหายใจ สิ่งที่ต้องดูหลังกินอาหารที่ไม่แน่ใจมีดังนี้

สิ่งที่สังเกตได้ควรทำ
ปากแห้ง ปัสสาวะน้อย อ่อนเพลียมากเป็นสัญญาณขาดน้ำตามที่กรมควบคุมโรคระบุ ให้ดื่มน้ำสะอาดและใช้ผงเกลือแร่ (ORS) ตามวิธีที่ระบุบนซอง แล้วพบบุคลากรทางการแพทย์
อาการรุนแรง หมดสติ หรือช่วยเหลือตัวเองไม่ได้โทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669
ต้องการสอบถามเรื่องโรคที่มากับน้ำท่วมสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422
ไปพบแพทย์หลังน้ำลดแจ้งประวัติการอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบ

หน้าคำแนะนำของกรมควบคุมโรคพูดถึงการใช้ ORS และอาการอันตรายไว้ด้วย บทความนี้ไม่ใส่สูตรผสมเกลือแร่เองที่บ้าน เพราะไม่มีอัตราในเอกสารทางการที่เราใช้อ้างอิง ให้ใช้ผงเกลือแร่สำเร็จรูปตามฉลาก

หลังน้ำลด เรื่องอาหารและน้ำที่ยังต้องทำต่อ

หลายบ้านกลับไปกินอยู่ตามปกติทันทีที่น้ำลดจากพื้นบ้าน แต่กรมควบคุมโรคย้ำว่าน้ำลดไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงลดลงทันที สิ่งที่ควรทำต่อในช่วงนี้คือ

  • เทน้ำที่ขังอยู่ในภาชนะรอบบ้านทิ้ง และปิดฝาโอ่งหรือถังเก็บน้ำ เพื่อตัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
  • ปิดอาหารทุกครั้งเพื่อกันแมลงวัน ซึ่งจะมากขึ้นตามขยะและโคลนที่ยังไม่ได้เก็บ
  • ทิ้งอาหารที่โดนน้ำแยกจากขยะทั่วไป และเก็บให้พ้นมือเด็กหรือสัตว์เลี้ยง วิธีจัดการขยะหลังน้ำลดดูได้ที่ กำจัดโคลนและขยะหลังน้ำท่วม ทำอย่างไรไม่ให้เกิดโรค
  • ล้างและฆ่าเชื้อพื้นที่ครัวก่อนกลับมาทำอาหาร ตามลำดับในบทความ ล้างบ้านหลังน้ำลดและกำจัดเชื้อราอย่างปลอดภัย
  • ถ้าห้องน้ำยังใช้ไม่ได้ กรมอนามัยแนะนำให้ขับถ่ายลงถุงแล้วใส่ปูนขาว ไม่ขับถ่ายลงน้ำ เพราะจะย้อนกลับมาปนเปื้อนน้ำที่คนอื่นใช้

ตู้เย็นที่จมน้ำเป็นอีกจุดที่ต้องตัดสินใจ อาหารในตู้เย็นที่น้ำเข้าถึงถือว่าสัมผัสน้ำท่วม ส่วนตัวตู้เย็นจะใช้ต่อได้หรือไม่ต้องให้ช่างตรวจ อ่านต่อใน เครื่องใช้ไฟฟ้าโดนน้ำท่วม ตู้เย็น แอร์ ปั๊มน้ำ ยังใช้ต่อได้ไหม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องอาหารช่วงน้ำท่วม

  • ล้างกระป๋องที่จมน้ำแล้วเก็บไว้กิน คำแนะนำทางการระบุว่าบรรจุภัณฑ์ที่เปียกน้ำไม่ควรนำมารับประทานแม้ภายนอกดูปกติ การล้างภายนอกไม่ได้เปลี่ยนคำแนะนำนี้
  • ตั้งกระป๋องบนไฟทั้งใบเพื่อประหยัดภาชนะ กรมอนามัยห้ามอุ่นอาหารทั้งกระป๋องโดยเด็ดขาด
  • เก็บข้าวกล่องที่ได้รับแจกไว้กินมื้อเย็น อาหารกล่องควรกินภายใน 2 ชั่วโมงหลังปรุง
  • เก็บไก่หรือปลาที่ลอยตายมาทำอาหาร เป็นสิ่งที่กรมควบคุมโรคบอกไว้ชัดว่าไม่ควรทำ
  • ต้มน้ำขุ่นโดยไม่ตกตะกอนก่อน ควรใช้สารส้มตกตะกอนตามเวลาที่กำหนดก่อนแล้วค่อยต้มหรือหยดคลอรีน
  • ใช้น้ำยาฟอกขาวกะปริมาณเองแทนคลอรีนน้ำ 2% ไม่มีอัตราที่หน่วยงานทางการรับรองในเอกสารที่ใช้อ้างอิง
  • ให้ทารกกินนมข้นหวานหรือนมกล่องแทนนมผง กรมอนามัยแนะนำไม่ให้ใช้แทน

สรุป

คำตอบของคำถามว่าอาหารโดนน้ำท่วมยังกินได้ไหม ตามกรมควบคุมโรคและกรมอนามัยคือไม่ควรกิน ทั้งของสดและอาหารในบรรจุภัณฑ์ที่เปียกน้ำหรือเสียหาย ส่วนอาหารที่ไม่ได้โดนน้ำให้เช็กกระป๋องไม่บวมไม่เป็นสนิม ห้ามอุ่นทั้งกระป๋อง และกินข้าวกล่องภายใน 2 ชั่วโมงหลังปรุง สำหรับน้ำดื่มช่วงน้ำท่วม ให้ใช้น้ำที่ไม่สัมผัสน้ำท่วมก่อน ถ้าต้องทำเองให้ตกตะกอนด้วยสารส้มแล้วต้มเดือด 1-3 นาที หรือใช้คลอรีนน้ำ 2% 1 หยดต่อลิตร และถ้ามีอาการขาดน้ำหรืออาการรุนแรงให้ติดต่อ 1669 หรือสอบถามกรมควบคุมโรคที่ 1422

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมควบคุมโรค — อาหารที่สัมผัสน้ำท่วม (3 ก.ย. 2569) — หลักไม่กินอาหารและบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสน้ำท่วม https://www.ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=59984&deptcode=brc
  • 📄กรมควบคุมโรค — อาหารแจกและซากสัตว์ (2 ต.ค. 2569) — ห้ามนำซากสัตว์มาประกอบอาหาร และสัญญาณขาดน้ำ https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=60639&deptcode=brc
  • 📄กรมควบคุมโรค — 6 กลุ่มโรคช่วงน้ำท่วม (27 ก.ย. 2569) — กลุ่มโรคที่ต้องเฝ้าระวังและสายด่วน https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=60504&deptcode=brc
  • 📄กรมควบคุมโรค — หลังน้ำลด (3 ต.ค. 2569) — ปิดภาชนะน้ำ ปิดอาหาร แจ้งประวัติอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=60651&deptcode=brc
  • 📄กรมอนามัย — อินโฟกราฟิกการทำน้ำให้สะอาด — สารส้ม การต้ม และคลอรีนน้ำ 2% https://multimedia.anamai.moph.go.th/infographics/info818_flood_39/
  • 📄กรมอนามัย — อาหารกระป๋อง อาหารกล่อง และห้องส้วม — ห้ามอุ่นทั้งกระป๋อง อาหารกล่อง 2 ชั่วโมง https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/020964/
  • 📄กรมอนามัย — น้ำฝนสำหรับดื่ม — ต้มน้ำฝนก่อนดื่ม https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/170865/
  • 📄กรมอนามัย — น้ำท่วมปนเปื้อนสารพิษ ปราจีนบุรี (5 ต.ค. 2569) — ไม่ใช้น้ำธรรมชาติจนกว่าผลแล็บยืนยัน และกลุ่มเปราะบาง https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/091069/
  • 📄กรมอนามัย — ทารกและนมแม่ในภาวะภัยพิบัติ (5 ต.ค. 2569) — ไม่ใช้นมข้นหวานหรือนม UHT แทนนมผงทารก https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/051069/

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

อาหารกระป๋องที่จมน้ำท่วม แต่กระป๋องไม่บุบ ยังกินได้ไหม

กรมควบคุมโรคแนะนำว่าอาหารที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่เปียกน้ำ เสียหาย หรือสงสัยว่าปนเปื้อน ไม่ควรนำมารับประทาน แม้สภาพภายนอกจะดูปกติก็ตาม กระป๋องที่จมน้ำท่วมจึงอยู่ในกลุ่มที่ไม่ควรกิน ส่วนกระป๋องที่ไม่ได้โดนน้ำ ให้เช็กว่าไม่บวม ไม่เป็นสนิม และห้ามอุ่นทั้งกระป๋อง

ข้าวกล่องที่ได้รับแจกตอนน้ำท่วม ควรกินภายในเวลาเท่าไร

กรมอนามัยแนะนำให้กินอาหารกล่องภายใน 2 ชั่วโมงหลังปรุง ถ้าได้รับมาแล้วไม่รู้ว่าปรุงเสร็จตอนไหน หรือมีกลิ่น สี หรือเมือกผิดปกติ ไม่ควรเสี่ยงกิน

ต้มน้ำให้เดือดนานเท่าไรจึงใช้ดื่มได้

อินโฟกราฟิกของกรมอนามัยระบุให้ต้มน้ำให้เดือดเป็นเวลา 1-3 นาที ถ้าน้ำขุ่นให้ตกตะกอนด้วยสารส้มก่อน แล้วค่อยต้มหรือฆ่าเชื้อด้วยคลอรีน

ใช้คลอรีนฆ่าเชื้อน้ำดื่มต้องหยดเท่าไร

กรมอนามัยระบุว่าให้หยดคลอรีนน้ำ 2% หรือหยดทิพย์ (อ 32) ในปริมาณ 1 หยดต่อน้ำ 1 ลิตร แล้วตั้งทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ห้ามใช้สารอื่นที่ไม่ได้อยู่ในคำแนะนำทางการแทน

ไก่หรือปลาที่ตายลอยมากับน้ำ เอามาทำอาหารได้ไหม

ไม่ได้ กรมควบคุมโรคระบุว่าไม่ควรนำสัตว์ที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุหรือซากสัตว์ที่พบในพื้นที่น้ำท่วมมาประกอบอาหาร

ถ้าไม่มีนมผงให้ลูก ใช้นมข้นหวานหรือนมกล่องแทนได้ไหม

กรมอนามัยแนะนำว่านมแม่เป็นอาหารที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทารกในภาวะภัยพิบัติ และไม่ควรใช้นมข้นหวาน ครีมเทียม เครื่องดื่มจากพืช หรือนมกล่อง UHT แทนนมผงสำหรับทารก หากต้องการรับบริจาคนมผงควรผ่านหน่วยงานรัฐ