ข่าว กฎหมาย มาตรฐานเผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

ล้างบ้านหลังน้ำลดและกำจัดเชื้อราอย่างปลอดภัย ควรทำตามลำดับไหน

ล้างบ้านหลังน้ำลดทำตามลำดับ ใส่อุปกรณ์ป้องกัน ไม่แตะระบบไฟเอง ถ่ายรูปความเสียหาย รื้อของเปียก ล้างโคลน แล้วกำจัดเชื้อรา 3 ขั้นตามกรมอนามัย และอาการที่ควรระวัง

ล้างบ้านหลังน้ำลดและกำจัดเชื้อราอย่างปลอดภัย ควรทำตามลำดับไหน

คำตอบสั้น ๆ

หลายบ้านที่น้ำเพิ่งลดเจอปัญหาเดียวกัน คือ เปิดประตูเข้าไปแล้วเจอโคลนเต็มพื้น ผนังมีคราบน้ำเป็นเส้น ตู้เสื้อผ้าเริ่มขึ้นจุดดำ และบ้านมีกลิ่นอับชื้นจนอย

คำตอบเร็ว: ล้างบ้านหลังน้ำลดให้ทำตามลำดับนี้ คือ แต่งตัวป้องกันก่อน (หน้ากาก ถุงมือยาง รองเท้าบูทยาง) ห้ามเปิดใช้ระบบไฟฟ้าจนกว่าจะแห้งสนิทและได้รับการตรวจสอบ แล้วจึงรื้อของเปียกออก ล้างโคลน ทำความสะอาด และกำจัดเชื้อราตาม 3 ขั้นของกรมอนามัย (เช็ดด้วยกระดาษชื้นทางเดียว เช็ดด้วยสบู่หรือน้ำยาล้างจาน แล้วเช็ดด้วยน้ำส้มสายชู 5-7 เปอร์เซ็นต์ หรือแอลกอฮอล์ 60-90 เปอร์เซ็นต์) ระหว่างทำห้ามเปิดพัดลมหรือแอร์ และพักสูดอากาศทุก 1-2 ชั่วโมง ส่วนผนังร้าวหรือพื้นพองมากให้ช่างประเมินก่อนซ่อม

หลายบ้านที่น้ำเพิ่งลดเจอปัญหาเดียวกัน คือ เปิดประตูเข้าไปแล้วเจอโคลนเต็มพื้น ผนังมีคราบน้ำเป็นเส้น ตู้เสื้อผ้าเริ่มขึ้นจุดดำ และบ้านมีกลิ่นอับชื้นจนอยู่ไม่ได้ ความอยากรีบทำให้เสร็จในวันเดียวมักพาให้ทำผิดลำดับ เช่น เสียบปลั๊กเปิดพัดลมเป่าผนังทั้งที่ระบบไฟยังเปียก หรือขัดเชื้อราด้วยมือเปล่า บทความนี้เรียงขั้นตอนตามเวลาจริงตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าบ้านจนถึงวันที่บ้านกลับมาอยู่ได้ โดยอิงคำแนะนำของกรมอนามัยและกรมควบคุมโรค (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

ถ้ายังไม่ได้ตรวจไฟฟ้าและน้ำประปาก่อนเข้าบ้าน ให้อ่าน กลับเข้าบ้านหลังน้ำท่วม เช็กไฟฟ้าและน้ำประปาก่อนใช้อย่างไร ก่อนเริ่มลงมือล้างบ้าน

ทำไมการล้างบ้านหลังน้ำลดต้องมีลำดับ

ภาพประกอบ ทำไมการล้างบ้านหลังน้ำลดต้องมีลำดับ

น้ำท่วมไม่ได้ทิ้งไว้แค่โคลน แต่ทิ้งความเสี่ยง 3 อย่างไว้ในบ้านพร้อมกัน คือ ไฟฟ้าที่ยังเปียก เชื้อโรคในน้ำและโคลน และเชื้อราที่เริ่มขึ้นบนผนังและเฟอร์นิเจอร์ กรมควบคุมโรคเตือนว่า "น้ำลดไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงลดลงทันที" การทำตามลำดับจึงไม่ใช่เรื่องความเรียบร้อย แต่เป็นการตัดความเสี่ยงที่อันตรายที่สุดออกก่อน แล้วค่อยไล่ไปงานที่ใช้เวลานานกว่า

ตัวอย่างที่เห็นบ่อยคือบ้านที่รีบเปิดพัดลมให้ผนังแห้งเร็ว ผลคือสปอร์เชื้อราฟุ้งไปทั้งบ้าน และถ้าปลั๊กหรือสายไฟยังชื้นก็เสี่ยงไฟดูดซ้ำอีกชั้น กรมอนามัยจึงกำหนดชัดว่า "ห้ามเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศขณะทำความสะอาดบ้าน หรือขณะกำจัดเชื้อรา"

ขั้นตอนล้างบ้านหลังน้ำลด เรียงตามลำดับเวลา

  1. แต่งตัวป้องกันก่อนเข้าบ้าน สวมหน้ากาก ถุงมือยาง และรองเท้าบูทยางตามคำแนะนำของกรมอนามัย ถ้าไม่มีรองเท้าบูท กรมควบคุมโรคแนะนำให้สวมถุงพลาสติกสะอาดหุ้มเท้าแทน และถ้ามีแผลที่มือหรือเท้าให้ปิดแผลก่อน
  2. อย่าแตะระบบไฟฟ้าเอง กรมควบคุมโรคระบุว่า "ไม่ควรเข้าไปตรวจสอบหรือเปิด – ปิดระบบไฟฟ้าด้วยตนเอง" และกรมอนามัยระบุว่าระบบไฟฟ้า "ห้ามใช้งานจนกว่าจะแห้งสนิทและได้รับการตรวจสอบอย่างปลอดภัย" ให้ช่างไฟฟ้าตรวจก่อน
  3. ส่องไฟฉายก่อนหยิบของ สัตว์หนีน้ำ เช่น งู มักซ่อนอยู่ใต้กองของหรือในตู้ กรมควบคุมโรคแนะนำให้ใช้ไฟฉายส่องก่อนเดินหรือหยิบสิ่งของ ไม่ใช้มือเปล่าค้นหา
  4. ถ่ายรูปความเสียหายเก็บไว้ ก่อนรื้อหรือทิ้งของ ให้ถ่ายภาพคราบน้ำบนผนังและของที่เสียหาย เพราะอาจต้องใช้ประกอบการขอความช่วยเหลือ ดูวิธีถ่ายที่ คู่มือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 2569
  5. รื้อของเปียกออกนอกบ้าน แยกของที่ทิ้งแน่ (ที่นอนที่ขึ้นราหนัก อาหารที่สัมผัสน้ำท่วม) ออกจากของที่ล้างแล้วใช้ต่อได้
  6. ตักโคลนและล้างพื้น ไล่จากชั้นบนลงล่าง และจากด้านในบ้านออกสู่ประตู ดูวิธีจัดการโคลนให้ไม่เกิดโรคได้ที่ กำจัดโคลนและขยะหลังน้ำท่วม
  7. ทำความสะอาดห้องน้ำ ล้างด้วยผงซักฟอกหรือน้ำยาทำความสะอาดตามคำแนะนำของกรมอนามัย
  8. กำจัดเชื้อราตาม 3 ขั้น (รายละเอียดในหัวข้อถัดไป)
  9. เทน้ำขังและปิดภาชนะ กรมควบคุมโรคแนะนำให้เทน้ำที่ขังในภาชนะทิ้งและปิดฝาโอ่งหรือภาชนะเก็บน้ำ เพื่อตัดแหล่งเพาะยุง และปิดอาหารให้มิดชิดกันแมลงวัน

วิธีกำจัดเชื้อราหลังน้ำท่วม 3 ขั้นของกรมอนามัย

เชื้อราหลังน้ำท่วมมักขึ้นเป็นจุดดำหรือเขียวบนผนังปูน วอลเปเปอร์ บานตู้ไม้ และขอบประตู กรมอนามัยแนะนำวิธีกำจัดเชื้อรา 3 ขั้นดังนี้

  1. ขั้นที่ 1 เช็ดคราบราด้วยกระดาษชื้น โดยเช็ดไปในทิศทางเดียว ไม่ถูไปมา เพื่อไม่ให้สปอร์กระจายเพิ่ม
  2. ขั้นที่ 2 เช็ดซ้ำด้วยสบู่หรือน้ำยาล้างจาน
  3. ขั้นที่ 3 เช็ดฆ่าเชื้อด้วย "น้ำส้มสายชู 5-7 เปอร์เซ็นต์ หรือแอลกอฮอล์ความเข้มข้น 60-90 เปอร์เซ็นต์"

ระหว่างกำจัดเชื้อรา ห้ามเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ และกรมอนามัยแนะนำให้ "หยุดพักสูดอากาศบริสุทธิ์ทุก 1 – 2 ชั่วโมง" สำหรับที่นอนที่มีเชื้อราขึ้นมาก กรมอนามัยแนะนำว่าไม่ควรนำกลับมาใช้อีก

เรื่องน้ำยาฟอกขาว: หลายคนถามอัตราผสมน้ำยาฟอกขาวสำหรับฆ่าเชื้อบ้านหลังน้ำท่วม ขณะเขียนบทความนี้ยังไม่พบหน้าคำแนะนำทางการของกรมอนามัยหรือกรมควบคุมโรคที่ระบุอัตราผสมไว้ และแหล่งที่ไม่เป็นทางการก็ให้ตัวเลขไม่ตรงกัน จึงแนะนำให้ใช้วิธีน้ำส้มสายชูหรือแอลกอฮอล์ตามขั้นที่ 3 ข้างต้นแทน ถ้าจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์อื่นให้ทำตามฉลากผลิตภัณฑ์เท่านั้น และห้ามผสมน้ำยาทำความสะอาดหลายชนิดเข้าด้วยกันเอง

ตารางสรุป: งานแต่ละจุดในบ้านหลังน้ำท่วม ใช้อะไร และห้ามอะไร

จุดในบ้านสิ่งที่ทำได้ตามแนวทางทางการสิ่งที่ห้าม / ต้องรอแหล่ง
ระบบไฟฟ้า ปลั๊ก สวิตช์ให้ช่างไฟฟ้าตรวจสอบก่อนใช้งานห้ามใช้งานจนกว่าจะแห้งสนิทและได้รับการตรวจสอบ ห้ามเปิด-ปิดเองกรมอนามัย / กรมควบคุมโรค
ผนัง ตู้ไม้ ที่มีเชื้อราเช็ดกระดาษชื้นทางเดียว → สบู่/น้ำยาล้างจาน → น้ำส้มสายชู 5-7% หรือแอลกอฮอล์ 60-90%ห้ามเปิดพัดลม/แอร์ระหว่างทำกรมอนามัย
ที่นอนแยกออกนอกบ้านที่นอนที่ขึ้นราหนักไม่ควรนำกลับมาใช้กรมอนามัย
ห้องน้ำล้างด้วยผงซักฟอก; น้ำหมักชีวภาพ 1:10 สำหรับคราบ (ทิ้งไว้ 5-10 นาที) และ 1:500 สำหรับดับกลิ่น-กรมอนามัย (อินโฟกราฟิก)
อาหารและวัตถุดิบทิ้งของที่สัมผัสน้ำท่วมอาหารในบรรจุภัณฑ์ที่เปียกน้ำ ไม่ควรกิน แม้ภายนอกดูปกติกรมควบคุมโรค
ภาชนะเก็บน้ำเทน้ำขังทิ้ง ปิดฝาภาชนะ-กรมควบคุมโรค

บ้านมีกลิ่นหลังน้ำท่วม แก้ที่ต้นเหตุ

กลิ่นอับในบ้านหลังน้ำท่วมมักมาจาก 3 แหล่ง คือ โคลนที่ยังค้างตามซอกพื้นและใต้เฟอร์นิเจอร์ เชื้อราที่ขึ้นในวัสดุที่อมน้ำ (ไม้ ผ้า ฝ้าเพดานยิปซัม) และห้องน้ำหรือท่อที่มีสิ่งสกปรกตกค้าง การฉีดน้ำหอมหรือสเปรย์ดับกลิ่นทับไม่ช่วย เพราะต้นเหตุยังอยู่

  • ถ้ากลิ่นมาจากห้องน้ำ กรมอนามัยแนะนำน้ำหมักชีวภาพอัตรา 1:500 เพื่อดับกลิ่น และ 1:10 สำหรับคราบสกปรก โดยทิ้งไว้ 5-10 นาที
  • ถ้ากลิ่นมาจากผนังหรือตู้ที่ขึ้นรา ให้กำจัดเชื้อราตาม 3 ขั้นข้างต้น
  • ถ้ากลิ่นยังไม่หายหลังทำความสะอาดแล้ว มักแปลว่ายังมีวัสดุอมน้ำซ่อนอยู่ เช่น ใต้พื้นไม้ ในผนังเบา หรือในเบาะโซฟา จุดนี้ควรให้ช่างช่วยดูว่าต้องรื้อหรือไม่

ผนังบ้านหลังน้ำท่วม และพื้นบ้านพอง เมื่อไรต้องเรียกช่าง

ขณะเขียนบทความนี้ยังไม่พบคู่มือทางการที่กำหนดเกณฑ์ตัวเลขว่าผนังหรือพื้นเสียหายแค่ไหนต้องรื้อ จึงแนะนำให้ใช้หลักว่า ถ้าเห็นสัญญาณผิดปกติต่อไปนี้ ให้หยุดซ่อมเองและให้ช่างหรือผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อน

  • ผนังมีรอยร้าวใหม่ หรือรอยร้าวเดิมกว้างขึ้นหลังน้ำลด
  • พื้นไม้หรือพื้นลามิเนตพองขึ้นเป็นลูกคลื่น เดินแล้วยวบ หรือมีน้ำซึมขึ้นจากใต้พื้น
  • ฝ้าเพดานแอ่นหรือหย่อนลงมา
  • ประตูหน้าต่างปิดไม่สนิทเหมือนเดิม ซึ่งอาจบอกว่าโครงสร้างขยับ
  • ปลั๊กหรือสวิตช์ที่อยู่ในระดับน้ำท่วม ซึ่งต้องให้ช่างไฟฟ้าตรวจอยู่แล้วตามแนวทางของกรมควบคุมโรค

ประสบการณ์ที่พบบ่อยคือ ผนังปูนดูแห้งจากภายนอกแต่ด้านในยังชื้น ถ้ารีบทาสีทับจะเกิดสีพองและราขึ้นซ้ำ การรอให้ช่างประเมินความชื้นก่อนเก็บงานจึงประหยัดกว่าการทาสีสองรอบ ส่วนค่าซ่อมบ้านที่ขอความช่วยเหลือได้ ดูรายละเอียดใน คู่มือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 2569

ดูแลสุขภาพระหว่างล้างบ้านและฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

คนที่ล้างบ้านหลังน้ำลดต้องสัมผัสน้ำและโคลนเป็นเวลานาน กรมควบคุมโรคระบุว่า "การแช่น้ำตั้งแต่ประมาณ 3 ชั่วโมงขึ้นไป หรือมีบาดแผลและรอยถลอก จะเพิ่มโอกาส" ป่วยเป็นโรคไข้ฉี่หนู (เลปโตสไปโรสิส) ซึ่งตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 23 กันยายน 2569 พบผู้ป่วยแล้ว 3,303 ราย เสียชีวิต 46 ราย โดยกลุ่มอาชีพที่ป่วยมากที่สุดคือเกษตรกร

  • อาการที่ต้องจับตา: กรมควบคุมโรคระบุว่าอาการไข้ฉี่หนูมักเริ่มภายใน 5–14 วัน แต่อาจนานถึง 30 วัน ถ้ามีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่องและหลัง ตาแดง ให้รีบพบแพทย์ และถ้ามีหอบเหนื่อย หายใจลำบาก ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือปัสสาวะออกน้อย ต้องไปโรงพยาบาลทันที
  • อย่าซื้อยากินเอง: กรมควบคุมโรคย้ำว่ายาป้องกันต้องอยู่ภายใต้ดุลพินิจของแพทย์ ประชาชนไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง
  • แจ้งประวัติ: เมื่อไปพบแพทย์ ให้แจ้งประวัติการอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบ
  • ผิวหนัง: ถ้ามีผื่นแดง คัน แผลพุพอง หนังลอก ให้ทำความสะอาดและดูแลบริเวณนั้นให้แห้ง หากไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์
  • โรคเมลิออยโดสิส (ไข้ดิน): กรมควบคุมโรคระบุระยะฟักตัว 1–21 วัน และกลุ่มเสี่ยงสูงคือผู้ป่วยเบาหวานหรือโรคไต คนกลุ่มนี้จึงควรเลี่ยงการสัมผัสโคลนโดยตรงมากที่สุด

ในพื้นที่ที่มีประกาศเตือนน้ำปนเปื้อนสารพิษ เช่น กรณีปราจีนบุรีปี 2569 กรมอนามัยแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลุยน้ำ และไม่นำน้ำจากแหล่งธรรมชาติมาใช้จนกว่าผลตรวจทางห้องปฏิบัติการจะยืนยันว่าปลอดภัย กลุ่มเปราะบางคือเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ควรให้คนอื่นทำงานล้างบ้านแทน อ่านอาการโรคอื่นที่มากับน้ำได้ที่ โรคที่มากับน้ำท่วม น้ำกัดเท้า ฉี่หนู ท้องร่วง

Checklist ก่อนบอกว่าบ้านพร้อมอยู่

  • ช่างไฟฟ้าตรวจระบบไฟฟ้าแล้ว และระบบแห้งสนิทก่อนเปิดใช้
  • ตักโคลนออกหมดทั้งพื้น ใต้เฟอร์นิเจอร์ และตามซอกมุม
  • กำจัดเชื้อราครบ 3 ขั้นทุกจุดที่เห็นรา
  • ทิ้งที่นอนที่ขึ้นราหนัก และอาหารที่สัมผัสน้ำท่วมแล้ว
  • ห้องน้ำล้างแล้วและไม่มีกลิ่น
  • เทน้ำขังในภาชนะทิ้ง และปิดฝาภาชนะเก็บน้ำ
  • ผนังหรือพื้นที่มีรอยร้าว พอง หรือยวบ ได้รับการประเมินจากช่างแล้ว
  • สมาชิกที่ล้างบ้านไม่มีไข้หรืออาการผิดปกติ ถ้ามีให้พบแพทย์และแจ้งประวัติน้ำท่วม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาล้างบ้านหลังน้ำลด

  • เปิดพัดลมหรือแอร์ไล่ความชื้นระหว่างล้าง ทำให้สปอร์เชื้อรากระจาย และกรมอนามัยห้ามไว้ชัดเจน
  • เปิดสวิตช์ไฟทดสอบเอง ทั้งที่ระบบยังไม่แห้งและยังไม่มีช่างตรวจ
  • ขัดเชื้อราไปมาแรง ๆ แทนการเช็ดทางเดียว ทำให้รากระจายเป็นวงกว้างขึ้น
  • ทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมงโดยไม่พัก แทนที่จะออกไปสูดอากาศทุก 1-2 ชั่วโมง
  • ลุยโคลนด้วยเท้าเปล่าหรือรองเท้าแตะ โดยเฉพาะคนที่มีแผลที่เท้า ซึ่งเพิ่มโอกาสติดเชื้อ
  • เก็บที่นอนที่ขึ้นราหนักไว้ใช้ต่อ เพราะเสียดาย
  • ผสมน้ำยาทำความสะอาดหลายชนิดเอง โดยไม่มีคำแนะนำทางการรองรับ
  • ทาสีหรือปูพื้นใหม่ทันที ทั้งที่ผนังและพื้นด้านในยังชื้น

เบอร์ที่ควรรู้ระหว่างล้างบ้าน

  • 1669 สายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน กรณีไฟดูด ถูกงูกัด หรือบาดเจ็บรุนแรง
  • 1422 สายด่วนกรมควบคุมโรค สอบถามเรื่องโรคที่มากับน้ำท่วม
  • 1323 สายด่วนสุขภาพจิต ถ้ารู้สึกเครียดหรือรับมือไม่ไหวหลังน้ำท่วม

สรุป

ล้างบ้านหลังน้ำลดให้ปลอดภัยต้องเรียงจากความเสี่ยงสูงไปต่ำ คือ ป้องกันตัวและไม่แตะไฟฟ้าก่อน แล้วจึงรื้อของ ล้างโคลน และกำจัดเชื้อราตาม 3 ขั้นของกรมอนามัยด้วยน้ำส้มสายชู 5-7% หรือแอลกอฮอล์ 60-90% โดยไม่เปิดพัดลมหรือแอร์ระหว่างทำ ผนังร้าวหรือพื้นพองให้ช่างประเมินก่อนซ่อม และถ้ามีไข้หลังล้างบ้านให้พบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติน้ำท่วม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมอนามัย — ขั้นตอนรื้อ ล้าง อุปกรณ์ป้องกัน และการห้ามใช้ระบบไฟฟ้าจนกว่าจะแห้งและตรวจสอบ (2 ต.ค. 2569) https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/0210692/
  • 📄กรมอนามัย — วิธีกำจัดเชื้อรา 3 ขั้น https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/261064/ และ https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/281065/
  • 📄กรมอนามัย — อินโฟกราฟิกทำความสะอาดห้องน้ำหลังน้ำท่วม https://multimedia.anamai.moph.go.th/infographics/info744_flood_18/
  • 📄กรมอนามัย — คำแนะนำกรณีน้ำปนเปื้อนสารพิษ จ.ปราจีนบุรี (5 ต.ค. 2569) https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/091069/
  • 📄กรมควบคุมโรค — ปัจจัยเสี่ยงและอาการไข้ฉี่หนู (29 ก.ย. 2569) https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=60557&deptcode=brc
  • 📄กรมควบคุมโรค — สถิติผู้ป่วยไข้ฉี่หนู ปี 2569 https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=60512&deptcode=brc
  • 📄กรมควบคุมโรค — ข้อควรปฏิบัติหลังน้ำลด (3 ต.ค. 2569) https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=60651&deptcode=brc
  • 📄กรมควบคุมโรค — โรคเมลิออยโดสิสและการไม่เปิด-ปิดระบบไฟฟ้าเอง https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=60028&deptcode=brc
  • 📄กรมควบคุมโรค — โรคและภัยสุขภาพช่วงน้ำท่วม สายด่วน 1669 และ 1422 https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=60504&deptcode=brc
  • 📄กรมควบคุมโรค — อาหารและบรรจุภัณฑ์ที่เปียกน้ำ https://www.ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=59984&deptcode=brc
  • 📄ศูนย์สุขภาพจิตที่ 7 กรมสุขภาพจิต — สายด่วนสุขภาพจิต 1323 https://mhc7.dmh.go.th/26/09/2026/26091/

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ล้างบ้านหลังน้ำลดควรเริ่มจากอะไรก่อน

เริ่มจากแต่งตัวป้องกัน (หน้ากาก ถุงมือยาง รองเท้าบูทยาง) และไม่แตะระบบไฟฟ้าเองจนกว่าช่างจะตรวจ จากนั้นจึงรื้อของเปียก ล้างโคลน และกำจัดเชื้อราตามลำดับ

ใช้อะไรฆ่าเชื้อราบนผนังหลังน้ำท่วม

กรมอนามัยแนะนำให้เช็ดด้วยกระดาษชื้นทางเดียว เช็ดด้วยสบู่หรือน้ำยาล้างจาน แล้วเช็ดด้วยน้ำส้มสายชู 5-7 เปอร์เซ็นต์ หรือแอลกอฮอล์ความเข้มข้น 60-90 เปอร์เซ็นต์

ใช้น้ำยาฟอกขาวผสมน้ำเท่าไรฆ่าเชื้อบ้าน

ยังไม่พบหน้าคำแนะนำทางการที่ระบุอัตราผสมน้ำยาฟอกขาว และแหล่งไม่เป็นทางการให้ตัวเลขไม่ตรงกัน จึงแนะนำวิธีน้ำส้มสายชูหรือแอลกอฮอล์ของกรมอนามัยแทน ถ้าใช้ผลิตภัณฑ์อื่นให้ทำตามฉลาก

เปิดพัดลมช่วยให้บ้านแห้งเร็วได้ไหม

ระหว่างทำความสะอาดบ้านหรือกำจัดเชื้อรา กรมอนามัยห้ามเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่โดนน้ำต้องให้ช่างตรวจก่อนใช้

ที่นอนขึ้นราหลังน้ำท่วมยังใช้ต่อได้ไหม

กรมอนามัยแนะนำว่าที่นอนที่มีเชื้อราขึ้นมากไม่ควรนำกลับมาใช้อีก

ล้างบ้านแล้วมีไข้ ควรทำอย่างไร

ให้พบแพทย์และแจ้งประวัติการอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ถ้ามีหอบเหนื่อย ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือปัสสาวะออกน้อย ต้องไปโรงพยาบาลทันที และไม่ควรซื้อยากินเอง