ข่าว กฎหมาย มาตรฐานเผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

เกษตรกรไม่ได้ขึ้นทะเบียน หรือพื้นที่ยังไม่ประกาศภัยพิบัติ จะได้เงินเยียวยาไหม

เกษตรกรไม่ได้ขึ้นทะเบียน หรือพื้นที่ยังไม่ประกาศภัยพิบัติ ได้เงินเยียวยาไหม ตอบตามหลักเกณฑ์เยียวยาเกษตรกร 2569 พร้อมทางเลือกที่ยังทำได้ เช่น สินเชื่อ ธ.ก.ส.

เกษตรกรไม่ได้ขึ้นทะเบียน หรือพื้นที่ยังไม่ประกาศภัยพิบัติ จะได้เงินเยียวยาไหม

คำตอบสั้น ๆ

สองคำถามที่เจอบ่อยที่สุดในกลุ่มเกษตรกรที่น้ำท่วมแปลงปีนี้ คือ "ไม่เคยไปขึ้นทะเบียน จะได้เงินไหม" กับ "อำเภอข้าง ๆ ประกาศแล้ว ทำไมตำบลเรายังไม่ประกาศ"

คำตอบเร็ว: ตามหลักเกณฑ์ด้านพืชปี 2569 เกษตรกรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ก่อนเกิดภัยจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ และพื้นที่ต้องอยู่ในเขตที่ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศให้ความช่วยเหลือ ถ้าพื้นที่ยังไม่ประกาศ ยังไม่พบประกาศทางการว่าจะได้อะไรแทน ให้สอบถามสำนักงานเกษตรอำเภอ ส่วนทางที่ยังทำได้ เช่น สินเชื่อฉุกเฉินของ ธ.ก.ส. สำหรับลูกค้าผู้ประสบภัย (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

สองคำถามที่เจอบ่อยที่สุดในกลุ่มเกษตรกรที่น้ำท่วมแปลงปีนี้ คือ "ไม่เคยไปขึ้นทะเบียน จะได้เงินไหม" กับ "อำเภอข้าง ๆ ประกาศแล้ว ทำไมตำบลเรายังไม่ประกาศ" คำตอบสั้นคือ เงินเยียวยาด้านพืชตามหลักเกณฑ์ใหม่ผูกกับเงื่อนไขทั้งสองข้อนี้โดยตรง แต่ไม่ได้แปลว่าหมดทางทั้งหมด บทความนี้ตอบตามเงื่อนไขที่มีหลักฐานทางการรองรับก่อน แล้วค่อยแยกให้เห็นว่าเรื่องไหนยังไม่มีประกาศชัด และทางเลือกไหนที่ยังเดินต่อได้ ถ้าต้องการภาพรวมสิทธิทั้งหมด อ่านเพิ่มที่คู่มือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 2569

หลักเกณฑ์เยียวยาเกษตรกร 2569 กำหนดไว้อย่างไร

ภาพประกอบ หลักเกณฑ์เยียวยาเกษตรกร 2569 กำหนดไว้อย่างไร

กระทรวงเกษตรฯ ประกาศ "หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569" ใช้กับภัยที่เกิดตั้งแต่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ยกเลิกหลักเกณฑ์เดิม พ.ศ. 2564 และช่วยไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ เงื่อนไขที่ต้องครบพร้อมกันมี 3 ข้อ

  • ขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรไว้ "ก่อน" เกิดภัย
  • พื้นที่อยู่ในเขตประกาศให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ประกาศ
  • มีการสำรวจพบความเสียหายจริง

อัตราตามเอกสารหลักเกณฑ์ฯ พ.ศ. 2569 ฉบับจริง (ข้อ 5.1) คือ ข้าว ไร่ละ 2,240 บาท พืชไร่และพืชผัก ไร่ละ 3,180 บาท ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่น ๆ ที่ตายหรือเสียหายจนฟื้นฟูไม่ได้ ไร่ละ 6,800 บาท ไม้ผล ไม้ยืนต้นที่ชะงักการเจริญเติบโตแต่ไม่ตาย ไร่ละ 3,400 บาท และพื้นที่ถูกหิน ดิน ทราย ไม้ โคลน ทับถมจนเพาะปลูกไม่ได้ ค่าขุดลอก/ขนย้าย ไร่ละ 16,000 บาท ไม่เกิน 5 ไร่ มีข่าวบางแหล่งลงตัวเลขไม่ตรงกับเอกสารฉบับจริง จึงควรยึดเอกสารฉบับจริงและยืนยันกับสำนักงานเกษตรอำเภอก่อน

กรณีเกษตรกรไม่ได้ขึ้นทะเบียน: ได้เงินไหม

คู่มือช่วยเหลือของกระทรวงเกษตรฯ เขียนไว้ว่าต้อง "เป็นเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร (ทบก.01) ไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัย" และกรมส่งเสริมการเกษตรระบุตรง ๆ ว่าไม่ขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัยจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ เพราะฉะนั้นการรีบไปขึ้นทะเบียนหลังน้ำลดจะไม่ทำให้ได้สิทธิย้อนหลังสำหรับน้ำท่วมครั้งนี้

แต่มีกรณีที่ควรเช็กก่อนสรุปว่าตัวเองไม่มีสิทธิ หลายคนคิดว่าไม่เคยขึ้นทะเบียน ทั้งที่จริงคนในครอบครัวเคยแจ้งไว้แทน หรือเคยขึ้นทะเบียนตอนรับโครงการอื่นแล้วลืม ก่อนตัดสินใจ ให้ไปเช็กชื่อกับสำนักงานเกษตรอำเภอก่อน วิธีเช็กทีละขั้นอยู่ในวิธีเช็กและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรก่อนขอเยียวยา

กรณีพื้นที่ยังไม่ประกาศภัยพิบัติ: ทำอย่างไร

เงื่อนไขข้อที่สองกำหนดว่าพื้นที่ต้องอยู่ในเขตประกาศให้ความช่วยเหลือ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ประกาศ ข้อมูลรายชื่อพื้นที่ที่ประกาศรายจังหวัดเรายังไม่ได้ยืนยันจากแหล่งทางการ จึงไม่ลงรายชื่อไว้ในบทความนี้ และสำหรับคำถามว่า "ถ้าไม่ได้ประกาศ จะได้ความช่วยเหลืออะไรแทน" ยังไม่พบถ้อยคำทางการนอกจากข้อความว่าต้องอยู่ในเขตประกาศ

สิ่งที่ทำได้จริงในตอนนี้คือ

  1. สอบถามสำนักงานเกษตรอำเภอว่าพื้นที่ของคุณอยู่ระหว่างการสำรวจหรือเสนอประกาศหรือไม่
  2. ถ้ามีการสำรวจ ให้ยื่นแบบ กษ.01 ตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ โดยยื่นที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ที่แปลงเสียหาย ให้ผู้ใหญ่บ้าน อบต. หรือเทศบาลรับรอง
  3. ติดตามประชาคมและประกาศผลการตรวจสอบในหมู่บ้าน รายละเอียดอยู่ในประชาคมเกษตรกรและการตรวจพื้นที่เสียหาย
  4. เก็บภาพถ่ายและบันทึกวันที่น้ำเข้าแปลงไว้เอง เผื่อใช้ชี้จุดเสียหายตอนเจ้าหน้าที่ลงตรวจ

ประสบการณ์ที่พบในหลายพื้นที่คือ เกษตรกรเห็นข่าวว่าจังหวัดข้างเคียงประกาศแล้วจึงคิดว่าพื้นที่ตัวเองได้ด้วย เขตประกาศเป็นเรื่องของแต่ละจังหวัด การได้ยินจากข่าวระดับประเทศจึงไม่พอ ต้องถามให้ถึงระดับอำเภอ ส่วนจุดรับเรื่องของแต่ละจังหวัดดูได้ที่ช่องทางลงทะเบียนเยียวยาแต่ละจังหวัด

สรุปเป็นตาราง: แต่ละกรณียังทำอะไรได้บ้าง

สถานการณ์เงินเยียวยาด้านพืช (หลักเกณฑ์ 2569)ทางที่ยังทำได้
ขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัย + พื้นที่ประกาศแล้ว + เสียหายจริงเข้าเงื่อนไข ยื่น กษ.01ยืนยันอัตรากับสำนักงานเกษตรอำเภอ
ไม่ได้ขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัยไม่ได้รับเงินช่วยเหลือตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรระบุเช็กชื่อซ้ำ / ถ้าเป็นลูกค้า ธ.ก.ส. สอบถามสินเชื่อฉุกเฉิน / ขึ้นทะเบียนสำหรับรอบหน้า
ขึ้นทะเบียนแล้ว แต่พื้นที่ยังไม่ประกาศยังไม่เข้าเงื่อนไขข้อเขตประกาศถามสำนักงานเกษตรอำเภอเรื่องการสำรวจ/เสนอประกาศ
ไม่ได้ขึ้นทะเบียน และพื้นที่ยังไม่ประกาศไม่เข้าเงื่อนไขดูทางเลือกด้านสินเชื่อและบริการซ่อมด้านล่าง

ทางเลือกอื่นที่ยังทำได้ ถ้าไม่เข้าเงื่อนไขเงินเยียวยา

สินเชื่อของ ธ.ก.ส. สำหรับลูกค้าผู้ประสบภัย

ประกาศของ ธ.ก.ส. ลงวันที่ 27 ก.ย. 2569 มีสองโครงการสำหรับลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ปี 2569/70

  • สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 50,000 บาท ดอกเบี้ย 6 เดือนแรก 0% ต่อปี เดือนที่ 7 เป็นต้นไปคิดอัตรา MRR ต่อปี ตามประกาศ ธ.ก.ส.
  • สินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท ดอกเบี้ย MRR-2 ต่อปี ตามประกาศ ธ.ก.ส. ชำระคืนภายใน 15 ปี

แจ้งความประสงค์ได้ที่ ธ.ก.ส. สาขาที่ลูกค้าสังกัด หรือสอบถาม BAAC Contact Center 02 555 0555 ตลอด 24 ชั่วโมง ธ.ก.ส. ยังแจ้งว่าจะมอบหมายเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายให้ลูกค้าหลังน้ำลด เพื่อวางแนวทางช่วยเหลืออื่นต่อไป ข้อสังเกตคือ ประกาศนี้เขียนถึง "ลูกค้า" ของ ธ.ก.ส. ถ้ายังไม่เคยเป็นลูกค้า ให้ถามสาขาโดยตรงว่าเข้าเกณฑ์หรือไม่

เรื่องหนี้เดิมกับ ธ.ก.ส.

เดลินิวส์รายงานว่ามาตรการพักชำระหนี้เกษตรกรรายย่อยของ ธ.ก.ส. สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยไม่ต่ออายุ และต้องเริ่มกลับมาชำระตามรอบบัญชีปกติตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ทางออกที่รายงานไว้คือ คนที่จ่ายได้จะได้ลดดอกเบี้ยบางส่วน ส่วนกลุ่มเสี่ยงจะปรับโครงสร้างหนี้และช่วยเหลือเป็นรายกรณี ส่วนข้อความ "พักหนี้ 3 เดือน" ที่แชร์กันเป็นมาตรการของ ธอส. ไม่ใช่ ธ.ก.ส. และ ณ 6 ต.ค. 2569 ธ.ก.ส. ยังไม่ประกาศพักหนี้เฉพาะน้ำท่วม 2569

บริการซ่อมเครื่องมือฟรีจากอาชีวศึกษา

ข่าววันที่ 6 ก.ย. 2569 จากรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า สอศ. จัดตั้งศูนย์ Fix it Center และจุดบริการอาชีวะอาสา 57 แห่ง ซ่อมสิ่งของและอุปกรณ์ที่จำเป็นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย รวมถึงเครื่องมือประกอบอาชีพ และลงทะเบียนขอรับบริการได้ที่สถานศึกษาอาชีวศึกษาทุกแห่ง ให้ติดต่อวิทยาลัยอาชีวะใกล้บ้านเพื่อถามว่ายังเปิดบริการอยู่หรือไม่

ความช่วยเหลือจากท้องถิ่น

ข้อมูลทางการที่เรารวบรวมไม่มีประกาศชัดเรื่องความช่วยเหลือด้านการเกษตรจาก อบต. หรือเทศบาลสำหรับคนที่ไม่เข้าเงื่อนไข จึงไม่ควรเชื่อข้อความที่บอกจำนวนเงินจากท้องถิ่นโดยไม่มีหนังสือประกาศ ให้สอบถาม อบต. เทศบาล หรือสำนักงานเกษตรอำเภอโดยตรง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ขึ้นทะเบียนหลังน้ำท่วมแล้วคิดว่าได้สิทธิย้อนหลัง เงื่อนไขกำหนดว่าต้องทำไว้ก่อนเกิดภัย
  • สรุปเองว่าไม่เคยขึ้นทะเบียน โดยไม่ได้เช็กชื่อที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ทั้งที่อาจมีคนในครอบครัวแจ้งไว้
  • เชื่อว่าจังหวัดข้างเคียงประกาศแล้ว พื้นที่ตัวเองก็ได้ด้วย การประกาศเขตเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัด
  • เข้าใจว่า ธ.ก.ส. พักหนี้ 3 เดือนให้ผู้ประสบภัย นั่นคือมาตรการ ธอส.
  • หยุดชำระหนี้ ธ.ก.ส. เพราะคิดว่ายังอยู่ในมาตรการพักหนี้ มาตรการเดิมสิ้นสุด 30 ก.ย. 2569 ควรคุยกับสาขาเรื่องลดดอกเบี้ยหรือปรับโครงสร้างหนี้
  • หลงเชื่อลิงก์ลงทะเบียนรับเงินที่ส่งต่อกันในแชต ให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรงแทน

สรุป

ตามหลักเกณฑ์เยียวยาเกษตรกร 2569 คนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ก่อนเกิดภัยจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือด้านพืช และพื้นที่ต้องอยู่ในเขตที่ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศ ส่วนกรณีพื้นที่ไม่ได้ประกาศยังไม่มีถ้อยคำทางการว่าจะได้อะไรแทน ให้ถามสำนักงานเกษตรอำเภอ ทางที่ยังเดินได้คือสินเชื่อของ ธ.ก.ส. สำหรับลูกค้าผู้ประสบภัย การคุยเรื่องหนี้กับสาขา และการขึ้นทะเบียนให้พร้อมก่อนภัยครั้งหน้า ดูข้อมูลด้านอื่นได้ที่ศูนย์รวมข้อมูลเกษตรกรน้ำท่วม 2569

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄คู่มือช่วยเหลือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ — เงื่อนไขขึ้นทะเบียน ทบก.01 ก่อนเกิดภัย และเพดาน 30 ไร่ (https://ebook.moac.go.th/help-guide/files/basic-html/page154.html)
  • 📄ไทยรัฐ — เงื่อนไขรับเงินช่วยเหลือ 3 ข้อ (https://www.thairath.co.th/news/society/2929882)
  • 📄กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ — เอกสารหลักเกณฑ์ฯ พ.ศ. 2569 ฉบับจริง ข้อ 5.1 อัตราช่วยเหลือด้านพืช (https://www4.fisheries.go.th/local/file_document/20260824100414_1_file.pdf)
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — อัตราช่วยเหลือด้านพืชตามหลักเกณฑ์ 2569 (https://doaenews.doae.go.th/archives/34053)
  • 📄ธ.ก.ส. — สินเชื่อฉุกเฉินและสินเชื่อฟื้นฟู ปี 2569/70 (27 ก.ย. 2569) (https://www.baac.or.th/news/baacfloodpolicy2026)
  • 📄เดลินิวส์ — สิ้นสุดมาตรการพักหนี้เกษตรกรรายย่อย 30 ก.ย. 2569 (https://www.dailynews.co.th/news/6231660/)
  • 📄กรุงเทพธุรกิจ — มาตรการพักชำระหนี้ของ ธอส. (ไม่ใช่ ธ.ก.ส.) (https://www.bangkokbiznews.com/economics/1253701)
  • 📄สยามรัฐ — ศูนย์ Fix it Center และจุดบริการอาชีวะอาสา (6 ก.ย. 2569) (https://siamrath.co.th/politics/326695)

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

เกษตรกรไม่ได้ขึ้นทะเบียนได้เงินเยียวยาน้ำท่วมไหม

ตามหลักเกณฑ์ด้านพืช 2569 ไม่ได้ กรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่าถ้าไม่ขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัยจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ และคู่มือของกระทรวงเกษตรฯ กำหนดให้ขึ้นทะเบียน ทบก.01 ไว้ก่อนเกิดภัย

พื้นที่ไม่ได้ประกาศภัยพิบัติทำอย่างไร

ให้สอบถามที่สำนักงานเกษตรอำเภอหรือที่ว่าการอำเภอว่าพื้นที่อยู่ระหว่างการเสนอประกาศหรือไม่ เพราะผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือ ส่วนกรณีที่ไม่ได้ประกาศจะได้ความช่วยเหลือแบบใด เรายังไม่พบถ้อยคำทางการระบุไว้

ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร แต่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส. ขอสินเชื่อฉุกเฉินได้ไหม

ประกาศ ธ.ก.ส. ปี 2569/70 กำหนดสินเชื่อฉุกเฉินสำหรับลูกค้าผู้ประสบภัย วงเงินไม่เกินรายละ 50,000 บาท ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก ให้แจ้งความประสงค์ที่สาขาที่สังกัด คุณสมบัติรายบุคคลให้ยืนยันกับสาขาหรือ BAAC Contact Center 02 555 0555

ธ.ก.ส. พักชำระหนี้ 3 เดือนให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมจริงไหม

ข้อมูลพักชำระหนี้ 3 เดือนที่แชร์กันเป็นมาตรการของ ธอส. (ธนาคารอาคารสงเคราะห์) ไม่ใช่ ธ.ก.ส. ณ 6 ต.ค. 2569 ธ.ก.ส. ยังไม่ประกาศพักหนี้เฉพาะน้ำท่วม 2569

หลักเกณฑ์เยียวยาเกษตรกร 2569 ใช้กับน้ำท่วมช่วงไหน

หลักเกณฑ์ใหม่ของกระทรวงเกษตรฯ ใช้กับภัยที่เกิดตั้งแต่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ช่วยไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ และยกเลิกหลักเกณฑ์เดิม พ.ศ. 2564

ถ้ารอบนี้ไม่ได้สิทธิ ควรทำอะไรเพื่อรอบหน้า

ขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับสำนักงานเกษตรอำเภอให้ตรงกับการเพาะปลูกจริง ให้เสร็จก่อนฤดูที่เสี่ยงน้ำท่วม เพราะเงื่อนไขกำหนดว่าต้องทำไว้ก่อนเกิดภัย