โรคและการดูแลเผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

ข้าวนาปรังเจออากาศหนาว ใบเหลือง ต้นชะงัก เมล็ดลีบ ต้องแก้อย่างไร

ข้าวนาปรังเจออากาศต่ำกว่า 20°C ต้นแคระ ใบเหลือง ถ้าตรงช่วงตั้งท้องถึงออกดอกที่ 15-17°C เมล็ดลีบ วิธีแก้ตามกรมส่งเสริมการเกษตร งดปุ๋ยช่วงหนาว และเฝ้าระวังโรค

ข้าวนาปรังเจออากาศหนาว ใบเหลือง ต้นชะงัก เมล็ดลีบ ต้องแก้อย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

ข้าวกระทบหนาวเกิดเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส อาการต่างกันตามระยะของต้นข้าว บทความนี้แยกอาการแต่ละระยะ วิธีแก้ที่หน่วยงานรัฐแนะนำ และการวางวันปลูกรอบหน้าเพื่อหลบหนาว

คำตอบเร็ว: ข้าวนาปรังที่ใบเหลือง ต้นเตี้ย ไม่แตกกอ หรือรวงออกแล้วเมล็ดลีบในหน้าหนาว ส่วนใหญ่คืออาการ "ข้าวกระทบหนาว" ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่าเกิดเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส วิธีแก้คือ งดปุ๋ยทุกชนิดจนอุณหภูมิกลับมาสูงกว่า 20 องศาเซลเซียส ใช้สารกลุ่มฮอร์โมนพืชตามอัตราที่กรมแนะนำ เฝ้าระวังโรคใบจุดสีน้ำตาล ขอบใบแห้ง และไหม้ ส่วนเมล็ดที่ลีบแล้วแก้คืนไม่ได้ ต้องป้องกันรอบหน้าด้วยการเลือกพันธุ์ทนหนาวและเลื่อนวันปลูก

ทุกปีช่วงธันวาคมถึงมกราคม จะมีชาวนาภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลางตอนบนโทรมาถามเหมือนกันว่า ข้าวที่เพิ่งปักดำหรือหว่านไปเหลืองทั้งแปลง ใส่ปุ๋ยแล้วก็ไม่เขียว บางรายข้าวกำลังออกรวงแต่รวงตั้งชี้ฟ้าเพราะเมล็ดข้างในไม่มีแป้ง คำถามแรกที่ควรถามตัวเองคือ ข้าวอยู่ระยะไหนตอนที่อากาศหนาวลง เพราะระยะของต้นข้าวเป็นตัวกำหนดว่าความเสียหายจะหนักหรือเบา และแก้ได้แค่ไหน (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

ข้าวกระทบหนาวคืออะไร เกิดที่อุณหภูมิเท่าไร

ภาพประกอบ ข้าวกระทบหนาวคืออะไร เกิดที่อุณหภูมิเท่าไร

ข่าวประชาสัมพันธ์ของกรมส่งเสริมการเกษตรเมื่อ 11 ธันวาคม 2568 เรื่อง "หนาวแล้ว ระวังข้าวกระทบหนาว" อธิบายว่าต้นข้าวจะได้รับความเสียหายเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส และในปีนั้นพยากรณ์ว่าอุณหภูมิต่ำสุดของภาคเหนืออยู่ที่ 16-18 องศาเซลเซียส ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ 17-19 องศาเซลเซียส ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่ข้าวทนได้ กรมการข้าวเองก็ออกประกาศเตือนเรื่องข้าวกระทบหนาวในฤดูหนาวลักษณะเดียวกัน

จุดที่ต้องเข้าใจคือ ตัวเลข 20 องศาเซลเซียสนี้เป็นอุณหภูมิอากาศช่วงเช้ามืดที่ต่ำที่สุด ไม่ใช่อุณหภูมิตอนกลางวัน หลายแปลงกลางวันแดดจัดจนคนคิดว่าไม่หนาว แต่ตีห้าลงไปถึง 16-17 องศาเซลเซียส ต้นข้าวเจอความเย็นแบบนี้ซ้ำหลายคืนก็แสดงอาการได้ วิธีที่ง่ายที่สุดคือดูพยากรณ์อุณหภูมิต่ำสุดรายจังหวัดของกรมอุตุนิยมวิทยาทุกเย็น แล้วจดไว้ว่าคืนไหนต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส

แยกอาการตามระยะของต้นข้าว

ภาพประกอบ แยกอาการตามระยะของต้นข้าว

ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการเกษตรส่วนกลางและสำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา ให้ภาพอาการแต่ละระยะไว้ใกล้เคียงกัน สรุปได้ตามตารางนี้

ระยะของข้าวอาการที่เห็นในแปลงความรุนแรง
ระยะกล้าเมล็ดงอกช้า ต้นกล้าชะงักการเจริญเติบโต แคระแกร็น ใบเหลืองฟื้นได้เมื่ออากาศอุ่น แต่เสียเวลา
ระยะแตกกอต้นเตี้ย ไม่แตกกอ สีเหลืองซีด เสี่ยงโรคใบจุดสีน้ำตาลปานกลาง ต้องดูแลเรื่องโรค
ระยะตั้งท้องถึงออกดอกใบเหลืองหรือส้ม ปลายใบแห้งจากขอบใบ ออกรวงช้าและไม่สม่ำเสมอ เมล็ดลีบรุนแรงที่สุด ผลผลิตลดและแก้คืนไม่ได้

ระยะที่หนักที่สุดคือระยะตั้งท้องถึงออกดอก กรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่าถ้าช่วงนี้เจออุณหภูมิ 15-17 องศาเซลเซียส จะเกิดการเป็นหมันของเกสรตัวผู้ ดอกข้าวผสมไม่ติด เมล็ดจึงลีบ สัญญาณที่เห็นได้ในแปลงคือ รวงที่ออกมาแล้วตั้งตรงไม่โค้งลง เพราะเมล็ดไม่มีน้ำหนัก ถ้าเอานิ้วบีบเมล็ดจะแบนไม่มีน้ำนม คนที่เคยเจอจะรู้ว่ารวงแบบนี้ดูจากไกล ๆ สีจะซีดกว่ารวงปกติ

ส่วนระยะกล้าและแตกกอ อาการดูน่ากลัวเพราะเหลืองทั้งแปลง แต่ถ้ารากยังดี เมื่ออากาศอุ่นขึ้นต้นข้าวมักฟื้นและแตกกอใหม่ได้ ความเสียหายหลักในระยะนี้คือเสียเวลาและเปิดโอกาสให้โรคเข้า

วิธีแก้ทีละขั้นตามที่หน่วยงานรัฐแนะนำ

  1. งดปุ๋ยทุกชนิดในช่วงที่ข้าวใบเหลืองจากความหนาว กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้หยุดใส่ปุ๋ยจนกว่าอุณหภูมิจะสูงกว่า 20 องศาเซลเซียส สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลาให้เหตุผลว่าช่วงหนาวข้าวดูดธาตุอาหารได้น้อย ใส่ไปก็ใช้ไม่ได้ ข้อนี้คนพลาดมากที่สุด เพราะเห็นใบเหลืองแล้วคิดว่าขาดปุ๋ย จึงหว่านยูเรียเพิ่ม ผลคือเสียเงินและไนโตรเจนที่ค้างอยู่ทำให้ใบอวบ โรคเข้าง่ายขึ้น
  2. ใช้สารกลุ่มฮอร์โมนพืชช่วยให้ต้นฟื้นตัว ข่าวของกรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้ฉีดพ่นสาร NAA หรือไซโตไคนิน อัตรา 50-100 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 7 วัน ให้อ่านฉลากผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมา เพราะความเข้มข้นของแต่ละสูตรต่างกัน และปฏิบัติตามฉลากเป็นหลัก
  3. พ่นธาตุสังกะสีและปุ๋ยทางใบเมื่ออากาศเริ่มอุ่น สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลาแนะนำให้พ่นธาตุสังกะสี และเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 20 องศาเซลเซียสแล้วจึงให้ปุ๋ยทางใบ แหล่งข้อมูลไม่ได้ระบุอัตราสังกะสี จึงให้ใช้ตามฉลากและถามเกษตรอำเภอ
  4. เฝ้าระวังโรคที่มากับความหนาว โดยเฉพาะโรคใบจุดสีน้ำตาลในระยะแตกกอ กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้ใช้เชื้อไตรโคเดอร์มาอัตรา 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 100 ลิตร และใส่ปุ๋ยที่มีโพแทสเซียมสูง ถ้าระบาดรุนแรง กรมระบุสารเคมีอีดิเฟนฟอส ให้ใช้ตามฉลากเท่านั้น
  5. ถามเรื่องการจัดการน้ำกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ แหล่งข้อมูลทางการที่อ้างอิงในบทความนี้ไม่ได้ให้คำแนะนำเรื่องระดับน้ำในนาช่วงหนาวไว้เป็นตัวเลข จึงไม่ควรเดาเอง ให้ปรึกษาเกษตรอำเภอหรือศูนย์วิจัยข้าวใกล้บ้านตามสภาพแปลงและน้ำที่มี

คำเตือนความปลอดภัย: ก่อนใช้สารเคมีหรือฮอร์โมนพืชทุกชนิด ให้อ่านฉลาก สวมถุงมือ หน้ากาก และเสื้อแขนยาว อย่าพ่นตอนลมแรง และเก็บภาชนะให้พ้นมือเด็ก ถ้าไม่แน่ใจว่าเป็นอาการหนาวหรือโรค ให้เก็บตัวอย่างต้นไปให้เกษตรอำเภอหรือศูนย์วิจัยข้าวใกล้บ้านดูก่อน

สามโรคที่มักตามมาหลังข้าวกระทบหนาว

ภาพประกอบ สามโรคที่มักตามมาหลังข้าวกระทบหนาว

สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลาเตือนเรื่องโรคข้าว 3 โรคที่พบบ่อยในหน้าหนาว ข้าวที่อ่อนแอจากความเย็นจะรับโรคได้ง่ายกว่าปกติ

  • โรคขอบใบแห้ง เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ระบาดเมื่อน้ำค้างแรงและอากาศเย็น ขอบใบแห้งเป็นทางยาว ข้อควรระวังคืออย่าใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำให้งดปุ๋ยช่วงหนาว
  • โรคไหม้ แผลรูปตาบนใบ ถ้าเป็นที่คอรวงจะทำให้รวงหัก พบมากเมื่อกลางคืนเย็นและกลางวันอุ่น ซึ่งเป็นสภาพอากาศปกติของหน้าหนาว
  • โรคใบจุดสีน้ำตาล จุดสีน้ำตาลคล้ายสนิมมีวงสีเหลืองรอบ ๆ พบในข้าวที่ต้นอ่อนแอ

การแยกระหว่างใบเหลืองจากหนาวกับใบเหลืองจากโรค ดูง่าย ๆ ได้ว่า ถ้าเหลืองสม่ำเสมอทั้งแปลงไม่มีแผล มักเป็นจากอากาศ แต่ถ้าเป็นหย่อม มีแผลรูปตา จุดสีน้ำตาล หรือขอบใบแห้งเป็นทาง ให้สงสัยโรคและส่งตัวอย่างให้เจ้าหน้าที่ดู ส่วนการวางเวลาพ่นป้องกันโรคเมล็ดด่าง อ่านต่อได้ที่ ปฏิทินพ่นป้องกันโรคเมล็ดด่าง

ป้องกันรอบหน้า: เลือกพันธุ์และวางวันปลูก

ภาพประกอบ ป้องกันรอบหน้า: เลือกพันธุ์และวางวันปลูก

เมื่อเมล็ดลีบไปแล้ว สิ่งที่คุ้มที่สุดคือไม่ให้เกิดซ้ำรอบหน้า ข่าวของกรมส่งเสริมการเกษตรให้แนวทางไว้สองข้อ

ข้อแรก เลือกพันธุ์ทนหนาว กรมแนะนำพันธุ์ที่ทนอากาศหนาวได้ดี เช่น ชัยนาท 1 กข31 กข41 และ กข43 พันธุ์เหล่านี้ต่างกันเรื่องอายุ คุณภาพเมล็ด และตลาดที่รับซื้อ ควรถามโรงสีหรือสหกรณ์ที่ขายประจำก่อนว่ารับพันธุ์ไหน และถามศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเรื่องเมล็ดพันธุ์ที่ได้มาตรฐาน

ข้อสอง หลีกเลี่ยงการปลูกช่วงกันยายนถึงพฤศจิกายน ในพื้นที่ที่หนาวจัด เพื่อไม่ให้ระยะกล้าหรือระยะตั้งท้องตรงกับช่วงหนาวที่สุด หลักคิดคือ นับย้อนจากอายุพันธุ์ข้าว ว่าวันที่ข้าวจะตั้งท้องถึงออกดอกตกเดือนไหน ถ้าตรงกับธันวาคมถึงมกราคมในภาคเหนือหรืออีสาน ให้เลื่อนวันปลูกหรือเปลี่ยนพันธุ์

สำหรับพื้นที่ที่ต้องตกกล้าใหม่หลังน้ำท่วมปลายฝน ซึ่งมักทำให้วันปลูกเลื่อนไปตรงหน้าหนาว ดูเรื่องการเลือกเมล็ดพันธุ์ปลูกซ่อมได้ที่ เมล็ดพันธุ์ข้าวปลูกซ่อมหลังน้ำท่วม 2569 ส่วนคนที่ชั่งใจว่าจะทำนาปรังต่อหรือหันไปปลูกพืชอื่นหลังนาในหน้าหนาว ดูการเทียบได้ที่ ปลูกพืชผักอายุสั้นหลังเก็บเกี่ยวข้าว

ตัวอย่างการตัดสินใจในแปลงจริง

ตัวอย่างนี้เป็นสถานการณ์สมมติเพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ใช่ข้อมูลจากแปลงจริง: ชาวนาภาคอีสานหว่านข้าวนาปรังต้นพฤศจิกายน กลางธันวาคมพยากรณ์อุณหภูมิต่ำสุด 17 องศาเซลเซียสต่อเนื่องหลายวัน ข้าวอยู่ระยะแตกกอและเริ่มเหลือง สิ่งที่ควรทำคือ เลื่อนปุ๋ยรอบที่ตั้งใจจะใส่ออกไปจนกว่าอุณหภูมิต่ำสุดจะกลับมาเกิน 20 องศาเซลเซียส เดินดูแปลงทุก 3-4 วันว่ามีจุดสีน้ำตาลหรือแผลรูปตาหรือไม่ แล้วจดวันที่คาดว่าข้าวจะตั้งท้องไว้ เพื่อเตรียมดูพยากรณ์ช่วงนั้นเป็นพิเศษ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ภาพประกอบ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  • หว่านยูเรียเพิ่มเมื่อเห็นใบเหลือง ทั้งที่รากดูดไม่ได้ในช่วงหนาว ต้องรอให้อุณหภูมิเกิน 20 องศาเซลเซียสก่อน
  • ดูอุณหภูมิตอนกลางวันแล้วคิดว่าไม่หนาว ตัวที่สำคัญคืออุณหภูมิต่ำสุดตอนเช้ามืด
  • ผสมฮอร์โมนเข้มข้นเกินฉลาก คิดว่าใส่มากแล้วฟื้นเร็ว ซึ่งไม่ใช่ ให้ใช้อัตราที่หน่วยงานแนะนำและตามฉลาก
  • เหมาว่าใบเหลืองทุกแบบคือหนาว ไม่ได้ตรวจแผลบนใบ จนโรคไหม้หรือขอบใบแห้งลุกลาม
  • ปลูกวันเดิมทุกปีโดยไม่นับระยะตั้งท้อง ทำให้เมล็ดลีบซ้ำในปีที่หนาวจัด
  • รีบพ่นสารเคมีกันโรคทั้งที่ยังไม่เห็นแผล ทั้งที่ใบเหลืองสม่ำเสมอจากอากาศ ควรตรวจแผลก่อนแล้วจึงตัดสินใจ

สรุป

ข้าวนาปรังกระทบหนาวเกิดเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส ระยะกล้าและแตกกอมักฟื้นได้เมื่ออากาศอุ่น แต่ระยะตั้งท้องถึงออกดอกที่เจอ 15-17 องศาเซลเซียสจะทำให้เมล็ดลีบและแก้คืนไม่ได้ ช่วงหนาวให้งดปุ๋ย ใช้ฮอร์โมนพืชตามอัตราที่แนะนำ และเฝ้าระวังสามโรคหน้าหนาว รอบหน้าให้เลือกพันธุ์ทนหนาวและวางวันปลูกไม่ให้ระยะตั้งท้องตรงกับช่วงหนาวที่สุด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร: หนาวแล้ว ระวังข้าวกระทบหนาว (11 ธ.ค. 2568) — เกณฑ์ 20°C อาการแต่ละระยะ 15-17°C เมล็ดลีบ พันธุ์ทนหนาว ช่วงที่ควรหลีกเลี่ยงการปลูก อัตรา NAA/ไซโตไคนิน และไตรโคเดอร์มา doae.go.th
  • 📄สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา: ปลูกข้าวนาปรัง ระวังหนาว — อาการระยะกล้าถึงออกรวง งดปุ๋ย พ่นสังกะสี และปุ๋ยทางใบเมื่ออุณหภูมิเกิน 20°C esc.doae.go.th
  • 📄สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา: ระวัง 3 โรคข้าวในหน้าหนาว — โรคขอบใบแห้ง ไหม้ และใบจุดสีน้ำตาล esc.doae.go.th
  • 📄กรมการข้าว: เตือน หนาวนี้ ระวังข้าวกระทบหนาว — ประกาศเตือนให้เฝ้าระวังแปลงข้าวในฤดูหนาว ricethailand.go.th

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

อุณหภูมิเท่าไรถึงเรียกว่าข้าวกระทบหนาว

กรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่าข้าวจะได้รับความเสียหายเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส และถ้าช่วงตั้งท้องถึงออกดอกเจออุณหภูมิ 15-17 องศาเซลเซียส จะเกิดการเป็นหมันของเกสรตัวผู้ ทำให้เมล็ดลีบ

ข้าวใบเหลืองช่วงหนาว ควรใส่ปุ๋ยยูเรียเพิ่มไหม

ไม่ควร กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้งดปุ๋ยทุกชนิดในช่วงที่ข้าวใบเหลืองจากความหนาว จนกว่าอุณหภูมิจะสูงกว่า 20 องศาเซลเซียส เพราะช่วงหนาวรากดูดธาตุอาหารได้น้อย ใส่ไปก็ใช้ไม่ได้ และไนโตรเจนที่มากเกินยังเพิ่มความเสี่ยงโรคขอบใบแห้ง

เมล็ดลีบจากความหนาวแก้คืนได้ไหม

เมล็ดที่ลีบเพราะเกสรเป็นหมันแล้วแก้คืนไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือดูแลรวงที่ยังไม่ออกดอกและป้องกันโรคซ้ำ แล้ววางวันปลูกรอบหน้าไม่ให้ช่วงตั้งท้องถึงออกดอกตรงกับช่วงหนาวที่สุด

พันธุ์ข้าวที่ทนหนาวมีพันธุ์อะไรบ้าง

ข่าวของกรมส่งเสริมการเกษตรเดือนธันวาคม 2568 แนะนำพันธุ์ที่ทนอากาศหนาวได้ดี เช่น ชัยนาท 1 กข31 กข41 และ กข43 ควรสอบถามศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวหรือเกษตรอำเภอว่าพันธุ์ใดเหมาะกับพื้นที่ของเรา

ควรหลีกเลี่ยงการปลูกข้าวนาปรังช่วงไหน

ข่าวของกรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้หลีกเลี่ยงการปลูกช่วงกันยายนถึงพฤศจิกายนในพื้นที่ที่เสี่ยงหนาว เพื่อไม่ให้ระยะกล้าหรือระยะตั้งท้องตรงกับช่วงอากาศหนาวที่สุด

ข้าวกระทบหนาวแล้วมีจุดสีน้ำตาลที่ใบ เป็นโรคอะไร

ช่วงแตกกอที่อากาศหนาว ข้าวเสี่ยงโรคใบจุดสีน้ำตาล กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำใช้เชื้อไตรโคเดอร์มา อัตรา 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 100 ลิตร และใส่ปุ๋ยที่มีโพแทสเซียมสูงเมื่ออากาศอุ่นขึ้น ถ้าระบาดรุนแรงจึงใช้สารเคมีตามที่หน่วยงานแนะนำและปฏิบัติตามฉลาก