โรคและการดูแล

ใบมันสำปะหลังเป็นจุดขาวเหลืองช่วงแล้งจัด อาจไม่ใช่ขาดน้ำแต่เป็นไรแดง

ใบมันสำปะหลังหรือไม้ผลเป็นจุดขาวเหลืองช่วงแล้งจัด อาจไม่ใช่อาการขาดน้ำธรรมดาแต่เป็นไรแดงระบาด วิธีตรวจด้วยแว่นขยาย แยกอาการให้ชัด และป้องกันก่อนระบาดหนัก

ใบมันสำปะหลังเป็นจุดขาวเหลืองช่วงแล้งจัด อาจไม่ใช่ขาดน้ำแต่เป็นไรแดง
คำตอบเร็ว: ใบเป็นจุดขาวเหลืองซีดกระจายทั่วใบในช่วงหน้าแล้งจัด ไม่ควรรีบสรุปว่าขาดน้ำเสมอไป เพราะไรแดงระบาดหนักที่สุดในช่วงอากาศแห้งร้อนพอดี และให้อาการคล้ายกันมากจนสับสนได้ง่าย วิธีแยกที่แม่นยำที่สุดคือพลิกดูใต้ใบด้วยแว่นขยายหรือเคาะใบลงบนกระดาษขาว ถ้าเห็นจุดสีแดงหรือน้ำตาลแดงตัวเล็กจิ๋วเคลื่อนไหวได้ นั่นคือไรแดง ไม่ใช่อาการขาดน้ำธรรมดาที่รดน้ำเพิ่มแล้วอาการจะดีขึ้นเอง แต่ถ้าเป็นไรแดงการรดน้ำเพิ่มอย่างเดียวจะไม่ช่วยและอาการจะลุกลามต่อไปเรื่อย ๆ

ทุกปีช่วงเดือนที่อากาศแห้งแล้งจัดต่อเนื่องหลายสัปดาห์ เกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังหรือไม้ผลหลายชนิดมักเจอปัญหาใบเริ่มซีดเหลืองเป็นจุด ๆ กระจายทั่วต้น แล้วรีบสรุปว่าต้นขาดน้ำจึงเร่งรดน้ำเพิ่ม แต่ผ่านไปหลายวันอาการกลับไม่ดีขึ้น หรือแย่ลงกว่าเดิม สาเหตุที่แท้จริงในหลายกรณีคือ "ไรแดง" ซึ่งเป็นศัตรูพืชที่ระบาดหนักเป็นพิเศษในสภาพอากาศแห้งร้อน ไม่ใช่ปัญหาจากการขาดน้ำที่แก้ได้ด้วยการรดน้ำเพิ่ม บทความนี้จะช่วยให้เกษตรกรแยกอาการทั้งสองแบบได้อย่างแม่นยำ พร้อมแนวทางป้องกันที่ใช้ได้จริงในแปลง

ทำไมไรแดงระบาดหนักช่วงแล้ง

ไรแดงเป็นศัตรูพืชขนาดจิ๋วที่มีวงจรชีวิตสัมพันธ์กับสภาพอากาศแห้งและร้อนโดยตรง สาเหตุที่ระบาดหนักเป็นพิเศษในช่วงแล้งมีหลายปัจจัยร่วมกัน

  • อากาศแห้งเอื้อต่อการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ไรแดงมีวงจรชีวิตสั้นและขยายพันธุ์เร็วขึ้นมากในสภาพอากาศแห้งร้อน ต่างจากฤดูฝนที่ความชื้นสูงและฝนตกช่วยชะล้างไรแดงออกจากใบตามธรรมชาติ
  • ต้นพืชที่เครียดจากความแล้งอ่อนแอกว่าปกติ ทำให้ต้านทานการเข้าทำลายของไรแดงได้น้อยลง เกิดความเสียหายรุนแรงขึ้นเมื่อเทียบกับต้นที่แข็งแรงในสภาพน้ำเพียงพอ
  • ไม่มีฝนช่วยชะล้างตามธรรมชาติ ในฤดูฝนน้ำฝนที่ตกลงมาช่วยล้างไรแดงและไข่ไรที่เกาะอยู่ใต้ใบออกไปเป็นระยะ แต่ในหน้าแล้งไม่มีกลไกธรรมชาตินี้ช่วย ทำให้ประชากรไรแดงสะสมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยไม่มีอะไรมาควบคุม
  • ฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายมากขึ้นในหน้าแล้ง เกาะอยู่บนใบเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอาศัยของไรแดง และบางครั้งฝุ่นยังบดบังอาการทำให้สังเกตเห็นจุดตัวไรแดงบนใบได้ยากขึ้นด้วย

วิธีตรวจด้วยแว่นขยายหรือกระดาษขาว

เนื่องจากไรแดงมีขนาดเล็กมากจนตาเปล่ามองเห็นเป็นเพียงจุดจิ๋ว ๆ การยืนยันว่าเป็นไรแดงจริงหรือไม่ต้องใช้วิธีตรวจที่เหมาะสม

วิธีตรวจขั้นตอนสิ่งที่ต้องสังเกต
ใช้แว่นขยายพลิกดูใต้ใบบริเวณที่มีจุดซีดเหลืองด้วยแว่นขยายกำลังขยายพอสมควรจุดสีแดง/น้ำตาลแดงตัวเล็กจิ๋วเคลื่อนไหวได้ อาจเห็นใยบาง ๆ คล้ายใยแมงมุมขนาดจิ๋วร่วมด้วยถ้าระบาดหนัก
เคาะใบลงกระดาษขาวเด็ดใบที่สงสัยหรือเคาะกิ่งเบา ๆ เหนือกระดาษขาวสะอาดจุดเล็ก ๆ สีแดงหรือน้ำตาลแดงร่วงลงบนกระดาษแล้วเคลื่อนไหวได้เมื่อสังเกตใกล้ ๆ
สังเกตด้วยตาเปล่าเบื้องต้นดูใต้ใบในที่มีแสงสว่างเพียงพอผิวใต้ใบมีลักษณะคล้ายผงฝุ่นสีแดงจาง ๆ เกาะอยู่ โดยเฉพาะตามเส้นใบ

วิธีเคาะใบลงกระดาษขาวเป็นวิธีที่เกษตรกรทำได้ง่ายที่สุดโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์พิเศษ เพียงแค่มีกระดาษขาวสะอาดแผ่นหนึ่งติดตัวไปในแปลง เมื่อเคาะแล้วเห็นจุดแดงเล็ก ๆ เคลื่อนไหวได้บนกระดาษ ก็ยืนยันได้ทันทีว่าเป็นไรแดงระบาด ไม่ใช่อาการขาดน้ำหรือปัญหาอื่น ควรตรวจอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งในช่วงหน้าแล้ง โดยสุ่มตรวจหลายจุดในแปลงแทนการตรวจเพียงต้นเดียว เพราะการระบาดในระยะแรกมักกระจุกอยู่บางจุดก่อนแล้วจึงลามไปทั่วแปลงในภายหลัง

ความแตกต่างจากอาการขาดน้ำ

ลักษณะอาการไรแดงระบาดอาการขาดน้ำ
ลักษณะจุดบนใบจุดขาวเหลืองซีดกระจายเป็นจุดเล็ก ๆ ทั่วใบ มักเริ่มจากใบล่างหรือใบแก่ก่อนใบเหี่ยวเฉาทั้งใบ ขอบใบแห้งกรอบ ไม่ใช่จุดกระจายเป็นจุด ๆ
การตอบสนองต่อการรดน้ำไม่ดีขึ้นแม้รดน้ำเพิ่ม อาการยังลุกลามต่อเนื่องใบฟื้นตัวดีขึ้นชัดเจนภายใน 1-2 วันหลังรดน้ำเพียงพอ
รูปแบบการกระจายกระจายไม่สม่ำเสมอ มักเริ่มจากบางต้นหรือบางกิ่งก่อนแล้วลามไปต้นอื่นเกิดพร้อมกันทั้งแปลงหรือทั้งต้นตามสภาพดินและปริมาณน้ำที่ได้รับ
ลักษณะใต้ใบเมื่อตรวจใกล้ ๆพบตัวไรแดงหรือใยบางเมื่อใช้แว่นขยายหรือเคาะใบใต้ใบปกติ ไม่มีจุดหรือสิ่งมีชีวิตเคลื่อนไหว

ข้อสังเกตสำคัญคือ อาการขาดน้ำมักเกิดพร้อมกันเป็นวงกว้างตามสภาพดินที่แห้ง และตอบสนองดีต่อการรดน้ำอย่างรวดเร็ว ขณะที่ไรแดงระบาดจะเริ่มจากจุดเล็ก ๆ ในบางต้นก่อนแล้วค่อยขยายวงเมื่อประชากรไรแดงเพิ่มขึ้นและแพร่กระจายไปตามลม การรดน้ำอาจช่วยลดความเครียดของต้นได้บ้าง แต่ไม่ได้แก้ปัญหาไรแดงที่ต้นเหตุ หากลังเลระหว่างสองอาการ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือตรวจใต้ใบให้แน่ใจก่อนเสมอ แทนการเดาแล้วรดน้ำเพิ่มไปก่อนโดยไม่ตรวจสอบ เพราะเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์หากสาเหตุที่แท้จริงคือไรแดง

ปัจจัยพืชและสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อความรุนแรงของการระบาด

นอกจากสภาพอากาศแห้งแล้งแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้บางแปลงเสียหายจากไรแดงรุนแรงกว่าแปลงข้างเคียงในสภาพอากาศเดียวกัน

  • ต้นที่ขาดธาตุอาหารหรือดูแลไม่สม่ำเสมอ มักอ่อนแอและถูกไรแดงเข้าทำลายรุนแรงกว่าต้นที่ได้รับการดูแลด้านปุ๋ยและน้ำอย่างสม่ำเสมอตลอดฤดู
  • แปลงที่อยู่ใกล้ถนนดินหรือพื้นที่ฝุ่นฟุ้งกระจายมาก มักพบการระบาดรุนแรงกว่าแปลงที่อยู่ในพื้นที่ฝุ่นน้อยกว่า เพราะฝุ่นเอื้อต่อสภาพแวดล้อมที่ไรแดงชอบอาศัย
  • แปลงที่ปลูกพืชชนิดเดียวกันติดต่อกันหลายฤดูโดยไม่สลับพืช มีแนวโน้มสะสมประชากรไรแดงในพื้นที่มากกว่าแปลงที่มีการปลูกพืชหมุนเวียน เพราะไรแดงมีแหล่งอาศัยต่อเนื่องโดยไม่ถูกตัดวงจร

การป้องกันก่อนระบาดหนัก

  • หมั่นตรวจใต้ใบเป็นประจำในช่วงหน้าแล้ง โดยเฉพาะช่วงที่ฝนทิ้งช่วงนานติดต่อกัน เพื่อพบการระบาดตั้งแต่ระยะเริ่มต้นก่อนที่ประชากรไรแดงจะเพิ่มจำนวนมากเกินควบคุม
  • ให้น้ำอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอ แม้ไม่ได้แก้ปัญหาไรแดงโดยตรง แต่ต้นที่ได้รับน้ำเพียงพอมีความต้านทานต่อการเข้าทำลายของไรแดงได้ดีกว่าต้นที่เครียดจากความแล้ง
  • พ่นน้ำล้างใต้ใบเป็นระยะในช่วงที่ไม่มีฝน ช่วยลดการสะสมของไรแดงและฝุ่นละอองบนใบ เป็นวิธีเชิงกลที่ปลอดภัยและทำได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้สารเคมี
  • กำจัดวัชพืชรอบแปลงที่อาจเป็นแหล่งอาศัยของไรแดง เพราะไรแดงสามารถอาศัยอยู่บนวัชพืชและแพร่กระจายเข้าสู่แปลงปลูกหลักได้
  • ปรึกษาเกษตรอำเภอหรือกรมวิชาการเกษตรเมื่อพบการระบาดรุนแรง เพื่อขอคำแนะนำการใช้สารกำจัดไรที่เหมาะสมและปลอดภัย เนื่องจากชนิดสารและอัตราการใช้ต้องเป็นไปตามคำแนะนำทางวิชาการที่เป็นปัจจุบันเท่านั้น ไม่ควรใช้สารกำจัดแมลงทั่วไปเพราะไรแดงไม่ใช่แมลงและมักไม่ตอบสนองต่อสารกำจัดแมลงบางชนิด

ผลกระทบทางเศรษฐกิจเมื่อวินิจฉัยผิดพลาด

การแยกไรแดงกับอาการขาดน้ำผิดพลาดมีผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ต่างกันไปสองทิศทาง ซึ่งเกษตรกรควรตระหนักถึงทั้งสองด้านก่อนตัดสินใจแก้ปัญหา

  • วินิจฉัยผิดว่าเป็นอาการขาดน้ำทั้งที่จริงเป็นไรแดง ทำให้เสียเวลาและทรัพยากรน้ำไปกับการรดน้ำเพิ่มโดยไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ระหว่างนั้นไรแดงยังคงขยายพันธุ์และทำลายพื้นที่ใบต่อเนื่อง เมื่อกว่าจะรู้ตัวว่าเป็นไรแดงจริง ต้นอาจเสียหายมากจนฟื้นตัวยากและกระทบผลผลิตทั้งฤดู
  • วินิจฉัยผิดว่าเป็นไรแดงทั้งที่จริงเป็นอาการขาดน้ำ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายซื้อสารกำจัดไรมาฉีดพ่นโดยไม่จำเป็น ทั้งที่ปัญหาแท้จริงแก้ได้ง่ายกว่าด้วยการให้น้ำเพิ่มเพียงอย่างเดียว นอกจากเสียเงินแล้วยังอาจสร้างความเครียดเพิ่มเติมให้ต้นที่ขาดน้ำอยู่แล้วจากสารเคมีที่ไม่จำเป็น

ด้วยเหตุนี้ การตรวจสอบด้วยแว่นขยายหรือกระดาษขาวก่อนตัดสินใจทุกครั้งจึงเป็นขั้นตอนที่คุ้มค่ากับเวลาไม่กี่นาทีที่เสียไป เพราะช่วยป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการวินิจฉัยผิดพลาดทั้งสองทิศทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างสถานการณ์จริงในแปลง

  • สถานการณ์ที่ 1 — ใบมันสำปะหลังเริ่มซีดเหลืองเป็นจุดกระจายในบางแถวช่วงฝนทิ้งช่วงนาน เกษตรกรรดน้ำเพิ่มทันทีโดยไม่ตรวจใต้ใบก่อน ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์อาการลามไปแถวข้างเคียง เมื่อพลิกดูใต้ใบด้วยแว่นขยายจึงพบว่าเป็นไรแดงระบาดตั้งแต่ต้น การรดน้ำเพิ่มก่อนหน้านี้จึงไม่ได้ช่วยอะไรและเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์
  • สถานการณ์ที่ 2 — สวนไม้ผลที่ให้น้ำสม่ำเสมอทุกวันแต่ใบยังซีดเหลืองเป็นจุด เพราะให้น้ำเพียงพออยู่แล้วแต่อาการยังไม่ดีขึ้น เกษตรกรจึงสงสัยและตรวจใต้ใบทันที พบตัวไรแดงเคลื่อนไหวชัดเจน กรณีนี้การให้น้ำเพียงพอไม่ได้ป้องกันไรแดงได้ทั้งหมด แต่ช่วยให้ต้นทนทานต่อความเสียหายได้มากกว่าต้นที่ขาดน้ำร่วมด้วย
  • สถานการณ์ที่ 3 — พบจุดแดงเล็ก ๆ บนใบแต่ไม่แน่ใจว่าเคลื่อนไหวได้หรือไม่ เกษตรกรใช้วิธีเคาะใบลงกระดาษขาวตามคำแนะนำ พบจุดสีแดงหลายจุดเคลื่อนไหวได้ชัดเจนเมื่อสังเกตใกล้ ๆ จึงมั่นใจได้ว่าเป็นไรแดงระบาดจริงและรีบดำเนินมาตรการป้องกันก่อนที่ประชากรไรแดงจะเพิ่มจำนวนมากเกินควบคุม

การฝึกสังเกตจากสถานการณ์จริงเหล่านี้ช่วยให้เกษตรกรตัดสินใจได้เร็วและแม่นยำขึ้นในแปลง แทนที่จะเสียเวลารดน้ำเพิ่มโดยไม่ตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงก่อน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเจอใบซีดเหลืองช่วงแล้ง

  • สรุปว่าขาดน้ำทันทีโดยไม่ตรวจใต้ใบก่อน เสียเวลารดน้ำเพิ่มโดยไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุจริง ทำให้ไรแดงลุกลามต่อไป
  • ใช้สารกำจัดแมลงทั่วไปฉีดพ่นเพราะเข้าใจว่าเป็นแมลงศัตรูพืชชนิดอื่น ซึ่งมักไม่ได้ผลกับไรแดงเพราะไรไม่ใช่แมลง เสียทั้งเงินและเวลาโดยปัญหาไม่ดีขึ้น
  • ไม่ตรวจใต้ใบเป็นประจำในช่วงหน้าแล้ง ปล่อยให้ประชากรไรแดงเพิ่มจำนวนมากจนควบคุมยากก่อนพบการระบาด
  • รดน้ำมากเกินไปโดยหวังแก้ปัญหาไรแดง ซึ่งไม่ได้ช่วยกำจัดไรแดงโดยตรง และอาจทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมา เช่น รากเน่าถ้าดินระบายน้ำไม่ดี
  • ปล่อยวัชพืชรอบแปลงรกทึบในช่วงหน้าแล้ง กลายเป็นแหล่งอาศัยและแพร่พันธุ์ของไรแดงก่อนเข้าทำลายพืชหลัก
  • รอจนใบร่วงหรือต้นทรุดโทรมชัดเจนก่อนลงมือแก้ไข ทำให้ต้นเสียหายมากเกินกว่าจะฟื้นตัวได้เต็มที่ในฤดูนั้น

สรุป

ใบซีดเหลืองเป็นจุดในช่วงหน้าแล้งไม่ใช่สัญญาณของการขาดน้ำเสมอไป เพราะไรแดงระบาดหนักเป็นพิเศษในสภาพอากาศแห้งร้อนและให้อาการคล้ายกันมาก วิธีแยกที่แม่นยำที่สุดคือตรวจใต้ใบด้วยแว่นขยายหรือเคาะใบลงกระดาษขาวเพื่อยืนยันการมีตัวไรแดง หากพบให้จัดการด้วยการพ่นน้ำล้างใบและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องสารกำจัดไรที่เหมาะสม แทนการรดน้ำเพิ่มเพียงอย่างเดียวซึ่งไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ การตรวจสอบให้แน่ใจก่อนตัดสินใจทุกครั้งช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายที่อาจเสียไปโดยไม่จำเป็น และช่วยให้จัดการปัญหาได้ทันท่วงทีก่อนความเสียหายลุกลามไปทั้งแปลง เกษตรกรที่ดูแลต้นให้แข็งแรงสม่ำเสมอด้วยธาตุอาหารและน้ำที่เพียงพอตลอดฤดู มักพบว่าต้นทนทานต่อการเข้าทำลายของไรแดงได้ดีกว่าต้นที่ถูกละเลย และควรพิจารณาปลูกพืชหมุนเวียนสลับในแปลงที่เคยมีประวัติการระบาดรุนแรง เพื่อลดโอกาสสะสมประชากรไรแดงในพื้นที่ระยะยาว การจัดการเชิงป้องกันแบบนี้ช่วยลดทั้งความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายในการควบคุมไรแดงเมื่อเทียบกับการรอแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อระบาดหนักแล้วอย่างชัดเจนในทุกกรณีที่เกษตรกรจำนวนมากเคยเผชิญมาแล้วในทางปฏิบัติ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมวิชาการเกษตร — ข้อมูลไรแดงศัตรูพืชและแนวทางป้องกันกำจัดในพืชไร่และไม้ผล
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — คำแนะนำการดูแลพืชในช่วงฤดูแล้งและการป้องกันศัตรูพืช

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

ดูข้อมูลโรคและการดูแลพืชอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ หมวดโรคและการดูแล

คำถามที่พบบ่อย

ไรแดงระบาดในพืชชนิดไหนบ้างนอกจากมันสำปะหลัง

ไรแดงเป็นศัตรูพืชที่พบได้กว้างในไม้ผลและพืชไร่หลายชนิด โดยเฉพาะในสภาพอากาศแห้งร้อน เช่น มะละกอ มะม่วง ส้ม และพืชผักบางชนิด ควรหมั่นตรวจใต้ใบพืชทุกชนิดในช่วงหน้าแล้ง

พ่นน้ำล้างใบช่วยกำจัดไรแดงได้จริงหรือไม่

ช่วยลดจำนวนไรแดงได้ในระดับหนึ่งโดยเฉพาะถ้าทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะแรงน้ำช่วยชะล้างไรแดงและไข่ที่เกาะอยู่ใต้ใบออกไป แต่ถ้าระบาดหนักมากอาจต้องใช้มาตรการเพิ่มเติมร่วมด้วย

ไรแดงทำให้ต้นตายได้ไหมถ้าปล่อยไว้ไม่จัดการ

ถ้าระบาดรุนแรงต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่มีการจัดการ ต้นจะอ่อนแอลงมากจากการสูญเสียพื้นที่ใบสังเคราะห์แสง ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตอย่างรุนแรง

ฤดูฝนต้องกังวลเรื่องไรแดงไหม

ความเสี่ยงลดลงมากในฤดูฝน เพราะความชื้นสูงและฝนที่ตกช่วยชะล้างไรแดงตามธรรมชาติ แต่ถ้ามีช่วงฝนทิ้งช่วงแห้งแล้งสลับเป็นระยะ ก็ยังควรหมั่นตรวจใต้ใบเป็นระยะเช่นกัน

เห็นจุดแดงบนใบแต่ไม่เคลื่อนไหวเลย ยังเป็นไรแดงไหม

จุดที่ไม่เคลื่อนไหวเลยอาจเป็นไข่ไรแดงหรือคราบตัวไรที่ตายแล้ว ควรตรวจสอบซ้ำในหลายจุดของใบและหลายใบในต้นเดียวกันด้วยแว่นขยาย

ไรแดงกับไรขาวหรือไรชนิดอื่นต่างกันอย่างไร

ไรขาวมักทำให้ใบและยอดหงิกงอผิดรูปมากกว่าเป็นจุดซีดกระจาย ส่วนไรแดงมักให้อาการจุดขาวเหลืองซีดกระจายทั่วใบเป็นหลัก หากไม่แน่ใจควรเก็บตัวอย่างใบไปให้เกษตรอำเภอช่วยยืนยันชนิดก่อนเลือกวิธีจัดการ

ควรพ่นสารกำจัดไรทันทีที่พบตัวไรแดงหรือรอดูอาการก่อน

ขึ้นกับความรุนแรง หากพบเพียงไม่กี่จุดในบางต้น การพ่นน้ำล้างใบและตัดแต่งใบที่เสียหายมากออกก่อนมักเพียงพอ แต่หากพบระบาดกระจายเป็นวงกว้างควรปรึกษาเกษตรอำเภอเพื่อพิจารณาใช้สารกำจัดไรที่เหมาะสมโดยเร็ว