ประมงเผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

น้ำขุ่นและออกซิเจนต่ำในบ่อปลาหลังน้ำท่วม แก้อย่างไร

น้ำขุ่นและออกซิเจนต่ำในบ่อปลาหลังน้ำท่วม ดูอาการปลาฮุบอากาศ แยกสาเหตุ วิธีแก้เบื้องต้น และสิทธิช่วยเหลือประมง 2569 ไร่ละ 4,890 บาท ช่องทางแจ้ง กษ 01 ออนไลน์

น้ำขุ่นและออกซิเจนต่ำในบ่อปลาหลังน้ำท่วม แก้อย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

คนเลี้ยงปลาบ่อดินหลายรายเล่าตรงกันว่า ช่วงที่น่าห่วงที่สุดไม่ใช่ตอนน้ำกำลังท่วม แต่เป็นหลายวันหลังจากนั้น เมื่อน้ำเริ่มนิ่ง บ่อกลายเป็นสีน้ำตาลขุ่น ตอ

คำตอบเร็ว: ถ้าหลังน้ำลดแล้วปลาลอยหัวฮุบอากาศที่ผิวน้ำ ไม่ยอมกินอาหาร และน้ำในบ่อขุ่นสีโคลนหรือมีกลิ่นเหม็น ให้สงสัยไว้ก่อนว่าออกซิเจนในน้ำต่ำ สิ่งที่ทำได้ทันทีคือเพิ่มอากาศให้น้ำถ้ามีเครื่องตีน้ำหรือปั๊มลมที่ปลอดภัย หยุดหรือลดการให้อาหารเมื่อปลาไม่กิน เก็บซากปลาตายออก และยังไม่สูบน้ำขุ่นจากภายนอกเข้าบ่อ ส่วนการใส่ปูนหรือสารปรับน้ำ ให้ถามสำนักงานประมงอำเภอก่อน เพราะยังไม่พบคำแนะนำทางเทคนิคของกรมประมงที่ระบุตัวเลขสำหรับน้ำท่วมปี 2569 (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

คนเลี้ยงปลาบ่อดินหลายรายเล่าตรงกันว่า ช่วงที่น่าห่วงที่สุดไม่ใช่ตอนน้ำกำลังท่วม แต่เป็นหลายวันหลังจากนั้น เมื่อน้ำเริ่มนิ่ง บ่อกลายเป็นสีน้ำตาลขุ่น ตอนเช้ามืดเห็นปลาขึ้นมาเรียงกันฮุบอากาศที่ขอบบ่อ แล้วก็เริ่มมีปลาลอยตายทีละตัวสองตัว บทความนี้เขียนแบบไล่อาการ ไปหาสาเหตุ แล้วจึงไปที่วิธีแก้ เพื่อให้ตัดสินใจได้เร็วว่าบ่อของเรากำลังเจอปัญหาแบบไหน และเรื่องใดควรให้เจ้าหน้าที่ประมงช่วยดู

ต้องบอกตรง ๆ ตั้งแต่ต้นว่า จากการตรวจแหล่งข้อมูลทางการที่ใช้เขียนบทความนี้ ยังไม่พบเอกสารของกรมประมงฉบับปี 2569 ที่กำหนดตัวเลขค่าออกซิเจนละลายน้ำ ค่าความขุ่น อัตราการใส่ปูน หรือวิธีฟื้นฟูบ่อหลังน้ำท่วมแบบเป็นขั้นเป็นตอน บทความนี้จึงไม่ใส่ตัวเลขเหล่านั้น และจะบอกว่าจุดไหนต้องถามเจ้าหน้าที่ ส่วนเรื่องสิทธิช่วยเหลือ อัตราเงิน และช่องทางแจ้งความเสียหาย ใช้ตามเอกสารทางการที่ประกาศแล้ว ภาพรวมสิทธิของเกษตรกรทุกด้านดูได้ที่ ศูนย์รวมข้อมูลเกษตรกรน้ำท่วม 2569 พืช ปศุสัตว์ ประมง หนี้ และการฟื้นฟู

อาการแบบไหนบอกว่าออกซิเจนในบ่อปลาหลังน้ำท่วมต่ำ

ภาพประกอบ อาการแบบไหนบอกว่าออกซิเจนในบ่อปลาหลังน้ำท่วมต่ำ

ค่าออกซิเจนบ่อปลาหลังน้ำท่วมวัดด้วยตาไม่ได้ แต่ปลาจะแสดงพฤติกรรมให้เห็นก่อนเสมอ สัญญาณที่ผู้เลี้ยงสังเกตได้เองมีดังนี้

  • ปลาลอยหัวฮุบอากาศที่ผิวน้ำ โดยเฉพาะช่วงเช้ามืดถึงสาย ถ้าเห็นปลาจำนวนมากรวมกันที่ผิวน้ำหรือตรงจุดที่น้ำไหลเข้า ถือเป็นสัญญาณอันตรายอันดับแรก
  • ปลาไม่ขึ้นกินอาหาร หรือกินน้อยลงชัดเจนเมื่อเทียบกับก่อนน้ำท่วม อาหารที่โยนลงไปจมเหลือก้นบ่อ
  • ปลาว่ายเชื่องช้า เกาะขอบบ่อ ตกใจง่ายน้อยลง เอามือกวักน้ำใกล้ ๆ ก็ไม่หนี
  • ปลาตายทยอยทุกวัน แม้ไม่เห็นแผลหรือความผิดปกติที่ตัวปลาชัดเจน ให้นับจำนวนที่ตายในแต่ละวันไว้ จะเห็นแนวโน้มว่าดีขึ้นหรือแย่ลง
  • สีน้ำเปลี่ยนกะทันหัน จากเขียวอ่อนเป็นน้ำตาลโคลน สีเทา หรือมีฝ้าลอยผิวน้ำ
  • มีกลิ่นเหม็นเน่าหรือกลิ่นไข่เน่าจากก้นบ่อ เวลาเดินลงไปหรือกวนตะกอน

ถ้าเห็นปลาฮุบอากาศพร้อมกันหลายตัว อย่ารอให้สายแล้วค่อยดู เพราะช่วงที่ออกซิเจนต่ำมักเป็นช่วงกลางคืนต่อเนื่องถึงเช้า ผู้เลี้ยงที่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มักบอกว่า การเดินตรวจบ่อตอนตีห้าตีหกมีค่ามากกว่าการตรวจตอนบ่ายหลายเท่า

น้ำขุ่นบ่อปลาหลังน้ำท่วมเกิดจากอะไร

น้ำขุ่นบ่อปลาหลังน้ำท่วมกับออกซิเจนต่ำมักมาด้วยกัน แต่สาเหตุอาจไม่เหมือนกันในแต่ละบ่อ การแยกสาเหตุให้ได้จะช่วยให้เลือกวิธีแก้ถูกจุด

1) ตะกอนดินจากน้ำหลาก

น้ำท่วมพาดินโคลนจากที่สูง ถนน และแปลงเกษตรรอบ ๆ เข้ามาในบ่อ ทำให้น้ำเป็นสีน้ำตาลโคลน แสงแดดส่องลงไปได้น้อย แพลงก์ตอนพืชซึ่งช่วยสร้างออกซิเจนในเวลากลางวันจึงทำงานได้น้อยลง

2) อินทรียวัตถุเน่าในบ่อ

ใบไม้ หญ้า ซากพืช ขยะ และซากสัตว์ที่ลอยมากับน้ำ เมื่อจมลงก้นบ่อจะเน่าและใช้ออกซิเจนในน้ำ ถ้ามีปลาตายค้างอยู่ในบ่อด้วย ปัญหาจะหนักขึ้นอีก กลิ่นเหม็นจากก้นบ่อเป็นตัวบอกข้อนี้ได้ดี

3) น้ำจากภายนอกที่ปนเปื้อน

น้ำที่ท่วมผ่านชุมชน ฟาร์มสัตว์ หรือพื้นที่อุตสาหกรรม อาจมีสิ่งปนเปื้อนที่ทำให้คุณภาพน้ำแย่ลงเร็ว บ่อที่อยู่ปลายทางน้ำมักเจอปัญหานี้หนักกว่าบ่อที่อยู่ต้นน้ำ

4) อากาศครึ้มต่อเนื่อง

ช่วงฝนตกและฟ้าปิดหลายวัน แพลงก์ตอนพืชสร้างออกซิเจนได้น้อย ขณะที่ปลาและสิ่งมีชีวิตในบ่อยังใช้ออกซิเจนตลอดเวลา บ่อที่เลี้ยงหนาแน่นจะเจอผลกระทบก่อน

ตารางวินิจฉัย: อาการ สาเหตุที่น่าจะเป็น และสิ่งที่ทำได้

สิ่งที่เห็นสาเหตุที่น่าจะเป็นสิ่งที่ทำได้ทันทีเมื่อไหร่ต้องเรียกเจ้าหน้าที่
ปลาฮุบอากาศตอนเช้ามืด กินอาหารน้อยออกซิเจนต่ำช่วงกลางคืนเพิ่มอากาศด้วยเครื่องตีน้ำหรือปั๊มลมที่ปลอดภัย งดอาหารมื้อเช้าปลาเริ่มตายต่อเนื่องแม้เพิ่มอากาศแล้ว
น้ำสีน้ำตาลโคลน ไม่มีกลิ่นตะกอนดินจากน้ำหลากหยุดรับน้ำขุ่นจากภายนอก รอให้ตะกอนตกน้ำขุ่นค้างนานจนปลาไม่กินอาหาร
น้ำสีเทาดำ กลิ่นเหม็นจากก้นบ่ออินทรียวัตถุและซากเน่าเก็บซากปลาและขยะออก ลดอาหารต้องการตรวจคุณภาพน้ำหรือคิดจะใช้สารปรับปรุงน้ำ
ปลาตายจำนวนมากพร้อมกัน มีแผลหรืออาการผิดปกติอาจเป็นโรคหรือสารปนเปื้อน ไม่ใช่แค่ออกซิเจนถ่ายรูป เก็บตัวอย่างไว้ แยกซากออกทันที แจ้งสำนักงานประมงอำเภอหรือจังหวัด
คันบ่อพัง ปลาหลุดออกไปน้ำล้นคันบ่อบันทึกหลักฐานความเสียหายแจ้งความเสียหายผ่านแบบ กษ 01 ออนไลน์และสำนักงานประมง

ตารางนี้เป็นแนวทางคัดแยกเบื้องต้นจากอาการที่เห็นได้เอง ไม่ใช่เกณฑ์ทางวิชาการ ถ้าไม่แน่ใจว่าบ่อของคุณอยู่ในแถวไหน ให้ถือว่าเป็นแถวที่รุนแรงกว่าไว้ก่อน

วิธีแก้ทีละขั้น เมื่อเจอน้ำขุ่นและออกซิเจนต่ำ

  1. เช็กความปลอดภัยไฟฟ้าก่อนเปิดเครื่อง เครื่องตีน้ำ ปั๊มลม หรือตู้ควบคุมไฟที่เคยจมน้ำ ห้ามเสียบปลั๊กหรือเปิดสวิตช์ทันที ให้ช่างไฟตรวจก่อน เพราะบริเวณบ่อเป็นจุดที่คนเปียกน้ำและเสี่ยงไฟดูดสูง
  2. เพิ่มอากาศให้น้ำ ถ้ามีเครื่องตีน้ำหรือปั๊มลมที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย ให้เปิดในช่วงกลางคืนถึงเช้าซึ่งเป็นช่วงเสี่ยง ถ้าไม่มีเครื่อง ให้ปรึกษาสำนักงานประมงในพื้นที่ว่ามีอุปกรณ์หรือวัสดุช่วยเหลือหรือไม่
  3. หยุดหรือลดอาหาร เมื่อปลาไม่ขึ้นกิน อาหารที่เหลือจะเน่าและซ้ำเติมปัญหาออกซิเจน ให้สังเกตว่าปลากลับมากินตามปกติเมื่อไหร่ แล้วค่อยเพิ่มทีละน้อย
  4. เก็บซากปลาตาย ขยะ และเศษพืชออกจากบ่อทุกวัน นับจำนวนและถ่ายรูปไว้ด้วย เพราะเป็นหลักฐานความเสียหายที่ใช้ตอนแจ้งขอรับความช่วยเหลือ
  5. ยังไม่สูบน้ำจากคลองหรือแหล่งน้ำที่ยังขุ่นเข้าบ่อ การเติมน้ำที่ขุ่นกว่าน้ำในบ่อไม่ช่วยอะไร และอาจพาสิ่งปนเปื้อนเข้ามาเพิ่ม
  6. ขอให้เจ้าหน้าที่ประมงช่วยตรวจคุณภาพน้ำ ก่อนใส่ปูน เกลือ จุลินทรีย์ หรือสารปรับน้ำใด ๆ เพราะแต่ละบ่อมีสภาพไม่เหมือนกัน และแหล่งข้อมูลทางการที่ใช้เขียนบทความนี้ไม่มีอัตราการใช้ที่กำหนดไว้สำหรับกรณีน้ำท่วมปี 2569
  7. จดบันทึกทุกวัน เช่น เวลาที่เห็นปลาฮุบอากาศ จำนวนปลาตาย สีน้ำ กลิ่น และสิ่งที่ทำไป ข้อมูลนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ได้เร็วขึ้น

ฟื้นฟูบ่อปลาหลังน้ำลด ควรเริ่มเมื่อไหร่

การฟื้นฟูบ่อปลาหลังน้ำลด เช่น ซ่อมคันบ่อ ตากบ่อ ปรับก้นบ่อ หรือปล่อยพันธุ์ปลาใหม่ ควรเริ่มหลังจากแน่ใจว่าน้ำจะไม่กลับมาท่วมซ้ำ และหลังจากแจ้งความเสียหายกับเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว ข้อสำคัญคืออย่ารีบล้างหรือปรับบ่อจนหลักฐานความเสียหายหายไปก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจ

ความช่วยเหลือด้านประมงตามหลักเกณฑ์ปี 2569 ไม่ได้มีแค่เงิน เอกสารหลักเกณฑ์ระบุว่าให้ช่วยเหลือเป็นเงิน หรือสนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำ อาหารสัตว์น้ำ วัสดุทางการประมง ตามความจำเป็นและเหมาะสม จึงควรสอบถามสำนักงานประมงอำเภอว่าในพื้นที่ของคุณจะช่วยในรูปแบบใด ก่อนตัดสินใจซื้อพันธุ์ปลาเอง เรื่องปลาที่หลุดหรือตายไปแล้วอ่านต่อได้ที่ ปลาหลุดหรือปลาตายเพราะน้ำท่วม ทำอย่างไรต่อ และขอชดเชยอย่างไร

สิทธิช่วยเหลือผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ ตามหลักเกณฑ์ปี 2569

หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 ประกาศเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ใช้กับภัยที่เกิดตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป และยกเลิกหลักเกณฑ์เดิม พ.ศ. 2564 อัตราด้านประมงตามข้อ 5.2 มีดังนี้

ประเภทการเลี้ยงอัตราช่วยเหลือเพดานต่อราย
กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล หรือหอยทะเลไร่ละ 12,350 บาทไม่เกิน 5 ไร่
ปลาหรือสัตว์น้ำอื่นที่เลี้ยงในบ่อดิน นาข้าว หรือร่องสวน (คิดเฉพาะพื้นที่เลี้ยง)ไร่ละ 4,890 บาทไม่เกิน 5 ไร่
สัตว์น้ำที่เลี้ยงในกระชัง บ่อซีเมนต์ หรือลักษณะคล้ายกันตารางเมตรละ 390 บาทไม่เกิน 80 ตารางเมตร (คำนวณแล้วต่ำกว่า 390 บาท ให้ได้ 390 บาท)

ตัวอย่างการคำนวณ (เป็นตัวอย่างเท่านั้น): ถ้าเลี้ยงปลาในบ่อดินและพื้นที่เลี้ยงเสียหาย 2 ไร่ จะคิดเป็น 2 × 4,890 = 9,780 บาท ส่วนผู้เลี้ยงในกระชังพื้นที่ 10 ตารางเมตร จะคิดเป็น 10 × 390 = 3,900 บาท ยอดจริงขึ้นกับผลตรวจสอบความเสียหายของเจ้าหน้าที่

ตัวเลข 4,682 บาทต่อไร่ หรือ 368 บาทต่อตารางเมตร ที่อาจเห็นในข่าวเก่า เป็นอัตราตามหลักเกณฑ์ปี 2564 ที่ถูกยกเลิกแล้ว ไม่ใช่อัตราของภัยที่เกิดตั้งแต่ 21 สิงหาคม 2569

เงื่อนไขที่ต้องผ่าน

  • ต้องขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนกับหน่วยงานที่กำกับดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนเกิดภัยพิบัติเท่านั้น สำหรับผู้เลี้ยงสัตว์น้ำคือขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของกรมประมง
  • ต้องมีความเสียหายจริง
  • แจ้งความเสียหายผ่าน Web Application แบบแจ้งข้อมูลความเสียหายเบื้องต้นจากภัยพิบัติ (แบบ กษ 01 ออนไลน์) สำหรับผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือติดต่อสำนักงานประมงอำเภอหรือจังหวัด
  • หนังสือของกรมประมงระบุให้จังหวัดตรวจสอบว่าไม่มีความซ้ำซ้อน และให้ความช่วยเหลือภายในกำหนด 90 วัน

สอบถามได้ที่สำนักงานประมงอำเภอ สำนักงานประมงจังหวัด หรือ ศปภ.ปม. กลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและชาวประมง กรมประมง โทรศัพท์ 0 2558 0236 ส่วนสิทธิด้านอื่นของคนเลี้ยงปลาและเลี้ยงกุ้งอ่านเพิ่มได้ที่ ชาวประมงและคนเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง น้ำท่วม มีสิทธิช่วยเหลืออะไรบ้าง

เพื่อให้เห็นภาพขนาดปัญหา ศูนย์ปฏิบัติการของกระทรวงเกษตรฯ รายงานข้อมูล ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00 น. ว่าด้านประมงได้รับผลกระทบ 24 จังหวัด เกษตรกร 5,012 ราย พื้นที่ 41,335 ไร่ มูลค่าความเสียหาย 170,135,717 บาท ตัวเลขนี้เปลี่ยนแปลงได้ตามการสำรวจ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เปิดเครื่องตีน้ำที่เพิ่งจมน้ำทันที เสี่ยงไฟรั่วและไฟดูดบริเวณบ่อ ต้องให้ช่างตรวจก่อน
  • ให้อาหารเท่าเดิมทั้งที่ปลาไม่กิน อาหารที่เหลือเน่าในบ่อ ทำให้ออกซิเจนต่ำลงอีก
  • สูบน้ำขุ่นจากคลองเข้าบ่อเพื่อ "เปลี่ยนน้ำ" ทั้งที่น้ำภายนอกยังขุ่นหรือปนเปื้อนมากกว่าน้ำในบ่อ
  • ใส่ปูนหรือสารเคมีตามคำบอกต่อโดยไม่รู้อัตรา แทนที่จะให้เจ้าหน้าที่ประมงช่วยประเมินก่อน
  • ทิ้งซากปลาตายไว้ในบ่อ ทำให้น้ำเน่าเร็ว และเสียหลักฐานความเสียหาย
  • ล้างบ่อ ปรับบ่อ ก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจ ทำให้พิสูจน์ความเสียหายได้ยาก
  • เชื่ออัตราช่วยเหลือจากข่าวเก่า เช่น 4,682 บาทต่อไร่ ซึ่งเป็นอัตราปี 2564 ที่ยกเลิกแล้ว

สรุป

น้ำขุ่นและออกซิเจนต่ำในบ่อปลาหลังน้ำท่วมดูได้จากอาการปลาฮุบอากาศตอนเช้า ไม่กินอาหาร และตายทยอย สิ่งที่ทำได้ทันทีคือเพิ่มอากาศอย่างปลอดภัย ลดอาหาร เก็บซาก และไม่เติมน้ำขุ่นจากภายนอก ส่วนการใช้ปูนหรือสารปรับน้ำให้ถามเจ้าหน้าที่ประมงก่อน เพราะยังไม่มีตัวเลขทางการสำหรับกรณีนี้ อย่าลืมเก็บหลักฐานและแจ้งความเสียหายผ่านแบบ กษ 01 ออนไลน์ เพื่อใช้สิทธิตามหลักเกณฑ์ปี 2569 รายละเอียดสิทธิผู้ประสบภัยทั้งหมดดูที่ คู่มือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 2569 เงินเยียวยา สิทธิ และขั้นตอน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมประมง — หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยฯ พ.ศ. 2569 (PDF ต้นฉบับ) — อัตราช่วยเหลือด้านประมงข้อ 5.2 และเงื่อนไขขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัย (https://www4.fisheries.go.th/local/file_document/20260824100414_1_file.pdf)
  • 📄กรมประมง — ประกาศส่งหลักเกณฑ์ให้สำนักงานประมงจังหวัด — วันที่ประกาศและการใช้บังคับ (https://www4.fisheries.go.th/local/index.php/main/view_blog/1245/299893)
  • 📄กรมประมง — หนังสือ ด่วนที่สุด กษ 0506.4/ว 3558 — แบบ กษ 01 ออนไลน์ และกำหนด 90 วัน (https://www4.fisheries.go.th/local/index.php/main/view_blog/1245/299372)
  • 📄บ้านเมือง — War Room กรมประมง — ช่องทางติดต่อ ศปภ.ปม. (https://www.banmuang.co.th/news/politic/493026)
  • 📄ฐานเศรษฐกิจ — ข้อมูลศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงเกษตรฯ — ความเสียหายด้านประมง ณ 2 ต.ค. 2569 (https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/670571)

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ปลาลอยหัวตอนเช้า แต่ตอนบ่ายว่ายปกติ ถือว่าออกซิเจนต่ำไหม

เป็นสัญญาณที่ควรระวัง เพราะออกซิเจนในบ่อมักต่ำสุดช่วงกลางคืนถึงเช้า แล้วดีขึ้นตอนกลางวัน ให้เพิ่มอากาศช่วงกลางคืน ลดอาหาร และเฝ้าดูต่อ ถ้าปลาเริ่มตายให้แจ้งสำนักงานประมงอำเภอ

ค่าออกซิเจนบ่อปลาหลังน้ำท่วมควรอยู่ที่เท่าไหร่

แหล่งข้อมูลทางการที่ใช้เขียนบทความนี้ยังไม่พบคำแนะนำของกรมประมงฉบับปี 2569 ที่ระบุตัวเลขค่าออกซิเจนสำหรับกรณีน้ำท่วม ควรให้เจ้าหน้าที่ประมงในพื้นที่ช่วยตรวจและแนะนำตามชนิดปลาที่เลี้ยง

ใส่ปูนแก้น้ำขุ่นได้ไหม ใช้เท่าไหร่

ยังไม่มีอัตราการใช้ปูนสำหรับบ่อปลาหลังน้ำท่วมปี 2569 ในแหล่งข้อมูลทางการที่ใช้ จึงไม่ควรใส่ตามคำบอกต่อ ให้ปรึกษาสำนักงานประมงอำเภอก่อน

ปลาตายเพราะน้ำเสียหลังน้ำท่วม ขอเงินช่วยเหลือได้ไหม

ขอได้ถ้าเข้าเงื่อนไข คือขึ้นทะเบียนกับกรมประมงก่อนเกิดภัย มีความเสียหายจริง และภัยเกิดตั้งแต่ 21 สิงหาคม 2569 ปลาในบ่อดินได้ไร่ละ 4,890 บาท ไม่เกิน 5 ไร่ ให้แจ้งผ่านแบบ กษ 01 ออนไลน์หรือสำนักงานประมง

เลี้ยงปลาในกระชัง ได้ช่วยเหลือเท่าไหร่

สัตว์น้ำในกระชังหรือบ่อซีเมนต์ได้ตารางเมตรละ 390 บาท ไม่เกิน 80 ตารางเมตร และถ้าคำนวณแล้วต่ำกว่า 390 บาท ให้ได้รายละ 390 บาท

ติดต่อกรมประมงเรื่องน้ำท่วมได้ที่ไหน

ติดต่อสำนักงานประมงอำเภอ สำนักงานประมงจังหวัด หรือ ศปภ.ปม. กลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและชาวประมง กรมประมง โทรศัพท์ 0 2558 0236