คำตอบสั้น ๆ
คนเลี้ยงปลาบ่อดินหลายรายเล่าตรงกันว่า ช่วงที่น่าห่วงที่สุดไม่ใช่ตอนน้ำกำลังท่วม แต่เป็นหลายวันหลังจากนั้น เมื่อน้ำเริ่มนิ่ง บ่อกลายเป็นสีน้ำตาลขุ่น ตอ
คำตอบเร็ว: ถ้าหลังน้ำลดแล้วปลาลอยหัวฮุบอากาศที่ผิวน้ำ ไม่ยอมกินอาหาร และน้ำในบ่อขุ่นสีโคลนหรือมีกลิ่นเหม็น ให้สงสัยไว้ก่อนว่าออกซิเจนในน้ำต่ำ สิ่งที่ทำได้ทันทีคือเพิ่มอากาศให้น้ำถ้ามีเครื่องตีน้ำหรือปั๊มลมที่ปลอดภัย หยุดหรือลดการให้อาหารเมื่อปลาไม่กิน เก็บซากปลาตายออก และยังไม่สูบน้ำขุ่นจากภายนอกเข้าบ่อ ส่วนการใส่ปูนหรือสารปรับน้ำ ให้ถามสำนักงานประมงอำเภอก่อน เพราะยังไม่พบคำแนะนำทางเทคนิคของกรมประมงที่ระบุตัวเลขสำหรับน้ำท่วมปี 2569 (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)
คนเลี้ยงปลาบ่อดินหลายรายเล่าตรงกันว่า ช่วงที่น่าห่วงที่สุดไม่ใช่ตอนน้ำกำลังท่วม แต่เป็นหลายวันหลังจากนั้น เมื่อน้ำเริ่มนิ่ง บ่อกลายเป็นสีน้ำตาลขุ่น ตอนเช้ามืดเห็นปลาขึ้นมาเรียงกันฮุบอากาศที่ขอบบ่อ แล้วก็เริ่มมีปลาลอยตายทีละตัวสองตัว บทความนี้เขียนแบบไล่อาการ ไปหาสาเหตุ แล้วจึงไปที่วิธีแก้ เพื่อให้ตัดสินใจได้เร็วว่าบ่อของเรากำลังเจอปัญหาแบบไหน และเรื่องใดควรให้เจ้าหน้าที่ประมงช่วยดู
ต้องบอกตรง ๆ ตั้งแต่ต้นว่า จากการตรวจแหล่งข้อมูลทางการที่ใช้เขียนบทความนี้ ยังไม่พบเอกสารของกรมประมงฉบับปี 2569 ที่กำหนดตัวเลขค่าออกซิเจนละลายน้ำ ค่าความขุ่น อัตราการใส่ปูน หรือวิธีฟื้นฟูบ่อหลังน้ำท่วมแบบเป็นขั้นเป็นตอน บทความนี้จึงไม่ใส่ตัวเลขเหล่านั้น และจะบอกว่าจุดไหนต้องถามเจ้าหน้าที่ ส่วนเรื่องสิทธิช่วยเหลือ อัตราเงิน และช่องทางแจ้งความเสียหาย ใช้ตามเอกสารทางการที่ประกาศแล้ว ภาพรวมสิทธิของเกษตรกรทุกด้านดูได้ที่ ศูนย์รวมข้อมูลเกษตรกรน้ำท่วม 2569 พืช ปศุสัตว์ ประมง หนี้ และการฟื้นฟู
อาการแบบไหนบอกว่าออกซิเจนในบ่อปลาหลังน้ำท่วมต่ำ
ค่าออกซิเจนบ่อปลาหลังน้ำท่วมวัดด้วยตาไม่ได้ แต่ปลาจะแสดงพฤติกรรมให้เห็นก่อนเสมอ สัญญาณที่ผู้เลี้ยงสังเกตได้เองมีดังนี้
- ปลาลอยหัวฮุบอากาศที่ผิวน้ำ โดยเฉพาะช่วงเช้ามืดถึงสาย ถ้าเห็นปลาจำนวนมากรวมกันที่ผิวน้ำหรือตรงจุดที่น้ำไหลเข้า ถือเป็นสัญญาณอันตรายอันดับแรก
- ปลาไม่ขึ้นกินอาหาร หรือกินน้อยลงชัดเจนเมื่อเทียบกับก่อนน้ำท่วม อาหารที่โยนลงไปจมเหลือก้นบ่อ
- ปลาว่ายเชื่องช้า เกาะขอบบ่อ ตกใจง่ายน้อยลง เอามือกวักน้ำใกล้ ๆ ก็ไม่หนี
- ปลาตายทยอยทุกวัน แม้ไม่เห็นแผลหรือความผิดปกติที่ตัวปลาชัดเจน ให้นับจำนวนที่ตายในแต่ละวันไว้ จะเห็นแนวโน้มว่าดีขึ้นหรือแย่ลง
- สีน้ำเปลี่ยนกะทันหัน จากเขียวอ่อนเป็นน้ำตาลโคลน สีเทา หรือมีฝ้าลอยผิวน้ำ
- มีกลิ่นเหม็นเน่าหรือกลิ่นไข่เน่าจากก้นบ่อ เวลาเดินลงไปหรือกวนตะกอน
ถ้าเห็นปลาฮุบอากาศพร้อมกันหลายตัว อย่ารอให้สายแล้วค่อยดู เพราะช่วงที่ออกซิเจนต่ำมักเป็นช่วงกลางคืนต่อเนื่องถึงเช้า ผู้เลี้ยงที่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มักบอกว่า การเดินตรวจบ่อตอนตีห้าตีหกมีค่ามากกว่าการตรวจตอนบ่ายหลายเท่า
น้ำขุ่นบ่อปลาหลังน้ำท่วมเกิดจากอะไร
น้ำขุ่นบ่อปลาหลังน้ำท่วมกับออกซิเจนต่ำมักมาด้วยกัน แต่สาเหตุอาจไม่เหมือนกันในแต่ละบ่อ การแยกสาเหตุให้ได้จะช่วยให้เลือกวิธีแก้ถูกจุด
1) ตะกอนดินจากน้ำหลาก
น้ำท่วมพาดินโคลนจากที่สูง ถนน และแปลงเกษตรรอบ ๆ เข้ามาในบ่อ ทำให้น้ำเป็นสีน้ำตาลโคลน แสงแดดส่องลงไปได้น้อย แพลงก์ตอนพืชซึ่งช่วยสร้างออกซิเจนในเวลากลางวันจึงทำงานได้น้อยลง
2) อินทรียวัตถุเน่าในบ่อ
ใบไม้ หญ้า ซากพืช ขยะ และซากสัตว์ที่ลอยมากับน้ำ เมื่อจมลงก้นบ่อจะเน่าและใช้ออกซิเจนในน้ำ ถ้ามีปลาตายค้างอยู่ในบ่อด้วย ปัญหาจะหนักขึ้นอีก กลิ่นเหม็นจากก้นบ่อเป็นตัวบอกข้อนี้ได้ดี
3) น้ำจากภายนอกที่ปนเปื้อน
น้ำที่ท่วมผ่านชุมชน ฟาร์มสัตว์ หรือพื้นที่อุตสาหกรรม อาจมีสิ่งปนเปื้อนที่ทำให้คุณภาพน้ำแย่ลงเร็ว บ่อที่อยู่ปลายทางน้ำมักเจอปัญหานี้หนักกว่าบ่อที่อยู่ต้นน้ำ
4) อากาศครึ้มต่อเนื่อง
ช่วงฝนตกและฟ้าปิดหลายวัน แพลงก์ตอนพืชสร้างออกซิเจนได้น้อย ขณะที่ปลาและสิ่งมีชีวิตในบ่อยังใช้ออกซิเจนตลอดเวลา บ่อที่เลี้ยงหนาแน่นจะเจอผลกระทบก่อน
ตารางวินิจฉัย: อาการ สาเหตุที่น่าจะเป็น และสิ่งที่ทำได้
| สิ่งที่เห็น | สาเหตุที่น่าจะเป็น | สิ่งที่ทำได้ทันที | เมื่อไหร่ต้องเรียกเจ้าหน้าที่ |
|---|---|---|---|
| ปลาฮุบอากาศตอนเช้ามืด กินอาหารน้อย | ออกซิเจนต่ำช่วงกลางคืน | เพิ่มอากาศด้วยเครื่องตีน้ำหรือปั๊มลมที่ปลอดภัย งดอาหารมื้อเช้า | ปลาเริ่มตายต่อเนื่องแม้เพิ่มอากาศแล้ว |
| น้ำสีน้ำตาลโคลน ไม่มีกลิ่น | ตะกอนดินจากน้ำหลาก | หยุดรับน้ำขุ่นจากภายนอก รอให้ตะกอนตก | น้ำขุ่นค้างนานจนปลาไม่กินอาหาร |
| น้ำสีเทาดำ กลิ่นเหม็นจากก้นบ่อ | อินทรียวัตถุและซากเน่า | เก็บซากปลาและขยะออก ลดอาหาร | ต้องการตรวจคุณภาพน้ำหรือคิดจะใช้สารปรับปรุงน้ำ |
| ปลาตายจำนวนมากพร้อมกัน มีแผลหรืออาการผิดปกติ | อาจเป็นโรคหรือสารปนเปื้อน ไม่ใช่แค่ออกซิเจน | ถ่ายรูป เก็บตัวอย่างไว้ แยกซากออก | ทันที แจ้งสำนักงานประมงอำเภอหรือจังหวัด |
| คันบ่อพัง ปลาหลุดออกไป | น้ำล้นคันบ่อ | บันทึกหลักฐานความเสียหาย | แจ้งความเสียหายผ่านแบบ กษ 01 ออนไลน์และสำนักงานประมง |
ตารางนี้เป็นแนวทางคัดแยกเบื้องต้นจากอาการที่เห็นได้เอง ไม่ใช่เกณฑ์ทางวิชาการ ถ้าไม่แน่ใจว่าบ่อของคุณอยู่ในแถวไหน ให้ถือว่าเป็นแถวที่รุนแรงกว่าไว้ก่อน
วิธีแก้ทีละขั้น เมื่อเจอน้ำขุ่นและออกซิเจนต่ำ
- เช็กความปลอดภัยไฟฟ้าก่อนเปิดเครื่อง เครื่องตีน้ำ ปั๊มลม หรือตู้ควบคุมไฟที่เคยจมน้ำ ห้ามเสียบปลั๊กหรือเปิดสวิตช์ทันที ให้ช่างไฟตรวจก่อน เพราะบริเวณบ่อเป็นจุดที่คนเปียกน้ำและเสี่ยงไฟดูดสูง
- เพิ่มอากาศให้น้ำ ถ้ามีเครื่องตีน้ำหรือปั๊มลมที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย ให้เปิดในช่วงกลางคืนถึงเช้าซึ่งเป็นช่วงเสี่ยง ถ้าไม่มีเครื่อง ให้ปรึกษาสำนักงานประมงในพื้นที่ว่ามีอุปกรณ์หรือวัสดุช่วยเหลือหรือไม่
- หยุดหรือลดอาหาร เมื่อปลาไม่ขึ้นกิน อาหารที่เหลือจะเน่าและซ้ำเติมปัญหาออกซิเจน ให้สังเกตว่าปลากลับมากินตามปกติเมื่อไหร่ แล้วค่อยเพิ่มทีละน้อย
- เก็บซากปลาตาย ขยะ และเศษพืชออกจากบ่อทุกวัน นับจำนวนและถ่ายรูปไว้ด้วย เพราะเป็นหลักฐานความเสียหายที่ใช้ตอนแจ้งขอรับความช่วยเหลือ
- ยังไม่สูบน้ำจากคลองหรือแหล่งน้ำที่ยังขุ่นเข้าบ่อ การเติมน้ำที่ขุ่นกว่าน้ำในบ่อไม่ช่วยอะไร และอาจพาสิ่งปนเปื้อนเข้ามาเพิ่ม
- ขอให้เจ้าหน้าที่ประมงช่วยตรวจคุณภาพน้ำ ก่อนใส่ปูน เกลือ จุลินทรีย์ หรือสารปรับน้ำใด ๆ เพราะแต่ละบ่อมีสภาพไม่เหมือนกัน และแหล่งข้อมูลทางการที่ใช้เขียนบทความนี้ไม่มีอัตราการใช้ที่กำหนดไว้สำหรับกรณีน้ำท่วมปี 2569
- จดบันทึกทุกวัน เช่น เวลาที่เห็นปลาฮุบอากาศ จำนวนปลาตาย สีน้ำ กลิ่น และสิ่งที่ทำไป ข้อมูลนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ได้เร็วขึ้น
ฟื้นฟูบ่อปลาหลังน้ำลด ควรเริ่มเมื่อไหร่
การฟื้นฟูบ่อปลาหลังน้ำลด เช่น ซ่อมคันบ่อ ตากบ่อ ปรับก้นบ่อ หรือปล่อยพันธุ์ปลาใหม่ ควรเริ่มหลังจากแน่ใจว่าน้ำจะไม่กลับมาท่วมซ้ำ และหลังจากแจ้งความเสียหายกับเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว ข้อสำคัญคืออย่ารีบล้างหรือปรับบ่อจนหลักฐานความเสียหายหายไปก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจ
ความช่วยเหลือด้านประมงตามหลักเกณฑ์ปี 2569 ไม่ได้มีแค่เงิน เอกสารหลักเกณฑ์ระบุว่าให้ช่วยเหลือเป็นเงิน หรือสนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำ อาหารสัตว์น้ำ วัสดุทางการประมง ตามความจำเป็นและเหมาะสม จึงควรสอบถามสำนักงานประมงอำเภอว่าในพื้นที่ของคุณจะช่วยในรูปแบบใด ก่อนตัดสินใจซื้อพันธุ์ปลาเอง เรื่องปลาที่หลุดหรือตายไปแล้วอ่านต่อได้ที่ ปลาหลุดหรือปลาตายเพราะน้ำท่วม ทำอย่างไรต่อ และขอชดเชยอย่างไร
สิทธิช่วยเหลือผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ ตามหลักเกณฑ์ปี 2569
หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 ประกาศเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ใช้กับภัยที่เกิดตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป และยกเลิกหลักเกณฑ์เดิม พ.ศ. 2564 อัตราด้านประมงตามข้อ 5.2 มีดังนี้
| ประเภทการเลี้ยง | อัตราช่วยเหลือ | เพดานต่อราย |
|---|---|---|
| กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล หรือหอยทะเล | ไร่ละ 12,350 บาท | ไม่เกิน 5 ไร่ |
| ปลาหรือสัตว์น้ำอื่นที่เลี้ยงในบ่อดิน นาข้าว หรือร่องสวน (คิดเฉพาะพื้นที่เลี้ยง) | ไร่ละ 4,890 บาท | ไม่เกิน 5 ไร่ |
| สัตว์น้ำที่เลี้ยงในกระชัง บ่อซีเมนต์ หรือลักษณะคล้ายกัน | ตารางเมตรละ 390 บาท | ไม่เกิน 80 ตารางเมตร (คำนวณแล้วต่ำกว่า 390 บาท ให้ได้ 390 บาท) |
ตัวอย่างการคำนวณ (เป็นตัวอย่างเท่านั้น): ถ้าเลี้ยงปลาในบ่อดินและพื้นที่เลี้ยงเสียหาย 2 ไร่ จะคิดเป็น 2 × 4,890 = 9,780 บาท ส่วนผู้เลี้ยงในกระชังพื้นที่ 10 ตารางเมตร จะคิดเป็น 10 × 390 = 3,900 บาท ยอดจริงขึ้นกับผลตรวจสอบความเสียหายของเจ้าหน้าที่
ตัวเลข 4,682 บาทต่อไร่ หรือ 368 บาทต่อตารางเมตร ที่อาจเห็นในข่าวเก่า เป็นอัตราตามหลักเกณฑ์ปี 2564 ที่ถูกยกเลิกแล้ว ไม่ใช่อัตราของภัยที่เกิดตั้งแต่ 21 สิงหาคม 2569
เงื่อนไขที่ต้องผ่าน
- ต้องขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนกับหน่วยงานที่กำกับดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนเกิดภัยพิบัติเท่านั้น สำหรับผู้เลี้ยงสัตว์น้ำคือขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของกรมประมง
- ต้องมีความเสียหายจริง
- แจ้งความเสียหายผ่าน Web Application แบบแจ้งข้อมูลความเสียหายเบื้องต้นจากภัยพิบัติ (แบบ กษ 01 ออนไลน์) สำหรับผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือติดต่อสำนักงานประมงอำเภอหรือจังหวัด
- หนังสือของกรมประมงระบุให้จังหวัดตรวจสอบว่าไม่มีความซ้ำซ้อน และให้ความช่วยเหลือภายในกำหนด 90 วัน
สอบถามได้ที่สำนักงานประมงอำเภอ สำนักงานประมงจังหวัด หรือ ศปภ.ปม. กลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและชาวประมง กรมประมง โทรศัพท์ 0 2558 0236 ส่วนสิทธิด้านอื่นของคนเลี้ยงปลาและเลี้ยงกุ้งอ่านเพิ่มได้ที่ ชาวประมงและคนเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง น้ำท่วม มีสิทธิช่วยเหลืออะไรบ้าง
เพื่อให้เห็นภาพขนาดปัญหา ศูนย์ปฏิบัติการของกระทรวงเกษตรฯ รายงานข้อมูล ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00 น. ว่าด้านประมงได้รับผลกระทบ 24 จังหวัด เกษตรกร 5,012 ราย พื้นที่ 41,335 ไร่ มูลค่าความเสียหาย 170,135,717 บาท ตัวเลขนี้เปลี่ยนแปลงได้ตามการสำรวจ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เปิดเครื่องตีน้ำที่เพิ่งจมน้ำทันที เสี่ยงไฟรั่วและไฟดูดบริเวณบ่อ ต้องให้ช่างตรวจก่อน
- ให้อาหารเท่าเดิมทั้งที่ปลาไม่กิน อาหารที่เหลือเน่าในบ่อ ทำให้ออกซิเจนต่ำลงอีก
- สูบน้ำขุ่นจากคลองเข้าบ่อเพื่อ "เปลี่ยนน้ำ" ทั้งที่น้ำภายนอกยังขุ่นหรือปนเปื้อนมากกว่าน้ำในบ่อ
- ใส่ปูนหรือสารเคมีตามคำบอกต่อโดยไม่รู้อัตรา แทนที่จะให้เจ้าหน้าที่ประมงช่วยประเมินก่อน
- ทิ้งซากปลาตายไว้ในบ่อ ทำให้น้ำเน่าเร็ว และเสียหลักฐานความเสียหาย
- ล้างบ่อ ปรับบ่อ ก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจ ทำให้พิสูจน์ความเสียหายได้ยาก
- เชื่ออัตราช่วยเหลือจากข่าวเก่า เช่น 4,682 บาทต่อไร่ ซึ่งเป็นอัตราปี 2564 ที่ยกเลิกแล้ว
สรุป
น้ำขุ่นและออกซิเจนต่ำในบ่อปลาหลังน้ำท่วมดูได้จากอาการปลาฮุบอากาศตอนเช้า ไม่กินอาหาร และตายทยอย สิ่งที่ทำได้ทันทีคือเพิ่มอากาศอย่างปลอดภัย ลดอาหาร เก็บซาก และไม่เติมน้ำขุ่นจากภายนอก ส่วนการใช้ปูนหรือสารปรับน้ำให้ถามเจ้าหน้าที่ประมงก่อน เพราะยังไม่มีตัวเลขทางการสำหรับกรณีนี้ อย่าลืมเก็บหลักฐานและแจ้งความเสียหายผ่านแบบ กษ 01 ออนไลน์ เพื่อใช้สิทธิตามหลักเกณฑ์ปี 2569 รายละเอียดสิทธิผู้ประสบภัยทั้งหมดดูที่ คู่มือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 2569 เงินเยียวยา สิทธิ และขั้นตอน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมประมง — หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยฯ พ.ศ. 2569 (PDF ต้นฉบับ) — อัตราช่วยเหลือด้านประมงข้อ 5.2 และเงื่อนไขขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัย (https://www4.fisheries.go.th/local/file_document/20260824100414_1_file.pdf)
- กรมประมง — ประกาศส่งหลักเกณฑ์ให้สำนักงานประมงจังหวัด — วันที่ประกาศและการใช้บังคับ (https://www4.fisheries.go.th/local/index.php/main/view_blog/1245/299893)
- กรมประมง — หนังสือ ด่วนที่สุด กษ 0506.4/ว 3558 — แบบ กษ 01 ออนไลน์ และกำหนด 90 วัน (https://www4.fisheries.go.th/local/index.php/main/view_blog/1245/299372)
- บ้านเมือง — War Room กรมประมง — ช่องทางติดต่อ ศปภ.ปม. (https://www.banmuang.co.th/news/politic/493026)
- ฐานเศรษฐกิจ — ข้อมูลศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงเกษตรฯ — ความเสียหายด้านประมง ณ 2 ต.ค. 2569 (https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/670571)
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
เลี้ยงไข่ผำขาย เริ่มจากบ่อเล็กและดูแลน้ำอย่างไร
เทียบตัวเลขการเลี้ยงไข่ผำจากหลายแหล่ง ทั้งบ่อปูน บ่อดิน และระบบปิด พร้อมขั้นตอนเตรียมบ่อ ใส่ปุ๋ย ปล่อยพันธุ์ และเก็บผลผลิต โดยบอกชัดว่าตัวเลขไหนมาจากระบบไหน
ฤดูน้ำแดงห้ามจับปลาช่วงไหน เครื่องมือประมงพื้นบ้านแบบไหนยังใช้ได้
สรุปช่วงห้ามจับสัตว์น้ำจืดฤดูน้ำแดงตามประกาศกรมประมง พ.ศ. 2568 แยกตามจังหวัด พร้อมรายการเครื่องมือประมงพื้นบ้านที่ยังใช้ได้และโทษเมื่อฝ่าฝืน
หน้าหนาวปลาไม่กินอาหารและป่วยง่าย ควรปรับการเลี้ยงอย่างไร
ปลาเป็นสัตว์เลือดเย็น เมื่อน้ำเย็นลงจะกินน้อยและติดโรคง่าย บทความนี้รวมวิธีปรับอาหาร น้ำ และความหนาแน่นช่วงหนาว พร้อมอาการโรคหน้าหนาวที่กรมประมงเตือน
ชาวประมงและคนเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง น้ำท่วม มีสิทธิช่วยเหลืออะไรบ้าง
ช่วงน้ำท่วมใหญ่ คนเลี้ยงสัตว์น้ำเสียหายเร็วกว่าคนปลูกพืชมาก น้ำล้นคันบ่อคืนเดียว ปลาที่เลี้ยงมาหลายเดือนก็หลุดออกไปหมด บ่อกุ้งที่น้ำขุ่นจัดก็อาจตายยกบ
กระชังปลาน้ำท่วม ป้องกันและซ่อมอย่างไร
คนเลี้ยงปลาในกระชังตามแม่น้ำเจอความเสี่ยงต่างจากบ่อดิน บ่อดินกลัวน้ำล้นคัน แต่กระชังกลัวน้ำไหลแรง เมื่อระดับน้ำขึ้นเร็ว กระแสน้ำจะพาผักตบชวา ขยะ และท่
บ่อกุ้งน้ำท่วม กุ้งตาย ฟื้นบ่อและขอเยียวยาอย่างไร
คนเลี้ยงกุ้งรู้ดีว่าต้นทุนต่อไร่สูงกว่าบ่อปลาหลายเท่า ทั้งค่าลูกกุ้ง ค่าอาหาร ค่าไฟเครื่องตีน้ำ พอน้ำท่วมล้นคันบ่อเพียงคืนเดียว กุ้งที่เลี้ยงมาหลายสัป
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

กระชังบก บ่อผ้าใบเลี้ยงปลา ผ้าใบหนา 300 ไมครอน บ่อเลี้ยงแหนแดง เลี้ยงกุ้ง กระชังบกผ้าใบ เลี้ยงปลา
ดูรายละเอียด
บ่อผ้าใบ กระชังบก บ่อผ้าใบเลี้ยงปลา สูง50เซนติเมตร ผ้าใบหนา300ไมครอน บ่อผ้าใบPE เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ
ดูรายละเอียด
Srithai Superware ลัง พลาสติก อเนกประสงค์ สำหรับ ใส่ผักผลไม้ สิ่งของ อุตสาหกรรม อะไหล่รถ ซ้อนกันได้ รุ่น CBL 230, 230S
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
ปลาลอยหัวตอนเช้า แต่ตอนบ่ายว่ายปกติ ถือว่าออกซิเจนต่ำไหม
เป็นสัญญาณที่ควรระวัง เพราะออกซิเจนในบ่อมักต่ำสุดช่วงกลางคืนถึงเช้า แล้วดีขึ้นตอนกลางวัน ให้เพิ่มอากาศช่วงกลางคืน ลดอาหาร และเฝ้าดูต่อ ถ้าปลาเริ่มตายให้แจ้งสำนักงานประมงอำเภอ
ค่าออกซิเจนบ่อปลาหลังน้ำท่วมควรอยู่ที่เท่าไหร่
แหล่งข้อมูลทางการที่ใช้เขียนบทความนี้ยังไม่พบคำแนะนำของกรมประมงฉบับปี 2569 ที่ระบุตัวเลขค่าออกซิเจนสำหรับกรณีน้ำท่วม ควรให้เจ้าหน้าที่ประมงในพื้นที่ช่วยตรวจและแนะนำตามชนิดปลาที่เลี้ยง
ใส่ปูนแก้น้ำขุ่นได้ไหม ใช้เท่าไหร่
ยังไม่มีอัตราการใช้ปูนสำหรับบ่อปลาหลังน้ำท่วมปี 2569 ในแหล่งข้อมูลทางการที่ใช้ จึงไม่ควรใส่ตามคำบอกต่อ ให้ปรึกษาสำนักงานประมงอำเภอก่อน
ปลาตายเพราะน้ำเสียหลังน้ำท่วม ขอเงินช่วยเหลือได้ไหม
ขอได้ถ้าเข้าเงื่อนไข คือขึ้นทะเบียนกับกรมประมงก่อนเกิดภัย มีความเสียหายจริง และภัยเกิดตั้งแต่ 21 สิงหาคม 2569 ปลาในบ่อดินได้ไร่ละ 4,890 บาท ไม่เกิน 5 ไร่ ให้แจ้งผ่านแบบ กษ 01 ออนไลน์หรือสำนักงานประมง
เลี้ยงปลาในกระชัง ได้ช่วยเหลือเท่าไหร่
สัตว์น้ำในกระชังหรือบ่อซีเมนต์ได้ตารางเมตรละ 390 บาท ไม่เกิน 80 ตารางเมตร และถ้าคำนวณแล้วต่ำกว่า 390 บาท ให้ได้รายละ 390 บาท
ติดต่อกรมประมงเรื่องน้ำท่วมได้ที่ไหน
ติดต่อสำนักงานประมงอำเภอ สำนักงานประมงจังหวัด หรือ ศปภ.ปม. กลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและชาวประมง กรมประมง โทรศัพท์ 0 2558 0236
