คำตอบสั้น ๆ
ช่วงน้ำท่วมใหญ่ คนเลี้ยงสัตว์น้ำเสียหายเร็วกว่าคนปลูกพืชมาก น้ำล้นคันบ่อคืนเดียว ปลาที่เลี้ยงมาหลายเดือนก็หลุดออกไปหมด บ่อกุ้งที่น้ำขุ่นจัดก็อาจตายยกบ
คำตอบเร็ว: ชาวประมงและคนเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง ที่โดนน้ำท่วมตั้งแต่ 21 ส.ค. 2569 เป็นต้นไป มีสิทธิหลัก 3 ทาง คือ (1) เงินช่วยเหลือหรือการสนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำ อาหารสัตว์น้ำ วัสดุทางการประมง ตามหลักเกณฑ์ฯ พ.ศ. 2569 เช่น กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล หอยทะเล ไร่ละ 12,350 บาท ปลาในบ่อดิน ไร่ละ 4,890 บาท (ไม่เกินรายละ 5 ไร่) และกระชังหรือบ่อซีเมนต์ ตารางเมตรละ 390 บาท (ไม่เกินรายละ 80 ตร.ม.) (2) สินเชื่อฉุกเฉินและสินเชื่อฟื้นฟูของ ธ.ก.ส. สำหรับลูกค้าที่ประสบภัย และ (3) ช่องทางแจ้งความเสียหายผ่านแบบ กษ 01 ออนไลน์และสำนักงานประมงอำเภอ เงื่อนไขสำคัญคือต้องขึ้นทะเบียนกับกรมประมงไว้ก่อนเกิดภัย (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)
ช่วงน้ำท่วมใหญ่ คนเลี้ยงสัตว์น้ำเสียหายเร็วกว่าคนปลูกพืชมาก น้ำล้นคันบ่อคืนเดียว ปลาที่เลี้ยงมาหลายเดือนก็หลุดออกไปหมด บ่อกุ้งที่น้ำขุ่นจัดก็อาจตายยกบ่อ ส่วนกระชังริมแม่น้ำเจอทั้งกระแสน้ำแรงและขยะไหลมาชน คำถามแรกที่เจ้าของบ่อถามกันคือ "รัฐช่วยอะไรบ้าง ได้เท่าไร ต้องไปแจ้งที่ไหน" บทความนี้รวบรวมเฉพาะข้อมูลจากเอกสารทางการและคำแถลงของผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้ชาวประมงน้ำท่วม คนเลี้ยงกุ้งน้ำท่วม และคนเลี้ยงปลา น้ำท่วม เห็นภาพรวมสิทธิของตัวเองในหน้าเดียว
ถ้าต้องการภาพรวมสิทธิทุกด้านของผู้ประสบภัย ดูเพิ่มที่ คู่มือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 2569 เงินเยียวยา สิทธิ และขั้นตอน และถ้าเลี้ยงสัตว์หลายชนิดหรือปลูกพืชควบคู่ ดู ศูนย์รวมข้อมูลเกษตรกรน้ำท่วม 2569
สิทธิที่ 1: เงินช่วยเหลือด้านประมงตามหลักเกณฑ์ฯ พ.ศ. 2569
เอกสารที่ใช้คือ "หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569" ประกาศ ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมประมงส่งสำเนาหนังสือฉบับนี้ (ด่วนที่สุด ที่ กษ 0212/ว 2507) ให้สำนักงานประมงจังหวัดใช้เป็นแนวทาง หลักเกณฑ์นี้ใช้กับภัยที่เกิดตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป และยกเลิกหลักเกณฑ์เดิม พ.ศ. 2564
รูปแบบการช่วยเหลือไม่ได้มีแค่เงินสด เอกสารเขียนไว้ว่า "ให้ดำเนินการช่วยเหลือเป็นเงิน หรือสนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำ อาหารสัตว์น้ำ วัสดุทางการประมง ตามความจำเป็นและเหมาะสม" แปลว่าในบางพื้นที่ เจ้าหน้าที่อาจช่วยเป็นลูกพันธุ์หรืออาหารแทน ซึ่งเป็นประโยชน์กับคนที่อยากกลับมาเลี้ยงรอบใหม่เร็ว
ตารางอัตราช่วยเหลือด้านประมง (ข้อ 5.2)
| ประเภทการเลี้ยง | อัตรา | เพดานต่อราย | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|
| กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล หรือหอยทะเล (ข้อ 5.2.1) | ไร่ละ 12,350 บาท | ไม่เกิน 5 ไร่ | คนเลี้ยงกุ้งน้ำท่วม ทั้งกุ้งน้ำจืดและกุ้งทะเล รวมถึงผู้เลี้ยงหอยทะเล |
| ปลาหรือสัตว์น้ำอื่นที่เลี้ยงในบ่อดิน นาข้าว หรือร่องสวน (ข้อ 5.2.2) | ไร่ละ 4,890 บาท (คิดเฉพาะพื้นที่เลี้ยง) | ไม่เกิน 5 ไร่ | คนเลี้ยงปลาในบ่อดิน เลี้ยงปลาในนา หรือในร่องสวน |
| สัตว์น้ำที่เลี้ยงในกระชัง บ่อซีเมนต์ หรือลักษณะคล้ายกัน (ข้อ 5.2.3) | ตารางเมตรละ 390 บาท | ไม่เกิน 80 ตร.ม. | คนเลี้ยงปลากระชัง บ่อปูน บ่อพลาสติก |
เอกสารยังมีเงื่อนไขขั้นต่ำว่า "หากคิดคำนวณพื้นที่เลี้ยงแล้ว ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ประสบภัยพิบัติรายใดจะได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินต่ำกว่า 390 บาท ให้ช่วยเหลือในอัตรารายละ 390 บาท" คนที่เลี้ยงในบ่อเล็กมากจึงยังมีสิทธิ ไม่ต้องคิดว่าเสียหายน้อยแล้วไม่คุ้มไปแจ้ง
อัตราชุดนี้ตรงกับที่ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงเมื่อ 5 ต.ค. 2569 ซึ่งย้ำด้วยว่าเกษตรกรต้องขึ้นทะเบียน ทบก. (สมุดเล่มเขียว) และมีความเสียหายจริง
ระวังตัวเลขเก่าที่ยังแชร์กันอยู่
ในโซเชียลยังมีตัวเลข 11,780 บาท/ไร่ (กุ้ง) 4,682 บาท/ไร่ (ปลา) และ 368 บาท/ตร.ม. (กระชัง) ตัวเลขชุดนี้เป็นอัตราเดิมของหลักเกณฑ์ พ.ศ. 2564 ซึ่งถูกยกเลิกแล้วตามข้อ 3 ของหลักเกณฑ์ฉบับ 2569 ส่วนข่าวบางสำนักที่ลงตัวเลข 4,680 บาท/ไร่ ก็ไม่ตรงกับเอกสารต้นฉบับ น้ำท่วมที่เกิดตั้งแต่ 21 ส.ค. 2569 จึงใช้อัตรา 12,350 / 4,890 / 390 ตามตารางด้านบน ถ้าเจ้าหน้าที่หรือเพื่อนบ้านพูดตัวเลขไม่ตรงกัน ให้ขอดูเอกสารหลักเกณฑ์ฯ ที่สำนักงานประมงอำเภอ
ตัวอย่างการคิดเงิน (ตัวอย่างเพื่อความเข้าใจเท่านั้น)
ตัวเลขด้านล่างเป็นตัวอย่างสมมติ ใช้คิดคร่าว ๆ ว่าตัวเองอยู่ในช่วงไหน เงินที่ได้จริงขึ้นกับผลสำรวจความเสียหายและการพิจารณาของคณะกรรมการในจังหวัด
- ตัวอย่าง ก: เลี้ยงปลานิลในบ่อดิน พื้นที่เลี้ยง 3 ไร่ เสียหายทั้งบ่อ คิดได้ 3 × 4,890 = 14,670 บาท
- ตัวอย่าง ข: เลี้ยงกุ้งก้ามกราม 7 ไร่ แต่เพดานคือ 5 ไร่ จึงคิดได้ 5 × 12,350 = 61,750 บาท
- ตัวอย่าง ค: เลี้ยงปลาทับทิมในกระชังรวม 100 ตร.ม. เพดานคือ 80 ตร.ม. จึงคิดได้ 80 × 390 = 31,200 บาท
- ตัวอย่าง ง: เลี้ยงในกระชังเล็ก คำนวณตามพื้นที่แล้วได้ไม่ถึง 390 บาท ให้ได้รายละ 390 บาทตามเงื่อนไขขั้นต่ำ
ถ้าเลี้ยงหลายแบบในรายเดียวกัน เช่น มีทั้งบ่อดินและกระชัง ให้สอบถามสำนักงานประมงอำเภอว่าในพื้นที่ของคุณคิดรวมอย่างไร เพราะเอกสารกำหนดเพดานแยกตามแต่ละข้อ
เงื่อนไขที่ทำให้ได้หรือไม่ได้สิทธิ
ด่านที่คนตกหล่นมากที่สุดไม่ใช่เรื่องตัวเลข แต่เป็นเรื่องทะเบียน ข้อ 5 ของหลักเกณฑ์ฯ เขียนไว้ชัดว่าให้ช่วยเหลือผู้ที่ "ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนกับหน่วยงานที่กำกับดูแลแต่ละด้านของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว ก่อนเกิดภัยพิบัติเท่านั้น" สำหรับคนเลี้ยงสัตว์น้ำ หน่วยงานนั้นคือกรมประมง
- ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกับกรมประมงไว้ก่อนเกิดภัย และข้อมูลการเลี้ยงเป็นปัจจุบัน
- มีความเสียหายจริง และเจ้าหน้าที่สำรวจพบ
- จังหวัดต้องตรวจว่าเกษตรกร "ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานของกรมประมง และไม่มีความซ้ำซ้อน" (หนังสือกรมประมง ที่ กษ 0506.4/ว 3558 ลงวันที่ 17 ส.ค. 2569)
- จังหวัดจ่ายจากเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด และต้องให้ความช่วยเหลือภายในกรอบ 90 วัน ตามที่หนังสือฉบับเดียวกันระบุ
ประสบการณ์จากรอบก่อน ๆ คือ คนที่เลี้ยงปลาในร่องสวนหรือในนาข้าวมักขึ้นทะเบียนเฉพาะการปลูกพืชกับกรมส่งเสริมการเกษตร แต่ไม่ได้แจ้งการเลี้ยงสัตว์น้ำกับกรมประมง พอถึงเวลาเสียหายจึงขอสิทธิด้านประมงไม่ได้ ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มนี้ ให้ถามสำนักงานประมงอำเภอทันทีว่าทะเบียนของคุณครอบคลุมการเลี้ยงสัตว์น้ำหรือไม่ เพื่ออย่างน้อยรอบหน้าจะไม่ตกหล่นซ้ำ
เรื่องที่ยังไม่มีประกาศชัด เช่น วันปิดรับแจ้ง ขั้นตอนอุทธรณ์อย่างเป็นทางการ และรายชื่อพื้นที่ที่ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือรายจังหวัด บทความนี้ไม่ระบุ ให้ตรวจสอบกับสำนักงานประมงจังหวัดของคุณโดยตรง
สิทธิที่ 2: สินเชื่อ ธ.ก.ส. สำหรับซ่อมบ่อ ซื้อพันธุ์ และเครื่องมือ
เงินช่วยเหลือจากรัฐมักไม่พอสำหรับซ่อมคันบ่อ ซื้อลูกพันธุ์ และซ่อมเครื่องมือทั้งหมด ลูกค้าเกษตรกรของ ธ.ก.ส. ที่ประสบภัยในปีบัญชี 2569/70 มีสินเชื่อ 2 แบบตามประกาศของธนาคาร
| สินเชื่อ | วงเงิน | ดอกเบี้ย/การชำระ | ใช้ทำอะไร |
|---|---|---|---|
| สินเชื่อฉุกเฉิน | ไม่เกินรายละ 50,000 บาท | 0% ใน 6 เดือนแรก | ค่าใช้จ่ายฉุกเฉินในครัวเรือน ซ่อมบ้าน/เครื่องมือ ทุนการผลิต |
| สินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต | ไม่เกินรายละ 500,000 บาท | MRR-2 ต่อปี ชำระภายใน 15 ปี (อัตราจริงตามประกาศ ธ.ก.ส.) | งานฟื้นฟูที่ใช้เงินก้อนใหญ่ |
ยื่นได้ที่สาขา ธ.ก.ส. ที่คุณเป็นลูกค้า หรือสอบถามที่ BAAC Contact Center 02 555 0555 ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับคนเลี้ยงกุ้งที่ต้องลงทุนรอบใหม่สูง ควรคิดให้ชัดก่อนว่าเงินช่วยเหลือจากรัฐจะมาเมื่อไร แล้วใช้สินเชื่อฉุกเฉินเป็นสะพานเฉพาะส่วนที่ขาด อย่ากู้เต็มวงเงินถ้ายังไม่มีแผนคืน
สิทธิที่ 3: ช่องทางแจ้งความเสียหายและขอความช่วยเหลือเร่งด่วน
แบบ กษ 01 ออนไลน์สำหรับผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
กรมประมงมีหนังสือถึงจังหวัดให้ประชาสัมพันธ์ Web Application "แบบแจ้งข้อมูลความเสียหายเบื้องต้นจากภัยพิบัติ" (แบบ กษ 01 ออนไลน์) สำหรับผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ถ้าไม่ถนัดใช้ออนไลน์ ให้ไปที่สำนักงานประมงอำเภอหรือสำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่
ลำดับขั้นตอนที่แนะนำ
- ถ่ายรูปบ่อ กระชัง และสัตว์น้ำที่ตายหรือหลุด พร้อมวันที่ ก่อนเก็บกวาดหรือซ่อม
- จดพื้นที่เลี้ยงจริง (ไร่ หรือ ตร.ม.) ชนิดสัตว์น้ำ และจำนวนที่ปล่อยไว้
- ตรวจว่าทะเบียนกับกรมประมงเป็นปัจจุบัน
- แจ้งความเสียหายผ่านแบบ กษ 01 ออนไลน์ หรือที่สำนักงานประมงอำเภอ
- ติดตามผลการสำรวจและการพิจารณาของจังหวัด
- ถ้าต้องการทุนฟื้นฟู ติดต่อสาขา ธ.ก.ส. ควบคู่กันไป
เบอร์ติดต่อด้านประมง
กรมประมงตั้ง War Room ภายใต้ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการประมง (ศปภ.ปม.) รองอธิบดี นายมานพ หนูสอน แจ้งเมื่อ 3 ต.ค. 2569 ว่าใช้เจ้าหน้าที่ 191 นาย เรือ 58 ลำ รถ 39 คัน ช่องทางติดต่อคือ สำนักงานประมงอำเภอ สำนักงานประมงจังหวัด หรือ ศปภ.ปม. กลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและชาวประมง กรมประมง โทร 0 2558 0236
ข่าวกรมประชาสัมพันธ์ช่วง 25–27 ก.ย. 2569 ยังระบุศูนย์ของกรมประมง 3 ศูนย์ (เจ้าหน้าที่ 120 คน รถ 30 คัน เรือ 30 ลำ) พร้อมเบอร์ศูนย์ดังนี้
- สมุทรปราการ 080-065-9633
- อยุธยา 063-217-2701
- พิษณุโลก 065-895-4595
- ระยอง 063-217-3174
- สำนักงานกรุงเทพฯ 02-558-0197 ถึง 0198
ถ้าบ่อหรือฟาร์มใกล้บ้านมีจระเข้หลุดออกมา กรมประมงขอให้แจ้งสำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่ และ "ไม่ควรเข้าใกล้ ไล่ต้อน หรือพยายามจับด้วยตนเอง"
ภาพรวมความเสียหายด้านประมง 2569
ศูนย์ปฏิบัติการภัยพิบัติของกระทรวงเกษตรฯ รายงานข้อมูล ณ 2 ต.ค. 2569 เวลา 15.00 น. ว่าด้านประมงมี 24 จังหวัดได้รับผลกระทบ เกษตรกร 5,012 ราย พื้นที่ 41,335 ไร่ มูลค่าความเสียหาย 170,135,717 บาท ตัวเลขย่อยรายประเภทในรายงานเดียวกันไม่สอดคล้องกันเอง บทความนี้จึงใช้เฉพาะยอดรวม ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนได้ทุกวันตามการสำรวจ
สิทธิแยกตามกลุ่ม: คนเลี้ยงกุ้ง คนเลี้ยงปลา และคนเลี้ยงกระชัง
| กลุ่ม | อัตราที่เกี่ยวข้อง | สิ่งที่ควรเตรียม | อ่านต่อ |
|---|---|---|---|
| คนเลี้ยงกุ้งน้ำท่วม | ไร่ละ 12,350 บาท ไม่เกิน 5 ไร่ | รูปบ่อหลังน้ำท่วม พื้นที่บ่อ วันปล่อยลูกกุ้ง | บ่อกุ้งน้ำท่วม กุ้งตาย ฟื้นบ่อและขอเยียวยาอย่างไร |
| คนเลี้ยงปลา น้ำท่วม (บ่อดิน นา ร่องสวน) | ไร่ละ 4,890 บาท ไม่เกิน 5 ไร่ | รูปคันบ่อที่ขาด พื้นที่เลี้ยงจริง ชนิดปลา | ปลาหลุดหรือปลาตายเพราะน้ำท่วม ทำอย่างไรต่อ |
| คนเลี้ยงปลากระชัง/บ่อซีเมนต์ | ตร.ม.ละ 390 บาท ไม่เกิน 80 ตร.ม. ขั้นต่ำรายละ 390 บาท | ขนาดกระชังแต่ละใบ รูปกระชังที่เสียหาย | กระชังปลาน้ำท่วม ป้องกันและซ่อมอย่างไร |
สำหรับชาวประมงน้ำท่วมที่ไม่ได้เพาะเลี้ยง แต่จับสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ หลักเกณฑ์ข้อ 5.2 ที่อ้างในบทความนี้เป็นเรื่องการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ยังไม่พบประกาศอัตราเฉพาะสำหรับเรือหรือเครื่องมือประมงพื้นบ้านในไฟล์ข้อมูลทางการที่เราตรวจ ให้สอบถามสำนักงานประมงจังหวัดหรือ ศปภ.ปม. ว่ามีความช่วยเหลือด้านใดบ้าง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เก็บกวาดบ่อหรือรื้อกระชังก่อนถ่ายรูป ทำให้ไม่มีหลักฐานความเสียหาย
- เชื่อตัวเลขเก่า 4,682 / 368 / 11,780 ที่ยังแชร์กันอยู่ ทั้งที่เป็นอัตรา พ.ศ. 2564 ที่ยกเลิกแล้ว
- ขึ้นทะเบียนเฉพาะการปลูกพืช แต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนการเลี้ยงสัตว์น้ำกับกรมประมงก่อนเกิดภัย
- แจ้งพื้นที่บ่อทั้งหมดรวมคันดิน ทั้งที่ข้อ 5.2.2 คิดเฉพาะพื้นที่เลี้ยง
- คิดว่ากระชังเล็กไม่คุ้มแจ้ง ทั้งที่มีเงื่อนไขขั้นต่ำรายละ 390 บาท
- รีบกู้สินเชื่อเต็มวงเงินก่อนรู้ว่าเงินช่วยเหลือจากรัฐจะได้เท่าไร ทำให้มีภาระดอกเบี้ยหลังพ้นช่วง 6 เดือนแรกโดยไม่จำเป็น
- เข้าไปจับจระเข้หรือสัตว์อันตรายที่หลุดจากฟาร์มเอง แทนที่จะแจ้งสำนักงานประมงจังหวัด
ถ้าน้ำลดแล้วแต่ปลาที่เหลือในบ่อยังลอยหัว ดูวิธีจัดการต่อใน น้ำขุ่นและออกซิเจนต่ำในบ่อปลาหลังน้ำท่วม แก้อย่างไร
สรุป
สิทธิของชาวประมงและคนเลี้ยงสัตว์น้ำที่โดนน้ำท่วม 2569 มี 3 ทางหลัก คือเงินหรือปัจจัยการผลิตตามหลักเกณฑ์ฯ 2569 (กุ้ง/หอยทะเล 12,350 บาท/ไร่ ปลาในบ่อดิน 4,890 บาท/ไร่ กระชัง 390 บาท/ตร.ม.) สินเชื่อฉุกเฉินและสินเชื่อฟื้นฟูของ ธ.ก.ส. และช่องทางแจ้งความเสียหายผ่าน กษ 01 ออนไลน์หรือสำนักงานประมงอำเภอ ด่านที่ชี้ขาดคือการขึ้นทะเบียนกับกรมประมงก่อนเกิดภัยและหลักฐานความเสียหายจริง ให้ยืนยันอัตราและขั้นตอนล่าสุดกับสำนักงานประมงอำเภอก่อนวางแผนการเงินทุกครั้ง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมประมง — หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยฯ พ.ศ. 2569 (PDF ต้นฉบับ) — อัตราช่วยเหลือด้านประมงข้อ 5.2 และเงื่อนไขขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัย (https://www4.fisheries.go.th/local/file_document/20260824100414_1_file.pdf)
- กรมประมง — ประกาศส่งหลักเกณฑ์ฯ ให้สำนักงานประมงจังหวัด — หนังสือ กษ 0212/ว 2507 ลงวันที่ 21 ส.ค. 2569 (https://www4.fisheries.go.th/local/index.php/main/view_blog/1245/299893)
- กรมประมง — หนังสือ กษ 0506.4/ว 3558 — แบบ กษ 01 ออนไลน์ เงินทดรองราชการ และกรอบ 90 วัน (https://www4.fisheries.go.th/local/index.php/main/view_blog/1245/299372)
- บ้านเมือง — คำแถลงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ 5 ต.ค. 2569 — ยืนยันอัตราประมงและเงื่อนไขสมุดเล่มเขียว (https://www.banmuang.co.th/news/politic/493202)
- บ้านเมือง — War Room กรมประมง 3 ต.ค. 2569 — ศปภ.ปม. โทร 0 2558 0236 และคำเตือนเรื่องจระเข้ (https://www.banmuang.co.th/news/politic/493026)
- กรมประชาสัมพันธ์ — ศูนย์ช่วยเหลือของกรมประมงและเบอร์โทรศูนย์ (https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/545434)
- ฐานเศรษฐกิจ — ศูนย์ปฏิบัติการภัยพิบัติ กษ. ข้อมูล 2 ต.ค. 2569 — ยอดรวมความเสียหายด้านประมง (https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/670571)
- ธ.ก.ส. — สินเชื่อฉุกเฉินและสินเชื่อฟื้นฟูสำหรับลูกค้าผู้ประสบภัย ปี 2569/70 (https://www.baac.or.th/news/baacfloodpolicy2026)
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
เลี้ยงไข่ผำขาย เริ่มจากบ่อเล็กและดูแลน้ำอย่างไร
เทียบตัวเลขการเลี้ยงไข่ผำจากหลายแหล่ง ทั้งบ่อปูน บ่อดิน และระบบปิด พร้อมขั้นตอนเตรียมบ่อ ใส่ปุ๋ย ปล่อยพันธุ์ และเก็บผลผลิต โดยบอกชัดว่าตัวเลขไหนมาจากระบบไหน
ฤดูน้ำแดงห้ามจับปลาช่วงไหน เครื่องมือประมงพื้นบ้านแบบไหนยังใช้ได้
สรุปช่วงห้ามจับสัตว์น้ำจืดฤดูน้ำแดงตามประกาศกรมประมง พ.ศ. 2568 แยกตามจังหวัด พร้อมรายการเครื่องมือประมงพื้นบ้านที่ยังใช้ได้และโทษเมื่อฝ่าฝืน
หน้าหนาวปลาไม่กินอาหารและป่วยง่าย ควรปรับการเลี้ยงอย่างไร
ปลาเป็นสัตว์เลือดเย็น เมื่อน้ำเย็นลงจะกินน้อยและติดโรคง่าย บทความนี้รวมวิธีปรับอาหาร น้ำ และความหนาแน่นช่วงหนาว พร้อมอาการโรคหน้าหนาวที่กรมประมงเตือน
น้ำขุ่นและออกซิเจนต่ำในบ่อปลาหลังน้ำท่วม แก้อย่างไร
คนเลี้ยงปลาบ่อดินหลายรายเล่าตรงกันว่า ช่วงที่น่าห่วงที่สุดไม่ใช่ตอนน้ำกำลังท่วม แต่เป็นหลายวันหลังจากนั้น เมื่อน้ำเริ่มนิ่ง บ่อกลายเป็นสีน้ำตาลขุ่น ตอ
กระชังปลาน้ำท่วม ป้องกันและซ่อมอย่างไร
คนเลี้ยงปลาในกระชังตามแม่น้ำเจอความเสี่ยงต่างจากบ่อดิน บ่อดินกลัวน้ำล้นคัน แต่กระชังกลัวน้ำไหลแรง เมื่อระดับน้ำขึ้นเร็ว กระแสน้ำจะพาผักตบชวา ขยะ และท่
บ่อกุ้งน้ำท่วม กุ้งตาย ฟื้นบ่อและขอเยียวยาอย่างไร
คนเลี้ยงกุ้งรู้ดีว่าต้นทุนต่อไร่สูงกว่าบ่อปลาหลายเท่า ทั้งค่าลูกกุ้ง ค่าอาหาร ค่าไฟเครื่องตีน้ำ พอน้ำท่วมล้นคันบ่อเพียงคืนเดียว กุ้งที่เลี้ยงมาหลายสัป
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

กระชังบก บ่อผ้าใบเลี้ยงปลา ผ้าใบหนา 300 ไมครอน บ่อเลี้ยงแหนแดง เลี้ยงกุ้ง กระชังบกผ้าใบ เลี้ยงปลา
ดูรายละเอียด
กระชังบก กระชังเลี้ยงกบสำเร็จรูป 2x2x90 ยกขอบบ่อ 30 ซม. (เลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงกบ)
ดูรายละเอียด
กระชังบก กระชังเลี้ยงกบสำเร็จรูป 2x2x120 ยกขอบบ่อ 30 ซม. (เลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงกบ)
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
น้ำท่วมบ่อกุ้งก่อนวันที่ 21 ส.ค. 2569 ใช้อัตราไหน
หลักเกณฑ์ฯ พ.ศ. 2569 ใช้กับภัยที่เกิดตั้งแต่ 21 ส.ค. 2569 เป็นต้นไป ถ้าภัยเกิดก่อนวันนั้น ให้สอบถามสำนักงานประมงจังหวัดว่าใช้หลักเกณฑ์ใดกับกรณีของคุณ
เลี้ยงปลาในนาข้าว ได้สิทธิด้านประมงไหม
ได้ตามข้อ 5.2.2 ซึ่งรวมปลาที่เลี้ยงในบ่อดิน นาข้าว หรือร่องสวน ไร่ละ 4,890 บาท คิดเฉพาะพื้นที่เลี้ยง ไม่เกินรายละ 5 ไร่ แต่ต้องขึ้นทะเบียนกับกรมประมงไว้ก่อนเกิดภัย
กระชังปลาเสียหาย 120 ตร.ม. จะได้เท่าไร
เพดานคือ 80 ตร.ม. ถ้าคิดเต็มเพดานตามตัวอย่างจะได้ 80 × 390 = 31,200 บาท ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่าง เงินจริงขึ้นกับผลสำรวจของเจ้าหน้าที่
แจ้งความเสียหายด้านประมงได้ที่ไหน
ผ่านแบบ กษ 01 ออนไลน์สำหรับผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือที่สำนักงานประมงอำเภอ สำนักงานประมงจังหวัด และสอบถาม ศปภ.ปม. กรมประมง โทร 0 2558 0236
ธ.ก.ส. ช่วยคนเลี้ยงปลาเลี้ยงกุ้งที่โดนน้ำท่วมอย่างไร
ลูกค้าที่ประสบภัยปีบัญชี 2569/70 ขอสินเชื่อฉุกเฉินได้ไม่เกินรายละ 50,000 บาท ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก และสินเชื่อฟื้นฟูไม่เกินรายละ 500,000 บาท ดอกเบี้ย MRR-2 ชำระภายใน 15 ปี ยื่นที่สาขาที่เป็นลูกค้า หรือโทร 02 555 0555
รัฐช่วยเป็นลูกพันธุ์หรืออาหารแทนเงินได้ไหม
ได้ หลักเกณฑ์เขียนว่าช่วยเหลือเป็นเงิน หรือสนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำ อาหารสัตว์น้ำ วัสดุทางการประมง ตามความจำเป็นและเหมาะสม รูปแบบจริงขึ้นกับการพิจารณาของแต่ละจังหวัด
