ปลูกพืชเผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

ข้าวพันธุ์ใหม่ปี 2569 มีพันธุ์อะไรบ้าง และเหมาะกับพื้นที่แบบไหน

กรมการข้าวรับรองพันธุ์ใหม่ 7 พันธุ์ ปี 2569 เช่น กข121 กข123 หอมแม่โจ้ 91 อ่านผลผลิต จุดอ่อน และพื้นที่ที่เหมาะ ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนพันธุ์ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569

ข้าวพันธุ์ใหม่ปี 2569 มีพันธุ์อะไรบ้าง และเหมาะกับพื้นที่แบบไหน

คำตอบสั้น ๆ

กรมการข้าวประกาศรับรองพันธุ์ข้าวใหม่ 7 พันธุ์ในเดือนตุลาคม 2569 บทความนี้สรุปแต่ละพันธุ์ ตัวเลขผลผลิตจากเอกสารที่เสนอรับรอง จุดอ่อน และพื้นที่ที่เหมาะ พร้อมบอกว่ายังมีอะไรที่ไม่ประกาศ

คำตอบเร็ว: วันที่ 6 ต.ค. 2569 กรมการข้าวประกาศรับรองพันธุ์ใหม่ 7 พันธุ์ คือ กข121 กข123 หอมแม่โจ้ 91 หอมสยาม สุวรรณภูมิ 1 กข28 และข้าวบาร์เลย์ กขบ1 (คณะกรรมการลงมติเมื่อ 22 ก.ย. 2569) แต่ละพันธุ์เหมาะกับพื้นที่ต่างกัน เช่น กข121 สำหรับนาชลประทานภาคกลางและเหนือตอนล่าง หอมแม่โจ้ 91 สำหรับนาชลประทานภาคเหนือตอนบน ส่วนวันขายเมล็ดพันธุ์และราคารับซื้อยังไม่พบประกาศ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569

ข่าวนี้ยืนยันอะไรแล้ว และอะไรยังไม่ประกาศ

ภาพประกอบ ข่าวนี้ยืนยันอะไรแล้ว และอะไรยังไม่ประกาศ

ผมทำงานส่งเสริมการเกษตรมานาน ทุกครั้งที่มีข่าวพันธุ์ข้าวใหม่ สิ่งที่ชาวนาถามเป็นอย่างแรกคือ "ซื้อได้ที่ไหน" และ "โรงสีรับไหม" ก่อนไปถึงเรื่องผลผลิต ขอแยกให้ชัดตั้งแต่ต้นว่าข่าวนี้ยืนยันอะไร

สิ่งที่ยืนยันได้จากข่าวกรุงเทพธุรกิจวันที่ 6 ต.ค. 2569 คือ กรมการข้าวประกาศรับรองพันธุ์ข้าวใหม่ 7 พันธุ์ หลังคณะกรรมการรับรองพันธุ์ข้าวประชุมลงมติเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2569 โดยมีอธิบดีกรมการข้าวเป็นประธาน ตามระเบียบกรมการข้าวว่าด้วยหลักเกณฑ์การรับรองพันธุ์ข้าว พ.ศ. 2560 เมื่อรับรองแล้ว พันธุ์เหล่านี้ขยายพันธุ์เพื่อใช้ในการเกษตรได้ และไปต่อขั้นตอนการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ส่วนตัวเลขผลผลิต จุดแข็ง และจุดอ่อนที่ผมใช้ในบทความนี้ มาจากเอกสารที่หน่วยงานเจ้าของพันธุ์เสนอรับรอง ซึ่งฐานเศรษฐกิจรายงานไว้เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2569 ก่อนที่ที่ประชุมจะลงมติ ตัวเลขเหล่านี้เทียบกับพันธุ์เดิมในแปลงทดสอบ ไม่ได้แปลว่านาของทุกคนจะได้เท่ากัน

สิ่งที่ผมไม่พบประกาศเลยในวันที่เขียนบทความ ได้แก่ วันเริ่มจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ ปริมาณเมล็ดพันธุ์ ราคาเมล็ดพันธุ์ ราคารับซื้อของโรงสี และเกณฑ์ความชื้นหรือราคาชี้นำของแต่ละพันธุ์ ผมจะไม่เดาตัวเลขเหล่านี้ ใครที่ได้ยินว่า "พันธุ์นี้ขายแล้ว ราคาตันละเท่านั้น" ให้ถามหาแหล่งที่มาก่อน

เรื่องเทียบข้าวรุ่นที่ชาวนาคุ้นกันอย่าง กข79 กับ กข41 ผมแยกไว้อ่านต่างหากในบทความ เปรียบเทียบข้าว กข79 กับ กข41 บทความนี้จะไม่ซ้ำเรื่องนั้น แต่จะเน้นพันธุ์ที่เพิ่งรับรอง

ภาพรวม 7 พันธุ์ ดูพร้อมกันในตารางเดียว

ภาพประกอบ ภาพรวม 7 พันธุ์ ดูพร้อมกันในตารางเดียว

ตารางนี้ย่อจากเอกสารเสนอรับรองที่ฐานเศรษฐกิจรายงาน (21 ก.ย. 2569) ตัวเลขผลผลิตเป็นค่าเฉลี่ยจากแปลงทดสอบตามเอกสาร หน่วยกิโลกรัมต่อไร่ และคอลัมน์เทียบคือพันธุ์ที่เอกสารใช้เปรียบเทียบ

พันธุ์ชนิดผลผลิตเฉลี่ยตามเอกสารพันธุ์ที่ใช้เทียบพื้นที่ที่เอกสารแนะนำ
กข121ข้าวเจ้าขาว ไม่ไวต่อช่วงแสง835 (สูงสุด 1,050)กข41 ได้ 729 และ กข57 ได้ 728นาชลประทาน ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง
กข123ข้าวเจ้า ไวต่อช่วงแสง816 (สูงสุด 971)ขาวดอกมะลิ 105 ได้ 523 และ กข59 ได้ 652นาน้ำฝน ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันตก
หอมแม่โจ้ 91ข้าวหอมไทย ไม่ไวต่อช่วงแสง926 ในนาปี 2568 ภาคเหนือตอนบน (สูงสุด 1,226)ใกล้เคียงปทุมธานี 1นาชลประทาน ภาคเหนือตอนบน
หอมสยามข้าวหอม ไวต่อช่วงแสง697 (สูงสุด 1,016)ขาวดอกมะลิ 105 ได้ 440นาดอนน้ำฝน ภาคเหนือตอนล่างและภาคอีสาน
สุวรรณภูมิ 1ข้าวเจ้า ไวต่อช่วงแสง605 (สูงสุด 1,009)ขาวดอกมะลิ 105 ได้ 516นาน้ำฝน ภาคเหนือตอนล่างและภาคอีสาน
กข28ข้าวเหนียว ไวต่อช่วงแสง760 (สูงสุด 907)กข6 ได้ 681เอกสารที่ผมเปิดอ่านไม่ได้ระบุพื้นที่ชัดเจน
กขบ1ข้าวบาร์เลย์373 (สูงสุด 524)สะเมิง 1 ได้ 223 และสะเมิง 2 ได้ 318ภาคเหนือตอนบน

ข้อสังเกตจากตาราง ตัวเลขของพันธุ์ไวต่อช่วงแสงอย่าง สุวรรณภูมิ 1 กับ หอมสยาม ต่ำกว่าพันธุ์ไม่ไวช่วงแสงอย่าง กข121 เป็นธรรมดา เพราะนาน้ำฝนไม่มีน้ำเติมได้ตามต้องการ และเปรียบเทียบกับพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ซึ่งตัวเลขในนาน้ำฝนก็ไม่สูงอยู่แล้ว อย่าเอาเลข 835 ไปเทียบกับ 605 แล้วสรุปว่าพันธุ์หนึ่ง "ดีกว่า" เพราะนาคนละระบบ

กข121 และ กข123 สองพันธุ์ที่คนถามถึงมากที่สุด

กข121 ข้าวเจ้าขาวสำหรับนาชลประทาน

เอกสารเสนอรับรองระบุว่า กข121 (สายพันธุ์ SPR16015-16-1-1-1) เสนอโดยสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ ผลผลิตเฉลี่ย 835 กิโลกรัมต่อไร่ มากกว่า กข41 ที่ได้ 729 ราว 13 เปอร์เซ็นต์ และมากกว่า กข57 ที่ได้ 728 ราว 10 เปอร์เซ็นต์ ศักยภาพสูงสุดที่ระบุคือ 1,050 กิโลกรัมต่อไร่ ค่อนข้างต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ทนน้ำท่วมฉับพลันและความเค็มระดับปานกลาง

จุดอ่อนที่ต้องรู้ก่อนลงปลูกคือ ค่อนข้างอ่อนแอต่อโรคไหม้และโรคขอบใบแห้ง คนที่ทำนาปรังในภาคกลางรู้ดีว่าช่วงที่ปลูกแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนหนักมักเจอโรคไหม้ใบตามมา พันธุ์ที่อ่อนแอต่อโรคแบบนี้จึงเหมาะกับคนที่เดินดูแปลงสม่ำเสมอและมีระบบจัดการน้ำที่คุมได้ ไม่เหมาะกับนาที่ปล่อยให้ทำเองทั้งฤดู

กข123 ข้าวไวต่อช่วงแสงสำหรับนาน้ำฝน

กข123 (สายพันธุ์ PSL12265-RBR-2-3-1-1) เสนอโดยศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี เป็นข้าวไวต่อช่วงแสง ผลผลิตเฉลี่ย 816 กิโลกรัมต่อไร่ เทียบกับขาวดอกมะลิ 105 ที่ได้ 523 (มากกว่าร้อยละ 56) และ กข59 ที่ได้ 652 (มากกว่าร้อยละ 25) สูงสุด 971 กิโลกรัมต่อไร่ ระยะกล้าต้านทานโรคไหม้ในภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันตก และค่อนข้างต้านทานโรคขอบใบแห้งในภาคเหนือตอนล่าง เอกสารระบุว่าเมล็ดยาวเรียวมาก ข้าวสุกนุ่มและเหนียวเล็กน้อย

ตัวเลขที่ควรอ่านอย่างระวังคือ "เพิ่มขึ้นร้อยละ 56 เมื่อเทียบกับขาวดอกมะลิ 105" เพราะขาวดอกมะลิ 105 ที่ใช้เทียบในเอกสารได้เพียง 523 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวหอมที่ตลาดซื้อด้วยกลิ่นและคุณภาพหุงต้ม ไม่ได้ซื้อด้วยปริมาณ กข123 ไม่ใช่ข้าวหอม ราคารับซื้อจึงต้องไปดูตลาดข้าวเจ้าธรรมดา ผมไม่พบประกาศราคาของพันธุ์นี้

พันธุ์ข้าวหอมและข้าวเหนียว หอมแม่โจ้ 91 หอมสยาม สุวรรณภูมิ 1 กข28

ภาพประกอบ พันธุ์ข้าวหอมและข้าวเหนียว หอมแม่โจ้ 91 หอมสยาม สุวรรณภูมิ 1 กข28

หอมแม่โจ้ 91 สำหรับนาชลประทานภาคเหนือตอนบน

หอมแม่โจ้ 91 (MJU148927-3-11-12-1) เสนอโดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นข้าวหอมไทยไม่ไวต่อช่วงแสง อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 120 วัน สั้นกว่าปทุมธานี 1 ราว 13 วัน ในฤดูนาปี 2568 ภาคเหนือตอนบนได้ 926 กิโลกรัมต่อไร่ ใกล้เคียงปทุมธานี 1 และสูงสุด 1,226 กิโลกรัมต่อไร่ที่ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ค่าอะไมโลส 15.05 เปอร์เซ็นต์ ค่าสารหอม 2AP 1.94 ppm

ประเด็นที่ชาวนาภาคเหนือจะสนใจคืออายุเก็บเกี่ยวสั้น 13 วัน ซึ่งเอื้อต่อการเตรียมแปลงรอบถัดไป เช่น ปลูกพืชหลังนาหรือเก็บเกี่ยวหลบฝน แต่เอกสารไม่ได้บอกว่าตลาดจะรับในราคาเท่าปทุมธานี 1 หรือไม่ ผมยกตัวเลือกเปรียบเทียบไว้ในบทความ เปรียบเทียบข้าวปทุมธานี 1 กับข้าวหอมมะลิ

หอมสยาม ข้าวหอมนาดอนน้ำฝน

หอมสยาม (RGD13159-MS21-MS9-2-B) เสนอโดยไบโอเทค สวทช. เป็นข้าวไวต่อช่วงแสง ผลผลิตเฉลี่ย 697 กิโลกรัมต่อไร่ เทียบกับขาวดอกมะลิ 105 ที่ได้ 440 (มากกว่าร้อยละ 59) สูงสุด 1,016 ข้าวสุกนุ่มมีกลิ่นหอมคล้ายขาวดอกมะลิ 105 ต้านทานโรคไหม้ระยะกล้า และทนแล้งดีกว่าขาวดอกมะลิ 105 เอกสารแนะนำนาดอนน้ำฝนภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีปัญหาโรคไหม้หรือแล้ง

สุวรรณภูมิ 1 ทนน้ำท่วมฉับพลันแต่อ่อนต่อโรคหลายตัว

สุวรรณภูมิ 1 (RGD03011-MS381-MS193-1-B) เสนอโดย สวทช. ไวต่อช่วงแสง ผลผลิตเฉลี่ย 605 กิโลกรัมต่อไร่ เทียบกับขาวดอกมะลิ 105 ที่ได้ 516 (มากกว่าร้อยละ 17) สูงสุด 1,009 ในแปลงเกษตรกรที่ร้อยเอ็ด คุณภาพการหุงต้มคล้ายขาวดอกมะลิ 105 ทนน้ำท่วมฉับพลันในระยะแตกกอ (ตามเอกสาร 14 วันเมื่อน้ำใส) เหมาะนาน้ำฝนภาคเหนือตอนล่างและภาคอีสาน

จุดอ่อนที่เอกสารระบุตรง ๆ คือ อ่อนแอต่อโรคขอบใบแห้ง โรคไหม้ โรคเมล็ดด่าง และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในพื้นที่ภาคกลาง เช่น กำแพงเพชร อยุธยา สระบุรี ชาวนาภาคกลางที่เห็นพันธุ์นี้ในข่าวจึงควรอ่านข้อนี้ก่อน ผลผลิตเฉลี่ยก็ไม่สูง ข้อดีหลักคือคุณภาพข้าวสุกและความทนน้ำท่วมฉับพลันในช่วงสั้น

กข28 ข้าวเหนียวหอม

กข28 (MHS14010-5-2-4-4-2) เสนอโดยศูนย์วิจัยข้าวแม่ฮ่องสอน เป็นข้าวเหนียวไวต่อช่วงแสง ผลผลิตเฉลี่ย 760 กิโลกรัมต่อไร่ เทียบกับ กข6 ที่ได้ 681 (มากกว่าร้อยละ 12) สูงสุด 907 ต้านทานโรคไหม้ระยะกล้า และมีกลิ่นหอม ค่า 2AP 4.71 ppm จุดอ่อนที่ระบุคือ อ่อนแอต่อโรคไหม้คอรวง โรคขอบใบแห้ง เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยกระโดดหลังขาว และแมลงบั่ว เช่นเดียวกับ กข6 ผมไม่พบข้อความในเอกสารที่ผมเปิดอ่านที่ระบุพื้นที่แนะนำของ กข28 อย่างชัดเจน ให้ถามศูนย์วิจัยข้าวใกล้บ้านเรื่องพื้นที่ปลูก

กขบ1 ข้าวบาร์เลย์ ไม่ใช่ข้าวที่ปลูกแทนข้าวนาปี

กขบ1 (FN BLS#140) เสนอโดยศูนย์วิจัยข้าวสะเมิง เป็นข้าวบาร์เลย์สำหรับมอลต์ทำเบียร์ ผลผลิตเฉลี่ย 373 กิโลกรัมต่อไร่ เทียบกับสะเมิง 1 ที่ได้ 223 (มากกว่าร้อยละ 67) และสะเมิง 2 ที่ได้ 318 (มากกว่าร้อยละ 17) สูงสุด 524 ต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาล เหมาะพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เอกสารระบุว่าไม่ควรปลูกหลังเดือนธันวาคมเพราะอากาศร้อน

สำหรับคนที่ทำนาข้าวทั่วไป พันธุ์นี้ไม่เกี่ยวกับนาของคุณโดยตรง เพราะเป็นพืชฤดูหนาวบนพื้นที่สูงภาคเหนือและขายเข้าอุตสาหกรรมมอลต์ ถ้าไม่มีสัญญารับซื้อ ไม่ควรปลูกเพราะเห็นในข่าว

เลือกพันธุ์ให้เหมาะกับนาของตัวเอง ใช้ 5 คำถามนี้

ภาพประกอบ เลือกพันธุ์ให้เหมาะกับนาของตัวเอง ใช้ 5 คำถามนี้

ผมสอนเกษตรกรให้ตัดสินใจจากนาของตัวเองก่อน ไม่ใช่จากชื่อพันธุ์ ลองไล่ตามขั้นตอนนี้

  1. นาคุณมีน้ำชลประทานตลอดฤดูหรือพึ่งฝน ถ้ามีชลประทาน พันธุ์ไม่ไวต่อช่วงแสงอย่าง กข121 หรือหอมแม่โจ้ 91 เข้าข่ายตามเอกสาร ถ้าพึ่งฝน ให้ดูกลุ่มไวต่อช่วงแสงอย่าง กข123 หอมสยาม สุวรรณภูมิ 1
  2. นาอยู่ภาคไหน เอกสารแนะนำพื้นที่ไว้เฉพาะ ถ้านาคุณอยู่นอกพื้นที่ที่แนะนำ ให้ลองในแปลงเล็กก่อน และสอบถามศูนย์วิจัยข้าว
  3. ปัญหาหลักของนาคุณคือโรคอะไร ถ้านาเจอโรคไหม้และขอบใบแห้งซ้ำทุกปี ให้ระวัง กข121 และ สุวรรณภูมิ 1 เพราะเอกสารระบุว่าอ่อนแอต่อโรคเหล่านี้ ถ้าเจอน้ำท่วมฉับพลัน สุวรรณภูมิ 1 และ กข121 มีข้อมูลความทน
  4. ขายให้ใคร โทรถามโรงสีหรือสหกรณ์ที่ขายประจำว่ารับพันธุ์นี้หรือไม่ และตัดเกณฑ์ความชื้นอย่างไร
  5. เมล็ดพันธุ์มาจากแหล่งไหน ใช้เฉพาะแหล่งที่หน่วยงานรัฐหรือผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ตรวจสอบได้ ยืนยัน เพราะเมล็ดที่ไม่ทราบที่มาจะปนพันธุ์

ทดลองในแปลงเล็กก่อน วิธีที่ผมแนะนำ

ภาพประกอบ ทดลองในแปลงเล็กก่อน วิธีที่ผมแนะนำ

ถ้าอยากลองพันธุ์ใหม่ ให้แบ่งนาส่วนหนึ่ง เช่น 1-2 ไร่ แล้วปลูกควบคู่กับพันธุ์เดิมในการจัดการแบบเดียวกัน วันปลูก ปุ๋ย และน้ำเท่ากัน จดสิ่งต่อไปนี้ตลอดฤดู

  • วันที่ปลูก วันออกดอก และวันเก็บเกี่ยว เพื่อเทียบอายุเก็บเกี่ยวจริงกับที่เอกสารระบุ
  • วันที่เจอโรคหรือแมลง และต้องจัดการกี่ครั้ง
  • จำนวนกระสอบหรือน้ำหนักที่ชั่งได้ต่อไร่ และความชื้นตอนขาย
  • ราคาที่โรงสีเสนอในวันเดียวกันสำหรับสองพันธุ์

เอกสารเสนอรับรองใช้ผลผลิตเฉลี่ยจากแปลงทดสอบหลายพื้นที่ ซึ่งมีผู้ดูแลมืออาชีพ แปลงจริงของชาวนามักได้ต่ำกว่านั้นเมื่อฝนมาไม่สม่ำเสมอหรือแรงงานไม่พอ ผลที่คุณจดเองจึงมีค่ามากกว่าตัวเลขจากข่าว

ความผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อมีข่าวพันธุ์ข้าวใหม่

  • เอาตัวเลขผลผลิตสูงสุดไปคิดรายได้ เช่น 1,050 หรือ 1,226 กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งที่เป็นค่าสูงสุดของบางแปลง ควรใช้ค่าเฉลี่ยเป็นฐานคิด
  • เปรียบเทียบเลขข้ามพันธุ์ที่ใช้เทียบคนละพันธุ์ เช่น เอา กข121 ที่เทียบ กข41 ไปวางข้างหอมสยามที่เทียบขาวดอกมะลิ 105
  • ปลูกพันธุ์ไวต่อช่วงแสงในนาชลประทานที่ต้องการลงรอบถัดไป ทำให้รอบปลูกชนกัน
  • ซื้อเมล็ดพันธุ์ก่อนมีประกาศจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แล้วได้เมล็ดปนพันธุ์หรือไม่ใช่พันธุ์ที่อ้าง
  • ไม่ถามโรงสีก่อนปลูก แล้วพบตอนเกี่ยวว่าราคาไม่ต่างจากข้าวทั่วไป
  • มองข้ามจุดอ่อนที่เอกสารเขียนไว้ เช่น โรคไหม้ ขอบใบแห้ง เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล แล้วไม่วางแผนสำรวจแปลง

ตรวจข้อมูลล่าสุดกับใคร

ภาพประกอบ ตรวจข้อมูลล่าสุดกับใคร

เรื่องที่ยังไม่ประกาศ ได้แก่ กำหนดจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ ราคา และพื้นที่ปลูกอย่างเป็นทางการ ให้ติดตามจากกรมการข้าวและศูนย์วิจัยข้าวในจังหวัด หรือสอบถามสำนักงานเกษตรอำเภอ ส่วนข่าวเรื่องแมลงศัตรูพืชหรือราคาผัก ที่คนมักถามต่อ ผมแยกอยู่ในบทความอื่น เช่น มาตรฐาน GAP ผัก ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับข้าว

ตัวเลขทั้งหมดในบทความนี้ ณ ต.ค. 2569 มาจากข่าวที่อ้างเอกสารเสนอรับรอง หากกรมการข้าวเผยแพร่เอกสารรับรองฉบับสุดท้าย อาจมีตัวเลขหรือข้อแนะนำปรับเปลี่ยนได้

สรุป

กรมการข้าวรับรองพันธุ์ใหม่ 7 พันธุ์ในปี 2569 ซึ่งแต่ละพันธุ์เหมาะกับพื้นที่และระบบน้ำต่างกัน และทุกพันธุ์มีจุดอ่อนด้านโรคหรือแมลงที่ต้องอ่านก่อนปลูก ตัวเลขผลผลิตมาจากเอกสารเสนอรับรอง ยังไม่มีประกาศวันขายเมล็ดพันธุ์หรือราคารับซื้อ แนะนำให้ทดลองในแปลงเล็กข้างพันธุ์เดิม จดผลเอง แล้วถามโรงสีก่อนขยายพื้นที่

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรุงเทพธุรกิจ ข่าวกรมการข้าวรับรองพันธุ์ข้าวใหม่ 7 พันธุ์ (6 ต.ค. 2569) — รายงานมติคณะกรรมการรับรองพันธุ์ข้าววันที่ 22 ก.ย. 2569 และรายชื่อ 7 พันธุ์ https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1253182
  • 📄ฐานเศรษฐกิจ เอกสารเสนอรับรองพันธุ์ข้าวใหม่ (21 ก.ย. 2569) — แหล่งตัวเลขผลผลิต จุดแข็ง จุดอ่อน และพื้นที่แนะนำของแต่ละพันธุ์ https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/669468
  • 📄กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ — หน่วยงานรับรองพันธุ์ ใช้ตรวจสอบประกาศและเมล็ดพันธุ์ล่าสุด https://www.ricethailand.go.th

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ข้าวพันธุ์ใหม่ปี 2569 ที่กรมการข้าวรับรองมีกี่พันธุ์

7 พันธุ์ จากข่าวกรุงเทพธุรกิจวันที่ 6 ต.ค. 2569 ได้แก่ กข121 กข123 หอมแม่โจ้ 91 หอมสยาม สุวรรณภูมิ 1 กข28 และข้าวบาร์เลย์ กขบ1 ซึ่งคณะกรรมการรับรองพันธุ์ลงมติเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2569

ซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ใหม่เหล่านี้ได้เมื่อไหร่

ผมไม่พบประกาศที่ระบุกำหนดการจำหน่ายหรือปริมาณเมล็ดพันธุ์ของทั้ง 7 พันธุ์ การรับรองพันธุ์เป็นขั้นแรก ถ้าสนใจให้สอบถามศูนย์ข้าวชุมชนหรือศูนย์วิจัยข้าวใกล้บ้านและสำนักงานเกษตรอำเภอว่าจะมีเมล็ดพันธุ์เมื่อไหร่ อย่าซื้อจากคนที่อ้างว่ามีพันธุ์นี้ก่อนประกาศ

กข121 ให้ผลผลิตเท่าไหร่ และเหมาะกับนาแบบไหน

เอกสารที่เสนอรับรองระบุผลผลิตเฉลี่ย 835 กิโลกรัมต่อไร่ มากกว่า กข41 ราว 13 เปอร์เซ็นต์ เป็นข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง แนะนำพื้นที่ชลประทานภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง จุดอ่อนคือค่อนข้างอ่อนแอต่อโรคไหม้และโรคขอบใบแห้ง

ข้าวพันธุ์ใหม่ปลูกในนาน้ำฝนภาคอีสานได้พันธุ์ไหน

จากเอกสารที่เสนอรับรอง พันธุ์ที่ระบุพื้นที่นาน้ำฝนภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือคือหอมสยาม (เหมาะนาดอนที่มีปัญหาโรคไหม้หรือแล้ง) และสุวรรณภูมิ 1 (ทนน้ำท่วมฉับพลันระยะแตกกอ) ส่วน กข123 ระบุนาน้ำฝนภาคกลาง ภาคตะวันตก และเหนือตอนล่าง ควรทดลองในแปลงเล็กก่อน

ต้องเปลี่ยนไปปลูกพันธุ์ใหม่ทันทีไหม

ไม่จำเป็น พันธุ์ที่ปลูกอยู่แล้วและขายได้ราคาในตลาดท้องถิ่นยังใช้ได้ต่อ ตัวเลขผลผลิตของพันธุ์ใหม่มาจากเอกสารเสนอรับรองเทียบกับพันธุ์เดิม ไม่ใช่ผลในแปลงของทุกพื้นที่ ควรลองปลูกส่วนหนึ่งของนาก่อนและเก็บบันทึกผลผลิตกับความชื้นตอนขายของตัวเอง

ราคารับซื้อข้าวพันธุ์ใหม่เป็นอย่างไร

ผมไม่พบประกาศราคารับซื้อหรือเกณฑ์ของโรงสีสำหรับพันธุ์ใหม่ทั้ง 7 พันธุ์ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569 จึงไม่ควรคาดว่าจะได้ราคาสูงกว่าพันธุ์เดิม ให้โทรถามโรงสีหรือสหกรณ์ที่ขายประจำก่อนว่ารับพันธุ์นี้ในราคาอะไร