ปลูกพืชเผยแพร่ 7 พฤศจิกายน 2569

เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกรอบหน้าอย่างไรให้ยังงอกดี ตั้งแต่ตากจนเก็บในภาชนะ

ขั้นตอนเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกรอบหน้า เลือกต้นแม่ เก็บเกี่ยว หมัก ตาก ลดความชื้นต่ำกว่า 10% บรรจุขวดและทดสอบความงอก ข้อมูล ณ พ.ย. 2569 อิงสวทช. และมหาวิทยาลัย

เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกรอบหน้าอย่างไรให้ยังงอกดี ตั้งแต่ตากจนเก็บในภาชนะ

คำตอบสั้น ๆ

ขั้นตอนเก็บเมล็ดพันธุ์ผักไว้ปลูกต่อ ตั้งแต่เลือกต้นแม่ เก็บเกี่ยว ตากให้แห้ง ไปจนถึงบรรจุภาชนะและทดสอบความงอก อิงเกณฑ์จากสวทช. ม.เชียงใหม่ และม.แม่โจ้

คำตอบเร็ว: เมล็ดที่จะเก็บไว้ปลูกรอบหน้าให้เลือกจากต้นแม่ที่แข็งแรง เก็บเมื่อแก่เต็มที่ ทำความสะอาด แล้วลดความชื้นให้ต่ำกว่า 10% โดยตากในที่ร่มหรือโรงเรือนไม่ใช่กลางแดดจัด (ตามศูนย์ AgriTech สวทช. ซึ่งระบุว่าเมล็ดหลังเก็บเกี่ยวมีความชื้นราว 35-40%) จากนั้นบรรจุขวดแก้วฝาปิดแล้วเก็บในที่แห้งและเย็น แหล่งเดียวกันระบุว่าเก็บได้ราว 1-3 ปีขึ้นกับชนิดพืช ข้อมูล ณ พ.ย. 2569 ไม่พบเกณฑ์ความชื้นรายพืชที่ยืนยันได้ ให้ถามเกษตรอำเภอหรือศูนย์วิจัยพืชในพื้นที่ และพันธุ์ลูกผสมไม่ควรเก็บเมล็ดปลูกต่อ

ก่อนลงมือ: เมล็ดจากต้นไหนเก็บต่อได้

ภาพประกอบ ก่อนลงมือ: เมล็ดจากต้นไหนเก็บต่อได้

ขั้นตอนตากและเก็บใส่ภาชนะจะไม่ช่วยอะไร ถ้าเมล็ดที่เก็บมาตั้งแต่แรกไม่ใช่เมล็ดที่ควรเก็บ คู่มือการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักไว้ใช้เองของคณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ให้หลักว่า พืชที่นำมาผลิตเมล็ดควรเป็นพันธุ์แท้แบบผสมเปิด (open-pollinated) จึงเก็บไว้ใช้ฤดูถัดไปโดยยังคงลักษณะเด่นของพันธุ์ ส่วนเมล็ดลูกผสม (hybrid) มักให้ผลผลิตสูงกว่า แต่ไม่ควรเก็บเมล็ดไว้ใช้ซ้ำ เพราะลักษณะทางพันธุกรรมเปลี่ยนไปเมื่อปลูกรุ่นถัดไป

ดังนั้นก่อนเริ่ม ให้ดูซองหรือถามร้านว่าเมล็ดที่ปลูกอยู่เป็นพันธุ์ลูกผสมหรือพันธุ์ผสมเปิด ถ้าเป็นลูกผสม ต้นรุ่นถัดไปอาจไม่เหมือนต้นแม่ ส่วนเรื่องกฎหมายว่าเกษตรกรเก็บเมล็ดของพันธุ์ที่มีการคุ้มครองไว้ปลูกต่อได้แค่ไหน ดูบทความ พรบ.คุ้มครองพันธุ์พืชคุ้มครองอะไรบ้าง บทความนี้ไม่สรุปข้อกฎหมายเพิ่มจากนั้น

ศูนย์ AgriTech สวทช. ซึ่งเผยแพร่เรื่องกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์โนนกลาง (24 มิ.ย. 2563) ระบุแนวทางเลือกพันธุ์ผักว่าควรเหมาะกับสภาพแวดล้อมท้องถิ่น ให้ผลผลิตสูง ทนโรคและศัตรูพืชในท้องถิ่น และตรงความต้องการของตลาด และก่อนผลิตเมล็ดต้องรู้รูปแบบการผสมเกสรว่าผสมตัวเองหรือผสมข้าม รู้สภาพแวดล้อมและประวัติแปลงปลูก

เลือกต้นแม่และป้องกันการผสมข้าม

ตามคู่มือแม่โจ้ ให้เลือกต้นที่มีลักษณะเด่น แข็งแรง และไม่มีอาการของโรค ปลูกให้ห่างจากพันธุ์อื่นเพื่อลดการผสมข้าม หรือปลูกแบบเหลื่อมเวลา หรือปลูกในโรงเรือนป้องกันการผสมเกสรจากพันธุ์อื่น และใช้เทคนิคการปิดดอกเพื่อควบคุมการผสม นอกจากนี้ให้ดูแลดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์ ให้น้ำสม่ำเสมอโดยเฉพาะช่วงออกดอก และป้องกันโรคแมลงด้วยชีวภัณฑ์ ตามที่คู่มือระบุ

ฝั่งสวทช. เพิ่มว่าระหว่างปลูกให้กำหนดระยะห่างของแปลงเพื่อกันผสมข้ามพันธุ์ ให้น้ำและปุ๋ยเหมาะสม ถอนต้นที่ผิดปกติและต้นที่เป็นโรคออก ทั้งสองแหล่งไม่ได้ระบุระยะห่างเป็นเมตรสำหรับแต่ละพืช บทความนี้จึงไม่ใส่ตัวเลขระยะ ให้ถามเกษตรอำเภอหรือศูนย์วิจัยพืชสำหรับพืชที่ท่านปลูก

  • ทำป้ายหรือผูกเชือกที่ต้นแม่ตั้งแต่ก่อนออกดอก เพื่อไม่ให้เก็บผลจากต้นอื่นมาปนในภายหลัง
  • ถอนต้นที่ใบผิดรูป โตผิดปกติ หรือเป็นโรคก่อนออกดอก ไม่เก็บเมล็ดจากต้นเหล่านั้น
  • จดชื่อพันธุ์ วันปลูก และตำแหน่งแปลง เพราะสวทช. ระบุว่าประวัติแปลงเป็นข้อมูลที่ควรรู้ก่อนผลิตเมล็ด

เก็บเกี่ยวเมล็ดตามลักษณะของเมล็ด

สวทช. แบ่งการเก็บเกี่ยวตามลักษณะเมล็ด และให้ตัวอย่างพืชไว้ดังนี้ ข้อมูลนี้ใช้เป็นจุดเริ่มต้น พืชนอกรายการให้ถามเจ้าหน้าที่

ลักษณะเมล็ดพืชตัวอย่างในแหล่งที่เปิดอ่านสัญญาณที่เก็บได้
เมล็ดแห้งเมื่อแก่กะเพรา ผักชีลาว ผักชีฝรั่งเมล็ดเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือน้ำตาลดำ
เมล็ดมีฝักห่อหุ้มผักเสี้ยน กระเจี๊ยบฝักเริ่มเปลี่ยนสี และเมล็ดข้างในเริ่มเป็นสีน้ำตาลหรือน้ำตาลดำ
เมล็ดในผลเนื้อนุ่ม (ผลสีแดง)มะเขือเทศ พริก ตำลึง บวบงูสีผลภายนอกเปลี่ยนชัดเจนเป็นสีแดง
เมล็ดในผลเนื้อนุ่ม (ผลสีเหลือง)มะเขือ แตงกวา มะระผลเปลี่ยนเป็นสีเหลือง
เมล็ดในผลเนื้อนุ่ม (สีน้ำตาลหรือสีฟางข้าว)มะเขือม่วงผลเป็นสีน้ำตาลหรือสีฟางข้าว

คู่มือแม่โจ้เสริมหลักทั่วไปว่าให้เก็บเมื่อเมล็ดแก่เต็มที่ เพื่อให้ได้ความงอกสูงสุด ไม่เก็บเมล็ดอ่อนมาก่อน

แยกเมล็ดและทำความสะอาด: เมล็ดเปียกต่างจากเมล็ดแห้ง

จุดตัดสินใจแรกหลังเก็บคือเมล็ดอยู่ในเนื้อผลหรือไม่

  • เมล็ดเปียก เช่น มะเขือเทศ พริก มะละกอ ตามสวทช. ให้หมักในถัง 12-24 ชั่วโมงก่อนล้าง เพื่อให้เนื้อที่หุ้มเมล็ดหลุดง่าย แล้วผึ่งลมในที่ร่ม 3-4 วัน
  • เมล็ดแห้ง เช่น ผักชี สลัด แหล่งที่เปิดอ่านไม่ได้ระบุขั้นตอนหมักหรือล้าง จึงไม่ต้องทำตามขั้นตอนของเมล็ดเปียกโดยอัตโนมัติ

หลังแยกแล้ว คู่มือแม่โจ้ให้ทำความสะอาดและคัดเมล็ดที่สมบูรณ์ ทิ้งเมล็ดลีบ แตก หรือเป็นราก่อนเข้าขั้นตอนตาก เพราะเมล็ดเสียปะปนอยู่จะดึงความชื้นและเชื้อราเข้ากองทั้งหมด

ตากให้แห้งอย่างไรและแห้งแค่ไหน

สวทช. ระบุว่าเมล็ดหลังเก็บเกี่ยวมีความชื้นประมาณ 35-40% ต้องลดให้ต่ำกว่า 10% หากจะเก็บไว้ใช้ในฤดูปลูกถัดไป และไม่ควรตากเมล็ดโดยตรงกับแสงแดด ให้ตากในโรงเรือนหรือใส่ถุงไนล่อนผึ่งลม 3-4 วัน

เรื่องทำไมความชื้นสำคัญ หน้าความรู้ "การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พืช" ของเครือข่ายเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (เผยแพร่ 5 ต.ค. 2548 ปรับปรุง 21 ก.ค. 2560) ให้กฎทั่วไปว่า การลดความชื้นเมล็ดลง 1% ทำให้เก็บได้นานขึ้นเป็น 2 เท่า ใช้ได้ดีเมื่อความชื้นอยู่ระหว่าง 5-14% และความชื้นสูงถึง 12-14% เอื้อต่อการเจริญของเชื้อรา สำหรับเมล็ดพืชน้ำมันและพืชผัก บทความให้หักความชื้นลงอีก 3% ในการประเมินอายุการเก็บ ตัวเลขเหล่านี้เป็นกฎคร่าว ๆ ใช้เข้าใจแนวโน้ม ไม่ใช่ตัวเลขรับรองอายุเก็บของพืชชนิดใดชนิดหนึ่ง

ถ้าไม่มีเครื่องวัด จะรู้ได้ยากว่าเมล็ดต่ำกว่า 10% จริงหรือไม่ เครื่องวัดความชื้นเมล็ดมีให้เลือกหลายประเภท อ่านเกณฑ์เลือกซื้อและความจำเป็นได้ที่ เครื่องวัดความชื้นเมล็ดพันธุ์จำเป็นแค่ไหน ถ้าไม่มี ให้ตากเผื่อเวลาและเก็บเมล็ดแยกตามวันที่ แทนการกะว่าแห้งแล้ว

  1. ตากบนตะแกรงหรือผ้าโปร่งในที่ร่มมีลมผ่าน ไม่ตากกลางแดดจัดและไม่ตากบนพื้นปูนร้อน
  2. เกลี่ยบาง พลิกกลับเป็นระยะ ระหว่างตากให้ระวังฝนและน้ำค้าง
  3. ตากราว 3-4 วันตามที่สวทช. ระบุ แล้วตรวจว่าเมล็ดแห้งสนิท
  4. ปล่อยเมล็ดเย็นลงก่อนบรรจุ ไม่ใส่ภาชนะขณะยังอุ่น เพราะไอน้ำจะควบแน่นในขวด

ข้อสุดท้ายนี้เป็นแนวปฏิบัติทั่วไปที่ผู้เขียนเสริมจากหลักความชื้น ไม่ใช่ข้อความจากแหล่งอ้างอิง และไม่มีเกณฑ์ความชื้นรายพืชที่เปิดอ่านยืนยันได้ ให้ถามศูนย์วิจัยพืชหรือเกษตรอำเภอสำหรับพืชของท่าน

บรรจุและเก็บ: ภาชนะ อุณหภูมิ และเวลา

สวทช. ให้บรรจุเมล็ดลงขวดแก้วที่มีฝาปิด เก็บในตู้เย็น และระบุว่าเก็บได้นาน 1-3 ปีขึ้นกับชนิดพืชและวิธีเก็บที่ถูกต้อง คู่มือแม่โจ้ระบุกว้าง ๆ ว่าให้เก็บในที่แห้งและเย็น

หน้าของ ม.เชียงใหม่ให้กฎด้านอุณหภูมิว่า การลดอุณหภูมิโรงเก็บลง 10 องศาฟาเรนไฮต์ ทำให้อายุเก็บเพิ่มเป็น 2 เท่า ใช้ได้ดีในช่วง 32-122 องศาฟาเรนไฮต์ และสภาพเก็บที่ดีที่สุดควรให้ผลบวกของความชื้นสัมพัทธ์ (เปอร์เซ็นต์) กับอุณหภูมิ (องศาฟาเรนไฮต์) ไม่เกิน 100 ตัวอย่างการอ่าน ถ้าอุณหภูมิ 60 องศาฟาเรนไฮต์ ความชื้นสัมพัทธ์ควรไม่เกิน 40% เป็นเลขที่คำนวณจากกฎนี้ ไม่ใช่ตัวเลขที่แหล่งเขียนไว้ตรง ๆ

เกณฑ์สิ่งที่แหล่งระบุแหล่ง
ความชื้นเมล็ดก่อนเก็บต่ำกว่า 10% หากเก็บใช้ฤดูถัดไปสวทช. AgriTech
ผลของความชื้นลดลง 1% เก็บได้นานขึ้น 2 เท่า (ช่วง 5-14%)ม.เชียงใหม่
ผลของอุณหภูมิลดลง 10 องศาฟาเรนไฮต์ เก็บได้นานขึ้น 2 เท่าม.เชียงใหม่
ภาชนะขวดแก้วฝาปิด เก็บในตู้เย็นสวทช. AgriTech
อายุเก็บราว 1-3 ปี ขึ้นกับชนิดพืชและวิธีเก็บสวทช. AgriTech

เรื่องสารกันความชื้นอย่างซิลิกาเจลและการใช้ผงปรับสภาพเมล็ด ไม่มีเกณฑ์ในแหล่งที่เปิดอ่านจึงไม่ระบุปริมาณ อย่าใช้สารเคมีคลุกเมล็ดตามที่เห็นในอินเทอร์เน็ตโดยไม่มีฉลากหรือคำแนะนำจากเกษตรอำเภอ

ทดสอบก่อนปลูก: เมล็ดยังงอกดีหรือไม่

แหล่งอ้างอิงที่เปิดอ่านไม่ได้ให้ขั้นตอนทดสอบความงอกเป็นตัวเลขต่อพืช ส่วนที่ผู้เขียนเสนอต่อไปนี้เป็นแนวปฏิบัติทั่วไปที่ทำได้ง่าย ไม่ใช่เกณฑ์ทางการ ก่อนปลูกจริงสัก 1-2 สัปดาห์ ให้สุ่มเมล็ดจำนวนหนึ่งมาเพาะบนกระดาษทิชชูชื้นหรือในถาดเพาะ นับว่างอกกี่เมล็ด ถ้างอกน้อยกว่าที่ต้องการ ให้เพิ่มจำนวนเมล็ดต่อหลุมหรือสั่งเมล็ดใหม่ ซึ่งทำได้ก่อนฤดูปลูกจะมาถึง

คู่มือแม่โจ้มีหัวข้อ "การตรวจสอบคุณภาพเมล็ด" และ "การปรับปรุงสภาพเมล็ด" ในแท็กบทความ แต่เนื้อหาในหน้านั้นไม่ลงรายละเอียดวิธี หากต้องการให้ตรวจความงอกอย่างเป็นทางการ ให้ถามศูนย์วิจัยพืชหรือหน่วยงานเมล็ดพันธุ์ของกรมวิชาการเกษตรในพื้นที่

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เก็บเมล็ดจากพันธุ์ลูกผสมแล้วคาดว่าจะได้ต้นเหมือนเดิม แม่โจ้ระบุว่าลักษณะเปลี่ยนในรุ่นถัดไป
  • ตากกลางแดดตรงจนเมล็ดร้อนจัด สวทช. แนะนำให้ตากในโรงเรือนหรือที่ร่ม
  • เก็บเมล็ดตอนผลยังไม่เปลี่ยนสี สัญญาณสีผลหรือสีเมล็ดเป็นตัวบอกว่าแก่
  • ใส่ขวดทั้งที่เมล็ดยังไม่แห้งดี ความชื้นสูง 12-14% ตาม ม.เชียงใหม่ เอื้อเชื้อรา
  • ปลูกพันธุ์ใกล้กันโดยไม่กันผสมข้าม พืชผสมข้ามต้องมีระยะหรือเหลื่อมเวลา
  • ไม่ติดป้ายชื่อและวันที่ พอถึงฤดูปลูกจำไม่ได้ว่าเป็นพันธุ์ไหนและเก็บเมื่อไร

เช็กลิสต์ตั้งแต่เก็บถึงปลูก

  • รู้ว่าพันธุ์เป็นผสมเปิดหรือลูกผสม และไม่เก็บเมล็ดจากพันธุ์ที่ต้องห้ามตามกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช
  • ทำเครื่องหมายต้นแม่ที่แข็งแรง ไม่มีโรค
  • เก็บเมื่อสีผลหรือสีเมล็ดบอกว่าแก่
  • เมล็ดเปียกหมักตามเวลาที่ระบุก่อนล้าง
  • ตากในที่ร่ม 3-4 วัน จนแห้งสนิท
  • บรรจุขวดแก้วฝาปิด ติดป้ายชื่อและวันที่
  • เก็บที่แห้งและเย็น ห่างแสงแดด
  • เพาะทดสอบก่อนปลูก 1-2 สัปดาห์

หลังน้ำท่วมหรือภัยพิบัติ หากเมล็ดที่เก็บไว้เสียหาย หน่วยงานบางแห่งมีโครงการแจกเมล็ดพันธุ์ ดูรายละเอียดช่องทางขอได้ที่ ฟื้นอาชีพหลังน้ำท่วม ขอรับเมล็ดพันธุ์ได้จากหน่วยงานไหน และถ้าต้องการเปรียบเทียบเมล็ดซื้อสำเร็จรูปของผักใบ ดูได้ที่ รีวิวเมล็ดพันธุ์คะน้า ผักกาด และผักบุ้ง

สรุป

เมล็ดที่ยังงอกดีมาจากต้นแม่ที่แข็งแรง พันธุ์ผสมเปิด เก็บตอนแก่เต็มที่ และตากให้ความชื้นต่ำกว่า 10% ตามที่สวทช. ระบุ แล้วเก็บขวดแก้วฝาปิดในที่แห้งเย็น ข้อมูล ณ พ.ย. 2569 ไม่มีเกณฑ์ความชื้นหรืออายุเก็บรายพืชที่ยืนยันได้ ให้ปรึกษาเกษตรอำเภอหรือศูนย์วิจัยพืช และเพาะทดสอบก่อนปลูกทุกครั้ง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄"เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง" อีกย่างก้าวของกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์โนนกลาง ศูนย์ AgriTech สวทช. 24 มิ.ย. 2563 — ขั้นตอนเลือกพันธุ์ เก็บเกี่ยว หมัก ตาก ความชื้น ภาชนะ อายุเก็บ https://www.nstda.or.th/agritec/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89/
  • 📄การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พืช เครือข่ายเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ — กฎความชื้นและอุณหภูมิต่ออายุเก็บ https://phtnet.agri.cmu.ac.th/2005/10/57/
  • 📄คู่มือการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักไว้ใช้เอง ฉันทนา วิชรัช คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ — พันธุ์ผสมเปิดเทียบลูกผสม การคัดต้นแม่ การเก็บเกี่ยวและเก็บรักษา https://archives.mju.ac.th/intellectualhub/?p=7459

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว 500g. / 900g. (จากเปลือกมะพร้าว)…

กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว 500g. / 900g. (จากเปลือกมะพร้าว)…

อุปกรณ์เพาะกล้า

ใช้เพาะเมล็ดและอนุบาลกล้าก่อนย้ายลงแปลง

เช็กก่อนซื้อ

  • จำนวนหลุมหรือขนาดถาด/ถุงต่อแพ็ก
  • เนื้อพลาสติกใช้ซ้ำได้หรือใช้ครั้งเดียว
หินภูเขาไฟลาวา หินลาวาดำ หินลาวาแดง (Lava Stone)…

หินภูเขาไฟลาวา หินลาวาดำ หินลาวาแดง (Lava Stone)…

ดินปลูก/วัสดุปลูก

ดินผสมพร้อมใช้สำหรับปลูกลงกระถาง ถุง หรือกระบะ

เช็กก่อนซื้อ

  • เหมาะกับพืชแบบไหน (ไม้อวบน้ำ ผัก ไม้ดอก)
  • น้ำหนักหรือปริมาตรต่อถุง
100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…

100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…

ป้ายแปลง/ป้ายชื่อพืช

ใช้ปักระบุพันธุ์ วันปลูก หรือรอบปลูกในแปลงและถาดเพาะ

ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน…

ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน…

เครื่องมือทำสวน

เครื่องมือมือสำหรับเตรียมดิน พรวน ตัดแต่ง และเก็บเกี่ยว

เช็กก่อนซื้อ

  • วัสดุใบมีดและด้ามตามที่ร้านระบุ
  • ขนาดและน้ำหนักเหมาะกับงานและแรงมือ

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

เมล็ดต้องแห้งแค่ไหนจึงเก็บได้

สวทช. AgriTech ระบุว่าต้องลดความชื้นให้ต่ำกว่า 10% หากจะเก็บไว้ใช้ฤดูปลูกถัดไป เกณฑ์รายพืชที่ยืนยันได้ไม่มีในแหล่งที่เปิดอ่าน ให้ถามเกษตรอำเภอ

ตากเมล็ดกลางแดดได้ไหม

สวทช. ไม่แนะนำให้ตากเมล็ดโดยตรงกับแสงแดด ให้ตากในโรงเรือนหรือใส่ถุงไนล่อนผึ่งลม 3-4 วัน

เมล็ดมะเขือเทศและพริกต้องทำอย่างไรก่อนตาก

จัดเป็นเมล็ดเปียก สวทช. ให้หมักในถัง 12-24 ชั่วโมงก่อนล้าง เพื่อให้เนื้อหุ้มเมล็ดหลุดง่าย แล้วผึ่งลมในที่ร่ม 3-4 วัน

เก็บเมล็ดไว้ได้นานกี่ปี

สวทช. ระบุว่า 1-3 ปี ขึ้นกับชนิดพืชและวิธีเก็บ เมล็ดแต่ละชนิดอายุเก็บต่างกัน ไม่มีตัวเลขรายพืชในแหล่งที่เปิดอ่าน

เก็บเมล็ดจากพันธุ์ลูกผสมได้ไหม

แม่โจ้ระบุว่าเมล็ดลูกผสมไม่สามารถเก็บไว้ใช้ซ้ำได้ เพราะลักษณะทางพันธุกรรมเปลี่ยนในรุ่นถัดไป ควรเก็บจากพันธุ์ผสมเปิดตามคู่มือ

เก็บในตู้เย็นหรือที่อุณหภูมิห้องดีกว่า

สวทช. ให้เก็บในขวดแก้วฝาปิดในตู้เย็น ส่วนหน้าของ ม.เชียงใหม่บอกว่าอุณหภูมิต่ำลง 10 องศาฟาเรนไฮต์ ทำให้เก็บได้นานขึ้น 2 เท่า (ในช่วง 32-122 องศาฟาเรนไฮต์) ควรกันความชื้นเข้าขวดด้วย