คำตอบสั้น ๆ
แนวตัดสินใจก่อนปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม สรุปข้อมูลกรณีสตูล โครงการฟ้าทะลายโจร และต้นทุนตัวอย่าง พร้อมบอกว่าข้อมูลใดยังตรวจสอบไม่ได้
คำตอบเร็ว: ขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรปลูกเป็นรายได้เสริมได้ แต่รายได้ขึ้นกับว่ามีผู้รับซื้อรอก่อนหรือไม่ ข้อมูลที่เปิดตรวจสอบได้ ณ พ.ย. 2569 คือกรณีโครงการขมิ้นชันที่สตูล ซึ่งขมิ้นสดขายให้คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ราคา 25 บาทต่อกิโลกรัม (ตัวเลขจากข่าวเดลินิวส์ 8 ก.ย. 2568 ที่ไม่ระบุวันที่ของราคา) ส่วนราคารับซื้อฟ้าทะลายโจรปัจจุบันไม่พบประกาศทางการที่ตรวจสอบได้ จึงต้องถามผู้รับซื้อโดยตรง หลักง่าย ๆ คือ ถ้ายังไม่มีผู้รับซื้อ ให้ปลูกทดลองแปลงเล็กก่อน
บทความนี้ใช้ตัดสินใจอย่างไร
บทความนี้เขียนเป็นแนวทางตัดสินใจแบบ "ถ้า...ให้ทำ..." เพราะคนที่ถามเรื่องปลูกสมุนไพรเป็นรายได้เสริมมีสถานการณ์ต่างกันมาก บางคนมีที่ว่างหลังบ้านและยังไม่มีผู้ซื้อ บางคนมีกลุ่มวิสาหกิจอยู่แล้ว บางคนอยากทำสัญญากับโรงงาน ผู้เขียนไม่ได้ประเมินกำไรให้ เพราะตัวเลขราคาและผลผลิตที่ตรวจสอบได้ในตอนนี้มีจำกัด และราคาเปลี่ยนตามผู้รับซื้อและฤดูกาล สิ่งที่ทำได้คือบอกว่าข้อมูลไหนมีแหล่งอ้างอิง ข้อมูลไหนยังไม่พบ และควรไปถามหน่วยงานใด
ข้อมูลที่เปิดอ่านจริงมีสามกลุ่ม กลุ่มแรกคือข่าวโครงการขมิ้นชันของจังหวัดสตูลที่เกษตรกรขายให้คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กลุ่มที่สองคือข่าวโครงการฟ้าทะลายโจรของกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ ปี 2564 กลุ่มที่สามคือแบบฟอร์มแผนธุรกิจตัวอย่างของกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรที่ใช้เป็นตัวอย่างโครงสร้างต้นทุน ไม่ใช่ราคาตลาดจริง ทั้งหมดอยู่ในส่วนอ้างอิงท้ายบทความ
ขั้นแรก: ถ้ายังไม่มีผู้รับซื้อ ให้ทำอะไร
สมุนไพรต่างจากพืชอย่างข้าวหรือข้าวโพดตรงที่ตลาดส่วนใหญ่ไม่ใช่ตลาดกลางที่ใครไปขายก็ได้ ผู้ซื้อมักเป็นโรงงานยา โรงพยาบาล โรงเรียนเภสัช หรือพ่อค้าคนกลางที่มีลูกค้าปลายทางของตัวเอง ดังนั้นลำดับที่ปลอดภัยคือหาผู้ซื้อก่อนปลูก ตารางด้านล่างเป็นแนวตัดสินใจตามสถานการณ์
| ถ้าสถานการณ์เป็นแบบนี้ | ให้ทำอย่างนี้ |
|---|---|
| ยังไม่มีผู้รับซื้อเลย | ปลูกทดลองในพื้นที่เล็ก หรือไม่ปลูกเพิ่มจนกว่าจะมีผู้ซื้อยืนยัน ถามเกษตรอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ หรือโรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้านว่ามีการรับซื้อสมุนไพรสดหรือแห้งหรือไม่ |
| มีผู้ซื้อพูดปากเปล่า แต่ไม่มีสัญญา | ขอเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษร อย่างน้อยให้ระบุชนิดสินค้า (สดหรือแห้ง) คุณภาพขั้นต่ำ กำหนดรับ และวิธีกำหนดราคา อย่าลงทุนซื้อพันธุ์ปริมาณมากก่อนเห็นเงื่อนไข |
| มีผู้ซื้อที่ตั้งมาตรฐานคุณภาพ | ถามให้ชัดว่าตรวจอะไร เช่น ความชื้น สารสำคัญ หรือโลหะหนัก และถามว่าถ้าไม่ผ่านจะรับซื้อหรือไม่ |
| เป็นสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหรือสหกรณ์ | สอบถามแผนรวมผลผลิตของกลุ่ม ขอข้อมูลช่องทางจำหน่ายและเครื่องมือแปรรูป เช่น เครื่องหั่นหรืออบ ก่อนซื้อพันธุ์เอง |
| มีที่ดินน้อยหรือพื้นที่ในบ้าน | ปลูกขมิ้นในถุงหรือกระสอบแทนแปลงใหญ่ได้ ตามที่กรณีสตูลทำ แต่ควรคำนวณว่าผลผลิตต่อกระสอบคุ้มค่าแรงดูแลหรือไม่ |
ข้อสังเกตจากกรณีฟ้าทะลายโจรปี 2564 ตามข่าวกรุงเทพธุรกิจ (7 ส.ค. 2564) คือโครงการนั้นระบุปลายทางผลผลิตชัดเจนว่าส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี และมีหน่วยงานรัฐจัดหาต้นกล้าให้ ไม่ใช่เกษตรกรปลูกแล้วไปหาตลาดเอง เป็นตัวอย่างว่าการมีปลายทางก่อนปลูกคือโครงสร้างที่ใช้ได้
ขมิ้นชัน: ข้อมูลจากกรณีสตูล
ข่าวเดลินิวส์ (8 กันยายน 2568) รายงานว่ารองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ครองศักดิ์ สงรักษา ลงพื้นที่จังหวัดสตูลเพื่อยกระดับการปลูกสมุนไพรคุณภาพเพื่อการเภสัชกรรม ตัวเลขที่ปรากฏในข่าวสรุปได้ดังนี้
| รายการ | ตัวเลขตามข่าว | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| สารเคอร์คิวมินของขมิ้นสดที่ขายให้คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ | สูงถึง 11% | ตัวเลขเฉพาะกรณีนี้ ไม่ใช่ค่ามาตรฐานของขมิ้นทั่วไป |
| ราคาขมิ้นสด | 25 บาทต่อกิโลกรัม | ข่าวไม่ระบุวันที่ของราคา |
| ราคาขมิ้นแห้ง | 230-250 บาทต่อกิโลกรัม | ข่าวไม่ระบุวันที่ของราคา |
| อัตราส่วนสดต่อแห้ง | 1 ต่อ 6 (แห้ง 1 ส่วนจากสด 6 ส่วน) | ตามข่าว |
| ปี 2561 | 13 ครัวเรือน 1,560 กระสอบ ได้ขมิ้นสด 536 กิโลกรัม ขายให้ ม.สงขลานครินทร์ 523 กิโลกรัม | ปีเริ่มต้น |
| ปี 2568 | มากกว่า 160 ครัวเรือน 13,509 กระสอบ | โครงการไทย-เยอรมันเพิ่ม 31 เกษตรกร 6,705 กระสอบ |
ลองคิดจากตัวเลขเหล่านี้อย่างระมัดระวัง ปี 2561 มี 1,560 กระสอบ ได้ขมิ้นสด 536 กิโลกรัม เฉลี่ยราว 0.34 กิโลกรัมต่อกระสอบ (คำนวณเองจากสองตัวเลขในข่าว) ซึ่งหากคูณราคา 25 บาท จะได้ราวไม่ถึง 10 บาทต่อกระสอบ นั่นแปลว่าผลผลิตต่อกระสอบในปีเริ่มต้นเป็นเงินน้อยมาก และเหตุผลที่กลุ่มทำต่อได้อาจอยู่ที่ขมิ้นมีคุณภาพสูงและมีผู้รับซื้อที่แน่นอน ไม่ใช่ที่ปริมาณต่อกระสอบ ผู้เขียนไม่พบข่าวหรือเอกสารที่ให้ผลผลิตต่อกระสอบของปี 2568 จึงไม่ควรนำตัวเลข 0.34 กิโลกรัมไปใช้ทำนายปีหน้า
สิ่งที่ข่าวไม่ได้บอกและผู้เขียนตรวจสอบไม่ได้คือ พันธุ์ขมิ้นที่ใช้ อายุเก็บเกี่ยว วิธีดูแลละเอียด และเงื่อนไขการรับซื้อ ถ้าสนใจเข้าร่วมแบบเดียวกัน ให้สอบถามสำนักงานเกษตรจังหวัดสตูลหรือคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยตรง
ขมิ้นชัน: ข้อมูลการปลูกที่มีแหล่งอ้างอิง
รายงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เรื่องการปลูกขมิ้นชันและไพลเป็นพืชแซมในสวนยางที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา (ทุนปี 2562 ผู้วิจัย ทัศนี ขาวเนียม และระวี เจียรวิภา) ส่วนทบทวนวรรณกรรมสรุปข้อมูลพื้นฐานที่ใช้อ้างอิงได้ ดังนี้
- ขมิ้นชอบแสงแดดเต็มที่และความชื้น ต้องการดินร่วนระบายน้ำดี และไม่ชอบน้ำขัง
- ขยายพันธุ์ด้วยเหง้าแก่หรือเหง้าแม่อายุ 10-12 เดือน ตัดชิ้นพันธุ์ให้มีตา 1-2 ตา กลบดินลึก 5-10 เซนติเมตร
- ระยะปลูกที่งานวิจัยอ้างว่าให้ผลดีคือ 30 x 50 เซนติเมตร (งานวิจัยอ้างต่อจากผู้วิจัยต่างประเทศ) เป็นข้อมูลจากการทบทวนวรรณกรรม ไม่ใช่ผลลองปลูกในพื้นที่ของท่าน
- เหง้างอกใช้เวลา 30-70 วัน ช่วงแรกต้องให้น้ำสม่ำเสมอ
- เก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 9-10 เดือน และงานวิจัยระบุว่าเริ่มปลูกปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคม
อีกข้อสังเกตจากงานเดียวกันคือ ดินในแปลงทดลองมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ และโลหะหนักต่ำเมื่อเทียบกับมาตรฐานวัตถุดิบสมุนไพร ซึ่งสะท้อนว่าผู้ซื้อวัตถุดิบเภสัชกรรมสนใจเรื่องความปลอดภัยของแปลง การปลูกในดินที่เคยมีสารปนเปื้อนหรือใกล้แหล่งมลพิษควรหลีกเลี่ยง
ผู้อ่านที่ต้องการรายละเอียดวิธีปลูกควรอ่านต่อที่ วิธีปลูกขมิ้นชัน ตั้งแต่เตรียมแปลงจนถึงเก็บเหง้า และ ปฏิทินปลูกขมิ้นชัน ช่วงปลูกและเก็บเกี่ยว ส่วนใครกำลังพิจารณาปลูกตามสัญญากับโรงงาน อ่านภาพต้นทุนเพิ่มเติมที่ ต้นทุนและกำไรปลูกขมิ้นชันแบบทำสัญญา
ฟ้าทะลายโจร: ข้อมูลจากโครงการภาครัฐ
ข่าวกรุงเทพธุรกิจ (7 สิงหาคม 2564) รายงานโครงการปลูกฟ้าทะลายโจรของกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้อมูลที่ระบุในข่าวมีดังนี้
- สายพันธุ์ที่กล่าวถึง คือพันธุ์พื้นเมือง พิษณุโลก 5-4 และพิจิตร 4-4
- ระยะปลูก 30 เซนติเมตรระหว่างต้น และ 60 เซนติเมตรระหว่างแถว
- ถ้าเพาะกล้า ใช้เมล็ดราว 15 กรัมต่อไร่ และย้ายปลูกเมื่อกล้ามีใบจริง 6 ใบ
- เก็บเกี่ยวช่วงเช้าเมื่อดอกบานราว 25-50% ของแปลง ตัดเหนือพื้นดินราว 10 เซนติเมตร (ประมาณ 4 ข้อ)
- แจกกล้าให้สหกรณ์การเกษตร 8 จังหวัด จังหวัดละ 10 ไร่ รวม 80 ไร่ และ รพ.สต. 8 แห่ง รวมต้นกล้า 828,500 ต้น
- ผลผลิตส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี
ข่าวฉบับนี้ไม่มีราคารับซื้อ ไม่มีตัวเลขผลผลิตแห้งต่อไร่ และไม่มีเกณฑ์สารแอนโดรกราโฟไลด์ จึงบอกได้เพียงโครงสร้างโครงการและวิธีปลูกพื้นฐาน ถ้าอยากรู้ราคาและเงื่อนไขการรับซื้อปัจจุบัน ต้องติดต่อโรงพยาบาลหรือผู้รับซื้อโดยตรง อ่านปัญหาที่พบบ่อยเมื่อปลูกฟ้าทะลายโจรได้ที่ ฟ้าทะลายโจรมีปัญหาอะไรบ้าง และภาพต้นทุนด้านเภสัชกรรมใน ต้นทุนฟ้าทะลายโจรเพื่อเภสัชกรรม
ต้นทุนตัวอย่าง: ใช้ดูโครงสร้างเท่านั้น
แบบแผนธุรกิจตัวอย่างฟ้าทะลายโจรของกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร (เอกสารตัวอย่างแผนปี 2565 เผยแพร่บนเว็บไซต์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) ให้โครงสร้างต้นทุนที่ใช้ศึกษาได้ แต่ต้องย้ำว่าเป็น "แบบฟอร์มตัวอย่าง" ที่ใช้ประกอบการขอสินเชื่อ ไม่ใช่ผลสำรวจต้นทุนจริงของเกษตรกร ตัวเลขในตารางข้างล่างจึงใช้เป็นตัวอย่างโครงสร้าง ท่านควรแทนด้วยตัวเลขราคาจริงในพื้นที่
| รายการต้นทุนในแบบตัวอย่าง | บาทต่อไร่ต่อรอบ | ฐานของตัวเลข |
|---|---|---|
| เตรียมดิน | 1,000 | ตัวอย่างในแบบฟอร์ม |
| เมล็ดพันธุ์ (1 กิโลกรัม) | 2,500 | ตัวอย่างในแบบฟอร์ม |
| ปุ๋ยคอก | 250 | ตัวอย่างในแบบฟอร์ม |
| แรงงานปลูก | 350 | ตัวอย่างในแบบฟอร์ม |
| แรงงานเก็บเกี่ยว | 1,000 | ตัวอย่างในแบบฟอร์ม |
| ดูแลรักษา | 1,400 | ตัวอย่างในแบบฟอร์ม |
| รวม | 6,500 | ผลบวกของแบบฟอร์ม |
แบบฟอร์มเดียวกันสมมติผลผลิตแห้งสูงมากต่อไร่และสมมติราคาขายไว้ในช่องรายได้ ผู้เขียนไม่นำตัวเลขรายได้และกำไรมาแสดง เพราะเป็นสมมติฐานของแบบฟอร์มที่ไม่มีหลักฐานว่าเกษตรกรทั่วไปทำได้จริง สิ่งที่แบบฟอร์มให้ได้อย่างน่าเชื่อถือกว่าคือช่องทางตลาดที่มันบรรยาย พ่อค้าคนกลางเข้ามารวบรวมที่แปลง แล้วนำสดหรือหั่นไปขายที่ตลาดไท จังหวัดปทุมธานี และตลาดอื่น โดยพ่อค้ากำหนดปริมาณที่จะรับต่อรอบ ซึ่งสะท้อนว่าถ้าไม่มีสัญญา ปริมาณที่ขายได้ขึ้นกับพ่อค้า
ถ้าจะเลือกระหว่างสองพืช ควรเลือกอย่างไร
| ถ้าสถานการณ์คือ | แนวโน้มที่เหมาะกับ | เหตุผลจากข้อมูลที่มี |
|---|---|---|
| มีผู้รับซื้อขมิ้นสดในพื้นที่ เช่นสถาบันการศึกษาหรือกลุ่มวิสาหกิจ | ขมิ้นชัน | กรณีสตูลมีผู้รับซื้อและแหล่งข้อมูลชัดเจน |
| มีโรงพยาบาลหรือหน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่นเปิดโครงการรับซื้อ | ฟ้าทะลายโจร | โครงการปี 2564 มีปลายทางโรงพยาบาลและแจกกล้า |
| ต้องการพืชอายุสั้นที่ใช้ทุนน้อย | ฟ้าทะลายโจรอาจเหมาะกว่า | ขมิ้นเก็บเกี่ยว 9-10 เดือนตามงานวิจัย ส่วนฟ้าทะลายโจรเก็บเมื่อดอกบาน 25-50% ของแปลง แต่ต้องยืนยันช่วงปลูกกับเจ้าหน้าที่ เพราะไม่พบประกาศฤดูปลูกกลาง |
| ที่ดินมีน้ำท่วมขังบ่อย | ต้องระวังทั้งสองชนิด | ขมิ้นไม่ชอบน้ำขัง ส่วนฟ้าทะลายโจรไม่พบข้อมูลเรื่องนี้ในเอกสารที่เปิดอ่าน ให้ถามเจ้าหน้าที่ |
| ไม่มีทั้งผู้ซื้อและเครื่องมือแปรรูป | ยังไม่ควรลงทุน | ทั้งสองพืชต้องมีช่องทางขายก่อน |
มาตรฐานและการแปรรูป: สิ่งที่ผู้ซื้อมักถาม
สมุนไพรที่ส่งเข้าโรงงานยาหรือโรงพยาบาลมักมีข้อกำหนดเรื่องคุณภาพวัตถุดิบ ผู้เขียนไม่ได้เปิดพบเอกสารทางการฉบับที่กำหนดตัวเลขเกณฑ์ของขมิ้นหรือฟ้าทะลายโจรเฉพาะ ดังนั้นจึงไม่ระบุตัวเลขเกณฑ์ใด ๆ ไว้ ถ้าต้องการทราบว่าผู้ซื้อต้องการมาตรฐานอะไร ให้ถามผู้ซื้อโดยตรงว่ายึดมาตรฐานใด แล้วนำไปตรวจกับสำนักงานเกษตรจังหวัด ส่วนภาพรวมมาตรฐาน GACP สำหรับสมุนไพร อ่านเพิ่มที่ มาตรฐานสมุนไพร GACP ที่เกษตรกรควรรู้ และเรื่องแปรรูปสมุนไพรเพื่อเพิ่มมูลค่าที่ แปรรูปสมุนไพร
เรื่องการแปรรูปมีข้อมูลหนึ่งจากกรณีสตูลที่ใช้ได้ ข่าวระบุว่าวิสาหกิจชุมชนมีเครื่องหั่นขมิ้น และตัวเลขสดต่อแห้ง 6 ต่อ 1 หมายความว่าถ้าจะขายแห้งต้องมีลานตากหรือเครื่องอบ และต้องคำนวณพื้นที่และแรงงาน ถ้าเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่อยากขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ อ่านคำถามที่พบบ่อยเพิ่มได้ที่ ขึ้นทะเบียนวิสาหกิจชุมชนสมุนไพร
ลำดับตรวจก่อนลงทุน
- ถามผู้รับซื้อว่าต้องการสมุนไพรชนิดใด สดหรือแห้ง ปริมาณเท่าไร และรับกี่ครั้งต่อปี
- ขอเงื่อนไขราคาและคุณภาพเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าเป็นราคาตามตลาดให้ถามว่าอ้างอิงตลาดไหน
- ตรวจแปลง ดินระบายน้ำดี แสงแดดเพียงพอ ไม่มีน้ำท่วมขัง ไม่ใกล้แหล่งมลพิษ
- เริ่มจากพื้นที่ทดลองเล็ก จดต้นทุนจริงทุกรายการ (พันธุ์ ปุ๋ย แรงงาน ค่าขนส่ง ค่าตากหรืออบ)
- เทียบต้นทุนกับราคาที่ผู้ซื้อยืนยันเท่านั้น ไม่ใช้ราคาจากข่าวเก่าหรือแบบฟอร์มตัวอย่าง
- ถ้าจะขยาย ขยายเมื่อมีสัญญาหรือหลักฐานการรับซื้อรอบแรกแล้ว
รายการเอกสารและข้อมูลที่ควรขอจากผู้ซื้อ
- ชื่อผู้ซื้อและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้
- ชนิดและสภาพสินค้า (สดหรือแห้ง หั่นหรือไม่หั่น)
- เกณฑ์คุณภาพที่ผู้ซื้อตรวจและวิธีตรวจ
- กำหนดรับ สถานที่รับ และใครออกค่าขนส่ง
- วิธีกำหนดราคาและกำหนดจ่ายเงิน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ปลูกก่อนหาผู้ซื้อ แล้วพบว่าไม่มีใครรับซื้อในพื้นที่
- นำราคาจากข่าวหรือแบบฟอร์มตัวอย่างมาคำนวณกำไร ทั้งที่ข่าวไม่ได้ระบุวันที่ของราคา หรือแบบฟอร์มเป็นเพียงตัวอย่าง
- ซื้อพันธุ์ปริมาณมากจากผู้ขายที่ไม่มีหลักฐานแหล่งที่มา และไม่ตรวจพันธุ์
- ปลูกในดินที่เคยใช้สารเคมีเข้มข้นหรือใกล้แหล่งมลพิษ ทำให้ตรวจไม่ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยของผู้ซื้อ
- ลืมคิดต้นทุนแปรรูป ลานตาก หรือค่าแรงหั่นและอบ ทั้งที่ต้องใช้ถ้าขายแห้ง
- คาดหวังรายได้จากกรณีตัวอย่างที่ผู้ซื้อรายหนึ่งรับซื้อ โดยไม่ตรวจว่าปริมาณรับซื้อของผู้ซื้อรองรับเกษตรกรรายใหม่ได้เท่าไร
สรุป
ขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริมที่ต้องมีผู้ซื้อก่อนปลูก ข้อมูลราคาที่ตรวจสอบได้มีเพียงกรณีขมิ้นที่สตูล ส่วนต้นทุนต่อไร่ของฟ้าทะลายโจรมาจากแบบฟอร์มตัวอย่างที่ใช้เป็นโครงสร้าง ไม่ใช่ผลจริง ก่อนลงทุนให้ถามผู้ซื้อ ขอเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษร เริ่มแปลงเล็ก และจดต้นทุนจริงของตัวเอง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- เดลินิวส์ — ดันจังหวัดสตูลยกระดับการปลูกสมุนไพรคุณภาพเพื่อการเภสัชกรรม — รายงานรองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร 8 ก.ย. 2568 https://www.dailynews.co.th/news/5092926/
- กรุงเทพธุรกิจ — โครงการปลูกฟ้าทะลายโจร กระทรวงสาธารณสุขร่วมกระทรวงเกษตรฯ — 7 ส.ค. 2564 https://www.bangkokbiznews.com/news/953463
- กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ — แผนธุรกิจตัวอย่างฟ้าทะลายโจร (เอกสารตัวอย่าง ใช้ดูโครงสร้างต้นทุนเท่านั้น) https://www.moac.go.th/agrivillage-dwl-files-441891791219 และ https://www.opsmoac.go.th/fund-dwl-files-441391791241
- กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ — แผนธุรกิจตัวอย่างขมิ้นชัน (เอกสารตัวอย่าง) https://www.moac.go.th/pyp-dwl-files-432991791081
- มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ — รายงานการปลูกขมิ้นชันและไพลเป็นพืชแซมในสวนยาง อ.เทพา จ.สงขลา — ทุนปี 2562 https://natres.psu.ac.th/rise/research-office/wp-content/uploads/2024/04/Turmeric-and-Plai.pdf
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
น้ำค้างแข็งและอากาศเย็นจัดบนที่สูงทำให้พืชเสียหายแค่ไหน ป้องกันแปลงอย่างไร
อธิบายกลไกที่น้ำค้างแข็งทำลายเนื้อเยื่อพืช วิธีดูอาการและประเมินความรุนแรง และวิธีป้องกันแปลงที่ลงทุนน้อยตามหลักวิชาของ FAO พร้อมบอกตรง ๆ ว่ายังไม่พบตัวเลขกลางของพืชไทย
ปลูกฟักทองหน้าแล้งในพื้นที่น้ำน้อย ทำได้ไหมและต้องจัดการน้ำอย่างไร
ฟักทองใช้น้ำน้อยกว่านาปรังแต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องให้น้ำ บทความสรุปตัวเลขโครงการสุพรรณบุรีปี 2565 และหลักจัดการน้ำของกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมบอกจุดที่ข้อมูลไม่ตรงกันหรือยังไม่พบ
ทุเรียนช่วงปลายปีควรดูแลอย่างไร ให้พร้อมสะสมอาหารก่อนออกดอก
สรุปงานสวนทุเรียนช่วงปลายปีจากเอกสารกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร ตั้งแต่ตรวจสภาพต้น ตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย ไปจนถึงช่วงงดน้ำก่อนออกดอก พร้อมระบุตัวเลขที่ยังต้องถามเกษตรอำเภอ
เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกรอบหน้าอย่างไรให้ยังงอกดี ตั้งแต่ตากจนเก็บในภาชนะ
ขั้นตอนเก็บเมล็ดพันธุ์ผักไว้ปลูกต่อ ตั้งแต่เลือกต้นแม่ เก็บเกี่ยว ตากให้แห้ง ไปจนถึงบรรจุภาชนะและทดสอบความงอก อิงเกณฑ์จากสวทช. ม.เชียงใหม่ และม.แม่โจ้
ปลูกผักอายุสั้นช่วงน้ำน้อย ผักชนิดไหนใช้น้ำน้อยและเก็บขายได้ภายใน 30-45 วัน
เอกสารศูนย์เรียนรู้ที่เผยแพร่ผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัดระบุอายุเก็บเกี่ยวผักบุ้งจีน 25 วัน ผักชี 30 วัน ผักตั้งโอ๋ 40 วัน คะน้า 45 วัน แต่ยังไม่มีแหล่งทางการที่จัดอันดับปริมาณน้ำของผักแต่ละชนิด
ปลูกกระเทียมต้นหนาวเก็บต้นปี เลือกหัวพันธุ์และดูแลอย่างไร
ปลูกกระเทียมช่วงตุลาคมถึงมีนาคมเก็บเกี่ยวต้นปี เลือกหัวพันธุ์ด้วยการตรวจแผล รอยเน่า และเชื้อรา ตัวเลขที่ยังยืนยันไม่ได้ บทความแนะนำให้ถามเกษตรอำเภอ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว 500g. / 900g. (จากเปลือกมะพร้าว)…
อุปกรณ์เพาะกล้า
ใช้เพาะเมล็ดและอนุบาลกล้าก่อนย้ายลงแปลง
เช็กก่อนซื้อ
- จำนวนหลุมหรือขนาดถาด/ถุงต่อแพ็ก
- เนื้อพลาสติกใช้ซ้ำได้หรือใช้ครั้งเดียว

หินภูเขาไฟลาวา หินลาวาดำ หินลาวาแดง (Lava Stone)…
ดินปลูก/วัสดุปลูก
ดินผสมพร้อมใช้สำหรับปลูกลงกระถาง ถุง หรือกระบะ
เช็กก่อนซื้อ
- เหมาะกับพืชแบบไหน (ไม้อวบน้ำ ผัก ไม้ดอก)
- น้ำหนักหรือปริมาตรต่อถุง

100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…
ป้ายแปลง/ป้ายชื่อพืช
ใช้ปักระบุพันธุ์ วันปลูก หรือรอบปลูกในแปลงและถาดเพาะ

ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน…
เครื่องมือทำสวน
เครื่องมือมือสำหรับเตรียมดิน พรวน ตัดแต่ง และเก็บเกี่ยว
เช็กก่อนซื้อ
- วัสดุใบมีดและด้ามตามที่ร้านระบุ
- ขนาดและน้ำหนักเหมาะกับงานและแรงมือ
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
ปลูกขมิ้นชันขายสดได้ราคากิโลกรัมละเท่าไร
ข้อมูลเดียวที่ตรวจสอบได้จากเอกสารที่เปิดอ่านคือข่าวเดลินิวส์ 8 กันยายน 2568 ซึ่งระบุขมิ้นสดกิโลกรัมละ 25 บาท ขมิ้นแห้ง 230-250 บาทต่อกิโลกรัม ในกรณีที่ขายให้คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ ข่าวไม่ระบุวันที่ของราคา ราคาของผู้ซื้อรายอื่นอาจต่างกัน ให้สอบถามผู้ซื้อโดยตรง
ฟ้าทะลายโจรราคารับซื้อกิโลกรัมละเท่าไร
ไม่พบประกาศราคาจากหน่วยงานทางการที่ตรวจสอบได้ในเอกสารที่เปิดอ่าน ราคาน่าจะต่างตามผู้ซื้อ สภาพสินค้า (สดหรือแห้ง) และฤดูกาล ให้สอบถามโรงพยาบาลหรือผู้รับซื้อในพื้นที่ และเกษตรอำเภอ
ปลูกขมิ้นในกระสอบได้หรือไม่
กรณีสตูลตามข่าวเดลินิวส์ใช้การปลูกในกระสอบควบคู่กับแปลง 7 ไร่ แต่ข่าวไม่ได้ระบุผลผลิตต่อกระสอบรายปีของปัจจุบัน ปี 2561 คำนวณได้ราว 0.34 กิโลกรัมสดต่อกระสอบ (เฉลี่ยจากตัวเลขในข่าว) ซึ่งเป็นปีเริ่มต้น ควรทดลองเล็กก่อนตัดสินใจ
ปลูกขมิ้นช่วงไหน
งานวิจัย ม.สงขลานครินทร์ ระบุว่าเริ่มปลูกปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคมและเก็บเกี่ยวอายุ 9-10 เดือน เป็นบริบทของภาคใต้ที่ทำวิจัย ภูมิภาคอื่นให้สอบถามเกษตรอำเภอ
ฟ้าทะลายโจรเก็บเกี่ยวตอนไหน
ข่าวกรุงเทพธุรกิจ (7 ส.ค. 2564) ระบุเก็บช่วงเช้าเมื่อดอกบาน 25-50% ของแปลง ตัดเหนือพื้นราว 10 เซนติเมตร (ประมาณ 4 ข้อ) ส่วนอายุหลังปลูกที่แน่นอนไม่พบในเอกสารที่เปิดอ่าน ให้ถามเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร
ควรปลูกเท่าไรจึงจะเริ่มต้นได้
ไม่มีเกณฑ์กลางที่ตรวจสอบได้ ควรเริ่มจากพื้นที่ที่ผู้ซื้อยืนยันว่ารับ หรือพื้นที่เล็กที่ถ้าขายไม่ได้ก็ไม่กระทบรายได้หลักของครอบครัว แล้วเพิ่มเมื่อมีหลักฐานการรับซื้อ
