ปลูกพืชเผยแพร่ 7 พฤศจิกายน 2569

ปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม ตลาดรับซื้อและข้อควรรู้ก่อนลงทุน

ปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม ต้องหาผู้ซื้อก่อนลงทุน สรุปข้อมูลราคาและวิธีปลูกที่ตรวจสอบได้ พร้อมแนวตัดสินใจแบบถ้าเป็นอย่างนี้ให้ทำอย่างนี้

ปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม ตลาดรับซื้อและข้อควรรู้ก่อนลงทุน

คำตอบสั้น ๆ

แนวตัดสินใจก่อนปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม สรุปข้อมูลกรณีสตูล โครงการฟ้าทะลายโจร และต้นทุนตัวอย่าง พร้อมบอกว่าข้อมูลใดยังตรวจสอบไม่ได้

คำตอบเร็ว: ขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรปลูกเป็นรายได้เสริมได้ แต่รายได้ขึ้นกับว่ามีผู้รับซื้อรอก่อนหรือไม่ ข้อมูลที่เปิดตรวจสอบได้ ณ พ.ย. 2569 คือกรณีโครงการขมิ้นชันที่สตูล ซึ่งขมิ้นสดขายให้คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ราคา 25 บาทต่อกิโลกรัม (ตัวเลขจากข่าวเดลินิวส์ 8 ก.ย. 2568 ที่ไม่ระบุวันที่ของราคา) ส่วนราคารับซื้อฟ้าทะลายโจรปัจจุบันไม่พบประกาศทางการที่ตรวจสอบได้ จึงต้องถามผู้รับซื้อโดยตรง หลักง่าย ๆ คือ ถ้ายังไม่มีผู้รับซื้อ ให้ปลูกทดลองแปลงเล็กก่อน

บทความนี้ใช้ตัดสินใจอย่างไร

ภาพประกอบ บทความนี้ใช้ตัดสินใจอย่างไร

บทความนี้เขียนเป็นแนวทางตัดสินใจแบบ "ถ้า...ให้ทำ..." เพราะคนที่ถามเรื่องปลูกสมุนไพรเป็นรายได้เสริมมีสถานการณ์ต่างกันมาก บางคนมีที่ว่างหลังบ้านและยังไม่มีผู้ซื้อ บางคนมีกลุ่มวิสาหกิจอยู่แล้ว บางคนอยากทำสัญญากับโรงงาน ผู้เขียนไม่ได้ประเมินกำไรให้ เพราะตัวเลขราคาและผลผลิตที่ตรวจสอบได้ในตอนนี้มีจำกัด และราคาเปลี่ยนตามผู้รับซื้อและฤดูกาล สิ่งที่ทำได้คือบอกว่าข้อมูลไหนมีแหล่งอ้างอิง ข้อมูลไหนยังไม่พบ และควรไปถามหน่วยงานใด

ข้อมูลที่เปิดอ่านจริงมีสามกลุ่ม กลุ่มแรกคือข่าวโครงการขมิ้นชันของจังหวัดสตูลที่เกษตรกรขายให้คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กลุ่มที่สองคือข่าวโครงการฟ้าทะลายโจรของกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ ปี 2564 กลุ่มที่สามคือแบบฟอร์มแผนธุรกิจตัวอย่างของกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรที่ใช้เป็นตัวอย่างโครงสร้างต้นทุน ไม่ใช่ราคาตลาดจริง ทั้งหมดอยู่ในส่วนอ้างอิงท้ายบทความ

ขั้นแรก: ถ้ายังไม่มีผู้รับซื้อ ให้ทำอะไร

สมุนไพรต่างจากพืชอย่างข้าวหรือข้าวโพดตรงที่ตลาดส่วนใหญ่ไม่ใช่ตลาดกลางที่ใครไปขายก็ได้ ผู้ซื้อมักเป็นโรงงานยา โรงพยาบาล โรงเรียนเภสัช หรือพ่อค้าคนกลางที่มีลูกค้าปลายทางของตัวเอง ดังนั้นลำดับที่ปลอดภัยคือหาผู้ซื้อก่อนปลูก ตารางด้านล่างเป็นแนวตัดสินใจตามสถานการณ์

ถ้าสถานการณ์เป็นแบบนี้ให้ทำอย่างนี้
ยังไม่มีผู้รับซื้อเลยปลูกทดลองในพื้นที่เล็ก หรือไม่ปลูกเพิ่มจนกว่าจะมีผู้ซื้อยืนยัน ถามเกษตรอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ หรือโรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้านว่ามีการรับซื้อสมุนไพรสดหรือแห้งหรือไม่
มีผู้ซื้อพูดปากเปล่า แต่ไม่มีสัญญาขอเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษร อย่างน้อยให้ระบุชนิดสินค้า (สดหรือแห้ง) คุณภาพขั้นต่ำ กำหนดรับ และวิธีกำหนดราคา อย่าลงทุนซื้อพันธุ์ปริมาณมากก่อนเห็นเงื่อนไข
มีผู้ซื้อที่ตั้งมาตรฐานคุณภาพถามให้ชัดว่าตรวจอะไร เช่น ความชื้น สารสำคัญ หรือโลหะหนัก และถามว่าถ้าไม่ผ่านจะรับซื้อหรือไม่
เป็นสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหรือสหกรณ์สอบถามแผนรวมผลผลิตของกลุ่ม ขอข้อมูลช่องทางจำหน่ายและเครื่องมือแปรรูป เช่น เครื่องหั่นหรืออบ ก่อนซื้อพันธุ์เอง
มีที่ดินน้อยหรือพื้นที่ในบ้านปลูกขมิ้นในถุงหรือกระสอบแทนแปลงใหญ่ได้ ตามที่กรณีสตูลทำ แต่ควรคำนวณว่าผลผลิตต่อกระสอบคุ้มค่าแรงดูแลหรือไม่

ข้อสังเกตจากกรณีฟ้าทะลายโจรปี 2564 ตามข่าวกรุงเทพธุรกิจ (7 ส.ค. 2564) คือโครงการนั้นระบุปลายทางผลผลิตชัดเจนว่าส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี และมีหน่วยงานรัฐจัดหาต้นกล้าให้ ไม่ใช่เกษตรกรปลูกแล้วไปหาตลาดเอง เป็นตัวอย่างว่าการมีปลายทางก่อนปลูกคือโครงสร้างที่ใช้ได้

ขมิ้นชัน: ข้อมูลจากกรณีสตูล

ข่าวเดลินิวส์ (8 กันยายน 2568) รายงานว่ารองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ครองศักดิ์ สงรักษา ลงพื้นที่จังหวัดสตูลเพื่อยกระดับการปลูกสมุนไพรคุณภาพเพื่อการเภสัชกรรม ตัวเลขที่ปรากฏในข่าวสรุปได้ดังนี้

รายการตัวเลขตามข่าวหมายเหตุ
สารเคอร์คิวมินของขมิ้นสดที่ขายให้คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์สูงถึง 11%ตัวเลขเฉพาะกรณีนี้ ไม่ใช่ค่ามาตรฐานของขมิ้นทั่วไป
ราคาขมิ้นสด25 บาทต่อกิโลกรัมข่าวไม่ระบุวันที่ของราคา
ราคาขมิ้นแห้ง230-250 บาทต่อกิโลกรัมข่าวไม่ระบุวันที่ของราคา
อัตราส่วนสดต่อแห้ง1 ต่อ 6 (แห้ง 1 ส่วนจากสด 6 ส่วน)ตามข่าว
ปี 256113 ครัวเรือน 1,560 กระสอบ ได้ขมิ้นสด 536 กิโลกรัม ขายให้ ม.สงขลานครินทร์ 523 กิโลกรัมปีเริ่มต้น
ปี 2568มากกว่า 160 ครัวเรือน 13,509 กระสอบโครงการไทย-เยอรมันเพิ่ม 31 เกษตรกร 6,705 กระสอบ

ลองคิดจากตัวเลขเหล่านี้อย่างระมัดระวัง ปี 2561 มี 1,560 กระสอบ ได้ขมิ้นสด 536 กิโลกรัม เฉลี่ยราว 0.34 กิโลกรัมต่อกระสอบ (คำนวณเองจากสองตัวเลขในข่าว) ซึ่งหากคูณราคา 25 บาท จะได้ราวไม่ถึง 10 บาทต่อกระสอบ นั่นแปลว่าผลผลิตต่อกระสอบในปีเริ่มต้นเป็นเงินน้อยมาก และเหตุผลที่กลุ่มทำต่อได้อาจอยู่ที่ขมิ้นมีคุณภาพสูงและมีผู้รับซื้อที่แน่นอน ไม่ใช่ที่ปริมาณต่อกระสอบ ผู้เขียนไม่พบข่าวหรือเอกสารที่ให้ผลผลิตต่อกระสอบของปี 2568 จึงไม่ควรนำตัวเลข 0.34 กิโลกรัมไปใช้ทำนายปีหน้า

สิ่งที่ข่าวไม่ได้บอกและผู้เขียนตรวจสอบไม่ได้คือ พันธุ์ขมิ้นที่ใช้ อายุเก็บเกี่ยว วิธีดูแลละเอียด และเงื่อนไขการรับซื้อ ถ้าสนใจเข้าร่วมแบบเดียวกัน ให้สอบถามสำนักงานเกษตรจังหวัดสตูลหรือคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยตรง

ขมิ้นชัน: ข้อมูลการปลูกที่มีแหล่งอ้างอิง

รายงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เรื่องการปลูกขมิ้นชันและไพลเป็นพืชแซมในสวนยางที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา (ทุนปี 2562 ผู้วิจัย ทัศนี ขาวเนียม และระวี เจียรวิภา) ส่วนทบทวนวรรณกรรมสรุปข้อมูลพื้นฐานที่ใช้อ้างอิงได้ ดังนี้

  • ขมิ้นชอบแสงแดดเต็มที่และความชื้น ต้องการดินร่วนระบายน้ำดี และไม่ชอบน้ำขัง
  • ขยายพันธุ์ด้วยเหง้าแก่หรือเหง้าแม่อายุ 10-12 เดือน ตัดชิ้นพันธุ์ให้มีตา 1-2 ตา กลบดินลึก 5-10 เซนติเมตร
  • ระยะปลูกที่งานวิจัยอ้างว่าให้ผลดีคือ 30 x 50 เซนติเมตร (งานวิจัยอ้างต่อจากผู้วิจัยต่างประเทศ) เป็นข้อมูลจากการทบทวนวรรณกรรม ไม่ใช่ผลลองปลูกในพื้นที่ของท่าน
  • เหง้างอกใช้เวลา 30-70 วัน ช่วงแรกต้องให้น้ำสม่ำเสมอ
  • เก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 9-10 เดือน และงานวิจัยระบุว่าเริ่มปลูกปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคม

อีกข้อสังเกตจากงานเดียวกันคือ ดินในแปลงทดลองมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ และโลหะหนักต่ำเมื่อเทียบกับมาตรฐานวัตถุดิบสมุนไพร ซึ่งสะท้อนว่าผู้ซื้อวัตถุดิบเภสัชกรรมสนใจเรื่องความปลอดภัยของแปลง การปลูกในดินที่เคยมีสารปนเปื้อนหรือใกล้แหล่งมลพิษควรหลีกเลี่ยง

ผู้อ่านที่ต้องการรายละเอียดวิธีปลูกควรอ่านต่อที่ วิธีปลูกขมิ้นชัน ตั้งแต่เตรียมแปลงจนถึงเก็บเหง้า และ ปฏิทินปลูกขมิ้นชัน ช่วงปลูกและเก็บเกี่ยว ส่วนใครกำลังพิจารณาปลูกตามสัญญากับโรงงาน อ่านภาพต้นทุนเพิ่มเติมที่ ต้นทุนและกำไรปลูกขมิ้นชันแบบทำสัญญา

ฟ้าทะลายโจร: ข้อมูลจากโครงการภาครัฐ

ข่าวกรุงเทพธุรกิจ (7 สิงหาคม 2564) รายงานโครงการปลูกฟ้าทะลายโจรของกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้อมูลที่ระบุในข่าวมีดังนี้

  • สายพันธุ์ที่กล่าวถึง คือพันธุ์พื้นเมือง พิษณุโลก 5-4 และพิจิตร 4-4
  • ระยะปลูก 30 เซนติเมตรระหว่างต้น และ 60 เซนติเมตรระหว่างแถว
  • ถ้าเพาะกล้า ใช้เมล็ดราว 15 กรัมต่อไร่ และย้ายปลูกเมื่อกล้ามีใบจริง 6 ใบ
  • เก็บเกี่ยวช่วงเช้าเมื่อดอกบานราว 25-50% ของแปลง ตัดเหนือพื้นดินราว 10 เซนติเมตร (ประมาณ 4 ข้อ)
  • แจกกล้าให้สหกรณ์การเกษตร 8 จังหวัด จังหวัดละ 10 ไร่ รวม 80 ไร่ และ รพ.สต. 8 แห่ง รวมต้นกล้า 828,500 ต้น
  • ผลผลิตส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี

ข่าวฉบับนี้ไม่มีราคารับซื้อ ไม่มีตัวเลขผลผลิตแห้งต่อไร่ และไม่มีเกณฑ์สารแอนโดรกราโฟไลด์ จึงบอกได้เพียงโครงสร้างโครงการและวิธีปลูกพื้นฐาน ถ้าอยากรู้ราคาและเงื่อนไขการรับซื้อปัจจุบัน ต้องติดต่อโรงพยาบาลหรือผู้รับซื้อโดยตรง อ่านปัญหาที่พบบ่อยเมื่อปลูกฟ้าทะลายโจรได้ที่ ฟ้าทะลายโจรมีปัญหาอะไรบ้าง และภาพต้นทุนด้านเภสัชกรรมใน ต้นทุนฟ้าทะลายโจรเพื่อเภสัชกรรม

ต้นทุนตัวอย่าง: ใช้ดูโครงสร้างเท่านั้น

แบบแผนธุรกิจตัวอย่างฟ้าทะลายโจรของกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร (เอกสารตัวอย่างแผนปี 2565 เผยแพร่บนเว็บไซต์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) ให้โครงสร้างต้นทุนที่ใช้ศึกษาได้ แต่ต้องย้ำว่าเป็น "แบบฟอร์มตัวอย่าง" ที่ใช้ประกอบการขอสินเชื่อ ไม่ใช่ผลสำรวจต้นทุนจริงของเกษตรกร ตัวเลขในตารางข้างล่างจึงใช้เป็นตัวอย่างโครงสร้าง ท่านควรแทนด้วยตัวเลขราคาจริงในพื้นที่

รายการต้นทุนในแบบตัวอย่างบาทต่อไร่ต่อรอบฐานของตัวเลข
เตรียมดิน1,000ตัวอย่างในแบบฟอร์ม
เมล็ดพันธุ์ (1 กิโลกรัม)2,500ตัวอย่างในแบบฟอร์ม
ปุ๋ยคอก250ตัวอย่างในแบบฟอร์ม
แรงงานปลูก350ตัวอย่างในแบบฟอร์ม
แรงงานเก็บเกี่ยว1,000ตัวอย่างในแบบฟอร์ม
ดูแลรักษา1,400ตัวอย่างในแบบฟอร์ม
รวม6,500ผลบวกของแบบฟอร์ม

แบบฟอร์มเดียวกันสมมติผลผลิตแห้งสูงมากต่อไร่และสมมติราคาขายไว้ในช่องรายได้ ผู้เขียนไม่นำตัวเลขรายได้และกำไรมาแสดง เพราะเป็นสมมติฐานของแบบฟอร์มที่ไม่มีหลักฐานว่าเกษตรกรทั่วไปทำได้จริง สิ่งที่แบบฟอร์มให้ได้อย่างน่าเชื่อถือกว่าคือช่องทางตลาดที่มันบรรยาย พ่อค้าคนกลางเข้ามารวบรวมที่แปลง แล้วนำสดหรือหั่นไปขายที่ตลาดไท จังหวัดปทุมธานี และตลาดอื่น โดยพ่อค้ากำหนดปริมาณที่จะรับต่อรอบ ซึ่งสะท้อนว่าถ้าไม่มีสัญญา ปริมาณที่ขายได้ขึ้นกับพ่อค้า

ถ้าจะเลือกระหว่างสองพืช ควรเลือกอย่างไร

ถ้าสถานการณ์คือแนวโน้มที่เหมาะกับเหตุผลจากข้อมูลที่มี
มีผู้รับซื้อขมิ้นสดในพื้นที่ เช่นสถาบันการศึกษาหรือกลุ่มวิสาหกิจขมิ้นชันกรณีสตูลมีผู้รับซื้อและแหล่งข้อมูลชัดเจน
มีโรงพยาบาลหรือหน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่นเปิดโครงการรับซื้อฟ้าทะลายโจรโครงการปี 2564 มีปลายทางโรงพยาบาลและแจกกล้า
ต้องการพืชอายุสั้นที่ใช้ทุนน้อยฟ้าทะลายโจรอาจเหมาะกว่าขมิ้นเก็บเกี่ยว 9-10 เดือนตามงานวิจัย ส่วนฟ้าทะลายโจรเก็บเมื่อดอกบาน 25-50% ของแปลง แต่ต้องยืนยันช่วงปลูกกับเจ้าหน้าที่ เพราะไม่พบประกาศฤดูปลูกกลาง
ที่ดินมีน้ำท่วมขังบ่อยต้องระวังทั้งสองชนิดขมิ้นไม่ชอบน้ำขัง ส่วนฟ้าทะลายโจรไม่พบข้อมูลเรื่องนี้ในเอกสารที่เปิดอ่าน ให้ถามเจ้าหน้าที่
ไม่มีทั้งผู้ซื้อและเครื่องมือแปรรูปยังไม่ควรลงทุนทั้งสองพืชต้องมีช่องทางขายก่อน

มาตรฐานและการแปรรูป: สิ่งที่ผู้ซื้อมักถาม

สมุนไพรที่ส่งเข้าโรงงานยาหรือโรงพยาบาลมักมีข้อกำหนดเรื่องคุณภาพวัตถุดิบ ผู้เขียนไม่ได้เปิดพบเอกสารทางการฉบับที่กำหนดตัวเลขเกณฑ์ของขมิ้นหรือฟ้าทะลายโจรเฉพาะ ดังนั้นจึงไม่ระบุตัวเลขเกณฑ์ใด ๆ ไว้ ถ้าต้องการทราบว่าผู้ซื้อต้องการมาตรฐานอะไร ให้ถามผู้ซื้อโดยตรงว่ายึดมาตรฐานใด แล้วนำไปตรวจกับสำนักงานเกษตรจังหวัด ส่วนภาพรวมมาตรฐาน GACP สำหรับสมุนไพร อ่านเพิ่มที่ มาตรฐานสมุนไพร GACP ที่เกษตรกรควรรู้ และเรื่องแปรรูปสมุนไพรเพื่อเพิ่มมูลค่าที่ แปรรูปสมุนไพร

เรื่องการแปรรูปมีข้อมูลหนึ่งจากกรณีสตูลที่ใช้ได้ ข่าวระบุว่าวิสาหกิจชุมชนมีเครื่องหั่นขมิ้น และตัวเลขสดต่อแห้ง 6 ต่อ 1 หมายความว่าถ้าจะขายแห้งต้องมีลานตากหรือเครื่องอบ และต้องคำนวณพื้นที่และแรงงาน ถ้าเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่อยากขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ อ่านคำถามที่พบบ่อยเพิ่มได้ที่ ขึ้นทะเบียนวิสาหกิจชุมชนสมุนไพร

ลำดับตรวจก่อนลงทุน

  1. ถามผู้รับซื้อว่าต้องการสมุนไพรชนิดใด สดหรือแห้ง ปริมาณเท่าไร และรับกี่ครั้งต่อปี
  2. ขอเงื่อนไขราคาและคุณภาพเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าเป็นราคาตามตลาดให้ถามว่าอ้างอิงตลาดไหน
  3. ตรวจแปลง ดินระบายน้ำดี แสงแดดเพียงพอ ไม่มีน้ำท่วมขัง ไม่ใกล้แหล่งมลพิษ
  4. เริ่มจากพื้นที่ทดลองเล็ก จดต้นทุนจริงทุกรายการ (พันธุ์ ปุ๋ย แรงงาน ค่าขนส่ง ค่าตากหรืออบ)
  5. เทียบต้นทุนกับราคาที่ผู้ซื้อยืนยันเท่านั้น ไม่ใช้ราคาจากข่าวเก่าหรือแบบฟอร์มตัวอย่าง
  6. ถ้าจะขยาย ขยายเมื่อมีสัญญาหรือหลักฐานการรับซื้อรอบแรกแล้ว

รายการเอกสารและข้อมูลที่ควรขอจากผู้ซื้อ

  • ชื่อผู้ซื้อและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้
  • ชนิดและสภาพสินค้า (สดหรือแห้ง หั่นหรือไม่หั่น)
  • เกณฑ์คุณภาพที่ผู้ซื้อตรวจและวิธีตรวจ
  • กำหนดรับ สถานที่รับ และใครออกค่าขนส่ง
  • วิธีกำหนดราคาและกำหนดจ่ายเงิน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ปลูกก่อนหาผู้ซื้อ แล้วพบว่าไม่มีใครรับซื้อในพื้นที่
  • นำราคาจากข่าวหรือแบบฟอร์มตัวอย่างมาคำนวณกำไร ทั้งที่ข่าวไม่ได้ระบุวันที่ของราคา หรือแบบฟอร์มเป็นเพียงตัวอย่าง
  • ซื้อพันธุ์ปริมาณมากจากผู้ขายที่ไม่มีหลักฐานแหล่งที่มา และไม่ตรวจพันธุ์
  • ปลูกในดินที่เคยใช้สารเคมีเข้มข้นหรือใกล้แหล่งมลพิษ ทำให้ตรวจไม่ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยของผู้ซื้อ
  • ลืมคิดต้นทุนแปรรูป ลานตาก หรือค่าแรงหั่นและอบ ทั้งที่ต้องใช้ถ้าขายแห้ง
  • คาดหวังรายได้จากกรณีตัวอย่างที่ผู้ซื้อรายหนึ่งรับซื้อ โดยไม่ตรวจว่าปริมาณรับซื้อของผู้ซื้อรองรับเกษตรกรรายใหม่ได้เท่าไร

สรุป

ขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริมที่ต้องมีผู้ซื้อก่อนปลูก ข้อมูลราคาที่ตรวจสอบได้มีเพียงกรณีขมิ้นที่สตูล ส่วนต้นทุนต่อไร่ของฟ้าทะลายโจรมาจากแบบฟอร์มตัวอย่างที่ใช้เป็นโครงสร้าง ไม่ใช่ผลจริง ก่อนลงทุนให้ถามผู้ซื้อ ขอเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษร เริ่มแปลงเล็ก และจดต้นทุนจริงของตัวเอง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄เดลินิวส์ — ดันจังหวัดสตูลยกระดับการปลูกสมุนไพรคุณภาพเพื่อการเภสัชกรรม — รายงานรองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร 8 ก.ย. 2568 https://www.dailynews.co.th/news/5092926/
  • 📄กรุงเทพธุรกิจ — โครงการปลูกฟ้าทะลายโจร กระทรวงสาธารณสุขร่วมกระทรวงเกษตรฯ — 7 ส.ค. 2564 https://www.bangkokbiznews.com/news/953463
  • 📄กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ — แผนธุรกิจตัวอย่างฟ้าทะลายโจร (เอกสารตัวอย่าง ใช้ดูโครงสร้างต้นทุนเท่านั้น) https://www.moac.go.th/agrivillage-dwl-files-441891791219 และ https://www.opsmoac.go.th/fund-dwl-files-441391791241
  • 📄กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ — แผนธุรกิจตัวอย่างขมิ้นชัน (เอกสารตัวอย่าง) https://www.moac.go.th/pyp-dwl-files-432991791081
  • 📄มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ — รายงานการปลูกขมิ้นชันและไพลเป็นพืชแซมในสวนยาง อ.เทพา จ.สงขลา — ทุนปี 2562 https://natres.psu.ac.th/rise/research-office/wp-content/uploads/2024/04/Turmeric-and-Plai.pdf

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว 500g. / 900g. (จากเปลือกมะพร้าว)…

กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว 500g. / 900g. (จากเปลือกมะพร้าว)…

อุปกรณ์เพาะกล้า

ใช้เพาะเมล็ดและอนุบาลกล้าก่อนย้ายลงแปลง

เช็กก่อนซื้อ

  • จำนวนหลุมหรือขนาดถาด/ถุงต่อแพ็ก
  • เนื้อพลาสติกใช้ซ้ำได้หรือใช้ครั้งเดียว
หินภูเขาไฟลาวา หินลาวาดำ หินลาวาแดง (Lava Stone)…

หินภูเขาไฟลาวา หินลาวาดำ หินลาวาแดง (Lava Stone)…

ดินปลูก/วัสดุปลูก

ดินผสมพร้อมใช้สำหรับปลูกลงกระถาง ถุง หรือกระบะ

เช็กก่อนซื้อ

  • เหมาะกับพืชแบบไหน (ไม้อวบน้ำ ผัก ไม้ดอก)
  • น้ำหนักหรือปริมาตรต่อถุง
100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…

100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…

ป้ายแปลง/ป้ายชื่อพืช

ใช้ปักระบุพันธุ์ วันปลูก หรือรอบปลูกในแปลงและถาดเพาะ

ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน…

ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน…

เครื่องมือทำสวน

เครื่องมือมือสำหรับเตรียมดิน พรวน ตัดแต่ง และเก็บเกี่ยว

เช็กก่อนซื้อ

  • วัสดุใบมีดและด้ามตามที่ร้านระบุ
  • ขนาดและน้ำหนักเหมาะกับงานและแรงมือ

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

ปลูกขมิ้นชันขายสดได้ราคากิโลกรัมละเท่าไร

ข้อมูลเดียวที่ตรวจสอบได้จากเอกสารที่เปิดอ่านคือข่าวเดลินิวส์ 8 กันยายน 2568 ซึ่งระบุขมิ้นสดกิโลกรัมละ 25 บาท ขมิ้นแห้ง 230-250 บาทต่อกิโลกรัม ในกรณีที่ขายให้คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ ข่าวไม่ระบุวันที่ของราคา ราคาของผู้ซื้อรายอื่นอาจต่างกัน ให้สอบถามผู้ซื้อโดยตรง

ฟ้าทะลายโจรราคารับซื้อกิโลกรัมละเท่าไร

ไม่พบประกาศราคาจากหน่วยงานทางการที่ตรวจสอบได้ในเอกสารที่เปิดอ่าน ราคาน่าจะต่างตามผู้ซื้อ สภาพสินค้า (สดหรือแห้ง) และฤดูกาล ให้สอบถามโรงพยาบาลหรือผู้รับซื้อในพื้นที่ และเกษตรอำเภอ

ปลูกขมิ้นในกระสอบได้หรือไม่

กรณีสตูลตามข่าวเดลินิวส์ใช้การปลูกในกระสอบควบคู่กับแปลง 7 ไร่ แต่ข่าวไม่ได้ระบุผลผลิตต่อกระสอบรายปีของปัจจุบัน ปี 2561 คำนวณได้ราว 0.34 กิโลกรัมสดต่อกระสอบ (เฉลี่ยจากตัวเลขในข่าว) ซึ่งเป็นปีเริ่มต้น ควรทดลองเล็กก่อนตัดสินใจ

ปลูกขมิ้นช่วงไหน

งานวิจัย ม.สงขลานครินทร์ ระบุว่าเริ่มปลูกปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคมและเก็บเกี่ยวอายุ 9-10 เดือน เป็นบริบทของภาคใต้ที่ทำวิจัย ภูมิภาคอื่นให้สอบถามเกษตรอำเภอ

ฟ้าทะลายโจรเก็บเกี่ยวตอนไหน

ข่าวกรุงเทพธุรกิจ (7 ส.ค. 2564) ระบุเก็บช่วงเช้าเมื่อดอกบาน 25-50% ของแปลง ตัดเหนือพื้นราว 10 เซนติเมตร (ประมาณ 4 ข้อ) ส่วนอายุหลังปลูกที่แน่นอนไม่พบในเอกสารที่เปิดอ่าน ให้ถามเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร

ควรปลูกเท่าไรจึงจะเริ่มต้นได้

ไม่มีเกณฑ์กลางที่ตรวจสอบได้ ควรเริ่มจากพื้นที่ที่ผู้ซื้อยืนยันว่ารับ หรือพื้นที่เล็กที่ถ้าขายไม่ได้ก็ไม่กระทบรายได้หลักของครอบครัว แล้วเพิ่มเมื่อมีหลักฐานการรับซื้อ