ปลูกพืชเผยแพร่ 7 พฤศจิกายน 2569

ทุเรียนช่วงปลายปีควรดูแลอย่างไร ให้พร้อมสะสมอาหารก่อนออกดอก

ทุเรียนปลายปีควรตัดแต่งกิ่ง บำรุงต้น คุมใบอ่อน และจัดการน้ำอย่างไรก่อนออกดอก สรุปตัวเลขจากกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร พร้อมจุดที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกัน

ทุเรียนช่วงปลายปีควรดูแลอย่างไร ให้พร้อมสะสมอาหารก่อนออกดอก

คำตอบสั้น ๆ

สรุปงานสวนทุเรียนช่วงปลายปีจากเอกสารกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร ตั้งแต่ตรวจสภาพต้น ตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย ไปจนถึงช่วงงดน้ำก่อนออกดอก พร้อมระบุตัวเลขที่ยังต้องถามเกษตรอำเภอ

คำตอบเร็ว: ช่วงปลายปีเป็นช่วงที่สวนทุเรียนหลายพื้นที่ต้องเปลี่ยนจากงานฟื้นต้นหลังเก็บเกี่ยวไปสู่งานเตรียมต้นก่อนออกดอก เอกสารของกรมส่งเสริมการเกษตรให้แนวทางไว้ว่าหลังเก็บเกี่ยวต้องตัดแต่งกิ่งและบำรุงต้นให้สมบูรณ์ ก่อนเข้าช่วงชักนำดอกต้องผ่านช่วงงดน้ำต่อเนื่องราว 10-14 วัน และเมื่อใกล้ดอกบานให้ลดน้ำลง ส่วนตัวเลขเวลาที่แน่นอนของแต่ละสวนไม่มีประกาศกลางฉบับเดียวที่ใช้ได้ทุกพื้นที่ ให้ยึดสภาพใบและสภาพต้นเป็นหลัก แล้วสอบถามเกษตรอำเภอในพื้นที่ (ข้อมูล ณ พ.ย. 2569)

ปลายปีของสวนทุเรียนคือช่วงต่อรอยระหว่างสองรอบ

ภาพประกอบ ปลายปีของสวนทุเรียนคือช่วงต่อรอยระหว่างสองรอบ

คำถามที่เกษตรกรมักถามช่วงเดือนพฤศจิกายนคือ ต้นทุเรียนควรทำอะไรบ้างเพื่อให้พร้อมออกดอก คำว่า "สะสมอาหาร" ที่ใช้กันในสวนหมายถึงสภาพต้นที่มีใบแก่เต็มที่ ทรงพุ่มสมบูรณ์ และรากแข็งแรงพอที่จะรับการออกดอกและเลี้ยงผลชุดต่อไป ต้องบอกตามตรงว่าในเอกสารราชการที่ผู้เขียนเปิดอ่านจริงไม่มีหน่วยงานไหนกำหนดตัวเลขของ "ปริมาณอาหารสะสม" ไว้เป็นตัวเลข สิ่งที่มีให้ตรวจสอบได้คือแนวปฏิบัติเป็นขั้นตอน เช่น การตัดแต่งกิ่งหลังเก็บเกี่ยว การใส่ปุ๋ยบำรุงต้น การควบคุมการแตกใบอ่อน และการงดน้ำเพื่อชักนำดอก บทความนี้จึงเรียบเรียงจากเอกสารเหล่านั้นเท่านั้น และบอกชัดเจนในแต่ละจุดว่าตัวเลขมาจากแหล่งไหน

เรื่องที่ต้องรู้ไว้ก่อนอ่านต่อคือ ทุเรียนในแต่ละภาคและแต่ละสวนเก็บเกี่ยวไม่พร้อมกัน สวนที่เก็บผลไปตั้งแต่ฤดูร้อนถึงต้นฤดูฝนจะมีเวลาฟื้นต้นยาวกว่าสวนที่เพิ่งเก็บเสร็จ จึงเป็นเรื่องปกติที่เพื่อนบ้านสองสวนอยู่คนละขั้นตอนในเดือนเดียวกัน ใครทำตามปฏิทินของสวนข้างเคียงโดยไม่ดูต้นของตัวเองมักจะพลาดจังหวะ ลองเทียบกับปฏิทินกลางใน ปฏิทินปลูกทุเรียน: ช่วงปลูก เก็บเกี่ยว และงานดูแลรายเดือน แล้วปรับตามสภาพต้นจริง

ตรวจต้นก่อน แล้วค่อยเลือกงาน

กรมส่งเสริมการเกษตร (ศูนย์ข่าวกรมส่งเสริมการเกษตร เผยแพร่ 2 มิถุนายน 2566) แบ่งคำแนะนำหลังเก็บเกี่ยวตามสภาพต้น ซึ่งเป็นวิธีคิดที่ใช้ได้กับช่วงปลายปีด้วย เพราะต้นที่โทรมจะไปรอการออกดอกด้วยแผนเดียวกับต้นที่สมบูรณ์ไม่ได้ ตารางด้านล่างสรุปตามเอกสารฉบับนั้น

สภาพต้นอาการที่สังเกตได้แนวทางตามเอกสารกรมส่งเสริมการเกษตร
ค่อนข้างสมบูรณ์ทรงพุ่มดี ใบเขียวเข้มตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 ประมาณ 1-3 กิโลกรัมต่อต้น ร่วมกับปุ๋ยคอก 20-50 กิโลกรัมต่อต้น รดน้ำเมื่อฝนทิ้งช่วง ถ้าฝนชุกให้ขุดร่องระบายน้ำ
ค่อนข้างโทรมทรงพุ่มไม่ดี ใบน้อยและแห้ง สีใบไม่เขียวเข้ม มักเกิดจากไว้ผลมากเกินไปหรือดูแลช่วงไว้ผลไม่ดีเร่งการเจริญของราก คลุมโคนด้วยเศษพืชหรือหญ้าแห้ง และรดน้ำให้ชุ่มชื้นสม่ำเสมอ
ทรุดโทรมมาก ใบเหลืองใบเหลืองเฉพาะบางกิ่ง ใบเหลืองเฉพาะใบอ่อน หรือเหลืองทั้งต้นแยกสาเหตุก่อน บางกิ่งเหลืองอาจเป็นรากเน่าโคนเน่า ใบอ่อนเหลืองแต่ใบแก่เขียวอาจขาดธาตุอาหารรอง ส่วนเหลืองทั้งต้นและแสดงอาการขาดน้ำเข้าข่ายเชื้อไฟทอปธอรา ต้องรีบแก้

จุดที่ควรสังเกตคือ ต้นที่ยังโทรมอยู่ไม่ควรถูกบังคับให้ออกดอกเร็ว เอกสารระบุสาเหตุของต้นโทรมว่ามักมาจากการไว้ผลมากเกินไปหรือดูแลช่วงไว้ผลไม่ดี ซึ่งหมายความว่ารอบนี้ควรให้เวลาต้นฟื้นก่อน ส่วนปริมาณปุ๋ยในตาราง เป็นตัวเลขตัวอย่างของหน่วยงาน ใช้เป็นกรอบเท่านั้น ควรปรับตามขนาดทรงพุ่มและผลวิเคราะห์ดินของสวนตัวเอง ซึ่งแผ่นความรู้ของกรมส่งเสริมการเกษตรเรื่องทุเรียนก็แนะนำให้เก็บตัวอย่างดินมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงดินควบคู่การใส่ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมี 15-15-15 ผสม 46-0-0 สัดส่วน 1 ต่อ 1

ตัดแต่งกิ่งและเปิดทรงพุ่ม

แผ่นความรู้ "7 เทคนิคการปลูกและดูแลรักษาทุเรียน" ของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ระบุว่าหลังเก็บเกี่ยวให้ตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรค กิ่งแห้งตาย กิ่งทับ กิ่งแซมซ้อน และกิ่งน้ำค้าง แล้วใส่ปุ๋ยหลังแต่งกิ่งเพื่อกระตุ้นให้แตกกิ่งก้านและใบอ่อนที่สมบูรณ์ ส่วนสำนักงานเกษตรอำเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์ (เผยแพร่ 10 สิงหาคม 2568) ถอดบทเรียนสวนทุเรียนในภาคอีสานว่าการตัดแต่งแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ หลังเก็บเกี่ยว ปลายฝน และหลังติดผล 30-45 วัน โดยช่วงปลายฝนให้ตัดกิ่งตะขาบ กิ่งน้ำค้าง และกิ่งกระโดง เพื่อให้ทรงพุ่มโปร่งและรับปุ๋ยได้เต็มที่

ช่วงปลายปีของหลายสวนจึงตรงกับการตัดแต่งรอบปลายฝน หลักคิดที่ใช้ได้จริงคือ ทรงพุ่มที่โปร่งทำให้แสงและลมเข้าถึงกิ่งใน ลดความชื้นสะสมในทรงพุ่ม ข้อควรระวังคือไม่ควรตัดหนักเกินจนต้นแตกใบอ่อนออกมาในจังหวะที่ควรหยุดแตกใบ เพราะจะไปชนกับช่วงชักนำดอก

ใบอ่อนต้องแก่พอ ก่อนคิดเรื่องงดน้ำ

หลักปฏิบัติที่เกษตรกรหลายคนรู้กันคือ ต้นทุเรียนควรมีใบชุดล่าสุดแก่เต็มที่ก่อนเข้าช่วงงดน้ำ แต่ในเอกสารที่ผู้เขียนเปิดอ่านจริงไม่มีตัวเลขกลางที่ระบุว่าใบชุดสุดท้ายต้องแก่กี่วันหรือกี่เปอร์เซ็นต์ก่อนเริ่มงดน้ำ สิ่งที่มีตัวเลขให้ตรวจสอบได้คือคำตอบของคลินิกสุขภาพพืช มก.กพส. บนเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลเกษตรกรไทยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งตอบกรณีต้นทุเรียนใบร่วงหลังพายุว่า หลังใส่ปุ๋ยและให้น้ำ ใบอ่อนจะแตกหลังราว 10-15 วัน และเมื่อใบแก่เต็มที่ราว 45-60 วัน จึงกระตุ้นใบชุดที่ 2 ตัวเลขนี้เป็นของกรณีฟื้นต้นหลังพายุ ไม่ใช่กำหนดการชักนำดอก จึงใช้เป็นภาพประกอบว่าใบชุดหนึ่งต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะแก่ ไม่ควรนำไปใช้เป็นกฎตายตัว

วิธีเช็กที่ทำได้เองโดยไม่ต้องมีตัวเลข คือเดินดูยอดและใบปลายกิ่งทั้งสวน ใบที่แก่แล้วมักหนา สีเขียวเข้ม ผิวไม่นิ่มหรืออ่อนยวบเมื่อบีบเบา ๆ ส่วนยอดที่ยังเป็นสีอ่อนหรือกำลังคลี่ใบแสดงว่ายังไม่พร้อม ถ้าสวนมียอดอ่อนปนกับใบแก่หลายระดับ ให้รอให้ใกล้เคียงกันมากขึ้น และขอให้เกษตรอำเภอหรือศูนย์วิจัยพืชสวนในพื้นที่ช่วยประเมินหน้างาน เพราะสภาพอากาศและพันธุ์ทำให้ระยะเวลาต่างกัน

การให้น้ำ: ช่วงงดน้ำและช่วงใกล้ดอกบาน

ตัวเลขเรื่องน้ำที่มีแหล่งอ้างอิงชัดเจนมีดังนี้

ช่วงตัวเลขแหล่งที่มา
ช่วงชักนำการออกดอกผ่านช่วงแล้ง (ไม่ต้องการน้ำ) ต่อเนื่อง 10-14 วันแผ่นความรู้ 7 เทคนิค ศพก. กรมส่งเสริมการเกษตร
พฤศจิกายน-ธันวาคมงดให้น้ำต่อเนื่องอย่างน้อย 10 วัน เพื่อให้ต้นเครียดและชักนำดอกเดลินิวส์ 25 ธ.ค. 2566 อ้างคำแนะนำกรมวิชาการเกษตร
ก่อนดอกบานแผ่นความรู้ศพก. ให้น้ำ 7-10 วันก่อนดอกบานจนถึงติดผล โดยลดน้ำเหลือ 70% ส่วนข่าวเดลินิวส์ระบุให้น้ำ 1 ใน 3 ของปกติในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนดอกบานศพก. กรมส่งเสริมการเกษตร / เดลินิวส์ 25 ธ.ค. 2566
ผลอายุ 8-12 สัปดาห์หลังดอกบานเป็นจุดวิกฤตของการขาดน้ำ ถ้าขาดน้ำผลพัฒนาไม่สมบูรณ์ รูปทรงบิดเบี้ยวและเล็กแผ่นความรู้ 7 เทคนิค ศพก.
แหล่งน้ำสำรองทุเรียน 1 ไร่ ควรมีแหล่งน้ำประมาณ 600-800 ลูกบาศก์เมตรแผ่นความรู้ 7 เทคนิค ศพก.

ข้อสังเกตสำคัญคือสองแหล่งให้ตัวเลขช่วงใกล้ดอกบานไม่เหมือนกัน (ลดเหลือ 70% กับให้ราว 1 ใน 3) และไม่มีเอกสารที่ผู้เขียนเปิดอ่านจริงอธิบายว่าทำไมต่างกัน เป็นไปได้ว่าอ้างอิงคนละพื้นที่หรือคนละพันธุ์ ดังนั้นไม่ควรเลือกตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งแล้วใช้กับทั้งสวน ควรยึดสภาพดินและสภาพต้นเป็นหลัก ถ้าใบเริ่มห่อหรือเหี่ยวชัดเจนตอนบ่ายและไม่คลี่กลับตอนเย็น แสดงว่าน้ำน้อยเกินไป ให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรก่อนตัดสินใจลดหรืองดต่อ

สำหรับสวนที่ใช้ระบบน้ำหยดหรือสปริงเกอร์ ลองดูรายละเอียดการวางหัวน้ำและการคุมน้ำเพิ่มเติมใน ระบบน้ำสวนทุเรียน วางหัวน้ำหยดหรือมินิสปริงเกอร์แบบไหน ช่วงไหนควรคุมน้ำ ส่วนสวนที่ฝนยังตกต่อเนื่องในเดือนนี้ การงดน้ำตามธรรมชาติอาจไม่เกิดขึ้น ควรปรึกษาเกษตรอำเภอเรื่องการระบายน้ำและเวลาชักนำดอก

ปุ๋ยปลายฝน และการคุมใบอ่อน

เอกสารที่อ้างคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรบอกว่าช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคม ให้ใส่ปุ๋ยเคมีทางดินประมาณ 1 เดือนก่อนสิ้นฤดูฝน นั่นคือหากสวนของท่านอยู่ในพื้นที่ที่ฝนจะหมดช่วงปลายปี ให้ดูปฏิทินฝนของพื้นที่ แล้วนับถอยหลังประมาณ 1 เดือน ส่วนปริมาณและสูตรให้ดูผลวิเคราะห์ดิน ในแผ่นความรู้ศพก. ช่วงเตรียมออกดอกยังระบุให้ "ควบคุมการแตกใบอ่อน" ซึ่งหมายความว่าหากต้นแตกใบอ่อนขึ้นมาตอนที่ควรหยุด ต้องจัดการ ไม่ปล่อยให้ใบอ่อนแย่งอาหารจากการสร้างตาดอก ตรวจดูทุกสัปดาห์และติดตามคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เรื่องวิธีควบคุม ไม่ควรลองใช้สารกระตุ้นหรือสารเคมีชักนำดอกเองโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญกำกับ

ส่วนการพ่นปุ๋ยทางใบในช่วงต่าง ๆ มีรายละเอียดอธิบายไว้ใน พ่นปุ๋ยทางใบทุเรียน ช่วงแตกใบอ่อน ช่วงดอก และช่วงติดผล ควรเน้นธาตุอะไร ผู้เขียนไม่ใส่สูตรพ่นและปริมาณสารเคมีไว้ในบทความนี้ เพราะตัวเลขต้องอ่านจากฉลากและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตามสภาพสวน

โรคและแมลงที่ต้องเฝ้าระวังปลายปี

แผ่นความรู้ศพก. ระบุศัตรูสำคัญและช่วงที่ระบาดไว้ ดังนี้ เพลี้ยไฟระบาดมากช่วงออกดอกและผลอ่อน ไรแดงระบาดช่วงอากาศแห้งแล้ง ทำให้ใบซีดทั้งใบ และโรครากเน่าโคนเน่าระบาดมากช่วงฝนตกชุกหรือความชื้นในอากาศสูง โดยอาการโคนเน่าจะเห็นชัดช่วงหมดฝน นอกจากนี้ข่าวที่อ้างคำแนะนำกรมวิชาการเกษตรให้เฝ้าระวังโรคดอกเน่า เพลี้ยไฟ และไรแดงช่วงก่อนดอกบาน 1 สัปดาห์

ข้อสรุปเชิงปฏิบัติคือ ปลายปีเป็นช่วงที่ต้องกวาดตาดูสองเรื่องพร้อมกัน เรื่องแรกคือผลพวงจากฝน ได้แก่รากเน่าโคนเน่าที่เพิ่งโผล่ตอนหมดฝน ถ้าเห็นใบเหลืองทั้งต้น ใบไม่สด หรือเปลือกโคนต้นฉ่ำน้ำมีรอยแผล ให้รีบตรวจและขอคำแนะนำ อ่านต่อที่ โรครากเน่าโคนเน่าทุเรียน ระบาดหน้าฝน ป้องกันไม่ให้ต้นตายทั้งสวนอย่างไร เรื่องที่สองคือแมลงที่มาพร้อมอากาศแห้งและตาดอก ได้แก่ไรแดงและเพลี้ยไฟ ซึ่งต้องสำรวจใต้ใบและยอดสม่ำเสมอ การเลือกสารและอัตราใช้ให้ทำตามฉลากและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ไม่ควรใช้สูตรจากเพื่อนบ้านโดยไม่ตรวจสภาพของสวน

ลำดับงานที่ทำได้ในเดือนนี้

  1. เดินสำรวจทั้งสวน แยกต้นเป็น 3 กลุ่มตามสภาพ (สมบูรณ์ ค่อนข้างโทรม ทรุดโทรมมาก) ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรแบ่งไว้
  2. ตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรค กิ่งแห้ง กิ่งทับ และกิ่งน้ำค้าง ให้ทรงพุ่มโปร่ง ถ้ายังไม่ได้ทำรอบปลายฝน
  3. เก็บตัวอย่างดินไปวิเคราะห์ เพื่อกำหนดสูตรและปริมาณปุ๋ยแทนการเดา
  4. ใส่ปุ๋ยบำรุงต้นตามกลุ่มสภาพต้น และให้ทันก่อนสิ้นฤดูฝนราว 1 เดือนตามคำแนะนำ
  5. ตรวจใบชุดสุดท้ายว่าแก่พอหรือยัง และไม่รีบงดน้ำถ้ายอดยังอ่อน
  6. เตรียมแหล่งน้ำสำรอง และตรวจระบบน้ำให้พร้อมใช้ก่อนช่วงดอก
  7. วางแผนเฝ้าระวังเพลี้ยไฟ ไรแดง และโรคดอกเน่าก่อนดอกบาน
  8. จดวันที่ที่ทำงานแต่ละขั้น และสภาพต้นหลังแต่ละขั้น เพื่อใช้ปรับรอบหน้า

รายการตรวจก่อนงดน้ำ

  • ใบชุดสุดท้ายหนาและสีเขียวเข้มทั้งสวน หรืออย่างน้อยเกือบทั้งแปลง
  • ไม่มีต้นที่เหลืองทั้งต้นหรือสงสัยรากเน่า
  • ระบายน้ำในแปลงได้ ไม่มีน้ำขังหลังฝน
  • มีแหล่งน้ำเพียงพอสำหรับช่วงดอกและผลอ่อน (แหล่งอ้างอิงเสนอไว้ราว 600-800 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่)
  • ได้สอบถามพยากรณ์ฝนหรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่แล้ว

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ทำตามปฏิทินสวนข้างเคียงโดยไม่ดูใบและสภาพต้นของตัวเอง ทั้งที่เก็บเกี่ยวคนละรอบ
  • เร่งงดน้ำทั้งที่ใบชุดสุดท้ายยังอ่อน ทำให้ต้นเครียดเกินไปโดยไม่ได้ตาดอกที่ดี
  • ปล่อยให้ใบอ่อนแตกในช่วงที่ควรหยุด แล้วไม่จัดการต่อ
  • ใช้ปริมาณปุ๋ยตามตัวอย่างโดยไม่ดูผลวิเคราะห์ดินและขนาดทรงพุ่ม
  • มองข้ามอาการรากเน่าที่เพิ่งชัดตอนหมดฝน จนต้นทรุดหนักตอนกำลังเตรียมดอก
  • ลดน้ำตามตัวเลขจากข่าวหรือเพื่อนบ้านโดยไม่ปรึกษาเจ้าหน้าที่ ทั้งที่แหล่งข้อมูลยังให้ตัวเลขไม่ตรงกัน

ถ้าอากาศหนาวมาเร็วหรือฝนยังไม่หมด

ปีนี้สภาพอากาศอาจไม่ตรงปฏิทินเดิม บางพื้นที่ฝนยังตกต่อเนื่องในต้นพฤศจิกายน บางพื้นที่เข้าสู่ลมหนาวเร็ว สิ่งที่ผู้เขียนยืนยันจากเอกสารได้คือหลักการของแต่ละขั้นตอน ไม่ใช่วันที่เจาะจง หากต้องตัดสินใจใกล้ ๆ ให้ติดตามพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาและประกาศของสำนักงานเกษตรจังหวัด ถ้าสวนของท่านเคยมีปัญหาทุเรียนไม่ออกดอกแม้หนาวมาแล้ว ให้อ่านรายการเช็กเพิ่มใน ลมหนาวมาแล้วทุเรียนยังไม่ออกดอก ต้องเช็กอะไรในสวนก่อน และดูงานประจำเดือนอื่น ๆ ของต้นที่ยังเล็กใน ดูแลทุเรียนหลังปลูก: ให้น้ำ ใส่ปุ๋ย ตัดแต่ง และป้องกันปัญหาที่เจอบ่อย

สรุป

ทุเรียนปลายปีขึ้นอยู่กับสภาพต้นมากกว่าตัวเลขวัน ให้ตัดแต่งกิ่ง บำรุงต้น คุมใบอ่อน และเตรียมน้ำให้พร้อม ก่อนเข้าช่วงงดน้ำ 10-14 วัน และลดน้ำตอนใกล้ดอกบาน ตัวเลขทั้งหมดในบทความนี้เป็นของหน่วยงานตามที่อ้างอิงและยังมีส่วนที่แต่ละแหล่งไม่ตรงกัน ควรตรวจกับเกษตรอำเภอก่อนลงมือ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร (ศูนย์ข่าว) — แนวทางดูแลสวนทุเรียนหลังเก็บเกี่ยว — แบ่งคำแนะนำตามสภาพต้น เผยแพร่ 2 มิ.ย. 2566 https://doaenews.doae.go.th/archives/18378
  • 📄ศพก. กรมส่งเสริมการเกษตร — 7 เทคนิคการปลูกและดูแลรักษาทุเรียน — ตัวเลขช่วงงดน้ำ ลดน้ำก่อนดอกบาน ช่วงวิกฤตของผล ศัตรูพืช https://esc.doae.go.th/wp-content/uploads/2021/06/Durian.pdf
  • 📄เดลินิวส์ — คำแนะนำกรมวิชาการเกษตรเรื่องการจัดการทุเรียนช่วงพ.ย.-ธ.ค. — เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2566 https://www.dailynews.co.th/news/3024656/
  • 📄สำนักงานเกษตรอำเภอศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ (กรมส่งเสริมการเกษตร) — คู่มือเกษตรกร ดูแลทุเรียน — การตัดแต่งกิ่ง 3 ระยะ เผยแพร่ 10 ส.ค. 2568 https://surin.doae.go.th/sinarong/2025/08/10/
  • 📄คลินิกสุขภาพพืช มก.กพส. ผ่านศูนย์ข้อมูลเกษตรกรไทย มก. — ถามตอบเรื่องกระตุ้นใบอ่อนทุเรียน — ตัวอย่างระยะใบอ่อนถึงใบแก่ https://thaifarmer.lib.ku.ac.th/question/6260bc986ba4095e4179cff7

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ทุเรียนควรงดน้ำกี่วันเพื่อชักนำดอก

แผ่นความรู้ของ ศพก. กรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่าช่วงชักนำการออกดอกทุเรียนต้องผ่านช่วงแล้งต่อเนื่อง 10-14 วัน ส่วนเดลินิวส์ที่อ้างคำแนะนำกรมวิชาการเกษตรระบุอย่างน้อย 10 วัน ทั้งสองแหล่งไม่ได้บอกว่าใช้ได้กับทุกพื้นที่ จึงควรสอบถามเกษตรอำเภอตามสภาพดินและพันธุ์

ปลายปีควรใส่ปุ๋ยทุเรียนสูตรอะไร

เอกสารกรมส่งเสริมการเกษตรยกตัวอย่างสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 ประมาณ 1-3 กิโลกรัมต่อต้น ร่วมกับปุ๋ยคอก 20-50 กิโลกรัมต่อต้น สำหรับสวนที่ต้นค่อนข้างสมบูรณ์หลังเก็บเกี่ยว แต่เป็นตัวอย่างทั่วไป ควรเก็บดินวิเคราะห์และปรึกษาเจ้าหน้าที่ก่อนกำหนดสูตรจริง

ควรรอให้ใบอ่อนแก่แค่ไหนก่อนงดน้ำ

ไม่มีประกาศกลางที่ระบุเป็นตัวเลข ตัวเลขที่มีคือคำตอบของคลินิกสุขภาพพืช มก.กพส. กรณีฟื้นต้นหลังพายุ ซึ่งบอกว่าใบอ่อนจะแตกหลัง 10-15 วันและใบแก่เต็มที่ราว 45-60 วัน แต่ไม่ใช่เกณฑ์ชักนำดอก ให้ดูว่าใบชุดสุดท้ายหนาและเขียวเข้มก่อน และสอบถามเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

ถ้าฝนยังตกอยู่ปลายปีต้องทำอย่างไร

เอกสารที่อ้างกรมวิชาการเกษตรระบุว่าให้ใส่ปุ๋ยเคมีทางดินประมาณ 1 เดือนก่อนสิ้นฤดูฝน และงดน้ำอย่างน้อย 10 วัน ถ้าฝนยังตกต่อเนื่อง ควรเน้นระบายน้ำและเฝ้าระวังรากเน่าโคนเน่า แล้วถามเกษตรอำเภอเรื่องจังหวะชักนำดอกของพื้นที่

ช่วงไหนที่ทุเรียนขาดน้ำไม่ได้เลย

แผ่นความรู้ ศพก. ระบุว่าจุดวิกฤตของการขาดน้ำอยู่ที่ผลอายุ 8-12 สัปดาห์หลังดอกบาน หากขาดน้ำช่วงนี้ผลพัฒนาไม่สมบูรณ์ รูปทรงบิดเบี้ยวและมีขนาดเล็ก แม้ให้น้ำเพิ่มภายหลังก็ไม่ช่วยแก้รูปทรงและขนาด

ทุเรียนในภาคอีสานต่างจากภาคตะวันออกอย่างไร

เอกสารของสำนักงานเกษตรอำเภอศรีณรงค์ (สุรินทร์) ระบุระยะปลูก ปุ๋ย และการใช้แนวกันลมสำหรับพื้นที่ของตน ส่วนเอกสารกลางไม่ได้แยกตามภาค สวนในภาคอีสานหรือภาคอื่นควรสอบถามสำนักงานเกษตรจังหวัดเรื่องกำหนดการที่เหมาะกับพื้นที่