ดิน น้ำ ปุ๋ยเผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

ดินโคลนทับสวนหลังน้ำท่วม ต้องขุดออกไหม และทำอย่างไร

ดินโคลนทับสวนหลังน้ำท่วม ต้องขุดออกไหม ตัดสินใจตามชนิดพืชและสภาพแปลง ห้ามเครื่องจักรหนักในสวนไม้ผล ค่าขุดลอกไร่ละ 16,000 บาท ไม่เกิน 5 ไร่ ตามหลักเกณฑ์ปี 2569

ดินโคลนทับสวนหลังน้ำท่วม ต้องขุดออกไหม และทำอย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

น้ำลดแล้วเจ้าของสวนหลายคนเดินเข้าไปเจอภาพเดียวกัน คือชั้นดินโคลนสีน้ำตาลเทาเคลือบทั่วแปลง บางจุดทับโคนต้นจนมองไม่เห็นดินเดิม บางจุดมีเศษไม้และทรายพัดม

คำตอบเร็ว: ไม่จำเป็นต้องรีบขุดโคลนออกทันทีทุกแปลง ให้ตัดสินจากสองเรื่องก่อน คือ ชนิดพืชที่อยู่ใต้โคลน และโคลนทับจนเพาะปลูกต่อไม่ได้หรือไม่ ถ้าเป็นสวนไม้ผล ห้ามนำเครื่องจักรกลหนักเข้าไปและห้ามเหยียบย่ำใต้ทรงพุ่มตามคำแนะนำกรมวิชาการเกษตร ส่วนพื้นที่ที่ถูกหิน ดิน ทราย ไม้ หรือโคลนทับถมจนเพาะปลูกไม่ได้ หลักเกณฑ์ช่วยเหลือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2569 มีค่าขุดลอกและขนย้าย ไร่ละ 16,000 บาท ไม่เกิน 5 ไร่ (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569) ให้ยืนยันสิทธิกับสำนักงานเกษตรอำเภอก่อนลงมือ

น้ำลดแล้วเจ้าของสวนหลายคนเดินเข้าไปเจอภาพเดียวกัน คือชั้นดินโคลนสีน้ำตาลเทาเคลือบทั่วแปลง บางจุดทับโคนต้นจนมองไม่เห็นดินเดิม บางจุดมีเศษไม้และทรายพัดมากองรวมกัน คำถามแรกที่ตามมาคือ ต้องเรียกรถมาขุดโคลนออกจากสวนเลยไหม หรือปล่อยไว้แล้วค่อยไถกลบ บทความนี้ไม่ได้สอนวิธีขุดแบบเดียวใช้ได้ทุกแปลง แต่เป็นลำดับการตัดสินใจแบบ "ถ้าเจอแบบนี้ ให้ทำแบบนี้" โดยอิงคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมพัฒนาที่ดิน รวมถึงเงินช่วยเหลือค่าขุดลอกตามหลักเกณฑ์ปี 2569

ข้อควรรู้ก่อนอ่านต่อ: เอกสารทางการที่เราตรวจสอบได้ ไม่ได้กำหนดเกณฑ์ความหนาของโคลนเป็นตัวเลขเซนติเมตรว่าหนาเท่าไรต้องขุด เกณฑ์ที่มีอยู่จริงคือ "ทับถมจนเพาะปลูกไม่ได้" ดังนั้นถ้ามีใครบอกตัวเลขความหนาแบบตายตัว ให้สอบถามซ้ำกับหน่วยงานของกรมพัฒนาที่ดินหรือสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่

ทำไมดินโคลนทับพื้นที่เกษตรถึงทำให้พืชตายช้า ๆ

ภาพประกอบ ทำไมดินโคลนทับพื้นที่เกษตรถึงทำให้พืชตายช้า ๆ

ปัญหาของโคลนไม่ได้อยู่ที่น้ำหนักอย่างเดียว เอกสารการจัดการและฟื้นฟูดินหลังน้ำลดของสถานีพัฒนาที่ดินสุพรรณบุรี (กรมพัฒนาที่ดิน) อธิบายว่าน้ำท่วมขังทำให้เกิดก๊าซฟอสฟีน มีเทน และก๊าซไข่เน่า ซึ่งทำให้รากเน่า ชั้นโคลนที่ปิดผิวดินจึงยิ่งทำให้รากหายใจไม่ได้ต่อเนื่องแม้น้ำจะลดไปแล้ว

อีกเรื่องที่คนมักมองข้ามคือโครงสร้างดิน กรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่า "ดินที่ถูกน้ำท่วมขังโครงสร้างของดินจะง่ายต่อการถูกทำลาย" แปลว่าการรีบเอารถหรือคนเข้าไปเหยียบตอนดินยังเละ อาจทำให้ดินแน่นและเสียหายมากกว่าตัวโคลนเอง

สัญญาณที่เจ้าของสวนสังเกตได้เองในแปลง คือ กลิ่นเหม็นคล้ายไข่เน่าเมื่อเขี่ยโคลนขึ้นมา ใบเหลืองและร่วง และรากที่ดึงขึ้นมาแล้วเปื่อยดำ ซึ่งตรงกับอาการของไม้ผลหลังน้ำท่วมที่กรมวิชาการเกษตรระบุไว้ว่า "ใบเหลือง ร่วง รากเน่า ผลผลิตเสียหาย ต้นตาย" ถ้าเริ่มเห็นสัญญาณเหล่านี้ แปลว่าเรื่องการระบายอากาศให้รากเป็นงานเร่งด่วนกว่าการเก็บกวาดให้แปลงดูสะอาด

ตารางตัดสินใจ: ขุดโคลนออกจากสวนหรือไม่ ตามชนิดพืชและสภาพแปลง

สภาพที่เจอให้ทำห้ามทำ / ข้อระวัง
สวนไม้ผล ไม้ยืนต้น ต้นยังมีชีวิต โคลนทับโคนต้นระบายน้ำออกจากโคนต้นให้เร็ว ลอกตะกอนดินบริเวณโคนออกด้วยแรงคน เปิดหน้าดินให้อากาศถ่ายเท ทำร่องน้ำระหว่างแถวไม้ผลลึก 30-50 ซม. ตามคำแนะนำกรมพัฒนาที่ดินห้ามนำเครื่องจักรกลหนักเข้าไปในพื้นที่ ห้ามคนและสัตว์เหยียบย่ำ โดยเฉพาะภายในทรงพุ่ม และยังไม่แนะนำให้พรวนดินภายในทรงพุ่มในระยะแรก
แปลงพืชไร่ พืชผัก ที่พืชตายแล้วรอให้ดินแห้งพอเดินได้ แล้ววางแผนปรับพื้นที่ ไถพรวน หรือยกร่องใหม่อย่ารีบไถตอนดินยังเละ เพราะโครงสร้างดินถูกทำลายง่าย
นาข้าว มีตะกอนทับหลังน้ำลดสูบน้ำออกให้ระดับไม่สูงเกินไป สังเกตสีต้นข้าวในช่วง 3 วันหลังน้ำลด ถ้าเริ่มเขียวต้นมีโอกาสรอดถ้าข้าวถูกน้ำท่วมมิดต้นมากกว่า 5 วัน ในหลายระยะการเติบโตต้นจะฟื้นตัวไม่ได้ ให้ประเมินก่อนลงแรงขุด
หิน ดิน ทราย ไม้ หรือโคลนทับถมจนเพาะปลูกไม่ได้ และหน่วยงานรัฐเข้าไปช่วยไม่ได้แจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอ เพื่อตรวจสิทธิค่าขุดลอกและขนย้าย ไร่ละ 16,000 บาท ไม่เกิน 5 ไร่อย่าเคลียร์พื้นที่จนไม่เหลือร่องรอยก่อนสอบถามเจ้าหน้าที่ เพราะต้องมีการสำรวจพบความเสียหายจริง
โคลนบาง พืชยังโตได้ ปลูกต่อได้ตามปกติระบายน้ำ ฟื้นฟูดิน แล้วเฝ้าดูอาการพืชไม่ได้อยู่ในกรณีทับถมจนเพาะปลูกไม่ได้ จึงไม่ควรคาดหวังค่าขุดลอก ให้ถามสิทธิอื่นกับเกษตรอำเภอ

ถ้าเป็นสวนไม้ผล: ทำทีละขั้น ไม่ใช่ขุดทั้งแปลง

สวนไม้ผลคือกรณีที่การตัดสินใจผิดแล้วเสียหายแพงที่สุด เพราะต้นที่รอดน้ำมาได้อาจตายเพราะรากถูกเหยียบหรือถูกรถบดทับทีหลัง กรมวิชาการเกษตรเขียนไว้ชัดว่า "ห้ามนำเครื่องจักรกลหนักเข้าไปในพื้นที่และห้ามบุคคลรวมทั้งสัตว์เข้าไปเหยียบย่ำ" ลำดับงานที่สอดคล้องกับคำแนะนำของหน่วยงานมีดังนี้

  1. ระบายน้ำก่อนทุกอย่าง กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้ "เร่งระบายน้ำออกจากโคนต้นไม้ สวนไม้ผล" ถ้ายังมีน้ำขังเป็นแอ่ง ให้เปิดทางน้ำก่อนคิดเรื่องโคลน
  2. ทำร่องน้ำระหว่างแถว กรมพัฒนาที่ดินแนะนำให้ทำร่องน้ำระหว่างแถวไม้ผลลึก 30-50 ซม. เพื่อให้น้ำที่ซึมออกจากดินมีทางไหล
  3. ลอกตะกอนเฉพาะจุดที่จำเป็น กรมวิชาการเกษตรแนะนำการลอกตะกอนดินและเปิดหน้าดินให้อากาศถ่ายเท ให้ทำด้วยแรงคนจากด้านนอกทรงพุ่มเข้าหาโคนต้น โดยเหยียบดินใต้ทรงพุ่มให้น้อยที่สุด
  4. ยังไม่พรวนดินในทรงพุ่ม เอกสารกรมพัฒนาที่ดินระบุว่ายังไม่แนะนำให้พรวนดินภายในทรงพุ่มในระยะแรก เพราะรากที่อ่อนแอจะขาดง่าย
  5. ให้ธาตุอาหารทางใบในช่วงแรก กรมพัฒนาที่ดินอธิบายว่าช่วงแรกรากพืชยังดูดธาตุอาหารทางดินได้ไม่ดีนัก จึงแนะนำการฉีดพ่นทางใบ สูตรและความถี่ให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ เพราะแต่ละกรมแนะนำสูตรต่างกัน

ถ้าต้องการคำปรึกษาเรื่องไม้ผลโดยตรง ประกาศของกรมวิชาการเกษตร (เผยแพร่ 19 ต.ค. 2565) ระบุช่องทางติดต่อสถาบันวิจัยพืชสวน โทร 0-2940-5484 ต่อ 124 ซึ่งเป็นข้อมูลจากประกาศเดิม ควรโทรสอบถามว่ายังใช้ช่องทางนี้อยู่หรือไม่

ถ้าเป็นแปลงพืชไร่ พืชผัก หรือนาข้าว: ดูก่อนว่าพืชเดิมยังรอดไหม

สำหรับพืชอายุสั้น คำถามว่าต้องขุดโคลนออกไหม มักขึ้นกับว่าพืชเดิมยังมีโอกาสรอดหรือไม่ ถ้าพืชตายแล้ว เป้าหมายจะเปลี่ยนจาก "ช่วยต้นเดิม" เป็น "เตรียมแปลงใหม่" ข้อมูลของกรมวิชาการเกษตรในคู่มือกระทรวงเกษตรฯ ระบุระยะที่พืชทนน้ำท่วมขังได้ดังนี้

  • พืชผัก: 1-3 วัน (ขึ้นกับความรุนแรงของการท่วมขังและชนิดพืช) ใบเหี่ยวเฉา รากเน่า ไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ ต้นตาย
  • พืชตระกูลถั่ว (ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง): มากกว่า 3 วัน เมล็ดและต้นเน่าตายทุกระยะ
  • มันสำปะหลัง: มากกว่า 3 วัน ใบเหลือง ทิ้งใบ หัวเน่า
  • ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์: มากกว่า 5 วัน ทุกระยะ ต้นเน่าตาย ไม่สามารถฟื้นฟูได้
  • อ้อย: มากกว่า 14 วันในระยะงอกถึงก่อนแตกกอ ใบเหลือง ชะงักการเจริญเติบโต และมากกว่า 30 วันในระยะแตกกอถึงเก็บเกี่ยว อาจเน่าตาย
  • ข้าว: ถูกน้ำท่วมมิดต้นมากกว่า 5 วัน ในระยะกล้าถึงแตกกอต้นจะเน่าตาย ยกเว้นพันธุ์ทนน้ำท่วมฉับพลันอย่าง กข 51 และหอมชลสิทธิ์ ส่วนระยะตั้งท้องถึงออกรวงจะฟื้นตัวไม่ได้ และกรมการข้าวยังระบุว่าน้ำขุ่นมีผลเสียต่อต้นข้าวมากกว่าน้ำใส

ถ้าพืชตายแล้ว อย่าเพิ่งรีบไถตอนดินยังเปียก กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้รอดินแห้งอย่างน้อย 1 เดือนก่อนปลูกซ่อม ระหว่างนี้ใช้เวลาวางแผนว่าจะปรับพื้นที่ ยกร่อง หรือทำคันดินใหม่อย่างไร และถ้าจะทำแปลงปลูกใหม่ กรมพัฒนาที่ดินแนะนำว่าแปลงควรสูงกว่าระดับน้ำที่เคยท่วมสูงสุดไม่ต่ำกว่า 50 ซม. ข้อมูลการฟื้นฟูดินหลังน้ำลดเพิ่มเติม อ่านได้ที่ ฟื้นฟูดินหลังน้ำท่วม ตรวจอะไรก่อนปลูกใหม่ และตะกอนทับหน้าดินทำอย่างไร

ขุดโคลนออกจากสวนแล้ว เงินช่วยเหลือค่าขุดลอกได้เท่าไร

หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 (ลงนามปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 21 ส.ค. 2569 ใช้กับภัยที่เกิดตั้งแต่ 21 ส.ค. 2569 เป็นต้นไป และยกเลิกหลักเกณฑ์เดิม พ.ศ. 2564) มีรายการที่เกี่ยวกับดินโคลนโดยตรงสองรายการ

รายการอัตราเพดาน
พื้นที่ถูกหิน ดิน ทราย ไม้ โคลน ทับถมจนเพาะปลูกไม่ได้ และหน่วยงานรัฐเข้าไปช่วยไม่ได้: ค่าขุดลอก/ขนย้ายไร่ละ 16,000 บาทไม่เกิน 5 ไร่
ปรับเกลี่ยพื้นที่ ไถพรวน ยกร่อง คันดิน (ข้อ 5.4)ไร่ละ 2,500 บาทไม่เกิน 15 ไร่

ตัวอย่างการคำนวณ (เป็นตัวอย่างเพื่อเข้าใจเพดานเท่านั้น ไม่ใช่ยอดที่จะได้รับจริง): ถ้าสวนถูกโคลนทับจนเพาะปลูกไม่ได้ 3 ไร่ และเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าเข้าเงื่อนไข ยอดตามอัตราคือ 3 × 16,000 = 48,000 บาท แต่ถ้าพื้นที่เสียหาย 8 ไร่ จะคิดได้ไม่เกิน 5 ไร่ คือ 5 × 16,000 = 80,000 บาท ยอดจริงขึ้นกับผลสำรวจและการพิจารณาของหน่วยงาน

ส่วนตัวพืชที่เสียหาย หลักเกณฑ์ฉบับเดียวกัน (ข้อ 5.1) กำหนดอัตรา ข้าว ไร่ละ 2,240 บาท พืชไร่และพืชผัก ไร่ละ 3,180 บาท ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่น ๆ ที่ตายหรือเสียหายจนฟื้นฟูไม่ได้ ไร่ละ 6,800 บาท และไม้ผล ไม้ยืนต้นที่ชะงักการเจริญเติบโตแต่ไม่ตายหรือผลผลิตเสียหาย ไร่ละ 3,400 บาท โดยรวมกันไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ ตัวเลขชุดนี้มาจากเอกสารต้นฉบับ ข่าวบางแห่งลงตัวเลขอื่นไว้ ให้ยืนยันกับสำนักงานเกษตรอำเภอทุกครั้ง

เงื่อนไขที่ต้องผ่านก่อนได้เงิน

ขั้นตอนยื่นขอ

  1. ตรวจสอบสถานะทะเบียนเกษตรกรของตัวเอง
  2. ยื่นแบบ กษ.01 ที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่พื้นที่เกษตรได้รับความเสียหาย ให้ผู้ใหญ่บ้าน อบต. หรือเทศบาลรับรอง
  3. เข้าร่วมประชาคมหมู่บ้านและติดตามประกาศผลการตรวจสอบ
  4. เมื่ออนุมัติ เงินจะโอนเข้าบัญชี ธ.ก.ส. ของเกษตรกร ตามที่กระทรวงเกษตรฯ ชี้แจง

ถ้าเอกสารไม่ครบหรือไม่แน่ใจว่าแปลงเข้าเงื่อนไขข้อไหน ให้ถามเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานเกษตรอำเภอตั้งแต่ตอนยื่น ดีกว่ารอผลแล้วค่อยรู้ว่าขาดเอกสาร

ลำดับงานแนะนำหลังน้ำลด (Decision Flow)

  1. ถ้ายังมีน้ำขัง ให้ระบายน้ำก่อน ยังไม่แตะโคลน
  2. ถ้าน้ำลดแล้ว ให้ถ่ายภาพสภาพแปลงเก็บไว้ และติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอเพื่อถามว่าควรรอเจ้าหน้าที่สำรวจก่อนเคลียร์พื้นที่หรือไม่
  3. ถ้าเป็นไม้ผลที่ยังมีชีวิต ให้ลอกตะกอนด้วยแรงคน ทำร่องน้ำ ห้ามเครื่องจักรหนัก
  4. ถ้าเป็นพืชอายุสั้นที่ตายแล้ว ให้รอดินแห้ง แล้ววางแผนปรับพื้นที่และยกร่องใหม่
  5. ถ้าโคลน ทราย หรือเศษไม้ทับจนปลูกไม่ได้ และหน่วยงานรัฐเข้าไปช่วยไม่ได้ ให้ยื่นขอค่าขุดลอกและขนย้ายพร้อมแบบ กษ.01
  6. ก่อนปลูกใหม่ ให้ตรวจดินเพื่อดูความเป็นกรดด่างและธาตุอาหาร อ่านต่อที่ ดินเป็นกรดหลังน้ำท่วม ตรวจดินที่ไหน และปรับสภาพอย่างไร

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อดินเสียหลังน้ำท่วม

  • เรียกรถแบคโฮหรือรถไถเข้าสวนไม้ผลทันทีที่น้ำลด ทั้งที่กรมวิชาการเกษตรห้ามนำเครื่องจักรกลหนักเข้าพื้นที่ รากที่อ่อนแออยู่แล้วจะถูกบดทับซ้ำ
  • เดินเข้าไปเหยียบใต้ทรงพุ่มซ้ำ ๆ เพื่อเก็บกวาด ทำให้ดินแน่นและรากขาดอากาศมากขึ้น
  • พรวนดินในทรงพุ่มเร็วเกินไป ทั้งที่กรมพัฒนาที่ดินยังไม่แนะนำให้ทำในระยะแรก
  • เคลียร์พื้นที่จนสะอาดก่อนติดต่อเกษตรอำเภอ ทำให้ไม่เหลือร่องรอยความเสียหายประกอบการสำรวจ
  • ลืมตรวจว่าขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้ก่อนเกิดภัยหรือยัง แล้วไปลงทุนขุดโคลนเองโดยคาดว่าจะได้เงินคืน
  • เชื่อตัวเลขอัตราช่วยเหลือจากโพสต์ที่ส่งต่อกันมา โดยไม่ตรวจกับเอกสารต้นฉบับหรือสำนักงานเกษตรอำเภอ

สรุป

ดินโคลนทับสวนไม่ได้แปลว่าต้องขุดออกทั้งแปลงทันที ให้เริ่มจากระบายน้ำ ดูชนิดพืชและโอกาสรอดของพืชเดิม แล้วจึงตัดสินใจ สวนไม้ผลต้องลอกตะกอนด้วยแรงคน ห้ามเครื่องจักรหนักและห้ามเหยียบใต้ทรงพุ่ม ส่วนพื้นที่ที่ถูกโคลนทับจนเพาะปลูกไม่ได้ ให้ยื่นแบบ กษ.01 เพื่อขอค่าขุดลอกไร่ละ 16,000 บาท ไม่เกิน 5 ไร่ และยืนยันสิทธิกับสำนักงานเกษตรอำเภอก่อนลงทุนเอง ภาพรวมสิทธิทั้งหมดอ่านได้ที่ คู่มือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 2569 เงินเยียวยา สิทธิ และขั้นตอน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (เผยแพร่ผ่านกรมประมง) — หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยฯ พ.ศ. 2569 อัตราช่วยเหลือพืช ค่าขุดลอก และปรับพื้นที่ https://www4.fisheries.go.th/local/file_document/20260824100414_1_file.pdf
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — สรุปอัตราและขั้นตอนช่วยเหลือ https://doaenews.doae.go.th/archives/34053 และการยื่นแบบ กษ 01 https://doaenews.doae.go.th/archives/34307
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — การดูแลสวนไม้ผลหลังน้ำท่วม https://doaenews.doae.go.th/archives/25208
  • 📄กรมวิชาการเกษตร — คำแนะนำฟื้นฟูสวนไม้ผลหลังน้ำท่วม https://doa.go.th/th/กรมวิชาการเกษตรแนะวิธี-2
  • 📄กรมพัฒนาที่ดิน (สถานีพัฒนาที่ดินสุพรรณบุรี) — การจัดการและฟื้นฟูดินหลังน้ำลด https://r01.ldd.go.th/spb/Document%2059/Afterfloodmenagement.pdf
  • 📄คู่มือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ — ผลของน้ำท่วมต่อข้าวและพืชไร่ตามระยะ https://ebook.moac.go.th/help-guide/files/basic-html/page144.html และ https://ebook.moac.go.th/help-guide/files/basic-html/page148.html
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย (ผ่านห้องสมุด ม.เกษตรศาสตร์) — ฟื้นฟูนาข้าวหลังน้ำลด https://thaifarmer.lib.ku.ac.th/news/691e8cbfa8e2677f9e3af193
  • 📄กรุงเทพธุรกิจ (อ้างกระทรวงเกษตรฯ) — ขั้นตอนปี 2569 และการโอนเงินเข้าบัญชี ธ.ก.ส. https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1248794

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

โคลนหนาเท่าไรถึงต้องขุดออก

เอกสารทางการที่ตรวจสอบได้ไม่ได้กำหนดความหนาเป็นตัวเลข เกณฑ์ที่ใช้ในหลักเกณฑ์ช่วยเหลือคือ ทับถมจนเพาะปลูกไม่ได้ ให้ปรึกษาหน่วยงานของกรมพัฒนาที่ดินหรือสำนักงานเกษตรอำเภอเพื่อประเมินแปลงจริง

ใช้รถขุดโคลนในสวนทุเรียนหรือสวนผลไม้ได้ไหม

กรมวิชาการเกษตรแนะนำให้ห้ามนำเครื่องจักรกลหนักเข้าไปในพื้นที่ และห้ามคนและสัตว์เหยียบย่ำ ควรลอกตะกอนด้วยแรงคนและทำร่องระบายน้ำแทน

ค่าขุดลอกโคลนจากรัฐได้เท่าไร

ตามหลักเกณฑ์ พ.ศ. 2569 ได้ไร่ละ 16,000 บาท ไม่เกิน 5 ไร่ สำหรับพื้นที่ที่ถูกหิน ดิน ทราย ไม้ โคลนทับถมจนเพาะปลูกไม่ได้ และหน่วยงานรัฐเข้าไปช่วยไม่ได้ ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรก่อนเกิดภัยและอยู่ในพื้นที่ประกาศเขต

ถ้าไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้ก่อนน้ำท่วม ขอค่าขุดลอกได้ไหม

กรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่า ไม่ขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัยจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ ให้สอบถามสำนักงานเกษตรอำเภอว่ามีความช่วยเหลือรูปแบบอื่นในพื้นที่หรือไม่

หลังขุดโคลนแล้วปลูกใหม่ได้เลยไหม

กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้รอดินแห้งอย่างน้อย 1 เดือนก่อนปลูกซ่อม และกรมพัฒนาที่ดินแนะนำให้แปลงปลูกใหม่สูงกว่าระดับน้ำที่เคยท่วมสูงสุดไม่ต่ำกว่า 50 ซม.

ยื่นขอความช่วยเหลือที่ไหน

ยื่นแบบ กษ.01 ที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่พื้นที่เสียหาย หรือผ่านเจ้าหน้าที่เกษตรหรือผู้นำชุมชน โดยให้ผู้ใหญ่บ้าน อบต. หรือเทศบาลรับรอง