ดิน น้ำ ปุ๋ยเผยแพร่ 15 ตุลาคม 2569

สระน้ำรั่วซึมหน้าแล้ง ปูพลาสติกหรือดินเหนียวดีกว่ากัน คุ้มไหม

สระน้ำรั่วหน้าแล้ง ต้องแยกซึมออกจากระเหยก่อน แล้วเทียบดินเหนียวบดอัดกับพลาสติกบุสระ พร้อมสูตรคำนวณความคุ้มกับตัวอย่างสมมติ ไม่ใส่ราคาที่ตรวจไม่ได้ ต.ค. 2569

สระน้ำรั่วซึมหน้าแล้ง ปูพลาสติกหรือดินเหนียวดีกว่ากัน คุ้มไหม

คำตอบสั้น ๆ

สระรั่วควรวัดก่อนว่าน้ำหายเพราะซึมหรือระเหย แล้วเลือกระหว่างดินเหนียวบดอัดกับพลาสติกบุสระ บทความนี้เทียบข้อดีข้อจำกัด และมีสูตรคำนวณความคุ้มพร้อมตัวอย่างสมมติ

คำตอบเร็ว: ถ้าดินในแปลงมีเนื้อเหนียวและมีดินเหนียวหาได้ใกล้ ๆ ลองบดอัดหรือปิดทับด้วยดินเหนียวก่อน ซึ่งเป็นวิธีที่คู่มือกรมพัฒนาที่ดินกล่าวถึง ส่วนพลาสติกหรือผ้าใบเหมาะกับสระที่ซึมแรงจนดินแก้ไม่ไหว แต่ต้องเตรียมพื้นผิวและบริหารขอบบ่อให้ดี ที่ผมยืนยันจากแหล่งที่เปิดอ่านได้ไม่มีราคากลางของทั้งสองวิธี จึงให้สูตรคำนวณความคุ้มพร้อมตัวอย่างสมมติแทน

เริ่มจากรู้ก่อนว่าสระรั่วจริงหรือแค่ระเหย

ภาพประกอบ เริ่มจากรู้ก่อนว่าสระรั่วจริงหรือแค่ระเหย

หน้าแล้งน้ำในสระลดทุกวันเป็นเรื่องปกติ เพราะน้ำระเหยจากผิวสระตลอด งานวิจัยของ มก.กำแพงแสน (Sittichok และ Thepprasit 2021) ที่ทดสอบบ่อคอนกรีตที่นครปฐม พบว่าการคลุมผิวน้ำด้วยขวดพลาสติกลดการระเหยลง 64 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 3.25 มม./วัน ซึ่งถอยกลับได้ว่าไม่คลุมอยู่ราว 5 มม./วัน (ผู้เขียนบทความนี้คำนวณเอง) คือราว 0.5 เซนติเมตรต่อวัน ถ้าสระของคุณลดลงมากกว่านั้นอย่างต่อเนื่องแม้ฝนไม่ตก ส่วนที่เกินก็อาจเป็นการซึม

วิธีแยกที่ผมแนะนำแบบภาคสนาม (ไม่ใช่มาตรฐานจากแหล่งใด) คือ ลอยกะละมังหรือถังปากกว้างที่ใส่น้ำไว้ให้ระดับน้ำในภาชนะเท่ากับน้ำนอกภาชนะ ขีดระดับทั้งสองที่ไว้ แล้ววัดซ้ำทุกวันตอนเช้าสัก 5 ถึง 7 วันที่ไม่มีฝน น้ำในภาชนะลดจากการระเหยอย่างเดียว น้ำในสระลดจากทั้งระเหยและซึม ส่วนต่างคือการซึม ถ้าส่วนต่างน้อยกว่าสองสามมิลลิเมตรต่อวัน สระอาจแค่ซึมตามธรรมชาติ ไม่ต้องรื้อ

ตัวเลขที่มีหลักฐานจริงจากงานวิจัยไทย

งานวิจัยของ Sukkunthata และคณะ (TSAEJ ปีที่ 29 ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566) ทดสอบวัสดุประสานรอยต่อของผ้าใบคอนกรีตที่ใช้ดาดสระ ที่แปลงทดสอบ พื้นดินธรรมชาติซึม 160 มม./วัน เมื่อซีลรอยต่อด้วยผงปูนซีเมนต์ ลดเหลือ 19.0 มม./วัน ด้วยปูนกาวเหลือ 2.6 มม./วัน และพบว่าความร้อนจากแสงแดดลดประสิทธิภาพของวัสดุซีล งานนี้ทดสอบกับผ้าใบคอนกรีตที่แปลงเดียว ไม่ใช่แผ่นพลาสติกหรือดินเหนียว จึงเอาไปเทียบกับสระของคุณตรง ๆ ไม่ได้ แต่ชี้ได้ว่า (1) ดินธรรมชาติบางที่ซึมแรงมาก (2) ถ้าจะบุ ต้องดูที่รอยต่อไม่ใช่แค่แผ่น (3) แดดทำให้วัสดุเสื่อมได้

เปรียบเทียบดินเหนียวกับพลาสติกที่ใช้บุสระ

หัวข้อบดอัด/ปิดทับด้วยดินเหนียวปูแผ่นพลาสติก/ผ้าใบกันซึม
หลักฐานที่ตรวจได้คู่มือกรมพัฒนาที่ดินกล่าวถึงวิธีบดอัดหรือใช้ดินเหนียวปิดทับเมื่อบ่อรั่วมาตรฐาน NRCS สหรัฐ (รัฐแอละแบมา 2018) ให้เกณฑ์ความหนาและการเตรียมพื้นผิว ไม่ใช่มาตรฐานไทย
ความหนา/เกณฑ์ที่ระบุคู่มือที่อ่านไม่ระบุความหนา ต้องถามสถานี30 มิล (ราว 0.76 มม.) สำหรับ HDPE, LLDPE, PVC และ 45 มิลสำหรับ EPDM กับน้ำสะอาด
ข้อดีที่เป็นจริงในหน้างานวัสดุอาจหาได้ในพื้นที่ ซ่อมเฉพาะจุดได้ ไม่เสื่อมจากแสงแดดแบบพลาสติกลดการซึมได้มากเมื่อติดตั้งดี ใช้กับดินทรายที่ดินเหนียวช่วยไม่ไหว
ข้อจำกัด/จุดพลาดต้องมีดินเหนียวเพียงพอ ขนส่งเป็นต้นทุนหลัก ถ้าท้องบ่อแห้งแล้วชั้นดินอาจแตกพื้นผิวต้องไม่มีหินคมหรือรากไม้ ขอบบนต้องยึด แดดทำให้ส่วนพ้นน้ำเสื่อม สัตว์และคนลื่นตกขึ้นยาก
การซ่อมเติมดินและบดอัดซ้ำเฉพาะจุดต้องใช้ช่างหรือกาว/เชื่อมตามวัสดุ ต้องให้บ่อแห้งบางส่วน
เหมาะกับสระแบบไหนดินพื้นที่เป็นดินเหนียวปนทราย ซึมช้าถึงปานกลางซึมแรงมาก หรือดินทรายล้วน เมื่อทดสอบแล้วดินเหนียวไม่พอ

รายละเอียดที่คนทำจริงมักเจอ

ถ้าเลือกดินเหนียว

คู่มือโครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทานให้ตรวจบ่อหลังฝน ถ้ารั่วให้บดอัดหรือใช้ดินเหนียวปิดทับ ผมไม่ได้ข้อมูลความหนา ความชื้นที่บดอัด หรือวิธีบดอัดจากเอกสารที่เปิดอ่าน จึงไม่ขอให้ตัวเลข ที่ผมบอกได้จากประสบการณ์ภาคสนามคือ ดินเหนียวที่เอามาปิดควรทดสอบปั้นเป็นก้อนแล้วไม่แตกร่วนทันที และควรทำตอนที่บ่อพอแห้งให้เข้าถึงได้ แล้วรีบเติมน้ำคลุมเพื่อไม่ให้ชั้นดินแห้งแตก ส่วนวัสดุที่ซื้อมาเพื่อเสริมให้ถามสถานีพัฒนาที่ดินหรือเกษตรอำเภอว่าในพื้นที่ใช้อะไรกัน

ถ้าเลือกพลาสติกหรือผ้าใบ

มาตรฐาน NRCS ที่ผมเปิดอ่านระบุว่าพื้นผิวรองรับต้องไม่มีหินเหลี่ยมคมหรือวัตถุที่ทำให้แผ่นเสียหาย ให้ทำตามคำแนะนำผู้ผลิตเรื่องการป้องกันสภาพอากาศและรังสียูวี ต้องมีช่องระบายก๊าซใกล้ขอบบนของลาดข้าง และต้องกันสัตว์และเครื่องจักรไม่ให้ทำแผ่นเสียหาย รวมทั้งต้องตัดรากไม้ที่งอกทะลุออก ซึ่งตรงกับหน้างานจริง ที่มักพบว่าแผ่นเสียตรงหินคมใต้แผ่น และตรงขอบที่ถูกแดดตลอด

เรื่องที่ควรคิดอีกข้อคือความปลอดภัย แผ่นพลาสติกบนลาดข้างเปียกแล้วลื่นมาก ถ้ามีเด็ก วัว หรือสัตว์เลี้ยงใกล้บ่อ ต้องมีรั้วและทางขึ้นลงที่ยึดแน่น (มาตรฐาน NRCS ระบุให้มีรั้ว บันได เชือก หรือราวสำหรับป้องกันคนและสัตว์) และบ่อลึก 3 เมตรต้องคิดเรื่องนี้เป็นพิเศษ

คุ้มไหม คำนวณก่อนซื้อ

ผมไม่มีราคาแผ่นกันซึมหรือราคาติดตั้งที่เปิดอ่านได้พร้อมวันที่และร้านค้า จึงให้สูตร และตัวอย่างสมมติที่ระบุชัดว่าเป็นตัวเลขสมมติ

น้ำที่ประหยัดได้ต่อฤดู = พื้นที่เปียก x (การซึมก่อนบุ - การซึมหลังบุ) x จำนวนวัน

ตัวอย่างสมมติ สระมีพื้นที่เปียกราว 830 ตารางเมตร (สระก้น 12 x 20 เมตร ลึก 3 เมตร ลาด 1:2 ตามตัวอย่างในบทความคำนวณขนาดสระ) การซึมก่อนบุสมมติ 5 มม./วัน หลังบุสมมติ 1 มม./วัน หน้าแล้ง 150 วัน ประหยัดได้ 830 x 0.004 x 150 = ราว 498 ลูกบาศก์เมตร ถ้าน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตรมีมูลค่าหรือต้นทุนสูบแทน 10 บาท (ตัวเลขสมมติ) ประหยัดราว 4,980 บาทต่อฤดู แล้วนำไปเทียบกับราคาติดตั้ง ถ้าราคาติดตั้งรวมวัสดุเป็น P บาทต่อตารางเมตร ต้นทุนบุเท่ากับ 830 x P บาท และคืนทุนในประมาณ (830 x P) หาร 4,980 ปี ตัวอย่างเช่นถ้า P สมมติเป็น 100 บาท ต้นทุน 83,000 บาท คืนทุนราว 17 ปี ซึ่งไม่คุ้มเมื่อมองแค่ค่าน้ำ

สถานการณ์ในตัวอย่างสมมติน้ำที่ประหยัดต่อฤดูข้อสรุปเบื้องต้น
ซึม 2 มม./วัน บุแล้ว 1 มม./วัน830 x 0.001 x 150 = ราว 125 ลบ.ม.ส่วนต่างน้อย การบุอาจไม่คุ้ม
ซึม 5 มม./วัน บุแล้ว 1 มม./วันราว 498 ลบ.ม.ต้องมีราคาติดตั้งต่ำมากจึงจะคุ้มด้วยค่าน้ำอย่างเดียว
ซึม 10 มม./วัน บุแล้ว 1 มม./วัน830 x 0.009 x 150 = ราว 1,121 ลบ.ม.ส่วนต่างมาก ถ้าไม่บุสระเก็บน้ำไม่พอหน้าแล้ง การบุอาจเป็นเงื่อนไขให้ใช้สระได้

ข้อสังเกตจากตาราง คือมูลค่าที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ราคาน้ำต่อลูกบาศก์เมตร แต่อยู่ที่ว่าน้ำที่เก็บได้ทำให้ปลูกพืชหน้าแล้งได้กี่ไร่ และพืชนั้นให้รายได้เท่าไร ถ้าสระไม่มีน้ำเหลือปลูกพืชเลย ค่าบุก็คือค่าที่ทำให้ได้ฤดูปลูกกลับมา ให้เทียบรายได้ต่อไร่ของพืชที่จะปลูก ลบต้นทุนผันแปร แล้วหารด้วยต้นทุนบุ และควรเผื่ออายุใช้งานของวัสดุซึ่งผมไม่มีตัวเลขที่ยืนยันได้ ให้ถามผู้ผลิตเป็นลายลักษณ์อักษร

ขั้นตอนตัดสินใจแก้สระรั่ว

  1. วัดการลดของระดับน้ำเทียบภาชนะลอยอย่างน้อย 5 ถึง 7 วันที่ไม่มีฝน เพื่อแยกระเหยออกจากซึม
  2. ดูว่ารั่วทั่วท้องบ่อหรือรั่วจุดเดียว ถ้าระดับน้ำหยุดลดที่ระดับหนึ่ง แสดงว่ารอยรั่วอยู่ที่ระดับนั้น
  3. ถ้ารั่วเฉพาะจุด ให้ซ่อมเฉพาะจุดด้วยดินเหนียวบดอัดตามวิธีในคู่มือกรมพัฒนาที่ดิน
  4. ถ้าซึมทั่วบ่อ ลองทดสอบแปลงเล็กก่อนด้วยดินเหนียวหรือพลาสติกเฉพาะบางส่วนของบ่อ แล้วเทียบอัตราลดของระดับน้ำ
  5. คำนวณความคุ้มด้วยสูตรข้างบน โดยใช้ราคาใบเสนอจริง 2 ถึง 3 ราย
  6. เลือกวิธี ทำก่อนฝนจะมา และตรวจซ้ำทุกต้นฤดูแล้ง

เช็กลิสต์ก่อนปูหรือบดอัด

  • ระบายน้ำในส่วนที่ต้องทำให้ถึงระดับที่เข้าถึงผิวบ่อได้
  • ถางหญ้า ถอนราก ตัดรากไม้ที่ยื่นออกมา และเก็บก้อนหินคม
  • ตรวจระยะห่างแนวเขตและกฎหมายขุดดินถ้ามีการขุดเพิ่ม (ลึกเกิน 3 เมตร หรือปากบ่อเกิน 10,000 ตารางเมตร ตามคู่มือประชาชนการแจ้งขุดดิน)
  • ขอข้อมูลจากผู้ขาย ความหนา ชนิดวัสดุ การยึดขอบ อายุใช้งาน และวิธีซ่อม เป็นลายลักษณ์อักษร
  • วางรั้ว/ทางขึ้นลงที่ปลอดภัยสำหรับคนและสัตว์
  • ปลูกหญ้าแฝกรอบขอบบ่อตามคู่มือ (แถวแรกห่างขอบ 50 ซม.) ในหน้าฝน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ปูพลาสติกทั้งที่ยังไม่รู้ว่าน้ำหายเพราะซึมหรือระเหย ถ้าเป็นการระเหยเป็นส่วนใหญ่ การบุไม่ช่วย ต้องแก้ด้วยการคลุมผิวหรือลดพื้นที่ผิวแทน
  • ไม่เตรียมพื้นผิว ปูทับหินคมและรากไม้ ฝนแรกแผ่นก็ทะลุ
  • ทิ้งขอบแผ่นให้โดนแดดตลอดโดยไม่ถามผู้ขายว่าต้องคลุมหรือไม่ แล้วแผ่นกรอบเสื่อมที่ขอบก่อน
  • ใช้ดินเหนียวหนาไม่พอ หรือเทลงแล้วไม่บดอัด ซึ่งคู่มือระบุให้บดอัด แล้วปล่อยให้แห้งแตกก่อนมีน้ำ
  • คิดแต่ราคาวัสดุ ไม่คิดค่าเตรียมพื้นผิว ค่าขนส่งดินเหนียว และรั้วป้องกันคนกับสัตว์
  • ซื้อตามคำโฆษณาโดยไม่ขอเอกสารความหนาและอายุใช้งาน

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่อง คิดขนาดบ่อเก็บน้ำฝนในฟาร์ม และ ต้นทุนสระเก็บน้ำในฟาร์ม ประกอบการคำนวณ ถ้าอยากรู้ว่าดินแปลงตัวเองเหนียวแค่ไหน ดู ดินเหนียวปลูกอะไรดี และถ้ากำลังตัดสินใจขอสระจากรัฐ ดู โครงการสระน้ำในไร่นาขนาดเล็ก

สรุป

ก่อนปูอะไรลงสระ ให้วัดก่อนว่าน้ำหายเพราะซึมหรือระเหย แล้วค่อยเลือกวิธี ดินเหนียวบดอัดเป็นวิธีที่คู่มือกรมพัฒนาที่ดินกล่าวถึง ส่วนแผ่นพลาสติกมีเกณฑ์ที่ผมอ้างได้จากมาตรฐานต่างประเทศเท่านั้น ราคาและอายุใช้งานในไทยต้องขอใบเสนอราคาจริง ตัวเลขทั้งหมดในหัวข้อคำนวณความคุ้มเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อฝึกคิด ข้อมูลตรวจ ณ ต.ค. 2569

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄คู่มือโครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 (กรมพัฒนาที่ดิน, ก.พ. 2565) — วิธีตรวจและแก้บ่อรั่วด้วยการบดอัดหรือดินเหนียว หญ้าแฝกรอบบ่อ https://orgweb.ldd.go.th/sources/img/part_document/FILES_9905_664442d4980a7.pdf
  • 📄Sukkunthata และคณะ (2566) TSAEJ ปีที่ 29 ฉบับที่ 2 — การซึม 160 มม./วัน ลดเหลือ 19.0 และ 2.6 มม./วัน และผลของความร้อนต่อวัสดุซีล https://li01.tci-thaijo.org/index.php/TSAEJ/article/view/256375
  • 📄Sittichok & Thepprasit (2021) Science and Engineering Connect — การลดการระเหยด้วยวัสดุคลุม ผลลด 64 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 3.25 มม./วัน https://ph04.tci-thaijo.org/index.php/SEC/article/view/10357
  • 📄USDA NRCS Conservation Practice Standard 521 Pond Sealing or Lining Geomembrane (Alabama, 2018) — เกณฑ์ความหนาแผ่น การเตรียมพื้นผิว การป้องกันยูวี และรั้ว (มาตรฐานสหรัฐ ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง) https://efotg.sc.egov.usda.gov/api/CPSFile/24527/521_AL_CPS_Pond_Sealing_or_Lining_Geomembrane_or_Geosynthetic_Clay_Liner_2018
  • 📄คู่มือสำหรับประชาชน การแจ้งขุดดิน เทศบาลตำบลพะตง — เกณฑ์ลึกเกิน 3 เมตรหรือปากบ่อเกิน 10,000 ตารางเมตร https://infocenter.oic.go.th/FILEWEB/CABINFOCENTER3/DRAWER091/GENERAL/DATA0001/00001768.PDF

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

สระรั่วแก้ด้วยดินเหนียวได้ไหม

คู่มือโครงการแหล่งน้ำในไร่นาของกรมพัฒนาที่ดินแนะนำว่าหลังฝนให้ตรวจบ่อ ถ้ารั่วให้บดอัดหรือใช้ดินเหนียวปิดทับ แต่เอกสารที่เปิดอ่านไม่ระบุความหนาของชั้นดินเหนียว จึงควรถามสถานีพัฒนาที่ดินหรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ว่าควรหนาเท่าไรสำหรับดินแปลงของคุณ

พลาสติกปูสระ ควรหนาเท่าไร

ผมไม่มีมาตรฐานไทยที่เปิดอ่านได้ มาตรฐานของสำนักงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสหรัฐ (NRCS) ฉบับรัฐแอละแบมา ปี 2018 ระบุความหนาต่ำสุดสำหรับน้ำสะอาด HDPE, LLDPE และ PVC 30 มิล (ราว 0.76 มิลลิเมตร) และ EPDM 45 มิล ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้ แต่ควรถามผู้ผลิตและผู้ติดตั้งว่าวัสดุรุ่นที่ขายในไทยรองรับสภาพแดดและการใช้งานในสระเกษตรหรือไม่

ปูพลาสติกแล้วทิ้งขอบสระให้โดนแดดได้ไหม

มาตรฐาน NRCS ฉบับเดียวกันให้ทำตามคำแนะนำผู้ผลิตเรื่องการป้องกันสภาพอากาศและรังสียูวี และงานวิจัยผ้าใบคอนกรีตของ Sukkunthata และคณะ (TSAEJ 2566) พบว่าความร้อนจากแสงแดดลดประสิทธิภาพวัสดุซีลรอยต่อ จึงควรสอบถามผู้ขายว่าส่วนที่พ้นน้ำต้องคลุมกลบหรือไม่

คุ้มไหมที่จะปูพลาสติกทั้งสระ

ขึ้นกับสามค่า คือราคาติดตั้งต่อตารางเมตร พื้นที่เปียก และมูลค่าน้ำที่ประหยัดได้ต่อฤดู บทความนี้มีสูตรและตัวอย่างสมมติ ถ้าดินซึมช้าอยู่แล้ว ปูพลาสติกอาจไม่คุ้ม แต่ถ้าสระเก็บน้ำไม่อยู่เลย พลาสติกอาจเป็นทางเดียวที่ได้น้ำกลับมา

รู้ได้อย่างไรว่าสระรั่วหรือแค่ระเหย

วัดระดับน้ำในสระตอนไม่มีฝนหลายวัน แล้ววางภาชนะเปิดปากกว้างลอยในสระ (น้ำในภาชนะอยู่ระดับเดียวกับน้ำสระ) วัดระดับที่ลดลงของทั้งสองที่ ส่วนต่างคือการซึม ถ้าสระลดเร็วกว่าภาชนะวันละหลายมิลลิเมตร นั่นคือน้ำซึมลงดิน วิธีนี้เป็นการทดสอบภาคสนามที่ผู้เขียนอธิบายเอง ไม่ใช่มาตรฐานจากแหล่งอ้างอิง

หญ้าแฝกช่วยกันรั่วหรือเปล่า

ไม่ใช่ หญ้าแฝกตามคู่มือกรมพัฒนาที่ดินปลูกเพื่อป้องกันขอบบ่อพัง ไม่ได้ใช้อุดการซึมของท้องบ่อ แนวปลูกคือสองแถว แถวแรกห่างขอบบ่อ 50 เซนติเมตร แถวที่สองที่ระดับน้ำสูงสุด