ดิน น้ำ ปุ๋ยเผยแพร่ 15 ตุลาคม 2569

ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิดกับระบบปิด ต่างกันอย่างไร และทำเองได้หรือไม่

เทียบธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิดกับระบบปิดตามคู่มือ วช. 2564 ขนาดหลุม วัสดุ ข้อควรระวังน้ำเค็มและสารเคมี และทำเองได้หรือไม่ พร้อมหน่วยงานที่ต้องถามก่อนขุด

ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิดกับระบบปิด ต่างกันอย่างไร และทำเองได้หรือไม่

คำตอบสั้น ๆ

ระบบเปิดใช้กับบ่อหรือที่ลุ่ม ระบบปิดใช้กับพื้นที่จำกัดและขุดมือได้ในระดับครัวเรือน บทความนี้เทียบสองระบบตามคู่มือ และบอกสิ่งที่ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน

คำตอบเร็ว: คู่มือธนาคารน้ำใต้ดินของ วช. (2564) แยกสองระบบตามที่ดิน ระบบเปิดใช้กับพื้นที่ที่มีบ่อหรือสระหรือที่ลุ่ม ปล่อยน้ำลงบ่อโดยตรงและขุด "สะดือ" ทะลุชั้นดินเหนียวลงถึงชั้นน้ำ ส่วนระบบปิดใช้กับพื้นที่จำกัดที่ขุดเป็นบ่อไม่ได้ ขุดหลุมแล้วใส่ท่อ PVC กับหินเรียงชั้น ระบบปิดระดับครัวเรือนขุดด้วยมือได้ แต่ผลกระทบต่อคุณภาพน้ำใต้ดิน เช่น สารเคมีเกษตรที่อาจไหลลงไป ยังไม่มีการศึกษาอย่างรอบด้าน และยังไม่พบประกาศทางการที่ยืนยันว่าต้องขออนุญาตหรือไม่ ให้สอบถามสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดหรือกรมทรัพยากรน้ำบาดาลก่อนลงมือ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569

ธนาคารน้ำใต้ดินกลายเป็นคำที่คนพูดถึงมากช่วงน้ำท่วมแล้งสลับกัน เพราะฟังดูเหมือนทางออกง่าย ๆ คือเอาน้ำหลากส่วนเกินฝากไว้ใต้ดินแล้วถอนใช้ตอนแล้ง แต่พอถามว่า "ระบบเปิดกับระบบปิดต่างกันอย่างไร" และ "ทำเองได้ไหม" คำตอบที่ได้ยินตามกลุ่มไลน์มักปนกันจนแยกไม่ออก บทความนี้ยึดคู่มือที่เป็นเอกสารวิชาการ คือ "คู่มือการทำธนาคารน้ำใต้ดิน" ที่จัดทำโดยมูลนิธิหลวงปู่สงฆ์ จันทสโรเพื่อการวิจัย เผยแพร่ผ่านระบบฐานข้อมูลของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ปี 2564 บวกข้อควรระวังจากเอกสารของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลที่กรมพัฒนาที่ดินนำมาเผยแพร่ (ปี 2562) และจะบอกตรง ๆ ว่าส่วนไหนยังไม่มีข้อมูลยืนยัน

ถ้าอยากรู้ภาพรวมว่าธนาคารน้ำใต้ดินคืออะไร ให้อ่านบทความหลักที่ธนาคารน้ำใต้ดินก่อน บทความนี้เจาะเฉพาะการเลือกระหว่างสองระบบ ส่วนขั้นตอนลงมือขุดอยู่ในบทความวิธีทำธนาคารน้ำใต้ดินในไร่นา

ธนาคารน้ำใต้ดินทำงานอย่างไรโดยย่อ

ภาพประกอบ ธนาคารน้ำใต้ดินทำงานอย่างไรโดยย่อ

หลักคิดคือช่วยให้น้ำผิวดินซึมลงสู่ชั้นน้ำใต้ดินได้เร็วขึ้นกว่าที่ธรรมชาติทำเอง ไม่ใช่การสร้างถังเก็บน้ำใต้ดิน น้ำที่ซึมลงไปจะรวมกับน้ำบาดาลที่มีอยู่ แล้วถอนกลับมาใช้ผ่านบ่อที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ ดังนั้นคุณสมบัติของดินและชั้นน้ำของแต่ละที่คือตัวกำหนดว่าจะได้ผลหรือไม่ คู่มือเองก็ให้เลือกระบบตามสภาพพื้นที่และความสามารถของผู้ทำ ไม่ได้ให้ใช้สูตรเดียวทุกที่

เอกสารของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลที่กรมพัฒนาที่ดินนำมาเผยแพร่ ให้ข้อควรระวังไว้ว่า ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่น้ำใต้ดินบางแห่งมีรสเค็มต้องทำด้วยความระมัดระวัง ต้องศึกษาคุณสมบัติทางเคมีและกายภาพของดินควบคู่กับข้อมูลอุทกธรณีวิทยาก่อนออกแบบ ต้องศึกษาทั้งผลดีและผลเสีย และต้องระวังการปนเปื้อนในพื้นที่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรม

เปรียบเทียบระบบเปิดกับระบบปิด

หัวข้อระบบเปิดระบบปิด
เหมาะกับที่แบบไหนมีบ่อหรือสระอยู่แล้ว หรือที่ลุ่มที่ขุดเป็นบ่อได้พื้นที่จำกัด ขุดเป็นบ่อไม่ได้
วิธีให้น้ำลงดินเติมน้ำลงบ่อหรือหลุมขุดโดยตรงน้ำไหลผ่านหินและวัสดุกรองในหลุมแล้วซึมลง
โครงสร้างหลักบ่อ ขุด "สะดือ" 3 จุด (หัว ท้าย กลาง) ทะลุชั้นดินเหนียวลงถึงชั้นน้ำ ลึกราว 7-12 เมตร และเปิดขอบบ่อให้น้ำไหลเข้าจากทุกทิศหลุมสี่เหลี่ยมหรือกลม มีบ่อพักลึกกว่าก้นหลุมราว 30 ซม. ใส่ท่อ PVC ระบายอากาศ ถมหินใหญ่ หินกลางหรืออิฐ กระเบื้อง เศษแก้ว แล้วหินเล็กด้านบน
งานขุดต้องใช้เครื่องจักรสำหรับบ่อและสะดือ ตามที่คู่มือระบุลำดับขั้นตอนเลือกพื้นที่ ขุดสะดือ และเปิดขอบบ่อระดับองค์กรใช้รถแบ็กโฮ ระดับครัวเรือนขุดด้วยมือได้
ข้อควรระวังหลักน้ำที่เติมลงบ่อเข้าชั้นน้ำเกือบโดยตรง ถ้าน้ำมีตะกอนหรือสารปนเปื้อนก็ไปถึงชั้นน้ำได้เร็ววัสดุถมต้องไม่เป็นพลาสติกหรือยางรถยนต์ และต้องมีตาข่ายดักตะกอนใต้ผิวหน้า
การบำรุงรักษาติดตามผลก่อนทำ ระหว่างทำ และหลังทำ 6 เดือนและ 12 เดือนระดับครัวเรือนควรดูแลผ่านกลุ่มระดับตำบลโดยมีหน่วยงานท้องถิ่นเป็นพี่เลี้ยง

ข้อมูลในตารางสรุปจากคู่มือของมูลนิธิหลวงปู่สงฆ์ จันทสโรเพื่อการวิจัยฉบับ 2564 ตัวเลขความลึกสะดือ 7-12 เมตรเป็นของตัวอย่างในคู่มือ ไม่ใช่ค่าที่ใช้ได้ทุกพื้นที่ ความลึกของชั้นน้ำที่ที่ดินคุณต้องถามผู้รู้ท้องถิ่น

ระบบเปิด ทำอย่างไรตามคู่มือ

คู่มือแบ่งเป็นสามขั้น ขั้นแรกเลือกพื้นที่ที่เป็นบ่อหรือที่ลุ่ม ขั้นสองขุดสะดือ ที่หัว ท้าย และกลางบ่อ ลึกทะลุชั้นดินเหนียวลงไปถึงชั้นน้ำ คู่มือยกตัวอย่างลึกประมาณ 7-12 เมตร ขั้นสามเปิดขอบบ่อให้น้ำไหลเข้าได้จากทุกทิศ

ภาคสนามที่ผมเจอบ่อย คือคนเห็นว่าบ่อกักน้ำไม่อยู่แล้วอยากให้ซึมลงเร็วขึ้น พอรู้ว่าระบบเปิดคือการเจาะทะลุดินเหนียวที่เคยทำหน้าที่ปิดก้นบ่อ ก็ต้องคิดย้อนว่าบ่อนั้นเก็บน้ำไว้ใช้ฤดูแล้งอยู่หรือเปล่า ถ้าเจาะทะลุแล้วน้ำในบ่อหายเร็วจนไม่มีไว้ใช้ผิวดิน ต้องชั่งน้ำหนักเองว่าจะแลกกับการเก็บใต้ดินหรือไม่ และต้องมีบ่อบาดาลหรือบ่อตื้นข้างเคียงไว้ถอนน้ำกลับมาใช้

เรื่องคุณภาพน้ำที่ปล่อยลงสะดือ คู่มือยอมรับว่ายังไม่มีการศึกษาเรื่องสารเคมีเกษตรอย่างรอบด้านโดยเฉพาะกรณีก้นบ่อถึงชั้นหินให้น้ำ ผมจึงไม่ขอบอกว่าปล่อยน้ำจากแปลงที่ฉีดพ่นสารเคมีลงระบบเปิดได้ปลอดภัย การที่คู่มือไม่ระบุตัวเลขไว้ คือสัญญาณว่าเกษตรกรไม่ควรคาดเดาเอง

ระบบปิด ทำอย่างไรตามคู่มือ

คู่มือแยกขนาดหลุมไว้สองระดับ ระดับองค์กรที่ใช้รถแบ็กโฮ หลุมกว้าง 1 เมตร ลึก 2 เมตร ความยาวตามพื้นที่ บ่อพักลึก 30-50 ซม. ท่อ PVC 2 นิ้ว ยาวราว 2.5 เมตร หินเขื่อนขนาด 3-15 นิ้ว เรียงเป็นสี่ส่วนคือหินใหญ่ 10-15 นิ้ว หนึ่งส่วน หินกลาง 5-10 นิ้ว สองส่วน หินเล็ก 3-5 นิ้ว หนึ่งส่วน และขึงตาข่ายเขียวหรืออวนประมงใต้ผิวหน้า 10-20 ซม. เพื่อกรองตะกอนดิน

ระดับครัวเรือนที่ขุดด้วยมือ หลุมกว้าง 30-80 ซม. ลึก 50-120 ซม. บ่อพัก 30x30x30 ซม. ท่อ PVC 1.5-2 นิ้ว ยาวราว 1.2-1.5 เมตร ตาข่ายหรืออวนละเอียดใต้ผิวหน้า 10-15 ซม. คู่มือระบุให้เลี่ยงขวดพลาสติก ยางรถยนต์ และวัสดุที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ตามที่เห็นในคู่มือ ระบบปิดมีขนาดเล็กกว่าระบบเปิดมาก หลุมครัวเรือนกว้างแค่ 30-80 ซม. จึงรับน้ำได้ไม่เหมือนบ่อ คู่มือไม่ได้ให้ตัวเลขว่าหลุมหนึ่งรับน้ำได้เท่าไร ดังนั้นผมไม่ขอยืนยันปริมาณน้ำที่เติมลงใต้ดินได้

ทำเองได้หรือไม่

คำตอบแยกสามส่วน

  • ด้านแรงงานและเครื่องมือ ระบบปิดระดับครัวเรือนในคู่มือขุดด้วยมือได้ ส่วนระบบเปิดและระบบปิดระดับองค์กรต้องใช้เครื่องจักร
  • ด้านวิชาการ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลแนะให้ศึกษาดินและน้ำใต้ดินร่วมกันก่อนออกแบบ ทำเองโดยไม่รู้ว่าชั้นน้ำที่ดินเป็นน้ำเค็มหรือไม่ มีความเสี่ยง
  • ด้านกฎหมาย พ.ร.บ.น้ำบาดาล พ.ศ. 2520 นิยามคำว่า "ระบายน้ำลงบ่อน้ำบาดาล" ว่าหมายถึงการกระทำใด ๆ ที่ทำให้น้ำหรือของเหลวอื่นลงไปในบ่อน้ำบาดาล และนับเป็น "กิจการน้ำบาดาล" แต่ผมยังไม่พบประกาศที่ยืนยันว่าหลุมซึมที่ขุดด้วยมือและไม่ได้ลงถึงชั้นน้ำบาดาลอยู่ในนิยามนี้หรือไม่ จึงไม่ฟันธง ให้ถามสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด หรือกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ก่อนเริ่มขุด

เรื่องใบอนุญาตบ่อบาดาลทั่วไป อ่านเพิ่มที่ขุดบ่อบาดาลใช้ในฟาร์มต้องขอใบอนุญาตไหม กรมทรัพยากรน้ำบาดาลระบุว่าบ่อที่ลึกเกิน 15 เมตรเป็นน้ำบาดาลตามกฎหมาย (ข้อมูลหน้าเว็บปี 2564 ให้ตรวจสอบเกณฑ์ปัจจุบันอีกครั้ง)

เลือกอย่างไรตามสภาพที่ดินของคุณ

  1. ดูว่ามีบ่อหรือที่ลุ่มอยู่แล้วไหม ถ้ามี ระบบเปิดเป็นทางเลือกที่คู่มือชี้ไว้ แต่ต้องคำนึงเรื่องบ่อที่ใช้เก็บน้ำผิวดินด้วย
  2. ดูพื้นที่ว่าง ถ้าขุดบ่อไม่ได้ ระบบปิดเป็นทางเลือกที่คู่มือชี้ไว้
  3. ถามเรื่องชั้นน้ำ ใช้แผนที่น้ำบาดาลและข้อมูลบ่อใกล้เคียงที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลแนะนำ เพื่อประเมินความลึกและศักยภาพก่อนตัดสินใจ ถ้าพื้นที่อยู่ในเขตน้ำเค็ม ให้ปรึกษาก่อนเสมอ ดูเรื่องน้ำกร่อยที่น้ำบาดาลรสกร่อยรดผัก
  4. ดูแหล่งน้ำที่จะเติม น้ำฝนจากหลังคาสะอาดกว่าน้ำไหลบ่าจากแปลงที่ใช้สารเคมี เรื่องนี้เป็นข้อเสนอจากหลักคิดการลดการปนเปื้อน ไม่ใช่ข้อกำหนดในคู่มือ
  5. ถามกฎหมายท้องถิ่น ติดต่อสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดหรือกรมทรัพยากรน้ำบาดาลก่อนลงมือ

เรื่องต้นทุน

ผมไม่พบตัวเลขต้นทุนของแต่ละระบบในคู่มือที่เปิดอ่าน และไม่ขอยกราคาที่ไม่มีแหล่งที่มา ถ้าจะประเมินเอง ให้ใช้สูตรเดียวกับงานฟาร์มอื่น ต้นทุนรวม = ต้นทุนคงที่ + ต้นทุนผันแปร และต้นทุนต่อหน่วย = ต้นทุนรวม ÷ ปริมาณ ต้นทุนคงที่คือค่าจ้างรถขุด ค่าท่อ ค่าหิน ค่าตาข่าย ส่วนต้นทุนผันแปรคือค่าแรงดูแลและค่าตรวจน้ำ ถ้ากำหนดว่าระบบนี้ใช้งานกี่ปีและรับน้ำได้กี่ลูกบาศก์เมตรต่อปี ก็หารได้ แต่ตัวหารเรื่องปริมาณน้ำที่เติมได้จริงยังไม่มีข้อมูลยืนยัน การคำนวณจึงเป็นได้แค่ตัวอย่างฝึกคิด ขอให้ใช้ราคาที่ได้ใบเสนอจริงของท้องถิ่น

เทียบทางเลือกอื่นที่ผู้ใช้น้ำควรชั่งน้ำหนักควบคู่ เช่น เจาะบ่อบาดาลเองหรือซื้อน้ำ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เข้าใจว่าธนาคารน้ำใต้ดินคือที่เก็บน้ำที่ถอนคืนได้เท่าเดิม ทั้งที่คู่มือไม่ได้ให้ตัวเลขอัตราการซึมหรือปริมาณน้ำที่เก็บได้
  • ปล่อยน้ำจากแปลงที่ใช้สารเคมีลงหลุมโดยไม่คิด ทั้งที่คู่มือยอมรับว่าผลของสารเคมีเกษตรต่อน้ำใต้ดินยังไม่ได้ศึกษาอย่างรอบด้าน
  • ถมหลุมด้วยขวดพลาสติกหรือยางรถยนต์เพราะหาง่าย ซึ่งคู่มือระบุให้เลี่ยง
  • ไม่ใส่ตาข่ายดักตะกอนใต้ผิวหน้า ทำให้ดินโคลนอุดหลุมเร็ว
  • ขุดในพื้นที่เสี่ยงน้ำเค็มหรือใกล้โรงงานโดยไม่ตรวจก่อน ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเตือนไว้ในเอกสารปี 2562
  • ไม่ตรวจติดตามผล ทั้งที่คู่มือกำหนดไว้ก่อนทำ ระหว่างทำ และหลังทำ 6 และ 12 เดือน

เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ

  • รู้แล้วว่าที่ดินมีบ่อ สระ หรือที่ลุ่มพอจะทำระบบเปิดหรือไม่
  • ถามสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดหรือกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเรื่องการอนุญาต และจดชื่อผู้ตอบพร้อมวันที่
  • ตรวจว่าพื้นที่อยู่ในเขตน้ำเค็มหรือใกล้แหล่งปนเปื้อนหรือไม่
  • เลือกแหล่งน้ำที่จะเติมและแยกน้ำจากบริเวณผสมสารเคมี
  • เตรียมวัสดุตามคู่มือ ไม่ใช้พลาสติกหรือยาง
  • วางแผนวัดระดับน้ำและตรวจคุณภาพน้ำก่อนทำ และหลังทำ 6 และ 12 เดือน
  • ตกลงคนดูแลและวิธีล้างตะกอน

สรุป

ระบบเปิดเหมาะกับที่มีบ่อหรือที่ลุ่มและต้องใช้เครื่องจักร ส่วนระบบปิดเหมาะกับพื้นที่จำกัดและระดับครัวเรือนขุดมือได้ แต่ทั้งสองระบบยังมีสิ่งที่ไม่มีข้อมูลยืนยัน คือปริมาณน้ำที่เติมได้ ผลต่อคุณภาพน้ำใต้ดิน และเรื่องการขออนุญาต ก่อนลงมือควรถามสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดหรือกรมทรัพยากรน้ำบาดาล และตรวจพื้นที่เรื่องน้ำเค็มหรือการปนเปื้อน ข้อมูล ณ ต.ค. 2569

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄คู่มือการทำธนาคารน้ำใต้ดิน (วช. 2564) — ระบบเปิด ระบบปิด ขนาดหลุม วัสดุ และการติดตามผล (https://dkmmap.nrct.go.th/dkmmap-2021/dkm-dm/upload_manual/64-088.pdf)
  • 📄กรมพัฒนาที่ดิน (สไลด์ธนาคารน้ำใต้ดิน แหล่งข้อมูล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล 2562) — ข้อควรระวังด้านน้ำเค็ม ดิน และการปนเปื้อน (https://www.ldd.go.th/WEB_Download/Data/Info/Professor/UndergroundBank/UB.pdf)
  • 📄พระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520 — นิยามน้ำบาดาลและการระบายน้ำลงบ่อน้ำบาดาล (https://hydrolaw.thaiwater.net/พระราชบัญญัติน้ำบาดาล-พ/)
  • 📄กรมทรัพยากรน้ำบาดาล — เขตน้ำบาดาลและความลึกเกิน 15 เมตร (https://www.dgr.go.th/th/newsAll/124/5677)
  • 📄กรมทรัพยากรน้ำบาดาล — การประเมินศักยภาพน้ำบาดาลเบื้องต้นจากแผนที่น้ำบาดาล (https://www.dgr.go.th/th/newsAll/124/5210)
  • 📄กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (MNRE Hub) — การเลือกพื้นที่ที่เลี่ยงน้ำใต้ดินปนเปื้อน (https://hub.mnre.go.th/th/knowledge/detail/65377)

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ระบบเปิดกับระบบปิดต่างกันตรงไหน

ระบบเปิดเติมน้ำลงบ่อหรือหลุมขุดโดยตรงและมีสะดือทะลุชั้นดินเหนียว ส่วนระบบปิดเป็นหลุมที่ใส่ท่อ PVC และหินเรียงชั้น เหมาะกับที่ดินจำกัด

ธนาคารน้ำใต้ดินทำเองในสวนได้ไหม

ระบบปิดระดับครัวเรือนในคู่มือขุดด้วยมือได้ แต่ควรถามหน่วยงานเรื่องการอนุญาตและคุณภาพน้ำก่อน เพราะยังไม่พบประกาศที่ยืนยันเรื่องนี้

ต้องขออนุญาตหรือไม่

ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน กฎหมายน้ำบาดาลนิยามการระบายน้ำลงบ่อน้ำบาดาลเป็นกิจการน้ำบาดาล ให้สอบถามสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดหรือกรมทรัพยากรน้ำบาดาล

หลุมหนึ่งรับน้ำได้กี่ลูกบาศก์เมตร

คู่มือไม่ให้ตัวเลข จึงไม่ขอระบุ การรับน้ำขึ้นกับดินและชั้นน้ำของแต่ละพื้นที่

ทำในภาคอีสานได้ไหม

กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเตือนว่าที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางแห่งน้ำใต้ดินเค็ม ต้องระมัดระวังและศึกษาดินกับน้ำใต้ดินก่อนออกแบบ

ควรตรวจอะไรหลังทำ

คู่มือกำหนดให้ติดตามผลก่อนทำ ระหว่างทำ และหลังทำ 6 และ 12 เดือน ผมแนะนำให้จดระดับน้ำและตรวจคุณภาพน้ำในบ่อใกล้เคียงทุกรอบด้วย