คำตอบเร็ว: CITES คืออนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ปลาสวยงามส่วนใหญ่ที่ฟาร์มไทยเพาะเลี้ยงส่งออก เช่น ปลาหางนกยูง ปลาสอด ปลาเทวดา ไม่อยู่ในบัญชี CITES จึงส่งออกได้ตามขั้นตอนปกติของกรมประมง แต่บางชนิด เช่น ปลาอโรวาน่า (ปลามังกร) อยู่ในบัญชี CITES ที่มีการควบคุมเข้มงวด แม้จะเพาะพันธุ์ในฟาร์มก็ยังต้องขอใบอนุญาต CITES จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารอนุสัญญา CITES ของไทย ควบคู่กับการประสานกรมประมงในฐานะหน่วยงานดูแลสัตว์น้ำ ผู้ส่งออกที่ไม่มีใบอนุญาตเมื่อชนิดนั้นอยู่ในบัญชี CITES มีความผิดตามกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าของไทย
ผู้เพาะเลี้ยงปลาสวยงามเพื่อส่งออกจำนวนไม่น้อยไม่รู้ว่าปลาที่ตัวเองเลี้ยงอยู่ในบัญชี CITES หรือไม่ บางรายเข้าใจว่าถ้าเพาะพันธุ์เองในฟาร์มไม่ใช่จับจากธรรมชาติ ก็ไม่ต้องขอใบอนุญาตอะไรเพิ่ม ซึ่งไม่ถูกต้องเสมอไป โดยเฉพาะชนิดที่มีมูลค่าสูงและเป็นที่นิยมในตลาดต่างประเทศอย่างปลาอโรวาน่า ที่แม้จะเพาะเลี้ยงในฟาร์มก็ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของ CITES และต้องผ่านขั้นตอนขอใบอนุญาตก่อนส่งออกทุกครั้ง บทความนี้จะอธิบายว่า CITES ควบคุมอะไรบ้าง ปลาสวยงามชนิดไหนที่ต้องระวัง เอกสารที่ต้องเตรียม และบทลงโทษหากส่งออกโดยไม่มีใบอนุญาต
CITES คืออะไร ควบคุมอะไรบ้าง
CITES (Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora) เป็นอนุสัญญาระหว่างประเทศที่มีเป้าหมายป้องกันไม่ให้การค้าระหว่างประเทศส่งผลกระทบต่อการอยู่รอดของชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าในธรรมชาติ โดยแบ่งชนิดพันธุ์ที่ควบคุมออกเป็นบัญชีตามระดับความเสี่ยง บัญชีที่ 1 คือชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ที่สุดและห้ามค้าเชิงพาณิชย์เว้นแต่มีเงื่อนไขพิเศษ เช่น เพาะพันธุ์ในฟาร์มที่จดทะเบียนถูกต้องกับสำนักเลขาธิการ CITES บัญชีที่ 2 คือชนิดที่ยังไม่ใกล้สูญพันธุ์แต่ต้องควบคุมการค้าไม่ให้กระทบประชากรในอนาคต และบัญชีที่ 3 คือชนิดที่ประเทศสมาชิกขอความร่วมมือควบคุมเป็นการเฉพาะ ในประเทศไทย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานบริหารอนุสัญญา (Management Authority) ที่ออกใบอนุญาตนำเข้า-ส่งออกชนิดพันธุ์ที่อยู่ในบัญชี CITES
ชนิดสัตว์น้ำสวยงามที่อยู่ในบัญชี CITES
ปลาสวยงามที่นิยมเลี้ยงและส่งออกส่วนใหญ่ เช่น ปลาหางนกยูง ปลาสอด ปลาเทวดา ปลาทอง ปลากัด ไม่ได้อยู่ในบัญชี CITES จึงส่งออกได้ตามขั้นตอนปกติผ่านกรมประมงโดยไม่ต้องขอใบอนุญาต CITES เพิ่มเติม แต่มีสัตว์น้ำสวยงามบางชนิดที่อยู่ในบัญชี CITES และต้องระวังเป็นพิเศษ ตัวอย่างที่รู้จักกันดีคือปลาอโรวาน่า (ปลามังกร) ซึ่งอยู่ในบัญชีที่ 1 แต่มีข้อกำหนดพิเศษให้ปลาที่เพาะพันธุ์ในฟาร์มที่จดทะเบียนถูกต้องและมีการฝังไมโครชิปพร้อมเอกสารรับรองแหล่งกำเนิดสามารถค้าขายได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด นอกจากนี้ปลากระเบนน้ำจืดบางชนิดในสกุล Potamotrygon และปะการัง/สัตว์น้ำสวยงามทะเลบางชนิดก็อยู่ในบัญชี CITES เช่นกัน เนื่องจากรายชื่อชนิดพันธุ์ในบัญชี CITES มีการทบทวนปรับปรุงเป็นระยะ ผู้เพาะเลี้ยงควรตรวจสอบสถานะล่าสุดของชนิดที่ตนเองเลี้ยงกับกรมอุทยานแห่งชาติฯ หรือกรมประมงก่อนวางแผนส่งออกทุกครั้ง ไม่ควรอ้างอิงจากรายชื่อเก่าที่อาจไม่ทันปัจจุบัน
เอกสาร/ใบอนุญาตที่ต้องขอก่อนส่งออก
- ตรวจสอบสถานะ CITES ของชนิดปลาที่จะส่งออก กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าอยู่ในบัญชีใดหรือไม่อยู่ในบัญชีเลย
- จดทะเบียนฟาร์มเพาะพันธุ์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากเป็นชนิดที่อยู่ในบัญชี CITES โดยเฉพาะบัญชีที่ 1 ต้องมีการจดทะเบียนฟาร์มและระบบพิสูจน์แหล่งกำเนิดที่ตรวจสอบได้ เช่น การฝังไมโครชิปในปลาแต่ละตัว
- ยื่นขอใบอนุญาต CITES (Export Permit) จากกรมอุทยานแห่งชาติฯ ก่อนส่งออกทุกครั้งสำหรับชนิดที่อยู่ในบัญชี พร้อมเอกสารประกอบแหล่งที่มาของสัตว์น้ำ
- ประสานกรมประมงในฐานะหน่วยงานดูแลสัตว์น้ำ เพื่อขอเอกสารสุขอนามัยสัตว์น้ำหรือเอกสารประกอบอื่นตามที่ประเทศปลายทางกำหนด
- เตรียมเอกสารประกอบการขนส่งระหว่างประเทศ เช่น ใบรับรองแหล่งกำเนิดฟาร์ม บันทึกการเพาะพันธุ์ ให้พร้อมสำหรับการตรวจสอบที่ด่านศุลกากรทั้งขาออกและปลายทาง
| สถานะปลา | ตัวอย่างชนิด | เอกสารที่ต้องเตรียม |
|---|---|---|
| ไม่อยู่ในบัญชี CITES | ปลาหางนกยูง ปลาสอด ปลาเทวดา ปลาทอง | เอกสารส่งออกสัตว์น้ำปกติผ่านกรมประมง |
| อยู่ในบัญชี CITES ที่ 1 (มีเงื่อนไขพิเศษสำหรับฟาร์มเพาะพันธุ์) | ปลาอโรวาน่า (ปลามังกร) | ทะเบียนฟาร์ม ไมโครชิป ใบอนุญาต CITES จากกรมอุทยานแห่งชาติฯ |
| อยู่ในบัญชี CITES ที่ 2 (บางชนิด) | ปลากระเบนน้ำจืดบางชนิด ปะการัง/สัตว์น้ำสวยงามทะเลบางชนิด | ใบอนุญาต CITES ตามเงื่อนไขที่กำหนด ตรวจสอบชนิดล่าสุดก่อนทุกครั้ง |
บทลงโทษถ้าส่งออกโดยไม่มีใบอนุญาต
การส่งออกชนิดพันธุ์ที่อยู่ในบัญชี CITES โดยไม่มีใบอนุญาตถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าของไทยซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอนุสัญญา CITES ภายในประเทศ มีทั้งโทษปรับและโทษจำคุกตามความร้ายแรงของการกระทำ นอกจากนี้สัตว์น้ำที่ตรวจพบว่าส่งออกโดยไม่มีเอกสารถูกต้องอาจถูกอายัดหรือยึดที่ด่านศุลกากรทั้งฝั่งไทยและประเทศปลายทาง ทำให้ผู้ส่งออกเสียทั้งสินค้าและความน่าเชื่อถือกับคู่ค้า เนื่องจากอัตราโทษตามกฎหมายอาจมีการปรับปรุงแก้ไข ผู้เพาะเลี้ยงควรตรวจสอบอัตราโทษที่บังคับใช้ปัจจุบันกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือที่ปรึกษากฎหมายก่อนดำเนินการส่งออก
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- คิดว่าปลาที่เพาะพันธุ์เองในฟาร์มไม่อยู่ภายใต้ CITES ทั้งที่บางชนิดอย่างปลาอโรวาน่ายังต้องขอใบอนุญาตแม้เพาะพันธุ์ในฟาร์มก็ตาม
- ไม่ตรวจสอบสถานะ CITES ล่าสุดก่อนส่งออก ใช้ข้อมูลเก่าที่รายชื่อชนิดพันธุ์อาจเปลี่ยนแปลงไปแล้ว
- ไม่จดทะเบียนฟาร์มเพาะพันธุ์ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ทำให้ไม่มีเอกสารพิสูจน์แหล่งกำเนิดเมื่อต้องขอใบอนุญาตส่งออก
- ติดต่อเฉพาะกรมประมงโดยไม่ประสานกรมอุทยานแห่งชาติฯ สำหรับชนิดที่อยู่ในบัญชี CITES ทำให้เอกสารไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด
- ส่งออกโดยไม่มีใบอนุญาตเพราะคิดว่าปริมาณน้อยไม่มีปัญหา ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด เพราะกฎหมายไม่ได้ยกเว้นตามปริมาณ
สรุป
CITES ควบคุมการค้าระหว่างประเทศของชนิดพันธุ์ที่เสี่ยงสูญพันธุ์ ปลาสวยงามทั่วไปส่วนใหญ่ไม่อยู่ในบัญชีจึงส่งออกได้ตามปกติ แต่ชนิดมูลค่าสูงอย่างปลาอโรวาน่ายังต้องขอใบอนุญาตแม้เพาะพันธุ์ในฟาร์มเอง ผู้เพาะเลี้ยงควรตรวจสอบสถานะ CITES ของชนิดที่ตนเลี้ยงกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชอยู่เสมอ จดทะเบียนฟาร์มให้ถูกต้อง และเตรียมเอกสารครบก่อนส่งออกทุกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงถูกอายัดสินค้าหรือถูกดำเนินคดี ดูข้อมูลกฎหมายและมาตรฐานเกษตรอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ในหมวด ข่าว กฎหมาย มาตรฐาน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช — ระบบขอใบอนุญาตนำเข้า-ส่งออกชนิดพันธุ์ตามอนุสัญญา CITES ของไทย
- กรมประมง — ระเบียบการส่งออกสัตว์น้ำสวยงามและการประสานงานด้านสัตว์น้ำที่เกี่ยวข้องกับ CITES
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
ประกาศเขตภัยพิบัติทางการเกษตร เกษตรกรขอรับเงินชดเชยอย่างไร
เงื่อนไขการประกาศเขตภัยพิบัติทางการเกษตร ขั้นตอนยื่นขอรับเงินชดเชยทีละขั้น และหลักการกำหนดอัตราชดเชยตามชนิดพืชและสัตว์
ปฏิทินโควตานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีนี้ เปิด-ปิดช่วงไหน กระทบราคาในประเทศอย่างไร
โครงสร้างโควตานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ผูกกับฤดูเก็บเกี่ยวในประเทศ เงื่อนไขมาตรการ 3 ต่อ 1 และผลต่อราคาข้าวโพดในประเทศแต่ละช่วง
ระบบตรวจสอบย้อนกลับ QR Trace สินค้าเกษตร ใช้งานอย่างไรให้ผ่านมาตรฐาน
ขั้นตอนสมัครใช้งานระบบ QR Trace ตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตร ข้อมูลที่ต้องบันทึกทุกล็อต และประโยชน์ต่อการต่อรองราคากับผู้รับซื้อ
ข้อบังคับใหม่เรื่องบรรจุภัณฑ์อาหารสัตว์ ผู้ผลิตรายย่อยต้องปรับตัวอย่างไร
สรุปสาระข้อบังคับบรรจุภัณฑ์และฉลากอาหารสัตว์ตาม พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 พร้อมสิ่งที่ผู้ผลิตรายย่อยต้องปรับก่อนถูกตรวจสอบ
มาตรการรับมือราคายางพาราตกต่ำ ภาครัฐมีแผนอะไรปีนี้
เจาะลึกสามมาตรการหลักที่ภาครัฐใช้รับมือราคายางพาราตกต่ำ ทั้งประกันรายได้ รักษาเสถียรภาพราคา และส่งเสริมการใช้ยางในประเทศ พร้อมเงื่อนไขเข้าร่วมและวิเคราะห์ผลกระทบต่อราคาจริง
ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกพืชกระท่อม ทำอย่างไรให้ถูกกฎหมาย
ปลูกกระท่อมใช้เอง/ขายใบสดไม่ต้องขึ้นทะเบียนเฉพาะ แต่แปรรูปเป็นอาหาร เปิดร้านขาย หรือส่งออก ต้องขออนุญาตหน่วยงานต่างกัน พร้อมเอกสารที่ต้องเตรียมและข้อจำกัดตามกฎหมาย
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

หนังสือเกษตร คู่มือการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และปลากระชังเงินล้าน : สัตว์น้ำ ปลากระชัง การเลี้ยงปลา การเลี้ยงสัตว์น้ำ
ดูรายละเอียด
หนังสือ ราคา 150 บาท คู่มือการเลี้ยงสัตว์น้ำและปลากระชัง...เงินล้าน : สัตว์น้ำ ปลากระชัง สัตว์และการเกษตร การเลี้ยงปลา
ดูรายละเอียด
กล่องพลาสติกใส BP 104 ใส่ผัก ผลไม้ (500 กรัม ราคายกลัง 600 ใบ สุดคุ้มค่า ใส่ผลไม้ ตามฤดูกาล สวยงาม
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
ปลาสวยงามทั่วไปอย่างปลาหางนกยูงต้องขอใบอนุญาต CITES ไหม
ไม่ต้อง เพราะปลาสวยงามที่นิยมเลี้ยงทั่วไปอย่างปลาหางนกยูง ปลาสอด ปลาเทวดา ไม่ได้อยู่ในบัญชี CITES จึงส่งออกได้ตามขั้นตอนปกติผ่านกรมประมงโดยไม่ต้องขอใบอนุญาตเพิ่มเติม
ปลาอโรวาน่าที่เพาะพันธุ์ในฟาร์มยังต้องขอใบอนุญาตไหม
ต้องขอ เพราะปลาอโรวาน่าอยู่ในบัญชี CITES ที่ 1 แม้จะเพาะพันธุ์ในฟาร์มก็ยังต้องมีการจดทะเบียนฟาร์ม ฝังไมโครชิป และขอใบอนุญาต CITES จากกรมอุทยานแห่งชาติฯ ก่อนส่งออกทุกครั้ง
ต้องติดต่อหน่วยงานไหนก่อนเป็นอันดับแรก
ควรเริ่มจากตรวจสอบสถานะ CITES ของชนิดปลาที่จะส่งออกกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชก่อน เพราะเป็นหน่วยงานบริหารอนุสัญญา CITES ของไทย จากนั้นจึงประสานกรมประมงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสัตว์น้ำ
ถ้าไม่แน่ใจว่าปลาที่เลี้ยงอยู่ในบัญชี CITES หรือไม่ควรทำอย่างไร
ควรสอบถามโดยตรงกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือกรมประมงก่อนวางแผนส่งออก เพราะรายชื่อชนิดพันธุ์ในบัญชี CITES มีการทบทวนปรับปรุงเป็นระยะ ไม่ควรอ้างอิงจากข้อมูลเก่า
ถูกจับได้ว่าส่งออกโดยไม่มีใบอนุญาต จะเกิดอะไรขึ้น
สินค้าอาจถูกอายัดหรือยึดที่ด่านศุลกากร และผู้ส่งออกอาจถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าซึ่งมีทั้งโทษปรับและโทษจำคุก อัตราโทษที่แน่นอนควรตรวจสอบกับกรมอุทยานแห่งชาติฯ หรือที่ปรึกษากฎหมาย
