คำตอบสั้น ๆ
สรุปเงื่อนไขขอเงินช่วยเหลือภัยแล้งตามเกณฑ์ใหม่ที่มีผล 21 ส.ค. 2569 พร้อมแนวตัดสินใจ ถ้า...ให้ทำ อัตราต่อไร่ไม่ระบุเพราะข่าวไม่ตรงกัน ให้ตรวจกับเกษตรอำเภอ
คำตอบเร็ว: เงินช่วยเหลือเกษตรกรจากภัยแล้งเป็นเงินที่รัฐจ่ายตามระเบียบเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ไม่ใช่เงินที่ขอได้ทุกครั้งที่ขาดน้ำ ข่าวที่ผมเปิดอ่านสรุปเงื่อนไขหลักไว้ตรงกันคือ ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรไว้ก่อนเกิดภัย พื้นที่ต้องมีการประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ยื่นแบบ กษ 01 ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ผ่านการรับรองจากผู้นำชุมชนและประชาคมตรวจสอบ แล้วกรมบัญชีกลางโอนเงินผ่าน ธ.ก.ส. เกณฑ์ใหม่มีผลตั้งแต่ 21 สิงหาคม 2569 และจำกัดไม่เกิน 30 ไร่ต่อครัวเรือน ส่วนอัตราต่อไร่ ข่าวแต่ละฉบับรายงานไม่ตรงกัน บทความนี้จึงไม่ระบุตัวเลข ให้ตรวจกับเกษตรอำเภอ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569
เริ่มจากเข้าใจก่อนว่าเงินนี้มาจากไหน
เกษตรกรที่ผมคุยด้วยหลายคนเข้าใจว่าถ้าฝนทิ้งช่วงจนพืชเสียหาย แค่ไปแจ้งก็จะมีเงินเข้าบัญชี ความจริงที่ตรวจสอบได้จากข่าวคือ การช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินใช้ระเบียบของกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งผูกกับการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยก่อน ถ้าไม่มีประกาศ กลไกนี้ไม่เดิน
ผมต้องบอกตรง ๆ ว่าตัวระเบียบฉบับเต็มและตารางอัตราปัจจุบัน ผมเปิดอ่านจากต้นฉบับไม่ได้ ไฟล์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่พบเป็นภาพสแกน อ่านตัวหนังสือไม่ได้ และหนังสือด่วนของกระทรวงการคลังลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พบบนเว็บของเทศบาลก็อ่านอัตราไม่ได้ ข้อมูลในบทความนี้จึงมาจากข่าวที่สำนักข่าวใหญ่รายงานเกณฑ์ใหม่ และผมเลือกใช้เฉพาะส่วนที่แต่ละฉบับตรงกัน
เงื่อนไขที่ข่าวรายงานตรงกัน
| เรื่อง | สิ่งที่ข่าวรายงาน | แหล่งที่เปิดอ่าน |
|---|---|---|
| วันที่เกณฑ์ใหม่มีผล | 21 สิงหาคม 2569 | กรุงเทพธุรกิจ และเดลินิวส์ รายงานตรงกัน |
| เพดานพื้นที่ | ไม่เกิน 30 ไร่ต่อครัวเรือน | กรุงเทพธุรกิจ และเดลินิวส์ |
| การขึ้นทะเบียน | เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัย | กรุงเทพธุรกิจ |
| ประกาศพื้นที่ | ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน | กรุงเทพธุรกิจ |
| แบบคำขอ | แบบ กษ 01 ยื่นที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ผู้นำชุมชนรับรอง แล้วมีประชาคมตรวจสอบ | กรุงเทพธุรกิจ |
| การจ่ายเงิน | กรมบัญชีกลางโอนผ่าน ธ.ก.ส. | กรุงเทพธุรกิจ |
| ขอบเขต | ครอบคลุมเกษตรกรด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ | เดลินิวส์ |
ข่าวของเดลินิวส์ระบุเพิ่มว่าเกณฑ์ใหม่ครอบคลุมด้านประมงและปศุสัตว์ด้วย แต่รายละเอียดอัตราของสัตว์น้ำและสัตว์เลี้ยงผมไม่ได้ลงลึก บทความนี้เน้นเกษตรกรพืช ส่วนผู้เลี้ยงสัตว์หรือเลี้ยงปลาควรถามปศุสัตว์อำเภอหรือประมงอำเภอแยกต่างหาก
อีกประเด็นที่ควรรู้คือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเคยมีเกณฑ์ใหม่ที่มีผลตั้งแต่ 6 มีนาคม 2569 ตามที่เว็บสำนักประชาสัมพันธ์เขตพื้นที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ รายงาน แต่หน้าที่เปิดอ่านไม่ได้ให้รายละเอียดเฉพาะด้านการเกษตร ผมจึงไม่นำมาสรุปเป็นเงื่อนไขของเกษตรกร
ไม่ระบุอัตราต่อไร่ เพราะเหตุผลนี้
ถ้าค้นข่าวเกณฑ์ใหม่ปี 2569 จะเจอตารางอัตราต่อไร่ของพืชต่าง ๆ แต่ตัวเลขที่ผมเปิดอ่านจากหลายสำนักข่าวไม่ตรงกัน แม้แต่ข้าวซึ่งเป็นพืชที่ใช้กันมากที่สุดก็ยังพบตัวเลขต่างกันหลายค่า สาเหตุที่เป็นไปได้มีหลายอย่างเช่นสำนักข่าวอ้างถึงเอกสารคนละฉบับ คนละช่วงเวลา หรือคนละประเภทภัย แต่ผมไม่มีต้นฉบับมายืนยัน ถ้าผมเลือกตัวเลขหนึ่งมาเขียน ก็เท่ากับเดา และผู้อ่านอาจคำนวณเงินที่จะได้ผิดไปจากที่ควร
วิธีหาอัตราที่ถูกต้องคือถามเกษตรอำเภอว่า อัตราที่ใช้กับภัยแล้งรอบนี้ของพืชที่เราปลูกเท่าไร และใช้ตามประกาศฉบับไหน แล้วจดชื่อเจ้าหน้าที่กับวันที่ถามไว้ ผมแนะนำให้ขอดูเอกสารหรือถ่ายภาพประกาศที่ติดไว้ที่สำนักงาน เพราะตัวเลขเป็นสิ่งที่ผิดบ่อยที่สุดเวลาเล่าต่อ ๆ กัน
ตัดสินใจตามสถานการณ์ ถ้า...ให้ทำ
ส่วนนี้คือหัวใจของบทความ ผมจัดเป็นสถานการณ์ที่เกษตรกรเจอจริง แต่ละข้อบอกว่าควรทำอะไรต่อ ข้อความทั้งหมดอ้างอิงเงื่อนไขในตารางข้างต้น และข้อที่ไม่มีข้อมูล ผมบอกว่าให้ถามหน่วยงานใด
| ถ้าเป็นอย่างนี้ | ให้ทำ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้แล้ว และทะเบียนยังตรงกับแปลงที่ปลูก | เก็บภาพความเสียหายพร้อมวันที่ แล้วรอดูว่าจังหวัดมีประกาศเขตหรือไม่ ถามเกษตรอำเภอว่าเปิดรับ กษ 01 เมื่อไร | การรอประกาศเป็นเงื่อนไขของกลไกนี้ ตามที่ข่าวรายงาน |
| ยังไม่เคยขึ้นทะเบียน | ไปขึ้นทะเบียนที่สำนักงานเกษตรอำเภอหรืออบต. ที่รับ แล้วถามว่ารอบภัยนี้ยังเข้าเกณฑ์หรือไม่ | ข่าวระบุต้องขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัย จึงมีความเสี่ยงไม่เข้าเกณฑ์รอบนี้ แต่ต้องถามเจ้าหน้าที่ |
| ทะเบียนเก่า ปลูกพืชต่างจากที่ลงไว้ หรือย้ายแปลง | ขอปรับปรุงทะเบียนทันที ก่อนยื่น กษ 01 | ถ้าข้อมูลในทะเบียนไม่ตรงกับพื้นที่ที่เสียหาย อาจโดนตีกลับตอนประชาคมตรวจสอบ |
| พื้นที่ของเรายังไม่มีประกาศเขตภัยพิบัติ | เตรียมหลักฐานไว้ก่อน ถามที่ว่าการอำเภอหรือ ปภ. จังหวัดว่าอยู่ในขั้นตอนใด ไม่ควรจ่ายค่าดำเนินการให้ใคร | ไม่พบข้อมูลที่เปิดอ่านได้ว่าฤดูนี้จังหวัดใดประกาศเขตภัยแล้งแล้ว |
| ปลูกเกิน 30 ไร่ | เตรียมทราบล่วงหน้าว่าเพดานไม่เกิน 30 ไร่ต่อครัวเรือน | เป็นเพดานตามข่าว ไม่ได้แปลว่าต้องลดพื้นที่ปลูก |
| เช่าที่ทำกิน ไม่ใช่เจ้าของที่ดิน | ถามเกษตรอำเภอว่าต้องใช้เอกสารสิทธิ์หรือสัญญาเช่าแบบใดประกอบ | ผมไม่พบข้อมูลที่เปิดอ่านได้เรื่องเอกสารกรณีผู้เช่า จึงไม่คาดเดา |
| ต้องการเงินหมุนเวียนระหว่างรอ | ถามสาขา ธ.ก.ส. ว่ามีมาตรการสินเชื่อกรณีภัยแล้งหรือไม่ | มาตรการที่ข่าว 15 ต.ค. 2569 รายงานเป็นของน้ำท่วม |
| มีคนติดต่อมาขอค่าธรรมเนียมเพื่อช่วยให้ได้เงิน | หยุดโอน แล้วโทรตรวจสอบกับเกษตรอำเภอ | ข่าวระบุเงินโอนผ่าน ธ.ก.ส. โดยไม่มีค่าธรรมเนียม |
ถ้าพืชเสียหายแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นภัยแล้งหรือเป็นสาเหตุอื่น
เจ้าหน้าที่จะดูว่าความเสียหายมาจากภัยพิบัติตามประกาศหรือไม่ ถ้าแปลงเสียหายเพราะโรคแมลง หรือเพราะปลูกผิดช่วงเวลา แล้วเอามารวมเป็นภัยแล้ง อาจถูกตัดออกตอนตรวจสอบ ข้อนี้ผมอ้างจากหลักปฏิบัติทั่วไปของการตรวจสอบความเสียหาย ไม่ใช่ข้อความจากข่าวที่ผมเปิดอ่าน จึงแนะนำให้ถ่ายภาพหลายแบบ ทั้งดินแตกร้าว ใบเหี่ยว และสภาพแหล่งน้ำที่แห้ง เพื่อให้เห็นชัดว่าสาเหตุคือขาดน้ำ
ขั้นตอนยื่นเรื่อง ตามที่ข่าวรายงาน
ข่าวกรุงเทพธุรกิจเมื่อ 15 ตุลาคม 2569 อธิบายขั้นตอนไว้ค่อนข้างละเอียด แม้เนื้อหาเน้นน้ำท่วม แต่กลไกที่ใช้ระเบียบเงินทดรองราชการฉบับเดียวกัน ผมจึงนำมาเป็นแนวทาง แต่ขอย้ำว่าภัยแล้งอาจมีรายละเอียดต่างออกไป ให้ยืนยันกับเกษตรอำเภออีกครั้ง
- ตรวจสถานะทะเบียน ผ่านแอปพลิเคชันฟาร์มบุ๊ก (Farmbook) หรือไปสอบถามที่สำนักงานเกษตรอำเภอ เช็กว่าชื่อพืช พื้นที่ และชื่อเจ้าของแปลงตรงกับที่ปลูกจริง
- เตรียมภาพถ่ายความเสียหาย ข่าวระบุให้เห็นทั้งพื้นที่ที่เสียหายและตัวเกษตรกร ถ่ายหลายมุม ถ้าเป็นไปได้ให้มีวันที่และพิกัดในภาพ
- รับหรือดาวน์โหลดแบบ กษ 01 จากเว็บ disaster.doae.go.th หรือที่สำนักงานเกษตรอำเภอ (ผมเปิดเว็บนี้เองไม่ได้ เพราะเด้งไปหน้าเข้าสู่ระบบ จึงอ้างตามที่ข่าวระบุ)
- ให้ผู้นำชุมชนรับรอง เช่น ผู้ใหญ่บ้านหรือกำนัน ตามที่ข่าวสรุป
- แนบสำเนาบัญชี ธ.ก.ส. ที่เป็นชื่อเกษตรกร และสำเนาหลักฐานการขึ้นทะเบียน
- ยื่นที่สำนักงานเกษตรอำเภอ แล้วเข้าร่วมประชาคมตรวจสอบรายชื่อ
- ติดตามการโอนเงิน กรมบัญชีกลางโอนผ่าน ธ.ก.ส. เข้าบัญชี ไม่มีค่าธรรมเนียมตามข่าว
ปัญหาที่เจอบ่อยในขั้นตอนนี้คือ เลขบัญชีที่ให้ไว้กับเกษตรอำเภอไม่ตรงกับบัญชีที่ใช้อยู่ หรือบัญชีเก่าถูกปิดไปแล้ว ถ้าเงินโอนไม่เข้าก็ต้องเสียเวลาแก้ ควรเช็กกับ ธ.ก.ส. ก่อนยื่นว่าบัญชียังใช้งานอยู่ อีกเรื่องคือผู้นำชุมชนบางพื้นที่ไม่อยู่ ต้องนัดล่วงหน้า อย่ารอวันสุดท้ายที่เปิดรับ
เก็บหลักฐานให้ครบตั้งแต่วันแรกที่เห็นอาการ
จากข้อสังเกตที่ผมเจอในพื้นที่ คนที่เสียสิทธิ์บ่อยคือคนที่ไม่มีหลักฐานย้อนหลัง พอประกาศเปิดรับ ความเสียหายผ่านไปแล้วหลายสัปดาห์ แปลงถูกไถหรือเก็บไปแล้ว ไม่มีภาพให้เจ้าหน้าที่ดู ผมแนะนำให้ทำรายการหลักฐานง่าย ๆ ดังนี้
- ภาพแปลงเสียหายพร้อมวันที่ ถ่ายอย่างน้อยสามช่วง คือเริ่มเหี่ยว เหี่ยวมาก และตาย
- ภาพแหล่งน้ำที่แห้ง เช่น สระ คลอง หรือบ่อบาดาลที่ไม่มีน้ำ
- ภาพที่มีตัวเกษตรกรอยู่ในแปลง ข่าวระบุเงื่อนไขนี้ชัดเจน
- สมุดจดวันที่ปลูก วันที่รดน้ำ ต้นทุนที่ลงไป ใช้ประกอบเวลาคุยกับเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่เอกสารบังคับตามข่าว
- สำเนาทะเบียนเกษตรกร สำเนาบัญชี ธ.ก.ส. และบัตรประชาชน
ความต่างระหว่างเงินช่วยเหลือกับสินเชื่อ
เกษตรกรหลายคนสับสนว่าสองอย่างนี้คืออันเดียวกัน เงินช่วยเหลือตามระเบียบเงินทดรองราชการเป็นเงินที่รัฐจ่ายให้ ไม่ต้องคืน ส่วนสินเชื่อของ ธ.ก.ส. เป็นเงินกู้ที่ต้องชำระคืน แม้จะมีเงื่อนไขพิเศษ ข่าวกรุงเทพธุรกิจ 15 ตุลาคม 2569 รายงานมาตรการ ธ.ก.ส. กรณีน้ำท่วมว่า สินเชื่อฉุกเฉินให้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย ปลอดดอกเบี้ย 6 เดือนแรก และสินเชื่อฟื้นฟูไม่เกิน 500,000 บาท สายด่วน 02-555-0555 แต่ข่าวฉบับนั้นพูดถึงน้ำท่วมเท่านั้น ภัยแล้งจะใช้เงื่อนไขเดียวกันหรือไม่ ผมไม่พบข้อมูลที่เปิดอ่านได้ และเนื่องจากการสรุปตัวเลขจากข่าวอาจคลาดเคลื่อน จึงไม่ขอให้ใช้ตัวเลขเหล่านี้ตัดสินใจกู้ ให้ถามสาขาโดยตรง
ถ้าต้องกู้จริง ให้ดูบทความ เลือกสินเชื่อ ธ.ก.ส. หลังน้ำท่วม 2569 ซึ่งเขียนไว้สำหรับกรณีน้ำท่วม แล้วถามสาขาว่าเงื่อนไขภัยแล้งต่างจากนั้นอย่างไร
ข้อผิดพลาดที่ทำให้พลาดสิทธิ์
- ไม่ขึ้นทะเบียนไว้ก่อน ข่าวระบุว่าต้องขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัย การไปขึ้นหลังภัยมาแล้วเสี่ยงไม่เข้าเกณฑ์
- ปลูกพืชต่างจากที่ลงทะเบียนไว้ เช่น ทะเบียนเป็นข้าว แต่ปีนี้ปลูกพืชผัก ต้องปรับปรุงทะเบียนก่อน
- ยื่นเกินพื้นที่เสียหายจริง พื้นที่ที่ยื่นต้องตรงกับที่เสียหายและไม่เกิน 30 ไร่ต่อครัวเรือน
- ใช้บัญชีที่ไม่ใช่ชื่อตัวเอง หรือบัญชีที่ปิดไปแล้ว เงินจึงไม่เข้า
- เชื่อตัวเลขจากกลุ่มไลน์หรือเฟซบุ๊ก ตัวเลขอัตราต่อไร่ที่แชร์กันมักไม่ตรงกับประกาศล่าสุด
- จ่ายเงินให้นายหน้า เพื่อให้ช่วยยื่น ข่าวระบุเงินโอนตรงไม่มีค่าธรรมเนียม
รายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องความผิดพลาดที่ทำให้หลุดเกณฑ์ อ่านต่อได้ที่ ข้อผิดพลาดที่ทำให้เกษตรกรหลุดเกณฑ์เงินช่วยเหลือภัยแล้งและน้ำท่วม และกรณีที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนหรือพื้นที่ยังไม่ประกาศ อ่านที่ เกษตรกรไม่ได้ขึ้นทะเบียนหรือพื้นที่ยังไม่ประกาศเขตภัยพิบัติ ทำอย่างไร
เช็กลิสต์ก่อนไปสำนักงานเกษตรอำเภอ
- บัตรประชาชนและสำเนา
- สำเนาทะเบียนเกษตรกรหรือหลักฐานการขึ้นทะเบียน
- สำเนาสมุดบัญชี ธ.ก.ส. ที่ยังใช้งานได้ และมีชื่อเจ้าของตรงกัน
- ภาพถ่ายความเสียหายที่เห็นแปลงและตัวเกษตรกร พิมพ์หรือเก็บไว้ในโทรศัพท์
- แบบ กษ 01 กรอกให้ครบ (ถ้าดาวน์โหลดได้) หรือเตรียมข้อมูลไว้กรอกที่สำนักงาน
- รายชื่อผู้นำชุมชนที่จะรับรอง และเบอร์โทรติดต่อ
- ถามเจ้าหน้าที่: ประกาศเขตภัยพิบัติของพื้นที่เราออกหรือยัง อัตราของพืชที่เราปลูกเท่าไร ใช้ประกาศฉบับไหน ปิดรับเมื่อไร
ขั้นตอนการยื่นรอบน้ำท่วมที่เหมือนกันหลายส่วน อ่านเปรียบเทียบได้ที่ ขั้นตอนขอความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย 2569 และกรณีเฉพาะชาวนาอ่านที่ ถาม-ตอบเงินช่วยเหลือน้ำท่วมสำหรับชาวนา
สิ่งที่ผมตรวจสอบไม่ได้ และจะไม่เดาให้
- อัตราช่วยเหลือต่อไร่ของแต่ละพืช ข่าวไม่ตรงกัน และไม่มีต้นฉบับที่อ่านได้
- ฤดูแล้ง 2569/70 มีจังหวัดใดประกาศเขตภัยแล้งแล้วหรือไม่ ไม่พบข้อมูลที่เปิดอ่านได้
- เกณฑ์ความเสียหายเฉพาะภัยแล้ง เช่น ต้องเสียหายกี่เปอร์เซ็นต์ของแปลง ไม่พบในข่าวที่เปิดอ่าน
- การช่วยเหลือผู้เช่าที่ดินและเกษตรกรที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ไม่มีรายละเอียดที่ตรวจสอบได้
- สินเชื่อ ธ.ก.ส. สำหรับภัยแล้งว่าเงื่อนไขเดียวกับน้ำท่วมหรือไม่
- สถานะของเว็บ disaster.doae.go.th ในเวลาที่คุณอ่าน เพราะผมเปิดไม่ได้และอ้างตามข่าว
ทุกข้อข้างบน ให้ถามเกษตรอำเภอ ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด หรือสาขา ธ.ก.ส. ตามประเภทคำถาม และขอเอกสารอ้างอิงเสมอ
สรุป
เงินเยียวยาภัยแล้งไม่ใช่สิทธิ์ที่ได้เองเมื่อพืชเสียหาย แต่ต้องผ่านเงื่อนไขที่ข่าวสรุปไว้ตรงกัน คือขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้ก่อนเกิดภัย พื้นที่ต้องมีประกาศเขตจากผู้ว่าราชการจังหวัด ยื่น กษ 01 ที่เกษตรอำเภอ ผ่านการรับรองและประชาคม แล้วรับเงินผ่าน ธ.ก.ส. ภายใต้เกณฑ์ใหม่ที่มีผล 21 สิงหาคม 2569 และเพดาน 30 ไร่ต่อครัวเรือน
สิ่งที่ทำได้ทันทีคือตรวจทะเบียน เก็บภาพหลักฐานพร้อมวันที่ และโทรถามเกษตรอำเภอเรื่องประกาศเขตกับอัตราล่าสุด ส่วนตัวเลขต่อไร่ผมไม่ได้ระบุเพราะข่าวไม่ตรงกัน ข้อมูล ณ ต.ค. 2569 อาจเปลี่ยนได้ตามประกาศใหม่
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรุงเทพธุรกิจ เกณฑ์ใหม่ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ (ข่าว 1248794) — เงื่อนไขขึ้นทะเบียน ประกาศเขต แบบ กษ 01 การโอนผ่าน ธ.ก.ส. เพดาน 30 ไร่ และวันที่มีผล 21 สิงหาคม 2569 https://www.bangkokbiznews.com/news/1248794
- เดลินิวส์ เกณฑ์ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ (ข่าว 6129347) — วันที่มีผล เพดาน 30 ไร่ และขอบเขตด้านประมงและปศุสัตว์ https://www.dailynews.co.th/news/6129347/
- กรุงเทพธุรกิจ 15 ตุลาคม 2569 ขั้นตอนขอความช่วยเหลือเกษตรกร (ข่าว 1255530) — ขั้นตอนตรวจทะเบียน เอกสารที่ต้องใช้ ภาพถ่ายความเสียหาย และเงินโอนผ่าน ธ.ก.ส. ไม่มีค่าธรรมเนียม https://www.bangkokbiznews.com/news/1255530
- กรุงเทพธุรกิจ 15 ตุลาคม 2569 มาตรการ ธ.ก.ส. ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ข่าว 1253745) — สินเชื่อฉุกเฉินและสินเชื่อฟื้นฟู สายด่วน 02-555-0555 (มาตรการน้ำท่วม) https://www.bangkokbiznews.com/economics/1253745
- สำนักประชาสัมพันธ์เขต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เกณฑ์ใหม่ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย — การระบุว่าเกณฑ์ใหม่มีผลตั้งแต่ 6 มีนาคม 2569 (ไม่มีรายละเอียดเฉพาะด้านเกษตร) https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/481398
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
ปุ๋ยทางใบคืออะไร ใช้เมื่อไหร่ ใช้ทดแทนปุ๋ยทางดินได้หรือไม่
ปุ๋ยทางใบคือการให้ธาตุอาหารผ่านใบ ใช้เสริมหรือแก้อาการขาดธาตุที่ยืนยันแล้ว ไม่ใช่ตัวแทนปุ๋ยทางดิน บทความนี้สรุปจากแหล่งทางการพร้อมวิธีตัดสินใจ
พื้นที่ไหนห้ามหรือควบคุมการขุดบ่อบาดาล เกษตรกรเช็กได้ที่ไหนก่อนจ้างเจาะ
การจะเจาะบ่อบาดาลได้หรือไม่ขึ้นกับว่าที่ดินอยู่ในเขตแบบไหน บทความนี้แยกให้เห็นเขตน้ำบาดาล เขตวิกฤตการณ์ และเขตห้ามสูบตามกฎหมาย แล้วบอกว่าต้องเช็กรายแปลงที่หน่วยงานใดก่อนจ้างเจาะ
ค่าขุดเจาะบ่อบาดาลเพื่อการเกษตรเท่าไหร่ ราคาอ้างอิงภาครัฐกับราคาจริงต่างกันอย่างไร
ตัวเลขราคากลางที่ภาครัฐใช้กับงานบ่อบาดาลมีที่มาและเงื่อนไขชัด แต่ไม่ใช่ราคาที่ผู้รับเหมาเสนอให้เกษตรกร บทความนี้อ่านตัวเลขฉบับธันวาคม 2568 ให้ดู แล้วพาเทียบกับใบเสนอราคาจริงทีละรายการ
ดูงานเกษตรไต้หวัน ฟาร์มไหนน่าไป
ไม่มีแหล่งทางการจัดอันดับฟาร์มไต้หวัน บทความนี้จึงสอนวิธีตรวจสอบฟาร์มที่มีใบอนุญาต พร้อมเงื่อนไขเข้าไต้หวันแบบยกเว้นวีซ่า 14 วัน และกฎห้ามหิ้วผลไม้สดและพืช
ไปเก็บเบอร์รี่สวีเดน ต่างจากฟินแลนด์ยังไง
ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2569 สวีเดนหยุดออกใบอนุญาตทำงานกลุ่มคนเก็บเบอร์รี่ป่า ส่วนฟินแลนด์ต้องมีสัญญาจ้างและสถานทูตกรุงเทพฯ ปฏิเสธคำขอส่วนใหญ่ บทความนี้เทียบกฎสองประเทศเฉพาะส่วนที่ยืนยันได้จากแหล่งทางการ
พาเกษตรกรไปดูงานญี่ปุ่น เที่ยวสวนผลไม้และฟาร์มต้นแบบที่ไหนดี
วางทริปพาเกษตรกรไปดูสวนผลไม้และฟาร์มในญี่ปุ่นตามฤดูกาล พร้อมเงื่อนไขวีซ่าระยะสั้นและกฎกักพืชที่ต้องรู้ก่อนหิ้วผลไม้กลับไทย
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

หนังสือ คู่มือ การผลิต และ ซื้อขาย ไม้ล้อม พันล้าน : เกษตร พันธุ์ไม้ การซื้อไม้ การปลูกไม้ การขายไม้ วิธีขุดไม้ใหญ่
ดูรายละเอียด
คู่มือ ยางพารา สอนการปลูก ยาง หนังสือ เกษตร การคัดเลือกพันธุ์ การขยายพันธุ์ การกรีดยาง การแปรรูป การทำยางแผ่น US.Station
ดูรายละเอียด
ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน อุปกรณ์พรวนดิน อุปกรณ์จัดสวน อุปกรณ์เกษตร น้ำหนักเบา
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
เงินเยียวยาภัยแล้งต่อไร่ตอนนี้เท่าไร
ผมไม่ระบุตัวเลขให้ เพราะข่าวที่เปิดอ่านรายงานอัตราต่อไร่ไม่ตรงกันระหว่างสำนักข่าว เช่น อัตราของข้าวมีทั้งตัวเลขที่ต่างกันหลายค่า และผมเปิดอ่านประกาศฉบับเต็มที่เป็นทางการไม่ได้ (ไฟล์ที่พบเป็นภาพสแกนอ่านไม่ออก) สิ่งที่ตรงกันในข่าวคือเกณฑ์ใหม่มีผลตั้งแต่ 21 สิงหาคม 2569 และเพดานไม่เกิน 30 ไร่ต่อครัวเรือน ให้ถามอัตราล่าสุดของพืชที่คุณปลูกกับเกษตรอำเภอหรือสำนักงานเกษตรจังหวัดโดยตรง ข้อมูล ณ ต.ค. 2569
ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้ก่อนเกิดภัย ยังขอได้ไหม
ตามเงื่อนไขที่ข่าวสรุปไว้ เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัย ถ้ายังไม่ได้ขึ้นทะเบียนมีความเสี่ยงสูงว่าจะไม่เข้าเกณฑ์ช่วยเหลือรอบนี้ แต่ผมไม่ทราบว่าแต่ละจังหวัดมีมาตรการยืดหยุ่นหรือไม่ ให้ไปสอบถามเกษตรอำเภอตามกรณีของตัวเอง และควรขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนให้เป็นปัจจุบันทันทีไม่ต้องรอภัยครั้งหน้า
พื้นที่ของเรายังไม่มีการประกาศเขตภัยแล้ง ควรรอหรือยื่นไปก่อน
เงื่อนไขในข่าวระบุว่าต้องมีการประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าพื้นที่ยังไม่ประกาศ การยื่นคำขอไปก่อนอาจไม่มีผล แต่สิ่งที่ทำได้ทันทีคือถ่ายภาพความเสียหายพร้อมวันที่ จดวันที่เริ่มขาดน้ำ และสอบถามที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดว่าพื้นที่อยู่ในขั้นตอนใด ผมไม่พบข้อมูลที่เปิดอ่านได้ว่าฤดูนี้จังหวัดใดประกาศเขตภัยแล้งแล้ว
ยื่นเอกสารที่ไหน ต้องใช้อะไรบ้าง
จากข่าวของกรุงเทพธุรกิจที่เปิดอ่าน (15 ตุลาคม 2569 เนื้อหาเน้นน้ำท่วมแต่กลไกเดียวกัน) ให้ยื่นแบบ กษ 01 ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ โดยดาวน์โหลดแบบได้จากเว็บ disaster.doae.go.th หรือรับที่สำนักงาน แนบหลักฐานการขึ้นทะเบียน สำเนาบัญชี ธ.ก.ส. และภาพถ่ายความเสียหายที่เห็นพื้นที่และตัวเกษตรกร จากนั้นผู้นำชุมชนรับรอง และเข้าร่วมประชาคมตรวจสอบ ควรโทรถามเกษตรอำเภอก่อนไปเพราะเอกสารอาจต่างตามจังหวัด
เงินเข้าบัญชีทางไหน มีค่าธรรมเนียมหรือไม่
ข่าวที่เปิดอ่านระบุว่ากรมบัญชีกลางโอนเงินผ่าน ธ.ก.ส. เข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง และข่าวฉบับ 15 ตุลาคม 2569 ระบุว่าไม่มีค่าธรรมเนียม ถ้ามีใครโทรหรือทักแชตมาขอเก็บค่าดำเนินการเพื่อ 'ช่วยให้ได้เงินเร็ว' ให้สงสัยว่าเป็นมิจฉาชีพและตรวจสอบกับเกษตรอำเภอ
สินเชื่อ ธ.ก.ส. ช่วยภัยแล้งได้ไหม
ข่าวกรุงเทพธุรกิจ 15 ตุลาคม 2569 รายงานมาตรการ ธ.ก.ส. กรณีน้ำท่วม เช่น สินเชื่อฉุกเฉินไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย ปลอดดอกเบี้ย 6 เดือนแรก และสินเชื่อฟื้นฟูไม่เกิน 500,000 บาท โทร 02-555-0555 แต่ข่าวนั้นเป็นมาตรการน้ำท่วม ผมไม่พบข้อมูลที่เปิดอ่านได้ว่าภัยแล้งได้เงื่อนไขเดียวกันหรือไม่ จึงให้สอบถามสาขา ธ.ก.ส. ที่ตัวเองมีบัญชีอยู่ และเงื่อนไขข่าวอาจเปลี่ยนได้
