ประมงเผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

กระชังปลาน้ำท่วม ป้องกันและซ่อมอย่างไร

กระชังปลาน้ำท่วม ป้องกันก่อนน้ำมา ทำอะไรระหว่างน้ำหลาก ซ่อมหลังน้ำลด และอัตราเยียวยาปี 2569 ตร.ม.ละ 390 บาท ไม่เกิน 80 ตร.ม. พร้อมช่องทางแจ้งกรมประมงอำเภอ

กระชังปลาน้ำท่วม ป้องกันและซ่อมอย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

คนเลี้ยงปลาในกระชังตามแม่น้ำเจอความเสี่ยงต่างจากบ่อดิน บ่อดินกลัวน้ำล้นคัน แต่กระชังกลัวน้ำไหลแรง เมื่อระดับน้ำขึ้นเร็ว กระแสน้ำจะพาผักตบชวา ขยะ และท่

คำตอบเร็ว: กระชังปลาน้ำท่วมเสียหายได้ทั้งจากกระแสน้ำแรง ขยะและท่อนไม้ที่ลอยมาชน และเชือกยึดที่ขาด ก่อนน้ำมาให้เช็กจุดยึดและพิจารณาจับปลาขายก่อน ระหว่างน้ำหลากให้ความปลอดภัยของคนมาก่อน หลังน้ำลดให้ถ่ายรูปความเสียหาย วัดพื้นที่กระชังเป็นตารางเมตร แล้วแจ้งผ่านแบบ กษ 01 ออนไลน์หรือสำนักงานประมงอำเภอ อัตราเยียวยาตามหลักเกณฑ์ฯ พ.ศ. 2569 คือตารางเมตรละ 390 บาท ไม่เกินรายละ 80 ตารางเมตร ถ้าคำนวณแล้วต่ำกว่า 390 บาทให้ได้ 390 บาท (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

คนเลี้ยงปลาในกระชังตามแม่น้ำเจอความเสี่ยงต่างจากบ่อดิน บ่อดินกลัวน้ำล้นคัน แต่กระชังกลัวน้ำไหลแรง เมื่อระดับน้ำขึ้นเร็ว กระแสน้ำจะพาผักตบชวา ขยะ และท่อนไม้มาอัดหน้ากระชัง แรงกดทำให้เชือกยึดขาด ทุ่นเอียง ตาข่ายฉีก และปลาหลุดออกไปทั้งกระชังในคืนเดียว บทความนี้แบ่งงานเป็น 3 ช่วง คือก่อนน้ำมา ระหว่างน้ำหลาก และหลังน้ำลด พร้อมอัตราเยียวยากระชังที่ยืนยันจากเอกสารทางการ

ข้อควรรู้ก่อนอ่าน ณ ต.ค. 2569 ยังไม่พบคู่มือเชิงเทคนิคฉบับปี 2569 ของกรมประมงเรื่องการป้องกันกระชังหรือตาข่ายกันปลาหลุดในช่วงน้ำท่วม คำแนะนำด้านการป้องกันและซ่อมในบทความนี้จึงเป็นหลักปฏิบัติทั่วไปที่ไม่มีตัวเลขสเปก ถ้าต้องการรายละเอียดเฉพาะพื้นที่ ให้ปรึกษาสำนักงานประมงอำเภอ

ช่วงที่ 1: ก่อนน้ำมา เตรียมกระชังอย่างไร

ภาพประกอบ ช่วงที่ 1: ก่อนน้ำมา เตรียมกระชังอย่างไร

สัญญาณที่คนเลี้ยงกระชังในแม่น้ำสังเกตได้ก่อนคือสีน้ำเริ่มขุ่นแดง กระแสไหลเร็วขึ้น และมีผักตบกับเศษไม้ลอยมามากผิดปกติ เมื่อเห็นสัญญาณแบบนี้ให้เริ่มงานต่อไปนี้

  • ตัดสินใจเรื่องปลาที่ใกล้ได้ขนาด: ถ้าปลาใกล้จับขายแล้ว การจับก่อนกำหนดอาจลดความเสียหายได้มากกว่าการเสี่ยงรอ เพราะอัตราเยียวยาคิดตามพื้นที่กระชัง ไม่ได้คิดตามมูลค่าปลาที่เสียไป
  • ตรวจเชือกและจุดยึด: ไล่ดูเชือกที่เปื่อย ขึ้นรา หรือเสียดสีจนบาง และจุดผูกกับหลักหรือสมอทุกจุด เปลี่ยนเส้นที่ไม่แน่ใจ
  • ตรวจตาข่ายและทุ่น: ซ่อมรูขาดเล็ก ๆ ตั้งแต่ตอนนี้ เพราะเมื่อกระแสแรงรูเล็กจะฉีกกว้างเร็ว
  • เตรียมทางเลือกย้ายกระชัง: ถ้าพื้นที่มีจุดอับกระแสที่ปลอดภัยกว่า ให้คุยกับเพื่อนบ้านและผู้นำชุมชนไว้ก่อนว่าจะย้ายไปที่ไหน
  • เก็บหลักฐานสภาพก่อนน้ำมา: ถ่ายรูปกระชังทุกลูก วัดขนาดกว้างคูณยาวจดไว้ และเก็บใบเสร็จค่าพันธุ์ปลาและอาหาร หลักฐานชุดนี้มีค่ามากเมื่อต้องขอเยียวยาหลังน้ำลด
  • เช็กทะเบียน: ดูว่าคุณขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกับกรมประมงไว้แล้ว เพราะหลักเกณฑ์ช่วยเหลือเฉพาะผู้ที่ขึ้นทะเบียนไว้ก่อนเกิดภัยเท่านั้น

ช่วงที่ 2: ระหว่างน้ำหลาก อะไรทำได้ อะไรไม่ควรทำ

ภาพประกอบ ช่วงที่ 2: ระหว่างน้ำหลาก อะไรทำได้ อะไรไม่ควรทำ

ช่วงนี้เป็นช่วงที่คนเลี้ยงกระชังเสี่ยงชีวิตมากที่สุด เพราะอยากลงเรือออกไปกู้กระชัง กรมประมงตั้ง War Room ภายใต้ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการประมง (ศปภ.ปม.) มีเจ้าหน้าที่ 191 คน เรือ 58 ลำ และรถ 39 คัน ถ้าต้องการความช่วยเหลือให้ติดต่อหน่วยงานแทนการเสี่ยงเอง

  • อย่าออกเรือไปกระชังตอนกลางคืนหรือตอนกระแสแรง ไม่ว่าปลาจะมีมูลค่าเท่าไหร่
  • สวมเสื้อชูชีพทุกครั้งที่ลงเรือ และไปอย่างน้อยสองคน
  • ถ้าจำเป็นต้องเก็บขยะหน้ากระชัง ให้ทำจากฝั่งหรือจุดที่มั่นคง ไม่ปีนขึ้นไปยืนบนกระชังที่เอียง
  • ถ้าพื้นที่มีฟาร์มจระเข้ใกล้เคียง กรมประมงเตือนว่าหากพบจระเข้หลุดรอดออกจากสถานที่เลี้ยง ให้แจ้งสำนักงานประมงจังหวัด และไม่ควรเข้าใกล้ ไล่ต้อน หรือพยายามจับด้วยตนเอง

ช่วงที่ 3: หลังน้ำลด ซ่อมกระชังและเก็บหลักฐาน

ภาพประกอบ ช่วงที่ 3: หลังน้ำลด ซ่อมกระชังและเก็บหลักฐาน

ลำดับงานซ่อมกระชัง

  1. ถ่ายรูปก่อนซ่อม: ถ่ายทุกกระชังที่เสียหาย ทั้งตาข่ายที่ฉีก ทุ่นที่หลุด โครงที่หัก และปลาที่ตาย ก่อนแตะต้องอะไร
  2. วัดพื้นที่กระชังเป็นตารางเมตร: กว้าง × ยาว ของแต่ละลูก แล้วรวมกัน เพราะอัตราเยียวยาคิดเป็นตารางเมตร
  3. เก็บปลาตายออก: สวมถุงมือ ไม่นำปลาตายไปขายหรือกินโดยไม่รู้สาเหตุ และไม่ทิ้งลงแม่น้ำ ให้สอบถามประมงอำเภอหรือท้องถิ่นเรื่องวิธีกำจัด
  4. ตรวจโครงสร้าง: โครงเหล็กหรือไม้ที่บิดงอ ทุ่นที่รั่ว และจุดยึดทั้งหมด ซ่อมโครงสร้างก่อนเปลี่ยนตาข่าย
  5. เปลี่ยนหรือปะตาข่าย: ตาข่ายที่ฉีกกว้างหรือเปื่อยควรเปลี่ยนใหม่มากกว่าปะ เพราะจุดปะมักเป็นจุดแรกที่ขาดเมื่อเจอกระแสอีกรอบ
  6. ประเมินน้ำก่อนปล่อยปลาใหม่: น้ำหลังท่วมมักขุ่น ยังไม่มีแนวทางทางการปี 2569 เรื่องค่าคุณภาพน้ำ ให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ประมงก่อนลงลูกปลารอบใหม่ อ่านเพิ่มที่ น้ำขุ่นและออกซิเจนต่ำในบ่อปลาหลังน้ำท่วม แก้อย่างไร

ข้อสังเกตจากคนเลี้ยงกระชังคือ ปลาที่รอดในกระชังหลังน้ำหลากมักบอบช้ำจากการกระแทกตาข่าย ถ้าเห็นปลาลอยหัว ว่ายเชื่องช้า หรือมีแผลตามตัว ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ประมง อย่าซื้อยาหรือสารมาใส่เองโดยไม่รู้อัตราที่เหมาะสม

อัตราเยียวยากระชังปลาน้ำท่วม 2569

เอกสาร "หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569" ข้อ 5.2.3 ระบุว่าสัตว์น้ำที่เลี้ยงในกระชัง บ่อซีเมนต์ หรือที่เลี้ยงในลักษณะอื่นที่คล้ายคลึงกัน ได้ "ตารางเมตรละ 390 บาท ไม่เกินรายละ 80 ตารางเมตร" และ "หากคิดคำนวณพื้นที่เลี้ยงแล้ว…ได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินต่ำกว่า 390 บาท ให้ช่วยเหลือในอัตรารายละ 390 บาท" เอกสารลงนาม 21 ส.ค. 2569 ใช้กับภัยที่เกิดตั้งแต่ 21 ส.ค. 2569 เป็นต้นไป

ระวังตัวเลขขัดแย้งในข่าว

ตัวเลขกระชังที่มาใช้ได้ไหม
390 บาท/ตร.ม. ไม่เกิน 80 ตร.ม. ขั้นต่ำรายละ 390 บาทหลักเกณฑ์ฯ พ.ศ. 2569 ฉบับจริง และคำแถลงรัฐมนตรีช่วยฯ 5 ต.ค. 2569ใช้ได้
368 บาท/ตร.ม.อัตราเดิมตามหลักเกณฑ์ พ.ศ. 2564 ที่ถูกยกเลิกแล้วไม่ใช้กับภัยตั้งแต่ 21 ส.ค. 2569

ตัวอย่างการคำนวณ (เป็นตัวอย่างเพื่อความเข้าใจเท่านั้น)

สถานการณ์ตัวอย่างวิธีคิดยอดตามเกณฑ์
กระชังขนาด 3 × 3 เมตร เสียหาย 2 ลูก9 + 9 = 18 ตร.ม. × 3907,020 บาท
กระชังขนาด 3 × 4 เมตร เสียหาย 5 ลูก12 × 5 = 60 ตร.ม. × 39023,400 บาท
กระชังรวม 120 ตร.ม.คิดได้สูงสุด 80 ตร.ม. × 39031,200 บาท
กระชังเล็ก 0.5 ตร.ม.0.5 × 390 = 195 บาท ต่ำกว่าขั้นต่ำ390 บาท

ยอดจริงขึ้นกับการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ และควรยืนยันกับสำนักงานประมงอำเภออีกครั้ง หลักเกณฑ์ยังเปิดให้ช่วยเป็นเงิน หรือสนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำ อาหารสัตว์น้ำ และวัสดุทางการประมง ตามความจำเป็นและเหมาะสม ซึ่งสำหรับคนที่ต้องซ่อมกระชัง ความช่วยเหลือเป็นวัสดุอาจตรงความต้องการกว่า ให้สอบถามประมงอำเภอว่าในพื้นที่มีรูปแบบใด

ขั้นตอนขอเยียวยาและช่องทางติดต่อ

ภาพประกอบ ขั้นตอนขอเยียวยาและช่องทางติดต่อ
  • แจ้งความเสียหาย: ใช้แบบ กษ 01 ออนไลน์ (Web Application "แบบแจ้งข้อมูลความเสียหายเบื้องต้นจากภัยพิบัติ") ตามหนังสือกรมประมง กษ 0506.4/ว 3558 ลงวันที่ 17 ส.ค. 2569 หรือแจ้งที่สำนักงานประมงอำเภอ/จังหวัด
  • เงื่อนไข: ขึ้นทะเบียนกับกรมประมงก่อนเกิดภัย มี ทบก. (สมุดเล่มเขียว) มีความเสียหายจริง และไม่ซ้ำซ้อนกับความช่วยเหลืออื่น
  • กรอบเวลา: หนังสือกรมประมงระบุวันครบกำหนดการให้ความช่วยเหลือ 90 วัน จึงควรแจ้งให้เร็ว ส่วนวันปิดรับเรื่องและขั้นตอนอุทธรณ์ยังไม่มีประกาศที่ยืนยันได้
  • โทรศัพท์: ศปภ.ปม. กลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและชาวประมง กรมประมง 0 2558 0236 และศูนย์ช่วยเหลือของกรมประมง สมุทรปราการ 080-065-9633, อยุธยา 063-217-2701, พิษณุโลก 065-895-4595, ระยอง 063-217-3174, สำนักงานกรุงเทพฯ 02-558-0197 ถึง 0198

ถ้าปลาหลุดจากบ่อดินด้วย อ่านต่อที่ ปลาหลุดหรือปลาตายเพราะน้ำท่วม ทำอย่างไรต่อ และขอชดเชยอย่างไร สิทธิทั้งหมดของคนเลี้ยงสัตว์น้ำรวมไว้ที่ ชาวประมงและคนเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง น้ำท่วม มีสิทธิช่วยเหลืออะไรบ้าง และภาพรวมทุกด้านอยู่ที่ ศูนย์รวมข้อมูลเกษตรกรน้ำท่วม 2569

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ภาพประกอบ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  • ออกเรือไปกู้กระชังตอนกระแสแรงหรือกลางคืน ทำให้เสี่ยงชีวิตเพื่อทรัพย์สินที่ยังขอเยียวยาได้
  • ซ่อมกระชังก่อนถ่ายรูป ทำให้ไม่มีหลักฐานความเสียหายตอนเจ้าหน้าที่ตรวจ
  • ไม่ได้วัดขนาดกระชังไว้ ทั้งที่อัตราคิดเป็นตารางเมตร
  • คาดหวังเงินตามจำนวนกระชังทั้งหมด ทั้งที่เพดานต่อรายอยู่ที่ 80 ตารางเมตร
  • ใช้อัตรา 368 บาทจากข่าวเก่า ซึ่งเป็นอัตรา พ.ศ. 2564 ที่ยกเลิกแล้ว
  • ปะตาข่ายเก่าที่เปื่อยแล้วปล่อยปลาใหม่ทันที โดยไม่ตรวจโครงสร้างและจุดยึด

สรุป

กระชังปลาน้ำท่วมป้องกันได้ด้วยการเช็กเชือก จุดยึด และตาข่ายตั้งแต่เห็นสัญญาณน้ำขึ้น พร้อมพิจารณาจับปลาที่ใกล้ได้ขนาดก่อน ระหว่างน้ำหลากให้ความปลอดภัยของคนมาก่อน หลังน้ำลดให้ถ่ายรูป วัดพื้นที่เป็นตารางเมตร แล้วแจ้งผ่านแบบ กษ 01 ออนไลน์หรือประมงอำเภอ อัตราเยียวยาปี 2569 คือตารางเมตรละ 390 บาท ไม่เกิน 80 ตารางเมตร ขั้นต่ำรายละ 390 บาท สำหรับผู้ที่ขึ้นทะเบียนไว้ก่อนเกิดภัย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (เผยแพร่โดยกรมประมง) — หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยฯ พ.ศ. 2569 ข้อ 5.2.3 อัตรากระชัง https://www4.fisheries.go.th/local/file_document/20260824100414_1_file.pdf
  • 📄กรมประมง — หนังสือ ว 3558 เรื่องแบบ กษ 01 ออนไลน์ https://www4.fisheries.go.th/local/index.php/main/view_blog/1245/299372
  • 📄บ้านเมือง — รัฐมนตรีช่วยฯ ยืนยันอัตรากระชัง 390 บาท/ตร.ม. (5 ต.ค. 2569) https://www.banmuang.co.th/news/politic/493202
  • 📄บ้านเมือง — War Room กรมประมง คำเตือนจระเข้หลุด และเบอร์ ศปภ.ปม. https://www.banmuang.co.th/news/politic/493026
  • 📄กรมประชาสัมพันธ์ — ศูนย์ช่วยเหลือของกรมประมง https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/545434
  • 📄ฐานเศรษฐกิจ — อัตราเดิมตามหลักเกณฑ์ พ.ศ. 2564 https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/652604

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

กระชังปลาน้ำท่วมเสียหาย ได้เยียวยาเท่าไหร่

ตามหลักเกณฑ์ฯ พ.ศ. 2569 ตารางเมตรละ 390 บาท ไม่เกินรายละ 80 ตารางเมตร ถ้าคำนวณแล้วต่ำกว่า 390 บาท จะได้ 390 บาท

ทำไมบางข่าวบอกตารางเมตรละ 368 บาท

368 บาทเป็นอัตราตามหลักเกณฑ์ พ.ศ. 2564 ที่ถูกยกเลิกแล้ว ภัยที่เกิดตั้งแต่ 21 ส.ค. 2569 ใช้อัตรา 390 บาท

มีกระชังหลายลูกเกิน 80 ตารางเมตร ได้ทั้งหมดไหม

ไม่ได้ทั้งหมด เพดานต่อรายคือ 80 ตารางเมตร พื้นที่ส่วนที่เกินจะไม่ถูกนำมาคิด

มีคู่มือทางการเรื่องป้องกันกระชังช่วงน้ำท่วมไหม

ณ ต.ค. 2569 ยังไม่พบคู่มือเชิงเทคนิคฉบับปี 2569 ของกรมประมงเรื่องนี้ ควรปรึกษาสำนักงานประมงอำเภอสำหรับคำแนะนำเฉพาะพื้นที่

แจ้งความเสียหายกระชังได้ที่ไหน

ผ่านแบบ กษ 01 ออนไลน์ หรือสำนักงานประมงอำเภอ/จังหวัด หรือโทร ศปภ.ปม. กรมประมง 0 2558 0236

ต้องขึ้นทะเบียนก่อนไหม

ต้องขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนกับกรมประมงไว้ก่อนเกิดภัยพิบัติ จึงจะเข้าเงื่อนไขของหลักเกณฑ์