ตลาดและการขาย

เกษตรพันธสัญญาคุ้มครองเกษตรกรจริงไหม สิทธิที่ต้องรู้ก่อนเซ็นสัญญาขายผลผลิต

เกษตรพันธสัญญาคุ้มครองเกษตรกรจริงหรือไม่ ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 พร้อมสิทธิที่ต้องรู้และวิธีตรวจสอบสัญญาก่อนเซ็นขายผลผลิต

เกษตรพันธสัญญาคุ้มครองเกษตรกรจริงไหม สิทธิที่ต้องรู้ก่อนเซ็นสัญญาขายผลผลิต
คำตอบเร็ว: พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 ให้ความคุ้มครองเกษตรกรจริง แต่ความคุ้มครองมีขอบเขตจำกัดและไม่ได้ครอบคลุมทุกสัญญาโดยอัตโนมัติ กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องแจ้งข้อมูลสัญญาก่อนชักชวนเกษตรกร ต้องใช้แบบสัญญาที่เป็นธรรม และเกษตรกรมีสิทธิขอให้มีการจดแจ้งข้อพิพาทหรือขอคำปรึกษาจากคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาได้หากถูกเอาเปรียบ อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติเกษตรกรจำนวนมากยังถูกเอาเปรียบผ่านช่องว่างในสัญญา เช่น เงื่อนไขการรับซื้อที่คลุมเครือ การกำหนดคุณภาพผลผลิตแบบให้บริษัทตัดสินฝ่ายเดียว หรือค่าปัจจัยการผลิตที่ไม่โปร่งใส เกษตรกรจึงควรอ่านและตรวจสอบสัญญาอย่างละเอียดก่อนเซ็นทุกครั้ง ไม่ควรพึ่งพากฎหมายคุ้มครองเพียงอย่างเดียว

เกษตรพันธสัญญา หรือ Contract Farming เป็นรูปแบบการทำเกษตรที่เกษตรกรทำข้อตกลงล่วงหน้ากับบริษัทหรือผู้ประกอบการในการผลิตและขายผลผลิตตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น ปริมาณ คุณภาพ และราคา ระบบนี้ช่วยให้เกษตรกรมีตลาดรองรับที่แน่นอน แต่ในอดีตก็เคยมีกรณีที่เกษตรกรถูกเอาเปรียบจากสัญญาที่ไม่เป็นธรรม จนนำมาสู่การออก พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 เพื่อสร้างกลไกคุ้มครองเกษตรกรให้ชัดเจนขึ้น บทความนี้จะพาไปดูว่ากฎหมายฉบับนี้คุ้มครองเกษตรกรได้จริงแค่ไหน สิทธิที่เกษตรกรมีตามกฎหมาย จุดที่เกษตรกรมักถูกเอาเปรียบแม้มีกฎหมายคุ้มครองอยู่แล้ว และวิธีตรวจสอบสัญญาก่อนเซ็นเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง

ระบบเกษตรพันธสัญญาได้รับความนิยมมากขึ้นในหลายสาขา เช่น การเลี้ยงไก่เนื้อ สุกร ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และพืชผักส่งออกบางชนิด เพราะช่วยให้เกษตรกรมีตลาดรองรับที่แน่นอนโดยไม่ต้องเสี่ยงหาตลาดเอง แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เกษตรกรต้องพึ่งพาบริษัทคู่สัญญาเพียงรายเดียวเป็นหลัก หากความสัมพันธ์ไม่เป็นธรรมหรือเกิดข้อพิพาท เกษตรกรอาจไม่มีทางเลือกอื่นในการขายผลผลิตได้ทันที นี่คือเหตุผลที่ทำให้กฎหมายคุ้มครองเกษตรพันธสัญญาถูกออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่สมดุลของอำนาจต่อรองระหว่างเกษตรกรรายย่อยกับบริษัทขนาดใหญ่

พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 คุ้มครองอะไรบ้าง

กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ต้องการทำสัญญาเกษตรพันธสัญญากับเกษตรกรตั้งแต่จำนวนหนึ่งขึ้นไปตามที่กฎหมายกำหนด ต้องแจ้งการประกอบธุรกิจต่อสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก่อน และต้องเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเงื่อนไขสัญญาให้เกษตรกรทราบล่วงหน้าก่อนตัดสินใจเข้าร่วม ไม่ใช่ให้เซ็นสัญญาโดยไม่มีเวลาศึกษารายละเอียด นอกจากนี้กฎหมายยังกำหนดให้สัญญาต้องมีข้อความที่ชัดเจนเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ครอบคลุมเรื่องราคา ปริมาณ คุณภาพ วิธีการชำระเงิน และเงื่อนไขการยกเลิกสัญญา หากมีข้อพิพาทเกิดขึ้น เกษตรกรมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาเพื่อขอให้ไกล่เกลี่ยหรือพิจารณาความเป็นธรรมของสัญญาได้

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือกฎหมายนี้เน้นการส่งเสริมความโปร่งใสและกลไกไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเป็นหลัก ไม่ได้เป็นกฎหมายที่รับประกันว่าเกษตรกรจะได้ราคาดีหรือไม่ขาดทุนจากการทำสัญญา เกษตรกรยังคงต้องรับความเสี่ยงด้านราคาตลาด สภาพอากาศ และปัจจัยการผลิตตามที่ระบุไว้ในสัญญาแต่ละฉบับ กฎหมายเพียงช่วยให้กระบวนการทำสัญญามีความโปร่งใสมากขึ้นและมีช่องทางร้องเรียนที่เป็นทางการเมื่อเกิดปัญหา ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่เกษตรกรมักไม่มีช่องทางใดในการเรียกร้องความเป็นธรรมเลย

เกษตรกรควรทำความเข้าใจด้วยว่าคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาทำหน้าที่เป็นกลไกไกล่เกลี่ยและกำกับดูแลในภาพรวม ไม่ใช่หน่วยงานที่จะเข้ามาแทรกแซงหรือแก้ไขปัญหาให้ทันทีในทุกกรณี กระบวนการร้องเรียนและไกล่เกลี่ยข้อพิพาทมักใช้เวลาพอสมควร และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับหลักฐานที่เกษตรกรมีอยู่ในมือ เช่น สำเนาสัญญา บันทึกการสื่อสาร และเอกสารการส่งมอบผลผลิต การเตรียมหลักฐานให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้นจึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้กระบวนการร้องเรียนมีโอกาสประสบผลสำเร็จมากขึ้น

สิทธิที่เกษตรกรมีตามกฎหมาย เช่น การจดทะเบียนสัญญา

เกษตรกรที่เข้าร่วมเกษตรพันธสัญญามีสิทธิสำคัญหลายประการตามกฎหมาย ประการแรกคือสิทธิได้รับข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจและเงื่อนไขสัญญาอย่างครบถ้วนก่อนตัดสินใจเข้าร่วม ประการที่สองคือสิทธิขอให้มีการจดแจ้งสัญญาต่อหน่วยงานที่กำหนด ซึ่งช่วยให้มีหลักฐานเป็นทางการหากเกิดข้อพิพาทในภายหลัง ประการที่สามคือสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาหากเห็นว่าสัญญาไม่เป็นธรรมหรือถูกละเมิดเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ และประการที่สี่คือสิทธิได้รับการชดเชยตามที่กฎหมายหรือสัญญากำหนดหากผู้ประกอบธุรกิจไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง

อย่างไรก็ตาม สิทธิเหล่านี้จะมีผลจริงก็ต่อเมื่อเกษตรกรใช้สิทธินั้นอย่างจริงจัง เช่น เก็บสำเนาสัญญาไว้เป็นหลักฐาน ตรวจสอบว่าผู้ประกอบธุรกิจได้แจ้งการประกอบธุรกิจถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และร้องเรียนทันทีเมื่อพบความไม่เป็นธรรม เกษตรกรจำนวนไม่น้อยไม่ทราบว่าตนเองมีสิทธิเหล่านี้ หรือไม่กล้าใช้สิทธิเพราะกลัวเสียความสัมพันธ์กับผู้ประกอบธุรกิจที่รับซื้อผลผลิตของตน ทำให้แม้กฎหมายจะให้ความคุ้มครองไว้ แต่ในทางปฏิบัติเกษตรกรบางรายก็ยังไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่จากกลไกที่มีอยู่

ประเด็นกฎหมายคุ้มครองไว้อย่างไร
การเปิดเผยข้อมูลสัญญาต้องแจ้งเงื่อนไขให้เกษตรกรทราบก่อนตัดสินใจเข้าร่วม
ความเป็นธรรมของสัญญาสัญญาต้องระบุราคา ปริมาณ คุณภาพ การชำระเงินชัดเจน
การจดแจ้งสัญญาเป็นหลักฐานทางการสำหรับใช้กรณีมีข้อพิพาท
ช่องทางร้องเรียนคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา
สิ่งที่กฎหมายไม่รับประกันราคาตลาด ความเสี่ยงด้านผลผลิต และผลกำไร

ในหลายกรณีที่มีการร้องเรียน พบว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากตัวกฎหมายที่บกพร่อง แต่เกิดจากการที่เกษตรกรไม่ทราบสิทธิของตนเองตั้งแต่ต้น หรือไม่ได้เก็บหลักฐานสำคัญไว้ให้ครบถ้วน ทำให้เมื่อเกิดข้อพิพาทจริงก็ไม่สามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้อย่างชัดเจน ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเกษตรมักแนะนำให้เกษตรกรถ่ายรูปหรือบันทึกวิดีโอสภาพผลผลิตก่อนส่งมอบทุกครั้ง เก็บใบเสร็จหรือหลักฐานการรับเงินทุกรายการ และบันทึกวันเวลาการสื่อสารกับตัวแทนบริษัทไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเท่าที่ทำได้ เพื่อให้มีหลักฐานสนับสนุนหากต้องยื่นเรื่องร้องเรียนในภายหลัง

จุดที่เกษตรกรมักถูกเอาเปรียบแม้มีกฎหมายคุ้มครอง

แม้จะมีกฎหมายคุ้มครอง แต่เกษตรกรยังคงถูกเอาเปรียบได้ผ่านช่องว่างหลายจุด จุดแรกคือเงื่อนไขการตรวจรับคุณภาพผลผลิตที่มักให้อำนาจฝ่ายผู้ประกอบธุรกิจเป็นผู้ตัดสินแต่เพียงฝ่ายเดียวว่าผลผลิตผ่านมาตรฐานหรือไม่ โดยไม่มีบุคคลที่สามหรือเกณฑ์ที่วัดผลได้ชัดเจนร่วมตรวจสอบ ทำให้บางครั้งผลผลิตถูกตัดราคาหรือปฏิเสธรับซื้อโดยเกษตรกรไม่มีทางโต้แย้งได้อย่างมีน้ำหนัก จุดที่สองคือค่าปัจจัยการผลิต เช่น พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ อาหารสัตว์ หรือปุ๋ย ที่บริษัทจัดหาให้ในราคาที่ไม่โปร่งใสหรือสูงกว่าราคาตลาดทั่วไป ซึ่งบางสัญญาบังคับให้เกษตรกรต้องซื้อจากบริษัทเท่านั้น

จุดที่สามคือเงื่อนไขการยกเลิกสัญญาที่มักเอื้อประโยชน์ฝ่ายผู้ประกอบธุรกิจมากกว่า เช่น บริษัทสามารถยกเลิกสัญญาได้ง่ายกว่าเกษตรกร หรือกำหนดบทลงโทษที่หนักสำหรับเกษตรกรหากไม่สามารถส่งมอบผลผลิตตามที่ตกลง โดยไม่มีเงื่อนไขคุ้มครองเกษตรกรในกรณีที่ผลผลิตเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม จุดที่สี่คือเกษตรกรจำนวนมากไม่ได้อ่านสัญญาอย่างละเอียดก่อนเซ็น เพราะเชื่อใจในคำพูดของตัวแทนบริษัทหรือเร่งรีบต้องการเริ่มการผลิตให้ทันฤดูกาล ทำให้พลาดรายละเอียดสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในภายหลัง

อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงได้คือการรวมกลุ่มกับเกษตรกรรายอื่นที่ทำสัญญากับบริษัทเดียวกัน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลประสบการณ์และเพิ่มอำนาจต่อรองในการเจรจาเงื่อนไขสัญญา เกษตรกรที่ทำสัญญาเพียงลำพังมักมีอำนาจต่อรองน้อยกว่าการรวมกลุ่มเป็นเครือข่ายหรือสหกรณ์ที่สามารถเจรจาเงื่อนไขร่วมกันได้ นอกจากนี้การปรึกษาเกษตรกรรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์ทำเกษตรพันธสัญญากับบริษัทเดียวกันมาก่อนก็เป็นแหล่งข้อมูลที่มีประโยชน์มาก เพราะจะช่วยให้ทราบข้อควรระวังเฉพาะที่อาจไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนในสัญญา

วิธีตรวจสอบสัญญาก่อนเซ็น

ก่อนเซ็นสัญญาเกษตรพันธสัญญาใดๆ ไม่ว่าจะเป็นพืชผัก ปศุสัตว์ หรือพืชเศรษฐกิจชนิดใด เกษตรกรควรตรวจสอบว่าผู้ประกอบธุรกิจได้แจ้งการประกอบธุรกิจเกษตรพันธสัญญาต่อหน่วยงานที่กำหนดถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ อ่านเงื่อนไขราคารับซื้อว่าเป็นราคาคงที่หรือราคาอ้างอิงตามตลาด ณ วันส่งมอบ ตรวจสอบเกณฑ์การตรวจรับคุณภาพผลผลิตว่ามีความชัดเจนวัดผลได้หรือไม่ และมีกระบวนการอุทธรณ์หากไม่เห็นด้วยกับผลการตรวจรับหรือไม่ ตรวจสอบเงื่อนไขค่าปัจจัยการผลิตที่บริษัทจัดหาให้ว่าสามารถเปรียบเทียบกับราคาตลาดทั่วไปได้หรือไม่ และตรวจสอบเงื่อนไขการยกเลิกสัญญาทั้งสองฝ่ายว่ามีความเป็นธรรมเท่าเทียมกันหรือไม่

เกษตรกรที่ไม่มั่นใจในการอ่านและตีความสัญญาด้วยตัวเอง ควรขอคำปรึกษาจากสำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ที่มีประสบการณ์ทำเกษตรพันธสัญญามาก่อน เพื่อช่วยตรวจสอบเงื่อนไขสัญญาก่อนตัดสินใจ ไม่ควรเซ็นสัญญาทันทีในวันที่ตัวแทนบริษัทมาชักชวน แต่ควรขอเวลากลับไปศึกษารายละเอียดและปรึกษาผู้มีความรู้ก่อนเสมอ เพราะสัญญาเกษตรพันธสัญญามักผูกพันระยะเวลาหลายเดือนถึงหลายปีและส่งผลกระทบต่อรายได้ของครัวเรือนโดยตรง

เกษตรกรมือใหม่ที่กำลังพิจารณาเข้าร่วมเกษตรพันธสัญญาเป็นครั้งแรกควรเริ่มต้นด้วยการเลือกทำสัญญากับบริษัทที่มีชื่อเสียงและมีประวัติปฏิบัติตามสัญญาที่ดีในพื้นที่ก่อน มากกว่าการเลือกจากราคารับซื้อที่สูงเพียงอย่างเดียว เพราะราคาที่สูงในตอนแรกอาจแลกมาด้วยเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมในภายหลัง เช่น การตัดราคาจากการตรวจรับคุณภาพที่เข้มงวดเกินจริง หรือค่าปัจจัยการผลิตที่สูงกว่าราคาตลาดมาก การสอบถามเกษตรกรรายอื่นที่เคยทำสัญญากับบริษัทเดียวกันมาก่อนจึงเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรข้าม ก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญาผูกพันระยะยาว

สำหรับเกษตรกรที่กำลังพิจารณาว่าจะทำเกษตรพันธสัญญาต่อไปหรือหันไปขายในตลาดเปิดแทน ควรชั่งน้ำหนักระหว่างความมั่นคงของตลาดที่แน่นอนกับความยืดหยุ่นด้านราคาที่อาจได้จากตลาดเปิดในบางช่วง ไม่มีคำตอบตายตัวว่าแบบใดดีกว่าเสมอ ขึ้นอยู่กับชนิดผลผลิต สภาพตลาดในพื้นที่ และความสามารถในการรับความเสี่ยงของแต่ละครัวเรือน เกษตรกรบางรายเลือกทำทั้งสองแบบควบคู่กัน คือทำสัญญาบางส่วนเพื่อความมั่นคง และเก็บผลผลิตส่วนหนึ่งไว้ขายในตลาดเปิดเพื่อรักษาความยืดหยุ่น

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของเกษตรกรในการทำเกษตรพันธสัญญา

  • เซ็นสัญญาโดยไม่อ่านรายละเอียดครบทุกข้อ เพราะเร่งรีบหรือเชื่อใจคำพูดของตัวแทนบริษัทมากเกินไป
  • ไม่เก็บสำเนาสัญญาและเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้เป็นหลักฐาน ทำให้ไม่มีอะไรอ้างอิงเมื่อเกิดข้อพิพาท
  • ไม่ตรวจสอบว่าผู้ประกอบธุรกิจแจ้งการประกอบธุรกิจตามกฎหมายถูกต้องหรือไม่ก่อนเข้าร่วม
  • ไม่สอบถามเกณฑ์การตรวจรับคุณภาพผลผลิตให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น จนถูกตัดราคาโดยไม่มีทางโต้แย้ง
  • ไม่ใช้สิทธิร้องเรียนเมื่อพบความไม่เป็นธรรม เพราะกลัวเสียความสัมพันธ์กับผู้รับซื้อ
  • ไม่เปรียบเทียบเงื่อนไขค่าปัจจัยการผลิตที่บริษัทจัดหาให้กับราคาตลาดทั่วไปก่อนตกลง

สรุป

โดยสรุป พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 ช่วยสร้างความโปร่งใสและกลไกร้องเรียนที่เป็นทางการให้เกษตรกร แต่ไม่ได้เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงทุกด้าน เกษตรกรยังต้องอ่านและตรวจสอบสัญญาอย่างละเอียดด้วยตนเองก่อนเซ็นทุกครั้ง ใช้สิทธิร้องเรียนเมื่อพบความไม่เป็นธรรม และไม่ควรเซ็นสัญญาโดยรีบร้อนหรือเชื่อใจคำพูดของตัวแทนบริษัทเพียงอย่างเดียว การเข้าใจสิทธิของตนเองอย่างถ่องแท้ เก็บหลักฐานให้ครบถ้วน และรวมกลุ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเกษตรกรรายอื่น จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกเอาเปรียบได้มากกว่าการพึ่งพากฎหมายเพียงลำพัง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ — ข้อมูล พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา และช่องทางร้องเรียน
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — คำแนะนำสำหรับเกษตรกรก่อนเข้าร่วมเกษตรพันธสัญญา

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

ดูข้อมูลและแนวทางด้านการตลาดสินค้าเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ตลาดและการขาย

คำถามที่พบบ่อย

เกษตรพันธสัญญาคุ้มครองเกษตรกรได้จริงหรือไม่

คุ้มครองได้จริงในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะด้านความโปร่งใสของข้อมูลสัญญาและช่องทางร้องเรียนอย่างเป็นทางการ แต่ไม่ได้รับประกันผลกำไรหรือป้องกันความเสี่ยงด้านราคาตลาดและผลผลิต

ถ้าพบว่าสัญญาไม่เป็นธรรมควรทำอย่างไร

ควรร้องเรียนต่อคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา หรือขอคำปรึกษาจากสำนักงานเกษตรจังหวัดก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญา

ผู้ประกอบธุรกิจทุกรายต้องแจ้งการประกอบธุรกิจตามกฎหมายหรือไม่

ผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนดต้องแจ้งการประกอบธุรกิจต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ เกษตรกรควรตรวจสอบข้อมูลนี้ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมสัญญา

สัญญาเกษตรพันธสัญญาต้องมีอะไรบ้างจึงจะถือว่าเป็นธรรม

ควรระบุราคา ปริมาณ คุณภาพ วิธีการชำระเงิน เกณฑ์การตรวจรับผลผลิตที่ชัดเจน และเงื่อนไขการยกเลิกสัญญาที่เป็นธรรมทั้งสองฝ่ายอย่างครบถ้วน

เกษตรกรที่เซ็นสัญญาไปแล้วยังสามารถขอความช่วยเหลือได้หรือไม่

ได้ เกษตรกรที่เซ็นสัญญาไปแล้วและพบปัญหาสามารถร้องเรียนต่อคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้