คำตอบสั้น ๆ
รวมคำตอบเรื่องทะเบียนเกษตรกร (ทบก.) ตั้งแต่ขึ้นทะเบียนที่ไหน สิทธิที่ได้ ผลกระทบถ้าไม่อัปเดต ไปจนถึงคำถามเรื่องการต่ออายุ
คำตอบเร็ว: ทะเบียนเกษตรกร (ทบก.) คือฐานข้อมูลที่กรมส่งเสริมการเกษตรใช้ยืนยันตัวตนและกิจกรรมการเกษตรของแต่ละครัวเรือน ขึ้นทะเบียนได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอตามพื้นที่ปลูก/เลี้ยงจริง จำเป็นมากถ้าต้องการเข้าร่วมโครงการรับซื้อของรัฐ ขอสินเชื่อเกษตร หรือรับความช่วยเหลือกรณีภัยพิบัติ หากไม่ขึ้นทะเบียนหรือข้อมูลไม่อัปเดตตามรอบ จะถูกตัดสิทธิ์จากโครงการเหล่านี้โดยอัตโนมัติแม้ทำเกษตรจริงอยู่ก็ตาม
เกษตรกรจำนวนไม่น้อยรู้จักคำว่า "ทบก." แต่ไม่เคยไปขึ้นทะเบียนจริงจัง จนกระทั่งถึงเวลาที่ต้องการเข้าร่วมโครงการรับซื้อผลผลิตของรัฐหรือขอความช่วยเหลือกรณีน้ำท่วมภัยแล้ง แล้วพบว่าไม่มีสิทธิ์เพราะไม่มีชื่อในระบบ บทความนี้รวบรวมคำถามที่เกษตรกรถามบ่อยที่สุดเกี่ยวกับทะเบียนเกษตรกร ตอบตรงประเด็นไม่อ้อมค้อม
ทบก. คืออะไร ขึ้นทะเบียนที่ไหน
ทะเบียนเกษตรกร (ทบก.) คือการขึ้นทะเบียนครัวเรือนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อบันทึกข้อมูลว่าครัวเรือนนั้นทำกิจกรรมเกษตรอะไร ปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ชนิดใด บนพื้นที่เท่าไร ตั้งอยู่ที่ไหน ข้อมูลนี้เป็นฐานหลักที่หน่วยงานรัฐหลายแห่งใช้อ้างอิงเมื่อจะดำเนินโครงการช่วยเหลือหรือรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร ไม่ใช่แค่กรมส่งเสริมการเกษตรหน่วยงานเดียวที่ใช้ข้อมูลนี้ แต่ยังรวมถึงหน่วยงานอื่นที่ต้องอ้างอิงสถานะความเป็นเกษตรกรตัวจริง
การขึ้นทะเบียนทำได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ที่ตั้งแปลงปลูกหรือฟาร์มเลี้ยงสัตว์จริง ไม่ใช่ตามทะเบียนบ้าน เกษตรกรต้องเตรียมเอกสารสิทธิ์ที่ดินหรือหลักฐานการใช้ประโยชน์ที่ดิน บัตรประชาชน และข้อมูลกิจกรรมการเกษตรที่ทำอยู่จริงไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ กรณีเป็นพื้นที่เช่าหรือไม่มีเอกสารสิทธิ์ชัดเจน ควรสอบถามเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอถึงเอกสารทดแทนที่ใช้ได้ เพราะแต่ละพื้นที่อาจมีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกัน
สิทธิที่ได้จากการมี ทบก. เช่นการเข้าร่วมโครงการรับซื้อของรัฐ
เกษตรกรที่มีชื่อในทะเบียน ทบก. และข้อมูลเป็นปัจจุบัน จะมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการรับซื้อผลผลิตหรือโครงการประกันรายได้ที่รัฐจัดทำในแต่ละปี เพราะหน่วยงานที่ดำเนินโครงการจะตรวจสอบรายชื่อจากฐานข้อมูล ทบก. เป็นหลักก่อนอนุมัติสิทธิ์ นอกจากนี้ยังใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินเฉพาะทางด้านการเกษตร และเป็นเงื่อนไขในการรับความช่วยเหลือเยียวยากรณีเกิดภัยพิบัติทางการเกษตร เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง หรือโรคระบาดในพืชและสัตว์
สิทธิประโยชน์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นอัตโนมัติทันทีที่ขึ้นทะเบียนครั้งแรก แต่ขึ้นกับว่าข้อมูลในทะเบียนตรงกับเงื่อนไขของแต่ละโครงการหรือไม่ เช่น บางโครงการกำหนดว่าต้องขึ้นทะเบียนพืชชนิดนั้นมาแล้วไม่ต่ำกว่าระยะเวลาที่กำหนด หรือพื้นที่ปลูกต้องสอดคล้องกับที่แจ้งไว้ในทะเบียน เกษตรกรจึงควรตรวจสอบเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละโครงการที่สนใจเข้าร่วมเพิ่มเติมจากการมี ทบก. เพียงอย่างเดียว
ผลกระทบถ้าไม่ขึ้นทะเบียนหรือข้อมูลไม่อัปเดต
เกษตรกรที่ไม่เคยขึ้นทะเบียนเลยจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการของรัฐที่อ้างอิงฐานข้อมูล ทบก. ทุกโครงการ แม้จะทำเกษตรจริงมานานก็ตาม เพราะระบบตรวจสอบสิทธิ์ยึดจากข้อมูลในทะเบียนเป็นหลัก ไม่ใช่ตรวจสอบหน้างานทีละราย ส่วนเกษตรกรที่เคยขึ้นทะเบียนแล้วแต่ไม่ปรับปรุงข้อมูลตามรอบที่กำหนด เช่น เปลี่ยนชนิดพืชที่ปลูก ขยายหรือลดพื้นที่ ก็มีความเสี่ยงถูกตัดสิทธิ์เช่นกัน เพราะข้อมูลในระบบไม่ตรงกับสภาพจริงที่หน่วยงานตรวจสอบ
อีกผลกระทบที่พบบ่อยคือกรณีเกิดภัยพิบัติแล้วเกษตรกรยื่นขอรับเงินช่วยเหลือ แต่ข้อมูลพื้นที่ปลูกในทะเบียนไม่ตรงกับพื้นที่เสียหายจริง เพราะไม่ได้อัปเดตข้อมูลมาหลายปี ทำให้กระบวนการอนุมัติล่าช้าหรือถูกปฏิเสธ เกษตรกรจึงควรถือเป็นธุระของตัวเองที่จะเช็กและปรับปรุงข้อมูลในทะเบียนอย่างน้อยปีละครั้งหรือทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมการเกษตร ไม่ใช่รอให้เจ้าหน้าที่ติดต่อมา
คำถามเรื่องการต่ออายุทะเบียนที่เกษตรกรถามบ่อย
ทะเบียนเกษตรกรไม่ได้มีอายุตายตัวแบบใบอนุญาตทั่วไปที่หมดอายุแล้วต้องขอใหม่ทั้งหมด แต่ใช้ระบบการปรับปรุงข้อมูลตามรอบที่กรมส่งเสริมการเกษตรกำหนดในแต่ละปี โดยเฉพาะก่อนช่วงเริ่มฤดูปลูกหลักของแต่ละพืช เกษตรกรต้องไปแจ้งปรับปรุงข้อมูลกิจกรรมการเกษตรของปีนั้นให้เป็นปัจจุบัน ไม่ใช่ขึ้นทะเบียนครั้งเดียวแล้วใช้ได้ตลอดไปโดยไม่ต้องแจ้งอะไรอีก
ช่วงเวลาที่เกษตรกรควรไปปรับปรุงข้อมูลคือช่วงต้นฤดูกาลเพาะปลูกของแต่ละปี หรือทันทีที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เช่น เปลี่ยนชนิดพืชที่ปลูกในแปลง ขยายพื้นที่เพิ่ม หรือเปลี่ยนเจ้าของที่ดิน เกษตรกรที่ไม่แน่ใจว่าข้อมูลของตัวเองเป็นปัจจุบันหรือยัง สามารถสอบถามได้โดยตรงที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่เคยขึ้นทะเบียนไว้
ทบก. เกี่ยวข้องกับการขายผลผลิตเข้าตลาดโดยตรงอย่างไร
นอกจากโครงการรับซื้อของรัฐโดยตรง หน่วยงานบางแห่งยังใช้ข้อมูลในทะเบียน ทบก. เป็นเงื่อนไขคัดกรองเบื้องต้นก่อนให้สิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการตลาด เช่น การจับคู่เกษตรกรกับผู้รับซื้อรายใหญ่ การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าเกษตรที่ภาครัฐจัดขึ้น หรือการขอใช้ตราสัญลักษณ์รับรองแหล่งผลิตบางประเภทที่ต้องอ้างอิงพื้นที่และชนิดพืชตามที่แจ้งไว้ในทะเบียน เกษตรกรที่ไม่มีชื่อในระบบจึงมักถูกตัดออกจากโอกาสเหล่านี้ตั้งแต่ขั้นตอนคัดกรองแรก โดยไม่มีโอกาสได้แสดงคุณภาพผลผลิตของตัวเองเลยด้วยซ้ำ
สำหรับเกษตรกรที่วางแผนขยายช่องทางขายไปสู่ตลาดที่ต้องมีการรับรองแหล่งที่มา เช่น การขายผ่านสหกรณ์การเกษตรหรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ทำสัญญากับห้างค้าปลีก ข้อมูลในทะเบียน ทบก. มักถูกใช้เป็นเอกสารประกอบยืนยันตัวตนของสมาชิกกลุ่มด้วย การมีทะเบียนที่เป็นปัจจุบันจึงไม่ได้ส่งผลแค่กับโครงการรัฐโดยตรง แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงโอกาสทางการตลาดในภาพกว้างกว่านั้น
ครัวเรือนเกษตรกรที่ทำหลายกิจกรรมพร้อมกันต้องขึ้นทะเบียนอย่างไร
เกษตรกรจำนวนมากไม่ได้ทำกิจกรรมเดียว เช่น ปลูกข้าวควบคู่กับเลี้ยงปลาในบ่อ หรือปลูกพืชสวนหลายชนิดในพื้นที่เดียวกัน กรณีแบบนี้ต้องแจ้งข้อมูลกิจกรรมการเกษตรทุกประเภทที่ทำอยู่จริงในการขึ้นทะเบียน ไม่ใช่แจ้งแค่กิจกรรมหลักอย่างเดียว เพราะแต่ละโครงการช่วยเหลือหรือรับซื้อของรัฐมักผูกเงื่อนไขกับชนิดพืชหรือสัตว์ที่ระบุไว้เฉพาะ หากไม่ได้แจ้งกิจกรรมรองไว้ตั้งแต่ต้น เมื่อมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมนั้นออกมาภายหลัง เกษตรกรจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมทันที
วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือแจ้งข้อมูลกิจกรรมการเกษตรทุกอย่างที่ทำอยู่จริงให้ครบตั้งแต่ครั้งแรกที่ขึ้นทะเบียน แล้วปรับปรุงทันทีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง เช่น เริ่มปลูกพืชชนิดใหม่เพิ่ม หรือเลิกทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งไป การรักษาข้อมูลให้ครบถ้วนและเป็นปัจจุบันแบบนี้ช่วยให้เกษตรกรไม่พลาดโอกาสเมื่อมีโครงการใหม่ที่ตรงกับกิจกรรมของตัวเองออกมาในอนาคต
กรณีเจ้าของที่ดินกับผู้ทำเกษตรจริงเป็นคนละคนกัน
ในหลายพื้นที่ เกษตรกรที่ลงมือปลูกหรือเลี้ยงจริงไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินตามเอกสารสิทธิ์ เช่น กรณีเช่าที่ดินทำนาหรือทำสวน หรือทำเกษตรในที่ดินของญาติที่ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ กรณีเหล่านี้สามารถขึ้นทะเบียนในนามผู้ทำเกษตรจริงได้ แต่ต้องมีหนังสือยินยอมจากเจ้าของที่ดินหรือหลักฐานสัญญาเช่าประกอบการยื่นเรื่อง เพื่อยืนยันว่าผู้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ใช้ประโยชน์ที่ดินแปลงนั้นจริง ไม่ใช่แค่กล่าวอ้างลอย ๆ
เกษตรกรที่อยู่ในสถานการณ์นี้ควรติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอล่วงหน้าเพื่อสอบถามรายละเอียดเอกสารที่ต้องเตรียมให้ครบก่อนวันยื่นเรื่องจริง เพราะแต่ละกรณีอาจต้องใช้เอกสารประกอบต่างกัน การเตรียมเอกสารไม่ครบเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กระบวนการขึ้นทะเบียนล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะในช่วงที่มีเกษตรกรจำนวนมากไปยื่นเรื่องพร้อมกันก่อนเปิดโครงการสำคัญของรัฐ
เอกสารและขั้นตอนที่ต้องเตรียม
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| บัตรประชาชน | ตัวจริงของเจ้าของครัวเรือนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน |
| เอกสารสิทธิ์ที่ดินหรือหลักฐานการใช้ประโยชน์ | ใช้ยืนยันว่าพื้นที่ที่แจ้งเป็นพื้นที่ทำเกษตรจริง |
| ข้อมูลกิจกรรมการเกษตร | ชนิดพืช/สัตว์ที่ทำอยู่จริง พื้นที่หรือจำนวนที่เลี้ยง |
| สถานที่ยื่นเรื่อง | สำนักงานเกษตรอำเภอตามพื้นที่ตั้งแปลงหรือฟาร์ม |
ความต่างระหว่าง ทบก. กับทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ (ทร.4) หรือทะเบียนประมง
เกษตรกรบางรายสับสนระหว่างทะเบียนเกษตรกร (ทบก.) ของกรมส่งเสริมการเกษตร กับทะเบียนผู้เลี้ยงสัตว์ที่กรมปศุสัตว์ดูแล หรือทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของกรมประมง ในความเป็นจริงแต่ละหน่วยงานมีระบบทะเบียนของตัวเองที่แยกกัน แม้จะมีเป้าหมายคล้ายกันคือยืนยันตัวตนเกษตรกรเพื่อรับสิทธิ์ต่าง ๆ เกษตรกรที่ทำกิจกรรมหลายประเภท เช่น ปลูกพืชควบคู่กับเลี้ยงสัตว์หรือเลี้ยงปลา จึงอาจต้องขึ้นทะเบียนกับมากกว่าหนึ่งหน่วยงานเพื่อให้ครอบคลุมสิทธิ์ทุกด้าน
เกษตรกรที่ไม่แน่ใจว่ากิจกรรมของตัวเองต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานใดบ้าง ควรเริ่มสอบถามที่สำนักงานเกษตรอำเภอก่อนเป็นจุดแรก เพราะเจ้าหน้าที่มักให้ข้อมูลเชื่อมโยงไปยังหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องได้ ไม่ต้องเสียเวลาไปติดต่อทีละหน่วยงานเองโดยไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากที่ไหนก่อน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- คิดว่าขึ้นทะเบียนครั้งเดียวใช้ได้ตลอดไป ไม่กลับไปปรับปรุงข้อมูลตามรอบที่กำหนด
- ขึ้นทะเบียนตามที่อยู่ทะเบียนบ้านแทนที่จะเป็นพื้นที่ตั้งแปลงปลูกจริง ทำให้ข้อมูลไม่ตรงกับสภาพจริง
- เปลี่ยนชนิดพืชที่ปลูกแล้วไม่แจ้งปรับปรุงข้อมูล ทำให้เมื่อมีโครงการช่วยเหลือเฉพาะพืชนั้นกลับไม่มีสิทธิ์
- รอจนเกิดภัยพิบัติแล้วค่อยไปขึ้นทะเบียนใหม่ ซึ่งมักไม่ทันเงื่อนไขเวลาของโครงการช่วยเหลือ
- เข้าใจผิดว่าเช่าที่ดินทำเกษตรจะขึ้นทะเบียนไม่ได้ ทั้งที่จริงสามารถขึ้นทะเบียนได้หากมีหลักฐานการใช้ประโยชน์ที่ดินถูกต้อง
- ไม่เก็บสำเนาเอกสารการขึ้นทะเบียนไว้เอง ทำให้ตรวจสอบสิทธิ์ย้อนหลังลำบากเมื่อเกิดข้อโต้แย้ง
- ให้คนอื่นในครอบครัวไปติดต่อขึ้นทะเบียนแทนโดยไม่ได้ยืนยันข้อมูลกิจกรรมการเกษตรที่ถูกต้องกับเจ้าหน้าที่เอง ทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนจากสภาพจริง
สิ่งที่เกษตรกรควรทำทันทีถ้ายังไม่เคยขึ้นทะเบียน
เกษตรกรที่อ่านมาถึงจุดนี้แล้วยังไม่เคยขึ้นทะเบียน ควรเริ่มจากรวบรวมเอกสารสิทธิ์ที่ดินหรือหลักฐานการใช้ประโยชน์ที่ดิน บัตรประชาชน และข้อมูลกิจกรรมการเกษตรที่ทำอยู่จริงให้พร้อมก่อนไปติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอ การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ครั้งแรกช่วยลดจำนวนรอบที่ต้องเดินทางไปกลับ และทำให้กระบวนการขึ้นทะเบียนเสร็จเร็วขึ้น ไม่ต้องรอจนมีโครงการรัฐที่สนใจประกาศออกมาก่อนแล้วค่อยรีบไปขึ้นทะเบียน ซึ่งมักไม่ทันเงื่อนไขเวลาที่โครงการกำหนด
สรุป
การขึ้นทะเบียนเกษตรกร (ทบก.) ไม่ใช่แค่พิธีการ แต่เป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่กำหนดว่าเกษตรกรจะมีสิทธิ์เข้าถึงโครงการรับซื้อของรัฐ สินเชื่อเกษตร และความช่วยเหลือกรณีภัยพิบัติหรือไม่ เกษตรกรที่ยังไม่เคยขึ้นทะเบียนควรเริ่มดำเนินการที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่โดยเร็ว ส่วนที่ขึ้นทะเบียนแล้วก็ต้องหมั่นปรับปรุงข้อมูลให้ตรงกับสภาพการทำเกษตรจริงอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิ์เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้จริง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมส่งเสริมการเกษตร — ข้อมูลการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร (ทบก.)
- สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ข้อมูลโครงการรับซื้อและช่วยเหลือเกษตรกรที่อ้างอิงฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกร
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
ดูข้อมูลตลาดและการขายผลผลิตเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ หมวดตลาดและการขาย
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
ราคาโคเนื้อตกต่ำเพราะอะไร และผู้เลี้ยงรายย่อยจะรับมืออย่างไร
สรุปสิ่งที่แหล่งข้อมูลทางการยืนยันได้เรื่องราคาโคเนื้อตกต่ำ สาเหตุ และแนวทางตัดสินใจของผู้เลี้ยงรายย่อย โดยไม่ใส่ราคาตลาดที่ไม่มีแหล่งลงวันที่
ขายใบตองช่วงลอยกระทง ปลูกกล้วยตานีตัดใบอย่างไรให้ใบสวย
ใบตองกล้วยตานีให้ใบสวยได้ด้วยแนวกันลม ความชื้นดิน และการตัดที่ถูกเวลา บทความนี้รวมราคาปีที่ผ่านมาจากแหล่งที่ระบุวันที่ และบอกสิ่งที่ยังตรวจไม่ได้
ช่วงกินเจผักชนิดไหนขายดี และเกษตรกรรายย่อยจะขายตรงอย่างไร
ช่วงกินเจ 10-18 ต.ค. 2569 ผักใบหอมราคายังสูงจากฝนและน้ำท่วม ขณะที่กะหล่ำปลีเริ่มถูกลง บทความนี้บอกว่าอะไรยืนยันได้ อะไรยังไม่มีข้อมูล และรายย่อยควรขายตรงอย่างไร
ส้มโอช่วงไหว้พระจันทร์ คัดผลและแพ็กอย่างไรให้ขายได้ราคาเทศกาล
เทศกาลไหว้พระจันทร์ปี 2569 ผ่านไปแล้ว บทความนี้จึงวางแผนสำหรับปีหน้า ตั้งแต่คัดผล แพ็ก ไปจนถึงไทม์ไลน์และตัวอย่างต้นทุนที่ระบุเป็นสมมติฐาน
ทำข้าวเม่าขาย เกี่ยวข้าวระยะไหน คั่วอย่างไร และส่งร้านกระยาสารท
เกษตรกรที่อยากทำข้าวเม่าขายช่วงกระยาสารทต้องรู้ระยะเกี่ยวข้าว วิธีคั่วตำ และการแพ็กส่งร้าน บทความนี้สรุปขั้นตอนพร้อมตัวอย่างต้นทุนที่บอกฐานตัวเลขชัดเจน
ลองกองออกพร้อมกันจนราคาร่วง ชาวสวนจะคัดเกรด ขายตรง หรือแปรรูปอย่างไร
ลองกองกระจุกออกเดือนกันยายนถึงตุลาคมจนราคาตกเกือบทุกปี บทความนี้เปรียบเทียบการคัดเกรด ขายตรง และแปรรูป พร้อมข่าวราคาอุตรดิตถ์ปี 2569 และข้อมูลหลังการเก็บเกี่ยวจากมหาวิทยาลัย
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

คู่มือ ยางพารา สอนการปลูก ยาง หนังสือ เกษตร การคัดเลือกพันธุ์ การขยายพันธุ์ การกรีดยาง การแปรรูป การทำยางแผ่น US.Station
ดูรายละเอียด
เมล็ดพันธุ์ เมล็ดถั่วเหลือง เชียงใหม่ 2 Soybean Seed เมล็ดถั่วเหลืองสามเอ มีแบ่งขาย ปลูกถั่วหัวโตได้
ดูรายละเอียด
เมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองพันธุ์เชียงใหม่ 60 ขายตามน้ำหนัก ถั่วแระไทย เพาะถั่วงอกหัวโตแบบในอาหารเกาหลีได้
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
ทบก. กับเกษตรกรตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นระบบเดียวกันหรือไม่
เป็นคนละระบบกัน ทบก. เป็นฐานข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตรที่บันทึกกิจกรรมการเกษตรโดยเฉพาะ ส่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นโครงการช่วยเหลือรายได้ทั่วไปของกระทรวงการคลัง
เกษตรกรรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำเกษตรควรขึ้นทะเบียนตอนไหน
ควรขึ้นทะเบียนทันทีที่เริ่มลงมือปลูกหรือเลี้ยงจริง ไม่ต้องรอให้ผลผลิตออกก่อน เพราะบางโครงการนับระยะเวลาจากวันที่ขึ้นทะเบียน
ที่ดินยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ชัดเจน จะขึ้นทะเบียนได้ไหม
ควรสอบถามเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอโดยตรงถึงเอกสารทดแทนที่ใช้ได้ในแต่ละกรณี ไม่ควรคิดว่าขึ้นทะเบียนไม่ได้เลย
ถ้าย้ายพื้นที่ทำเกษตรไปอำเภออื่น ต้องทำอย่างไร
ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลพื้นที่กับสำนักงานเกษตรอำเภอเดิม และไปขึ้นทะเบียนกับสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ใหม่ตามที่ตั้งแปลงปลูกจริง
ตรวจสอบสถานะทะเบียนของตัวเองได้อย่างไรว่ายังเป็นปัจจุบันอยู่หรือไม่
สอบถามได้โดยตรงที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่เคยขึ้นทะเบียนไว้ เพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลล่าสุดตรงกับสภาพจริงหรือยังต้องปรับปรุง
