คำตอบเร็ว: ราคากุ้งขาวแวนนาไมในตลาดกลางกุ้งไทยขึ้นลงตามฤดูกาลจริง โดยราคามักสูงในช่วงต้นปี (มกราคม-มีนาคม) ที่ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย และมักตกต่ำในช่วงกลางปี (มิถุนายน-สิงหาคม) ที่ผลผลิตจากการลงลูกกุ้งพร้อมกันหลายบ่อทยอยจับออกมาพร้อมกันจนล้นตลาด เกษตรกรที่วางแผนจับขายช่วงต้นปีหรือหลังพายุฝนปลายปีที่ผลผลิตลดลงมักได้ราคาดีกว่าช่วงกลางปี
เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมจำนวนมากรู้สึกสับสนว่าทำไมบางเดือนขายกุ้งได้ราคาดี บางเดือนราคาตกจนแทบไม่คุ้มต้นทุนอาหารกุ้ง ทั้งที่คุณภาพกุ้งและขนาดไซซ์ที่จับได้ไม่ต่างกันมาก คำตอบอยู่ที่จังหวะการลงลูกกุ้งของเกษตรกรทั้งประเทศที่มักกระจุกตัวในบางช่วง ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันเป็นจำนวนมากในบางเดือน และมีปัจจัยฤดูกาลอย่างอุณหภูมิน้ำและความเสี่ยงโรคที่ส่งผลต่อจังหวะการจับกุ้งของเกษตรกรทั่วประเทศไปพร้อมกัน บทความนี้จะไล่ให้เห็นปฏิทินราคาตามฤดูกาลที่เกิดขึ้นจริง ปัจจัยเบื้องหลังที่ทำให้ราคาผันผวนในแต่ละช่วง และแนวทางวางแผนจับขายที่เกษตรกรนำไปปรับใช้กับรอบเลี้ยงของตัวเองได้ทันที เพื่อลดโอกาสที่ผลผลิตทั้งหมดจะจับขายชนช่วงตลาดล้นเหมือนที่เคยเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ช่วงเดือนที่ราคากุ้งมักสูง/ต่ำ
จากรูปแบบราคาที่ตลาดกลางกุ้ง เช่น ตลาดกุ้งสมุทรสาครและแหล่งรวบรวมกุ้งภาคใต้ พบรูปแบบราคาตามฤดูกาลที่ค่อนข้างสม่ำเสมอในแต่ละปี
| ช่วงเดือน | แนวโน้มราคา | เหตุผลหลัก |
|---|---|---|
| มกราคม-มีนาคม | มักสูงกว่าค่าเฉลี่ย | อากาศเย็น เกษตรกรลงลูกกุ้งน้อยเพราะเสี่ยงโรคจากอุณหภูมิน้ำต่ำ ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย |
| เมษายน-พฤษภาคม | ราคาเริ่มปรับลดลง | อากาศร้อนขึ้น เกษตรกรเริ่มลงลูกกุ้งมากขึ้น ผลผลิตจากรอบก่อนหน้ายังทยอยออก |
| มิถุนายน-สิงหาคม | มักตกต่ำที่สุดในรอบปี | ผลผลิตจากบ่อที่ลงลูกกุ้งพร้อมกันช่วงต้นปีทยอยจับพร้อมกันจำนวนมาก เกิดภาวะผลผลิตล้นตลาด |
| กันยายน-ตุลาคม | ราคาทรงตัวถึงปรับขึ้นเล็กน้อย | ฝนตกชุก บ่อกุ้งบางพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและคุณภาพน้ำแปรปรวน เกษตรกรบางรายจับกุ้งเร็วกว่ากำหนด |
| พฤศจิกายน-ธันวาคม | ราคาขยับขึ้นได้บ้าง | ผลผลิตบางพื้นที่ลดลงจากผลกระทบพายุฝนช่วงปลายปี ความต้องการช่วงเทศกาลปีใหม่หนุนราคา |
รูปแบบนี้ไม่ได้ตายตัวทุกปี เพราะยังขึ้นกับปัจจัยอื่น เช่น สถานการณ์การส่งออกกุ้งไทยไปตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น รวมถึงราคากุ้งคู่แข่งจากเอกวาดอร์และอินเดียในตลาดโลก แต่แนวโน้มฤดูกาลในประเทศตามตารางข้างต้นยังคงเป็นรูปแบบหลักที่เกษตรกรใช้อ้างอิงวางแผนได้
ปัจจัยฤดูจับที่มีผลต่อราคา
นอกจากปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดแล้ว ยังมีปัจจัยเฉพาะของฤดูกาลที่ส่งผลต่อราคากุ้งทางอ้อมผ่านพฤติกรรมการจับของเกษตรกรทั้งประเทศ
- ความเสี่ยงโรคในฤดูฝน ฤดูฝนทำให้คุณภาพน้ำในบ่อแปรปรวน เสี่ยงเกิดโรคตัวแดงดวงขาว (EMS) หรือโรคจากเชื้อ EHP มากขึ้น เกษตรกรจำนวนมากจึงตัดสินใจจับกุ้งก่อนกำหนดเพื่อลดความเสี่ยงสูญเสียทั้งบ่อ ทำให้กุ้งที่ออกสู่ตลาดในช่วงนี้มักเป็นไซซ์เล็กกว่าปกติ ซึ่งราคาต่อกิโลกรัมต่ำกว่ากุ้งไซซ์ใหญ่
- อุณหภูมิน้ำที่กระทบการเจริญเติบโต ช่วงอากาศเย็นต้นปี กุ้งโตช้ากว่าปกติ เกษตรกรที่ลงลูกกุ้งในช่วงนี้ต้องใช้เวลาเลี้ยงนานขึ้นกว่าจะได้ไซซ์ตามต้องการ ทำให้ผลผลิตในช่วงนี้มีน้อยกว่าปกติและราคาจึงสูงกว่า
- จังหวะการลงลูกกุ้งที่กระจุกตัว เกษตรกรส่วนใหญ่มักลงลูกกุ้งพร้อมกันในช่วงที่สภาพอากาศเอื้ออำนวย (ปลายฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน) ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันเป็นจำนวนมากในช่วงกลางปี เกิดภาวะอุปทานล้นตลาดตามมา
- ผลกระทบจากพายุและน้ำท่วม ช่วงปลายปีที่มีพายุฝนเข้าไทย บ่อกุ้งในบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย อาจได้รับความเสียหายหรือต้องเร่งจับกุ้งก่อนน้ำท่วม ทำให้ผลผลิตรวมของประเทศลดลงชั่วคราวและราคาขยับขึ้น
ควรวางแผนจับขายช่วงไหน
จากรูปแบบราคาและปัจจัยฤดูกาลข้างต้น เกษตรกรสามารถวางแผนจังหวะจับขายเพื่อเลี่ยงช่วงราคาตกต่ำได้ดังนี้
- วางแผนลงลูกกุ้งให้จับได้ช่วงต้นปี หากลงลูกกุ้งประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน กุ้งจะจับได้พอดีช่วงมกราคม-มีนาคมที่ราคามักสูงกว่าค่าเฉลี่ย แม้ต้องบริหารความเสี่ยงเรื่องอุณหภูมิน้ำเย็นในช่วงเลี้ยงก็ตาม
- หลีกเลี่ยงจับพร้อมกับตลาดช่วงมิถุนายน-สิงหาคม หากเป็นไปได้ควรเลื่อนหรือเร่งจังหวะการลงลูกกุ้งให้เหลื่อมจากรอบหลักของเกษตรกรส่วนใหญ่ เพื่อไม่ให้ผลผลิตออกชนกับช่วงที่ตลาดล้น
- ติดตามพยากรณ์อากาศช่วงปลายปี หากมีสัญญาณพายุเข้าและเกษตรกรพื้นที่อื่นเร่งจับกุ้งก่อนกำหนด อาจเป็นโอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นจากผลผลิตรวมที่ลดลง ควรติดตามข่าวสารเพื่อวางแผนจับขายให้ทันจังหวะ
- กระจายความเสี่ยงด้วยการแบ่งรอบเลี้ยง เกษตรกรที่มีบ่อหลายบ่อควรแบ่งรอบการลงลูกกุ้งให้เหลื่อมเวลากัน แทนที่จะลงพร้อมกันทั้งหมด เพื่อให้มีผลผลิตทยอยออกขายได้ตลอดปีแทนที่จะกระจุกช่วงราคาตกต่ำเพียงช่วงเดียว
วิธีติดตามราคากุ้งปัจจุบันก่อนตัดสินใจจับขาย
การวางแผนตามปฏิทินฤดูกาลเป็นแนวทางหลัก แต่เกษตรกรควรติดตามราคาจริงในแต่ละสัปดาห์ประกอบด้วย เพราะสถานการณ์ตลาดอาจเปลี่ยนแปลงจากปีก่อนหน้าได้จากหลายปัจจัย เช่น สถานการณ์ส่งออกหรือภัยธรรมชาติในพื้นที่เลี้ยงกุ้งสำคัญของประเทศคู่แข่ง
- ติดตามราคาประกาศจากตลาดกลางกุ้งในพื้นที่ เช่น ตลาดกุ้งสมุทรสาคร ซึ่งมักประกาศราคารับซื้อตามไซซ์ทุกวันหรือทุกสัปดาห์ เป็นข้อมูลอ้างอิงที่ใกล้เคียงราคาตลาดจริงที่สุด
- สอบถามสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่ สมาคมมักมีข้อมูลราคาเฉลี่ยและแนวโน้มตลาดที่รวบรวมจากสมาชิกหลายราย ช่วยให้เห็นภาพกว้างกว่าการดูราคาจากแหล่งเดียว
- ติดตามข่าวสถานการณ์ส่งออกกุ้งไทย ราคากุ้งในประเทศมักสัมพันธ์กับความต้องการส่งออกไปตลาดหลัก หากช่วงไหนคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น ราคาภายในประเทศมักขยับตามไปด้วย
- เปรียบเทียบราคาจากหลายจุดรับซื้อก่อนตัดสินใจ ราคาระหว่างจุดรับซื้อในพื้นที่ใกล้เคียงกันอาจต่างกันได้ 5-10 บาทต่อกิโลกรัม ควรโทรสอบถามหลายที่ก่อนนัดจับขายทุกรอบ
ตัวอย่างสถานการณ์จริง: ฟาร์มกุ้งที่สมุทรสาคร
ฟาร์มกุ้งขาวแวนนาไมรายหนึ่งในอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร มีบ่อเลี้ยง 6 บ่อ เดิมลงลูกกุ้งพร้อมกันทั้งหมดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ ทำให้กุ้งทั้ง 6 บ่อจับได้พร้อมกันในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ซึ่งตรงกับช่วงที่ตลาดเริ่มมีผลผลิตล้นจากเกษตรกรรายอื่นทั่วประเทศเช่นกัน ราคาที่ขายได้จึงต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก หลังจากปรึกษาสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่ ฟาร์มนี้ปรับแผนโดยแบ่งบ่อออกเป็น 3 รอบ ลงลูกกุ้งเหลื่อมกันรอบละ 6-8 สัปดาห์ ทำให้ผลผลิตทยอยออกขายได้ตลอดครึ่งปีแรกแทนที่จะกระจุกช่วงเดียว รอบที่จับได้ช่วงต้นปีและช่วงปลายปีขายได้ราคาสูงกว่ารอบกลางปีอย่างชัดเจน ทำให้รายได้เฉลี่ยทั้งปีของฟาร์มดีขึ้นแม้ปริมาณผลผลิตรวมทั้งปีจะใกล้เคียงเดิม นอกจากนี้เจ้าของฟาร์มยังเริ่มโทรสอบถามราคาจากตลาดกลางกุ้งและพ่อค้าคนกลางอีก 2-3 รายก่อนตัดสินใจจับขายทุกรอบ แทนที่จะขายให้พ่อค้าประจำเพียงรายเดียวเหมือนเดิม ทำให้ต่อรองราคาได้ดีขึ้นอีกเล็กน้อยในบางรอบที่ราคาระหว่างผู้รับซื้อต่างกันมาก บทเรียนสำคัญจากฟาร์มนี้คือการกระจายรอบเลี้ยงไม่ได้ช่วยแค่เรื่องราคาเฉลี่ยเท่านั้น แต่ยังช่วยกระจายความเสี่ยงด้านโรคระบาดด้วย เพราะหากบ่อใดบ่อหนึ่งมีปัญหา บ่ออื่นที่อยู่คนละรอบเวลาจะไม่ได้รับผลกระทบพร้อมกันทั้งหมด
ผลต่อกระแสเงินสดของฟาร์มที่ต้องวางแผนคู่กัน
การวางแผนจับขายตามฤดูกาลไม่ได้มีผลแค่เรื่องราคาต่อกิโลกรัม แต่ยังกระทบกระแสเงินสดของฟาร์มโดยตรง เพราะต้นทุนอาหารกุ้งและค่าไฟสูบน้ำ/ให้อากาศเป็นค่าใช้จ่ายรายสัปดาห์ที่ต้องจ่ายต่อเนื่องตลอดรอบเลี้ยง 90-120 วัน หากวางแผนให้ทุกบ่อจับขายพร้อมกันในช่วงตลาดล้น แม้จะประหยัดเวลาบริหารจัดการ แต่จะทำให้รายรับทั้งหมดกระจุกอยู่ช่วงเดียวและอาจไม่พอชดเชยต้นทุนที่จ่ายไปตลอดทั้งรอบหากราคาตกต่ำมากในจังหวะนั้นพอดี การกระจายรอบเลี้ยงให้มีรายได้ทยอยเข้ามาตลอดปีจึงช่วยลดความเสี่ยงด้านกระแสเงินสดไปพร้อมกับช่วยเฉลี่ยราคาขายให้ดีขึ้นด้วย โดยเฉพาะฟาร์มขนาดเล็กที่มีเงินทุนหมุนเวียนจำกัด การมีรายได้เข้ามาเป็นระยะจะช่วยลดภาระการกู้ยืมหรือหาเงินสำรองมาซื้ออาหารกุ้งในรอบถัดไป
เปรียบเทียบขายกุ้งขนาดใหญ่กับขนาดเล็กในแต่ละช่วงราคา
นอกจากจังหวะฤดูกาลแล้ว ขนาดกุ้งที่จับขายก็มีผลต่อราคาต่อกิโลกรัมอย่างมาก โดยทั่วไปกุ้งไซซ์ใหญ่ (40 ตัวต่อกิโลกรัมหรือน้อยกว่า) จะได้ราคาต่อกิโลกรัมสูงกว่ากุ้งไซซ์เล็ก (60-100 ตัวต่อกิโลกรัม) อย่างชัดเจน เพราะตลาดส่งออกและร้านอาหารต้องการกุ้งไซซ์ใหญ่มากกว่า ทำให้เกษตรกรที่สามารถเลี้ยงกุ้งให้โตได้ไซซ์ใหญ่ก่อนจับขาย แม้จะใช้เวลาเลี้ยงนานขึ้นและมีความเสี่ยงเรื่องโรคระบาดเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่ยืดออกไป ก็มักได้ราคาต่อกิโลกรัมที่คุ้มค่ากว่าในหลายกรณี
อย่างไรก็ตาม การรอเลี้ยงให้ไซซ์ใหญ่ขึ้นก็มีความเสี่ยงเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคากำลังจะเข้าสู่ฤดูกาลที่ผลผลิตล้นตลาด เกษตรกรบางรายจึงเลือกจับขายไซซ์กลางก่อนที่ราคาจะเริ่มตกต่ำ แทนที่จะรอให้กุ้งโตเต็มที่แล้วเจอราคาตกพร้อมกับผลผลิตที่ล้นตลาดในช่วงเดียวกัน การตัดสินใจนี้ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากขนาดกุ้งกับความเสี่ยงด้านราคาตลาดในช่วงเวลานั้น ๆ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ลงลูกกุ้งพร้อมกับเกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่โดยไม่พิจารณาจังหวะราคา ทำให้ผลผลิตออกชนช่วงตลาดล้นเหมือนกันทุกรอบ
- เร่งจับกุ้งไซซ์เล็กเร็วเกินไปเพราะกลัวโรคโดยไม่ประเมินราคาตลาดก่อน ทั้งที่บางครั้งรอไซซ์ใหญ่ขึ้นอีกไม่กี่สัปดาห์อาจได้ราคาต่อกิโลกรัมดีกว่า
- ไม่ติดตามข่าวสารสภาพอากาศและการส่งออกที่กระทบราคาตลาดโลก ทำให้พลาดจังหวะขายในช่วงที่ราคาดีเพราะไม่รู้ข้อมูลล่วงหน้า
- ลงบ่อทั้งหมดพร้อมกันโดยไม่กระจายความเสี่ยง ทำให้ต้องขายผลผลิตทั้งหมดในช่วงเวลาเดียวแม้ราคาตลาดตอนนั้นจะตกต่ำ
- เชื่อราคาจากแหล่งข้อมูลเดียวหรือพ่อค้าคนกลางรายเดียว โดยไม่เปรียบเทียบราคาจากหลายแหล่งก่อนตัดสินใจขาย
- ไม่วางแผนสำรองสำหรับกรณีฉุกเฉิน เช่น พายุเข้าหรือน้ำท่วม ทำให้ต้องขายกุ้งเร่งด่วนในราคาต่ำเมื่อเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
บทบาทของสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับความเสี่ยงด้านราคา
เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งรายใหญ่บางส่วนเริ่มใช้วิธีทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับโรงงานแปรรูปหรือผู้ส่งออก เพื่อล็อกราคาไว้ล่วงหน้าก่อนถึงรอบจับจริง วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาในช่วงที่ผลผลิตล้นตลาด แต่ก็แลกมาด้วยการเสียโอกาสหากราคาตลาดจริงในวันจับสูงกว่าราคาที่ทำสัญญาไว้ ฟาร์มขนาดเล็กที่ไม่มีอำนาจต่อรองมากพอมักไม่สามารถเข้าถึงสัญญาลักษณะนี้ได้ง่ายเท่าฟาร์มขนาดใหญ่ที่มีปริมาณผลผลิตสม่ำเสมอ จึงต้องอาศัยการติดตามราคาตลาดและวางแผนรอบจับเองเป็นหลัก
สรุป
ราคากุ้งขาวแวนนาไมในตลาดทะเลไทยขึ้นลงตามฤดูกาลจริงตามจังหวะการลงลูกกุ้งของเกษตรกรทั้งประเทศและปัจจัยเสี่ยงโรคในแต่ละฤดู เกษตรกรที่วางแผนจับขายให้เหลื่อมช่วงตลาดล้นกลางปี หรือกระจายรอบเลี้ยงให้ผลผลิตทยอยออกตลอดปี มักได้ราคาเฉลี่ยดีกว่าเกษตรกรที่ลงลูกกุ้งพร้อมกับคนส่วนใหญ่ในพื้นที่โดยไม่พิจารณาจังหวะราคาตลาด การติดตามราคาจริงจากหลายแหล่งควบคู่กับการกระจายรอบเลี้ยงจึงเป็นกลยุทธ์หลักที่ช่วยให้รายได้เฉลี่ยทั้งปีของฟาร์มมั่นคงกว่า แทนที่จะฝากความหวังไว้กับราคาช่วงเดียวที่อาจผันผวนได้ทุกปีตามสภาพอากาศและสถานการณ์ตลาดโลก
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมประมง — ข้อมูลสถานการณ์การเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลและปฏิทินการผลิตรายภูมิภาค
- สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ข้อมูลราคากุ้งขาวแวนนาไมและแนวโน้มราคารายเดือน
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
ดูข้อมูลตลาดและการขายผลผลิตเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ หมวดตลาดและการขาย
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

เครื่องตีราคา & สติ๊กเกอร์ตีราคา ฉลากราคา เครื่องปริ้นฉลากราคา ราคาสินค้า ป้ายสินค้า ราคา ฉลากสินค้า
ดูรายละเอียด
หนังสือ ราคา 175 บาท การขยายพันธุ์ & เพาะปลูกอินทผลัม...เงินล้าน : พืชและการเกษตร คู่มือการเพาะปลูก การปลูกอินทผลัม
ดูรายละเอียด
แผงไข่พลาสติก 6 ฟอง อย่างหนา พร้อมฝาล็อค (ราคา ต่อ1กล่อง)
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
ทำไมราคากุ้งช่วงกลางปีถึงตกต่ำที่สุดทุกปี
เพราะเกษตรกรส่วนใหญ่มักลงลูกกุ้งพร้อมกันในช่วงต้นปีที่อากาศเอื้ออำนวยต่อการเลี้ยง ทำให้ผลผลิตทยอยจับพร้อมกันจำนวนมากในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม เกิดภาวะอุปทานล้นตลาดซึ่งเป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำเกือบทุกปี
ควรลงลูกกุ้งช่วงไหนถึงจะจับได้ตรงช่วงราคาดี
หากต้องการจับขายช่วงต้นปีที่ราคามักสูง ควรลงลูกกุ้งประมาณเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนของปีก่อนหน้า โดยต้องบริหารจัดการคุณภาพน้ำให้ดีเพราะช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นซึ่งกุ้งโตช้ากว่าปกติและเสี่ยงโรคมากขึ้นเช่นกัน
ถ้าจำเป็นต้องจับกุ้งช่วงตลาดล้น มีทางเลือกอื่นไหมนอกจากขายราคาต่ำ
สามารถพิจารณาแปรรูปเบื้องต้น เช่น แช่แข็งหรือทำกุ้งแห้งเพื่อเก็บขายภายหลังในช่วงราคาดีกว่า หรือหาช่องทางขายตรงให้ผู้บริโภคและร้านอาหารแทนการขายผ่านตลาดกลางเพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจได้ราคาที่ดีกว่าราคาตลาดกลางในช่วงที่ผลผลิตล้น
ขนาดไซซ์กุ้งมีผลต่อราคาช่วงตลาดล้นมากแค่ไหน
มีผลมาก กุ้งไซซ์ใหญ่ (เช่น 40-50 ตัวต่อกิโลกรัม) มักได้ราคาต่อกิโลกรัมสูงกว่ากุ้งไซซ์เล็กอย่างชัดเจนแม้ในช่วงตลาดล้น เพราะความต้องการกุ้งไซซ์ใหญ่สำหรับตลาดส่งออกและร้านอาหารยังมีอยู่ต่อเนื่อง การรอให้กุ้งโตไซซ์ใหญ่ขึ้นก่อนจับจึงช่วยพยุงราคาได้บ้างแม้อยู่ในช่วงราคาตกต่ำ
ตลาดกลางกุ้งกับพ่อค้าคนกลางที่มารับซื้อถึงบ่อ ราคาต่างกันมากไหม
โดยทั่วไปพ่อค้าคนกลางที่รับซื้อถึงบ่อมักให้ราคาต่ำกว่าตลาดกลางกุ้งเล็กน้อยเพราะหักต้นทุนขนส่งและกำไรส่วนต่างไว้แล้ว แต่สะดวกกว่าสำหรับเกษตรกรที่ไม่มีรถขนส่งเอง ควรเปรียบเทียบราคาจากทั้งสองช่องทางก่อนตัดสินใจขายทุกรอบ
