ปลูกพืช

ปลูกผักกวางตุ้งรอบไว 25 วันเก็บ ปลูกได้กี่รอบต่อปีและต้นทุนต่อรอบ

ผักกวางตุ้งรอบไว 25 วันเก็บ ปลูกได้จริง 8-9 รอบต่อปี ต้นทุนต่อรอบราว 4,300-4,800 บาท เทียบกำไรสะสมกับผักโตช้าอย่างกะหล่ำปลี พร้อมตารางต้นทุนและปฏิทินปลูกจริง

ปลูกผักกวางตุ้งรอบไว 25 วันเก็บ ปลูกได้กี่รอบต่อปีและต้นทุนต่อรอบ
คำตอบเร็ว: ผักกวางตุ้งพันธุ์รอบไวที่เก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่อายุ 25 วัน เมื่อรวมเวลาพักดินระหว่างรอบอีกประมาณ 8-10 วัน จะได้วงจรปลูกจริงราว 33-35 วันต่อรอบ ปลูกซ้ำในแปลงเดิมได้ประมาณ 8-9 รอบต่อปี (บางแปลงที่ควบคุมน้ำและแสงได้ดีอาจทำได้ถึง 10 รอบ) ต้นทุนเฉลี่ยต่อรอบต่อไร่อยู่ที่ประมาณ 4,300-4,800 บาท (เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย แรงงาน น้ำ และสารป้องกันแมลง) เมื่อคำนวณกำไรสะสมทั้งปีจากจำนวนรอบที่มากกว่า ผักกวางตุ้งรอบไวมักทำกำไรสุทธิต่อไร่ต่อปีสูงกว่าผักโตช้าอย่างกะหล่ำปลีหรือกะหล่ำดอกอย่างชัดเจน แม้กำไรต่อรอบจะน้อยกว่าก็ตาม

คนที่เริ่มปลูกผักกวางตุ้งขายมักตั้งคำถามเดียวกันว่า "ปลูกผักที่โตเร็วขนาดนี้ ปลูกได้กี่รอบจริง ๆ กันแน่" เพราะโฆษณาเมล็ดพันธุ์มักบอกแค่ "เก็บเกี่ยวได้ใน 25 วัน" โดยไม่พูดถึงเวลาพักดิน เตรียมแปลง และรอบที่เสียไปจากฝนหรือแดดจัด ทำให้เกษตรกรมือใหม่คำนวณจำนวนรอบเกินจริง (บางคนหารตรง ๆ 365/25 = 14.6 รอบ ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ) บทความนี้จะแจกแจงตัวเลขจริงทั้งจำนวนรอบต่อปี ต้นทุนต่อรอบ และกำไรสะสมทั้งปี เพื่อให้ตัดสินใจได้ว่าปลูกผักกวางตุ้งรอบไวคุ้มกว่าผักโตช้าจริงหรือไม่ในสภาพแปลงของตัวเอง

ผักกวางตุ้งรอบไว 25 วันเก็บ ปลูกได้กี่รอบต่อปีจริง

ผักกวางตุ้งที่ตลาดเรียกว่า "รอบไว" หรือ "กวางตุ้งใบเดี่ยว" มักเป็นพันธุ์ที่คัดเลือกให้ใบขยายตัวเร็ว ลำต้นไม่อวบเท่าพันธุ์ทั่วไป เก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่อายุ 25-28 วันหลังหว่านเมล็ด (นับจากวันหว่านโดยตรง ไม่ผ่านการเพาะกล้า) แต่ตัวเลข 25 วันนี้เป็นแค่ระยะเวลา "ปลูก" ไม่ใช่ระยะเวลาทั้งวงจรของ 1 รอบการผลิต เพราะหลังเก็บเกี่ยวเสร็จ แปลงต้องผ่านขั้นตอนเก็บเศษซากพืช ไถพรวน ตากดิน ใส่ปุ๋ยรองพื้น และรดน้ำปรับความชื้นก่อนหว่านรอบใหม่ ซึ่งใช้เวลาอีกประมาณ 7-10 วัน

คำนวณรอบปลูกจากวงจรจริง

เมื่อรวมเวลาปลูก 25 วัน กับเวลาพักดินเตรียมแปลง 8-10 วัน จะได้วงจรจริงต่อรอบประมาณ 33-35 วัน หาร 365 วันต่อปี จะได้ตัวเลขทางทฤษฎีราว 10.4-11 รอบ แต่ในทางปฏิบัติต้องหักลบวันที่เสียไปจากปัจจัยแวดล้อม 3 กลุ่มหลัก คือ ช่วงฝนตกหนักที่ต้องเลื่อนหว่านหรือดินแฉะเกินไถ (ปกติเสียไป 1-2 รอบต่อปีในพื้นที่ฝนชุก) ช่วงแดดจัดหน้าร้อนที่ผักโตเร็วเกินจนใบบาง เก็บเร็วขึ้นแต่คุณภาพลด และช่วงพักแปลงยาวพิเศษทุก 3-4 รอบเพื่อใส่ปูนขาวปรับ pH และตากดินฆ่าเชื้อโรครากเน่า เมื่อหักปัจจัยเหล่านี้ ตัวเลขที่เกษตรกรทำได้จริงในแปลงเปิดกลางแจ้งอยู่ที่ 8-9 รอบต่อปี ส่วนแปลงที่มีการควบคุมน้ำแบบสปริงเกลอร์หรือปลูกใต้ตาข่ายพรางแสงลดผลกระทบจากฝนและแดดจัดได้ อาจดันขึ้นไปถึง 10 รอบต่อปี

ตัวอย่างปฏิทินปลูกจริงตลอด 1 ปี

ถ้าเริ่มหว่านเมล็ดรอบแรกต้นเดือนมกราคม ในสภาพอากาศปกติที่ไม่มีฝนตกหนักผิดปกติ จะเก็บเกี่ยวรอบแรกได้ราวปลายเดือนมกราคม แล้วพักดิน 8-10 วันก่อนหว่านรอบสอง ทำแบบนี้ต่อเนื่องจะได้ประมาณเดือนละ 1 รอบในช่วงเดือนที่อากาศเอื้ออำนวย (มกราคม-เมษายน และพฤศจิกายน-ธันวาคม) รวม 6 รอบ ส่วนช่วงกลางปี (พฤษภาคม-ตุลาคม) ที่เจอฝนตกชุกเป็นระยะ มักเก็บเกี่ยวได้จริงเพียงเดือนเว้นเดือนหรือทุก 40-45 วันแทนที่จะเป็น 33-35 วัน เพราะดินแฉะไถยาก และบางรอบต้องขยายเวลาพักดินเป็น 12-14 วันเพื่อรอดินแห้งพอไถพรวน ช่วงนี้จึงได้เพิ่มอีกราว 3 รอบ รวมทั้งปีจึงอยู่ที่ 8-9 รอบตามที่คำนวณไว้ ไม่ใช่ 11-12 รอบตามทฤษฎี ผู้ปลูกที่วางแผนตามปฏิทินจริงแบบนี้จะประเมินรายได้และจัดคิวขายล่วงหน้าได้แม่นยำกว่าการคำนวณแบบหารตัวเลขกลม ๆ

ต้นทุนเมล็ดพันธุ์และปุ๋ยต่อรอบ

คำนวณต้นทุนต่อรอบต่อพื้นที่ 1 ไร่ (1,600 ตารางเมตร) แบบปลูกกลางแจ้งด้วยการหว่านเมล็ดโดยตรง เมล็ดพันธุ์กวางตุ้งเกรดการค้าราคาเฉลี่ย 250-280 บาทต่อถุง (บรรจุ 100 กรัม) อัตราหว่านที่แนะนำสำหรับกวางตุ้งอยู่ที่ 400-500 กรัมต่อไร่เพื่อให้ต้นไม่แน่นเกินไป จึงต้องใช้เมล็ดประมาณ 4-5 ถุงต่อรอบ คิดเป็นเงินราว 1,100-1,300 บาท ส่วนปุ๋ยแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรองพื้นก่อนหว่านประมาณ 300-400 กิโลกรัมต่อไร่ (ราว 400-500 บาท) และปุ๋ยเคมีสูตรเสมอหรือสูตรไนโตรเจนสูงอย่าง 46-0-0 ใส่แบ่ง 2 ครั้งช่วงอายุ 10 และ 18 วัน รวมประมาณ 15-20 กิโลกรัมต่อไร่ (ราว 400-500 บาท) รวมต้นทุนเมล็ดพันธุ์และปุ๋ยต่อรอบอยู่ที่ประมาณ 1,900-2,300 บาทต่อไร่

นอกจากเมล็ดพันธุ์และปุ๋ยแล้ว ต้นทุนที่มักถูกลืมคือค่าแรงงานหว่าน ดูแล และเก็บเกี่ยว ซึ่งสำหรับผักรอบไวที่ปลูกบ่อยจะกลายเป็นต้นทุนสะสมสูงกว่าปุ๋ยเสียอีก เพราะต้องเก็บเกี่ยวถี่ทุกเดือน คิดเฉลี่ยค่าแรงต่อรอบราว 1,500-1,800 บาท (รวมพลิกดิน หว่าน รดน้ำ กำจัดวัชพืช และเก็บเกี่ยว) ค่าน้ำหรือค่าไฟสูบน้ำราว 250-350 บาทต่อรอบ และสารชีวภัณฑ์หรือสารป้องกันหนอนกระทู้ผักซึ่งเป็นศัตรูหลักของกวางตุ้งอีกราว 350-450 บาทต่อรอบ รวมต้นทุนทั้งหมดต่อรอบต่อไร่จึงอยู่ที่ประมาณ 4,300-4,800 บาท

สำหรับคนที่ปลูกในพื้นที่เล็กกว่า 1 ไร่ เช่น แปลงหลังบ้านขนาด 1 งาน (400 ตารางเมตร) ให้หารตัวเลขทุกรายการด้วย 4 โดยประมาณ จะได้ต้นทุนเมล็ดพันธุ์และปุ๋ยรวมกันราว 475-575 บาทต่อรอบ และเมื่อรวมค่าแรงงาน (ซึ่งมักลดสัดส่วนน้อยกว่า 1/4 เพราะยังต้องเดินตรวจแปลงและเก็บเกี่ยวในเวลาใกล้เคียงเดิม) ต้นทุนรวมต่อรอบของแปลง 1 งาน จะอยู่ที่ประมาณ 1,400-1,600 บาท ผลผลิตต่อรอบราว 400-475 กิโลกรัม ขายได้ประมาณ 3,200-4,750 บาท กำไรสุทธิต่อรอบราว 1,800-3,150 บาท ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ปลูกขายในตลาดนัดชุมชนหรือขายส่งร้านอาหารใกล้บ้านมากกว่าการทำตลาดขายส่งปริมาณมาก

รายการต้นทุนปริมาณต่อไร่/รอบราคาโดยประมาณ (บาท)
เมล็ดพันธุ์กวางตุ้งรอบไว4-5 ถุง (100 กรัม/ถุง)1,100-1,300
ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมักรองพื้น300-400 กก.400-500
ปุ๋ยเคมี (แบ่งใส่ 2 ครั้ง)15-20 กก.400-500
ค่าแรงงาน (หว่าน-ดูแล-เก็บเกี่ยว)ตลอดรอบ1,500-1,800
ค่าน้ำ/ค่าไฟสูบน้ำตลอดรอบ250-350
สารป้องกันหนอน/แมลงตลอดรอบ350-450
รวมต่อรอบ-4,300-4,800

ทำไมต้องพักดินระหว่างรอบ และพักนานเท่าไหร่

กวางตุ้งอยู่ในตระกูลกะหล่ำ (Brassica) เช่นเดียวกับคะน้า ผักกาดขาว และบรอกโคลี เมื่อปลูกซ้ำที่เดิมติดต่อกันหลายรอบโดยไม่พักดิน เชื้อราสาเหตุโรครากเน่าและโรคเหี่ยวที่สะสมในดินจะเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงรอบที่ 4-5 ผลผลิตจะเริ่มลดลงชัดเจนแม้ดูแลเหมือนเดิมทุกอย่าง การพักดินระหว่างรอบจึงไม่ใช่แค่การเว้นช่วงให้ดินฟื้นตัว แต่เป็นการตัดวงจรเชื้อโรคด้วย โดยขั้นตอนพักดินมาตรฐานหลังเก็บเกี่ยวแต่ละรอบคือ เก็บเศษซากพืชและวัชพืชออกจากแปลงให้หมดภายใน 1-2 วันแรก (ไม่ไถกลบเศษพืชที่อาจมีเชื้อโรคติดอยู่) ไถพรวนตากดิน 3-4 วันให้แสงแดดฆ่าเชื้อราและไข่แมลงในดิน ใส่ปูนขาวหรือโดโลไมท์ปรับ pH ทุก 3-4 รอบ (ไม่ต้องใส่ทุกรอบ) แล้วจึงใส่ปุ๋ยคอกรองพื้นและรดน้ำปรับความชื้นก่อนหว่านเมล็ดรอบใหม่อีก 3-4 วัน รวมเวลาพักดินมาตรฐานประมาณ 8-10 วัน หากเร่งพักดินให้สั้นกว่านี้เพื่อเพิ่มจำนวนรอบ มักแลกมาด้วยผลผลิตต่อรอบที่ลดลงและความเสี่ยงโรคสะสมที่สูงขึ้น ซึ่งไม่คุ้มในระยะยาว

เกษตรกรที่มีพื้นที่มากกว่า 2 แปลงมักใช้วิธีหมุนเวียนแปลง คือปลูกกวางตุ้งแปลง A ขณะที่แปลง B กำลังพักดิน แล้วสลับกัน วิธีนี้ทำให้เก็บเกี่ยวได้ต่อเนื่องทุกเดือนโดยไม่ต้องเร่งรอบพักดินในแปลงเดียว และยังช่วยกระจายความเสี่ยงหากแปลงใดแปลงหนึ่งเจอโรคระบาด

อีกวิธีที่ช่วยยืดอายุความสมบูรณ์ของดินในระยะยาวคือการสลับปลูกพืชคนละตระกูลแทรกทุก 5-6 รอบ เช่น ปลูกถั่วฝักยาวหรือข้าวโพดหวานคั่นสัก 1 รอบก่อนกลับมาปลูกกวางตุ้งใหม่ เพราะพืชตระกูลถั่วช่วยตรึงไนโตรเจนคืนสู่ดินและไม่เป็นพืชอาศัยของเชื้อราตระกูลเดียวกับกะหล่ำ วิธีนี้จะทำให้จำนวนรอบกวางตุ้งต่อปีลดลงเล็กน้อยจาก 8-9 รอบเหลือประมาณ 7-8 รอบ แต่ผลผลิตต่อรอบในระยะยาว (ปีที่ 2 เป็นต้นไป) มักคงที่หรือเพิ่มขึ้น ต่างจากแปลงที่ปลูกกวางตุ้งต่อเนื่องทุกรอบตลอดปีโดยไม่แทรกพืชอื่นเลย ซึ่งมักเห็นผลผลิตทยอยลดลงตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไปจากโรคสะสมในดินที่ควบคุมได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ

กำไรสะสมต่อปี: ผักกวางตุ้งรอบไวเทียบผักโตช้า

ผลผลิตกวางตุ้งเฉลี่ยต่อรอบต่อไร่อยู่ที่ประมาณ 1,600-1,900 กิโลกรัม ราคาขายส่งหน้าแปลงผันผวนตามฤดูกาลอยู่ที่ประมาณ 8-12 บาทต่อกิโลกรัม (ช่วงหน้าฝนราคามักสูงกว่าเพราะผักเสียหายจากฝนมาก ส่วนหน้าแล้งราคามักต่ำกว่าเพราะผลผลิตในตลาดล้น) คิดรายได้เฉลี่ยต่อรอบประมาณ 16,000-19,000 บาทต่อไร่ หักต้นทุน 4,300-4,800 บาทต่อรอบ จะเหลือกำไรสุทธิประมาณ 11,700-14,700 บาทต่อรอบต่อไร่ เมื่อคูณด้วยจำนวนรอบจริง 8-9 รอบต่อปี จะได้กำไรสะสมทั้งปีประมาณ 94,000-132,000 บาทต่อไร่

เทียบกับผักโตช้าอย่างกะหล่ำปลีที่ใช้เวลาปลูกประมาณ 60-70 วัน รวมพักดินแล้ววงจรต่อรอบยาวถึง 75-80 วัน ปลูกได้จริงเพียง 4-5 รอบต่อปี ต้นทุนต่อรอบสูงกว่าเพราะระยะเวลาปลูกนานกว่า ต้องใส่ปุ๋ยหลายครั้งและดูแลนานกว่า (ประมาณ 6,500-7,500 บาทต่อรอบต่อไร่) แต่ผลผลิตต่อรอบมากกว่าเพราะหัวกะหล่ำมีน้ำหนักสูง (ประมาณ 2,800-3,200 กิโลกรัมต่อไร่) ราคาขายส่งเฉลี่ย 5-7 บาทต่อกิโลกรัม รายได้ต่อรอบประมาณ 16,000-20,000 บาท กำไรสุทธิต่อรอบราว 9,500-13,000 บาท คูณด้วย 4-5 รอบต่อปี ได้กำไรสะสมทั้งปีประมาณ 42,000-58,000 บาทต่อไร่ ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าแม้กำไรต่อรอบของกวางตุ้งจะใกล้เคียงหรือต่ำกว่ากะหล่ำปลีเล็กน้อยในบางรอบ แต่จำนวนรอบที่มากกว่าเกือบเท่าตัวทำให้กำไรสะสมทั้งปีของกวางตุ้งสูงกว่ากะหล่ำปลีราว 2-2.3 เท่า

รายการเปรียบเทียบผักกวางตุ้งรอบไวกะหล่ำปลี (ผักโตช้า)
วงจรต่อรอบ (ปลูก+พักดิน)33-35 วัน75-80 วัน
จำนวนรอบต่อปี8-9 รอบ4-5 รอบ
ต้นทุนต่อรอบต่อไร่4,300-4,800 บาท6,500-7,500 บาท
กำไรสุทธิต่อรอบต่อไร่11,700-14,700 บาท9,500-13,000 บาท
กำไรสะสมต่อปีต่อไร่94,000-132,000 บาท42,000-58,000 บาท

ตัวเลขข้างต้นเป็นค่าประมาณจากราคาผักและปัจจัยการผลิตที่ผันผวนตามพื้นที่และฤดูกาล ก่อนตัดสินใจลงทุนควรตรวจสอบราคาปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ และราคาขายส่งในพื้นที่ของตัวเองจากตลาดกลางหรือสำนักงานเกษตรอำเภอ เพื่อคำนวณต้นทุนที่ตรงกับสภาพจริง สามารถศึกษาแนวทางการปลูกพืชผักชนิดอื่นเพิ่มเติมเพื่อวางแผนหมุนเวียนแปลงได้ที่หมวด ปลูกพืช

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ปลูกซ้ำที่เดิมต่อเนื่องหลายรอบโดยไม่พักดิน — เร่งรอบเพื่อให้ได้ 10-12 รอบต่อปีโดยข้ามขั้นตอนพักดิน ทำให้เชื้อราในดินสะสมจนถึงรอบที่ 4-5 ผลผลิตลดฮวบและต้องเสียเวลาฟื้นฟูดินนานกว่าเดิม
  • หว่านเมล็ดหนาแน่นเกินไป — บางคนหว่านเกิน 600 กรัมต่อไร่เพื่อหวังผลผลิตมาก แต่ต้นเบียดกันจนใบเล็ก บาง ขายได้ราคาต่ำกว่าเกรดมาตรฐาน ทำให้รายได้ต่อรอบลดลงทั้งที่ต้นทุนเมล็ดพันธุ์สูงขึ้น
  • เร่งเก็บเกี่ยวก่อนอายุ 25 วันเพื่อหมุนรอบให้ไวขึ้น — น้ำหนักต่อต้นยังไม่เต็มที่ ได้ผลผลิตต่อรอบน้อยลง 15-20% แม้จำนวนรอบต่อปีจะเพิ่มขึ้น กำไรสะสมทั้งปีกลับไม่ต่างจากเดิมหรือแย่กว่า
  • ไม่คิดค่าแรงงานตัวเองรวมในต้นทุน — เกษตรกรที่ปลูกเอง ดูแลเอง มักคิดว่าค่าแรง 1,500-1,800 บาทต่อรอบเป็น "ของฟรี" ทำให้ประเมินกำไรสูงเกินจริง เมื่อคิดรวมค่าแรงจริงแล้วอาจพบว่ากำไรต่อรอบต่ำกว่าที่คาดไว้มาก
  • ไม่ใส่ปุ๋ยรองพื้นก่อนหว่านรอบใหม่ — เพราะเร่งรีบหมุนรอบ ทำให้ดินขาดธาตุอาหารสะสม ผลผลิตรอบที่ 3 เป็นต้นไปลดลงเรื่อย ๆ แม้จำนวนรอบยังทำได้ตามแผน
  • ปลูกพร้อมกันเต็มแปลงโดยไม่ทยอยหว่าน — ทำให้ผลผลิตทุกรอบออกพร้อมกันทั้งหมด เมื่อถึงช่วงเก็บเกี่ยวมีผลผลิตล้นตลาดในเวลาเดียวกัน ราคาขายส่งตกจากที่ควรได้ 10-12 บาทเหลือเพียง 5-6 บาทต่อกิโลกรัม

สรุป

ผักกวางตุ้งรอบไว 25 วันเก็บ เมื่อรวมเวลาพักดินแล้วปลูกได้จริงประมาณ 8-9 รอบต่อปี ไม่ใช่ 14-15 รอบตามที่หารตรง ๆ จากตัวเลขวันปลูกอย่างเดียว ต้นทุนต่อรอบราว 4,300-4,800 บาทต่อไร่ ส่วนใหญ่อยู่ที่ค่าแรงงานเก็บเกี่ยวที่ถี่กว่าผักโตช้า จุดที่ทำให้กวางตุ้งรอบไวได้เปรียบในกำไรสะสมทั้งปีคือจำนวนรอบที่มากกว่าเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับผักอย่างกะหล่ำปลี แม้กำไรต่อรอบจะใกล้เคียงกันก็ตาม สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือการเร่งรอบโดยลดเวลาพักดินหรือเก็บเกี่ยวก่อนอายุ เพราะจะทำให้ผลผลิตต่อรอบลดลงจนกำไรสะสมทั้งปีไม่ต่างจากเดิม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมวิชาการเกษตร — ข้อมูลพันธุ์ผักตระกูลกะหล่ำ ระยะเวลาปลูก และการจัดการโรคในดินสำหรับพืชผักอายุสั้น
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — คำแนะนำอัตราการใช้เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และการหมุนเวียนแปลงปลูกผักอายุสั้นเพื่อลดโรคสะสมในดิน
  • 📄สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ข้อมูลราคาขายส่งผักตระกูลกวางตุ้งและกะหล่ำปลีในตลาดกลางเพื่อใช้ประกอบการคำนวณต้นทุน-กำไร

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย

ผักกวางตุ้งรอบไวใช้เวลากี่วันถึงเก็บเกี่ยวได้จริง

นับจากวันหว่านเมล็ดโดยตรงจนถึงวันเก็บเกี่ยว พันธุ์รอบไวใช้เวลาประมาณ 25-28 วัน แต่ถ้ารวมเวลาเตรียมแปลงและพักดินก่อนหว่านรอบถัดไปอีก 8-10 วัน วงจรจริงต่อรอบจะอยู่ที่ 33-35 วัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ควรใช้คำนวณจำนวนรอบต่อปี ไม่ใช่นับแค่ระยะเวลาปลูกอย่างเดียว

ปลูกผักกวางตุ้งได้กี่รอบต่อปีจริง

ในแปลงกลางแจ้งที่พักดินตามมาตรฐานและเจอผลกระทบจากฝนหรือแดดจัดตามฤดูกาลปกติ ทำได้จริงประมาณ 8-9 รอบต่อปี ส่วนแปลงที่ควบคุมน้ำและแสงได้ดีกว่า เช่น มีตาข่ายพรางแสงหรือระบบให้น้ำอัตโนมัติ อาจดันขึ้นไปถึง 10 รอบต่อปี ตัวเลข 14-15 รอบที่ได้จากการหารตรง ๆ 365 ด้วย 25 นั้นไม่สอดคล้องกับสภาพการทำงานจริง

ต้นทุนต่อรอบของผักกวางตุ้งรอบไวประมาณเท่าไหร่

รวมค่าเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมี ค่าแรงงาน ค่าน้ำ และสารป้องกันแมลง เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4,300-4,800 บาทต่อไร่ต่อรอบ โดยค่าแรงงานมักเป็นสัดส่วนต้นทุนที่สูงที่สุดเพราะต้องเก็บเกี่ยวถี่กว่าผักโตช้า

ทำไมต้องพักดินระหว่างรอบ พักกี่วัน

เพราะกวางตุ้งเป็นพืชตระกูลกะหล่ำที่อ่อนไหวต่อโรครากเน่าและโรคเหี่ยวในดิน หากปลูกซ้ำที่เดิมต่อเนื่องโดยไม่พักดิน เชื้อโรคจะสะสมจนผลผลิตลดลงตั้งแต่รอบที่ 4-5 ระยะเวลาพักดินมาตรฐานคือ 8-10 วัน สำหรับเก็บเศษซากพืช ไถตากดิน และใส่ปุ๋ยรองพื้นก่อนหว่านรอบใหม่

ปลูกผักกวางตุ้งรอบไวคุ้มกว่าผักโตช้าจริงไหม

เมื่อคำนวณกำไรสะสมทั้งปีจากจำนวนรอบจริง ผักกวางตุ้งรอบไวมักทำกำไรต่อไร่ต่อปีสูงกว่าผักโตช้าอย่างกะหล่ำปลีประมาณ 2-2.3 เท่า แม้กำไรต่อรอบจะใกล้เคียงหรือต่ำกว่าเล็กน้อยก็ตาม เพราะจำนวนรอบที่มากกว่าเกือบเท่าตัวชดเชยส่วนต่างนั้นได้ อย่างไรก็ตามต้องแลกกับความถี่ในการดูแลและเก็บเกี่ยวที่มากกว่า ซึ่งต้องมีแรงงานหรือเวลาเพียงพอรองรับ

ปลูกกวางตุ้งรอบไวได้กำไรทั้งปีต่อไร่ประมาณเท่าไหร่

จากการคำนวณกำไรสุทธิต่อรอบประมาณ 11,700-14,700 บาท คูณด้วยจำนวนรอบจริง 8-9 รอบต่อปี จะได้กำไรสะสมทั้งปีประมาณ 94,000-132,000 บาทต่อไร่ ตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณที่ผันผวนตามราคาขายส่งและต้นทุนปัจจัยการผลิตในแต่ละพื้นที่และฤดูกาล หากแทรกพืชตระกูลถั่วสลับทุก 5-6 รอบเพื่อรักษาความสมบูรณ์ของดิน จำนวนรอบจะลดลงเหลือ 7-8 รอบ กำไรจากกวางตุ้งอย่างเดียวจะลดลงเล็กน้อยเหลือประมาณ 82,000-118,000 บาทต่อไร่ต่อปี แต่ยังไม่รวมรายได้เสริมจากพืชแทรก