คำตอบเร็ว: ผักกวางตุ้งพันธุ์รอบไวที่เก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่อายุ 25 วัน เมื่อรวมเวลาพักดินระหว่างรอบอีกประมาณ 8-10 วัน จะได้วงจรปลูกจริงราว 33-35 วันต่อรอบ ปลูกซ้ำในแปลงเดิมได้ประมาณ 8-9 รอบต่อปี (บางแปลงที่ควบคุมน้ำและแสงได้ดีอาจทำได้ถึง 10 รอบ) ต้นทุนเฉลี่ยต่อรอบต่อไร่อยู่ที่ประมาณ 4,300-4,800 บาท (เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย แรงงาน น้ำ และสารป้องกันแมลง) เมื่อคำนวณกำไรสะสมทั้งปีจากจำนวนรอบที่มากกว่า ผักกวางตุ้งรอบไวมักทำกำไรสุทธิต่อไร่ต่อปีสูงกว่าผักโตช้าอย่างกะหล่ำปลีหรือกะหล่ำดอกอย่างชัดเจน แม้กำไรต่อรอบจะน้อยกว่าก็ตาม
คนที่เริ่มปลูกผักกวางตุ้งขายมักตั้งคำถามเดียวกันว่า "ปลูกผักที่โตเร็วขนาดนี้ ปลูกได้กี่รอบจริง ๆ กันแน่" เพราะโฆษณาเมล็ดพันธุ์มักบอกแค่ "เก็บเกี่ยวได้ใน 25 วัน" โดยไม่พูดถึงเวลาพักดิน เตรียมแปลง และรอบที่เสียไปจากฝนหรือแดดจัด ทำให้เกษตรกรมือใหม่คำนวณจำนวนรอบเกินจริง (บางคนหารตรง ๆ 365/25 = 14.6 รอบ ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ) บทความนี้จะแจกแจงตัวเลขจริงทั้งจำนวนรอบต่อปี ต้นทุนต่อรอบ และกำไรสะสมทั้งปี เพื่อให้ตัดสินใจได้ว่าปลูกผักกวางตุ้งรอบไวคุ้มกว่าผักโตช้าจริงหรือไม่ในสภาพแปลงของตัวเอง
ผักกวางตุ้งรอบไว 25 วันเก็บ ปลูกได้กี่รอบต่อปีจริง
ผักกวางตุ้งที่ตลาดเรียกว่า "รอบไว" หรือ "กวางตุ้งใบเดี่ยว" มักเป็นพันธุ์ที่คัดเลือกให้ใบขยายตัวเร็ว ลำต้นไม่อวบเท่าพันธุ์ทั่วไป เก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่อายุ 25-28 วันหลังหว่านเมล็ด (นับจากวันหว่านโดยตรง ไม่ผ่านการเพาะกล้า) แต่ตัวเลข 25 วันนี้เป็นแค่ระยะเวลา "ปลูก" ไม่ใช่ระยะเวลาทั้งวงจรของ 1 รอบการผลิต เพราะหลังเก็บเกี่ยวเสร็จ แปลงต้องผ่านขั้นตอนเก็บเศษซากพืช ไถพรวน ตากดิน ใส่ปุ๋ยรองพื้น และรดน้ำปรับความชื้นก่อนหว่านรอบใหม่ ซึ่งใช้เวลาอีกประมาณ 7-10 วัน
คำนวณรอบปลูกจากวงจรจริง
เมื่อรวมเวลาปลูก 25 วัน กับเวลาพักดินเตรียมแปลง 8-10 วัน จะได้วงจรจริงต่อรอบประมาณ 33-35 วัน หาร 365 วันต่อปี จะได้ตัวเลขทางทฤษฎีราว 10.4-11 รอบ แต่ในทางปฏิบัติต้องหักลบวันที่เสียไปจากปัจจัยแวดล้อม 3 กลุ่มหลัก คือ ช่วงฝนตกหนักที่ต้องเลื่อนหว่านหรือดินแฉะเกินไถ (ปกติเสียไป 1-2 รอบต่อปีในพื้นที่ฝนชุก) ช่วงแดดจัดหน้าร้อนที่ผักโตเร็วเกินจนใบบาง เก็บเร็วขึ้นแต่คุณภาพลด และช่วงพักแปลงยาวพิเศษทุก 3-4 รอบเพื่อใส่ปูนขาวปรับ pH และตากดินฆ่าเชื้อโรครากเน่า เมื่อหักปัจจัยเหล่านี้ ตัวเลขที่เกษตรกรทำได้จริงในแปลงเปิดกลางแจ้งอยู่ที่ 8-9 รอบต่อปี ส่วนแปลงที่มีการควบคุมน้ำแบบสปริงเกลอร์หรือปลูกใต้ตาข่ายพรางแสงลดผลกระทบจากฝนและแดดจัดได้ อาจดันขึ้นไปถึง 10 รอบต่อปี
ตัวอย่างปฏิทินปลูกจริงตลอด 1 ปี
ถ้าเริ่มหว่านเมล็ดรอบแรกต้นเดือนมกราคม ในสภาพอากาศปกติที่ไม่มีฝนตกหนักผิดปกติ จะเก็บเกี่ยวรอบแรกได้ราวปลายเดือนมกราคม แล้วพักดิน 8-10 วันก่อนหว่านรอบสอง ทำแบบนี้ต่อเนื่องจะได้ประมาณเดือนละ 1 รอบในช่วงเดือนที่อากาศเอื้ออำนวย (มกราคม-เมษายน และพฤศจิกายน-ธันวาคม) รวม 6 รอบ ส่วนช่วงกลางปี (พฤษภาคม-ตุลาคม) ที่เจอฝนตกชุกเป็นระยะ มักเก็บเกี่ยวได้จริงเพียงเดือนเว้นเดือนหรือทุก 40-45 วันแทนที่จะเป็น 33-35 วัน เพราะดินแฉะไถยาก และบางรอบต้องขยายเวลาพักดินเป็น 12-14 วันเพื่อรอดินแห้งพอไถพรวน ช่วงนี้จึงได้เพิ่มอีกราว 3 รอบ รวมทั้งปีจึงอยู่ที่ 8-9 รอบตามที่คำนวณไว้ ไม่ใช่ 11-12 รอบตามทฤษฎี ผู้ปลูกที่วางแผนตามปฏิทินจริงแบบนี้จะประเมินรายได้และจัดคิวขายล่วงหน้าได้แม่นยำกว่าการคำนวณแบบหารตัวเลขกลม ๆ
ต้นทุนเมล็ดพันธุ์และปุ๋ยต่อรอบ
คำนวณต้นทุนต่อรอบต่อพื้นที่ 1 ไร่ (1,600 ตารางเมตร) แบบปลูกกลางแจ้งด้วยการหว่านเมล็ดโดยตรง เมล็ดพันธุ์กวางตุ้งเกรดการค้าราคาเฉลี่ย 250-280 บาทต่อถุง (บรรจุ 100 กรัม) อัตราหว่านที่แนะนำสำหรับกวางตุ้งอยู่ที่ 400-500 กรัมต่อไร่เพื่อให้ต้นไม่แน่นเกินไป จึงต้องใช้เมล็ดประมาณ 4-5 ถุงต่อรอบ คิดเป็นเงินราว 1,100-1,300 บาท ส่วนปุ๋ยแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรองพื้นก่อนหว่านประมาณ 300-400 กิโลกรัมต่อไร่ (ราว 400-500 บาท) และปุ๋ยเคมีสูตรเสมอหรือสูตรไนโตรเจนสูงอย่าง 46-0-0 ใส่แบ่ง 2 ครั้งช่วงอายุ 10 และ 18 วัน รวมประมาณ 15-20 กิโลกรัมต่อไร่ (ราว 400-500 บาท) รวมต้นทุนเมล็ดพันธุ์และปุ๋ยต่อรอบอยู่ที่ประมาณ 1,900-2,300 บาทต่อไร่
นอกจากเมล็ดพันธุ์และปุ๋ยแล้ว ต้นทุนที่มักถูกลืมคือค่าแรงงานหว่าน ดูแล และเก็บเกี่ยว ซึ่งสำหรับผักรอบไวที่ปลูกบ่อยจะกลายเป็นต้นทุนสะสมสูงกว่าปุ๋ยเสียอีก เพราะต้องเก็บเกี่ยวถี่ทุกเดือน คิดเฉลี่ยค่าแรงต่อรอบราว 1,500-1,800 บาท (รวมพลิกดิน หว่าน รดน้ำ กำจัดวัชพืช และเก็บเกี่ยว) ค่าน้ำหรือค่าไฟสูบน้ำราว 250-350 บาทต่อรอบ และสารชีวภัณฑ์หรือสารป้องกันหนอนกระทู้ผักซึ่งเป็นศัตรูหลักของกวางตุ้งอีกราว 350-450 บาทต่อรอบ รวมต้นทุนทั้งหมดต่อรอบต่อไร่จึงอยู่ที่ประมาณ 4,300-4,800 บาท
สำหรับคนที่ปลูกในพื้นที่เล็กกว่า 1 ไร่ เช่น แปลงหลังบ้านขนาด 1 งาน (400 ตารางเมตร) ให้หารตัวเลขทุกรายการด้วย 4 โดยประมาณ จะได้ต้นทุนเมล็ดพันธุ์และปุ๋ยรวมกันราว 475-575 บาทต่อรอบ และเมื่อรวมค่าแรงงาน (ซึ่งมักลดสัดส่วนน้อยกว่า 1/4 เพราะยังต้องเดินตรวจแปลงและเก็บเกี่ยวในเวลาใกล้เคียงเดิม) ต้นทุนรวมต่อรอบของแปลง 1 งาน จะอยู่ที่ประมาณ 1,400-1,600 บาท ผลผลิตต่อรอบราว 400-475 กิโลกรัม ขายได้ประมาณ 3,200-4,750 บาท กำไรสุทธิต่อรอบราว 1,800-3,150 บาท ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ปลูกขายในตลาดนัดชุมชนหรือขายส่งร้านอาหารใกล้บ้านมากกว่าการทำตลาดขายส่งปริมาณมาก
| รายการต้นทุน | ปริมาณต่อไร่/รอบ | ราคาโดยประมาณ (บาท) |
|---|---|---|
| เมล็ดพันธุ์กวางตุ้งรอบไว | 4-5 ถุง (100 กรัม/ถุง) | 1,100-1,300 |
| ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมักรองพื้น | 300-400 กก. | 400-500 |
| ปุ๋ยเคมี (แบ่งใส่ 2 ครั้ง) | 15-20 กก. | 400-500 |
| ค่าแรงงาน (หว่าน-ดูแล-เก็บเกี่ยว) | ตลอดรอบ | 1,500-1,800 |
| ค่าน้ำ/ค่าไฟสูบน้ำ | ตลอดรอบ | 250-350 |
| สารป้องกันหนอน/แมลง | ตลอดรอบ | 350-450 |
| รวมต่อรอบ | - | 4,300-4,800 |
ทำไมต้องพักดินระหว่างรอบ และพักนานเท่าไหร่
กวางตุ้งอยู่ในตระกูลกะหล่ำ (Brassica) เช่นเดียวกับคะน้า ผักกาดขาว และบรอกโคลี เมื่อปลูกซ้ำที่เดิมติดต่อกันหลายรอบโดยไม่พักดิน เชื้อราสาเหตุโรครากเน่าและโรคเหี่ยวที่สะสมในดินจะเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงรอบที่ 4-5 ผลผลิตจะเริ่มลดลงชัดเจนแม้ดูแลเหมือนเดิมทุกอย่าง การพักดินระหว่างรอบจึงไม่ใช่แค่การเว้นช่วงให้ดินฟื้นตัว แต่เป็นการตัดวงจรเชื้อโรคด้วย โดยขั้นตอนพักดินมาตรฐานหลังเก็บเกี่ยวแต่ละรอบคือ เก็บเศษซากพืชและวัชพืชออกจากแปลงให้หมดภายใน 1-2 วันแรก (ไม่ไถกลบเศษพืชที่อาจมีเชื้อโรคติดอยู่) ไถพรวนตากดิน 3-4 วันให้แสงแดดฆ่าเชื้อราและไข่แมลงในดิน ใส่ปูนขาวหรือโดโลไมท์ปรับ pH ทุก 3-4 รอบ (ไม่ต้องใส่ทุกรอบ) แล้วจึงใส่ปุ๋ยคอกรองพื้นและรดน้ำปรับความชื้นก่อนหว่านเมล็ดรอบใหม่อีก 3-4 วัน รวมเวลาพักดินมาตรฐานประมาณ 8-10 วัน หากเร่งพักดินให้สั้นกว่านี้เพื่อเพิ่มจำนวนรอบ มักแลกมาด้วยผลผลิตต่อรอบที่ลดลงและความเสี่ยงโรคสะสมที่สูงขึ้น ซึ่งไม่คุ้มในระยะยาว
เกษตรกรที่มีพื้นที่มากกว่า 2 แปลงมักใช้วิธีหมุนเวียนแปลง คือปลูกกวางตุ้งแปลง A ขณะที่แปลง B กำลังพักดิน แล้วสลับกัน วิธีนี้ทำให้เก็บเกี่ยวได้ต่อเนื่องทุกเดือนโดยไม่ต้องเร่งรอบพักดินในแปลงเดียว และยังช่วยกระจายความเสี่ยงหากแปลงใดแปลงหนึ่งเจอโรคระบาด
อีกวิธีที่ช่วยยืดอายุความสมบูรณ์ของดินในระยะยาวคือการสลับปลูกพืชคนละตระกูลแทรกทุก 5-6 รอบ เช่น ปลูกถั่วฝักยาวหรือข้าวโพดหวานคั่นสัก 1 รอบก่อนกลับมาปลูกกวางตุ้งใหม่ เพราะพืชตระกูลถั่วช่วยตรึงไนโตรเจนคืนสู่ดินและไม่เป็นพืชอาศัยของเชื้อราตระกูลเดียวกับกะหล่ำ วิธีนี้จะทำให้จำนวนรอบกวางตุ้งต่อปีลดลงเล็กน้อยจาก 8-9 รอบเหลือประมาณ 7-8 รอบ แต่ผลผลิตต่อรอบในระยะยาว (ปีที่ 2 เป็นต้นไป) มักคงที่หรือเพิ่มขึ้น ต่างจากแปลงที่ปลูกกวางตุ้งต่อเนื่องทุกรอบตลอดปีโดยไม่แทรกพืชอื่นเลย ซึ่งมักเห็นผลผลิตทยอยลดลงตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไปจากโรคสะสมในดินที่ควบคุมได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ
กำไรสะสมต่อปี: ผักกวางตุ้งรอบไวเทียบผักโตช้า
ผลผลิตกวางตุ้งเฉลี่ยต่อรอบต่อไร่อยู่ที่ประมาณ 1,600-1,900 กิโลกรัม ราคาขายส่งหน้าแปลงผันผวนตามฤดูกาลอยู่ที่ประมาณ 8-12 บาทต่อกิโลกรัม (ช่วงหน้าฝนราคามักสูงกว่าเพราะผักเสียหายจากฝนมาก ส่วนหน้าแล้งราคามักต่ำกว่าเพราะผลผลิตในตลาดล้น) คิดรายได้เฉลี่ยต่อรอบประมาณ 16,000-19,000 บาทต่อไร่ หักต้นทุน 4,300-4,800 บาทต่อรอบ จะเหลือกำไรสุทธิประมาณ 11,700-14,700 บาทต่อรอบต่อไร่ เมื่อคูณด้วยจำนวนรอบจริง 8-9 รอบต่อปี จะได้กำไรสะสมทั้งปีประมาณ 94,000-132,000 บาทต่อไร่
เทียบกับผักโตช้าอย่างกะหล่ำปลีที่ใช้เวลาปลูกประมาณ 60-70 วัน รวมพักดินแล้ววงจรต่อรอบยาวถึง 75-80 วัน ปลูกได้จริงเพียง 4-5 รอบต่อปี ต้นทุนต่อรอบสูงกว่าเพราะระยะเวลาปลูกนานกว่า ต้องใส่ปุ๋ยหลายครั้งและดูแลนานกว่า (ประมาณ 6,500-7,500 บาทต่อรอบต่อไร่) แต่ผลผลิตต่อรอบมากกว่าเพราะหัวกะหล่ำมีน้ำหนักสูง (ประมาณ 2,800-3,200 กิโลกรัมต่อไร่) ราคาขายส่งเฉลี่ย 5-7 บาทต่อกิโลกรัม รายได้ต่อรอบประมาณ 16,000-20,000 บาท กำไรสุทธิต่อรอบราว 9,500-13,000 บาท คูณด้วย 4-5 รอบต่อปี ได้กำไรสะสมทั้งปีประมาณ 42,000-58,000 บาทต่อไร่ ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าแม้กำไรต่อรอบของกวางตุ้งจะใกล้เคียงหรือต่ำกว่ากะหล่ำปลีเล็กน้อยในบางรอบ แต่จำนวนรอบที่มากกว่าเกือบเท่าตัวทำให้กำไรสะสมทั้งปีของกวางตุ้งสูงกว่ากะหล่ำปลีราว 2-2.3 เท่า
| รายการเปรียบเทียบ | ผักกวางตุ้งรอบไว | กะหล่ำปลี (ผักโตช้า) |
|---|---|---|
| วงจรต่อรอบ (ปลูก+พักดิน) | 33-35 วัน | 75-80 วัน |
| จำนวนรอบต่อปี | 8-9 รอบ | 4-5 รอบ |
| ต้นทุนต่อรอบต่อไร่ | 4,300-4,800 บาท | 6,500-7,500 บาท |
| กำไรสุทธิต่อรอบต่อไร่ | 11,700-14,700 บาท | 9,500-13,000 บาท |
| กำไรสะสมต่อปีต่อไร่ | 94,000-132,000 บาท | 42,000-58,000 บาท |
ตัวเลขข้างต้นเป็นค่าประมาณจากราคาผักและปัจจัยการผลิตที่ผันผวนตามพื้นที่และฤดูกาล ก่อนตัดสินใจลงทุนควรตรวจสอบราคาปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ และราคาขายส่งในพื้นที่ของตัวเองจากตลาดกลางหรือสำนักงานเกษตรอำเภอ เพื่อคำนวณต้นทุนที่ตรงกับสภาพจริง สามารถศึกษาแนวทางการปลูกพืชผักชนิดอื่นเพิ่มเติมเพื่อวางแผนหมุนเวียนแปลงได้ที่หมวด ปลูกพืช
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ปลูกซ้ำที่เดิมต่อเนื่องหลายรอบโดยไม่พักดิน — เร่งรอบเพื่อให้ได้ 10-12 รอบต่อปีโดยข้ามขั้นตอนพักดิน ทำให้เชื้อราในดินสะสมจนถึงรอบที่ 4-5 ผลผลิตลดฮวบและต้องเสียเวลาฟื้นฟูดินนานกว่าเดิม
- หว่านเมล็ดหนาแน่นเกินไป — บางคนหว่านเกิน 600 กรัมต่อไร่เพื่อหวังผลผลิตมาก แต่ต้นเบียดกันจนใบเล็ก บาง ขายได้ราคาต่ำกว่าเกรดมาตรฐาน ทำให้รายได้ต่อรอบลดลงทั้งที่ต้นทุนเมล็ดพันธุ์สูงขึ้น
- เร่งเก็บเกี่ยวก่อนอายุ 25 วันเพื่อหมุนรอบให้ไวขึ้น — น้ำหนักต่อต้นยังไม่เต็มที่ ได้ผลผลิตต่อรอบน้อยลง 15-20% แม้จำนวนรอบต่อปีจะเพิ่มขึ้น กำไรสะสมทั้งปีกลับไม่ต่างจากเดิมหรือแย่กว่า
- ไม่คิดค่าแรงงานตัวเองรวมในต้นทุน — เกษตรกรที่ปลูกเอง ดูแลเอง มักคิดว่าค่าแรง 1,500-1,800 บาทต่อรอบเป็น "ของฟรี" ทำให้ประเมินกำไรสูงเกินจริง เมื่อคิดรวมค่าแรงจริงแล้วอาจพบว่ากำไรต่อรอบต่ำกว่าที่คาดไว้มาก
- ไม่ใส่ปุ๋ยรองพื้นก่อนหว่านรอบใหม่ — เพราะเร่งรีบหมุนรอบ ทำให้ดินขาดธาตุอาหารสะสม ผลผลิตรอบที่ 3 เป็นต้นไปลดลงเรื่อย ๆ แม้จำนวนรอบยังทำได้ตามแผน
- ปลูกพร้อมกันเต็มแปลงโดยไม่ทยอยหว่าน — ทำให้ผลผลิตทุกรอบออกพร้อมกันทั้งหมด เมื่อถึงช่วงเก็บเกี่ยวมีผลผลิตล้นตลาดในเวลาเดียวกัน ราคาขายส่งตกจากที่ควรได้ 10-12 บาทเหลือเพียง 5-6 บาทต่อกิโลกรัม
สรุป
ผักกวางตุ้งรอบไว 25 วันเก็บ เมื่อรวมเวลาพักดินแล้วปลูกได้จริงประมาณ 8-9 รอบต่อปี ไม่ใช่ 14-15 รอบตามที่หารตรง ๆ จากตัวเลขวันปลูกอย่างเดียว ต้นทุนต่อรอบราว 4,300-4,800 บาทต่อไร่ ส่วนใหญ่อยู่ที่ค่าแรงงานเก็บเกี่ยวที่ถี่กว่าผักโตช้า จุดที่ทำให้กวางตุ้งรอบไวได้เปรียบในกำไรสะสมทั้งปีคือจำนวนรอบที่มากกว่าเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับผักอย่างกะหล่ำปลี แม้กำไรต่อรอบจะใกล้เคียงกันก็ตาม สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือการเร่งรอบโดยลดเวลาพักดินหรือเก็บเกี่ยวก่อนอายุ เพราะจะทำให้ผลผลิตต่อรอบลดลงจนกำไรสะสมทั้งปีไม่ต่างจากเดิม
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมวิชาการเกษตร — ข้อมูลพันธุ์ผักตระกูลกะหล่ำ ระยะเวลาปลูก และการจัดการโรคในดินสำหรับพืชผักอายุสั้น
- กรมส่งเสริมการเกษตร — คำแนะนำอัตราการใช้เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และการหมุนเวียนแปลงปลูกผักอายุสั้นเพื่อลดโรคสะสมในดิน
- สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ข้อมูลราคาขายส่งผักตระกูลกวางตุ้งและกะหล่ำปลีในตลาดกลางเพื่อใช้ประกอบการคำนวณต้นทุน-กำไร
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

ชุดปลูกผัก สวนครัว สำหรับมือใหม่หัดปลูก ผักสลัด ผักกวางตุ้ง ผักบุ้ง ต้นอ่อนทานตะวัน ผักชี ราคาถูก อุปกรณ์ครบพร้อมปลูก
ดูรายละเอียด
กรงไก่ขนาดใหญ่ กรงไก่ชน กรง ไก่ไข่ กรงกระต่าย กรงแมว กรงสุนัข โรงเพาะชำ โรงเรือน เลี้ยงนก กรงนก เล้าไก่ ปลูกผัก มีตาข่าย
ดูรายละเอียด
ชุดพร้อมปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ 15ช่อง กล่องปลูกไฮโดร กล่องโฟม ปลูกผัก ไฮโดรโปนิกส์ hydroponics ชุดกล่องปลูกผัก
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
ผักกวางตุ้งรอบไวใช้เวลากี่วันถึงเก็บเกี่ยวได้จริง
นับจากวันหว่านเมล็ดโดยตรงจนถึงวันเก็บเกี่ยว พันธุ์รอบไวใช้เวลาประมาณ 25-28 วัน แต่ถ้ารวมเวลาเตรียมแปลงและพักดินก่อนหว่านรอบถัดไปอีก 8-10 วัน วงจรจริงต่อรอบจะอยู่ที่ 33-35 วัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ควรใช้คำนวณจำนวนรอบต่อปี ไม่ใช่นับแค่ระยะเวลาปลูกอย่างเดียว
ปลูกผักกวางตุ้งได้กี่รอบต่อปีจริง
ในแปลงกลางแจ้งที่พักดินตามมาตรฐานและเจอผลกระทบจากฝนหรือแดดจัดตามฤดูกาลปกติ ทำได้จริงประมาณ 8-9 รอบต่อปี ส่วนแปลงที่ควบคุมน้ำและแสงได้ดีกว่า เช่น มีตาข่ายพรางแสงหรือระบบให้น้ำอัตโนมัติ อาจดันขึ้นไปถึง 10 รอบต่อปี ตัวเลข 14-15 รอบที่ได้จากการหารตรง ๆ 365 ด้วย 25 นั้นไม่สอดคล้องกับสภาพการทำงานจริง
ต้นทุนต่อรอบของผักกวางตุ้งรอบไวประมาณเท่าไหร่
รวมค่าเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมี ค่าแรงงาน ค่าน้ำ และสารป้องกันแมลง เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4,300-4,800 บาทต่อไร่ต่อรอบ โดยค่าแรงงานมักเป็นสัดส่วนต้นทุนที่สูงที่สุดเพราะต้องเก็บเกี่ยวถี่กว่าผักโตช้า
ทำไมต้องพักดินระหว่างรอบ พักกี่วัน
เพราะกวางตุ้งเป็นพืชตระกูลกะหล่ำที่อ่อนไหวต่อโรครากเน่าและโรคเหี่ยวในดิน หากปลูกซ้ำที่เดิมต่อเนื่องโดยไม่พักดิน เชื้อโรคจะสะสมจนผลผลิตลดลงตั้งแต่รอบที่ 4-5 ระยะเวลาพักดินมาตรฐานคือ 8-10 วัน สำหรับเก็บเศษซากพืช ไถตากดิน และใส่ปุ๋ยรองพื้นก่อนหว่านรอบใหม่
ปลูกผักกวางตุ้งรอบไวคุ้มกว่าผักโตช้าจริงไหม
เมื่อคำนวณกำไรสะสมทั้งปีจากจำนวนรอบจริง ผักกวางตุ้งรอบไวมักทำกำไรต่อไร่ต่อปีสูงกว่าผักโตช้าอย่างกะหล่ำปลีประมาณ 2-2.3 เท่า แม้กำไรต่อรอบจะใกล้เคียงหรือต่ำกว่าเล็กน้อยก็ตาม เพราะจำนวนรอบที่มากกว่าเกือบเท่าตัวชดเชยส่วนต่างนั้นได้ อย่างไรก็ตามต้องแลกกับความถี่ในการดูแลและเก็บเกี่ยวที่มากกว่า ซึ่งต้องมีแรงงานหรือเวลาเพียงพอรองรับ
ปลูกกวางตุ้งรอบไวได้กำไรทั้งปีต่อไร่ประมาณเท่าไหร่
จากการคำนวณกำไรสุทธิต่อรอบประมาณ 11,700-14,700 บาท คูณด้วยจำนวนรอบจริง 8-9 รอบต่อปี จะได้กำไรสะสมทั้งปีประมาณ 94,000-132,000 บาทต่อไร่ ตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณที่ผันผวนตามราคาขายส่งและต้นทุนปัจจัยการผลิตในแต่ละพื้นที่และฤดูกาล หากแทรกพืชตระกูลถั่วสลับทุก 5-6 รอบเพื่อรักษาความสมบูรณ์ของดิน จำนวนรอบจะลดลงเหลือ 7-8 รอบ กำไรจากกวางตุ้งอย่างเดียวจะลดลงเล็กน้อยเหลือประมาณ 82,000-118,000 บาทต่อไร่ต่อปี แต่ยังไม่รวมรายได้เสริมจากพืชแทรก
