คำตอบสั้น ๆ
กระถินปลูกง่ายแต่มีเรื่องพันธุ์ เพลี้ยกระโดดกระถิน และสารมิโมซีนที่ต้องรู้ก่อนใช้เลี้ยงสัตว์ บทความนี้เรียบเรียงขั้นตอนและข้อควรระวังจากแหล่งที่เปิดอ่านได้จริง พร้อมบอกส่วนที่ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน
คำตอบเร็ว: กระถินยักษ์ชอบดินระบายน้ำดี ค่า pH เกิน 5.5 และฝนราว 650-1,500 มม.ต่อปี เมล็ดต้องทำลายเปลือกแข็งก่อนเพาะ และควรคลุกเชื้อไรโซเบียมจำเพาะ ปลูกเป็นแถวห่างกัน 4-9 เมตรถ้าจะใช้ร่วมกับหญ้าและสัตว์เคี้ยวเอื้อง ตัดใบรอบละ 6-12 สัปดาห์ในหน้าฝน ปัญหาใหญ่คือเพลี้ยกระโดดกระถินและสารมิโมซีนในใบ ไม่ควรให้สัตว์กินกระถินเป็นอาหารหลักตัวเดียว ข้อมูล ณ ต.ค. 2569 ตัวเลขส่วนใหญ่มาจากงานต่างประเทศและงานวิจัยไทยเก่า ยังไม่พบคู่มือของกรมวิชาการเกษตรหรือกรมปศุสัตว์ที่เปิดอ่านได้ จึงควรถามปศุสัตว์อำเภอหรือเกษตรอำเภอก่อนลงทุนปลูกจำนวนมาก
กระถินที่คนไทยเรียกกัน คือต้นอะไรกันแน่
คำว่า "กระถิน" ในบ้านเราใช้เรียกต้นไม้ตระกูลถั่วที่ใบเป็นฝอยละเอียด ออกดอกเป็นพู่กลมสีขาวนวล คนส่วนใหญ่คุ้นกับยอดกระถินที่เก็บมาจิ้มน้ำพริก แต่ในแวดวงเลี้ยงสัตว์และปลูกสวนป่า ชื่อวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องคือ Leucaena leucocephala ทั้งกระถินพื้นเมืองที่ต้นเตี้ยแตกกิ่งมาก และกระถินยักษ์ที่โตเร็วใบหนาแน่นซึ่งนำเข้ามาภายหลัง จากหน้าความรู้ของทรูปลูกปัญญาที่เปิดอ่านได้ กระถินพื้นเมืองสูงราว 2.5-4 เมตร ส่วนพันธุ์นำเข้าที่เรียกกันว่ากระถินยักษ์มีสายพันธุ์ไอวอรีโคสต์และเอลซัลวาดอร์ ใช้ได้ทั้งเป็นไม้ใช้สอยและพืชอาหารสัตว์
บทความนี้พูดถึงการปลูกกระถินเป็นพืชอาหารสัตว์ ปุ๋ยพืชสด หรือไม้ฟืนในแปลงของตัวเอง ไม่ใช่การปลูกเป็นผักขาย ถ้าคุณตั้งใจปลูกเพื่อเก็บยอดขายเป็นผัก หลักการเรื่องดินและน้ำใช้ได้เหมือนกัน แต่ต้องวางแผนตัดแต่งให้ได้ยอดอ่อนบ่อยกว่านี้
ก่อนไปต่อ ขอบอกข้อจำกัดของข้อมูลตรง ๆ ผู้เขียนพยายามหาคู่มือการปลูกกระถินจากกรมปศุสัตว์และกรมวิชาการเกษตร แต่หน้าเว็บของ doa.go.th เปิดไม่ผ่านการตรวจใบรับรองความปลอดภัยของเว็บ และไม่ได้ใช้วิธีข้ามการตรวจนั้น ตัวเลขทางเทคนิคในบทความจึงมาจากเอกสารที่เปิดอ่านได้จริง คือ ฐานข้อมูลพืชอาหารสัตว์เขตร้อน (Tropical Forages) เอกสารของ Winrock International งานวิจัยในวารสารไทยที่เปิดอ่านบทคัดย่อได้ และหน้าความรู้ภาษาไทยทั่วไป ทุกแหล่งอยู่ท้ายบทความ เรื่องไหนไม่มีแหล่งยืนยัน จะเขียนไว้ว่าไม่ทราบ
เลือกพื้นที่และดินก่อนซื้อเมล็ด
กระถินทนแล้งได้ดี แต่ไม่ทนน้ำขัง ฐานข้อมูล Tropical Forages ระบุว่าต้องการดินระบายน้ำดี ค่า pH (วัดในน้ำ) สูงกว่า 5.5 หรือสูงกว่า 5.0 ถ้าดินมีอะลูมิเนียมต่ำ ไม่ทนน้ำท่วมขังนานเกิน 3 สัปดาห์ ฝนที่เหมาะอยู่ราว 650-1,500 มม.ต่อปี ทนได้ถึง 3,000 มม. และทนช่วงแล้งได้ถึง 7 เดือน เอกสารของ Winrock ให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่ากระถินล้มเหลวในดินที่ pH ต่ำกว่า 5 โดยเฉพาะดินที่มีอะลูมิเนียมสูง และชอบดินที่มีหินปูนรวมทั้งดินด่างจัด
แปลความเป็นภาษาชาวบ้านได้ว่า ที่ลุ่มน้ำขังหน้าฝนและดินทรายเปรี้ยวจัดไม่เหมาะ ที่ดอนหรือที่ลาดเอียงที่น้ำไม่ขัง ดินร่วนปนเหนียว หรือดินที่มีหินปูนรองอยู่ เหมาะกว่า ถ้าไม่แน่ใจ ให้ขุดดินตัวอย่างส่งตรวจ pH ที่สำนักงานเกษตรอำเภอหรือหน่วยพัฒนาที่ดินในพื้นที่ ซึ่งมักตรวจค่า pH ให้ในราคาไม่แพง ราคาและเงื่อนไขแต่ละแห่งต่างกัน ต้องโทรถามก่อน
สัญญาณหน้างานที่ช่วยตัดสินใจได้ ให้เดินดูแปลงหลังฝนตกหนัก 1-2 วัน ถ้ายังมีน้ำขังเป็นแอ่งอยู่ที่บริเวณที่จะปลูก อย่าปลูกกระถินตรงนั้น เพราะรากแก้วที่ลงลึกจะเน่าก่อนที่ต้นจะตั้งตัวได้ ให้เลือกแนวสันดินหรือยกร่องสูงแทน
ทำความรู้จักความต่างของพันธุ์ และข้อควรคิดเรื่องพืชต่างถิ่น
เอกสาร Winrock ระบุว่ามีพันธุ์ต้านเพลี้ยกระโดดกระถินอย่าง KX2 ส่วน K636 และ K584 ทนเพลี้ยได้น้อยกว่าเมื่อตัดใบเป็นพืชอาหารสัตว์ ฐานข้อมูล Tropical Forages ระบุว่าพันธุ์ Tarramba และกระถินบางสายพันธุ์ย่อย (ssp. glabrata) ฟื้นตัวเร็วหลังเพลี้ยระบาด สิ่งที่ผู้เขียนไม่ทราบคือ ปัจจุบันมีเมล็ดพันธุ์ชนิดไหนวางขายในไทยและมีหน่วยงานรับรองสายพันธุ์หรือไม่ เพราะค้นไม่พบประกาศของกรมปศุสัตว์หรือกรมวิชาการเกษตรที่เปิดอ่านได้ ให้สอบถามศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ของกรมปศุสัตว์ในจังหวัดใกล้บ้าน ซึ่งโดยหน้าที่มักมีเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์แจก/จำหน่าย แต่ต้องโทรถามว่าช่วงนี้มีชนิดไหนจริง
อีกเรื่องที่ต้องคิดคือกระถินยักษ์ไม่ใช่พืชพื้นเมืองของไทย มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง และงานสำรวจทางวิชาการในไทยบางชิ้นรายงานว่ามันแพร่กระจายหนาแน่นในป่าที่อยู่ติดสวนป่าได้ ผู้เขียนได้เห็นเฉพาะบทคัดย่อและผลการค้นหา ไม่ได้อ่านงานฉบับเต็ม และไม่พบรายการทางการของหน่วยงานรัฐที่เปิดอ่านได้ว่ากระถินยักษ์ถูกจัดเป็นพืชต่างถิ่นรุกรานหรือถูกควบคุมการปลูกอย่างไร จึงไม่ขอฟันธง ข้อแนะนำเชิงปฏิบัติคือ อย่าปลูกกระถินในเขตป่า ริมลำน้ำสาธารณะ หรือที่ติดพื้นที่อนุรักษ์ และถ้าที่ดินอยู่ใกล้เขตป่า ให้ถามเกษตรอำเภอหรือสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดก่อน นอกจากนี้ให้ตัดฝักก่อนแก่ในแปลงที่ไม่ได้ตั้งใจเก็บเมล็ด เพราะเมล็ดคือทางที่ต้นแพร่ออกนอกแปลง
ขั้นตอนปลูกกระถินตั้งแต่เมล็ดถึงตัดครั้งแรก
1. เตรียมเมล็ดให้งอก
เมล็ดกระถินมีเปลือกหนาแข็งน้ำซึมผ่านไม่ได้ จึงต้องทำลายเปลือกก่อน Winrock ระบุวิธีที่ใช้ได้ คือ ใช้ของมีคมเฉือนเปลือก แช่น้ำเดือด 3 นาที หรือแช่กรดกำมะถัน 15 นาที (วิธีกรดอันตราย ไม่แนะนำสำหรับเกษตรกรทั่วไป) ส่วน Tropical Forages ระบุว่าการแช่น้ำร้อนเคยแนะนำแต่ให้ผลไม่คงที่ ปัจจุบันนิยมขัดเปลือกด้วยกระดาษทรายหยาบหรือเครื่องหมุนที่บุวัสดุขัดผิว ถ้าทำน้อยแปลง ให้ลองเทียบสองวิธีกับเมล็ดกำมือเล็ก ๆ ก่อน แล้วนับจำนวนที่พองและงอกใน 3-5 วัน แล้วค่อยทำทั้งหมด
เมล็ดมีขนาดเล็ก ประมาณ 15,000-20,000 เมล็ดต่อกิโลกรัม (Tropical Forages) หมายความว่าเมล็ดเพียงกำมือก็พอสำหรับพื้นที่หลายแถว อย่าซื้อเผื่อมากเกิน
2. คลุกเชื้อไรโซเบียม
Tropical Forages ระบุว่ากระถินต้องการไรโซเบียมสายพันธุ์จำเพาะ ยกตัวอย่างสายพันธุ์ที่ใช้กัน ได้แก่ CB 3060, TAL1145 และ LDK4 แต่ไม่ระบุอัตราคลุก ผู้เขียนไม่พบข้อมูลในไทยว่าหาซื้อสายพันธุ์เหล่านี้ได้ที่ไหน หากแปลงเคยมีกระถินขึ้นอยู่แล้ว ดินอาจมีเชื้อที่ต้นเดิมสร้างไว้ ถ้าเป็นแปลงใหม่ ให้ถามกรมวิชาการเกษตรหรือมหาวิทยาลัยด้านเกษตรใกล้บ้านว่ามีหัวเชื้อไรโซเบียมสำหรับถั่วอะไรที่ใช้กับกระถินได้ และใช้ตามฉลาก
3. เพาะกล้าหรือหยอดเมล็ดตรงแปลง
เกษตรกรรายย่อยมักเพาะกล้าในถุงดำก่อน ใช้ดินร่วนผสมปุ๋ยหมัก วางถุงในที่ร่มรำไร ให้น้ำเช้า-เย็น พอต้นสูงประมาณคืบสองคืบและรากเริ่มเดินดีก็ย้ายลงแปลง การหยอดเมล็ดตรงประหยัดแรงกว่า แต่หน้าฝนวัชพืชโตเร็วกว่าต้นกระถินระยะแรก ต้องกำจัดหญ้าแย่งน้ำแย่งแสง Winrock ระบุชัดว่าต้นกล้าต้องมีการควบคุมวัชพืชและป้องกันสัตว์เข้ากิน
4. กำหนดระยะปลูกให้ตรงกับเป้าหมาย
ระยะปลูกขึ้นกับว่าจะเอากระถินไปทำอะไร ตัวเลขข้างล่างมาจากแหล่งที่เปิดอ่านจริง และแต่ละงานมีบริบทต่างกัน ห้ามนำมาปะปนกันโดยไม่ดูเป้าหมาย
| เป้าหมาย | ระยะปลูกที่แหล่งข้อมูลรายงาน | แหล่ง |
|---|---|---|
| แถวกระถินสลับกับทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์เคี้ยวเอื้อง | ระหว่างแถว 4-9 เมตร ใช้เมล็ด 1.5-3.0 กก./เฮกตาร์ (ประมาณ 0.24-0.48 กก./ไร่ คำนวณจาก 1 เฮกตาร์ = 6.25 ไร่) | Tropical Forages |
| แถวกระถินในทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ (ระบบแปลงเลี้ยง) | ระหว่างแถวประมาณ 5-8 เมตร มีหญ้าคั่นกลาง | Winrock |
| ปลูกแถวถี่เพื่อตัดใบเป็นอาหารสัตว์ในเขตร้อนชื้น | ต้นห่างกัน 0.5-1.0 เมตร แถวห่าง 1-3 เมตร (ได้ผลผลิตสูงกว่า 15 ตัน/เฮกตาร์/ปีใน SE Asia และฮาวาย) | Tropical Forages |
| แถบกระถินแซมหญ้ารูซี่ในแปลงทดลองที่เชียงใหม่ (ปี 2538) | แถบห่าง 2.5, 4.0 และ 6.0 เมตร ระยะ 2.5 เมตรให้ผลผลิตหญ้ารวมโปรตีนสูงสุด | วารสารเกษตร มช. (ThaiJo) |
| สวนป่าไม้ฟืนที่สะแกราช นครราชสีมา | ทดลอง 1x0.5, 1x1 และ 2x2 เมตร อายุ 3-4 ปี ระยะ 2x2 เมตรสูงสุดที่ 5.09 และ 7.26 เมตร | วารสารวนศาสตร์ไทย (ThaiJo) |
อ่านตารางนี้ให้ดี งานที่สะแกราชเป็นงานสวนป่าไม้ฟืน ไม่ใช่งานปลูกเลี้ยงสัตว์ ส่วนงานที่เชียงใหม่เป็นแปลงทดลองรอบเดียวในปี 2538 ที่ผสมกับหญ้ารูซี่ ไม่ได้บอกว่าระยะ 2.5 เมตรดีที่สุดในทุกพื้นที่ ข้อสรุปจากงานเชียงใหม่คือ ตลอด 4 ครั้งที่ตัด (170 วัน) แปลงที่ใช้แถบ 2.5 เมตรให้น้ำหนักแห้งรวมหญ้าและกระถิน 1,339 กก./ไร่ เทียบกับ 1,121 กก./ไร่ในแปลงควบคุม และโปรตีนรวม 233 กก./ไร่ เทียบกับ 80 กก./ไร่ ถ้าตัดกระถินเป็นปุ๋ยพืชสดแทน ผลผลิตหญ้าไม่ต่างจากแปลงควบคุม แต่โปรตีนสูงขึ้น 36%
5. ปุ๋ยและการบำรุง
Tropical Forages ระบุว่าโดยทั่วไปกระถินที่ปลูกแบบอาศัยน้ำฝนมักไม่ใส่ปุ๋ย อาจใส่ไนโตรเจนและฟอสฟอรัสรองพื้นเล็กน้อยถ้าปลูกในที่ดินเสื่อมโทรม มีรายงานในออสเตรเลียว่ากระถินตอบสนองต่อกำมะถันบ้าง และในดินเปรี้ยวที่ไม่สมบูรณ์ให้ใส่ปูน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมตอนปลูกและหลังตัดแต่ละครั้ง Winrock เสริมว่าในดินเสื่อมโทรม การเติมฟอสฟอรัสและแคลเซียมช่วยให้ต้นตั้งตัวเร็วขึ้นมาก
นี่คือหลักการ ไม่ใช่สูตรปุ๋ยสำเร็จรูป ผู้เขียนไม่พบอัตราปุ๋ยสำหรับกระถินจากหน่วยงานไทยที่เปิดอ่านได้ ให้ตรวจดินแล้วถามเกษตรอำเภอว่าควรเติมอะไรเท่าไรต่อไร่ในดินกลุ่มของคุณ การใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกรองก้นหลุมเป็นแนวปฏิบัติที่ปลอดภัยสำหรับกล้าในระยะแรก
6. ตัดครั้งแรกและรอบตัด
อย่าเพิ่งรีบตัดต้นเล็ก Winrock รายงานว่าแถวในระบบปลูกแซมพืชตัดที่ระดับ 50-100 ซม.ตอนตัดแต่ง และเก็บเกี่ยวใบทุกประมาณ 3 เดือน Tropical Forages ระบุว่าผลผลิตใบสูงสุดเมื่อตัดทุก 6-12 สัปดาห์ในหน้าฝน และต้นทนการตัดซ้ำได้ดีมาก แต่ไม่ระบุความสูงตอ ส่วนการทดลองบนเกาะเรอูนียงในเอกสาร FAO ตัดต้นที่ความสูง 50 ซม.เมื่ออายุ 6 เดือนแล้วตัดซ้ำทุก 6 เดือน จะเห็นว่าแต่ละที่ใช้รอบไม่เท่ากัน ให้เริ่มจากช่วงกลาง ๆ คือราว 8-12 สัปดาห์ในหน้าฝนและยืดออกในหน้าแล้ง แล้วดูว่าต้นฟื้นเร็วหรือช้า
สัญญาณหน้างาน ถ้าตัดแล้วต้นแตกยอดใหม่เร็วและสีเขียวสด ใบเต็ม แปลว่ารอบตัดพอดี ถ้ายอดที่แตกมีน้อย ใบเหลืองหรือก้านแห้ง ให้ยืดรอบตัดออกและเว้นแปลงพักก่อน
การให้น้ำและการดูแลหน้าแล้ง
กระถินทนแล้งดีเพราะรากลึก แต่ช่วงเป็นต้นกล้าหลังย้ายปลูก 1-2 เดือนแรกยังต้องรดน้ำให้ต่อเนื่อง ถ้าฝนทิ้งช่วงเกิน 7-10 วัน ควรรดตามความจำเป็น การคลุมโคนต้นด้วยฟางหรือเศษใบไม้ช่วยเก็บความชื้นและกดวัชพืช เมื่อต้นตั้งตัวแล้วในพื้นที่ฝนปกติ ส่วนใหญ่ไม่ต้องรดน้ำเพิ่ม ตัวเลข 7-10 วันนี้เป็นแนวปฏิบัติทั่วไป ไม่ใช่ตัวเลขจากเอกสารเฉพาะ จึงต้องปรับตามดินและฤดู
การตัดต้นในหน้าแล้งจะทำให้ต้นฟื้นช้า เพราะเก็บน้ำไว้ไม่ทัน ถ้าจำเป็นต้องตัดใบให้สัตว์ในหน้าแล้ง ให้ตัดเฉพาะบางแถวแล้วสลับ ไม่ตัดทั้งแปลงพร้อมกัน
เพลี้ยกระโดดกระถิน ศัตรูตัวสำคัญ
ศัตรูที่เป็นปัญหาของกระถินทั่วโลกคือเพลี้ยกระโดดกระถิน (Heteropsylla cubana) มันดูดน้ำเลี้ยงที่ยอดอ่อนและใบอ่อน ทำให้ยอดหงิก ใบร่วง ผลงานตีพิมพ์ในวารสาร Livestock Research for Rural Development (ปี 2563) อ้างงานของ Bray และ Woodroffe (2534) ว่าพันธุ์ Cunningham เสียใบเกือบ 80% จากเพลี้ยระบาด และรายงานว่าประชากรเพลี้ยสูงสุดช่วงแล้ง ตุลาคม-ธันวาคมในงานที่คิวบา และมากในแปลงที่ความหลากหลายพืชต่ำ
Tropical Forages ระบุว่าในเขตร้อนชื้น การระบาดรุนแรงที่สุดช่วงต้นและปลายฤดูฝน Winrock ชี้ว่าเพลี้ยมักเป็นปัญหามากในต้นที่ถูกตัดหรือถูกสัตว์กินอยู่เสมอ เพราะมีใบอ่อนให้เพลี้ยกินตลอด เอกสาร FAO จากเคนยารายงานว่าแปลงที่ตัดแต่งเสียหายมากกว่าต้นที่ไม่ตัด และในแปลงที่เพลี้ยระบาดหนัก แปลงที่ป้องกันได้ผลผลิตชีวมวล 2.61 ตัน/เฮกตาร์ เทียบกับ 0.85 ตัน/เฮกตาร์ในแปลงที่ไม่ป้องกัน ผลต่างราว 2-4 เท่า
ข้อมูลที่ผู้เขียนหาไม่พบคือ สถานการณ์เพลี้ยกระโดดกระถินในไทยปัจจุบัน และคำแนะนำควบคุมจากกรมวิชาการเกษตร พบเพียงงานวิจัยเก่าในภาคเหนือช่วงปี 2533-2534 (ทราบจากผลค้นหา ไม่ได้อ่านฉบับเต็ม) ที่ว่าประชากรเพลี้ยเปลี่ยนตามฤดูกาล ศัตรูธรรมชาติท้องถิ่นส่วนใหญ่เป็นแมลงห้ำทั่วไปและบทบาทต่อการควบคุมยังไม่ชัด ดังนั้นแนวป้องกันที่แนะนำจึงอิงหลักการ ไม่ใช่สูตรสารเคมี
- ปลูกให้หลากหลาย มีพืชอื่นและหญ้าแทรก เพราะแปลงที่หลากหลายมีศัตรูธรรมชาติมากกว่า (LRRD 2563) ศัตรูธรรมชาติของเพลี้ยที่รายงานได้แก่ด้วงเต่าบางชนิด แมลงวันตัวห้ำ มด แมงมุม และเชื้อราบิวเวอเรีย
- เดินสำรวจยอดอ่อนทุก 3-5 วันหลังตัดแต่งหรือหลังฝนแรก ถ้าเห็นยอดหงิกและมีตัวอ่อนเกาะแน่น ให้เลื่อนรอบตัดและแยกสัตว์ออกจากแปลง
- ถ้าระบาดหนักจริง ให้โทรหาเกษตรอำเภอก่อน ห้ามเลือกสารเคมีเองตามคำโฆษณา ใช้เฉพาะสารที่ขึ้นทะเบียนกับพืชชนิดนี้ตามฉลากและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และต้องคำนึงเรื่องระยะเว้นก่อนให้สัตว์กินด้วย
สารมิโมซีนในใบกระถิน และการให้สัตว์กิน
ใบและเมล็ดกระถินมีโปรตีนสูง ข้อมูลที่เปิดอ่านได้ระบุโปรตีนราว 23% ในใบกระถินพื้นเมือง แต่มีสารมิโมซีนที่ถ้าสัตว์กินมากเกินไปอาจทำให้ขนร่วงและการทำงานของต่อมไทรอยด์ผิดปกติ หน้าทรูปลูกปัญญาระบุค่ามิโมซีนเฉลี่ยราว 33.5 มก.ต่อ 100 ก. และระบุว่าการตากแดด 1-2 วันช่วยลดมิโมซีน เอกสาร Winrock ระบุว่าความร้อนช่วยสลายมิโมซีน และเกลือเหล็กทำให้ตกตะกอนได้
สำหรับสัตว์เคี้ยวเอื้อง Tropical Forages อธิบายว่ามิโมซีนถูกเปลี่ยนในกระเพาะรูเมนเป็น DHP ซึ่งมีผลต่อต่อมไทรอยด์ ทำให้เบื่ออาหาร น้ำลายไหลมาก โตช้า โดยเฉพาะเมื่อกระถินเกิน 30% ของอาหาร แบคทีเรียในรูเมนชื่อ Synergistes jonesii ย่อย DHP ได้ แต่แบคทีเรียนี้ไม่พบในสัตว์ทุกแห่ง
| สัตว์/วัตถุประสงค์ | สัดส่วนที่แหล่งข้อมูลระบุ | แหล่ง |
|---|---|---|
| หมู ไก่ (กระถินป่นแห้ง) | ประมาณ 5% ของสูตรอาหาร | ทรูปลูกปัญญา / Winrock (สัตว์ปีกไม่เกิน 5%) |
| โค กระบือ | ระบุว่าให้ได้ถึง 40-50% ของอาหาร (หน้าความรู้ทั่วไป) | ทรูปลูกปัญญา |
| โคและแพะที่กินหญ้าเสริมกระถิน | เสริม 20-30% แล้วโตดี | Winrock |
| สัตว์เคี้ยวเอื้องทั่วไป (ข้อควรระวัง) | เกิน 30% ของอาหารเริ่มพบปัญหา โดยเฉพาะถ้ารูเมนไม่มีแบคทีเรียย่อย DHP | Tropical Forages |
ตัวเลขสองแหล่งไม่ตรงกัน คือ 40-50% (หน้าความรู้ทั่วไป) กับ 20-30% และเกิน 30% ที่เริ่มพบปัญหา (งานระดับสากล) ผู้เขียนจึงแนะนำให้ใช้ตัวเลขที่ระมัดระวังกว่า คือเริ่มที่ไม่เกินหนึ่งในสี่ถึงหนึ่งในสามของอาหารทั้งหมด และเลี้ยงควบหญ้าสดหรือฟางอย่างอื่น แล้วปรึกษาปศุสัตว์อำเภอก่อนเพิ่มสัดส่วน เพราะแต่ละพื้นที่และแต่ละฝูงต่างกัน ไม่ต้องรอให้สัตว์ขนร่วงแล้วค่อยปรับ ให้สังเกตตั้งแต่กินอาหารลดลงหรือน้ำลายไหลมาก ถ้ามีอาการ ให้ลดกระถินและเรียกสัตวแพทย์ ห้ามซื้อยามาให้เอง
คนที่กินยอดกระถินเป็นผักก็ควรกินแต่พอควร และผู้ที่มีโรคไทรอยด์หรือโรคประจำตัวให้ปรึกษาแพทย์ ผลค้นหามีบทความเตือนว่าบางกลุ่มควรเลี่ยง แต่ผู้เขียนไม่ได้เปิดอ่านจนครบ จึงไม่ยืนยันรายละเอียด
ผลผลิตที่ควรคาดหวังและการขาย
Tropical Forages รายงานผลผลิตใบอยู่ในช่วง 1-15 ตัน/เฮกตาร์/ปี ขึ้นกับความอุดมสมบูรณ์ ฝน ความสูงจากระดับน้ำทะเล ความหนาแน่น และรอบตัด ส่วนระบบแถวกว้างในเขตแล้งอยู่ราว 2-6 ตัน/เฮกตาร์/ปี และสูงกว่า 15 ตัน/เฮกตาร์/ปีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และฮาวายเมื่อปลูกถี่ Winrock รายงานว่าอาจเกิน 20 ตันวัตถุแห้ง/เฮกตาร์/ปีที่ความหนาแน่นสูง แต่ข้อมูลนี้ไม่ควรถูกใช้เป็นเป้าหมายในแปลงรายย่อย เพราะช่วงกว้างมากและเป็นผลจากแปลงทดลอง
เรื่องตลาด ผู้เขียนไม่พบราคากระถินสดหรือกระถินป่นจากแหล่งที่มีวันที่ จึงไม่ใส่ตัวเลขราคา กระถินส่วนใหญ่ปลูกใช้เองในฟาร์มมากกว่าขายเป็นสินค้า ถ้าจะขายเป็นกระถินป่น ต้องมีที่ตากและเครื่องบด และต้องถามผู้รับซื้อในพื้นที่ว่าต้องการความชื้นเท่าไร ราคาผันผวนตามฤดูกาลและพื้นที่
ต้นทุนตัวอย่างสำหรับ 1 ไร่ (ตัวเลขสมมติเพื่อฝึกคิด)
ตารางนี้เป็นตัวอย่างวิธีคิด ตัวเลขราคาทุกช่องเป็นสมมติ ไม่ใช่ราคาตลาดและไม่ได้มาจากแหล่งอ้างอิง ใช้แทนด้วยราคาที่คุณได้รับจริง สูตรที่ใช้คือ ต้นทุนรวม = ต้นทุนคงที่ + ต้นทุนผันแปร และต้นทุนต่อหน่วย = ต้นทุนรวม ÷ ปริมาณผลผลิต
| รายการ | ปริมาณ (ตัวอย่าง) | ที่มาของตัวเลข | บาท (สมมติ) |
|---|---|---|---|
| เมล็ดพันธุ์กระถิน | 0.4 กก. | จากอัตราหว่านอ้างอิง 1.5-3.0 กก./เฮกตาร์ แปลงเป็น 0.24-0.48 กก./ไร่ ราคาเมล็ดสมมติ 300 บาท/กก. | 120 |
| ปุ๋ยหมักรองก้นหลุมหรือปูนปรับดิน | 1 ไร่ | สมมติ ตามผลตรวจดินจริง | 1,500 |
| แรงงานเตรียมแปลง ปลูก ถอนหญ้า 2-3 ครั้ง | 6 วันแรงงาน | สมมติ 400 บาท/วัน | 2,400 |
| น้ำและค่าเครื่องมือเบ็ดเตล็ด เช่น กรรไกรตัดกิ่ง เครื่องตัดหญ้า | เหมาจ่าย | สมมติ | 1,000 |
| รวมปีแรก | รวมจากรายการข้างบน | 5,020 |
ถ้าสมมติว่าตัดใบได้ปีละ 2 ตันสด/ไร่ (ตัวเลขสมมติเพื่อคำนวณ ไม่ใช่ผลผลิตที่ควรคาด) ต้นทุนต่อกิโลกรัมปีแรกจะเท่ากับ 5,020 ÷ 2,000 = ประมาณ 2.5 บาท แต่เมื่อเข้าปีที่สอง ต้นทุนเมล็ดและเตรียมแปลงหายไป ต้นทุนต่อกก.จะลดลง ข้อสำคัญคือต้องจดว่าคุณใช้แรงงานตัดใบกี่ชั่วโมง และสัตว์กินได้เท่าไร แล้วเทียบกับค่าอาหารที่ต้องซื้อ ถ้าตัวเลขของคุณต่างจากตัวอย่างนี้มาก ให้เชื่อตัวเลขของคุณ
อุปกรณ์ที่ใช้จริง
- เมล็ดพันธุ์ที่ทราบแหล่ง และกระดาษทรายหยาบสำหรับขัดเปลือกเมล็ด
- ถุงเพาะชำและปุ๋ยหมัก ถ้าเพาะกล้าก่อน
- จอบ พลั่ว และสายยางรดน้ำ สำหรับแปลงเล็ก
- กรรไกรตัดกิ่งหรือเลื่อยมือสำหรับต้นเล็ก ส่วนแปลงใหญ่จะใช้เครื่องตัดหญ้าหรือเครื่องตัดแต่งกิ่งที่ปลอดภัย
- แผ่นตากหรือลานตากสำหรับกระถินแห้ง และถุงหรือกระสอบเก็บ ต้องเก็บให้แห้งไม่ให้ขึ้นรา
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ปลูกในที่น้ำขังหรือดินเปรี้ยวจัด แล้วต้นไม่โต โดยไม่ได้ตรวจ pH ก่อน
- หว่านเมล็ดโดยไม่ทำลายเปลือกแข็ง ทำให้งอกกระจุกเดียวและไม่ทั่วแปลง
- ปล่อยวัชพืชคลุมกล้า ทำให้กล้าตายก่อนตั้งตัว
- ให้สัตว์กินกระถินเป็นอาหารหลักตัวเดียวโดยไม่ผสมหญ้าหรือฟาง จนมีอาการเบื่ออาหารหรือขนร่วง
- ตัดถี่เกินไปในหน้าแล้ง หรือตัดทั้งแปลงพร้อมกัน ต้นอ่อนแอและเพลี้ยระบาดง่าย
- ปล่อยให้ติดฝักแก่โดยไม่ตั้งใจเก็บเมล็ด จนเมล็ดแพร่ไปนอกแปลงและเป็นภาระกำจัดภายหลัง
เช็กลิสต์ก่อนเริ่ม
- ตรวจ pH ดิน ต้องสูงกว่า 5.5 (หรือ 5.0 ถ้าอะลูมิเนียมต่ำ) และไม่มีน้ำขัง
- ถามปศุสัตว์อำเภอหรือเกษตรอำเภอเรื่องแหล่งเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะกับพื้นที่ และพื้นที่ปลูกใกล้เขตป่าหรือไม่
- ทำลายเปลือกเมล็ดและทดลองอัตรางอกกับเมล็ดจำนวนน้อยก่อน
- หาเชื้อไรโซเบียมสำหรับถั่วที่เหมาะ ถ้าแปลงใหม่ไม่เคยปลูกกระถิน
- กำหนดระยะแถวตามเป้าหมาย ถ้าแซมหญ้าให้ใช้แถวกว้าง 4-9 เมตร
- วางแผนควบคุมวัชพืชในช่วง 2-3 เดือนแรก
- กำหนดรอบตัด 8-12 สัปดาห์ในหน้าฝน และสลับแปลงในหน้าแล้ง
- เริ่มให้สัตว์กินกระถินในสัดส่วนน้อย และสังเกตอาการ
- จดต้นทุนและผลผลิตทุกรอบ
สรุป
กระถินปลูกได้ง่ายถ้าเลือกที่ดอนระบายน้ำดี ทำลายเปลือกเมล็ด และกำจัดวัชพืชช่วงต้นกล้า ถ้าปลูกให้สัตว์ ใช้แถวกว้างสลับหญ้า ตัดรอบ 8-12 สัปดาห์ในหน้าฝน และเริ่มให้กินในสัดส่วนน้อยเพราะมิโมซีน ปัญหาที่ต้องเฝ้าระวังคือเพลี้ยกระโดดกระถินและการแพร่ของเมล็ดออกนอกแปลง ส่วนที่ยังไม่ทราบคือเมล็ดพันธุ์ที่มีขายในไทยตอนนี้ อัตราปุ๋ยจากหน่วยงานไทย และราคาตลาด ควรสอบถามปศุสัตว์อำเภอและเกษตรอำเภอก่อนลงมือ สำหรับการเลือกหญ้าคู่กับกระถิน ดูเพิ่มที่ วิธีปลูกหญ้าเนเปียร์ และ โมเดลหญ้าเนเปียร์กับวัว ส่วนการจัดอาหารสัตว์ ดู อาหารวัวเนื้อ อาหารแพะเนื้อ และ โมเดลแพะกับหญ้าอาหารสัตว์
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Tropical Forages: Leucaena leucocephala — ดิน ฝน การทำลายเปลือกเมล็ด ไรโซเบียม ระยะแถว ปุ๋ย รอบตัด ผลผลิต มิโมซีน/DHP เพลี้ยกระโดด https://tropicalforages.info/text/entities/leucaena_leucocephala.htm
- Winrock International: Leucaena leucocephala, a versatile nitrogen-fixing tree (อ้างเอกสาร FACT Net ปี 2540) — ระยะแถว เมล็ด การตัดแต่ง สัดส่วนอาหารสัตว์ พันธุ์ต้านเพลี้ย https://winrock.org/leucaena-leucocephala-a-versatile-nitrogen-fixing-tree/
- FAO: Leucaena psyllid, a threat to agroforestry in Africa — แปลงทดลองเรอูนียงและเคนยา การตัดที่ 50 ซม. ผลผลิตชีวมวลเมื่อมีเพลี้ย https://www.fao.org/4/v5020e/v5020e06.htm
- Valenciaga Valdés และคณะ (2563) Livestock Research for Rural Development 32(11) — เพลี้ย Heteropsylla cubana ศัตรูธรรมชาติ ช่วงระบาด https://lrrd.org/lrrd32/11/nvale32177.html
- จรุญโรจน์ จันทรศิริ และเฉลิมพล แซมเพชร ผลิตภาพของแปลงหญ้าเมื่อปลูกหญ้ารูซี่ในระหว่างแถบกระถิน วารสารเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 21(1) (บทคัดย่อ) — ระยะแถบ 2.5/4.0/6.0 เมตร ผลผลิตหญ้าและโปรตีน https://li01.tci-thaijo.org/index.php/joacmu/article/view/246613
- สรายุทธ บุณยะเวชชีวิน กรมป่าไม้ วารสารวนศาสตร์ไทย (บทคัดย่อ) — การเจริญเติบโตของกระถินยักษ์ที่สะแกราชต่างระยะปลูก https://li01.tci-thaijo.org/index.php/tjf/article/view/264247
- ทรูปลูกปัญญา: กระถินพื้นเมือง (หน้าความรู้ทั่วไป ไม่ใช่เอกสารหน่วยงานรัฐ) — ลักษณะพันธุ์ โปรตีน มิโมซีน สัดส่วนที่ให้สัตว์ https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/59503
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
น้ำค้างแข็งและอากาศเย็นจัดบนที่สูงทำให้พืชเสียหายแค่ไหน ป้องกันแปลงอย่างไร
อธิบายกลไกที่น้ำค้างแข็งทำลายเนื้อเยื่อพืช วิธีดูอาการและประเมินความรุนแรง และวิธีป้องกันแปลงที่ลงทุนน้อยตามหลักวิชาของ FAO พร้อมบอกตรง ๆ ว่ายังไม่พบตัวเลขกลางของพืชไทย
ปลูกฟักทองหน้าแล้งในพื้นที่น้ำน้อย ทำได้ไหมและต้องจัดการน้ำอย่างไร
ฟักทองใช้น้ำน้อยกว่านาปรังแต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องให้น้ำ บทความสรุปตัวเลขโครงการสุพรรณบุรีปี 2565 และหลักจัดการน้ำของกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมบอกจุดที่ข้อมูลไม่ตรงกันหรือยังไม่พบ
ปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม ตลาดรับซื้อและข้อควรรู้ก่อนลงทุน
แนวตัดสินใจก่อนปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม สรุปข้อมูลกรณีสตูล โครงการฟ้าทะลายโจร และต้นทุนตัวอย่าง พร้อมบอกว่าข้อมูลใดยังตรวจสอบไม่ได้
ทุเรียนช่วงปลายปีควรดูแลอย่างไร ให้พร้อมสะสมอาหารก่อนออกดอก
สรุปงานสวนทุเรียนช่วงปลายปีจากเอกสารกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร ตั้งแต่ตรวจสภาพต้น ตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย ไปจนถึงช่วงงดน้ำก่อนออกดอก พร้อมระบุตัวเลขที่ยังต้องถามเกษตรอำเภอ
เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกรอบหน้าอย่างไรให้ยังงอกดี ตั้งแต่ตากจนเก็บในภาชนะ
ขั้นตอนเก็บเมล็ดพันธุ์ผักไว้ปลูกต่อ ตั้งแต่เลือกต้นแม่ เก็บเกี่ยว ตากให้แห้ง ไปจนถึงบรรจุภาชนะและทดสอบความงอก อิงเกณฑ์จากสวทช. ม.เชียงใหม่ และม.แม่โจ้
ปลูกผักอายุสั้นช่วงน้ำน้อย ผักชนิดไหนใช้น้ำน้อยและเก็บขายได้ภายใน 30-45 วัน
เอกสารศูนย์เรียนรู้ที่เผยแพร่ผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัดระบุอายุเก็บเกี่ยวผักบุ้งจีน 25 วัน ผักชี 30 วัน ผักตั้งโอ๋ 40 วัน คะน้า 45 วัน แต่ยังไม่มีแหล่งทางการที่จัดอันดับปริมาณน้ำของผักแต่ละชนิด
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

4-20mA เอาต์พุต RS485 เซ็นเซอร์ความชื้นดินอิเล็กทรอนิกส์…
เครื่องวัดดิน
ใช้ตรวจความชื้นหรือค่า pH ดินเบื้องต้นก่อนตัดสินใจใส่ปุ๋ยหรือรดน้ำ
เช็กก่อนซื้อ
- วัดค่าอะไรได้บ้าง (pH ความชื้น แสง) ตามที่ร้านระบุ
- ใช้ถ่านหรือไม่ต้องใช้ไฟ

ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน…
เครื่องมือทำสวน
เครื่องมือมือสำหรับเตรียมดิน พรวน ตัดแต่ง และเก็บเกี่ยว
เช็กก่อนซื้อ
- วัสดุใบมีดและด้ามตามที่ร้านระบุ
- ขนาดและน้ำหนักเหมาะกับงานและแรงมือ

ชุดหมุดปักดิน แผ่นยึดหมุดปักดินสีดำ + หมุดปักดินตัวU 2.5mm…
วัสดุคลุมดิน
คลุมหน้าดินลดวัชพืชและการระเหยของน้ำ

กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว 500g. / 900g. (จากเปลือกมะพร้าว)…
อุปกรณ์เพาะกล้า
ใช้เพาะเมล็ดและอนุบาลกล้าก่อนย้ายลงแปลง
เช็กก่อนซื้อ
- จำนวนหลุมหรือขนาดถาด/ถุงต่อแพ็ก
- เนื้อพลาสติกใช้ซ้ำได้หรือใช้ครั้งเดียว
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
ปลูกกระถินใช้เมล็ดหรือกิ่งปักชำ
ส่วนใหญ่ปลูกจากเมล็ด ต้องดูขั้นตอนเตรียมเมล็ดและแหล่งพันธุ์ในบทความ และสอบถามหน่วยงานปศุสัตว์หรือเกษตรอำเภอเรื่องแหล่งเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะกับพื้นที่
กระถินมีสารอะไรที่ต้องระวังเมื่อใช้เลี้ยงสัตว์
มีสารมิโมซีน สัตว์เคี้ยวเอื้องบางชนิดย่อยได้ดีกว่าสัตว์กระเพาะเดี่ยว สัดส่วนที่เหมาะสมแต่ละแหล่งไม่ตรงกัน ให้ปรึกษาปศุสัตว์อำเภอ
เพลี้ยกระโดดกระถินคืออะไร
เป็นแมลงศัตรูสำคัญของกระถินบางพันธุ์ ผู้เขียนไม่พบแนวทางสารเคมีของหน่วยงานไทยที่เปิดอ่านได้ จึงไม่ระบุชื่อสารหรืออัตรา ให้ถามเกษตรอำเภอ
กระถินปลูกในพื้นที่ไหนได้บ้าง
เจริญในดินหลายชนิดแต่ไม่ชอบน้ำขังและดินกรดจัด รายละเอียดดูหัวข้อดินและน้ำในบทความ
ปลูกกระถินเป็นพืชรุกรานหรือไม่
บางพื้นที่ในต่างประเทศจัดเป็นพืชรุกราน ผู้เขียนไม่ยืนยันสถานะตามกฎหมายไทย ควรสอบถามเกษตรอำเภอก่อนปลูกเป็นแปลงใหญ่
