ปลูกพืชเผยแพร่ 1 พฤศจิกายน 2569

วิธีปลูกมัลเบอร์รี่ผลสด ตั้งแต่เตรียมแปลง ดูแล จนเก็บเกี่ยว

ปลูกมัลเบอร์รี่ผลสดตามเอกสารกรมหม่อนไหม ตั้งแต่เลือกพันธุ์ ระยะปลูก ดัดกิ่ง ถึงเก็บเกี่ยว เทียบตัวเลขผลผลิตที่ต่างกันมากในแต่ละแหล่ง ข้อมูล ณ ต.ค. 2569

วิธีปลูกมัลเบอร์รี่ผลสด ตั้งแต่เตรียมแปลง ดูแล จนเก็บเกี่ยว

คำตอบสั้น ๆ

หม่อนผลสดต้องตัดต้น ดัดกิ่ง และตัดแต่งตามรอบ เอกสารกรมหม่อนไหมระบุผลสุก 45-60 วันหลังดัดกิ่ง บทความนี้เทียบผลผลิตจากหลายแหล่งและบอกว่าโรคแมลงยังไม่มีข้อมูลทางการ

คำตอบเร็ว: ปลูกมัลเบอร์รี่ผลสดให้เริ่มจากต้นปักชำหรือตอนของพันธุ์ผลสดที่กรมหม่อนไหมแนะนำ เช่น พันธุ์เชียงใหม่ ปลูกในหลุมขนาด 50 x 50 x 50 เซนติเมตร ระยะ 4 x 4 เมตร (ตามหน่วยงานกรมหม่อนไหมที่ชุมพร) หรือปลูกเป็นแถวชิด 0.75 x 2 เมตรพร้อมตัดแต่งแบบทรงสูง (ตามรายงานพันธุ์เชียงใหม่ 80) ตัดต้นเหลือลำหลัก 80-100 เซนติเมตรเมื่ออายุ 6-12 เดือน แล้วดัดกิ่งปีละครั้งเพื่อกระตุ้นดอก หลังดัดกิ่ง ดอกออกใน 8-12 วัน และผลสุกใน 45-60 วัน ตัวเลขผลผลิตต่อไร่ในแหล่งต่าง ๆ ต่างกันมาก (300-500 ถึง 3,000 กก./ไร่/ปี) จึงควรวางแผนด้วยค่าต่ำ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569 โรคและแมลงเฉพาะหม่อนผลสดยังไม่พบแหล่งทางการที่ระบุชัดเจน

มัลเบอร์รี่ หรือที่เรียกในกรมหม่อนไหมว่าหม่อนผลสด คือหม่อนชนิดที่คัดเลือกมาเพื่อกินผล ไม่ใช่หม่อนที่ปลูกเลี้ยงไหมเอาใบ แม้เป็นพืชสกุลเดียวกัน แต่วิธีตัดแต่ง ปุ๋ย และเป้าหมายต่างกันพอสมควร คนที่ตัดสินใจปลูกมักถามว่า ใช้พันธุ์อะไร ปลูกยังไงให้ออกผลเร็ว และเก็บได้ปีละกี่รอบ บทความนี้ไล่ตามลำดับงานจริง โดยอ้างอิงเอกสารของกรมหม่อนไหมและศูนย์ในสังกัดที่เปิดอ่านได้ และบอกชัดเจนว่าตัวเลขไหนมาจากการทดลองที่ไหน เพราะตัวเลขผลผลิตในแหล่งต่าง ๆ ไม่ตรงกัน

หม่อนผลสดต่างจากหม่อนเลี้ยงไหมอย่างไร

ภาพประกอบ หม่อนผลสดต่างจากหม่อนเลี้ยงไหมอย่างไร

หม่อนผลสดเน้นขนาดผล รสหวาน และจำนวนผลต่อกิ่ง ส่วนหม่อนเลี้ยงไหมเน้นใบ ถ้าต้องการอ่านเทียบกับระบบผสมผสาน ดูบทความ โมเดลปลูกหม่อนผลสดแซมเลี้ยงไก่ไข่ใต้ร่ม ต่างจากปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอย่างไร ได้ รายงานของกรมหม่อนไหมเรื่องการประเมินลักษณะสัณฐานและคุณภาพหม่อนผลสด (รายงานวิจัยหม่อนไหม ปี 2565) ศึกษา 33 พันธุ์/สายต้น/สายพันธุ์ ที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติศรีสะเกษและหนองคาย ระหว่างปี 2561-2564 พบว่าส่วนใหญ่ผลรูปยาวรี ผลสุกสีม่วงเทา ความกว้างผล 1.34-1.73 ซม. ความยาวผล 1.54-3.06 ซม. น้ำหนักผล 1.64-2.68 กรัม และความหวาน 10.08-16.04 องศาบริกซ์

รายงานเดียวกันบอกว่าเกษตรกรไทยใช้พันธุ์เชียงใหม่ที่กรมหม่อนไหมแนะนำ ซึ่งให้ผลผลิตเมื่ออายุ 3 ปีประมาณ 600-700 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี และตัวเลขนี้ไม่ตรงกับที่แหล่งอื่นรายงาน (จะอธิบายในหัวข้อผลผลิต) ข้อสังเกตตรงนี้สำคัญ เพราะแปลว่า ถ้าอ่านข่าวที่บอกว่าไร่ละเป็นตัน อย่าเพิ่งเชื่อ ควรถามว่าอายุต้น ระยะปลูก และวิธีตัดแต่งเป็นแบบไหน

เลือกพันธุ์

ผมสรุปจากเอกสารที่เปิดอ่านได้เท่านั้น

พันธุ์/แหล่งข้อมูลที่รายงานข้อควรระวัง
เชียงใหม่ 80 (ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติเชียงใหม่ ร่วมกับหน่วยงานในกรมวิชาการเกษตรขณะนั้น)ผลยาวเฉลี่ย 2.90 ซม. กว้าง 1.05 ซม. หนักเฉลี่ยผลสุก 2.50 กรัม ความหวาน 13.10 องศาบริกซ์ (ผลสุก) ผลสีแดงถึงม่วงดำไม่ทนโรครากเน่า ตามรายงานเอง
พันธุ์เชียงใหม่ที่กรมหม่อนไหมแนะนำ (ตามรายงานปี 2565)ผลผลิต 600-700 กก./ไร่/ปี เมื่ออายุ 3 ปีเป็นการอ้างอิงในรายงาน ไม่ใช่การทดลองใหม่
หม่อนบุรีรัมย์ 60 (ชนิดป่า)ผลผลิตประมาณ 300-500 กก./ไร่/ปี ตามหน่วยงานที่ชุมพรเป็นชนิดแบบพื้นเมือง ผลผลิตต่ำกว่า

ถ้าอยากเปรียบเทียบพันธุ์ในมุมตลาดและงบ ดูแนวคิดเพิ่มที่ เลือกพันธุ์หม่อนอย่างไรให้เหมาะกับพื้นที่ ตลาด และงบประมาณ ผมไม่ขอแนะนำชื่อพันธุ์ที่ขายตามตลาดต้นไม้โดยไม่มีเอกสารรับรอง ควรซื้อต้นจากศูนย์หม่อนไหมของกรมหม่อนไหมหรือแหล่งที่ตรวจสอบแหล่งพันธุ์ได้

การขยายพันธุ์

รายงานเชียงใหม่ 80 ระบุว่าขยายง่ายด้วยการปักชำกิ่งและตอนกิ่งสูง ต้นรอดดี ส่วนรายงานของศูนย์หม่อนไหมศรีสะเกษใช้การติดตา (ติดตาบนต้นตอพันธุ์คุณไพ ปักชำในถุงดำ) ก่อนย้ายลงแปลงเมื่อกิ่งอายุ 4 เดือน เกษตรกรทั่วไปไม่จำเป็นต้องติดตา ปักชำหรือซื้อต้นตอนก็ได้ ข้อควรรู้คือพันธุ์เชียงใหม่ 80 ผลิตกิ่งพันธุ์ได้มากกว่าล้านต้นต่อปีตามรายงาน แต่ผมไม่ทราบว่าปัจจุบันศูนย์ใดจำหน่ายอยู่ ให้โทรสอบถามกรมหม่อนไหม

เตรียมแปลงและปลูก

ระยะและหลุม

หน่วยงานของกรมหม่อนไหมที่ชุมพร (สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ เขต 5) แนะนำปลูกอย่างน้อย 4 ต้น และถ้าปลูก 8 หรือ 12 ต้นจะทำให้ผลสุกเหลื่อมกัน ระยะระหว่างต้น 4 เมตรในแถว ให้ทรงพุ่มมีรัศมีอย่างน้อย 2 เมตร หรือใช้แบบจัตุรัส 4 x 4 เมตร หลุมปลูกขนาด 50 x 50 x 50 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 10 กิโลกรัม โดโลไมต์หรือปูนขาวประมาณ 1 กิโลกรัม และปุ๋ยสูตร 15-15-15 จำนวน 250 กรัม โดยปรับตามผลวิเคราะห์ดินถ้ามี

อีกแบบหนึ่งคือแปลงที่ชิดกว่ามาก รายงานเชียงใหม่ 80 ใช้แปลงจัตุรัส 2 x 2 เมตรตัดต่ำสูง 25 ซม. หรือแถว 0.75 x 2 เมตรเลี้ยง 3-5 กิ่งหลักจากโคนและตัดยอดที่ 1 เมตร (ทรงสูง) รายงานศูนย์ศรีสะเกษและหนองคายใช้ 0.75 x 2.50 เมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก 5 ตันต่อไร่ และปุ๋ย 15-15-15 จำนวน 25 กก./ไร่ ตัวเลขเหล่านี้มาจากแปลงทดลอง ไม่ใช่คำแนะนำทั่วประเทศ ผมจึงแนะนำให้เลือกแบบที่แรงงานตัดแต่งในฟาร์มคุณทำได้ และเริ่มแปลงเล็กก่อน

ตารางเปรียบเทียบจำนวนต้นต่อไร่ที่ผมคำนวณให้ (1 ไร่ = 1,600 ตร.ม.)

ระยะตร.ม./ต้นต้นต่อไร่ (คำนวณ)แหล่งที่มาของระยะ
4 x 4 ม.16100สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ เขต 5 (ชุมพร)
2 x 2 ม.4400รายงานเชียงใหม่ 80 (ตัดต่ำ)
0.75 x 2 ม.1.5ประมาณ 1,067รายงานเชียงใหม่ 80 (แถวชิด ทรงสูง)
0.75 x 2.5 ม.1.875ประมาณ 853แปลงทดลองศรีสะเกษ/หนองคาย

เมื่อเห็นจำนวนต้นต่างกันถึงสิบเท่า ก็เข้าใจได้ว่าทำไมผลผลิตต่อไร่ที่รายงานจึงต่างกันมาก ต้นทุนต้นพันธุ์ ปุ๋ย และแรงงานตัดแต่งก็ต่างตามไปด้วย

ดินและน้ำ

ผมไม่พบเอกสารของกรมหม่อนไหมที่ระบุค่า pH ดินหรือความถี่การให้น้ำโดยตรงสำหรับหม่อนผลสด มีเพียงข้อมูลว่าพันธุ์เชียงใหม่ 80 ต้องการน้ำช่วงประมาณ 3 เดือนตั้งแต่ออกดอกถึงเก็บเกี่ยวเพื่อให้ผลผลิตสูง และรายงานของศูนย์ชุมพรระบุว่าหลังดัดกิ่งถ้าไม่มีฝนให้รดน้ำ เพราะการรดน้ำกระตุ้นการแตกตา แต่ถ้าแห้งจะได้ผลเล็กและเหี่ยว ถ้าดินเป็นดินเหนียวหรือน้ำขัง ลองศึกษาแนวทางที่ ดินเหนียวปลูกอะไรดี และปรับปรุงอย่างไรให้รากเดินดี เพราะเชียงใหม่ 80 ไม่ทนโรครากเน่า

ดูแลหลังปลูก ตัดแต่ง และดัดกิ่ง

ภาพประกอบ ดูแลหลังปลูก ตัดแต่ง และดัดกิ่ง

รายละเอียดการดูแลหม่อนทั่วไปอ่านเพิ่มได้ที่ วิธีปลูกหม่อนสำหรับมือใหม่ และ ดูแลหม่อนหลังปลูก ส่วนขั้นตอนเฉพาะหม่อนผลสดตามกรมหม่อนไหม (ชุมพร) เป็นดังนี้

  1. อายุ 6-12 เดือน: ตัดต้นให้เหลือลำหลักเดียวสูงราว 80-100 ซม. แล้วเลือกเลี้ยงกิ่งใหม่ที่แข็งแรง ตัดกิ่งอ่อนแอทิ้ง
  2. ดัดกิ่งปีละครั้ง: เมื่อกิ่งแก่ ดัดให้ปลายกิ่งขนานหรือสัมผัสพื้น เพื่อกระตุ้นการแตกตาและออกดอก
  3. ตัดกิ่งแขนง: ตัดกิ่งข้างเพื่อให้แตกใหม่ปีละสองครั้ง โดยริดใบออก
  4. รอบการตัด: หลังดัดกิ่งแล้ว ตัดกิ่งทุก 4 เดือน ได้ผลผลิตประมาณ 3 รอบต่อปี ตามที่แหล่งระบุ
  5. ปีที่ 2: เติมปูนตามผลวิเคราะห์ดิน ปุ๋ยคอก 10 กก. และ 15-15-15 จำนวน 250 กรัมต่อต้น

ในแปลงทดลองศรีสะเกษ/หนองคายใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ปีละ 2 ครั้ง ครั้งละ 50 กก./ไร่ ปุ๋ยคอก 1,000 กก./ไร่ หลังตัดแต่งใส่ 15-15-15 อีก 50 กก./ไร่ และใช้สูตร 13-13-21 บังคับให้ติดผล ผมไม่ได้บอกว่าแปลงคุณต้องใช้ตามนี้ เพียงให้เห็นเป็นกรอบการทดลองของหน่วยงาน ควรปรึกษาเกษตรอำเภอหรือศูนย์หม่อนไหมใกล้บ้านเรื่องปริมาณจริง

ข้อสังเกตจากภาคสนามเชิงหลักการ งานหนักที่สุดของหม่อนผลสดคือการดัดและตัดแต่งตามรอบ ไม่ใช่การให้ปุ๋ย ถ้าคนในครอบครัวมีแค่สองคน การปลูกแถวชิดหลายร้อยต้นอาจเกินแรง จึงควรคิดแรงงานก่อนกำหนดระยะ

ออกดอก ติดผล และเก็บเกี่ยว

ตามรายงานของศูนย์ชุมพร ดอกออกใน 8-12 วันหลังดัดกิ่ง ผลสุกใน 45-60 วัน และการเก็บเกี่ยวต่อต้นยาวราว 30 วันเพราะผลสุกไม่พร้อมกัน ส่วนเชียงใหม่ 80 ดอกบานทยอยราว 30 วัน เก็บได้ 34-45 วันหลังดอกบาน ฤดูหลักในช่วงมีนาคม-เมษายน และบังคับนอกฤดูได้ การเก็บเลือกได้ 2 แบบ คือกึ่งสุก (สีแดงผสมม่วงอย่างละครึ่ง) ได้รสเปรี้ยวหวาน หรือสุกเต็มม่วงเข้มได้หวานกว่า

ต้นอายุ 2 ปีขึ้นไปให้ผล 1.5-3.5 กก. ต่อรอบเก็บ ราว 750-1,850 ผลต่อต้น (ศูนย์ชุมพร) ผลผลิตอื่นมีดังนี้

แหล่งผลผลิตที่รายงานเงื่อนไข
รายงานกรมหม่อนไหม 2565 (พันธุ์เชียงใหม่)600-700 กก./ไร่/ปีอายุ 3 ปี
รายงานเชียงใหม่ 80เฉลี่ย 1,733 กก./ไร่/ปี (ขั้นต่ำที่อ้าง 1,000)ค่าเฉลี่ย 3-5 ปี ในฤดู
รายงานเชียงใหม่ 80 นอกฤดู803 กก./ไร่/ปีปีที่ 3
รายงานเชียงใหม่ 80 (สำรวจฟาร์ม)ประมาณ 2,000 กก. (ภาคตะวันออก ต้นอายุ 5 ปี) และ 3,000 กก. (ภาคเหนือ ต้นอายุ 3 ปี)เป็นการสำรวจที่แหล่งเขียนเอง
หม่อนบุรีรัมย์ 60 (ชุมพร)300-500 กก./ไร่/ปีพันธุ์ป่า

ช่วงกว้างตั้งแต่ 300 ถึง 3,000 กก. ต่อไร่นี้อธิบายได้บางส่วนจากระยะปลูก อายุต้น และพันธุ์ แต่ไม่ครบทั้งหมด ผมจึงไม่ขอฟันธงเป็นตัวเลขเดียว และแนะนำให้วางแผนด้วยค่าต่ำสุดของช่วงที่ตรงกับพันธุ์และระยะปลูกของคุณ

  • เก็บตอนเช้า ผลสุกนิ่ม ช้ำง่าย
  • วางชั้นเดียวในภาชนะตื้น ไม่กองสูง
  • แยกผลช้ำไปแปรรูปหรือขายเกรดต่ำ
  • จดวันดัดกิ่ง วันดอกบาน และวันเก็บ เพื่อวางรอบผลผลิตให้ตรงตลาด ดูปฏิทินเพิ่มได้ที่ ปฏิทินปลูกหม่อน

โรคและแมลง

เอกสารศูนย์ชุมพรไม่ระบุชนิดโรคแมลงเฉพาะ เพียงแนะนำให้ตัดกิ่งอ่อนแอหรือเป็นโรคออกเพื่อลดการสะสมของโรคและแมลง รายงานเชียงใหม่ 80 ระบุว่าพันธุ์นี้ไม่ทนโรครากเน่า นอกเหนือจากนี้ผมไม่พบแหล่งทางการที่เปิดอ่านได้ซึ่งระบุโรคแมลงสำคัญของหม่อนผลสด และไม่พบทะเบียนสารที่แนะนำ ผมจึงไม่ระบุชื่อสารหรืออัตรา ถ้าพบใบเหลือง ต้นเหี่ยวทั้งที่ดินชื้น ให้ขุดดูรากและนำตัวอย่างไปปรึกษาศูนย์หม่อนไหมหรือเกษตรอำเภอ

ข้อสังเกตเชิงปฏิบัติ ถ้าแปลงอยู่ที่น้ำขัง ให้ยกร่องก่อนปลูก เพราะความเสี่ยงหลักที่เอกสารกล่าวถึงคือรากเน่า ซึ่งแก้ย้อนหลังยาก

ตัวอย่างต้นทุนและรายได้ (ตัวเลขสมมติ)

ตารางนี้ใช้ฝึกคิดเท่านั้น ผมไม่พบราคาผลหม่อนผลสดที่มีแหล่งและวันที่เปิดอ่านได้ ราคาจึงเป็นตัวเลขสมมติเพื่อสาธิตสูตร ไม่ใช่ราคาตลาด สูตร ต้นทุนรวม = ต้นทุนคงที่ + ต้นทุนผันแปร, รายได้รวม = ปริมาณขาย x ราคาขาย, กำไรสุทธิ = รายได้รวม - ต้นทุนรวม

รายการตัวเลขสมมติฐานของตัวเลข
จำนวนต้นต่อไร่100 ต้น (4 x 4 ม.)1,600 ÷ 16 ตามระยะของเขต 5 ชุมพร
ผลผลิตสมมติ300 กก./ไร่/ปีค่าต่ำสุดของช่วงที่รายงานในพันธุ์ป่า เลือกต่ำเพื่อระวัง
ราคาขายสมมติ100 บาท/กก.สมมติเพื่อสาธิต ไม่ใช่ราคาตลาด
รายได้รวมสมมติต่อไร่ต่อปี30,000 บาท300 x 100
ต้นทุนต้นพันธุ์ ระบบน้ำ ปุ๋ย แรงงาน บรรจุภัณฑ์กรอกเองบันทึกจากใบเสร็จจริง

ความหมายคือ ถ้าเลือกพันธุ์และระยะที่ให้ผลต่ำ รายได้ต่อไร่อาจไม่คุ้มแรงตัดแต่งและบรรจุ ผลผลิตสูงจากแถวชิดต้องแลกกับแรงงานที่มากขึ้น ควรลองแปลงเล็กและบันทึกให้ครบหนึ่งปีก่อนขยาย

ตลาดและการขาย

ภาพประกอบ ตลาดและการขาย

ผมไม่พบราคามัลเบอร์รี่สดที่มีวันที่และแหล่งที่เปิดอ่านได้ จึงไม่ให้ตัวเลข ราคาจริงขึ้นกับพันธุ์ ฤดู และช่องทางขาย ควรเช็กกับผู้ซื้อในพื้นที่ ช่องทางที่ใช้ได้คือขายตรงร้านกาแฟและร้านขนม ขายออนไลน์แบบสั่งจอง และแปรรูปเป็นน้ำหม่อนหรือแยม แต่ต้องปฏิบัติตามกฎอาหาร สอบถามสาธารณสุขจังหวัดหรือ อย. ก่อนทำจำหน่าย ผลสดเก็บได้สั้น จึงควรมีผู้ซื้อก่อนเก็บ

เรื่องบริโภค ศูนย์ชุมพรระบุว่าคนหนึ่งคนกินประมาณ 10-30 ผลต่อวัน (เป็นข้อความในบทความหน่วยงาน ไม่ใช่ข้อกำหนดทางการแพทย์) ผมไม่เขียนสรรพคุณทางยา เพราะไม่ใช่เนื้อหาที่ตรวจสอบได้จากเอกสารเหล่านี้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ซื้อกิ่งพันธุ์ผลสดจากแหล่งที่ไม่รู้ที่มา ได้หม่อนเลี้ยงไหมหรือพันธุ์ที่ผลเล็ก
  • เชื่อตัวเลขผลผลิตสูงสุดโดยไม่ดูอายุต้นและระยะปลูกของแหล่งนั้น
  • ไม่ดัดกิ่ง ต้นสูงแต่ออกดอกน้อย
  • ไม่รดน้ำหลังดัดกิ่งตอนแล้ง ได้ผลเล็กเหี่ยว
  • ปลูกที่น้ำขังจนรากเน่า โดยเฉพาะพันธุ์ที่ไม่ทนโรครากเน่า
  • ปลูกพร้อมกันทุกต้น ผลสุกพร้อมกัน ขายไม่ทัน

เช็กลิสต์ก่อนลงมือ

  • ตัดสินใจระยะปลูกตามแรงงานตัดแต่งที่มี
  • ซื้อต้นพันธุ์ผลสดจากแหล่งที่รับรองได้
  • แปลงไม่มีน้ำขัง มีน้ำเสริมหลังดัดกิ่ง
  • เตรียมหลุม 50 x 50 x 50 ซม. ปุ๋ยคอก/ปูนตามผลวิเคราะห์ดิน
  • วางแผนปลูกเหลื่อมกัน 8-12 ต้นเพื่อผลสุกทยอย
  • มีผู้ซื้อหรือช่องทางขายก่อนเก็บ
  • มีสมุดบันทึกวันดัดกิ่ง ดอกบาน เก็บ และน้ำหนักผล

สรุป

มัลเบอร์รี่ผลสดควรเริ่มจากพันธุ์ผลสดของกรมหม่อนไหม ปลูกตามระยะที่แรงงานรับไหว ตัดต้นเมื่อ 6-12 เดือน แล้วดัดกิ่งปีละครั้งเพื่อกระตุ้นดอก ผลสุกใน 45-60 วันหลังดัด ตัวเลขผลผลิตต่างกันมากตามพันธุ์และระยะ จึงควรวางแผนด้วยค่าต่ำและบันทึกต้นทุนจริง ส่วนโรคแมลง ปุ๋ยเฉพาะ และราคาตลาด ยังไม่มีแหล่งทางการที่เปิดอ่านได้ ควรปรึกษากรมหม่อนไหมหรือเกษตรอำเภอ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมหม่อนไหม: การประเมินลักษณะสัณฐานวิทยาและคุณภาพของหม่อนผลสด (รายงานวิจัยหม่อนไหม ปี 2565) — 33 พันธุ์/สายต้น ศูนย์ศรีสะเกษและหนองคาย ปี 2561-2564 ใช้อ้างอิงขนาดผล ความหวาน ผลผลิตพันธุ์เชียงใหม่ และการทดลองระยะ 0.75 x 2.50 ม. https://qsds.go.th/newosrd/wp-content/uploads/sites/115/2024/05/R01.pdf
  • 📄สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ เขต 5 ชุมพร กรมหม่อนไหม — การปลูกและดูแลหม่อนผลสด ระยะ 4 x 4 ม. หลุมปลูก ปุ๋ย การตัดต้น ดัดกิ่ง การบังคับ ผลผลิตต่อต้น และบุรีรัมย์ 60 (ไม่มีวันเผยแพร่บนหน้า) https://qsds.go.th/newqsissout/?page_id=2498
  • 📄ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติเชียงใหม่: หม่อนผลสดพันธุ์เชียงใหม่ 80 — ขนาดผล ความหวาน ผลผลิต ระยะปลูก การปักชำ/ตอนกิ่ง และข้อจำกัดโรครากเน่า http://chiangmaisilk.blogspot.com/2007/07/blog-post_2391.html

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว 500g. / 900g. (จากเปลือกมะพร้าว)…

กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว 500g. / 900g. (จากเปลือกมะพร้าว)…

อุปกรณ์เพาะกล้า

ใช้เพาะเมล็ดและอนุบาลกล้าก่อนย้ายลงแปลง

เช็กก่อนซื้อ

  • จำนวนหลุมหรือขนาดถาด/ถุงต่อแพ็ก
  • เนื้อพลาสติกใช้ซ้ำได้หรือใช้ครั้งเดียว
หินภูเขาไฟลาวา หินลาวาดำ หินลาวาแดง (Lava Stone)…

หินภูเขาไฟลาวา หินลาวาดำ หินลาวาแดง (Lava Stone)…

ดินปลูก/วัสดุปลูก

ดินผสมพร้อมใช้สำหรับปลูกลงกระถาง ถุง หรือกระบะ

เช็กก่อนซื้อ

  • เหมาะกับพืชแบบไหน (ไม้อวบน้ำ ผัก ไม้ดอก)
  • น้ำหนักหรือปริมาตรต่อถุง
100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…

100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…

ป้ายแปลง/ป้ายชื่อพืช

ใช้ปักระบุพันธุ์ วันปลูก หรือรอบปลูกในแปลงและถาดเพาะ

ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน…

ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน…

เครื่องมือทำสวน

เครื่องมือมือสำหรับเตรียมดิน พรวน ตัดแต่ง และเก็บเกี่ยว

เช็กก่อนซื้อ

  • วัสดุใบมีดและด้ามตามที่ร้านระบุ
  • ขนาดและน้ำหนักเหมาะกับงานและแรงมือ

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

มัลเบอร์รี่ผลสดปลูกกี่เดือนถึงได้ผล

เอกสารที่เปิดอ่านได้ไม่ระบุเดือนจากปลูกถึงผลแรก มีเพียงตัดต้นเมื่อ 6-12 เดือน ต้นอายุ 2 ปีขึ้นไปให้ผล 1.5-3.5 กก. ต่อรอบ และหลังดัดกิ่งผลสุกใน 45-60 วัน

ปีหนึ่งเก็บได้กี่รอบ

ศูนย์ชุมพรระบุว่าตัดกิ่งทุก 4 เดือนหลังดัด ได้ประมาณ 3 รอบต่อปี เป็นข้อมูลของพันธุ์และแปลงที่รายงาน

ผลผลิตต่อไร่เท่าไร

รายงานต่างกันมาก 300-500, 600-700, 1,000-1,733 และสำรวจฟาร์ม 2,000-3,000 กก./ไร่/ปี ควรวางแผนด้วยค่าต่ำ

ใช้สารเคมีอะไรกำจัดแมลง

ไม่พบทะเบียนหรือคำแนะนำทางการสำหรับหม่อนผลสดที่เปิดอ่านได้ จึงไม่ระบุ ให้ปรึกษาเกษตรอำเภอหรือศูนย์หม่อนไหมและอ่านฉลาก

ปลูกที่ราบน้ำขังได้ไหม

ควรยกร่อง เพราะเชียงใหม่ 80 ไม่ทนโรครากเน่าตามรายงาน และไม่พบข้อมูลทางการเรื่องพื้นที่น้ำขังโดยเฉพาะ