ปลูกพืชเผยแพร่ 1 พฤศจิกายน 2569

วิธีปลูกดอกขจร ตั้งแต่เตรียมแปลง ดูแล จนเก็บเกี่ยว

วิธีปลูกดอกขจรจากงานวิจัย มก. ระยะปลูก 25-75 ซม. ไนโตรเจน 5-20 กรัมต่อต้น การทำค้าง น้ำ เก็บดอก ต้นทุนตัวอย่าง และข้อมูลที่ยังไม่มีแหล่งยืนยัน ณ ต.ค. 2569

วิธีปลูกดอกขจร ตั้งแต่เตรียมแปลง ดูแล จนเก็บเกี่ยว

คำตอบสั้น ๆ

สรุปการปลูกดอกขจรตั้งแต่เตรียมแปลงและทำค้างจนเก็บเกี่ยว ใช้ตัวเลขจากงานทดลองของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมระบุข้อมูลที่ยังไม่พบ

คำตอบเร็ว: ดอกขจร (สลิด, Telosma minor Craib) เป็นไม้เถาเลื้อยที่ต้องมีค้างให้เกาะ ชอบแดดเต็มวัน ดินระบายน้ำดี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดหรือกิ่งปักชำ งานทดลองของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน ปี 2550-2551) ปลูกระยะระหว่างต้น 25, 50 และ 75 เซนติเมตร พบว่าที่ 25 เซนติเมตรได้ผลผลิตสูงสุด 205.94 กรัมต่อตารางเมตร และดอกเริ่มออกในเดือนกุมภาพันธ์ 2551 ผลผลิตสูงสุดช่วงพฤษภาคม 2551 ข้อมูล ณ ต.ค. 2569 ผมยังไม่พบคู่มือปลูกจากกรมวิชาการเกษตรหรือกรมส่งเสริมการเกษตร และไม่มีราคารับซื้อที่มีวันที่ ตัวเลขต้นทุนในบทความจึงเป็นตัวอย่างสมมติทั้งหมด

ดอกขจรเป็นพืชที่คนไทยรู้จักผ่านแกงจืดและไข่เจียวดอกขจร กลิ่นหอมเย็นตอนค่ำเป็นเอกลักษณ์ บางบ้านปลูกเถาเดียวที่รั้วแล้วเก็บกินเองได้ทั้งปี แต่พอคิดจะปลูกเป็นแปลงเพื่อขาย คำถามเรื่องระยะปลูก ปุ๋ย และรอบเก็บเกี่ยวก็เริ่มมา บทความนี้เรียงตามงานจริง ตั้งแต่เตรียมแปลง ทำค้าง ปลูก ดูแล เก็บดอก และคิดต้นทุน โดยใช้ตัวเลขจากงานวิจัยที่เปิดอ่านได้เท่านั้น และบอกชัดว่าตรงไหนยังไม่มีข้อมูล

รู้จักขจรก่อนปลูก และข้อควรระวังเรื่องชื่อ

ภาพประกอบ รู้จักขจรก่อนปลูก และข้อควรระวังเรื่องชื่อ

หน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุ "สลิด ขจร" ว่าเป็น Telosma minor Craib อยู่ในวงศ์ Asclepiadaceae ดอกออกเป็นช่อ ดอกย่อยสีเขียว กลีบเลี้ยง 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบเชื่อมติดกัน ปลายแยก 5 แฉก ส่วนเว็บทรูปลูกปัญญาอธิบายว่าเป็นไม้เถาล้มลุก ลำต้นกลมสีเทาขาว ใบรูปหัวใจออกตรงข้ามยาว 4-7 เซนติเมตร ดอกกว้าง 1.2-1.5 เซนติเมตร เริ่มบานสีเขียวแล้วเปลี่ยนเป็นเหลืองถึงส้มตามพันธุ์ บานในฤดูฝน ฝักยาว 10-12 เซนติเมตร มียางสีขาวคล้ายน้ำนม และเมล็ดมีปุยขาวปลิวไปไกล

ข้อควรระวังคือชื่อวิทยาศาสตร์ ตำราไทยบางแห่งใช้ Telosma minor แต่แหล่งต่างประเทศส่วนใหญ่ เช่น สวนพฤกษศาสตร์ NParks ของสิงคโปร์และสารานุกรมออนไลน์ ใช้ชื่อ Telosma cordata (Tonkin creeper) และจัดอยู่ในวงศ์ Apocynaceae ผมจึงใช้ข้อมูลต่างประเทศเฉพาะเรื่องที่เป็นลักษณะทั่วไปของไม้เถาชนิดนี้ และระบุแหล่งไว้ทุกครั้ง ผมไม่ได้ตรวจว่าสองชื่อเป็นพืชชนิดเดียวกันหรือไม่ ถ้าต้องการยืนยันชื่อให้สอบถามนักพฤกษศาสตร์หรือหอพรรณไม้

เหมาะกับพื้นที่แบบไหน

NParks ระบุว่า T. cordata ชอบแดดเต็มวัน ต้องการน้ำปานกลาง ทนแล้งได้แต่ไม่ทนน้ำท่วม ชอบดินร่วนปนทรายระบายน้ำดี pH ราว 6.1-7.5 และทนดินที่ไม่อุดมสมบูรณ์ได้ ข้อสรุปเชิงปฏิบัติจึงเป็นว่าแปลงที่น้ำท่วมขังหลังฝนเป็นข้อห้ามใหญ่ ควรยกร่องสูง ส่วนพื้นที่ปลูกควรมีแดดเต็มวันเพื่อให้ออกดอกดี

ตัวเลขความสูงเถา สารานุกรมออนไลน์ระบุว่า T. cordata เลื้อยได้ 2-5 เมตร ใบรูปหัวใจ ช่อดอกมีดอกสีเหลืองเขียวราว 10-20 ดอก กว้างราว 1.5 เซนติเมตร กลิ่นหอมแรงโดยเฉพาะช่วงเย็น แปลว่าโครงค้างต้องแข็งแรงและสูงพอ ไม่ควรทำค้างเตี้ยแบบถั่วฝักยาว

ขยายพันธุ์และเลือกต้นพันธุ์

NParks ระบุว่าขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่ง ส่วนทรูปลูกปัญญาเล่าเพียงว่าฝักแก่แตกออกและเมล็ดมีปุยปลิวไปไกล ไม่ได้อธิบายวิธีเพาะ ผมไม่พบขั้นตอนเพาะเมล็ดหรือชำกิ่งแบบละเอียด เช่น ความยาวกิ่ง ฮอร์โมน อัตรารอด จากแหล่งทางการของไทย จึงไม่ระบุตัวเลข วิธีที่ใช้ได้จริงคือขอกิ่งจากต้นที่ออกดอกดกและกลิ่นดีในพื้นที่ใกล้เคียง ชำในถุงเพาะชำหรือกระถางจนมีรากและยอดใหม่ แล้วจึงย้ายลงแปลง ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติทั่วไปมากกว่าข้อมูลจากแหล่งอ้างอิง ให้ทดลองจำนวนน้อยก่อน

การซื้อกิ่งพันธุ์หรือต้นกล้า ให้ถามชัดว่าขายเป็นพันธุ์ไหน สีดอกอะไร เพราะทรูปลูกปัญญาระบุว่าสีดอกเมื่อบานเต็มที่เป็นเหลืองถึงส้มตามพันธุ์ และอย่าซื้อต้นที่มียอดเน่าหรือใบเป็นรอยด่างผิดปกติ

ทำค้างและปลูกทีละขั้น

  1. ยกแปลงและปรับดิน ผสมปุ๋ยหมักให้ร่วนโปร่ง ให้น้ำระบายออกได้
  2. ปักเสาและขึงตาข่ายหรือเชือก เสาไม้ไผ่หรือท่อน้ำพีวีซีที่แข็งแรง ระยะห่างเสาให้แน่นพอไม่ให้เถาหนักดึงล้ม ความสูงให้เกิน 2 เมตรตามที่เถาเลื้อยได้
  3. กำหนดระยะต้น งานทดลองของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทดสอบ 25, 50 และ 75 เซนติเมตรในแถวเดียวกัน อ่านผลได้ในหัวข้อถัดไป
  4. ปลูกให้ระดับดินเท่าเดิม ไม่กลบลึกเกินคอรากของต้นกล้า
  5. รดน้ำให้ชุ่มแล้วลดความถี่ เพราะพืชทนแล้งแต่ไม่ทนน้ำขัง
  6. นำเถามาผูกกับค้างช่วงแรก ใช้เชือกฟางผูกหลวม ๆ จนเถาจับค้างเอง

ระยะปลูกและปุ๋ยไนโตรเจน อ่านผลงานทดลองให้ถูก

งานวิจัยเรื่อง "อิทธิพลของระยะปลูกและระดับไนโตรเจนต่อผลผลิตและคุณภาพของดอกขจร" โดย Katsirin Sangmanee และ Pariyanuj Chulaka (ชื่อตามฐานข้อมูล FAO AGRIS) ภาควิชาพืชสวน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตีพิมพ์ในการประชุมวิชาการ มก. ครั้งที่ 47 ปี 2552 ทดลองแปลงที่บางเขนตั้งแต่สิงหาคม 2550 ถึงกันยายน 2551 รายงานผลดังนี้

ปัจจัยค่าที่ทดสอบผลที่รายงาน
ระยะปลูกในแถว25, 50, 75 ซม.25 ซม.: ช่อดอกต่อกิ่งสูงสุด 9.69 และผลผลิตสูงสุด 205.94 ก./ตร.ม.
ระยะปลูกในแถว75 ซม.สารต้านอนุมูลอิสระสูงสุด 86.58% และวิตามินซี 58.24 มก./100 ก. น้ำหนักสด
ไนโตรเจน5, 10, 15, 20 ก./ต้น10 ก./ต้น: ผลผลิตสูงสุด 237.77 ก./ตร.ม. และสารต้านอนุมูลอิสระ 80.89%
ไนโตรเจน20 ก./ต้นช่อดอกต่อกิ่งสูงสุด 9.58 และวิตามินซี 67.86 มก./100 ก.
ช่วงเวลาทดลอง ส.ค. 2550-ก.ย. 2551ดอกเริ่มออก ก.พ. 2551 ผลผลิตสูงสุด พ.ค. 2551

วิธีตีความอย่างรอบคอบมีดังนี้ ประการแรก ปลูกชิด (25 ซม.) ให้ผลผลิตต่อพื้นที่สูงสุดตามงานนี้ แต่ปลูกห่างกว่าให้คุณค่าบางด้านสูงกว่า จึงต้องเลือกตามจุดขาย ประการที่สอง ไนโตรเจน 10 กรัมต่อต้นให้ผลผลิตสูงสุด การเพิ่มเป็น 20 กรัมไม่ได้ทำให้ผลผลิตสูงขึ้นเสมอไป ประการที่สาม งานนี้เป็นการทดลองเดียว สถานที่เดียว ปีเดียว และหน้าเว็บที่ผมอ่านเป็นบทคัดย่อ ไม่ระบุชนิดปุ๋ยไนโตรเจนที่ใช้ ความถี่การใส่ หรือรายละเอียดดิน ดังนั้นอย่านำตัวเลขนี้ไปใช้เป็นสูตรตายตัว ผมไม่พบน้ำหนักดอกต่อช่อหรือราคาจำหน่ายในบทคัดย่อ

ข้อมูลเรื่องจังหวะเวลามีประโยชน์ในการวางแผน คือในงานนี้ดอกเริ่มออกราว 6 เดือนหลังเริ่มการทดลอง (ส.ค. 2550 ถึง ก.พ. 2551) และผลผลิตสูงสุดในเดือน พ.ค. ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าหน้าฝน สอดคล้องกับที่สารานุกรมออนไลน์ระบุว่า T. cordata ออกดอกมากช่วงมีนาคม-พฤษภาคม และมีผลช่วงมิถุนายน-สิงหาคม ทว่าเป็นข้อมูลของ T. cordata ในแหล่งอื่น ไม่ใช่การยืนยันว่าตรงกับขจรในแปลงของคุณ

ถ้าต้องการอ่านเรื่องสูตรปุ๋ยเพื่อเลือกปุ๋ยไนโตรเจน ดู อ่านสูตรปุ๋ย NPK อย่างไร และถ้าจะทำปุ๋ยหมักไว้ใช้เอง ดู ทำปุ๋ยหมักใช้เองจากเศษพืชในฟาร์ม

น้ำ การตัดแต่ง และโรคแมลง

NParks ระบุว่าต้องการน้ำปานกลาง ทนแล้งแต่ไม่ทนน้ำท่วม สัญญาณที่ต้องสังเกตเองคือถ้าใบล่างเหลืองพร้อมดินแฉะ ให้ลดน้ำ ถ้าปลายยอดห่อเหี่ยวตอนบ่ายแต่ฟื้นตอนเย็นและดินแห้ง ให้เพิ่มน้ำ

เรื่องโรคและแมลง ผมไม่พบข้อมูลเฉพาะดอกขจรจากแหล่งที่เปิดอ่านได้ NParks ไม่ครอบคลุมเรื่องศัตรูพืชและการตัดแต่ง จึงไม่ระบุชื่อศัตรูหรือสารควบคุมใด ๆ ถ้าเจออาการผิดปกติ เช่น ใบม้วน ยอดมีแมลงเกาะ หรือเถาเน่า ให้ถ่ายรูปและส่งให้เกษตรอำเภอหรือสำนักงานเกษตรจังหวัดช่วยวินิจฉัย ห้ามซื้อสารเคมีตามคำแนะนำปากต่อปาก โดยเฉพาะพืชที่เก็บส่วนที่กินได้ ต้องอ่านฉลากและระยะเวลาปลอดภัยก่อนเก็บทุกครั้ง

การตัดแต่งเถาเป็นเทคนิคทั่วไปของไม้เลื้อย ผมไม่พบงานวิจัยเฉพาะขจร จึงแนะนำเพียงหลักการ คือตัดเถาแห้งหรือเถาที่พันกันแน่นจนลมไม่ผ่าน และอย่าตัดแรงทั้งต้นในครั้งเดียว ให้ทดลองกับบางต้นก่อนเทียบกัน

เก็บเกี่ยวและการนำไปใช้

ทรูปลูกปัญญาระบุว่าใบอ่อน ช่อดอก และฝักอ่อนใช้เป็นอาหาร NParks ระบุว่าดอกตูมใส่ในซุปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้กลิ่นหอมหวาน และมีการสกัดน้ำมันจากดอกใช้ในน้ำหอม สารานุกรมออนไลน์ระบุว่ายอด ผล และดอกกินเป็นผัก โดยยอดมีคุณค่าสูงสุด และดอกใช้ทำขนมได้

สิ่งที่ต้องระวังคือสารานุกรมเดียวกันระบุว่าเถานี้ "ถือว่าเป็นพิษสำหรับสุกร" ข้อนี้เป็นเหตุผลให้ไม่ควรเอาเถาหรือเศษขจรไปให้หมูกิน ส่วนความปลอดภัยของการกินในคนในปริมาณมากหรือต่อเนื่อง ผมไม่พบข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขที่เปิดอ่านได้ จึงบอกเพียงว่าควรกินแบบอาหารพื้นบ้านทั่วไปในปริมาณปกติ และถ้าตั้งใจขายเป็นสินค้า ควรสอบถามสำนักงานสาธารณสุขหรือเกษตรจังหวัดเรื่องมาตรฐานผักสดก่อน ส่วนคุณสมบัติด้านสมุนไพรหรือรักษาโรค ผมไม่พบแหล่งที่เชื่อถือได้ที่เปิดอ่านได้ จึงไม่กล่าวอ้าง

  • ช่วงเวลาเก็บ: เก็บช่อดอกตอนดอกยังตูมหรือเพิ่งเริ่มบาน ในช่วงเช้า
  • วิธีเก็บ: ใช้กรรไกรตัดช่อพร้อมก้านสั้น ระวังยางขาวที่ไหลออกมา สวมถุงมือถ้าผิวแพ้ง่าย
  • การเก็บรักษา: ไม่พบข้อมูลอายุหลังเก็บของขจรจากแหล่งที่เปิดอ่านได้ แนะนำให้ส่งขายหรือบริโภคภายในวันเดียวกัน และทดสอบเก็บในตู้เย็นเองเพื่อดูว่าดอกคงสภาพกี่วัน

ตัวอย่างต้นทุนแปลงเล็ก (ตัวเลขสมมติ)

ตารางนี้ตั้งสมมติฐานเองเพื่อฝึกคำนวณ ไม่ใช่ราคากลางและไม่ใช่การคาดการณ์ผลตอบแทน ให้แทนด้วยราคาท้องถิ่นของคุณ

รายการสมมติฐานตัวอย่าง (บาท)
กิ่งพันธุ์หรือต้นกล้า20 ต้น ต้นละ 20 บาท (สมมติ)400
ปุ๋ยหมักและวัสดุปรับดิน5 กระสอบ กระสอบละ 40 บาท (สมมติ)200
เสาและตาข่ายหรือเชือกทำค้างใช้ไม้ไผ่ในพื้นที่ ตีมูลค่ารวมเชือก (สมมติ)600
ระบบน้ำและค่าน้ำสายยางรดมือ ค่าน้ำต่อรุ่น (สมมติ)300
ปุ๋ยเคมีไนโตรเจนซื้อถุงเล็ก (สมมติ)150
รวมต้นทุนเริ่มต้นประมาณไม่คิดค่าแรงตัวเอง1,650

ค่าที่สำคัญที่สุดที่ผมไม่ใส่คือรายได้ เพราะไม่มีราคารับซื้อที่มีวันที่และเปิดอ่านได้ ให้ไปสำรวจราคาที่ตลาดสดและร้านอาหารในจังหวัดเอง ตัวอย่างวิธีคิด: ต้นทุนต่อกิโลกรัม = ต้นทุนรวมต่อรุ่น ÷ น้ำหนักที่ขายได้จริง จากนั้นเทียบกับราคาที่ตลาดรับ ดูแนวทางตั้งราคาที่ ตั้งราคาสินค้าเกษตรอย่างไรไม่ให้ขาดทุน ส่วนใครอยากเปรียบเทียบงบลงทุนกับไม้ดอกชนิดอื่น ดู ต้นทุนเปิดฟาร์มกล้วยไม้ตัดดอกขาย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ทำค้างเตี้ยหรือบางเกินไป เถาเลื้อยได้หลายเมตร ค้างล้มเมื่อเถาหนักและเปียกฝน
  • ปลูกในแปลงน้ำขัง ต้นไม่ทนน้ำท่วม รากเสียได้เร็ว
  • ใส่ไนโตรเจนมากเพราะอยากให้เถางาม งานทดลองของ มก. พบผลผลิตสูงสุดที่ 10 กรัมต่อต้น ไม่ใช่ระดับสูงสุด
  • นำตัวเลขทดลองไปใช้เป็นสูตรตายตัว งานนั้นเป็นแปลงเดียวปีเดียว
  • ให้เศษเถาขจรเป็นอาหารสุกร เพราะมีรายงานว่าเป็นพิษต่อสุกร
  • วางแผนขายโดยไม่สำรวจราคา ไม่มีราคากลางที่ตรวจสอบได้

สรุป

ดอกขจรต้องการแดดเต็มวัน ดินระบายน้ำดี และค้างสูงแข็งแรง ตัวเลขเชิงปฏิบัติที่มีแหล่งอ้างอิงมีเพียงงานทดลองของ มก. เรื่องระยะปลูก 25-75 เซนติเมตร และไนโตรเจน 5-20 กรัมต่อต้น ซึ่งต้องตีความอย่างระมัดระวัง ส่วนราคา ต้นทุนจริง โรคแมลง และการเก็บรักษา ยังไม่มีข้อมูล ณ ต.ค. 2569 ที่ยืนยันได้ ควรสอบถามเกษตรอำเภอ ศูนย์วิจัยพืชสวน หรือภาควิชาพืชสวนของมหาวิทยาลัยใกล้บ้าน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄FAO AGRIS: Effects of spacing and nitrogen level on yield and quality of cowslip creeper (Telosma minor Craib) — งานทดลอง มก. ปี 2552 ระยะปลูก 25/50/75 ซม. ไนโตรเจน 5-20 ก./ต้น ผลผลิตและช่วงเวลาออกดอก https://agris.fao.org/search/en/records/64724b8d08fd68d54600bc72
  • 📄หน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — ลักษณะช่อดอกสลิด ขจร (Telosma minor Craib) https://www.sc.chula.ac.th/thaiplants/flowers/pdf/webFLOWER_Asc_Telosma.pdf
  • 📄ทรูปลูกปัญญา: ขจร — ลักษณะพืช ส่วนที่ใช้เป็นอาหาร ยางขาว https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/64664
  • 📄NParks Flora and Fauna Web: Telosma cordata — แสง น้ำ ดิน การปักชำ การใช้ประโยชน์ (ข้อมูลต่างประเทศ) https://www.nparks.gov.sg/florafaunaweb/flora/1/5/1515
  • 📄Wikipedia: Telosma cordata — ความสูงเถา ช่วงออกดอกและผล การกิน และพิษต่อสุกร (แหล่งอ้างอิงทั่วไป) https://en.wikipedia.org/wiki/Telosma_cordata

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว 500g. / 900g. (จากเปลือกมะพร้าว)…

กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว 500g. / 900g. (จากเปลือกมะพร้าว)…

อุปกรณ์เพาะกล้า

ใช้เพาะเมล็ดและอนุบาลกล้าก่อนย้ายลงแปลง

เช็กก่อนซื้อ

  • จำนวนหลุมหรือขนาดถาด/ถุงต่อแพ็ก
  • เนื้อพลาสติกใช้ซ้ำได้หรือใช้ครั้งเดียว
หินภูเขาไฟลาวา หินลาวาดำ หินลาวาแดง (Lava Stone)…

หินภูเขาไฟลาวา หินลาวาดำ หินลาวาแดง (Lava Stone)…

ดินปลูก/วัสดุปลูก

ดินผสมพร้อมใช้สำหรับปลูกลงกระถาง ถุง หรือกระบะ

เช็กก่อนซื้อ

  • เหมาะกับพืชแบบไหน (ไม้อวบน้ำ ผัก ไม้ดอก)
  • น้ำหนักหรือปริมาตรต่อถุง
100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…

100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…

ป้ายแปลง/ป้ายชื่อพืช

ใช้ปักระบุพันธุ์ วันปลูก หรือรอบปลูกในแปลงและถาดเพาะ

ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน…

ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน…

เครื่องมือทำสวน

เครื่องมือมือสำหรับเตรียมดิน พรวน ตัดแต่ง และเก็บเกี่ยว

เช็กก่อนซื้อ

  • วัสดุใบมีดและด้ามตามที่ร้านระบุ
  • ขนาดและน้ำหนักเหมาะกับงานและแรงมือ

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

ดอกขจรปลูกกี่เดือนถึงเก็บดอกได้

งานทดลองของ มก. เริ่มทดลองเดือนสิงหาคม 2550 ดอกเริ่มออกเดือนกุมภาพันธ์ 2551 ผลผลิตสูงสุดเดือนพฤษภาคม 2551 วันปลูกจริงในรายงานไม่ปรากฏในบทคัดย่อ ใช้เป็นกรอบคร่าว ๆ ได้

ปลูกห่างกันเท่าไรดี

งาน มก. ทดสอบ 25, 50, 75 เซนติเมตร พบผลผลิตสูงสุดที่ 25 เซนติเมตร แต่เป็นงานเดียว ควรทดลองในแปลงตัวเองก่อนขยาย

ต้องใส่ปุ๋ยไนโตรเจนเท่าไร

งานเดียวกันพบผลผลิตสูงสุดที่ 10 กรัมไนโตรเจนต่อต้น ควรใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการ และให้ปรึกษาเกษตรอำเภอก่อน

ขจรกับสลิดเป็นพืชเดียวกันไหม

หน่วยวิจัยพรรณไม้ของจุฬาฯ ใช้ชื่อ "สลิด ขจร" รวมกันเป็น Telosma minor Craib ส่วนแหล่งต่างประเทศใช้ T. cordata จึงควรตรวจชื่อเมื่ออ้างข้อมูลข้ามแหล่ง

ขจรกินได้ทุกส่วนไหม

แหล่งที่เปิดอ่านได้ระบุว่าใบอ่อน ช่อดอก และฝักอ่อนใช้เป็นอาหาร แต่เถาถือว่าเป็นพิษต่อสุกร ไม่ควรให้สัตว์กิน และยังไม่พบข้อมูลความปลอดภัยการกินปริมาณมากจากหน่วยงานสาธารณสุข