คำตอบสั้น ๆ
แตงร้านขึ้นค้างใช้เวลาราว 2-3 เดือนต่อรอบ เริ่มเก็บผลอ่อนราว 30-50 วันหลังปลูกและเก็บต่อเนื่องราว 30-40 วัน โรคสำคัญคือราน้ำค้าง
คำตอบเร็ว: แตงร้านปลูกขึ้นค้างตาข่ายไนลอน ใช้เวลาโดยรวมราว 60-80 วันนับจากลงแปลงจนจบช่วงเก็บ โดยเริ่มเก็บผลอ่อนได้ราว 30-50 วันหลังปลูก (เอกสารกรมวิชาการเกษตรระบุ 45-50 วันหลังงอก ส่วนราชมงคลล้านนาระบุ 30-40 วันหลังปลูก) และเก็บได้ต่อเนื่องราว 30-40 วัน ต้นทุนหลักอยู่ที่ค้าง แรงงานผูกเถา ปุ๋ย และการป้องกันโรคราน้ำค้าง ซึ่งเป็นโรคสำคัญที่สุดของแตงกวา ปัญหาที่พบบ่อยคือโรคราน้ำค้าง ราแป้ง และแมลงหลายชนิด บทความนี้อ้างอิงเอกสารกรมวิชาการเกษตรและมหาวิทยาลัยตามรายการท้ายบทความ (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569) ส่วนราคาตลาดและยาป้องกันกำจัดให้ถามเกษตรอำเภอ
แตงร้านคืออะไร และต่างจากแตงกวาทั่วไปอย่างไร
แตงร้านคือแตงกวาชนิดผลยาวที่คนไทยปลูกขึ้นค้าง เก็บผลอ่อนมากินสดกับน้ำพริก ส้มตำ หรือทำผักดอง เอกสารของ ผศ.ดร.จานุลักษณ์ ขนบดี จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (2563) จัดกลุ่มตามความยาวผลไว้ว่า แตงร้านยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร ทรงกระบอก เนื้อหนา ช่องเมล็ดเล็ก น้ำหนักผลมากกว่า 200 กรัม ส่วนแตงกวาผลเล็กยาวราว 5-10 เซนติเมตร
ภาพรวมของประเทศ เอกสารเดียวกันอ้างข้อมูล FAOSTAT ปี 2560 ว่าไทยมีพื้นที่ปลูกแตงกวา 117,125 ไร่ ผลผลิต 166,974 ตัน เฉลี่ยราว 1.4 ตันต่อไร่ ตัวเลขนี้เป็นภาพรวมแตงกวาทุกประเภท ไม่ใช่ผลผลิตเฉพาะแตงร้านในแปลงของท่าน และเป็นข้อมูลปี 2560 ซึ่งเก่าแล้ว จึงใช้เป็นแค่จุดเปรียบเทียบคร่าว ๆ ห้ามใช้เป็นตัวประมาณรายได้
ปลูกกี่เดือนถึงเก็บ: ไล่ระยะเวลาตามเอกสารที่เปิดอ่านได้
ผู้อ่านมักอยากได้ตัวเลขเดียว แต่ตัวเลขที่ได้จากเอกสารต่างกันตามจุดเริ่มนับ จึงนำมาเรียงให้เห็นว่าเริ่มนับจากอะไร
| ช่วง | ตัวเลขจากเอกสาร | แหล่ง |
|---|---|---|
| เมล็ดงอก | ประมาณ 3 วันหลังหยอด | ศูนย์ข้อมูลพืชสวน กรมวิชาการเกษตร (แตงร้าน) |
| อายุกล้าที่ย้ายปลูกได้ | 7-12 วัน (ราชมงคลล้านนา) หรือ 9-12 วัน/1-2 ใบ (ตอน 4) | ราชมงคลล้านนา ตอน 3 และตอน 4 |
| เริ่มออกดอก | ประมาณ 20-30 วันหลังปลูก | ราชมงคลล้านนา ตอน 3 |
| เริ่มเก็บผลอ่อน | 5-10 วันหลังดอกตัวเมียบาน หรือราว 30-40 วันหลังปลูก (ราชมงคลล้านนา) / 45-50 วัน (กรมวิชาการเกษตร) | สองแหล่งนี้ตัวเลขต่างกันเล็กน้อย |
| ช่วงเก็บเกี่ยวต่อเนื่อง | ประมาณ 30-40 วัน | ราชมงคลล้านนา ตอน 3 |
| งานในแปลงทั้งหมด | ประมาณ 60-80 วัน | ราชมงคลล้านนา ตอน 3 |
คำตอบสำหรับคำถาม "ใช้เวลากี่เดือน" จึงประมาณสองถึงสามเดือนต่อรอบ ถ้านับตั้งแต่เตรียมแปลงจนเก็บเสร็จ ส่วนที่ต่างกันระหว่างเอกสารเกิดจากพันธุ์ ฤดู และจุดที่เริ่มนับ ทางปฏิบัติให้จดวันปลูกและวันที่เห็นดอกตัวเมียบานครั้งแรกของแปลงตัวเองไว้ รอบหน้าจะวางแผนได้แม่นกว่าตัวเลขของใคร
เตรียมแปลงและทำค้าง
ตามเอกสารกรมวิชาการเกษตร ไถดิน ตากดิน 5-7 วัน ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก และรองพื้นด้วยปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ ฝั่งราชมงคลล้านนาแนะนำเพิ่มเติมว่าค่า pH ดินควรราว 5.5-6.5 ถ้าต่ำกว่า 5.5 ใส่ปูน 100-200 กิโลกรัมต่อไร่ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ไถลึกอย่างน้อย 30 เซนติเมตร ยกแปลงสูงอย่างน้อย 30 เซนติเมตร และใส่ปุ๋ยหมัก 1-3 ตันต่อไร่
ระยะปลูกที่เอกสารกรมวิชาการเกษตรบันทึกไว้คือ ต้นห่างกัน 70 เซนติเมตร แถวห่างกัน 1 เมตร หยอดหลุมละ 2-3 เมล็ด ส่วนการทำค้างคือไม้ไผ่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราว 1 นิ้ว ยาวราว 2 เมตร หลุมละหนึ่งลำ แล้วขึงตาข่ายไนลอน ราชมงคลล้านนายังระบุว่าแตงที่ขึ้นค้างปลูกถี่ได้มากกว่าแตงที่ปล่อยเลื้อยดิน และการตัดแต่งเถาช่วยให้ปลูกถี่ขึ้นอีก แต่ตารางระยะปลูกของเอกสารนั้นอ่านตัวเลขไม่ชัด ผู้เขียนจึงไม่นำมาอ้าง
ข้อสังเกตจากงานจริงคือ ค้างต้องแข็งแรงพอรับน้ำหนักเถาที่เปียกฝน เพราะค้างล้มกลางรอบแล้วเถาหักทั้งแถว เสียทั้งผลและแรงงาน ปักไม้ไผ่ให้ลึกพอและผูกยึดหัวแถวและท้ายแถวเป็นพิเศษ ถ้าต้องซื้อวัสดุ ให้เทียบราคาจากร้านวัสดุในพื้นที่ ผู้เขียนไม่ใส่ราคาเพราะไม่มีแหล่งที่ลงวันที่
เพาะและปลูก: หยอดตรงหรือย้ายกล้า
ราชมงคลล้านนาระบุว่าพืชวงศ์แตงปลูกได้ทั้งหยอดเมล็ดตรงและย้ายกล้า โดยการหยอดตรงใช้เมล็ดมากกว่าการย้ายปลูกราว 5-10 เท่า ถ้าเมล็ดพันธุ์แพงหรือเป็นลูกผสมที่ซื้อจากร้าน การเพาะถาดแล้วย้ายประหยัดกว่ามาก วัสดุเพาะที่แนะนำคือดิน ปุ๋ยหมัก และขุยมะพร้าวอย่างละส่วนเท่ากัน กลบลึกราว 1 เซนติเมตร รดน้ำวันละสองครั้ง งดน้ำ 3-5 วันก่อนย้าย และย้ายตอนบ่ายแก่หรือเย็น
ศูนย์ข้อมูลพืชสวนระบุว่าพันธุ์ลูกผสมรหัส 209 และ 251 เคยเป็นที่นิยมในเอกสารปี 2556 แต่เป็นข้อมูลเก่ามากจึงไม่ควรใช้เป็นข้อสรุปว่าปัจจุบันพันธุ์ไหนดีที่สุด ให้ถามร้านเมล็ดพันธุ์และเกษตรกรที่ขายได้จริงในพื้นที่ว่าพันธุ์ไหนทนราน้ำค้างและตรงกับขนาดผลที่ตลาดรับ
น้ำ ปุ๋ย และการดูแลระหว่างเถาเลื้อย
กรมวิชาการเกษตรระบุว่าให้น้ำด้วยสายยาง สปริงเกลอร์ หรือน้ำหยด โดยช่วงแรกรดเช้าและเย็น จากนั้นประมาณ 10 วันหลังงอกให้ปุ๋ยสูตร 13-13-21 อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ แล้วใส่ซ้ำอัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ทุก 10 วัน และฉีดพ่นฮิวมิกหรืออะมิโนร่วมกับสาหร่ายทะเลช่วงเถาเลื้อยจนติดผล ตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวอย่างจากเอกสารปี 2556 ซึ่งไม่ได้อิงผลตรวจดินของแปลงท่าน ถ้าตรวจดินแล้วพบว่าธาตุบางตัวสูงอยู่แล้วก็ปรับลดได้ตามคำแนะนำเกษตรอำเภอ
เรื่องการให้น้ำมีเกร็ดที่ได้จากเอกสารเตือนภัยของกรมวิชาการเกษตร คือในแปลงที่โรคราน้ำค้างระบาดควรเลี่ยงการให้น้ำตอนเย็นเพราะใบเปียกข้ามคืนเป็นที่ที่เชื้อชอบ จึงควรรดช่วงเช้าให้ใบแห้งก่อนเที่ยง และถ้ามีน้ำหยดก็จะช่วยให้ใบไม่เปียกได้มาก
การแต่งเถา ผูกเถาหรือพันเกี่ยวตาข่ายสม่ำเสมอ ตัดใบแก่ที่ชิดดินออกเพื่อให้อากาศถ่ายเท ราชมงคลล้านนาแนะนำเก็บทุกวันและเก็บตอนเช้า ผลที่ตกค้างบนเถาจนแก่จะแย่งอาหารและทำให้ผลถัดไปเล็กลง
ปัญหาที่พบบ่อย: โรคราน้ำค้างและเพื่อนบ้านที่มากับมัน
เอกสารเตือนภัยของกรมวิชาการเกษตร (1-15 พฤศจิกายน 2568) ระบุว่าโรคราน้ำค้างเกิดจากเชื้อรา Pseudoperonospora cubensis ทำลายพืชวงศ์แตงหลายชนิด รวมถึงแตงกวา แตงร้าน และฟักแม้ว อาการเริ่มที่ใบล่าง เป็นจุดฉ่ำน้ำเหลี่ยมตามเส้นใบ แล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เช้าที่ความชื้นสูงจะเห็นเชื้อราสีขาวเทาที่ใต้ใบ ผลผลิตที่ได้เล็กและบิดเบี้ยว ราชมงคลล้านนาก็ระบุว่าราน้ำค้างเป็นโรคสำคัญของแตงกวา และศูนย์ข้อมูลพืชสวนเรียงลำดับโรคของแตงร้านว่าราน้ำค้างรุนแรงที่สุด ตามด้วยใบจุดและใบไหม้
- ราน้ำค้าง: ใช้เมล็ดที่ปราศจากโรค แช่เมล็ดน้ำอุ่นราว 50 องศาเซลเซียส 20-30 นาทีตามเอกสาร ไม่ปลูกถี่ ถอนวัชพืชให้โปร่ง สำรวจแปลงสม่ำเสมอ ถ้าพบโรคกรมวิชาการเกษตรให้พ่นป้องกันทุก 5-7 วัน ตามสารและอัตราที่ระบุในเอกสารเตือนภัยฉบับล่าสุด ซึ่งบทความนี้ไม่ระบุตัวสารและอัตราไว้เพื่อให้ท่านอ่านจากต้นฉบับและฉลาก
- ราแป้ง: ผงสีขาวบนใบ เริ่มที่ใบล่าง ผลแคระแกร็นหรือบิดเบี้ยว ตามข้อมูลศูนย์ข้อมูลพืชสวน ให้คุมวัชพืชเพื่อให้อากาศถ่ายเท และสำรวจแปลงสม่ำเสมอ
- แมลงที่ศูนย์ข้อมูลพืชสวนบันทึกไว้: เพลี้ยไฟ แมลงหวี่ขาว หนอนกระทู้ หนอนคืบ และเต่าแตง
หลังโรคราน้ำค้างระบาดหนัก กรมวิชาการเกษตรแนะนำทำลายเศษซากพืชนอกแปลง และปลูกพืชหมุนเวียนที่ไม่ใช่พืชวงศ์แตง อ่านความแตกต่างของโรคราน้ำค้างกับโรคใบจุดต่อได้ที่ โรคใบจุดกับโรคราน้ำค้างในแตงกวา และสาเหตุกับการจัดการที่ โรคราน้ำค้างในแตงกวา
เรื่องสารป้องกันกำจัด ไม่มีการระบุชื่อการค้าและขนาดโดสในบทความนี้ ให้ใช้เฉพาะสารที่ขึ้นทะเบียน ทำตามฉลากโดยเฉพาะระยะหยุดใช้ก่อนเก็บ เพราะแตงร้านเก็บเกี่ยวทุกวัน ถ้าพ่นสารแล้วเก็บผลก่อนครบระยะ ผลผลิตอาจมีสารตกค้างเกินเกณฑ์ ปรึกษาเกษตรอำเภอก่อนพ่นทุกครั้งและสวมอุปกรณ์ป้องกันเสมอ
เก็บเกี่ยว คัดผล และต้นทุนที่ต้องคิด
ศูนย์ข้อมูลพืชสวนอธิบายว่าเก็บตั้งแต่ราว 45-50 วัน เลือกผลที่ไม่อ่อนและไม่แก่เกินไป แล้วคัดบรรจุถุงละ 10 กิโลกรัม ราคาซื้อขายในเอกสารนั้นไม่แน่นอนและไม่ระบุตัวเลข ราชมงคลล้านนาระบุว่าควรเก็บผลอ่อนทุกวัน ช่วงเช้า เก็บผลให้ได้ขนาดตลาด เพราะผลที่ใหญ่เกินจะถูกหักราคาหรือไม่ถูกรับ
ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างโครงสร้างต้นทุนต่อไร่สำหรับรอบปลูกหนึ่งรอบ ตัวเลขปริมาณมาจากเอกสารที่อ้างไว้ ส่วนราคาต่อหน่วยในช่องสมมติผู้เขียนตั้งเองเพื่อสาธิตการคิด ไม่ใช่ราคาตลาด ไม่ใช่ต้นทุนจริง และไม่ใช่การประมาณกำไร ท่านต้องแทนด้วยราคาจริงของท่าน
| รายการ | ปริมาณและที่มาของตัวเลข | ราคาสมมติ | ค่าใช้จ่ายสมมติ |
|---|---|---|---|
| ปุ๋ยรองพื้น 15-15-15 | 50 กก./ไร่ (กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2556) | 20 บาท/กก. | 1,000 บาท |
| ปุ๋ย 13-13-21 ครั้งแรก | 30 กก./ไร่ ที่ 10 วันหลังงอก | 25 บาท/กก. | 750 บาท |
| ปุ๋ย 13-13-21 ครั้งต่อไป | 50 กก./ไร่ ทุก 10 วัน สมมติ 3 ครั้ง = 150 กก. | 25 บาท/กก. | 3,750 บาท |
| ไม้ค้างและตาข่าย | 1 ลำต่อหลุม ระยะ 70 ซม. x 1 ม. จะได้ราว 2,285 หลุมต่อไร่ (คำนวณจาก 1,600 ตร.ม. หาร 0.7 ตร.ม.) | ท่านใส่เอง (ใช้ซ้ำได้หลายรอบ) | - |
| เมล็ดพันธุ์ | หยอดหลุมละ 2-3 เมล็ด จำนวนเมล็ดต่อหลุม x จำนวนหลุม | ท่านใส่เอง | - |
| แรงงานผูกเถา เก็บผล คัดบรรจุ | เก็บทุกวันเป็นเวลา 30-40 วัน | ท่านใส่เอง | - |
ตัวอย่างข้างต้นรวมเฉพาะปุ๋ยแล้วได้ 5,500 บาทต่อไร่จากราคาสมมติ ซึ่งยังไม่รวมค้าง เมล็ด แรงงาน น้ำ และสารป้องกันโรค ข้อสรุปคือต้นทุนที่แท้จริงแปรผันมากกับค้างและแรงงานเก็บรายวัน ควรจดทุกบรรทัดตั้งแต่รอบแรกแล้วคำนวณต้นทุนต่อกิโลกรัมโดยหารต้นทุนรวมด้วยน้ำหนักที่ขายได้จริง
ถ้าคิดจะปลูกขายเป็นล็อตใหญ่ ให้เทียบแปลงทดลองขนาดเล็กหนึ่งงานก่อน และอ่านกรณีปลูกในโรงเรือนเพื่อเทียบต้นทุนได้ที่ ปลูกแตงกวาญี่ปุ่นในโรงเรือน ต้นทุนต่างจากแตงกวาพันธุ์ทั่วไปแค่ไหน ราคารับซื้อแตงร้านรายวันตามตลาดผู้เขียนไม่พบตารางราคาทางการที่ลงวันที่ จึงไม่ขอใส่ตัวเลข
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตอนปลูกแตงร้าน
- ทำค้างเตี้ยหรือไม่แข็งแรง เถาล้มทับกันแล้วอากาศไม่ถ่ายเท โรคราน้ำค้างลามเร็ว
- รดน้ำตอนเย็นในแปลงที่เริ่มมีโรค ทำให้ใบเปียกข้ามคืน
- ปลูกถี่ตามความเคยชินของแตงกวาแบบเลื้อยดิน ตัดแต่งเถาไม่ทัน
- เก็บผลไม่ทุกวัน ผลโตเกินขนาดตลาด และเถาอ่อนแอเพราะแบกผลค้าง
- พ่นสารซ้ำก่อนครบระยะหยุดใช้ แล้วเก็บผลขายทันที
- ใช้แปลงเดิมปลูกพืชวงศ์แตงติดกันหลายรอบ เชื้อโรคสะสมในดิน
รายการตรวจก่อนเริ่มรอบปลูก
- ตรวจ pH ดิน แก้ด้วยปูนถ้าต่ำกว่า 5.5 ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์
- ไถลึก 30 เซนติเมตร ตากดิน ยกแปลง ใส่ปุ๋ยหมัก
- ปักค้างและขึงตาข่ายให้เสร็จก่อนกล้าลงแปลง
- ใช้เมล็ดปลอดโรค เลือกพันธุ์ที่เกษตรกรในพื้นที่ปลูกแล้วโรคน้อย
- วางแผนให้น้ำแบบไม่เปียกใบตอนเย็น
- กำหนดคนเก็บผลประจำทุกเช้าและตลาดที่รับซื้อ
คำถามที่พบบ่อยเรื่องแตงร้าน
แตงร้านเก็บได้กี่วันหลังปลูก
ราชมงคลล้านนาระบุราว 30-40 วันหลังปลูก ส่วนกรมวิชาการเกษตรระบุเริ่มเก็บตั้งแต่ 45-50 วัน ขึ้นกับพันธุ์และฤดู จดวันดอกตัวเมียบานครั้งแรกไว้ แล้วนับต่ออีก 5-10 วันตามเอกสารราชมงคลล้านนา
ต้องใช้ค้างหรือไม่
เอกสารกรมวิชาการเกษตรบันทึกวิธีปลูกขึ้นค้างไม้ไผ่และตาข่ายไนลอน และราชมงคลล้านนาระบุว่าแตงที่ขึ้นค้างปลูกถี่ได้มากกว่าแตงที่ปล่อยเลื้อยดิน
โรคอะไรสำคัญที่สุด
โรคราน้ำค้าง ทั้งกรมวิชาการเกษตรและราชมงคลล้านนาระบุตรงกัน อาการเริ่มจากใบล่าง เป็นจุดฉ่ำน้ำเหลี่ยมก่อนเหลือง และมีราสีขาวเทาใต้ใบในเช้าชื้น
ต้องพ่นยาทุกสัปดาห์หรือไม่
ไม่จำเป็นต้องพ่นตามปฏิทินโดยไม่ตรวจแปลง เอกสารเตือนภัยแนะนำให้สำรวจสม่ำเสมอและเมื่อพบโรคจึงพ่นป้องกันทุก 5-7 วัน ตามฉลากและคำแนะนำเกษตรอำเภอ
เมล็ดที่ซื้อมาควรทำอะไรก่อนปลูก
กรมวิชาการเกษตรกล่าวถึงการใช้เมล็ดที่ปราศจากโรคและแช่น้ำอุ่นราว 50 องศาเซลเซียส 20-30 นาที ควรทดลองกับเมล็ดจำนวนน้อยก่อน และอ่านคำแนะนำของผู้ผลิตเมล็ดลูกผสม เพราะบางพันธุ์เคลือบสารไว้แล้ว
ปลูกซ้ำแปลงเดิมได้กี่รอบ
เอกสารไม่ได้ระบุจำนวนรอบ แต่กรมวิชาการเกษตรแนะนำหมุนเวียนไปปลูกพืชที่ไม่ใช่วงศ์แตงหลังโรคระบาดหนัก ผู้ปลูกจึงควรสลับพืชทุกรอบที่โรคเคยระบาด
สรุป
แตงร้านใช้เวลาประมาณสองถึงสามเดือนต่อรอบ เริ่มเก็บราว 30-50 วันหลังปลูกตามแต่แหล่งข้อมูล และเก็บต่อเนื่องราว 30-40 วัน ความสำเร็จขึ้นกับค้างที่แข็งแรง การให้น้ำที่ไม่ทำให้ใบเปียกข้ามคืน การสำรวจโรคราน้ำค้างตั้งแต่ใบล่าง และการเก็บผลทุกวัน ต้นทุนจริงต้องคิดจากบันทึกของท่านเอง ไม่ใช่ตัวเลขสมมติในบทความ ถ้าปลูกครั้งแรกให้เริ่มพื้นที่เล็ก ปรึกษาเกษตรอำเภอเรื่องพันธุ์และสารป้องกันโรค แล้วอ่านต่อได้ที่ วิธีปลูกแตงกวา และ วิธีปลูกมะระจีนขึ้นค้าง ซึ่งใช้หลักค้างคล้ายกัน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมวิชาการเกษตร ศูนย์ข้อมูลพืชสวน: แตงร้าน — พันธุ์ ระยะปลูก ค้าง ปุ๋ย เก็บเกี่ยว โรคแมลง (ข้อมูลปี 2556) http://hort.ezathai.org/?p=2227
- กรมวิชาการเกษตร: เตือนภัยการเกษตร 1-15 พฤศจิกายน 2568 — โรคราน้ำค้างพืชวงศ์แตง อาการ และแนวทางป้องกัน https://www.doa.go.th/hort/wp-content/uploads/2025/11/เตือนภัยช่วง-1-15-พย-68.pdf
- กรมวิชาการเกษตร ศูนย์ข้อมูลพืชสวน: โรคราแป้ง — อาการราแป้งในพืชวงศ์แตง http://hort.ezathai.org/?p=10933
- รศ.ดร.จานุลักษณ์ ขนบดี มทร.ล้านนา: ปลูกผักช่วงโควิด-19 อย่างไร ตอน 3 — อายุกล้า ออกดอก เก็บเกี่ยวพืชวงศ์แตง https://e-cms.rmutl.ac.th/assets/upload/files/2023/06/20230607085918_38797.pdf
- รศ.ดร.จานุลักษณ์ ขนบดี มทร.ล้านนา: ปลูกผักช่วงโควิด-19 อย่างไร ตอน 4 — pH ดิน เตรียมแปลง เพาะกล้า https://e-cms.rmutl.ac.th/assets/upload/files/2023/06/20230607085928_26714.pdf
- ผศ.ดร.จานุลักษณ์ ขนบดี มทร.ล้านนา: แตงกวาพันธุ์ล้านนา (2563) — ขนาดผลแตงร้าน สถิติพื้นที่ปลูกแตงกวา อ้าง FAOSTAT 2560 https://e-cms.rmutl.ac.th/assets/upload/files/2023/06/20230607101600_32578.pdf
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
น้ำค้างแข็งและอากาศเย็นจัดบนที่สูงทำให้พืชเสียหายแค่ไหน ป้องกันแปลงอย่างไร
อธิบายกลไกที่น้ำค้างแข็งทำลายเนื้อเยื่อพืช วิธีดูอาการและประเมินความรุนแรง และวิธีป้องกันแปลงที่ลงทุนน้อยตามหลักวิชาของ FAO พร้อมบอกตรง ๆ ว่ายังไม่พบตัวเลขกลางของพืชไทย
ปลูกฟักทองหน้าแล้งในพื้นที่น้ำน้อย ทำได้ไหมและต้องจัดการน้ำอย่างไร
ฟักทองใช้น้ำน้อยกว่านาปรังแต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องให้น้ำ บทความสรุปตัวเลขโครงการสุพรรณบุรีปี 2565 และหลักจัดการน้ำของกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมบอกจุดที่ข้อมูลไม่ตรงกันหรือยังไม่พบ
ปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม ตลาดรับซื้อและข้อควรรู้ก่อนลงทุน
แนวตัดสินใจก่อนปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม สรุปข้อมูลกรณีสตูล โครงการฟ้าทะลายโจร และต้นทุนตัวอย่าง พร้อมบอกว่าข้อมูลใดยังตรวจสอบไม่ได้
ทุเรียนช่วงปลายปีควรดูแลอย่างไร ให้พร้อมสะสมอาหารก่อนออกดอก
สรุปงานสวนทุเรียนช่วงปลายปีจากเอกสารกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร ตั้งแต่ตรวจสภาพต้น ตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย ไปจนถึงช่วงงดน้ำก่อนออกดอก พร้อมระบุตัวเลขที่ยังต้องถามเกษตรอำเภอ
เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกรอบหน้าอย่างไรให้ยังงอกดี ตั้งแต่ตากจนเก็บในภาชนะ
ขั้นตอนเก็บเมล็ดพันธุ์ผักไว้ปลูกต่อ ตั้งแต่เลือกต้นแม่ เก็บเกี่ยว ตากให้แห้ง ไปจนถึงบรรจุภาชนะและทดสอบความงอก อิงเกณฑ์จากสวทช. ม.เชียงใหม่ และม.แม่โจ้
ปลูกผักอายุสั้นช่วงน้ำน้อย ผักชนิดไหนใช้น้ำน้อยและเก็บขายได้ภายใน 30-45 วัน
เอกสารศูนย์เรียนรู้ที่เผยแพร่ผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัดระบุอายุเก็บเกี่ยวผักบุ้งจีน 25 วัน ผักชี 30 วัน ผักตั้งโอ๋ 40 วัน คะน้า 45 วัน แต่ยังไม่มีแหล่งทางการที่จัดอันดับปริมาณน้ำของผักแต่ละชนิด
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว 500g. / 900g. (จากเปลือกมะพร้าว)…
อุปกรณ์เพาะกล้า
ใช้เพาะเมล็ดและอนุบาลกล้าก่อนย้ายลงแปลง
เช็กก่อนซื้อ
- จำนวนหลุมหรือขนาดถาด/ถุงต่อแพ็ก
- เนื้อพลาสติกใช้ซ้ำได้หรือใช้ครั้งเดียว

หินภูเขาไฟลาวา หินลาวาดำ หินลาวาแดง (Lava Stone)…
ดินปลูก/วัสดุปลูก
ดินผสมพร้อมใช้สำหรับปลูกลงกระถาง ถุง หรือกระบะ
เช็กก่อนซื้อ
- เหมาะกับพืชแบบไหน (ไม้อวบน้ำ ผัก ไม้ดอก)
- น้ำหนักหรือปริมาตรต่อถุง

100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…
ป้ายแปลง/ป้ายชื่อพืช
ใช้ปักระบุพันธุ์ วันปลูก หรือรอบปลูกในแปลงและถาดเพาะ

ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน…
เครื่องมือทำสวน
เครื่องมือมือสำหรับเตรียมดิน พรวน ตัดแต่ง และเก็บเกี่ยว
เช็กก่อนซื้อ
- วัสดุใบมีดและด้ามตามที่ร้านระบุ
- ขนาดและน้ำหนักเหมาะกับงานและแรงมือ
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
แตงร้านเก็บได้กี่วันหลังปลูก
ราชมงคลล้านนาระบุราว 30-40 วันหลังปลูก ส่วนกรมวิชาการเกษตรระบุเริ่มเก็บตั้งแต่ 45-50 วัน ขึ้นกับพันธุ์และฤดู จดวันดอกตัวเมียบานครั้งแรกไว้ แล้วนับต่ออีก 5-10 วันตามเอกสารราชมงคลล้านนา
ต้องใช้ค้างหรือไม่
เอกสารกรมวิชาการเกษตรบันทึกวิธีปลูกขึ้นค้างไม้ไผ่และตาข่ายไนลอน และราชมงคลล้านนาระบุว่าแตงที่ขึ้นค้างปลูกถี่ได้มากกว่าแตงที่ปล่อยเลื้อยดิน
โรคอะไรสำคัญที่สุด
โรคราน้ำค้าง ทั้งกรมวิชาการเกษตรและราชมงคลล้านนาระบุตรงกัน อาการเริ่มจากใบล่าง เป็นจุดฉ่ำน้ำเหลี่ยมก่อนเหลือง และมีราสีขาวเทาใต้ใบในเช้าชื้น
ต้องพ่นยาทุกสัปดาห์หรือไม่
ไม่จำเป็นต้องพ่นตามปฏิทินโดยไม่ตรวจแปลง เอกสารเตือนภัยแนะนำให้สำรวจสม่ำเสมอและเมื่อพบโรคจึงพ่นป้องกันทุก 5-7 วัน ตามฉลากและคำแนะนำเกษตรอำเภอ
เมล็ดที่ซื้อมาควรทำอะไรก่อนปลูก
กรมวิชาการเกษตรกล่าวถึงการใช้เมล็ดที่ปราศจากโรคและแช่น้ำอุ่นราว 50 องศาเซลเซียส 20-30 นาที ควรทดลองกับเมล็ดจำนวนน้อยก่อน และอ่านคำแนะนำของผู้ผลิตเมล็ดลูกผสม เพราะบางพันธุ์เคลือบสารไว้แล้ว
ปลูกซ้ำแปลงเดิมได้กี่รอบ
เอกสารไม่ได้ระบุจำนวนรอบ แต่กรมวิชาการเกษตรแนะนำหมุนเวียนไปปลูกพืชที่ไม่ใช่วงศ์แตงหลังโรคระบาดหนัก ผู้ปลูกจึงควรสลับพืชทุกรอบที่โรคเคยระบาด
