ปลูกพืชเผยแพร่ 2 พฤศจิกายน 2569

ปวยเล้งต้นทุนและรายได้ตัวอย่าง คุ้มไหมก่อนตัดสินใจลงทุน

ปวยเล้งคุ้มไหม ยังไม่พบตัวเลขต้นทุนต่อไร่จากแหล่งทางการ บทความนี้ให้ตารางกรอกเอง สูตรจุดคุ้มทุน และปริมาณปุ๋ยจาก HRDI ณ พ.ย. 2569 ใช้คิดก่อนตัดสินใจลงทุนจริง

ปวยเล้งต้นทุนและรายได้ตัวอย่าง คุ้มไหมก่อนตัดสินใจลงทุน

คำตอบสั้น ๆ

ปวยเล้งเก็บเกี่ยวได้ใน 33-45 วัน แต่ยังไม่พบตัวเลขต้นทุนและรายได้ต่อไร่จากแหล่งทางการ บทความนี้ให้ตารางต้นทุนแบบกรอกเองและสูตรหาจุดคุ้มทุนจากปริมาณวัสดุที่ตรวจสอบได้

คำตอบเร็ว: ณ พ.ย. 2569 ผู้เขียนค้นแล้วไม่พบตัวเลขต้นทุนและรายได้ต่อไร่ของปวยเล้งจากหน่วยงานรัฐหรืองานวิจัยที่เปิดอ่านได้ จึงไม่ขอสมมุติตัวเลข "คุ้ม" หรือ "ไม่คุ้ม" ให้ แต่สิ่งที่ตรวจสอบได้คือ ปริมาณวัสดุและปุ๋ยที่ต้องใช้ต่อไร่ อายุเก็บเกี่ยว 33-45 วัน และเงื่อนไขอุณหภูมิที่คุมผลผลิต บทความนี้จึงให้ตารางต้นทุนแบบกรอกเอง สูตรหาจุดคุ้มทุน และตัวอย่างสมมุติที่ระบุที่มาของทุกตัวเลข เพื่อให้คุณใส่ราคาจริงในพื้นที่ของตัวเองแล้วตัดสินใจได้

คนที่ถามว่า "ปวยเล้งคุ้มไหม" มักอยากได้ตัวเลขเดียว เช่น ลงทุนไร่ละเท่านี้ ได้กำไรเท่านี้ แต่ตัวเลขแบบนั้นที่ลอยอยู่ตามเว็บมักไม่บอกว่าปลูกที่ไหน ฤดูไหน ขายให้ใคร และผักที่ขายได้จริงคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของที่ปลูก ปวยเล้งเป็นพืชที่เจริญดีในอากาศเย็น ผลผลิตและต้นทุนจึงต่างกันมากระหว่างพื้นที่สูงกับที่ราบ ดังนั้นก่อนลงทุนจริง ควรรู้ก่อนว่ารายการต้นทุนมีอะไรบ้าง ตัวไหนมีแหล่งตัวเลขรองรับ และตัวไหนต้องไปถามราคาจริงเอง

สิ่งที่ตรวจสอบได้และสิ่งที่ยังไม่มีข้อมูลทางการ

ภาพประกอบ สิ่งที่ตรวจสอบได้และสิ่งที่ยังไม่มีข้อมูลทางการ

ผู้เขียนค้นข้อมูลต้นทุนปวยเล้งต่อไร่ในรายงานวิชาการและเว็บหน่วยงานเกษตร ไม่พบตัวเลขต้นทุนต่อไร่ของปวยเล้งที่เปิดอ่านได้ จึงไม่นำตัวเลขของผักชนิดอื่นมาแทน เพราะวงจรปลูก ปริมาณปุ๋ย และราคาขายต่างกัน ส่วนข้อมูลเทคนิคการปลูกที่ตรวจสอบได้มาจากองค์ความรู้ของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ซึ่งระบุอัตราปุ๋ย ระยะปลูก และอายุเก็บเกี่ยวไว้ชัดเจน

ข้อมูลสถานะ ณ พ.ย. 2569ต้องทำอย่างไร
อัตราปุ๋ยคอก ปุ๋ยเคมี ระยะปลูก อายุเก็บเกี่ยวมีตัวเลขจากองค์ความรู้พื้นที่สูง (HRDI)ใช้คำนวณปริมาณวัสดุได้ แล้วคูณราคาที่ซื้อจริง
ราคาปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ ค่าแรง ค่าน้ำผันแปรตามร้านและพื้นที่ ไม่มีราคากลางที่อ้างได้ถามใบเสนอราคาจากร้านใกล้แปลงอย่างน้อย 2-3 ร้าน
ผลผลิตต่อไร่ของปวยเล้งหน้า HRDI ไม่ระบุปริมาณผลผลิตทดลองปลูกแปลงเล็กหนึ่งรอบแล้วชั่งน้ำหนักจริง
ราคารับซื้อไม่มีราคาที่มีวันที่และแหล่งที่ตรวจได้ถามผู้รับซื้อหรือแม่ค้าที่จะขายจริง จดวันที่ไว้

รายการต้นทุนของปวยเล้งแบบแยกตามขั้นตอน

ปวยเล้งเป็นผักอายุสั้น เก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 33-45 วันแล้วแต่ฤดูกาล ต้นทุนจึงกระจุกอยู่ที่การเตรียมแปลง ปุ๋ย และแรงงานเก็บเกี่ยว ไม่ใช่ต้นทุนเลี้ยงดูยาว ๆ แบบไม้ผล รายการที่ต้องใส่ในตารางมีดังนี้

1. การเตรียมแปลง

องค์ความรู้พื้นที่สูงแนะนำให้ขุดพลิกดินและตากแดดอย่างน้อย 14 วัน ยกแปลงกว้าง 1.20 เมตร ร่องแปลงห่างกัน 50 เซนติเมตร ลึก 30-40 เซนติเมตร ค่าใช้จ่ายส่วนนี้คือค่าไถหรือค่าแรงขุด ค่ายกแปลง และค่าปูนขาวถ้าดินเป็นกรด แหล่งเดียวกันระบุค่าความเป็นกรดด่างที่เหมาะอยู่ที่ 6.2-6.9 และให้ส่งตัวอย่างดินวิเคราะห์ก่อน หากเป็นดินกรดให้แก้ด้วยปูนขาวในอัตรา 0-100 กรัมต่อตารางเมตร ตัวเลขนี้เป็นช่วงกว้างมาก การส่งดินตรวจจึงช่วยไม่ให้ซื้อปูนเกินจำเป็น ถ้าคิดแบบเผื่อสูงสุด 100 กรัมต่อตารางเมตร พื้นที่ 1 ไร่ (1,600 ตารางเมตร) จะใช้ปูนสูงสุด 160 กิโลกรัม แต่ถ้าผลวิเคราะห์ดินไม่ต้องแก้กรดก็ใช้ศูนย์ นี่คือรายการที่ผันแปรมากที่สุดรายการหนึ่ง

2. ปุ๋ยรองพื้นและปุ๋ยแต่งหน้า

ตามองค์ความรู้พื้นที่สูง ใช้ปุ๋ยคอก 1,500-2,000 กิโลกรัมต่อไร่ และปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ตอนเตรียมแปลง จากนั้นเมื่อต้นกล้าอายุ 15 วันหลังถอนแยก ใส่ปุ๋ยสูตร 46-0-0 และ 13-13-21 อัตราส่วน 1 ต่อ 1 รวม 50 กิโลกรัมต่อไร่ โรยระหว่างแถวแล้วพรวนดินกลบ ปริมาณเหล่านี้เป็นตัวเลขที่เอามาคูณราคาได้ทันที เช่น ปุ๋ยคอก 1,500-2,000 กิโลกรัม ถ้าซื้อเป็นกระสอบ ต้องดูน้ำหนักต่อกระสอบที่ร้านระบุก่อน แล้วค่อยแปลงเป็นจำนวนกระสอบ ราคาปุ๋ยคอกต่างกันมากตามแหล่งและค่าขนส่ง จึงไม่ควรใช้ราคาจากบทความใด ๆ

3. เมล็ดพันธุ์

หน้า HRDI ไม่ระบุอัตราเมล็ดต่อไร่และไม่ระบุชื่อพันธุ์ เพียงแนะนำให้เลือกพันธุ์ที่โตเร็วและแทงช่อดอกช้า เพราะอุณหภูมิสูง แสงยาว หรืออุณหภูมิขึ้นลงสลับกันทำให้แทงช่อดอกเร็ว ดังนั้นการซื้อเมล็ดพันธุ์ปวยเล้งควรอ่านฉลากถุงว่าผู้ผลิตแนะนำอัตราเท่าไรต่อพื้นที่ และเหมาะกับช่วงอากาศแบบไหน แล้วจดน้ำหนักที่ใช้จริงลงตาราง การประหยัดด้วยการซื้อเมล็ดพันธุ์ถูกที่ไม่ระบุที่มา อาจเสียมากกว่าถ้างอกไม่ดีหรือแทงช่อดอกเร็วจนขายไม่ได้ ซึ่งค่าเสียหายนั้นสูงกว่าส่วนต่างราคาเมล็ด

4. น้ำและแรงงาน

แหล่งเดียวกันให้ให้น้ำสม่ำเสมอโดยดูความชุ่มชื้นของดิน และเตือนว่าอย่าให้น้ำมากเกินไปเพราะทำให้โคนเน่า ค่าน้ำจึงขึ้นกับระบบที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็นสายยาง หัวพ่นฝอย หรือสปริงเกลอร์ ให้คิดเป็นค่าไฟปั๊มหรือค่าน้ำต่อรอบ ส่วนแรงงานแยกเป็น เตรียมแปลง หยอดเมล็ด ถอนแยกต้นเมื่อกล้าอายุ 10-15 วัน ใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช และเก็บเกี่ยว ปวยเล้งตัดชิดดิน คัดใบช้ำ และบรรจุ งานเก็บและแพ็กมักเป็นต้นทุนแรงงานก้อนใหญ่สุดของผักใบ ให้จับเวลาในแปลงทดลองแล้วคิดเป็นชั่วโมงต่อกิโลกรัม

5. เก็บเกี่ยวและขนส่ง

การจัดการหลังเก็บเกี่ยวตามองค์ความรู้พื้นที่สูง คือตัดด้วยมีดระดับดิน ระวังไม่ให้ใบหักช้ำ ผึ่งให้แห้งหากเปียกน้ำ บรรจุในตะกร้าพลาสติกกรุกระดาษ และขนส่งด้วยรถห้องเย็นหรือรถธรรมดาที่ใส่น้ำแข็งในถุงพลาสติกวางกลางภาชนะ ดังนั้นต้นทุนที่ต้องนับคือตะกร้า กระดาษรอง น้ำแข็ง และค่าขนส่ง หากส่งไกลหรือส่งซ้ำบ่อย ต้นทุนส่วนนี้จะเพิ่มตามจำนวนเที่ยว

คำนวณปริมาณวัสดุต่อไร่จากตัวเลขที่ตรวจสอบได้

ต่อไปนี้เป็นการคำนวณทางคณิตศาสตร์จากข้อมูลแปลงของ HRDI ไม่ใช่ผลผลิตที่ยืนยันจากฟาร์มจริง และเป็นค่าทางทฤษฎีที่ยังไม่หักทางเดินหัวแปลงท้ายแปลง

รายการวิธีคำนวณผลลัพธ์ (ทฤษฎี)
พื้นที่ 1 ไร่มาตราวัดพื้นที่ไทย1,600 ตารางเมตร
สัดส่วนพื้นที่แปลงปลูกจริงแปลงกว้าง 1.20 ม. + ร่อง 0.50 ม. = 1.70 ม. ต่อหนึ่งชุด เป็นแปลง 1.20 ÷ 1.70ประมาณ 70.6 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 1,130 ตารางเมตร
ต้นต่อตารางเมตรระยะปลูก 10 x 15 ซม. = 150 ตารางเซนติเมตรต่อต้นประมาณ 66-67 ต้นต่อตารางเมตร
จำนวนต้นสูงสุดตามทฤษฎีต่อไร่1,130 x 66.7ประมาณ 75,000 ต้น
ปุ๋ยแต่งหน้า 46-0-0 และ 13-13-21รวม 50 กก. แบ่ง 1 ต่อ 1สูตรละประมาณ 25 กก. ต่อไร่

ตัวเลขต้นต่อไร่ข้างต้นไม่ควรเอาไปคูณราคาขายตรง ๆ เพราะต้องหักต้นที่ไม่งอก ต้นที่ถอนแยกทิ้ง ต้นที่เน่า และต้นที่แทงช่อดอกจนขายไม่ได้ การรู้ค่าเพดานเพียงช่วยให้เห็นว่าผลผลิตที่ใครอ้างมาสมเหตุสมผลหรือไม่ ถ้ามีคนบอกผลผลิตที่สูงกว่าที่พื้นที่และน้ำหนักต่อต้นเป็นไปได้ ควรถามที่มาก่อน

ตารางต้นทุนแบบกรอกเอง

คัดลอกตารางนี้ไปกรอกด้วยราคาจริงที่ได้จากร้านและแรงงานในพื้นที่ของคุณ คอลัมน์ปริมาณมีตัวเลขอ้างอิงจากแหล่งที่เปิดอ่านได้ คอลัมน์ราคาปล่อยว่างเพราะไม่มีราคากลาง

รายการปริมาณอ้างอิงต่อไร่ราคาต่อหน่วยที่ซื้อจริงรวม (บาท)
ไถหรือขุดพลิกดิน ยกแปลง1 ไร่กรอกเอง
ปูนขาว (ถ้าดินกรด)0-100 กรัมต่อตารางเมตร ตามผลวิเคราะห์ดินกรอกเอง
ปุ๋ยคอก1,500-2,000 กก.กรอกเอง
ปุ๋ย 15-15-15 รองพื้น20 กก.กรอกเอง
ปุ๋ย 46-0-0 และ 13-13-21 แต่งหน้ารวม 50 กก.กรอกเอง
เมล็ดพันธุ์ตามฉลากผู้ผลิตกรอกเอง
ค่าน้ำและค่าไฟปั๊มตลอด 33-45 วันกรอกเอง
แรงงาน (หยอด ถอนแยก ใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช)จับเวลาจริงกรอกเอง
แรงงานเก็บเกี่ยวและแพ็กชั่วโมงต่อกิโลกรัมกรอกเอง
ตะกร้า กระดาษรอง น้ำแข็งตามจำนวนเที่ยวส่งกรอกเอง
ค่าขนส่งต่อเที่ยวกรอกเอง
ค่าเสื่อมอุปกรณ์ เช่น สายยาง หัวพ่น มีดแบ่งตามจำนวนรอบกรอกเอง

สูตรหาจุดคุ้มทุน และตัวอย่างสมมุติ

สูตรที่ใช้ในงานต้นทุนเกษตรมีดังนี้ ต้นทุนรวม เท่ากับ ต้นทุนคงที่ บวก ต้นทุนผันแปร รายได้รวม เท่ากับ ปริมาณที่ขายได้ คูณ ราคาขาย กำไรสุทธิ เท่ากับ รายได้รวม ลบ ต้นทุนรวม และต้นทุนต่อหน่วย เท่ากับ ต้นทุนรวม หารด้วยปริมาณที่ขายได้ ปริมาณที่ขายได้หมายถึงน้ำหนักที่ผ่านการคัดแล้วและมีคนซื้อจริง ไม่ใช่น้ำหนักที่ตัดมาจากแปลง

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นตัวเลขสมมุติเพื่อสาธิตวิธีคิดเท่านั้น ไม่ใช่ต้นทุนหรือราคาตลาดจริง ฐานของทุกตัวเลขคือ ผู้เขียนกำหนดต้นทุนรวมต่อไร่ต่อรอบเป็น 30,000 บาทให้จำง่าย แล้วดูว่าราคาขายและผลผลิตที่ขายได้ต้องเป็นเท่าไรจึงเสมอทุน คุณควรแทนค่า 30,000 ด้วยผลรวมจากตารางกรอกเองของตัวเอง

ราคาขายสมมุติ (บาทต่อกก.)ปริมาณที่ต้องขายได้เพื่อเสมอทุน (กก.)วิธีคิด
201,50030,000 ÷ 20
251,20030,000 ÷ 25
301,00030,000 ÷ 30
4075030,000 ÷ 40

สิ่งที่ตารางสมมุตินี้สอนคือ ถ้าราคาลดลงหนึ่งในสาม ปริมาณที่ต้องขายให้ได้เพื่อเสมอทุนเพิ่มขึ้นประมาณครึ่งหนึ่ง จึงควรถามตัวเองว่าแปลงของคุณขายได้ปริมาณนั้นจริงหรือไม่ภายในรอบ 33-45 วัน และมีผู้รับซื้อต่อเนื่องหรือเปล่า ถ้าตอบไม่ได้ ให้ลดพื้นที่ปลูกลงก่อน

ปัจจัยที่ทำให้ตัวเลขบวมโดยไม่รู้ตัว

  • แทงช่อดอกเร็ว องค์ความรู้พื้นที่สูงระบุว่าอุณหภูมิสูง แสงยาว หรืออุณหภูมิสูงต่ำสลับกันทำให้แทงช่อดอกเร็ว และอุณหภูมิเหมาะสมอยู่ที่ 18-20 องศาเซลเซียส ไม่เกิน 24 องศาเซลเซียส ถ้าปลูกในช่วงที่อากาศเกินช่วงนี้ ผลผลิตที่ขายได้จะน้อยลง ทั้งที่ต้นทุนเท่าเดิม
  • โคนเน่า แหล่งเดียวกันเตือนว่าโรยเมล็ดแน่นเกินไปและให้น้ำมากเกินไปทำให้โคนเน่า การหยอดเมล็ดหนาเพื่อให้ได้ต้นมากกลับเพิ่มความเสี่ยงสูญเสีย
  • การเติบโตหยุดชะงัก ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส การเจริญเติบโตจะหยุดชะงัก ซึ่งยืดรอบปลูกและเพิ่มต้นทุนน้ำและแรงงาน
  • คัดทิ้งเพราะเกรด เกรดชั้นหนึ่งตามคู่มือ คือต้นยาว 25-30 เซนติเมตร ตำหนิและใบหักฉีกไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ถ้าตัดช้า ต้นยาวเกินหรือใบช้ำเยอะ จะตกเกรดและราคาลง
  • เสียหายระหว่างขนส่ง ผักใบเสื่อมสภาพเร็ว การเก็บที่ 0 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 95 เปอร์เซ็นต์ เก็บได้ราว 10 วัน แต่ที่อุณหภูมิห้องในประเทศไทยย่อมสั้นกว่านั้นมาก ไม่ควรวางแผนขายแบบเก็บค้างหลายวัน

ช่องทางขายและการคัดเกรดกับกำไร

เกณฑ์เกรดจากองค์ความรู้พื้นที่สูงแบ่งเป็น ชั้นหนึ่ง ต้นยาว 25-30 เซนติเมตร ชั้นสอง ต้นยาว 20-25 เซนติเมตร ตำหนิและใบหักฉีกไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ รอยช้ำไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ และชั้นยู ต้นยาว 18-30 เซนติเมตร รอยช้ำไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ ตำหนิจากแมลง ใบหักและฉีกไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ ผู้ซื้อแต่ละช่องทางไม่จำเป็นต้องใช้เกณฑ์นี้ เช่น แม่ค้าตลาดสดหรือร้านอาหารอาจกำหนดขนาดของตัวเอง แต่การรู้เกณฑ์ช่วยให้เจรจาได้ว่าสินค้าของคุณอยู่ระดับไหน และเมื่อทำตารางต้นทุน ควรแยกบรรทัดว่าส่วนที่ขายเป็นเกรดดีกี่เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ขายเกรดรองหรือขายเป็นเศษกี่เปอร์เซ็นต์ โดยใช้ตัวเลขจากแปลงทดลองของตัวเอง

ราคาปวยเล้งเปลี่ยนตามฤดูและตามพื้นที่ ไม่มีแหล่งทางการที่มีวันที่ซึ่งผู้เขียนเปิดอ่านได้ในรอบนี้ จึงไม่ระบุราคา วิธีที่ใช้ได้จริงคือถามผู้รับซื้อหลายรายในวันเดียวกัน จดราคา วันที่ เงื่อนไขการรับ (รับทั้งต้นหรือแยกใบ รับเกรดไหน) และยืนยันปริมาณที่รับต่อสัปดาห์ก่อนปลูก ไม่ใช่หลังจากผักพร้อมตัดแล้ว

ขั้นตอนตัดสินใจก่อนลงทุน

  1. ตรวจสภาพอากาศของพื้นที่ตัวเองว่าช่วงที่จะปลูกอยู่ในช่วง 18-24 องศาเซลเซียสนานพอหรือไม่ (เปิดดูข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาหรือถามเกษตรอำเภอ)
  2. ส่งตัวอย่างดินตรวจค่ากรดด่างก่อนซื้อปูนหรือปุ๋ย
  3. หาผู้รับซื้อล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งราย พร้อมจดเงื่อนไขการรับ
  4. ปลูกแปลงทดลองขนาดเล็กหนึ่งรอบ เช่น สองถึงสามแปลง ชั่งน้ำหนักที่ตัดได้ น้ำหนักที่คัดทิ้ง และน้ำหนักที่ขายได้
  5. เอาตัวเลขจริงไปแทนในตารางกรอกเอง คำนวณต้นทุนต่อกิโลกรัมและจุดคุ้มทุน
  6. ถ้าผลคำนวณเสมอทุนได้ด้วยปริมาณและราคาที่ผู้รับซื้อรับปากไว้ จึงค่อยขยายพื้นที่

การคำนวณแบบนี้ช้ากว่าการเชื่อตัวเลขสำเร็จรูป แต่ใช้เงินน้อยกว่ามากถ้าผลออกมาว่าไม่เหมาะ ถ้าต้องการอ่านเทคนิคปลูกโดยละเอียด ดู ปลูกปวยเล้งในไทยช่วงหน้าหนาว ดูแลอย่างไรไม่ให้แทงช่อดอกเร็ว และถ้าสนใจวิธีแยกหมวดต้นทุนของผักใบอีกชนิดเพื่อเทียบ ดู ต้นทุนปลูกผักสลัด: แยกรายจ่ายเริ่มต้น รายเดือน และจุดคุ้มทุน หากคิดจะปลูกในโรงเรือนเพื่อคุมอากาศ ดู ต้นทุนโรงเรือนปลูกผัก: ต้องใช้เงินเท่าไร มีค่าอะไรบ้าง และคุ้มไหม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อคิดต้นทุนปวยเล้ง

  • เอาผลผลิตต่อไร่จากพื้นที่อื่นหรือผักอื่นมาใช้ โดยไม่ตรวจว่าอุณหภูมิและพันธุ์เหมือนกันหรือไม่
  • ลืมนับแรงงานเก็บเกี่ยวและแพ็ก ทั้งที่เป็นต้นทุนก้อนใหญ่ของผักใบ
  • คิดรายได้จากน้ำหนักที่ตัดจากแปลง ไม่หักส่วนที่คัดทิ้งหรือตกเกรด
  • หยอดเมล็ดหนาเกินไปแล้วเจอโคนเน่า ต้องปลูกซ่อมหรือเสียทั้งแปลง
  • ซื้อปูนขาวตามช่วงสูงสุดโดยไม่ตรวจดิน ทั้งที่ดินอาจไม่ต้องใช้ปูนเลย
  • วางแผนปลูกทุกแปลงพร้อมกัน ทำให้ผักพร้อมเก็บวันเดียวแล้วหาตลาดรับไม่ทัน ควรทยอยปลูกเป็นรุ่นตามที่ตลาดรับได้
  • ไม่แยกบันทึกต้นทุนรายรอบ ทำให้บอกไม่ได้ว่ารอบไหนขาดทุนเพราะอะไร

สรุป

ปวยเล้งเป็นผักอายุสั้น 33-45 วัน ต้นทุนส่วนใหญ่อยู่ที่การเตรียมแปลง ปุ๋ย แรงงานเก็บเกี่ยวและแพ็ก แต่ ณ พ.ย. 2569 ไม่พบตัวเลขต้นทุนและรายได้ต่อไร่จากแหล่งทางการที่จะบอกได้ว่าคุ้มหรือไม่ ผลคุ้มทุนขึ้นกับว่าพื้นที่ของคุณมีอากาศเย็นพอจะไม่ให้แทงช่อดอก และมีผู้รับซื้อที่ให้ราคาเสมอทุน วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือใช้ปริมาณวัสดุจากแหล่งที่อ้างได้ ใส่ราคาจริงของตัวเองลงตารางกรอกเอง ทดลองแปลงเล็ก แล้วคำนวณจุดคุ้มทุนก่อนขยายพื้นที่ ข้อมูล ณ พ.ย. 2569 ควรตรวจซ้ำกับเกษตรอำเภอก่อนลงทุนจริง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) องค์ความรู้พื้นที่สูง: ปวยเหล็ง (Spinacia oleracea L.) — ค่ากรดด่าง 6.2-6.9 อุณหภูมิ 18-20 องศาเซลเซียส (ไม่เกิน 24) แปลงกว้าง 1.20 ม. ระยะปลูก 10 x 15 ซม. ปุ๋ยคอก 1,500-2,000 กก./ไร่ ปุ๋ยเคมีและอัตรา เก็บเกี่ยว 33-45 วัน เกณฑ์เกรดและการเก็บรักษา: https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/68
  • 📄สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — หน่วยงานที่ควรสอบถามข้อมูลต้นทุนและราคาสินค้าเกษตรล่าสุด (ไม่ได้ใช้เป็นแหล่งตัวเลขในบทความนี้ เพราะไม่พบตัวเลขปวยเล้งที่เปิดอ่านได้): https://www.oae.go.th

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

Account Book Cash สมุดบัญชีรายรับรายจ่าย…

Account Book Cash สมุดบัญชีรายรับรายจ่าย…

สมุดบัญชีฟาร์ม

ใช้จดรายรับ-รายจ่ายและต้นทุนแต่ละรอบการผลิตแบบกระดาษ

เครื่องชั่งดิจิตอล สูงสุด 40 กก ใช้ได้ทั้งแบตเตอรี่…

เครื่องชั่งดิจิตอล สูงสุด 40 กก ใช้ได้ทั้งแบตเตอรี่…

เครื่องชั่งผลผลิต

ใช้ชั่งผลผลิต อาหารสัตว์ หรือปุ๋ย เพื่อจดน้ำหนักจริงลงบันทึก

ก3 ไวท์บอร์ดแม่เหล็กแห้งลบปฏิทินชุดไวท์บอร์ดวางแผนราย…

ก3 ไวท์บอร์ดแม่เหล็กแห้งลบปฏิทินชุดไวท์บอร์ดวางแผนราย…

บอร์ดวางแผนงาน

ใช้วางแผนงานรายสัปดาห์และนัดหมายงานฟาร์มให้เห็นพร้อมกัน

100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…

100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…

ป้ายแปลง/ป้ายชื่อพืช

ใช้ปักระบุพันธุ์ วันปลูก หรือรอบปลูกในแปลงและถาดเพาะ

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

ปวยเล้งปลูกไร่ละกี่ต้นและให้ผลผลิตกี่กิโลกรัม

HRDI ระบุระยะปลูก 10 x 15 เซนติเมตร คำนวณเป็นเพดานทางทฤษฎีได้ราว 75,000 ต้นต่อไร่ แต่ไม่มีตัวเลขผลผลิตเป็นกิโลกรัมต่อไร่ จึงควรทดลองปลูกแปลงเล็กแล้วชั่งเอง

ต้องใช้ปุ๋ยอะไรและเท่าไรต่อไร่

ตาม HRDI ใช้ปุ๋ยคอก 1,500-2,000 กิโลกรัม ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ตอนเตรียมแปลง และปุ๋ย 46-0-0 กับ 13-13-21 อย่างละครึ่ง รวม 50 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อกล้าอายุ 15 วัน

ปวยเล้งปลูกกี่วันเก็บได้

HRDI ระบุ 33-45 วันแล้วแต่ฤดูกาล ควรดูขนาดต้นจริงก่อนตัด

ต้องพ่นสารเคมีไหม

HRDI ระบุว่าไม่ควรฉีดพ่นสารเคมีใด ๆ ถ้าพบศัตรูพืชที่คุมไม่ได้ ให้ปรึกษาเกษตรอำเภอและอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียน

ปวยเล้งขายได้กิโลกรัมละเท่าไร

ไม่มีราคาที่มีวันที่และแหล่งที่ตรวจสอบได้ในการค้นรอบนี้ ควรถามผู้รับซื้อในพื้นที่แล้วจดวันที่ไว้