คำตอบสั้น ๆ
ยังไม่มีตัวเลขกลางที่ยืนยันได้ว่าดอกแคคุ้มหรือไม่ บทความนี้ให้สูตร ตารางต้นทุนเปล่า และตัวอย่างสมมติที่ระบุชัดเจนก่อนตัดสินใจลงทุน
คำตอบเร็ว: ยังตอบไม่ได้ว่าปลูกดอกแค "คุ้ม" หรือไม่ ด้วยตัวเลขกลางที่ตรวจสอบได้ เพราะผู้เขียนไม่พบแหล่งทางการที่ระบุผลผลิตดอกต่อต้น ราคาขายดอกแค หรือต้นทุนปลูกดอกแคเชิงพาณิชย์ในไทย บทความนี้จึงให้สิ่งที่ตรวจสอบได้จริง คือข้อมูลพืชจากแหล่งต่างประเทศ (ระยะปลูก อัตราการงอก การเติบโต) สูตรคำนวณจุดคุ้มทุน ตารางต้นทุนเปล่าให้กรอกเอง และตัวอย่างสมมติที่ระบุชัดว่าเป็นตัวเลขสมมติ ไม่ใช่ข้อมูลจริง (ข้อมูล ณ พ.ย. 2569)
คำถามว่าปลูกดอกแคแล้วจะได้เงินเท่าไร เป็นคำถามที่คนอยากได้ตัวเลขสำเร็จรูปมากที่สุด แต่ตัวเลขที่ไม่มีที่มา คือสิ่งที่ทำให้คนลงทุนผิดพลาดบ่อยที่สุดเช่นกัน บทความนี้เลือกวิธีตรงไปตรงมา บอกว่าข้อมูลไหนมีแหล่งรองรับ ข้อมูลไหนไม่มี และให้เครื่องมือคำนวณที่ผู้อ่านเอาตัวเลขของตัวเองใส่ได้ เรื่องวิธีปลูกและการดูแลมีอยู่แล้วใน ปลูกแคบ้านเก็บดอกขาย ต้นกี่เดือนเริ่มออกดอก และดูแลอย่างไร บทความนี้จึงโฟกัสเรื่องต้นทุนและรายได้เท่านั้น
ข้อมูลที่ตรวจสอบได้เกี่ยวกับต้นแค
แคที่ขายดอกในตลาดคือ Sesbania grandiflora ผู้เขียนเปิดอ่านฐานข้อมูลต้นไม้ของศูนย์วนเกษตรโลก (World Agroforestry) และวิกิพีเดียภาษาอังกฤษ ได้ข้อมูลที่ใช้ประกอบการประเมินต้นทุนดังนี้
| ข้อมูล | ที่ระบุในแหล่ง | ใช้ประโยชน์อย่างไร |
|---|---|---|
| การเพาะ | เพาะเมล็ดตรงเป็นวิธีง่ายที่สุด ไม่ต้องขูดเปลือกก็งอกได้ และรอยขีดหรือแช่น้ำ 24 ชั่วโมงให้งอก 85–90% | ต้นทุนต้นกล้าต่ำ ถ้าเพาะเอง |
| ระยะปลูก | ย้ายลงแปลงหลังอนุบาล 1 เดือน ระยะประมาณ 1.2 x 1.2 เมตร (แปลงปลูกเชิงไม้โตเร็วใช้ 0.9 x 0.9 เมตร) | ประมาณจำนวนต้นต่อไร่ (ดูการคำนวณด้านล่าง) แต่ระยะนี้ไม่ใช่ระยะสำหรับเก็บดอกขายโดยเฉพาะ |
| การเติบโต | สูง 3.2 เมตรที่ 9 เดือนในดินร่วน และ 1.8 เมตรในดินทราย ถ้าให้ปุ๋ยและน้ำทุกเดือนอาจถึง 5 เมตร | ต้นสูงเร็วมาก การเก็บดอกต้องวางแผนความสูง |
| ความสูงของต้น | วิกิพีเดียระบุ 5–20 เมตร เป็นไม้โตเร็วเนื้ออ่อน | เก็บดอกด้วยมือไม่ถึง ต้องตัดแต่งหรือใช้อุปกรณ์ |
| ดิน | ดินร่วนลึกระบายน้ำดีโตเร็วกว่าดินทราย ทนน้ำท่วมขังได้ ไวต่ออุณหภูมิต่ำกว่าราว 10 องศาเซลเซียส | เลือกพื้นที่ปลูก ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่หนาวจัด |
| ส่วนที่กินได้ | ดอก ใบอ่อน ฝักอ่อน | รายได้เสริมจากฝักอ่อนมีได้ในทางทฤษฎี แต่ไม่มีข้อมูลราคาตลาด |
| ผลผลิตดอกต่อต้น | ไม่ระบุในทั้งสองแหล่ง | ต้องใช้ตัวเลขจากแปลงจริงของตนเอง |
| อายุเริ่มออกดอก | ไม่ระบุในทั้งสองแหล่ง | ต้องถามผู้ปลูกในพื้นที่หรือเกษตรอำเภอ |
ผลผลิตที่ฐานข้อมูลนี้ระบุ (เช่น 4 ตันต่อเฮกตาร์ต่อปี) เป็นผลผลิตมวลชีวภาพ/ไม้ในงานวนเกษตร ไม่ใช่ผลผลิตดอก จึงห้ามนำมาคำนวณรายได้จากดอกแคเด็ดขาด การนำตัวเลขผิดประเภทมาใช้เป็นต้นเหตุของประมาณการที่เกินจริง
ประมาณจำนวนต้นต่อไร่
1 ไร่ = 1,600 ตารางเมตร ถ้าปลูกระยะ 1.2 x 1.2 เมตร พื้นที่ต่อต้น = 1.44 ตารางเมตร จะได้ 1,600 ÷ 1.44 ได้ประมาณ 1,111 ต้นต่อไร่ ในทางปฏิบัติต้องเหลือพื้นที่ทางเดิน ร่องน้ำ และขอบแปลง จำนวนจริงจึงน้อยกว่านี้ ตัวเลข 1,111 เป็นเพียงเพดานทางเรขาคณิต ไม่ใช่คำแนะนำให้ปลูกเท่านี้ และระยะ 1.2 x 1.2 เมตรมาจากแปลงที่ปลูกเพื่อวัตถุประสงค์ด้านวนเกษตร ผู้ปลูกเก็บดอกขายอาจเลือกระยะกว้างกว่านี้เพื่อให้ทรงพุ่มและการเก็บดอกสะดวก ซึ่งไม่มีแหล่งที่ตรวจได้ระบุตัวเลขที่เหมาะสม
โครงสร้างต้นทุนที่ต้องนับ
สูตรพื้นฐานตามหลักบัญชีฟาร์ม (ดูเพิ่มที่ บัญชีฟาร์มเบื้องต้น) คือ ต้นทุนรวม = ต้นทุนคงที่ + ต้นทุนผันแปร รายได้ = ปริมาณที่ขาย x ราคาต่อหน่วย กำไรสุทธิ = รายได้ − ต้นทุนรวม และต้นทุนต่อหน่วย = ต้นทุนรวม ÷ ปริมาณที่ขายได้ แยกรายการสำหรับสวนดอกแคได้ดังนี้
| หมวด | รายการ | ประเภท | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| เตรียมแปลง | ไถ ยกร่อง ปรับดิน ปุ๋ยหมักรองพื้น | ผันแปร (ปีแรก) | ดินร่วนระบายน้ำดีลดการปรับปรุงดิน |
| ต้นกล้า | เมล็ดหรือต้นกล้า ถุงเพาะ | ผันแปร (ปีแรก) | เพาะเองถูกกว่าซื้อกล้า แต่ใช้แรงงานและพื้นที่อนุบาล |
| น้ำ | ระบบให้น้ำ ค่าไฟหรือน้ำมัน (ดู ระบบน้ำหยด) | คงที่ + ผันแปร | ต้องรดช่วงแล้งและช่วงตั้งตัว |
| ปุ๋ย | ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมี (ดู การอ่านสูตรปุ๋ย NPK) | ผันแปร | แคเป็นพืชตระกูลถั่วที่ตรึงไนโตรเจนได้ ตามที่แหล่งข้อมูลระบุ แต่ปริมาณปุ๋ยที่เหมาะสมกับการให้ดอกไม่มีตัวเลขยืนยัน |
| แรงงาน | เก็บดอก ตัดแต่ง ดูแล แพ็ก | ผันแปร | ส่วนใหญ่มักเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ เพราะดอกต้องเก็บด้วยมือ |
| อุปกรณ์เก็บ | บันได ไม้สอย ตะกร้า ถุง | คงที่ | ต้นสูงเร็ว ต้องมีวิธีเก็บที่ปลอดภัย |
| ขนส่งและตลาด | ค่าส่ง ค่าแผง ค่าบรรจุภัณฑ์ | ผันแปร | ดอกสดเสียเร็ว ต้องขายใกล้แหล่งผลิต |
| ค่าที่ดิน | ค่าเช่าหรือต้นทุนค่าเสียโอกาส | คงที่ | คนปลูกที่ดินตนเองมักลืมนับ |
ตารางต้นทุนเปล่า (กรอกตัวเลขของตนเอง)
ตารางด้านล่างเป็นกรอบเปล่า ไม่มีตัวเลขใดเป็นข้อมูลจริง ให้กรอกจากใบเสร็จและบันทึกของตนเอง
| รายการ | ปีที่ 1 (บาท) | ปีที่ 2 (บาท) | ที่มาของตัวเลข |
|---|---|---|---|
| เตรียมแปลง | (กรอกเอง) | (กรอกเอง) | (ใบเสร็จ) |
| ต้นกล้า | (กรอกเอง) | (กรอกเอง) | (ใบเสร็จ) |
| น้ำและไฟฟ้า | (กรอกเอง) | (กรอกเอง) | (บิล) |
| ปุ๋ย | (กรอกเอง) | (กรอกเอง) | (ใบเสร็จ) |
| แรงงาน | (กรอกเอง) | (กรอกเอง) | (บันทึกวันทำงาน) |
| อุปกรณ์ | (กรอกเอง) | (กรอกเอง) | (ใบเสร็จ) |
| ขนส่งและบรรจุ | (กรอกเอง) | (กรอกเอง) | (บันทึก) |
| ต้นทุนรวม | (รวม) | (รวม) | ผลรวม |
| ปริมาณดอกที่ขายได้ (กก.) | (กรอกเอง) | (กรอกเอง) | (ตาชั่ง) |
| ราคาที่ขายได้จริง (บาท/กก.) | (กรอกเอง) | (กรอกเอง) | (ใบเสร็จขาย) |
ตัวอย่างสมมติเพื่อเข้าใจวิธีคำนวณ
ตัวอย่างต่อไปนี้ใช้ตัวเลขสมมติทั้งหมดเพื่อสาธิตสูตร ไม่ใช่ราคาตลาด ไม่ใช่ผลผลิตจริง และไม่ใช่ข้อสรุปว่าลงทุนแล้วจะได้ผลเช่นนี้ ตัวเลขทุกตัวมีฐานเป็นการตั้งสมมติ
| รายการ | ตัวเลขสมมติ | ฐานของตัวเลข |
|---|---|---|
| ต้นทุนคงที่ต่อปี | 10,000 บาท | สมมติ รวมอุปกรณ์และค่าเสื่อมราคา |
| ต้นทุนผันแปรต่อปี | 30,000 บาท | สมมติ รวมปุ๋ย น้ำ แรงงาน บรรจุภัณฑ์ |
| ต้นทุนรวม | 40,000 บาท | 10,000 + 30,000 |
| ปริมาณที่ขายได้ | 400 กิโลกรัม | สมมติเพื่อสาธิต |
| ราคาขาย | 120 บาทต่อกิโลกรัม | สมมติ ไม่ใช่ราคาตลาดจริง |
| รายได้ | 48,000 บาท | 400 x 120 |
| กำไรสุทธิ | 8,000 บาท | 48,000 − 40,000 |
| ต้นทุนต่อกิโลกรัม | 100 บาท | 40,000 ÷ 400 |
เมื่อลองเปลี่ยนตัวเลขสมมติ จะเห็นความอ่อนไหวชัด ถ้าขายได้ 300 กิโลกรัมที่ราคาเดิม รายได้เหลือ 36,000 บาท ติดลบ 4,000 บาท หรือถ้าราคาเหลือ 100 บาทต่อกิโลกรัมที่ปริมาณ 400 กิโลกรัม รายได้ 40,000 บาท เท่าทุนพอดี ตัวอย่างนี้แสดงว่าผลลัพธ์ขึ้นกับสองตัวแปรที่เราไม่มีข้อมูลกลาง คือปริมาณที่เก็บได้จริงและราคาที่ขายได้จริง
จุดคุ้มทุน
จุดคุ้มทุนด้านราคา = ต้นทุนรวม ÷ ปริมาณที่ขายได้ ตามตัวอย่างสมมติข้างบนคือ 100 บาทต่อกิโลกรัม จุดคุ้มทุนด้านปริมาณ = ต้นทุนรวม ÷ ราคาขาย (40,000 ÷ 120 ได้ประมาณ 333 กิโลกรัม) ควรคำนวณทั้งสองด้าน แล้วถามตัวเองว่า แปลงของเราเก็บได้ถึงปริมาณนั้นจริงหรือไม่ และตลาดรับซื้อที่ราคานั้นจริงหรือไม่ ถ้ายังตอบไม่ได้ ให้ปลูกจำนวนน้อยก่อนเพื่อเก็บตัวเลขจริง
เรื่องราคาและตลาด
ผู้เขียนไม่ใส่ราคาดอกแคในบทความนี้ เพราะไม่พบแหล่งราคาที่ระบุวันที่และตลาดชัดเจนที่เปิดอ่านได้ ราคาผักดอกที่เก็บด้วยมือมักผันผวนตามฤดูกาลและปริมาณที่ออกสู่ตลาด (เป็นข้อสังเกตทั่วไป ไม่ใช่ตัวเลขจากแหล่งอ้างอิง) ถ้าต้องการราคาอ้างอิง ให้ติดตามจากตลาดค้าส่งผักในพื้นที่ สำนักงานเกษตรจังหวัด หรือสอบถามแม่ค้าที่รับซื้อโดยตรง แล้วจดวันที่ไว้ทุกครั้ง
อีกเรื่องที่ควรถามก่อนปลูก คือใครจะรับซื้อ ดอกแคเป็นผักที่บริโภคสดในครัวเรือนและร้านอาหารบางประเภท ตลาดอาจแคบกว่าผักทั่วไป การมีผู้รับซื้อประจำก่อนลงทุนจึงสำคัญกว่าการหวังผลผลิตสูง
ปัจจัยที่ทำให้ตัวเลขต่างจากตัวอย่าง
- ดินและน้ำ ตามที่แหล่งข้อมูลระบุ ต้นโตเร็วกว่ามากในดินร่วนเมื่อเทียบกับดินทราย ต้นทุนปรับปรุงดินและน้ำจึงต่างกันตามพื้นที่
- ความสูงของต้น ถ้าปล่อยให้สูงเกินเอื้อม ต้องเพิ่มต้นทุนอุปกรณ์หรือแรงงาน หรือเสียดอกที่เก็บไม่ถึง
- สภาพอากาศ แหล่งข้อมูลระบุว่าไวต่ออุณหภูมิต่ำกว่าราว 10 องศาเซลเซียส และไม่ทนลมแรง พื้นที่ที่หนาวหรือลมแรงมีความเสี่ยงสูงกว่า
- การสูญเสียหลังเก็บ ดอกสดที่ขายไม่หมดคือต้นทุนที่ไม่มีรายได้ ควรจดสัดส่วนที่เสียไว้
- ศัตรูพืช ผู้เขียนไม่พบรายการโรคแมลงของแคจากแหล่งที่เปิดอ่านได้ ให้ปรึกษาเกษตรอำเภอ และไม่ควรตั้งงบสารเคมีโดยไม่มีข้อมูล
สำหรับแนวทางลดต้นทุนทั่วไปของฟาร์ม ดูเพิ่มที่ วิธีลดต้นทุนฟาร์ม
ข้อควรระวังด้านการใช้ประโยชน์อื่นของต้นแค
แหล่งข้อมูลระบุว่าใบและเมล็ดของแคเป็นพิษต่อไก่และสัตว์กระเพาะเดี่ยว ผู้ที่เลี้ยงสัตว์ปีกในพื้นที่เดียวกันจึงไม่ควรให้ใบหรือฝักแก่เป็นอาหาร และเศษใบที่ตัดแต่งต้องจัดการให้ปลอดภัย ส่วนการใช้เป็นอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้องเป็นข้อมูลจากแหล่งต่างประเทศ ถ้าจะนำมาใช้ควรปรึกษาปศุสัตว์อำเภอก่อน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาประเมินความคุ้มค่า
- นำผลผลิตมวลชีวภาพหรือไม้ต่อเฮกตาร์มาคิดเป็นผลผลิตดอก
- คิดจำนวนต้นเต็มพื้นที่ โดยไม่หักทางเดินและร่องน้ำ
- ไม่นับแรงงานตนเองและค่าที่ดิน จึงเห็นกำไรเกินจริง
- ใช้ราคาจากโพสต์หรือข่าวที่ไม่มีวันที่
- ลงทุนทั้งแปลงก่อนทดลองขายดอกจริง
- ไม่มีผู้รับซื้อประจำ
- ไม่จดบันทึกปริมาณที่เก็บและที่ขายได้ จึงคำนวณต้นทุนต่อกิโลกรัมไม่ได้
แผนทดลองก่อนลงทุนจริง
- ปลูกจำนวนน้อย เช่นไม่กี่สิบต้น เพื่อเก็บข้อมูลอายุเริ่มออกดอกและปริมาณดอกในพื้นที่ของตนเอง
- จดต้นทุนทุกรายการลงตารางเปล่าด้านบนตั้งแต่วันแรก
- ทดลองขายกับผู้รับซื้อจริง และจดราคากับวันที่
- คำนวณต้นทุนต่อกิโลกรัมและจุดคุ้มทุน แล้วค่อยตัดสินใจขยาย
- ปรึกษาเกษตรอำเภอเรื่องศัตรูพืชและข้อมูลพืชในพื้นที่
สรุป
ยังไม่มีตัวเลขกลางที่ตรวจสอบได้เพื่อตอบว่าดอกแคคุ้มหรือไม่ แต่มีวิธีหาคำตอบของตนเอง คือแยกต้นทุนให้ครบ ใช้สูตรจุดคุ้มทุน ทดลองปลูกจำนวนน้อยเพื่อเก็บผลผลิตและราคาจริง และหาผู้รับซื้อก่อนขยาย ตัวอย่างในบทความเป็นตัวเลขสมมติเพื่อสาธิตสูตรเท่านั้น ข้อมูลที่ไม่ได้ระบุในแหล่งอ้างอิง ได้แก่ผลผลิตดอกต่อต้น อายุเริ่มออกดอก และราคาตลาด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- World Agroforestry — Agroforestree Database: Sesbania grandiflora — การเพาะ ระยะปลูก การเติบโต ดิน การใช้ประโยชน์ ความเป็นพิษต่อสัตว์กระเพาะเดี่ยว apps.worldagroforestry.org/treedb2/speciesprofile.php?Spid=1519
- Wikipedia (อังกฤษ) — Sesbania grandiflora — ความสูง ลักษณะดอกและฝัก ส่วนที่กินได้ ความไวต่อน้ำค้างแข็ง en.wikipedia.org/wiki/Sesbania_grandiflora
- เกษตรอำเภอ / สำนักงานเกษตรจังหวัด — หน่วยงานที่ควรติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลพืช ศัตรูพืช และราคาในพื้นที่ (ไม่ได้ใช้เป็นแหล่งตัวเลขในบทความนี้)
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
น้ำค้างแข็งและอากาศเย็นจัดบนที่สูงทำให้พืชเสียหายแค่ไหน ป้องกันแปลงอย่างไร
อธิบายกลไกที่น้ำค้างแข็งทำลายเนื้อเยื่อพืช วิธีดูอาการและประเมินความรุนแรง และวิธีป้องกันแปลงที่ลงทุนน้อยตามหลักวิชาของ FAO พร้อมบอกตรง ๆ ว่ายังไม่พบตัวเลขกลางของพืชไทย
ปลูกฟักทองหน้าแล้งในพื้นที่น้ำน้อย ทำได้ไหมและต้องจัดการน้ำอย่างไร
ฟักทองใช้น้ำน้อยกว่านาปรังแต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องให้น้ำ บทความสรุปตัวเลขโครงการสุพรรณบุรีปี 2565 และหลักจัดการน้ำของกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมบอกจุดที่ข้อมูลไม่ตรงกันหรือยังไม่พบ
ปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม ตลาดรับซื้อและข้อควรรู้ก่อนลงทุน
แนวตัดสินใจก่อนปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม สรุปข้อมูลกรณีสตูล โครงการฟ้าทะลายโจร และต้นทุนตัวอย่าง พร้อมบอกว่าข้อมูลใดยังตรวจสอบไม่ได้
ทุเรียนช่วงปลายปีควรดูแลอย่างไร ให้พร้อมสะสมอาหารก่อนออกดอก
สรุปงานสวนทุเรียนช่วงปลายปีจากเอกสารกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร ตั้งแต่ตรวจสภาพต้น ตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย ไปจนถึงช่วงงดน้ำก่อนออกดอก พร้อมระบุตัวเลขที่ยังต้องถามเกษตรอำเภอ
เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกรอบหน้าอย่างไรให้ยังงอกดี ตั้งแต่ตากจนเก็บในภาชนะ
ขั้นตอนเก็บเมล็ดพันธุ์ผักไว้ปลูกต่อ ตั้งแต่เลือกต้นแม่ เก็บเกี่ยว ตากให้แห้ง ไปจนถึงบรรจุภาชนะและทดสอบความงอก อิงเกณฑ์จากสวทช. ม.เชียงใหม่ และม.แม่โจ้
ปลูกผักอายุสั้นช่วงน้ำน้อย ผักชนิดไหนใช้น้ำน้อยและเก็บขายได้ภายใน 30-45 วัน
เอกสารศูนย์เรียนรู้ที่เผยแพร่ผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัดระบุอายุเก็บเกี่ยวผักบุ้งจีน 25 วัน ผักชี 30 วัน ผักตั้งโอ๋ 40 วัน คะน้า 45 วัน แต่ยังไม่มีแหล่งทางการที่จัดอันดับปริมาณน้ำของผักแต่ละชนิด
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

Account Book Cash สมุดบัญชีรายรับรายจ่าย…
สมุดบัญชีฟาร์ม
ใช้จดรายรับ-รายจ่ายและต้นทุนแต่ละรอบการผลิตแบบกระดาษ

เครื่องชั่งดิจิตอล สูงสุด 40 กก ใช้ได้ทั้งแบตเตอรี่…
เครื่องชั่งผลผลิต
ใช้ชั่งผลผลิต อาหารสัตว์ หรือปุ๋ย เพื่อจดน้ำหนักจริงลงบันทึก

ก3 ไวท์บอร์ดแม่เหล็กแห้งลบปฏิทินชุดไวท์บอร์ดวางแผนราย…
บอร์ดวางแผนงาน
ใช้วางแผนงานรายสัปดาห์และนัดหมายงานฟาร์มให้เห็นพร้อมกัน

100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…
ป้ายแปลง/ป้ายชื่อพืช
ใช้ปักระบุพันธุ์ วันปลูก หรือรอบปลูกในแปลงและถาดเพาะ
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
ปลูกดอกแคกี่ต้นต่อไร่
ตามระยะ 1.2 x 1.2 เมตรที่แหล่งข้อมูลระบุ คำนวณได้ราว 1,111 ต้นต่อไร่ในทางทฤษฎี แต่ต้องหักทางเดินและร่องน้ำ และระยะนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเก็บดอกขายโดยเฉพาะ จึงควรปรึกษาผู้ปลูกในพื้นที่หรือเกษตรอำเภอ
ดอกแคได้ผลผลิตกี่กิโลกรัมต่อต้น
ผู้เขียนไม่พบตัวเลขจากแหล่งที่ตรวจสอบได้ จึงไม่ระบุ ให้ทดลองปลูกและบันทึกจากแปลงของตนเอง
ราคาดอกแคเท่าไร
ไม่ระบุตัวเลข เพราะไม่มีแหล่งราคาที่มีวันที่ ให้สอบถามตลาดค้าส่งหรือผู้รับซื้อในพื้นที่ และจดวันที่ไว้
จุดคุ้มทุนคำนวณอย่างไร
จุดคุ้มทุนด้านปริมาณ = ต้นทุนรวม ÷ ราคาขายต่อหน่วย และจุดคุ้มทุนด้านราคา = ต้นทุนรวม ÷ ปริมาณที่ขายได้ ใช้ตัวเลขจริงจากบัญชีของตนเอง
ต้นแคเหมาะกับพื้นที่แบบไหน
แหล่งข้อมูลระบุว่าโตดีในดินร่วนลึกระบายน้ำดี ทนน้ำท่วมขังได้ แต่ไวต่ออุณหภูมิต่ำกว่าราว 10 องศาเซลเซียสและไม่ทนลมแรง
