คำตอบสั้น ๆ
ยังไม่มีตัวเลขต้นทุนสายบัวจากแหล่งทางการ จึงให้กรอบคำนวณต้นทุนต่อกำและจุดคุ้มทุนไว้ให้กรอกด้วยข้อมูลจริงของตัวเอง
คำตอบเร็ว: ยังตอบไม่ได้ว่าสายบัว "คุ้ม" กี่บาทต่อไร่ เพราะผู้เขียนค้นแล้วไม่พบตัวเลขต้นทุนและรายได้ของการปลูกสายบัวที่มาจากหน่วยงานรัฐหรืองานวิจัยที่เปิดอ่านได้ ตัวเลขที่ตรวจสอบได้มีเพียงงานวิจัยต้นทุนนาบัวตัดดอก (มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2563) ซึ่งเป็นสินค้าคนละอย่าง ดังนั้นบทความนี้ให้กรอบคำนวณต้นทุนต่อกำและจุดคุ้มทุนให้กรอกด้วยตัวเลขจริงของตัวเอง ข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2569
"สายบัวคุ้มไหม" เป็นคำถามที่หลายคนค้นก่อนขุดบ่อหรือเช่าที่ แต่คำตอบที่ตรงที่สุดในตอนนี้คือ ต้องคำนวณจากข้อมูลของตัวเอง เพราะไม่มีตัวเลขกลางที่น่าเชื่อถือให้เทียบ บทความนี้จึงไม่ยกตัวอย่างรายได้ต่อไร่ที่แต่งขึ้น แต่จะบอกว่ามีข้อมูลอะไรที่ตรวจสอบได้ ใช้ได้แค่ไหน และจะคำนวณอย่างไรให้ตัดสินใจได้เอง ส่วนวิธีปลูก พันธุ์ น้ำและปุ๋ย อ่านได้ใน ปลูกสายบัวให้ได้ผลดี เลือกพันธุ์ ดูแลน้ำปุ๋ย และจัดการโรคแมลงอย่างไร
สายบัวคืออะไร และเรื่องชื่อที่ทำให้คำนวณต้นทุนผิดได้
คำว่า "สายบัว" ในตลาดและครัวไทยหมายถึงก้านดอกหรือก้านใบของบัว ฐานข้อมูลผักไทยของ JIRCAS (ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์การเกษตรนานาชาติของญี่ปุ่น) ลงรายการ Nymphaea lotus L. วงศ์ Nymphaeaceae ไว้ว่าเป็นพืชน้ำที่มีเหง้าเลื้อยในโคลน ใบลอยน้ำกลม กว้างประมาณ 15-20 เซนติเมตร ดอกสีขาว ชมพูเข้ม หรือม่วง ส่วนที่กินคือก้านดอก ใช้กินสดกับน้ำพริก ผัดกับกุ้งหรือหมู ใส่แกงส้ม หรือแกงปลาทู ปลูกได้ในคูและบ่อทั่วไทย และขยายพันธุ์โดยแยกเหง้า ฐานข้อมูลนี้ไม่ได้ให้ข้อมูลฤดูปลูกหรือตลาด
เรื่องชื่อสำคัญต่อการเงิน เพราะ "บัว" ที่ปลูกขายมีหลายแบบ ได้แก่ ปลูกเพื่อตัดดอก ปลูกเพื่อเก็บไหลหรือเหง้า และปลูกเพื่อเก็บสายขายเป็นผัก ต้นทุน รายได้ และจังหวะการเก็บของแต่ละแบบไม่เหมือนกัน การเอาตัวเลขของนาบัวตัดดอกมาคิดเป็นรายได้ของนาสายบัวจึงผิดหลักตั้งแต่ต้น
ตัวเลขจริงที่หาได้ ใช้ได้แค่ไหน
งานวิจัยเรื่อง "ต้นทุนและผลตอบแทนของการทำนาบัวตัดดอกในประเทศไทย" โดยหยาดรุ้ง มะวงศ์ไว พัชรี สุริยะ และเยาวรัตน์ ศรีวรานันท์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตีพิมพ์ในวารสารแก่นเกษตร ปีที่ 48 ฉบับที่ 4 (ผ่านการตีพิมพ์วันที่ 26 สิงหาคม 2563) สำรวจครัวเรือนผู้ทำนาบัวตัดดอก 74 ครัวเรือน แบ่งเป็นฟาร์มขนาดเล็ก (ต่ำกว่า 10 ไร่) 49 ราย และขนาดกลาง (10-25 ไร่) 25 ราย ผลสรุปในบทคัดย่อเป็นดังนี้
| ตัวชี้วัด (ต่อไร่) | ฟาร์มเล็ก (<10 ไร่) | ฟาร์มกลาง (10-25 ไร่) |
|---|---|---|
| ต้นทุนรวมเฉลี่ย | 24,720.25 บาท | 18,602.96 บาท |
| รายได้รวมเฉลี่ย | 30,521.15 บาท | 23,147.42 บาท |
| กำไรสุทธิเฉลี่ย | 5,800.90 บาท | 4,544.46 บาท |
| ผลผลิตจุดคุ้มทุน | 8,792.78 ดอก | 8,680.40 ดอก |
| ราคาจุดคุ้มทุน | 1.13 บาทต่อดอก | 1.17 บาทต่อดอก |
ตารางนี้อ้างจากบทคัดย่อเท่านั้น ที่มาของข้อมูลคือการสัมภาษณ์ 74 ครัวเรือน บทคัดย่อไม่ได้ระบุปีที่เก็บข้อมูล และไม่แยกต้นทุนคงที่กับต้นทุนผันแปรให้เห็น งานวิจัยพบว่าต้นทุนรวมและรายได้รวมต่อไร่ของสองขนาดฟาร์มแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ แต่กำไรสุทธิต่อไร่ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อสังเกตสำคัญสำหรับคนที่คิดเรื่องสายบัว
- นี่คือต้นทุนของนาบัวตัดดอก ไม่ใช่นาสายบัว จึงเอาไปบอกกำไรสายบัวไม่ได้
- แต่ใช้เป็นตัวอย่างโครงสร้างการคิดได้ คือต้องคำนวณต้นทุนต่อหน่วยที่ขาย ผลผลิตจุดคุ้มทุน และราคาจุดคุ้มทุน
- ตัวเลขกำไรเฉลี่ยในงานนี้ไม่ได้แปลว่ากำไรของทุกฟาร์ม เพราะเป็นค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง
ข้อมูลฝั่งรายได้สายบัวที่ตรวจสอบได้ มีน้อยมาก
ข่าวเดียวที่ผู้เขียนเปิดอ่านและเกี่ยวกับการเก็บสายบัวขาย คือข่าวของโพสต์ทูเดย์ วันที่ 21 มกราคม 2564 เรื่องชายอายุ 55 ปีในอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เก็บสายบัวจากคลองน้ำโดยใช้เรือท้องแบน ส่งขายตลาด ได้รายได้กว่า 1,000 บาทต่อวันเป็นรายได้เสริมช่วงโควิด-19 ข่าวระบุว่าเก็บจากคลอง ไม่ได้ระบุว่าเป็นแปลงที่ปลูกเอง ไม่ระบุปริมาณและราคาต่อหน่วย จึงไม่ใช่ข้อมูลต้นทุนหรือกำไรของการปลูก และไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์ประมาณรายได้ ข่าวเดียวกันระบุว่าสายบัวจากดอกสีขาวอมชมพูให้ก้านที่นุ่มกว่าเมื่อสุก ซึ่งเป็นข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจเรื่องพันธุ์ได้ในระดับเบื้องต้น และควรทดสอบเองกับตลาดที่จะขาย
เรื่องราคา ไทยรัฐรายงานราคาผักขายส่งจากตลาดสี่มุมเมือง ข้อมูลวันที่ 9 เมษายน 2569 รายการที่ระบุมีผักชี ต้นหอม มะนาว พริก แครอท ผักบุ้ง กะหล่ำปลี ผักกวางตุ้ง แตงกวา และเห็ดหลายชนิด ไม่มีสายบัว ผู้เขียนจึงไม่ใส่ราคาสายบัวในบทความนี้ และถ้ามีใครบอกราคาสายบัวเป็นตัวเลขเดียวโดยไม่ระบุวันที่และตลาด ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน
กรอบคำนวณต้นทุนที่ควรกรอกด้วยตัวเลขจริง
สูตรที่ใช้ตรงกันในทุกบทความของเว็บนี้คือ ต้นทุนรวม = ต้นทุนคงที่ + ต้นทุนผันแปร, รายได้รวม = ปริมาณขาย × ราคาขาย, กำไรสุทธิ = รายได้รวม − ต้นทุนรวม, และต้นทุนต่อหน่วย = ต้นทุนรวม ÷ ปริมาณขาย ตารางด้านล่างแยกรายการเพื่อให้กรอกง่าย ช่องที่เป็นเส้นขีดต้องใส่ตัวเลขที่ได้จากใบเสร็จหรือจากการจดจริงเท่านั้น
| ประเภท | รายการ | ฐานของตัวเลข | กรอก |
|---|---|---|---|
| ต้นทุนคงที่ | ค่าเช่าที่หรือค่าเสียโอกาสของที่ดิน | ค่าเช่าจริงต่อปี | __________ |
| ต้นทุนคงที่ | ขุดบ่อ ทำคัน ปูพื้นบ่อซีเมนต์ | ใบเสร็จ หารด้วยจำนวนปีที่ใช้งาน | __________ |
| ต้นทุนคงที่ | ระบบน้ำ เครื่องสูบน้ำ | ราคาซื้อ หารด้วยอายุใช้งาน | __________ |
| ต้นทุนผันแปร | เหง้าพันธุ์หรือต้นพันธุ์ | ใบเสร็จ หรือแยกจากแปลงเดิม | __________ |
| ต้นทุนผันแปร | ปุ๋ยหรือวัสดุบำรุงดินก้นบ่อ | ราคาซื้อ หารตามพื้นที่ที่ใช้ | __________ |
| ต้นทุนผันแปร | แรงงานเก็บและตัดแต่งสาย | ชั่วโมงทำงาน × ค่าแรงที่ยอมรับ | __________ |
| ต้นทุนผันแปร | เรือหรืออุปกรณ์เก็บ | ราคาซื้อ หารด้วยอายุใช้งาน | __________ |
| ต้นทุนผันแปร | ยาง ถุง หรือกล่องมัดกำ | ใบเสร็จต่อรอบ | __________ |
| ต้นทุนผันแปร | ค่าขนส่งหรือค่าที่ขาย | จดต่อรอบ | __________ |
| ปริมาณขายจริง | จำนวนกำที่ขายได้ ไม่ใช่ที่เก็บได้ | สมุดจดหรือใบส่งของ | __________ |
ตัวอย่างเลขคณิต ใช้ดูวิธีคิดเท่านั้น
ตารางนี้ใช้ตัวเลขสมมติที่ผู้เขียนเลือกเอง ไม่ใช่ข้อมูลจริงของสายบัวและไม่ได้มาจากแหล่งใด เพื่อแสดงเพียงว่าสูตรทำงานอย่างไร ห้ามนำไปเป็นประมาณการรายได้
| รายการ (ตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายสูตร) | ค่าสมมติ | ฐานของตัวเลข |
|---|---|---|
| ต้นทุนรวมต่อรอบ | 10,000 บาท | สมมติเพื่อให้หารง่าย |
| จำนวนกำที่ขายได้จริง | 500 กำ | สมมติ |
| ต้นทุนต่อกำ = 10,000 ÷ 500 | 20 บาท | คำนวณตามสูตร |
| ถ้าขายกำละ 18 บาท | รายได้ 9,000 บาท ขาดทุน 1,000 บาท | สมมติราคาขาย |
| ถ้าขายกำละ 25 บาท | รายได้ 12,500 บาท กำไร 2,500 บาท | สมมติราคาขาย |
| ราคาจุดคุ้มทุน | เท่ากับต้นทุนต่อกำ 20 บาท | คำนวณตามสูตร |
บทเรียนจากตัวอย่างนี้ไม่ใช่ตัวเลข แต่เป็นสองข้อ ข้อแรก ต้องนับเฉพาะกำที่ขายได้จริง เพราะส่วนที่เสียหรือขายไม่ออกยังต้องแบกต้นทุนอยู่ ข้อสอง ราคาจุดคุ้มทุนต่อกำคือเส้นแรกที่ต้องเทียบกับราคาที่ตลาดจ่ายจริง
ปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนและรายได้เปลี่ยนมากที่สุด
- แหล่งน้ำ ถ้ามีน้ำจากคูหรือบ่อเดิม ต้นทุนสูบน้ำและขุดบ่อลดลง แต่ต้องมั่นใจในคุณภาพน้ำและสิทธิ์การใช้ ดูแนวคิดเรื่องคุณภาพน้ำเพิ่มได้ที่ น้ำเสียจากบ่อปลา-บ่อกุ้งเอามารดผักได้ไหม
- วิธีเก็บ การเก็บสายต้องลุยน้ำหรือใช้เรือ ใช้แรงงานมาก ถ้าไม่มีคนช่วย ค่าแรงจึงเป็นรายการใหญ่ที่คนมักลืมคิด
- ตลาดรองรับ ผู้ซื้อสายบัวคือพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดและร้านอาหาร ไม่ใช่ตลาดกว้าง ต้องคุยกับผู้ซื้อก่อนว่าจะรับปริมาณเท่าไร และต้องการสายแบบไหน
- ขนาดการลงทุน งานวิจัยนาบัวตัดดอกพบว่าฟาร์มเล็กมีต้นทุนต่อไร่สูงกว่าฟาร์มกลางอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งชวนให้คิดว่าต้นทุนคงที่ที่กระจายไม่ได้ก็ส่งผลต่อสายบัวเช่นกัน แต่ต้องตรวจด้วยข้อมูลของสายบัวเอง
- ทางเลือกพืชในบ่อเดียวกัน ถ้าลังเลระหว่างปลูกสายบัวกับปลูกบัวหลวงขายดอก ดูการเปรียบเทียบบ่อดินกับบ่อซีเมนต์ใน ปลูกบัวหลวงขายดอกในบ่อดินกับบ่อซีเมนต์ พื้นที่ครึ่งไร่เลือกแบบไหนดี
ขั้นตอนตัดสินใจก่อนลงทุน
- ถามผู้ซื้อก่อนปลูก ไปที่ตลาดสดหรือร้านอาหารใกล้บ้าน ถามว่าสายบัวรับจากที่ไหน ต้องการปริมาณต่อสัปดาห์เท่าไร และจ่ายเป็นหน่วยอะไร พร้อมจดวันที่และชื่อตลาด
- คำนวณจุดคุ้มทุนเบื้องต้น ใช้กรอบด้านบนกับต้นทุนที่ประมาณได้ ให้ได้ราคาจุดคุ้มทุนต่อกำ
- เทียบราคาที่ตลาดจ่ายกับจุดคุ้มทุน ถ้าห่างกันน้อยหรือต่ำกว่า ให้ทบทวนแผน ไม่ใช่เร่งขยายเพื่อชดเชย
- ลองเล็กก่อน ปลูกในบ่อหรือภาชนะเล็กหนึ่งจุด เก็บข้อมูลอย่างน้อยสองรอบ
- ตรวจข้อจำกัดเรื่องที่ดินและน้ำ โดยเฉพาะถ้าตั้งใจใช้คลองสาธารณะ ต้องสอบถามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก่อน
ข้อผิดพลาดด้านต้นทุนที่พบบ่อยก่อนตัดสินใจลงทุน
- เอารายได้ของบัวตัดดอกมาใช้คิดสายบัว ทั้งที่เป็นสินค้าและรอบเก็บเกี่ยวต่างกัน
- ไม่คิดค่าแรงตัวเอง จึงเห็นกำไรสูงกว่าความเป็นจริง
- คิดว่าเก็บได้เท่าไรก็ขายได้หมด ทั้งที่ผู้ซื้อรับตามความต้องการของตลาด
- ไม่แยกต้นทุนคงที่ออกมาหารตามอายุใช้งาน ทำให้ลืมว่าบ่อและเครื่องสูบน้ำมีต้นทุนต่อรอบ
- ใช้ข่าวรายได้ต่อวันของคนเก็บสายจากคลองมาเป็นรายได้ของคนลงทุนปลูก ทั้งที่คนเก็บจากคลองไม่ได้จ่ายค่าขุดบ่อหรือเช่าที่
- ไม่ตั้งสำรองสำหรับช่วงที่ขายไม่ออกหรือน้ำมีปัญหา
ถ้าตัดสินใจแล้วว่าจะไปต่อ และต้องการหลักคิดเรื่องความผิดพลาดด้านต้นทุนในพืชชนิดอื่นเพื่อเทียบ ดูตัวอย่างโครงสร้างการวิเคราะห์ได้ใน ข้อผิดพลาดด้านต้นทุนที่มือใหม่ปลูกกระเจี๊ยบเขียวส่งออกมักเจอ แม้จะเป็นพืชคนละชนิดก็ตาม
สรุป
สายบัวจะคุ้มหรือไม่ขึ้นกับต้นทุนต่อกำของคุณเทียบกับราคาที่ตลาดจ่ายจริง ซึ่งยังไม่มีตัวเลขกลางจากแหล่งทางการให้อ้างอิง ตัวเลขที่พบคือของนาบัวตัดดอกและข่าวการเก็บสายจากคลอง ซึ่งใช้แทนกันไม่ได้ ให้ใช้กรอบคำนวณในบทความนี้ เก็บข้อมูลของตัวเองอย่างน้อยสองรอบ และเทียบกับราคาที่ผู้ซื้อยืนยันก่อนลงทุนเพิ่ม ข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2569
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะเกษตรศาสตร์ วารสารแก่นเกษตร ปีที่ 48 ฉบับที่ 4 (2563) — ต้นทุนและผลตอบแทนของการทำนาบัวตัดดอกในประเทศไทย (บทคัดย่อ) https://li01.tci-thaijo.org/index.php/agkasetkaj/article/view/251894
- JIRCAS ฐานข้อมูลผักไทย Nymphaea lotus L. — ลักษณะพืช ส่วนที่กิน การปลูกในบ่อและคู การขยายพันธุ์ด้วยเหง้า https://www.jircas.go.jp/en/database/thaivege/077
- โพสต์ทูเดย์ 21 มกราคม 2564 สู้โควิด หนุ่มใหญ่เก็บสายบัวส่งขายตลาดได้วันละพัน — ตัวอย่างการเก็บสายบัวจากคลอง และการใช้ประโยชน์ https://www.posttoday.com/social/local/643266
- ไทยรัฐ รายงานราคาผักจากตลาดสี่มุมเมือง 9 เมษายน 2569 — ตรวจรายการผักที่รายงานราคา ไม่พบสายบัว https://www.thairath.co.th/news/local/2925582
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
น้ำค้างแข็งและอากาศเย็นจัดบนที่สูงทำให้พืชเสียหายแค่ไหน ป้องกันแปลงอย่างไร
อธิบายกลไกที่น้ำค้างแข็งทำลายเนื้อเยื่อพืช วิธีดูอาการและประเมินความรุนแรง และวิธีป้องกันแปลงที่ลงทุนน้อยตามหลักวิชาของ FAO พร้อมบอกตรง ๆ ว่ายังไม่พบตัวเลขกลางของพืชไทย
ปลูกฟักทองหน้าแล้งในพื้นที่น้ำน้อย ทำได้ไหมและต้องจัดการน้ำอย่างไร
ฟักทองใช้น้ำน้อยกว่านาปรังแต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องให้น้ำ บทความสรุปตัวเลขโครงการสุพรรณบุรีปี 2565 และหลักจัดการน้ำของกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมบอกจุดที่ข้อมูลไม่ตรงกันหรือยังไม่พบ
ปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม ตลาดรับซื้อและข้อควรรู้ก่อนลงทุน
แนวตัดสินใจก่อนปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม สรุปข้อมูลกรณีสตูล โครงการฟ้าทะลายโจร และต้นทุนตัวอย่าง พร้อมบอกว่าข้อมูลใดยังตรวจสอบไม่ได้
ทุเรียนช่วงปลายปีควรดูแลอย่างไร ให้พร้อมสะสมอาหารก่อนออกดอก
สรุปงานสวนทุเรียนช่วงปลายปีจากเอกสารกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร ตั้งแต่ตรวจสภาพต้น ตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย ไปจนถึงช่วงงดน้ำก่อนออกดอก พร้อมระบุตัวเลขที่ยังต้องถามเกษตรอำเภอ
เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกรอบหน้าอย่างไรให้ยังงอกดี ตั้งแต่ตากจนเก็บในภาชนะ
ขั้นตอนเก็บเมล็ดพันธุ์ผักไว้ปลูกต่อ ตั้งแต่เลือกต้นแม่ เก็บเกี่ยว ตากให้แห้ง ไปจนถึงบรรจุภาชนะและทดสอบความงอก อิงเกณฑ์จากสวทช. ม.เชียงใหม่ และม.แม่โจ้
ปลูกผักอายุสั้นช่วงน้ำน้อย ผักชนิดไหนใช้น้ำน้อยและเก็บขายได้ภายใน 30-45 วัน
เอกสารศูนย์เรียนรู้ที่เผยแพร่ผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัดระบุอายุเก็บเกี่ยวผักบุ้งจีน 25 วัน ผักชี 30 วัน ผักตั้งโอ๋ 40 วัน คะน้า 45 วัน แต่ยังไม่มีแหล่งทางการที่จัดอันดับปริมาณน้ำของผักแต่ละชนิด
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

Account Book Cash สมุดบัญชีรายรับรายจ่าย…
สมุดบัญชีฟาร์ม
ใช้จดรายรับ-รายจ่ายและต้นทุนแต่ละรอบการผลิตแบบกระดาษ

เครื่องชั่งดิจิตอล สูงสุด 40 กก ใช้ได้ทั้งแบตเตอรี่…
เครื่องชั่งผลผลิต
ใช้ชั่งผลผลิต อาหารสัตว์ หรือปุ๋ย เพื่อจดน้ำหนักจริงลงบันทึก

ก3 ไวท์บอร์ดแม่เหล็กแห้งลบปฏิทินชุดไวท์บอร์ดวางแผนราย…
บอร์ดวางแผนงาน
ใช้วางแผนงานรายสัปดาห์และนัดหมายงานฟาร์มให้เห็นพร้อมกัน

100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…
ป้ายแปลง/ป้ายชื่อพืช
ใช้ปักระบุพันธุ์ วันปลูก หรือรอบปลูกในแปลงและถาดเพาะ
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
ปลูกสายบัวต่อไร่ได้กำไรเท่าไร
ผู้เขียนไม่พบตัวเลขที่ตรวจสอบได้ จึงไม่ระบุ ตัวเลขที่พบเป็นของนาบัวตัดดอก (กำไรเฉลี่ย 5,800.90 บาทต่อไร่สำหรับฟาร์มเล็ก และ 4,544.46 บาทต่อไร่สำหรับฟาร์มกลาง ตามบทคัดย่อของงานวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น) ซึ่งเป็นสินค้าคนละอย่างและไม่ควรใช้แทนสายบัว
สายบัวกับบัวตัดดอกต่างกันอย่างไรในแง่ต้นทุน
ต่างที่สิ่งที่ขาย ลักษณะการเก็บเกี่ยว และตลาดผู้ซื้อ งานวิจัยที่อ้างอิงนับต้นทุนต่อดอก ส่วนสายบัวขายเป็นกำหรือน้ำหนัก ต้องกำหนดหน่วยขายก่อนคำนวณ
ข่าวที่บอกว่าเก็บสายบัวได้วันละพันบาทเชื่อได้แค่ไหน
ข่าวโพสต์ทูเดย์ 21 มกราคม 2564 รายงานว่าชายรายหนึ่งเก็บสายบัวจากคลองในอำเภอพิมายได้กว่า 1,000 บาทต่อวัน แต่ไม่ได้ระบุปริมาณ ราคาต่อหน่วย หรือต้นทุน และเป็นการเก็บจากคลอง ไม่ใช่การลงทุนปลูก จึงใช้เป็นตัวอย่างสถานการณ์ได้ ไม่ใช่เกณฑ์ประมาณรายได้
ควรใช้พันธุ์บัวสีไหนก่อน
ข่าวที่อ้างอิงระบุว่าสายบัวจากดอกสีขาวอมชมพูให้ก้านที่นุ่มกว่าเมื่อสุก แต่ไม่พบเอกสารทางการที่เปรียบเทียบพันธุ์สำหรับสายบัว ควรถามผู้ซื้อในตลาดที่จะขายว่านิยมแบบไหน และลองเล็ก ๆ ก่อน
ต้องการข้อมูลต้นทุนที่เชื่อถือได้ ควรถามใคร
สอบถามเกษตรอำเภอหรือสำนักงานเกษตรจังหวัดว่ามีกลุ่มผู้ปลูกบัวหรือผักน้ำในพื้นที่หรือไม่ และขอข้อมูลต้นทุนจริงจากกลุ่มนั้น พร้อมถามปีที่ใช้เก็บข้อมูล
