คำตอบสั้น ๆ
สรุปต้นทุนและรายได้กระถินเทพาจากงานวิจัยแปลงอายุ 6 ปีที่นครราชสีมา พร้อมตารางความไวต่อราคาไม้และกรอบคำนวณให้กรอกเอง
คำตอบเร็ว: ข้อมูลต้นทุนกระถินเทพาที่ตรวจสอบได้มาจากงานวิจัยแปลงอายุ 6 ปี ที่สถานีวิจัยและฝึกนิสิตวนศาสตร์วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา (วารสารวนศาสตร์ไทย 2565) คือค่าใช้จ่ายรวมราว 12,527 บาทต่อไร่ตลอด 6 ปี (ไม่รวมค่าที่ดิน) ขายไม้ได้ราว 9.28 ตันต่อไร่ ที่ราคา 1,600 บาทต่อตัน (ราคาที่สอบถามเมื่อ 13 มิ.ย. 2565) เป็นรายรับ 14,848 บาทต่อไร่ คิดเป็นส่วนต่างก่อนคิดค่าเสียโอกาสของเงินราว 2,321 บาทต่อไร่ใน 6 ปี งานวิจัยสรุปว่าคุ้มที่อัตราคิดลดร้อยละ 3-7 แต่ขาดทุนที่ร้อยละ 9 และมีความเสี่ยงค่อนข้างสูงเพราะส่วนที่ทนต่อราคาตกหรือต้นทุนขึ้นมีน้อย ผลจากแปลงเดียวไม่ใช่ค่ากลางทั้งประเทศ (ข้อมูล ณ พ.ย. 2569)
คนที่ถามว่ากระถินเทพาคุ้มไหม มักเห็นป้ายรับซื้อไม้ใกล้บ้านหรือเห็นที่ดินข้างเคียงปลูกเต็มแปลง แล้วอยากรู้ว่าถ้าทำเองต้องลงเงินเท่าไร ได้คืนเท่าไร บทความนี้ตอบเฉพาะมุมเรื่องเงิน โดยใช้ตัวเลขจากงานวิจัยที่เปิดอ่านได้จริง ส่วนวิธีปลูกตั้งแต่เตรียมแปลงจนเก็บเกี่ยว ให้อ่านที่ วิธีปลูกกระถินเทพา ตั้งแต่เตรียมแปลง ดูแล จนเก็บเกี่ยว เพื่อไม่ให้เนื้อหาซ้ำกัน
ตัวเลขที่มีแหล่งอ้างอิง มาจากไหน และใช้ได้แค่ไหน
งานวิจัยชื่อ "การประเมินผลผลิตและการวิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงินของไม้กระถินเทพาอายุ 6 ปี ในสถานีวิจัยและฝึกนิสิตวนศาสตร์วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา" ตีพิมพ์ในวารสารวนศาสตร์ไทย ปีที่ 41 ฉบับที่ 2 หน้า 63-74 (2565) โดยทีมจากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเจ้าหน้าที่สถานีวิจัย ข้อมูลหลักของแปลงมีดังนี้
- แปลงเริ่มปลูกปี พ.ศ. 2559 พื้นที่รวม 13.20 ไร่ ระยะปลูก 3x3 เมตร
- สำรวจเมื่อ 13 มิถุนายน 2565 พื้นที่สำรวจ 1.52 ไร่ พบต้นยืนต้น 135 ต้นต่อไร่ อัตรารอดตายร้อยละ 75.84
- เส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกเฉลี่ย 13.58 ซม. (ช่วง 4.46-21.91 ซม.) ความสูงเฉลี่ย 12.3 เมตร
- ปริมาตรไม้ที่ทำเป็นสินค้าได้ 11.32910 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ คิดเป็นน้ำหนักสด 9.28 ตันต่อไร่ (ความหนาแน่นเฉลี่ย 819.45 กก. ต่อ ลบ.ม.)
- ราคาขายหน้าโรงงานรับซื้อในท้องถิ่น 1,600 บาทต่อตัน สำหรับท่อนไม้เส้นผ่านศูนย์กลางหน้าตัดไม่น้อยกว่า 5 ซม. ยาวไม่เกินท่อนละ 2 เมตร (ข้อมูลจากการสัมภาษณ์หัวหน้าสถานีวิจัยเมื่อ 13 มิถุนายน 2565)
ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนใช้ตัวเลข ข้อแรก เป็นแปลงเดียวในนครราชสีมา ไม่ได้เป็นค่าเฉลี่ยทั้งประเทศ ข้อสอง ราคา 1,600 บาทต่อตันเป็นราคา ณ วันที่ 13 มิถุนายน 2565 ซึ่งเป็นราคาของท้องถิ่นนั้น ณ เวลานั้น ผู้เขียนไม่พบแหล่งทางการที่ลงราคาปัจจุบันพร้อมวันที่ จึงไม่ขอบอกว่าวันนี้ราคาเท่าไร ข้อสาม ตารางต้นทุนของงานวิจัยไม่มีรายการค่าที่ดิน และไม่ระบุว่าคิดค่าแรงของเจ้าของแปลงหรือไม่ ผู้อ่านต้องบวกส่วนที่ขาดเองถ้ามี
ต้นทุนรายปีตามงานวิจัย
| ปีที่ | รายการหลัก (ตามงานวิจัย) | ต้นทุน (บาทต่อไร่) |
|---|---|---|
| 1 | เตรียมพื้นที่ กล้าไม้ ค่าปลูก ปุ๋ยและค่าจ้างใส่ปุ๋ย 2 ครั้ง กำจัดวัชพืช แนวกันไฟ | 2,597.20 |
| 2 | ปุ๋ยและค่าจ้างใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช แนวกันไฟ | 1,710.00 |
| 3 | กิจกรรมเหมือนปีที่ 2 และลิดกิ่ง | 1,515.00 |
| 4 | กำจัดวัชพืช แนวกันไฟ ลิดกิ่ง | 1,265.00 |
| 5 | แนวกันไฟ | 400.00 |
| 6 | แนวกันไฟ 400 + ตัดและขนขึ้นรถ 2,784 + ขนส่งไปโรงงาน 1,856 | 5,040.00 |
| รวม 6 ปี | ผู้เขียนบวกจากตัวเลขรายปีด้านบน (ไม่ได้คิดมูลค่าเงินตามเวลา) | 12,527.20 |
รายการย่อยในปีแรกตามงานวิจัยคือ เตรียมพื้นที่ 315.72 บาท กล้าไม้ 588.00 บาท ค่าปลูก 123.48 บาท ปุ๋ยและค่าจ้างใส่ปุ๋ย 290 บาท กำจัดวัชพืช 880 บาท และแนวกันไฟ 400 บาท ส่วนค่าตัดและขนขึ้นรถคิดที่ 300 บาทต่อตัน ค่าขนส่งไปโรงงานในอำเภอใกล้เคียงคิดที่ 200 บาทต่อตัน คูณกับ 9.28 ตันจึงได้ 2,784 บาท และ 1,856 บาทตามลำดับ
ข้อสังเกตจากตัวเลขนี้ มีสองประเด็น ประเด็นแรก เงินส่วนใหญ่ไปอยู่ที่ปีที่ 6 ซึ่งเป็นปีขาย ค่าตัดและขนส่งคิดเป็นสัดส่วนเกินหนึ่งในสามของต้นทุนรวม และขึ้นกับน้ำหนักไม้ที่ได้และระยะทางไปโรงงาน ประเด็นที่สอง ต้นทุนช่วงปีที่ 1-4 ถูกกว่าที่หลายคนคิด เพราะเป็นไม้ที่งานวิจัยตั้งสมมติฐานการดูแลไม่มาก แต่นั่นหมายความว่าผลตอบแทนทั้งก้อนก็ไม่สูงเช่นกัน
รายรับและส่วนต่างตามงานวิจัย
รายรับตามงานวิจัยคำนวณจาก 9.28 ตันต่อไร่ คูณ 1,600 บาทต่อตัน ได้ 14,848 บาทต่อไร่ ส่วนต่างระหว่างรายรับกับต้นทุนรวมแบบไม่คิดมูลค่าเงินตามเวลา (ผู้เขียนคำนวณเอง) คือ 14,848 - 12,527.20 = 2,320.80 บาทต่อไร่ตลอด 6 ปี หรือเฉลี่ยราว 387 บาทต่อไร่ต่อปี ตัวเลขนี้เป็นเลขคำนวณง่าย ๆ เพื่อให้เห็นขนาดของเงินเท่านั้น ยังไม่ได้เทียบกับรายได้ที่ควรได้จากการใช้ที่ดินแบบอื่น
ถ้าคิดแบบงานวิจัยที่ใช้มูลค่าปัจจุบัน ผลที่รายงานมีดังนี้
| อัตราคิดลด | มูลค่าปัจจุบันของรายรับ (บาทต่อไร่) | มูลค่าปัจจุบันของต้นทุน (บาทต่อไร่) | NPV (บาทต่อไร่) | B/C |
|---|---|---|---|---|
| ร้อยละ 3 | 12,434.97 | 11,209.73 | 1,225.23 | 1.11 |
| ร้อยละ 5 | 11,097.81 | 10,448.31 | 631.49 | 1.06 |
| ร้อยละ 7 | 9,893.85 | 9,766.18 | 127.67 | 1.01 |
| ร้อยละ 9 | 8,853.38 | 9,154.20 (ตารางต้นฉบับพิมพ์ 9,153.20) | -299.82 | 0.97 |
งานวิจัยรายงานอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ร้อยละ 7.59 ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดีของ ธ.ก.ส. ที่ผู้วิจัยอ้างไว้ที่ร้อยละ 6.50 ในปี 2565 แต่ต่ำกว่าอัตราคิดลดร้อยละ 9 จึงขาดทุนที่ระดับนั้น ถ้าท่านใช้เงินกู้หรือมีทางเลือกอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่านี้ กระถินเทพาในกรณีศึกษานี้จะไม่ชนะทางเลือกเหล่านั้น
ความเสี่ยง: ราคาตกหรือต้นทุนขึ้นเล็กน้อยก็เสียส่วนต่าง
งานวิจัยทดสอบค่าความแปรเปลี่ยน (switching value) พบว่าที่อัตราคิดลดร้อยละ 3, 5 และ 7 ถ้าต้นทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.93, 6.04 และ 1.31 ตามลำดับ โครงการจะเท่าทุน และถ้ารายรับลดลงร้อยละ 9.85, 5.70 และ 1.29 ตามลำดับ ก็เท่าทุนเช่นกัน มากกว่านั้นจะขาดทุน ผู้วิจัยสรุปว่าค่าเหล่านี้ค่อนข้างต่ำ หมายถึงความเสี่ยงในการลงทุนค่อนข้างสูง โดยยกตัวอย่างว่าต้นทุนอาจเพิ่มจากเงินเฟ้อ ราคาน้ำมันและปุ๋ย ส่วนรายรับอาจเปลี่ยนตามคุณภาพเนื้อไม้และราคารับซื้อในอนาคต
เพื่อให้เห็นภาพ ผู้เขียนคำนวณตัวอย่างแบบไม่คิดมูลค่าเงินตามเวลา โดยใช้น้ำหนัก 9.28 ตันและต้นทุนรวม 12,527.20 บาทตามงานวิจัยเท่าเดิม แล้วเปลี่ยนเฉพาะราคาไม้ ราคาในตารางเป็นราคาสมมติเพื่อดูความไว ไม่ใช่ราคาตลาด
| ราคาไม้สมมติ (บาทต่อตัน) | รายรับ (บาทต่อไร่) | ส่วนต่างจากต้นทุนรวม 6 ปี (บาทต่อไร่) | เฉลี่ยต่อปี |
|---|---|---|---|
| 1,000 | 9,280 | -3,247 | -541 |
| 1,200 | 11,136 | -1,391 | -232 |
| ประมาณ 1,350 (จุดเท่าทุนของตัวอย่างนี้) | ประมาณ 12,528 | ประมาณ 0 | 0 |
| 1,600 (ราคาในงานวิจัย) | 14,848 | 2,321 | 387 |
| 2,000 | 18,560 | 6,033 | 1,005 |
ถ้าราคาไม้ลงจาก 1,600 เป็นประมาณ 1,350 บาทต่อตัน ส่วนต่างหายหมดแม้ยังไม่คิดค่าเสียโอกาสของที่ดินและเงินทุน ในทางกลับกันถ้าน้ำหนักไม้ที่ขายได้ต่ำกว่า 9.28 ตัน เช่นเพราะต้นรอดน้อยกว่าหรือดินเลวกว่า ผลก็ลดลงในทำนองเดียวกัน งานวิจัยรายงานอัตรารอดเพียงร้อยละ 75.84 ในแปลงที่สถานีวิจัยดูแล ซึ่งหมายความว่ามีต้นที่หายไปราวหนึ่งในสี่แล้ว
ตัวแปรที่ทำให้ตัวเลขของท่านต่างจากงานวิจัย
- ระยะทางไปโรงงานหรือผู้รับซื้อ: งานวิจัยใช้ค่าขนส่ง 200 บาทต่อตัน ไปโรงงานในอำเภอใกล้เคียง ถ้าไกลกว่านั้น ค่าขนส่งขึ้นตามระยะ และต้องถามผู้ซื้อว่ารับที่แปลงหรือรับที่โรงงาน
- ขนาดท่อนไม้ที่ผู้ซื้อรับ: ราคาในงานวิจัยอ้างอิงท่อนที่เส้นผ่านศูนย์กลางหน้าตัดไม่น้อยกว่า 5 ซม. ยาวไม่เกิน 2 เมตร ผู้ซื้อแต่ละรายอาจกำหนดต่างกัน
- ดินและน้ำ: หน้าข้อมูลพรรณไม้ของกรมป่าไม้ระบุว่าสวนป่าที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มีฝนมากกว่า 2,000 มม. ต่อปีและดินมีความชื้นค่อนข้างสูงตลอดปี ถ้าที่ของท่านฝนน้อยกว่านี้มาก ผลผลิตอาจต่างจากงานวิจัย แต่ไม่มีตัวเลขเปรียบเทียบให้
- หญ้าคา: ข้อมูลกรมป่าไม้ระบุว่าถ้ามีหญ้าคาหนาแน่น อาจต้องดายวัชพืชถึง 3 ครั้งในช่วง 5 เดือนแรก ซึ่งสูงกว่าที่งานวิจัยตั้งสมมติฐานไว้ จึงควรเผื่อค่าแรง
- ปุ๋ย: ข้อมูลกรมป่าไม้ระบุว่าใส่ปุ๋ยร่วมกับการไถพรวนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และถ้าดินเลวให้ใส่ปุ๋ยฟอสเฟต 50-100 กรัมต่อหลุมตอนปลูก ราคาปุ๋ยเปลี่ยนตามช่วงเวลา ให้ใช้ราคาจริงของวันที่ซื้อ
- อัตราคิดลดส่วนตัว: ถ้าเงินที่ใช้ปลูกเป็นเงินกู้ หรือท่านมีทางเลือกอื่นให้ผลมากกว่าร้อยละ 7 ต่อปี ผลลัพธ์จะแย่ลง
กรอบคำนวณต้นทุนและรายได้ของแปลงตัวเอง
ตารางข้างล่างเป็นกรอบสำหรับกรอก ใช้โครงรายการตามงานวิจัยเพื่อเทียบกันได้ แต่ให้กรอกราคาจริงของท่าน ไม่ควรคัดเลขของคนอื่นมาแทน
| รายการ | วิธีคิด | งานวิจัยใช้ (บาทต่อไร่) | ท่านกรอก |
|---|---|---|---|
| เตรียมพื้นที่ | ค่าแรงหรือค่าไถ | 315.72 | _____ |
| กล้าไม้ | ต้นที่ปลูกบวกต้นซ่อม x ราคาต่อต้น (ระยะ 3x3 เมตร = ประมาณ 177 หลุมต่อไร่ ตามพื้นที่ 1,600 ตร.ม. หาร 9) | 588.00 | _____ |
| ค่าปลูก | จำนวนต้น x ค่าแรงต่อต้น | 123.48 | _____ |
| ปุ๋ยและค่าจ้างใส่ปุ๋ย ปี 1-3 | ตามชนิดและปริมาณที่เกษตรอำเภอแนะนำ | 290 / 280 / 250 | _____ |
| กำจัดวัชพืช ปี 1-4 | ครั้งละกี่บาท x จำนวนครั้ง (หญ้าคามากต้องบวกเพิ่ม) | 880 / 1,030 / 365 / 365 | _____ |
| แนวกันไฟ ปี 1-6 | ค่าแรงต่อปี | 400 ต่อปี | _____ |
| ลิดกิ่ง ปี 3-4 | ค่าแรง | 500 ต่อปี | _____ |
| ตัดและขนขึ้นรถ | ตัน x ค่าตัดต่อตัน | 300 ต่อตัน (2,784) | _____ |
| ขนส่งไปผู้ซื้อ | ตัน x ค่าขนส่งต่อตัน ตามระยะ | 200 ต่อตัน (1,856) | _____ |
| ค่าที่ดินหรือค่าเสียโอกาส | รายได้ต่อปีที่เคยได้จากที่ดินแปลงนี้ x 6 ปี | ไม่มีในงานวิจัย | _____ |
| รายรับ | ตันที่คาดว่าจะได้ x ราคาที่ผู้ซื้อยืนยันวันนี้ (ถามหลายราย) | 9.28 ตัน x 1,600 | _____ |
สูตรที่ใช้ตามแนวทางของเว็บ คือ ต้นทุนรวม เท่ากับ ต้นทุนคงที่ บวก ต้นทุนผันแปร, กำไรสุทธิ เท่ากับ รายได้รวม ลบ ต้นทุนรวม และ ต้นทุนต่อหน่วย เท่ากับ ต้นทุนรวม หารด้วยปริมาณที่ขาย ในกรณีงานวิจัย ต้นทุนต่อตัน เท่ากับ 12,527.20 หาร 9.28 ได้ราว 1,350 บาทต่อตัน ซึ่งคือราคาขายขั้นต่ำที่เท่าทุนก่อนคิดค่าเสียโอกาส
กระถินเทพาถูกจัดเป็นไม้กลุ่มไหนเมื่อเทียบกับไม้อื่น
หลักเกณฑ์ของ ส.ป.ก. ที่ใช้ไม้ยืนต้นเป็นหลักประกันกองทุนการปฏิรูปที่ดิน จัดไม้ 58 ชนิดเป็น 4 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ 1 คือ "ต้นไม้ที่มีอัตราการเติบโตเร็ว รอบตัดฟันสั้น มูลค่าของเนื้อไม้ต่ำ" ยกตัวอย่างยูคาลิปตัส สัตบรรณ กระถินเทพา และกระถินณรงค์ การจัดกลุ่มนี้สอดคล้องกับตัวเลขในงานวิจัย คือรอบสั้น 6 ปี แต่ผลตอบแทนต่อไร่ไม่สูง ส่วนไม้กลุ่มราคาสูงอย่างพะยูง ชิงชัน จันทน์หอมอยู่ในกลุ่มที่ 4 ซึ่งโตช้า รอบตัดยาว มูลค่าเนื้อไม้สูงมาก ถ้าสนใจไม้อีกกลุ่ม ดูตัวอย่างของไม้โตช้าได้ที่ วิธีปลูกจันทน์หอม ตั้งแต่เตรียมแปลง ดูแล จนเก็บเกี่ยว
เรื่องที่ควรเข้าใจคือการเลือกระหว่างไม้โตเร็วกับไม้โตช้าไม่ใช่เรื่องว่าอย่างไหนดีกว่า แต่เป็นเรื่องระยะเวลาที่ท่านรอได้ ความเสี่ยงที่รับได้ และมีผู้ซื้อหรือไม่ ไม้โตเร็วคืนเงินเร็วแต่ส่วนต่างบาง ไม้โตช้าอาจให้มูลค่าสูงกว่าแต่ต้องรอนานและข้อมูลน้อยกว่า
เรื่องกฎหมายและเอกสารเมื่อจะขายไม้
ข่าวสรุป พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2562 ของ Thai PBS (เผยแพร่ 16 เม.ย. 2562) ระบุว่าไม้ที่ปลูกในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง ถือว่าไม่เป็นไม้หวงห้าม เจ้าของไม้ในที่ดินกรรมสิทธิ์แจ้งขอหนังสือรับรองไม้ได้ตามระเบียบกรมป่าไม้ และผู้ขอหนังสือรับรองเพื่อการค้าต้องเสียค่าใช้จ่ายตามที่กรมป่าไม้กำหนด ไม่มีตัวเลขในข่าว ท่านควรถามผู้ซื้อก่อนว่าต้องการเอกสารอะไร และถามสำนักงานป่าไม้จังหวัดเรื่องขั้นตอนกับค่าใช้จ่าย เพื่อนำมาใส่ในต้นทุน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อคำนวณว่าคุ้มไหม
- ยกตัวเลข "ปลูกแล้วได้กำไรต่อไร่" จากโฆษณาโดยไม่ตรวจที่มา ปี ราคา และขนาดไม้ที่ผู้ซื้อรับ
- ลืมค่าตัดและค่าขนส่งซึ่งเป็นก้อนใหญ่ในปีที่ 6 ตามงานวิจัยคิดเป็น 4,640 บาทต่อไร่
- เอาอัตรารอดร้อยละ 100 มาคำนวณ ทั้งที่แปลงในงานวิจัยรอดร้อยละ 75.84
- ไม่คิดค่าเสียโอกาสของที่ดินและเงินทุน ทำให้เห็นกำไรสูงกว่าจริง
- ไม่ถามผู้ซื้อก่อนปลูก แล้วพบว่าในรัศมีที่ขนส่งไหวไม่มีโรงงานรับซื้อ
- ประเมินความเสี่ยงเฉพาะราคา ไม่ได้คิดว่าราคาปุ๋ยและน้ำมันขึ้นก็กินส่วนต่างได้เหมือนกัน
- ปลูกในดินเลวมากโดยไม่ใส่ฟอสเฟตตามที่ข้อมูลกรมป่าไม้แนะนำสำหรับดินเลว
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจลงทุน
- โทรถามผู้ซื้อหรือโรงงานอย่างน้อย 3 ราย ว่ารับไม้กระถินเทพาท่อนขนาดเท่าไร ราคาวันนี้เท่าไร รับที่แปลงหรือที่โรงงาน
- กรอกตารางต้นทุนด้วยราคาจริง รวมค่าตัดและค่าขนส่งปีที่ 6
- คำนวณต้นทุนต่อตัน แล้วเทียบกับราคาที่ผู้ซื้อให้ ถ้าต่างกันไม่ถึงหนึ่งในสิบ ให้ถือว่าเสี่ยงสูง
- ทดสอบกรณีราคาตกหนึ่งในสิบ และต้นทุนขึ้นหนึ่งในสิบ ตามแนวคิดของงานวิจัย
- ถามเกษตรอำเภอหรือป่าไม้จังหวัดเรื่องความเหมาะสมของพื้นที่ ฝน ดิน
- ถามเรื่องหนังสือรับรองไม้และค่าใช้จ่าย
- เทียบกับรายได้ที่ที่ดินแปลงนี้ให้อยู่เดิมต่อปี คูณ 6
สรุป
ตัวเลขต้นทุนและรายได้กระถินเทพาที่ตรวจสอบได้ในบทความนี้มาจากแปลงอายุ 6 ปีแปลงเดียวที่วังน้ำเขียว คือต้นทุนราว 12,527 บาทต่อไร่ รายรับ 14,848 บาทต่อไร่ที่ราคา 1,600 บาทต่อตัน ณ 13 มิ.ย. 2565 ส่วนต่างบางและเปลี่ยนเป็นขาดทุนได้ถ้าราคาลดลงราวร้อยละ 10 หรือที่อัตราคิดลดร้อยละ 9 ก่อนตัดสินใจ ให้หาผู้ซื้อ ถามราคาวันนี้ กรอกตารางต้นทุนของตัวเอง และคิดค่าเสียโอกาสของที่ดินด้วย ข้อมูล ณ พ.ย. 2569
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- วารสารวนศาสตร์ไทย ปีที่ 41 ฉบับที่ 2 (2565) หน้า 63-74 — ศุภศิษย์ ศรีอักขรินทร์ และคณะ คณะวนศาสตร์ มก. การประเมินผลผลิตและวิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงินของกระถินเทพาอายุ 6 ปี: https://li01.tci-thaijo.org/index.php/tjf/article/view/254887
- กรมป่าไม้ (ระบบ Site Matching) หน้าข้อมูลกระถินเทพา — ดิน ภูมิอากาศ ปุ๋ย วัชพืช และการปลูก: https://site-matching.forest.go.th/plant.php?id=19
- สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) — หลักเกณฑ์การใช้ไม้ยืนต้นเป็นหลักประกัน และการจัดกลุ่มไม้ 4 กลุ่ม: https://alro.go.th/uploads/org/fund_admin/files/หลักเกณฑ์เบื้องต้นในการใช้ไม้ยืนต้นเป็นหลักประกันการกู้ยืมเงินกองทุนฯ.pdf
- Thai PBS — ข่าวสรุป พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2562 เผยแพร่ 16 เม.ย. 2562: https://www.thaipbs.or.th/news/content/279318
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
น้ำค้างแข็งและอากาศเย็นจัดบนที่สูงทำให้พืชเสียหายแค่ไหน ป้องกันแปลงอย่างไร
อธิบายกลไกที่น้ำค้างแข็งทำลายเนื้อเยื่อพืช วิธีดูอาการและประเมินความรุนแรง และวิธีป้องกันแปลงที่ลงทุนน้อยตามหลักวิชาของ FAO พร้อมบอกตรง ๆ ว่ายังไม่พบตัวเลขกลางของพืชไทย
ปลูกฟักทองหน้าแล้งในพื้นที่น้ำน้อย ทำได้ไหมและต้องจัดการน้ำอย่างไร
ฟักทองใช้น้ำน้อยกว่านาปรังแต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องให้น้ำ บทความสรุปตัวเลขโครงการสุพรรณบุรีปี 2565 และหลักจัดการน้ำของกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมบอกจุดที่ข้อมูลไม่ตรงกันหรือยังไม่พบ
ปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม ตลาดรับซื้อและข้อควรรู้ก่อนลงทุน
แนวตัดสินใจก่อนปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม สรุปข้อมูลกรณีสตูล โครงการฟ้าทะลายโจร และต้นทุนตัวอย่าง พร้อมบอกว่าข้อมูลใดยังตรวจสอบไม่ได้
ทุเรียนช่วงปลายปีควรดูแลอย่างไร ให้พร้อมสะสมอาหารก่อนออกดอก
สรุปงานสวนทุเรียนช่วงปลายปีจากเอกสารกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร ตั้งแต่ตรวจสภาพต้น ตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย ไปจนถึงช่วงงดน้ำก่อนออกดอก พร้อมระบุตัวเลขที่ยังต้องถามเกษตรอำเภอ
เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกรอบหน้าอย่างไรให้ยังงอกดี ตั้งแต่ตากจนเก็บในภาชนะ
ขั้นตอนเก็บเมล็ดพันธุ์ผักไว้ปลูกต่อ ตั้งแต่เลือกต้นแม่ เก็บเกี่ยว ตากให้แห้ง ไปจนถึงบรรจุภาชนะและทดสอบความงอก อิงเกณฑ์จากสวทช. ม.เชียงใหม่ และม.แม่โจ้
ปลูกผักอายุสั้นช่วงน้ำน้อย ผักชนิดไหนใช้น้ำน้อยและเก็บขายได้ภายใน 30-45 วัน
เอกสารศูนย์เรียนรู้ที่เผยแพร่ผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัดระบุอายุเก็บเกี่ยวผักบุ้งจีน 25 วัน ผักชี 30 วัน ผักตั้งโอ๋ 40 วัน คะน้า 45 วัน แต่ยังไม่มีแหล่งทางการที่จัดอันดับปริมาณน้ำของผักแต่ละชนิด
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

Account Book Cash สมุดบัญชีรายรับรายจ่าย…
สมุดบัญชีฟาร์ม
ใช้จดรายรับ-รายจ่ายและต้นทุนแต่ละรอบการผลิตแบบกระดาษ

เครื่องชั่งดิจิตอล สูงสุด 40 กก ใช้ได้ทั้งแบตเตอรี่…
เครื่องชั่งผลผลิต
ใช้ชั่งผลผลิต อาหารสัตว์ หรือปุ๋ย เพื่อจดน้ำหนักจริงลงบันทึก

ก3 ไวท์บอร์ดแม่เหล็กแห้งลบปฏิทินชุดไวท์บอร์ดวางแผนราย…
บอร์ดวางแผนงาน
ใช้วางแผนงานรายสัปดาห์และนัดหมายงานฟาร์มให้เห็นพร้อมกัน

100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…
ป้ายแปลง/ป้ายชื่อพืช
ใช้ปักระบุพันธุ์ วันปลูก หรือรอบปลูกในแปลงและถาดเพาะ
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
กระถินเทพา 1 ไร่ ต้นทุนเท่าไร
งานวิจัยที่วังน้ำเขียวรายงานค่าใช้จ่ายรวมราว 12,527 บาทต่อไร่ตลอด 6 ปี (ผู้เขียนบวกจากตัวเลขรายปีในตาราง) ไม่รวมค่าที่ดิน ตัวเลขนี้อิงราคาและค่าแรงปี 2565 ในพื้นที่หนึ่ง ท่านควรกรอกตัวเลขของตัวเอง
ขายไม้ได้เท่าไรต่อไร่
แปลงวิจัยอายุ 6 ปีให้ไม้ที่ทำเป็นสินค้าได้ 11.33 ลูกบาศก์เมตร หรือ 9.28 ตันต่อไร่ ขายที่ 1,600 บาทต่อตัน ได้ 14,848 บาทต่อไร่ ณ ราคา 13 มิถุนายน 2565 ราคาปัจจุบันต้องสอบถามผู้ซื้อ
ปลูกกระถินเทพาแล้วคุ้มไหม
ตามงานวิจัย คุ้มที่อัตราคิดลดร้อยละ 3-7 และขาดทุนที่ร้อยละ 9 โดยผู้วิจัยสรุปว่าเป็นทางเลือกที่คุ้มสำหรับการลงทุนระยะสั้น แต่ยังมีความเสี่ยงสูงที่จะขาดทุนถ้าต้นทุนเพิ่มหรือรายรับลด ผลของท่านขึ้นกับราคา ระยะขนส่ง และอัตรารอดของแปลงท่าน
ต้องรอกี่ปีถึงขายได้
งานวิจัยใช้รอบ 6 ปี ผู้เขียนไม่พบแหล่งทางการที่กำหนดอายุตัดฟันที่เหมาะสมกว่านี้ ผู้ซื้อบางรายอาจกำหนดขนาดไม้ที่รับ ซึ่งมีผลต่ออายุที่ขายได้
ทำไมต้องถามผู้ซื้อก่อนปลูก
เพราะรายรับทั้งหมดขึ้นกับว่ามีผู้ซื้อในระยะที่ขนส่งคุ้มและรับไม้ขนาดที่ท่านผลิตได้หรือไม่ งานวิจัยเองก็ระบุว่ารายรับเปลี่ยนตามราคารับซื้อในอนาคต และคุณภาพเนื้อไม้
