คำตอบสั้น ๆ
แปลงตัวเลขจากข่าวสวนมะไฟจริงเป็นรายได้ต่อต้น พร้อมตารางกรอกต้นทุนของคุณเองและสูตรจุดคุ้มทุน ส่วนที่ยังไม่มีข้อมูลทางการระบุไว้ชัดเจน
คำตอบเร็ว: ตัวเลขสาธารณะที่ตรวจได้ของมะไฟมีน้อยมาก และยังไม่พบตารางต้นทุนต่อไร่จากหน่วยงานทางการสำหรับมะไฟโดยตรง กรณีสวนในจังหวัดพะเยาที่สื่อท้องถิ่นรายงานเมื่อ มิ.ย. 2563 มีมะไฟประมาณ 400-500 ต้น เก็บผลได้มากกว่า 10 ตันต่อปี ได้เงินมากกว่า 100,000 บาทต่อปี คิดเป็นราว 22 กิโลกรัมต่อต้นต่อปีเมื่อต้นโตเต็มที่ และราคาหน้าสวนเฉลี่ยตั้งแต่ราว 10 บาทต่อกิโลกรัม ตัวเลขนี้ใช้เป็นกรอบคิดได้ แต่ไม่ควรใช้ตัดสินใจลงทุนโดยตรง เพราะข่าวไม่ได้บอกต้นทุน ระยะปลูก หรืออายุที่เริ่มให้ผล
คนที่ถามว่ามะไฟคุ้มไหมมักเจอสองแบบ แบบแรกคือเว็บขายกิ่งพันธุ์ที่ชวนให้เห็นภาพรายได้หลักแสน แบบที่สองคือบทความที่ไม่มีตัวเลขเลย บทความนี้เลือกทางที่สาม คือเอาเฉพาะตัวเลขที่เปิดอ่านและตรวจที่มาได้จริงมาวางให้เห็นว่าอะไรรู้แล้ว อะไรยังไม่มีใครเปิดเผย จากนั้นให้ตารางกรอกต้นทุนของคุณเองเพื่อคำนวณจุดคุ้มทุนก่อนซื้อกิ่งพันธุ์แม้แต่ต้นเดียว
ข้อมูล ณ พ.ย. 2569 ราคาผลไม้ผันผวนตามฤดูกาลและพื้นที่ ตัวเลขราคาในบทความนี้เป็นของปี 2563 และไม่ใช่ราคาปัจจุบัน
มะไฟในที่นี้คือพืชชนิดไหน
มะไฟที่พูดถึงในบทความนี้คือมะไฟหวานหรือมะไฟที่คนไทยกินผลสด ชื่อวิทยาศาสตร์ Baccaurea ramiflora อยู่ในวงศ์ Phyllanthaceae ตามที่สารานุกรมออนไลน์ภาษาไทยสรุปไว้ ภาคใต้เรียกว่า ส้มไฟ ส่วนที่เพชรบูรณ์เรียก หัมกัง พันธุ์ที่นิยมปลูกมีสองพันธุ์หลัก คือ ไข่เต่า ผลกลมรี ก้นแหลม เนื้อสีอมชมพู รสหวานอมเปรี้ยว มี 3-4 พู กับ เหรียญทอง ผลใหญ่ ก้นเรียบ เนื้อสีขาวขุ่นฉ่ำน้ำ มี 2-3 พู รสหวานน้อยกว่าไข่เต่าตามคำบรรยายในแหล่งเดียวกัน
ข้อควรระวังคือชื่อ มะไฟจีน เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งในตระกูลส้ม ไม่ใช่ชนิดเดียวกับมะไฟ เอกสารวิจัยเรื่องมะไฟจีนจึงนำมาใช้อ้างอิงต้นทุนหรือการดูแลมะไฟหวานไม่ได้ ถ้าเจอข้อมูลที่ชื่อว่ามะไฟแต่พูดถึงพืชตระกูลส้ม ให้ตัดทิ้งก่อนเอาไปคำนวณ
ตัวเลขที่ตรวจได้จริงมีอะไรบ้าง
จากการค้นหาเอกสารทางการและสื่อ พบตัวเลขที่ระบุแหล่งและวันที่ได้เพียงกรณีเดียว คือข่าวท้องถิ่นเรื่องสวนมะไฟที่ ต.บ้านต๊ำ อ.เมือง จ.พะเยา เผยแพร่ 3 มิถุนายน 2563 ข้อมูลในข่าวเป็นคำให้สัมภาษณ์ของเจ้าของสวน ไม่ใช่งานวิจัย
| รายการ | ตัวเลขในข่าว (มิ.ย. 2563) | ข้อสังเกตก่อนนำไปใช้ |
|---|---|---|
| จำนวนต้น | ประมาณ 400-500 ต้น (ข่าวเขียนทั้ง 400 และ 400-500) | ไม่ได้ระบุขนาดพื้นที่เป็นไร่ จึงคิดต่อไร่ไม่ได้ |
| อายุสวน | บิดาของเจ้าของปลูกไว้ราว 30 ปีก่อน | เป็นต้นโตเต็มที่ ไม่ใช่สวนที่เพิ่งปลูก |
| พันธุ์ | ไข่เต่า เหรียญทอง สีชมพู และสีขาว | ปนกันหลายพันธุ์ ไม่แยกผลผลิตรายพันธุ์ |
| ผลผลิตเฉลี่ย | มากกว่า 10 ตันต่อปี | ปีที่ให้สัมภาษณ์ผลดกกว่าทุกปี |
| รายได้ | มากกว่า 100,000 บาทต่อปี | เป็นรายได้ ยังไม่หักต้นทุน |
| ราคา | เฉลี่ยตั้งแต่ 10 บาทต่อกิโลกรัมขึ้นไป พันธุ์เหรียญทองสูงกว่า 20 บาทต่อกิโลกรัม | ราคาปี 2563 เท่านั้น |
| ช่องทางขาย | พ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงสวน | ไม่ระบุว่ามีสัญญาหรือรับซื้อปริมาณเท่าไร |
สิ่งที่ข่าวไม่ได้บอกเลยคือ ต้นทุนการผลิต ระยะปลูก อายุที่เริ่มให้ผล วิธีดูแล และศัตรูพืช ทั้งหมดนี้เป็นตัวแปรที่กำหนดว่าจะคุ้มหรือไม่ และเป็นเหตุผลที่บทความนี้ไม่ใส่ตัวเลขต้นทุนต่อไร่ให้ เพราะไม่มีแหล่งที่ตรวจได้รองรับ
แปลงตัวเลขข่าวให้เป็นต่อต้น
วิธีที่ซื่อตรงที่สุดคือแปลงตัวเลขเป็นหน่วยต่อต้น เพราะข่าวให้จำนวนต้นมา แต่ไม่ให้พื้นที่ การคำนวณด้านล่างเป็นการหารธรรมดาจากตัวเลขในข่าว ไม่ใช่ตัวเลขที่เจ้าของสวนพูดเอง
| ขั้นคำนวณ | ฐานตัวเลข | ผลที่ได้ |
|---|---|---|
| ผลผลิตต่อต้นต่อปี | 10,000 กิโลกรัม หารด้วย 400-500 ต้น | ราว 20-25 กิโลกรัมต่อต้น (ใช้ค่ากลางประมาณ 22) |
| รายได้ต่อต้นต่อปี ถ้าขายกิโลกรัมละ 10 บาท | 22 x 10 | ราว 220 บาทต่อต้น |
| รายได้ต่อต้นต่อปี ถ้าขายกิโลกรัมละ 20 บาท | 22 x 20 | ราว 440 บาทต่อต้น (ใช้ได้เมื่อผลผลิตเป็นพันธุ์ราคาสูงทั้งหมดเท่านั้น ซึ่งข่าวไม่ได้ระบุ) |
| ตรวจย้อนกับรายได้ในข่าว | 10,000 กิโลกรัม x ราคาเฉลี่ย | ได้ราว 100,000 บาท เมื่อราคาเฉลี่ยราว 10 บาท ซึ่งสอดคล้องกับรายได้ที่ข่าวระบุ |
ข้อสรุปจากตารางนี้คือ ต่อต้นที่โตเต็มที่แล้ว รายได้ขั้นต้นอยู่ในหลักร้อยบาทต่อปีตามราคาของปี 2563 ถ้าต้นทุนดูแลต่อต้น (ปุ๋ย น้ำ แรงงานเก็บ ค่าบรรจุภัณฑ์) สูงกว่าหลักร้อยบาท ธุรกิจนี้ก็ไม่คุ้ม ยิ่งต้องบวกค่ากิ่งพันธุ์ ค่าเตรียมแปลง และปีแรก ๆ ที่ยังไม่มีผลผลิตเข้าไปด้วย
ตารางกรอกต้นทุนของคุณเอง
เนื่องจากไม่มีตารางต้นทุนมาตรฐานของมะไฟ วิธีที่ใช้ได้จริงคือถามราคาจริงในพื้นที่ของคุณแล้วกรอกเอง รายการด้านล่างเป็นกรอบ ไม่ได้ใส่ตัวเลข เพราะไม่มีแหล่งที่ตรวจได้
| หมวด | รายการที่ต้องถามราคาจริง | ถามใคร |
|---|---|---|
| ลงทุนครั้งแรก | กิ่งพันธุ์หรือกิ่งตอน จำนวนต้น ค่าขุดหลุม ค่าเตรียมดิน ระบบน้ำ ค่าแรงปลูก | ร้านกิ่งพันธุ์ในพื้นที่ ผู้รับจ้างทำสวน |
| ดูแลช่วงยังไม่ให้ผล | ค่าน้ำหรือค่าไฟสูบน้ำ ปุ๋ย ค่าตัดหญ้า ค่าซ่อมแซมต้นที่ตาย | คิดจากการใช้จริงของแปลงตัวเอง |
| ดูแลช่วงให้ผล | ปุ๋ย ค่าป้องกันศัตรูพืชตามคำแนะนำเกษตรอำเภอ ค่าตัดแต่ง | เกษตรอำเภอ เพื่อนบ้านที่ปลูกอยู่แล้ว |
| เก็บเกี่ยวและขาย | แรงงานเก็บ ตะกร้า ถุง ค่าขนส่ง ค่าแผงหรือค่าธรรมเนียมตลาด | พ่อค้ารับซื้อ ตลาดท้องถิ่น |
| ราคาขาย | ราคารับซื้อหน้าสวนวันนี้ แยกรายพันธุ์ ถ้าเป็นไปได้ให้ถามย้อนหลังหลายเดือน | พ่อค้ารับซื้อ สหกรณ์ ตลาดผลไม้ |
สูตรหาจุดคุ้มทุนต่อต้น
ใช้สูตรมาตรฐานเดียวกับพืชอื่น ต้นทุนรวม = ต้นทุนคงที่ + ต้นทุนผันแปร รายได้รวม = ปริมาณขาย x ราคาขาย กำไรสุทธิ = รายได้รวม - ต้นทุนรวม และต้นทุนต่อกิโลกรัม = ต้นทุนรวม ÷ ปริมาณที่ขายได้จริง
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นการสมมติเลขกลมเพื่อให้เห็นวิธีคิด ไม่ใช่ต้นทุนจริงของใคร สมมติว่าต้นทุนดูแลและเก็บเกี่ยวรวมต่อต้นต่อปีคือ 100 บาท ถ้าขายได้กิโลกรัมละ 10 บาท ต้องเก็บให้ได้อย่างน้อย 10 กิโลกรัมต่อต้นจึงเสมอทุนในปีนั้น ถ้าขายกิโลกรัมละ 20 บาทต้องเก็บอย่างน้อย 5 กิโลกรัม ตัวเลข 100 บาทนี้ไม่มีแหล่งอ้างอิง คุณต้องแทนด้วยต้นทุนจริงของตัวเอง
อีกข้อที่ต้องแยกคือ ปีที่ยังไม่ให้ผล ซึ่งข่าวที่ตรวจได้ไม่ระบุว่ากี่ปี ถ้ากิ่งพันธุ์ที่ซื้อเป็นกิ่งตอนหรือกล้าจากเมล็ดย่อมให้ผลช้าเร็วต่างกัน ให้ถามผู้ขายและเพื่อนบ้านที่ปลูกจริงว่าต้นอายุเท่าไรจึงออกผล แล้วบวกค่าดูแลตลอดช่วงนั้นเข้าไปเป็นเงินลงทุนสะสม
ปัจจัยที่ทำให้ตัวเลขจริงต่างจากข่าว
- พันธุ์และสัดส่วนพันธุ์: ข่าวระบุว่าเหรียญทองราคาสูงกว่า 20 บาทต่อกิโลกรัม เพราะหวาน หอม ลูกโต เนื้อมาก ส่วนราคาเฉลี่ยทั่วไปอยู่ที่ราว 10 บาทขึ้นไป สวนที่ปลูกพันธุ์ราคาสูงทั้งหมดจะได้รายได้ต่อต้นสูงกว่า แต่ต้องมีผู้ซื้อรองรับ
- อายุต้น: สวนในข่าวเป็นต้นอายุหลายสิบปี สวนใหม่จะยังไม่ได้ผลผลิตระดับนี้ในช่วงแรก
- ความดกของปี: ข่าวบอกว่าปีที่ให้สัมภาษณ์ผลดกกว่าทุกปี ค่าเฉลี่ยหลายปีอาจต่ำกว่านี้
- ช่องทางขาย: สวนในข่าวมีพ่อค้ามารับถึงที่ ถ้าที่ของคุณไม่มีผู้รับซื้อในรัศมีใกล้ ๆ ต้องบวกค่าขนส่งและเวลาขายเอง
- ปริมาณผลไม้ชนิดเดียวกันออกพร้อมกัน: ผลไม้ฤดูกาลมักล้นตลาดในช่วงสั้น ๆ ราคาอาจต่ำลงเมื่อของออกพร้อมกัน
ปลูกน้อยก่อนหรือปลูกเยอะ
เมื่อข้อมูลน้อยขนาดนี้ การเริ่มจากจำนวนน้อยเป็นทางเลือกที่ลดความเสี่ยงได้ เช่นเริ่มด้วยหลักสิบต้นแซมในพื้นที่ที่มีน้ำและมีผลไม้อื่นอยู่แล้ว แล้วจดบันทึกทุกอย่างจริงตั้งแต่วันแรก จะได้ตัวเลขของตัวเองที่ใช้ตัดสินใจขยายได้ ปฏิทินงานตลอดปีดูได้ที่บทความ ปฏิทินดูแลมะไฟตลอดปี ตั้งแต่ปลูกจนถึงเก็บผล ส่วนเรื่องปุ๋ยรองก้นหลุมที่ต้นทุนหนักตั้งแต่วันปลูก ดูได้ที่ ข้อผิดพลาดที่มือใหม่ใส่ปุ๋ยรองก้นหลุมมะไฟมักเจอ
ก่อนตัดสินใจสั่งกิ่งพันธุ์จำนวนมาก ให้ลองเดินดูสวนมะไฟของจริงในจังหวัดใกล้ ๆ ถามเจ้าของตรง ๆ ว่ากิโลกรัมละเท่าไร ขายใคร ปีไหนผลดกหรือไม่ดก และมีงานอะไรที่หนักที่สุดในรอบปี คำตอบเหล่านี้มีค่ากว่าตัวเลขสำเร็จรูปจากโฆษณา
ข้อควรระวังเรื่องราคากิ่งพันธุ์และคำโฆษณา
ราคากิ่งพันธุ์ในตลาดออนไลน์กว้างมาก ตั้งแต่ไม่กี่สิบบาทจนถึงหลักพันขึ้นอยู่กับขนาดต้นและร้าน ดังนั้นต้นทุนค่ากิ่งต่อไร่จึงไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้ทั่วไป ให้เทียบอย่างน้อยสามร้าน และถามให้ชัดว่าเป็นกิ่งตอน กิ่งทาบ หรือกล้าจากเมล็ด ถ้าโฆษณาอ้างรายได้ต่อไร่โดยไม่ระบุปีและพื้นที่ปลูก ให้ถือว่าเป็นข้อมูลที่ตรวจสอบไม่ได้
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักเจอเมื่อคำนวณความคุ้มทุน
- เอารายได้จากสวนอายุ 30 ปีมาเป็นรายได้ปีที่สองของสวนใหม่
- ใช้ราคาพันธุ์เหรียญทองกับผลผลิตทั้งหมด ทั้งที่ในสวนมีหลายพันธุ์ปนกัน
- ลืมนับค่าแรงของตัวเอง ถ้าไม่นับ ต้นทุนจะดูต่ำกว่าความเป็นจริง
- ไม่นับต้นที่ตายหรือโตช้า จึงคิดผลผลิตตามจำนวนต้นที่ปลูกทั้งหมด
- ไม่เช็กผู้รับซื้อก่อนปลูก แล้วพบว่าต้องขายเองทุกกิโลกรัม
- เอาข้อมูลมะไฟจีนซึ่งเป็นพืชตระกูลส้มมาอ้างอิงกับมะไฟหวาน
เช็กลิสต์ก่อนลงทุนปลูกมะไฟ
- ถามเกษตรอำเภอว่าพื้นที่ของคุณมีผู้ปลูกมะไฟอยู่หรือไม่ และมีใครช่วยให้คำแนะนำได้
- เดินดูสวนจริงอย่างน้อยหนึ่งแห่ง และถามราคารับซื้อปัจจุบันจากพ่อค้าในพื้นที่
- กรอกตารางต้นทุนด้านบนด้วยราคาจริงทุกช่อง
- คำนวณจุดคุ้มทุนเป็นกิโลกรัมต่อต้น แล้วเทียบกับตัวเลขตัวอย่างราว 22 กิโลกรัมต่อต้นของต้นโตเต็มที่ในข่าว
- เริ่มจากจำนวนน้อย จดบันทึกต้นทุนและผลผลิตรายต้นตั้งแต่ปีแรก
- ตัดสินใจขยายหลังจากเห็นผลผลิตจริงอย่างน้อยหนึ่งฤดู
ถ้ากำลังชั่งใจว่าจะเปลี่ยนที่ดินจากพืชไร่มาปลูกไม้ผลระยะยาวอย่างมะไฟหรือไม่ ลองดูวิธีคิดค่าเสียโอกาสของที่ดินที่ ค่าเสียโอกาสที่ดิน พืชไร่ ไม้ผล ประกอบกับตารางกรอกต้นทุนด้านบน
สรุป
ตัวเลขมะไฟที่ตรวจได้ในตอนนี้มีเพียงข่าวสวนในจังหวัดพะเยาปี 2563 ซึ่งให้ภาพว่าต้นโตเต็มที่ให้ผลราว 22 กิโลกรัมต่อต้น ขายหน้าสวนราว 10-20 บาทต่อกิโลกรัมตามพันธุ์ แต่ไม่มีต้นทุน ระยะปลูก หรืออายุเริ่มให้ผล ความคุ้มค่าจึงต้องคำนวณจากต้นทุนจริงของคุณเอง ใช้ตารางกรอกต้นทุนและสูตรจุดคุ้มทุนด้านบน เริ่มจากจำนวนน้อย และตรวจราคารับซื้อปัจจุบันก่อนลงมือทุกครั้ง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- ข่าวพะเยา (ข่าวพยาว) เรื่อง เกษตรกรหนุ่มรุ่นใหม่ทำสวนมะไฟสร้างรายได้งาม — https://www.khawphayao.com/archives/10198 เผยแพร่ 3 มิ.ย. 2563 ที่มาของตัวเลขจำนวนต้น ผลผลิต รายได้ และราคา (เป็นคำให้สัมภาษณ์ ไม่ใช่งานวิจัย)
- วิกิพีเดียภาษาไทย หน้า มะไฟ — https://th.wikipedia.org/wiki/มะไฟ ชื่อวิทยาศาสตร์ วงศ์ ลักษณะผล และลักษณะของพันธุ์ไข่เต่ากับเหรียญทอง
- กรมวิชาการเกษตร — https://www.doa.go.th หน่วยงานสำหรับตรวจสอบเอกสารวิชาการและข้อมูลพันธุ์พืชล่าสุด (ไม่พบเอกสารคู่มือมะไฟหวานโดยเฉพาะ ณ พ.ย. 2569)
- กรมส่งเสริมการเกษตร — https://www.doae.go.th ช่องทางติดต่อเกษตรอำเภอและเกษตรจังหวัดเพื่อสอบถามข้อมูลต้นทุนและผู้ปลูกในพื้นที่
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
น้ำค้างแข็งและอากาศเย็นจัดบนที่สูงทำให้พืชเสียหายแค่ไหน ป้องกันแปลงอย่างไร
อธิบายกลไกที่น้ำค้างแข็งทำลายเนื้อเยื่อพืช วิธีดูอาการและประเมินความรุนแรง และวิธีป้องกันแปลงที่ลงทุนน้อยตามหลักวิชาของ FAO พร้อมบอกตรง ๆ ว่ายังไม่พบตัวเลขกลางของพืชไทย
ปลูกฟักทองหน้าแล้งในพื้นที่น้ำน้อย ทำได้ไหมและต้องจัดการน้ำอย่างไร
ฟักทองใช้น้ำน้อยกว่านาปรังแต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องให้น้ำ บทความสรุปตัวเลขโครงการสุพรรณบุรีปี 2565 และหลักจัดการน้ำของกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมบอกจุดที่ข้อมูลไม่ตรงกันหรือยังไม่พบ
ปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม ตลาดรับซื้อและข้อควรรู้ก่อนลงทุน
แนวตัดสินใจก่อนปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม สรุปข้อมูลกรณีสตูล โครงการฟ้าทะลายโจร และต้นทุนตัวอย่าง พร้อมบอกว่าข้อมูลใดยังตรวจสอบไม่ได้
ทุเรียนช่วงปลายปีควรดูแลอย่างไร ให้พร้อมสะสมอาหารก่อนออกดอก
สรุปงานสวนทุเรียนช่วงปลายปีจากเอกสารกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร ตั้งแต่ตรวจสภาพต้น ตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย ไปจนถึงช่วงงดน้ำก่อนออกดอก พร้อมระบุตัวเลขที่ยังต้องถามเกษตรอำเภอ
เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกรอบหน้าอย่างไรให้ยังงอกดี ตั้งแต่ตากจนเก็บในภาชนะ
ขั้นตอนเก็บเมล็ดพันธุ์ผักไว้ปลูกต่อ ตั้งแต่เลือกต้นแม่ เก็บเกี่ยว ตากให้แห้ง ไปจนถึงบรรจุภาชนะและทดสอบความงอก อิงเกณฑ์จากสวทช. ม.เชียงใหม่ และม.แม่โจ้
ปลูกผักอายุสั้นช่วงน้ำน้อย ผักชนิดไหนใช้น้ำน้อยและเก็บขายได้ภายใน 30-45 วัน
เอกสารศูนย์เรียนรู้ที่เผยแพร่ผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัดระบุอายุเก็บเกี่ยวผักบุ้งจีน 25 วัน ผักชี 30 วัน ผักตั้งโอ๋ 40 วัน คะน้า 45 วัน แต่ยังไม่มีแหล่งทางการที่จัดอันดับปริมาณน้ำของผักแต่ละชนิด
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

Account Book Cash สมุดบัญชีรายรับรายจ่าย…
สมุดบัญชีฟาร์ม
ใช้จดรายรับ-รายจ่ายและต้นทุนแต่ละรอบการผลิตแบบกระดาษ

เครื่องชั่งดิจิตอล สูงสุด 40 กก ใช้ได้ทั้งแบตเตอรี่…
เครื่องชั่งผลผลิต
ใช้ชั่งผลผลิต อาหารสัตว์ หรือปุ๋ย เพื่อจดน้ำหนักจริงลงบันทึก

ก3 ไวท์บอร์ดแม่เหล็กแห้งลบปฏิทินชุดไวท์บอร์ดวางแผนราย…
บอร์ดวางแผนงาน
ใช้วางแผนงานรายสัปดาห์และนัดหมายงานฟาร์มให้เห็นพร้อมกัน

100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…
ป้ายแปลง/ป้ายชื่อพืช
ใช้ปักระบุพันธุ์ วันปลูก หรือรอบปลูกในแปลงและถาดเพาะ
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
มะไฟต้นหนึ่งให้ผลผลิตกี่กิโลกรัมต่อปี
ยังไม่พบตัวเลขจากหน่วยงานทางการ ข่าวสวนในจังหวัดพะเยาปี 2563 รายงานผลผลิตมากกว่า 10 ตันต่อปีจากประมาณ 400-500 ต้น ซึ่งเมื่อหารแล้วอยู่ราว 20-25 กิโลกรัมต่อต้น แต่เป็นต้นอายุหลายสิบปีและเป็นปีที่ผลดก
ราคามะไฟกิโลกรัมละเท่าไร
ข่าวปี 2563 ระบุราคาเฉลี่ยตั้งแต่ 10 บาทต่อกิโลกรัมขึ้นไป พันธุ์เหรียญทองสูงกว่า 20 บาท แต่เป็นราคาเก่า ราคาปัจจุบันให้สอบถามพ่อค้ารับซื้อหรือตลาดผลไม้ในพื้นที่
มะไฟมีตารางต้นทุนต่อไร่จากกรมส่งเสริมการเกษตรหรือไม่
จากการค้นหาที่ผ่านมายังไม่พบตารางต้นทุนต่อไร่ของมะไฟโดยเฉพาะ จึงไม่ควรหยิบตัวเลขของพืชอื่นมาแทน ให้สอบถามเกษตรอำเภอหรือสำนักงานเกษตรจังหวัดว่ามีข้อมูลต้นทุนของพื้นที่หรือไม่
ปลูกมะไฟกี่ปีถึงเก็บผลได้
ยังไม่พบแหล่งที่ตรวจได้ที่ระบุอายุเริ่มให้ผลของมะไฟ ซึ่งน่าจะต่างกันตามชนิดของกิ่งพันธุ์และการดูแล ให้ถามผู้ขายกิ่งพันธุ์และเจ้าของสวนในพื้นที่ แล้วนับปีที่ยังไม่มีรายได้เป็นต้นทุนด้วย
มะไฟกับมะไฟจีนเหมือนกันไหม
ไม่เหมือนกัน มะไฟหวานคือ Baccaurea ramiflora ส่วนมะไฟจีนเป็นพืชตระกูลส้ม ข้อมูลการปลูกและต้นทุนจึงใช้แทนกันไม่ได้
ควรปลูกมะไฟเป็นอาชีพหลักเลยไหม
ด้วยข้อมูลที่ตรวจได้ในตอนนี้ ยังไม่ควรเป็นอาชีพหลักตั้งแต่ต้น ให้เริ่มปลูกในจำนวนน้อยเพื่อเก็บตัวเลขจริงของตัวเองก่อน แล้วจึงตัดสินใจขยาย
