ปลูกพืชเผยแพร่ 2 พฤศจิกายน 2569

โรคและแมลงของทุเรียนเทศ อาการที่ต้องสังเกตและการป้องกัน

รวมโรคและแมลงของทุเรียนเทศ ทั้งแอนแทรกโนส กิ่งเน่า เพลี้ยแป้ง หนอนเจาะผล พร้อมวิธีสังเกตและป้องกัน แยกให้ชัดว่าข้อมูลไหนมีอยู่ในเอกสาร ข้อมูล ณ พ.ย. 2569

โรคและแมลงของทุเรียนเทศ อาการที่ต้องสังเกตและการป้องกัน

คำตอบสั้น ๆ

สรุปโรคและแมลงของทุเรียนเทศจากเอกสารวิชาการ ทั้งแอนแทรกโนส กิ่งเน่า เพลี้ยแป้ง และแมลงวันผลไม้ พร้อมแนวป้องกันและสิ่งที่ยังไม่มีข้อมูลทางการในไทย

คำตอบเร็ว: ทุเรียนเทศ (Annona muricata) มีโรคและแมลงที่มีบันทึกในเอกสารวิชาการหลายอย่าง โรคหลักคือแอนแทรกโนสที่ทำให้ดอกและผลเน่าหรือแห้งในช่วงชื้น กับโรคกิ่งและลำต้นเน่า ส่วนแมลงที่พบบ่อยคือเพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย หนอนและแมลงเจาะผล วิธีป้องกันที่เอกสารตรงกันคือรักษาความสมบูรณ์ของต้น ตัดแต่งกิ่งแห้ง เก็บเศษพืชเป็นโรคออกจากแปลง คุมมด และห่อผลเมื่อผลเริ่มโต ข้อมูล ณ พ.ย. 2569 ยังไม่พบเอกสารทางการของไทยที่เจาะจงทุเรียนเทศโดยตรง จึงต้องใช้ข้อมูลจากต่างประเทศและพืชตระกูลเดียวกันประกอบ และควรตรวจกับเกษตรอำเภอก่อนใช้สารใด ๆ

ข้อมูลที่มีและที่ยังไม่มี สำหรับทุเรียนเทศในไทย

ภาพประกอบ ข้อมูลที่มีและที่ยังไม่มี สำหรับทุเรียนเทศในไทย

ทุเรียนเทศหรือทุเรียนน้ำ เป็นไม้ผลในตระกูลน้อยหน่า (Annonaceae) ปลูกกันตามบ้านและสวนผสมมานาน แต่ถ้าค้นหาคู่มือโรคและแมลงที่ออกโดยหน่วยงานรัฐของไทยโดยเฉพาะทุเรียนเทศ จะพบน้อยมาก เมื่อสืบค้นในเดือน พ.ย. 2569 ผู้เขียนเปิดอ่านเอกสารที่เข้าถึงได้จริงแล้วพบว่าข้อมูลส่วนใหญ่มาจากสามแหล่ง ได้แก่ เอกสารส่งเสริมของมหาวิทยาลัยฮาวาย (UH-CTAHR) ฐานข้อมูลพืช PROSEA และรายงานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรเรื่องแมลงศัตรูน้อยหน่า ซึ่งเป็นพืชใกล้ชิดกัน

ความต่างนี้สำคัญ เพราะโรคและแมลงที่เกิดในฮาวายหรือแถบอเมริกากลางไม่จำเป็นต้องเกิดเหมือนกันในสวนภาคใต้หรือภาคตะวันออกของไทย บทความนี้จึงแยกให้ชัดว่าข้อมูลข้อไหนมาจากเอกสารเกี่ยวกับทุเรียนเทศโดยตรง ข้อไหนยืมจากน้อยหน่า และข้อไหนยังไม่มีข้อสรุปในประเทศไทย ถ้าต้นของท่านมีอาการที่ไม่แน่ใจ ให้ถ่ายรูปและนำไปปรึกษาเกษตรอำเภอหรือสำนักงานเกษตรจังหวัดที่ใกล้ที่สุด ซึ่งเป็นช่องทางที่เหมาะกว่าการเดาเอาเองจากบทความออนไลน์

หากยังไม่ได้ปลูกและต้องการเรื่องพื้นฐานเช่นระยะปลูกและการให้ผลผลิต อ่านต่อได้ที่ ทุเรียนเทศปลูกอย่างไร ใช้เวลากี่เดือน ต้นทุนและปัญหาที่พบบ่อย บทความนี้จะไม่เล่าซ้ำ แต่เน้นเฉพาะการสังเกตอาการและการป้องกันโรคและแมลง

โรคของทุเรียนเทศที่มีบันทึกในเอกสาร

เอกสาร UH-CTAHR (Love และ Paull, มิถุนายน 2554) ระบุโรคของทุเรียนเทศไว้ห้าชนิด ส่วน PROSEA (Koesriharti, 2534) ชี้ว่าแอนแทรกโนสเป็นโรคสำคัญที่สุดเมื่ออากาศชื้น และมีโรคลำต้นเน่าสีน้ำตาลที่ทำให้กิ่งเน่าจนต้นตายได้ ตารางด้านล่างสรุปเฉพาะสิ่งที่เอกสารกล่าวไว้ และสิ่งที่เกษตรกรสังเกตได้ด้วยตา

โรค (ชื่อตามเอกสาร)ส่วนที่เป็นสิ่งที่เอกสารระบุแหล่ง
แอนแทรกโนส (Colletotrichum gloeosporioides)ดอกและผลดอกและผลเน่าหรือเหี่ยวแห้ง เกิดมากในสภาพชื้นPROSEA, UH-CTAHR
กิ่งและลำต้นเน่าสีน้ำตาล (Corticium sp.)กิ่ง ลำต้นเนื้อไม้เน่า กิ่งตาย รุนแรงถึงต้นตายได้PROSEA
แผลตายสีดำที่กิ่ง (Phomopsis anonacearum)กิ่ง ลำต้นจัดเป็นโรคแผลตาย (canker) ที่พบในทุเรียนเทศUH-CTAHR
เหี่ยวจากแบคทีเรีย (Pseudomonas spp.)ทั้งต้นจัดเป็นโรคเหี่ยวจากแบคทีเรียตามรายการโรคของเอกสารUH-CTAHR
ผลเน่า (Botryodiplodia spp. และ Cylindrocladium colhounii)ผลจัดเป็นโรคผลเน่าสองรูปแบบ ได้แก่ diplodia rot และ corky rotUH-CTAHR

ข้อสังเกตจากตารางคือ เอกสารเหล่านี้ให้ชื่อโรคและตำแหน่งที่เป็น แต่ไม่ได้ให้ภาพอาการละเอียดแบบคู่มือไทย ที่ยืนยันได้ตามเอกสารมีเพียงว่าแอนแทรกโนสทำให้ดอกและผลเน่าหรือเหี่ยว ส่วนโรคอื่นยังไม่มีคำอธิบายอาการเฉพาะใน PROSEA และ UH-CTAHR ที่ผู้เขียนเปิดอ่าน จึงไม่ขอบรรยายลักษณะแผลเกินกว่าที่เอกสารระบุ

แอนแทรกโนส ต้องดูช่วงไหน

PROSEA บันทึกว่าแอนแทรกโนสพบมากในพื้นที่ชื้น และเมื่อเข้าทำลายดอก ดอกจะไม่ติดผล ถ้าเกิดกับผลเล็ก ผลจะเน่าหรือแห้งคาต้น ดังนั้นช่วงที่ควรเดินดูต้นบ่อยขึ้นคือช่วงออกดอกที่ตรงกับฝนหรือความชื้นสูง PROSEA ยังเสนอว่า ในพื้นที่ที่มีฤดูแล้งชัดเจน การจัดให้ต้นออกดอกในช่วงที่อากาศแห้งกว่า โดยใช้การให้น้ำช่วย จะเลี่ยงช่วงชื้นที่สุดของการออกดอกได้ ข้อนี้ควรทดลองในแปลงเล็กก่อน เพราะเป็นข้อเสนอจากเอกสารต่างประเทศ ยังไม่มีผลทดสอบในไทยให้เทียบ

กิ่งเน่าและต้นตาย

โรคที่ทำให้ทั้งกิ่งหรือทั้งต้นเสียหายน่ากังวลกว่าโรคผล เพราะเสียต้นที่ลงทุนมาหลายปี ทุเรียนเทศเริ่มให้ผลที่ราว 3-5 ปีหลังปลูกจากเมล็ดตามเอกสารฮาวาย ส่วน PROSEA ระบุช่วงต้นเล็กไว้ที่ 2-4 ปี ต้นที่ตายกลางทางจึงเท่ากับเสียเวลาหลายปี สิ่งที่เอกสารแนะนำเป็นหลักคือรักษาความแข็งแรงของต้น ไม่ให้น้ำขังโคนต้น เพราะรากตื้นและไม่ชอบน้ำท่วมขัง และเก็บกิ่งหรือเศษพืชที่เป็นโรคไปเผาทำลาย

แมลงศัตรูที่พบและวิธีสังเกต

รายการแมลงศัตรูทุเรียนเทศในเอกสารต่างประเทศค่อนข้างยาว แต่ที่ควรรู้จักก่อนมีไม่กี่กลุ่ม ตารางนี้แยกกลุ่มตามลักษณะการทำลาย

กลุ่มแมลงตัวอย่างตามเอกสารส่วนที่ถูกทำลายแหล่ง
เพลี้ยแป้งและเพลี้ยหอยPseudococcus filamentosus, Conchaspis angraeciผล กิ่ง ใบUH-CTAHR, PROSEA
หนอนเจาะผลและเมล็ดCerconota anonella, Bephrata maculicollis, Annonaepestis bengalellaผลและเมล็ดUH-CTAHR, PROSEA
หนอนกินใบThecla sp., Oiketicus kubeyiใบUH-CTAHR
แมลงชอนใบLeucoptera sp.ใบUH-CTAHR
แมลงวันผลไม้Bactrocera dorsalis, B. cucurbitae, Ceratitis capitataผลสุกUH-CTAHR

เพลี้ยแป้ง ตัวที่ควรจับตาที่สุด

PROSEA ระบุว่าเพลี้ยหอยพบบ่อย และเพลี้ยแป้งจะเกาะเป็นกลุ่มบนผล รายงานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรเรื่องการควบคุมแมลงศัตรูน้อยหน่าแบบผสมผสาน (ปีงบประมาณ 2556 พื้นที่ปากช่อง) ซึ่งเป็นพืชตระกูลเดียวกัน พบว่าเพลี้ยแป้งเป็นแมลงศัตรูหลัก น้ำหวานที่เพลี้ยขับออกมาทำให้เกิดราดำ และเพลี้ยแป้งติดไปกับผลที่เก็บเกี่ยวได้ด้วย

รายงานนั้นกำหนดให้เริ่มจัดการเมื่อพบเพลี้ยแป้งมากกว่า 2 ตัวต่อผล และใช้วิธีสำรวจ 10 ต้น ต้นละ 10 กิ่ง ทุก 2 สัปดาห์ แล้วผลคือการพ่นตามผลสำรวจให้ผลดีกว่าการพ่นตามปฏิทิน ตัวเลขนี้เป็นของน้อยหน่า ไม่ใช่ทุเรียนเทศ ผู้ปลูกทุเรียนเทศสามารถยืมแนวคิดการนับแบบนี้ไปใช้เป็นจุดเริ่มต้นได้ แต่ต้องถือว่าเป็นค่าอ้างอิงจากพืชใกล้เคียง ไม่ใช่เกณฑ์ที่ยืนยันสำหรับทุเรียนเทศ รายงานฉบับนี้ใช้สารเคมีเฉพาะชนิดในการทดลอง ซึ่งบทความนี้ไม่ขอระบุชื่อหรืออัตราใช้ ให้สอบถามเกษตรอำเภอเรื่องสารที่ขึ้นทะเบียนและฉลากที่ใช้ได้จริง

มดกับเพลี้ย

PROSEA แนะนำให้คุมมด เพื่อให้ศัตรูธรรมชาติจัดการเพลี้ยหอยและเพลี้ยแป้งได้ ในทางปฏิบัติ ถ้าเห็นมดเดินขึ้นลงลำต้นเป็นสายแล้วปลายกิ่งมีกลุ่มเพลี้ย ให้ดูที่มดด้วย เพราะมดมักเกี่ยวข้องกับน้ำหวานของเพลี้ย ดูแนวทางเพิ่มเติมเรื่องเพลี้ยแป้งในไม้ผลได้ที่ เพลี้ยแป้งในมันสำปะหลังและไม้ผล: วิธีสังเกตและลดการแพร่กระจาย

หนอนกินใบ ต้องพ่นเสมอไหม

PROSEA ระบุว่าหนอนกินใบโดยทั่วไปไม่คุ้มที่จะใช้สารเคมีควบคุม ถ้าเห็นหนอนกัดใบเป็นรอยแหว่ง ให้ประเมินว่าใบเสียหายมากเพียงใดก่อน ต้นที่สมบูรณ์ทนการกินใบเล็กน้อยได้ การเก็บหนอนด้วยมือในต้นไม่สูงมักเพียงพอ

แนวทางป้องกันที่เอกสารตรงกัน

เมื่อรวมคำแนะนำของ PROSEA และ UH-CTAHR จะเห็นแนวทางที่ตรงกันอยู่สี่เรื่อง และทุกข้อเป็นงานที่ไม่ต้องซื้อสารเคมี

  • ทรงพุ่มโปร่งและตัดแต่งหลังเก็บเกี่ยว UH-CTAHR แนะนำตัดกิ่งแห้งและกิ่งที่อยู่ผิดตำแหน่งหลังเก็บผล และควบคุมความสูงต้นได้ เช่นตัดยอดให้เหลือราว 6 ฟุต (ประมาณ 1.8 เมตร) ช่วยให้เก็บผลและเดินสำรวจโรคได้ง่าย ต้องใช้กรรไกรตัดแต่งกิ่งที่คมและเช็ดทำความสะอาดระหว่างต้นที่เป็นโรคกับต้นปกติ
  • เก็บและเผาเศษที่เป็นโรค PROSEA แนะนำให้เก็บผลเน่า กิ่งแห้ง และเศษพืชที่ติดเชื้อไปเผาตอนปลายฤดูแล้ง ไม่ปล่อยทิ้งใต้ต้น
  • อย่าให้น้ำขังและคลุมโคน รากตื้น ต้องการดินระบายน้ำดี UH-CTAHR ระบุ pH ดินราว 5-6.5 และไม่ทนหนาว คลุมโคนด้วยวัสดุคลุมดิน เช่น ฟางหรือเศษใบไม้แห้ง ช่วยรักษาความชื้นและลดวัชพืช แต่อย่าให้วัสดุชิดโคนต้นจนอับชื้น
  • ห่อผลกันแมลงวันผลไม้ PROSEA ระบุว่าการห่อผลหลีกเลี่ยงแมลงวันผลไม้ได้ ใช้ถุงห่อผลที่ระบายอากาศได้ และห่อตั้งแต่ผลยังเล็กก่อนแมลงมาวางไข่ เอกสารไม่ได้ระบุอายุผลที่เหมาะสม จึงควรทดลองกับผลไม่กี่ผลก่อนห่อทั้งสวน

สำหรับผู้ที่ปลูกจำนวนมาก การวางกับดักแมลงวันผลไม้ไว้ในแปลงช่วยบอกว่าช่วงไหนแมลงเยอะ แต่เอกสารทั้งสามฉบับที่ผู้เขียนอ่านไม่ได้ระบุจำนวนกับดักต่อพื้นที่สำหรับทุเรียนเทศ จึงไม่ขอให้ตัวเลข ให้สอบถามเกษตรอำเภอแทน

ทำไมต้นสมบูรณ์จึงสำคัญ

PROSEA เน้นให้รักษาความแข็งแรงของต้นเป็นแนวทางหลัก เพราะต้นที่ขาดน้ำหรือขาดธาตุอาหารจะอ่อนแอต่อโรคมากขึ้น UH-CTAHR ก็ระบุว่าต้องป้องกันภาวะเครียดจากการขาดน้ำ ปุ๋ยอินทรีย์ที่ย่อยสลายดีแล้ว ใส่รอบทรงพุ่มช่วยปรับปรุงดินได้ แต่ข้อมูลอัตราปุ๋ยสำหรับทุเรียนเทศในไทยยังไม่มีเอกสารทางการให้อ้าง ให้ปรึกษาเกษตรอำเภอหรือส่งตรวจดินที่สำนักงานพัฒนาที่ดิน

เมื่อเห็นอาการ ทำอะไรก่อนทำอะไรหลัง

ลำดับต่อไปนี้เป็นแนวปฏิบัติที่ประกอบจากหลักการในเอกสารข้างต้น ไม่ใช่ขั้นตอนมาตรฐานของหน่วยงานใด

  1. ถ่ายรูปอาการ ทั้งภาพใกล้และภาพทั้งต้น พร้อมจดวัน ฝนที่ผ่านมา และส่วนที่เป็น
  2. แยกว่าเป็นที่ผล ใบ กิ่ง หรือทั้งต้น เพราะวิธีจัดการต่างกัน ปัญหาที่กิ่งหรือโคนต้นร้ายแรงกว่า
  3. เก็บผลเน่า ผลแห้งคาต้น และกิ่งแห้งออก ใส่ถุงปิดแล้วนำไปเผาหรือทำลายนอกแปลง ไม่กองทิ้งใต้ต้น
  4. ถ้าเป็นเพลี้ย ให้นับจำนวนต่อผลหรือต่อกิ่งตามแนวสำรวจแบบน้อยหน่า แล้วดูว่ามีมดตามมาหรือไม่
  5. ถ้าเป็นผลถูกแมลงวันเจาะ ให้ห่อผลที่เหลือ และเก็บผลร่วงออกจากแปลงเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสม
  6. ถ้าสงสัยโรคกิ่งเน่าหรือเหี่ยวทั้งต้น ให้ติดต่อเกษตรอำเภอพร้อมรูป อย่ารีบพ่นสารเอง
  7. จดผลหลังจัดการและสำรวจซ้ำในสองสัปดาห์

สารเคมีหรือสารชีวภัณฑ์ ต้องเลือกตามที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรและอ่านฉลากเสมอ สวมอุปกรณ์ป้องกันตามฉลาก และเว้นระยะก่อนเก็บเกี่ยวตามที่ระบุ ถ้าต้องพ่นยาในต้นสูง ควรใช้เครื่องพ่นยาที่มีสายพ่นยาวพอและระวังละอองลอย ไม่ปรับอัตราเองตามคำบอกเล่า

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและสิ่งที่ควรทำแทน

  • รอให้เห็นผลเน่าจำนวนมากจึงลงมือ แอนแทรกโนสเริ่มที่ดอกและผลเล็ก ถ้าเดินดูเฉพาะตอนผลโตจะช้าไป ให้ดูตั้งแต่ช่วงออกดอกโดยเฉพาะเมื่อฝนตกต่อเนื่อง
  • ทิ้งผลเน่าและกิ่งแห้งไว้ใต้ต้น PROSEA แนะนำให้เก็บและเผา การกองไว้ทำให้เชื้อสะสมในแปลง
  • พ่นตามปฏิทินโดยไม่สำรวจ งานวิจัยกรมวิชาการเกษตรในน้อยหน่าพบว่าพ่นตามผลสำรวจดีกว่าตามปฏิทิน และการสำรวจต้องทำทุกสองสัปดาห์เป็นอย่างน้อย
  • ปล่อยให้มดขึ้นต้นโดยไม่ดู ถ้าเพลี้ยแป้งเพิ่มเพราะมดช่วยดูแล การพ่นอย่างเดียวจะกลับมาซ้ำ
  • ใช้ข้อมูลโรคของทุเรียนที่เป็นไม้ผลคนละชนิด ทุเรียนเทศไม่ใช่ทุเรียน โรคและยาที่แนะนำสำหรับทุเรียนไม่ควรนำมาใช้โดยตรง
  • ปลูกชิดหรือปล่อยทรงพุ่มทึบ PROSEA ระบุระยะปลูกราว 3x4 ถึง 4x6 เมตร ทรงพุ่มทึบทำให้ชื้นนานและเดินสำรวจโรคไม่ได้

สรุป

โรคและแมลงของทุเรียนเทศที่มีเอกสารรองรับคือแอนแทรกโนส กิ่งเน่า เพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย หนอนเจาะผล และแมลงวันผลไม้ แนวป้องกันที่ตรงกันในเอกสารคือรักษาต้นให้แข็งแรง ตัดแต่งกิ่ง เก็บเศษเป็นโรคไปทำลาย คุมมด และห่อผล เนื่องจากยังไม่พบคู่มือของหน่วยงานไทยที่เจาะจงทุเรียนเทศ ให้ใช้ข้อมูลนี้เป็นแนวทางเริ่มต้นและยืนยันกับเกษตรอำเภอก่อนใช้สารทุกครั้ง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄UH-CTAHR Soursop (F_N-22) โดย Love และ Paull, มิถุนายน 2554 — รายการโรค แมลง การตัดแต่งหลังเก็บเกี่ยว และการเก็บเกี่ยว (ข้อมูลฮาวาย) https://www3.ctahr.hawaii.edu/oc/freepubs/pdf/F_N-22.pdf
  • 📄PROSEA: Annona muricata โดย Koesriharti, 2534 — โรคแอนแทรกโนส กิ่งเน่า เพลี้ย การห่อผล และการคุมมด https://prosea.prota4u.org/view.aspx?id=1472
  • 📄กรมวิชาการเกษตร: การทดสอบการควบคุมแมลงศัตรูน้อยหน่าแบบผสมผสาน (ปี 2556) — เพลี้ยแป้งเป็นศัตรูหลัก เกณฑ์ 2 ตัวต่อผล และวิธีสำรวจ (พืชใกล้เคียง) https://www.doa.go.th/plan/wp-content/uploads/2021/04/1942.2การทดสอบการควบคุมแมลงศัตรูน้อยหน่าแบบผสมผสาน.pdf

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

ไตร-แท๊บ (ไตรโครเดอร์มา) จาก ทีเอบี ไตรโคเดอร์มา…

ไตร-แท๊บ (ไตรโครเดอร์มา) จาก ทีเอบี ไตรโคเดอร์มา…

ชีวภัณฑ์

ทางเลือกชีวภัณฑ์ที่มีทะเบียน ใช้ตามอัตราบนฉลากเท่านั้น

เป้หยอดปุ๋ย 30L ถังใส่ปุ๋ยข้าวโพด ไม่ต้องก้มหลัง…

เป้หยอดปุ๋ย 30L ถังใส่ปุ๋ยข้าวโพด ไม่ต้องก้มหลัง…

เครื่องพ่น/ถังพ่น

ใช้พ่นปุ๋ยน้ำหรือสารตามฉลากให้ทั่วทรงพุ่ม

เช็กก่อนซื้อ

  • ความจุถังและน้ำหนักเมื่อเติมเต็มสำหรับสะพาย
  • ระบบแรงดัน: โยกมือ แบตเตอรี่ หรือเครื่องยนต์
รองเท้าบูทยาว บูทกันน้ำ,บูทนาเกาหลี

รองเท้าบูทยาว บูทกันน้ำ,บูทนาเกาหลี

อุปกรณ์ป้องกันขณะทำงาน

ป้องกันมือ เท้า และผิวหนังระหว่างพ่นสารหรือทำงานในแปลง

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

ทุเรียนเทศเป็นโรคอะไรบ่อยที่สุด

ตามเอกสาร PROSEA โรคสำคัญที่สุดเมื่ออากาศชื้นคือแอนแทรกโนส ซึ่งทำให้ดอกและผลเน่าหรือเหี่ยวแห้ง ส่วนข้อมูลความถี่ในสวนไทยยังไม่มีสถิติทางการ

ผลทุเรียนเทศดำและแห้งคาต้นเกิดจากอะไร

แอนแทรกโนสเป็นสาเหตุหนึ่งที่เอกสารระบุ แต่ผลเน่าอาจมาจากโรคผลเน่าอื่นหรือแมลงเจาะผลได้ด้วย ให้ผ่าผลดูว่ามีหนอนหรือมูลแมลงหรือไม่ และส่งรูปให้เกษตรอำเภอช่วยดู

ห่อผลทุเรียนเทศได้ไหม

ได้ PROSEA ระบุว่าการห่อผลช่วยหลีกเลี่ยงแมลงวันผลไม้ ควรใช้ถุงห่อผลที่ระบายอากาศ ส่วนอายุผลที่เหมาะสม เอกสารไม่ระบุ ให้ทดลองกับผลบางส่วนก่อน

ต้องพ่นยาไหม ถ้าเห็นหนอนกินใบ

PROSEA ระบุว่าหนอนกินใบโดยทั่วไปไม่คุ้มที่จะใช้สารเคมี ให้ประเมินความเสียหายและเก็บหนอนออกด้วยมือก่อน

เริ่มให้ผลเมื่อไหร่ และต้นตายมีผลอย่างไร

UH-CTAHR ระบุว่าให้ผลครั้งแรกที่ราว 3-5 ปีเมื่อปลูกจากเมล็ด ดังนั้นการสูญเสียต้นจากโรคกิ่งเน่าจึงหมายถึงการเสียเวลาหลายปี ควรดูแลต้นให้แข็งแรงและตรวจโคนต้นเป็นประจำ

มีสารหรือยาที่แนะนำสำหรับทุเรียนเทศโดยเฉพาะหรือไม่

ณ พ.ย. 2569 ผู้เขียนไม่พบรายการสารที่หน่วยงานไทยประกาศเฉพาะทุเรียนเทศ จึงไม่ระบุชื่อสารหรืออัตราใช้ ให้สอบถามเกษตรอำเภอหรือกรมวิชาการเกษตรเรื่องสารที่ขึ้นทะเบียนและใช้ตามฉลาก