ปลูกพืชเผยแพร่ 2 พฤศจิกายน 2569

โรคและแมลงของส้มซ่า อาการที่ต้องสังเกตและการป้องกัน

โรคและแมลงของส้มซ่าที่ควรสำรวจ หนอนชอนใบ แคงเกอร์ เพลี้ยไฟ ไรแดง พร้อมเกณฑ์สำรวจของกรมส่งเสริมการเกษตร ปฏิทินเฝ้าระวัง และวิธีป้องกัน (ข้อมูล ณ พ.ย. 2569)

โรคและแมลงของส้มซ่า อาการที่ต้องสังเกตและการป้องกัน

คำตอบสั้น ๆ

ส้มซ่าอยู่ในตระกูลส้มจึงเสี่ยงศัตรูกลุ่มเดียวกัน บทความนี้รวบรวมอาการและเกณฑ์สำรวจจากเอกสารกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมบอกชัดว่าข้อมูลเฉพาะส้มซ่ายังไม่มี

คำตอบเร็ว: ส้มซ่าเป็นพืชตระกูลส้ม (Citrus) จึงเสี่ยงศัตรูกลุ่มเดียวกับส้มและมะนาวที่หน่วยงานรัฐเตือนไว้ ได้แก่ หนอนชอนใบส้มที่เปิดทางให้โรคแคงเกอร์ เพลี้ยไฟ เพลี้ยไก่แจ้ที่เป็นพาหะโรคกรีนนิ่ง ไรแดงแอฟริกัน รวมถึงโรคราและโรครากเน่าโคนเน่าเมื่อดินแฉะ วิธีที่ได้ผลที่สุดคือสำรวจยอดอ่อนเป็นประจำ บังคับให้แตกยอดพร้อมกัน และพ่นสารเมื่อถึงเกณฑ์ที่กรมส่งเสริมการเกษตรกำหนดเท่านั้น (ข้อมูล ณ พ.ย. 2569)

ต้นส้มซ่าที่ปลูกริมรั้วหรือในสวนหลังบ้านมักถูกมองว่า "ไม่ค่อยมีโรค" เพราะไม่ค่อยมีใครดูแลจริงจัง แต่ในทางพฤกษศาสตร์ ส้มซ่า (Citrus × aurantium L.) อยู่ในสกุลเดียวกับส้ม มะนาว และมะกรูด ตามข้อมูลของวิกิพีเดียภาษาไทย เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางมีหนาม ผลกลมขนาดประมาณมะนาว เปลือกหนาขรุขระ รสเปรี้ยว นิยมใช้ประกอบอาหารและเป็นสมุนไพร จึงควรคาดว่าศัตรูพืชที่หน่วยงานรัฐเตือนในพืชตระกูลส้มอาจเข้าทำลายได้เช่นกัน

ข้อควรรู้ก่อนอ่านต่อ: เราค้นหาแล้วไม่พบเอกสารของหน่วยงานรัฐที่เขียนเรื่องศัตรูของ "ส้มซ่า" โดยเฉพาะ ข้อมูลในบทความนี้จึงมาจากเอกสารด้านศัตรูพืชตระกูลส้มโดยรวม ได้แก่ แผ่นพับกรมส่งเสริมการเกษตร ประกาศเตือนภัยของสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร และเอกสารส้มโอของกรมส่งเสริมการเกษตร เราจะระบุทุกครั้งว่าข้อมูลมาจากพืชชนิดใด ใครสงสัยว่าต้นของตัวเองเป็นอะไรควรนำตัวอย่างไปให้เกษตรอำเภอหรือศูนย์วิจัยพืชสวนตรวจ เพราะการวินิจฉัยด้วยรูปในบทความอย่างเดียวไม่เพียงพอ ภาพรวมของส้มซ่าอ่านเพิ่มได้ที่ ส้มซ่า พืชตระกูลส้มเปรี้ยวที่ใช้ในครัวและสมุนไพร

ภาพรวม: ศัตรูตระกูลส้มที่ควรสำรวจในต้นส้มซ่า

ภาพประกอบ ภาพรวม: ศัตรูตระกูลส้มที่ควรสำรวจในต้นส้มซ่า
ศัตรู / โรคสิ่งที่สังเกตช่วงเสี่ยงตามเอกสารแหล่งข้อมูล
หนอนชอนใบส้มใบอ่อนมีรอยทางสีขาวคดเคี้ยว ใบม้วนงอช่วงแตกยอดอ่อน โดยเฉพาะหน้าฝนกรมส่งเสริมการเกษตร / DISAS
โรคแคงเกอร์แผลนูนสีน้ำตาลมีวงเหลืองบนใบ กิ่ง และผลซ้ำเติมเมื่อมีรอยหนอนชอนใบกำแพงแสน / กรมส่งเสริมการเกษตร
เพลี้ยไฟยอดอ่อนและผลอ่อนถูกดูดน้ำเลี้ยง ผิวผลเป็นรอยกร้านช่วงแตกยอดและผลอ่อนแผ่นพับกรมส่งเสริมการเกษตร
เพลี้ยไก่แจ้ส้มดูดน้ำเลี้ยงที่ยอดอ่อน และเป็นพาหะโรคกรีนนิ่งช่วงแตกยอดอ่อนแผ่นพับกรมส่งเสริมการเกษตร
ไรแดงแอฟริกันใบและผลซีดจากการดูดน้ำเลี้ยง ถ้ารุนแรงใบ ผลร่วงธ.ค.-พ.ค. และ ก.ค.-ส.ค.สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร
โรคราและเชื้อรา (สะเก็ด ราชมพู ราสาหร่าย ราดำ)จุดแผลที่ใบ ผล กิ่ง หรือคราบดำบนใบอากาศชื้น ฝนชุกเอกสารส้มโอของกรมส่งเสริมการเกษตร
รากเน่าโคนเน่าต้นโทรม ใบเหลือง เมื่อดินแฉะน้ำขัง ปุ๋ยชิดโคนเอกสารส้มโอของกรมส่งเสริมการเกษตร

ตารางนี้เป็นกรอบสำหรับเดินสำรวจ ไม่ได้แปลว่าต้นส้มซ่าทุกต้นจะเจอครบทุกอย่าง เอกสารส้มโอใช้เป็นแหล่งอ้างอิงเรื่องโรคราและรากเน่าเพราะเป็นพืชตระกูลส้มเช่นกัน แต่รายละเอียดบางข้อ เช่น การงดน้ำเพื่อบังคับออกดอก เป็นเรื่องเฉพาะส้มโอ จึงไม่นำมาใช้กับส้มซ่า

หนอนชอนใบส้ม: ตัวเปิดประตูให้แคงเกอร์

สำนักงานเกษตรอำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี (16 มกราคม 2569) เตือนว่าหนอนชอนใบส้มทำลายมะนาว มะกรูด ส้มโอ ส้มเขียวหวาน และส้มชนิดอื่น ระบุเกณฑ์สำรวจว่าให้สุ่มต้นละ 5 ยอด จำนวน 10 ต้นต่อแปลง หากพบยอดถูกทำลายเกิน 50% จึงพ่นสารตามคำแนะนำ และเตือนว่ารอยแผลที่หนอนเจาะเป็นช่องให้แบคทีเรียแคงเกอร์เข้าไปได้

เอกสารของศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังภัยพิบัติด้านการเกษตร (DISAS) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ไม่ระบุวันที่ในหน้าที่เปิดอ่าน) ให้รายละเอียดเพิ่มว่า ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดเล็กประมาณ 6-8 มิลลิเมตร ตัวหนอนกินอยู่ 5-10 วัน ความเสียหายในหน้าฝนสูงถึงร้อยละ 90-100 ของยอดอ่อน แต่ในหน้าหนาวประมาณ 20% และมีศัตรูธรรมชาติช่วยควบคุม เช่น แมลงช้างปีกใส มดบางชนิด และแตนเบียน (Ageniaspis citricola) ที่ทำลายดักแด้ได้ราว 22-62% ในเอกสารนั้น เอกสารฉบับนี้ระบุชนิดพืชอาศัยรวมถึงมะกรูดและส้มจี๊ด ซึ่งอยู่สกุลเดียวกับส้มซ่า

ขั้นตอนสำรวจแบบง่าย ๆ ในต้นส้มซ่าหลังบ้าน

  1. เลือก 5 ยอดอ่อนต่อต้น กระจายรอบทรงพุ่ม
  2. นับว่ามียอดที่มีรอยทางหนอนกี่ยอด ถ้าปลูกหลายต้นให้สุ่มสัก 10 ต้นตามเกณฑ์ ถ้ามีไม่ถึง 10 ต้น ให้สำรวจทุกต้นแล้วจดผล
  3. คำนวณร้อยละ = ยอดที่เสียหาย / ยอดที่สำรวจ x 100 ถ้าเกิน 50% จึงเข้าเกณฑ์ที่เอกสารกำหนดให้พ่นสาร
  4. ก่อนถึงเกณฑ์ ให้ใช้วิธีไม่ใช้สาร เช่น เด็ดหรือตัดยอดที่มีหนอนไปทำลาย และทำให้ต้นแตกยอดพร้อมกัน

แผ่นพับของกรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำการบังคับให้แตกยอดพร้อมกัน (Flush synchronization) เพื่อลดช่วงที่มียอดอ่อนให้แมลงวางไข่ เพราะแมลงกลุ่มนี้ชอบยอดอ่อน ถ้าต้นแตกยอดไม่พร้อมกันจะมียอดอ่อนให้แมลงอยู่ตลอดปี การตัดแต่งกิ่งหลังเก็บผลช่วยกำหนดรอบแตกยอด อ่านหลักการตัดแต่งกิ่งไม้ผลที่ ตัดแต่งกิ่งไม้ผลแต่ละชนิดต้องทำตอนไหน

โรคแคงเกอร์: อาการและการกันไม่ให้ลาม

แคงเกอร์เกิดจากแบคทีเรีย Xanthomonas citri subsp. citri เอกสารกำแพงแสนเรื่องมะกรูดระบุว่าเป็นโรคสำคัญที่จำกัดการส่งออกใบไปสหภาพยุโรปและกำจัดยากเมื่อระบาด สำหรับต้นส้มซ่าที่ปลูกริมรั้ว หลักปฏิบัติเมื่อสงสัยว่าเป็นแคงเกอร์ คือ ตัดส่วนที่เป็นแผลใส่ถุงปิดแล้วนำไปทำลายนอกแปลง ไม่กองทิ้งใต้ต้น ล้างเครื่องมือตัดหลังใช้ และสำรวจหนอนชอนใบควบคู่กัน

ไม่ควรเดาเองว่าแผลบนใบเป็นแคงเกอร์หรือสะเก็ด เพราะมีโรคอื่นที่แผลคล้ายกัน เกษตรอำเภอตรวจตัวอย่างให้ได้ สำหรับกฎการกักกันโรคแคงเกอร์ในมะนาวและพืชตระกูลส้ม ดูรายละเอียดที่ แคงเกอร์ในมะนาวกับการตัดสินใจเรื่องกักกัน และเปรียบเทียบอาการในส้มกับมะนาวที่ เปรียบเทียบแคงเกอร์ในมะนาวกับส้ม

เพลี้ยไฟและเพลี้ยไก่แจ้ส้ม: แมลงตัวเล็กที่ทำเรื่องใหญ่

แผ่นพับกรมส่งเสริมการเกษตร "การจัดการศัตรูสำคัญในส้มเพื่อให้ผลผลิตปลอดภัย" (2566) ระบุว่าให้สำรวจเพลี้ยไฟเป็นประจำ และระดับที่ควรป้องกันกำจัดคือพบเพลี้ยไฟบนผลมากกว่า 10% หรือบนใบอ่อนมากกว่า 50% ส่วนเพลี้ยไก่แจ้ส้ม (Asian citrus psyllid) เป็นแมลงพาหะของโรคกรีนนิ่ง (Huanglongbing) แผ่นพับแนะนำวิธีติดตามคือใช้กับดักกาวเหนียวสีเหลืองไร่ละ 5 แผ่น และสำรวจยอดอ่อน 5 ยอดต่อต้น จาก 10-20 ต้นต่อสวน

สิ่งที่ตรวจวิธีตรวจตามเอกสารเกณฑ์ที่เอกสารระบุ
หนอนชอนใบสุ่ม 5 ยอด x 10 ต้นยอดเสียหายเกิน 50%
เพลี้ยไฟสำรวจผลและใบอ่อนผลเกิน 10% หรือใบอ่อนเกิน 50%
เพลี้ยไก่แจ้ส้มกับดักกาวเหนียวสีเหลือง ไร่ละ 5 แผ่น และสำรวจยอดอ่อนเอกสารใช้เพื่อเฝ้าระวังพาหะ ถ้าพบต้นต้องสงสัยกรีนนิ่ง ให้แจ้งเกษตรอำเภอ
ไรแดงแอฟริกันดูใต้แว่นขยาย สำรวจอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งเมื่อพบให้รดน้ำเพิ่มความชื้น ถ้ารุนแรงใช้สารและสลับกลุ่มสาร

บ้านที่มีต้นเดียวหรือไม่กี่ต้นไม่จำเป็นต้องติดตั้งกับดักไร่ละ 5 แผ่น เพียงแขวนกับดักกาวเหนียวสีเหลืองสัก 1-2 แผ่นใกล้ยอดอ่อนก็ช่วยให้รู้ว่ามีเพลี้ยไก่แจ้เข้ามาหรือไม่ ถ้าพบต้องสงสัยกรีนนิ่ง (ใบเหลืองลายตามเส้นใบ ผลเล็กบิดเบี้ยว) อย่าตัดสินใจเอง เพราะกรีนนิ่งเป็นโรคที่ต้องยืนยันด้วยการตรวจ อ่านเพิ่มที่ การตรวจโรคกรีนนิ่งในส้ม และ โรคกรีนนิ่งหรือฮวงลองบิง

ไรแดงแอฟริกัน: อันตรายช่วงแล้งและฝนทิ้งช่วง

สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรออกประกาศเตือนเมื่อ 16 มกราคม 2569 ว่าไรแดงแอฟริกันทำลายมะนาว มะกรูด ส้มโอ ส้มเขียวหวาน และพืชตระกูลส้มอื่น ระบาดหนักตั้งแต่ระยะออกดอกถึงติดผลอ่อน ให้สำรวจอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง โดยเฉพาะช่วง ธันวาคมถึงพฤษภาคม และช่วงฝนทิ้งช่วงกรกฎาคมถึงสิงหาคม เมื่อพบให้รดน้ำเป็นระยะเพื่อเพิ่มความชื้น หากรุนแรงให้ใช้สารกำจัดไรตามคำแนะนำ สลับกลุ่มสาร และพ่นซ้ำประมาณ 5 วันหากจำเป็น

ตัวไรเล็กมากต้องใช้แว่นขยายส่องใต้ใบและผล ถ้ามีต้นส้มซ่าที่ใบมีสีซีดผิดปกติในหน้าแล้ง ให้ส่องดูก่อนสรุปว่าเป็นขาดปุ๋ยหรือขาดน้ำ อ่านรายละเอียดอาการไรแดงที่ ไรแดงในส้ม ใบเป็นจุดขาวซีดทั้งที่ไม่ขาดน้ำ

โรคราและเชื้อรา: ข้อมูลจากเอกสารส้มโอที่ใช้อ้างอิงพืชตระกูลส้ม

ศูนย์สารสนเทศการเกษตร (esc.doae.go.th) ของกรมส่งเสริมการเกษตร ในเอกสารเรื่องส้มโอ กล่าวถึงโรคหลายชนิดที่พบในส้ม ได้แก่ โรคแคงเกอร์ โรคสะเก็ด โรคราสีชมพู โรคราสาหร่าย และราดำที่เกิดตามหลังเพลี้ยหรือแมลงที่ขับสารหวาน นอกจากนี้ยังย้ำว่าไม่ควรใส่ปุ๋ยชิดโคนต้น เพราะทำให้เปลือกโคนเน่า เนื้อหาเหล่านี้เป็นข้อมูลของส้มโอ แต่ส้มซ่าเป็นพืชตระกูลเดียวกัน การป้องกันที่ใช้ร่วมกันได้ตามหลักการ คือ ตัดแต่งให้ทรงพุ่มโปร่ง เก็บกิ่งและใบที่เป็นโรคไปทำลาย และไม่ปล่อยให้ใต้ทรงพุ่มแฉะ

  • ราดำ: มักตามมาหลังแมลงดูดน้ำเลี้ยงที่ถ่ายน้ำหวาน การลดแมลงต้นเหตุสำคัญกว่าการเช็ดคราบ
  • ราชมพู: เอกสารส้มโอระบุเป็นโรคของกิ่ง ให้ตัดกิ่งที่เป็นโรคและตัดแต่งให้โปร่ง
  • สะเก็ดและราสาหร่าย: เกิดบนใบและผล เฝ้าระวังช่วงอากาศชื้น

เรื่องสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เอกสารที่เราเปิดอ่านมีรายชื่อสารบางชนิด แต่เพื่อความปลอดภัยของผู้อ่าน บทความนี้ไม่ระบุอัตราใช้หรือชื่อการค้า เพราะอัตราใช้ขึ้นกับพืช ช่วงอายุ และฉลากผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียน ให้ยึดฉลากและคำแนะนำของเกษตรอำเภอ

รากเน่าโคนเน่า: ปัญหาจากน้ำและดิน

พืชตระกูลส้มไม่ชอบดินแฉะ เอกสารกำแพงแสนเรื่องมะกรูดแนะนำให้เลือกที่ระบายน้ำดี pH ประมาณ 5.5-7.0 ส่วนเอกสารส้มโอเตือนเรื่องไม่ใส่ปุ๋ยชิดโคน ถ้าส้มซ่าอยู่ในที่น้ำขังหรือดินอัดแน่น ให้ยกแปลงให้สูงขึ้น ระบายน้ำ และปรับปรุงดินด้วยปุ๋ยหมัก อ่านวิธีสังเกตและแนวทางที่ การดูแลโรครากเน่า ใช้เป็นหลักการทั่วไป โดยไม่ได้เจาะจงส้มซ่า

ปฏิทินเฝ้าระวังตลอดปี (ตามช่วงที่เอกสารระบุ)

ช่วงเรื่องที่ควรดูที่มา
พ.ค.-ต.ค. (ฤดูฝน)หนอนชอนใบรุนแรงในยอดอ่อน โรคราจากความชื้นDISAS ระบุความเสียหายหน้าฝนสูงกว่าหน้าหนาว
ก.ค.-ส.ค. (ฝนทิ้งช่วง)ไรแดงแอฟริกันประกาศสำนักควบคุมพืชฯ ม.ค. 2569
พ.ย.-ก.พ. (หนาว)หนอนชอนใบลดลง แต่ต้องเริ่มสำรวจไรแดงก่อนแล้งจริงDISAS และประกาศสำนักควบคุมพืชฯ
ธ.ค.-พ.ค. (แล้ง)ไรแดงแอฟริกัน สำรวจสัปดาห์ละครั้งประกาศสำนักควบคุมพืชฯ ม.ค. 2569
ทุกครั้งที่แตกยอดอ่อนหนอนชอนใบ เพลี้ยไฟ เพลี้ยไก่แจ้แผ่นพับกรมส่งเสริมการเกษตร 2566

วิธีป้องกันแบบไม่ต้องพึ่งสารเคมีเป็นหลัก

  • สำรวจสม่ำเสมอ ใช้แว่นขยายส่องใต้ใบและยอด
  • บังคับให้แตกยอดพร้อมกัน ตัดแต่งหลังเก็บผลเพื่อให้ต้นผลัดรอบยอดอ่อนพร้อมกัน
  • เก็บยอดและใบที่ถูกทำลายไปทำลายนอกแปลง
  • แขวนกับดักกาวเหนียวสีเหลืองเพื่อติดตามเพลี้ย
  • เมื่อรดน้ำช่วงแล้ง ให้น้ำให้ทั่วทรงพุ่ม ซึ่งเอกสารไรแดงแนะนำเพื่อเพิ่มความชื้น
  • รักษาศัตรูธรรมชาติ เช่น แมลงช้างปีกใส และมดที่ DISAS ระบุว่าช่วยลดหนอนชอนใบ โดยหลีกเลี่ยงการพ่นสารพร่ำเพรื่อ
  • เมื่อต้องใช้สาร อ่านฉลาก ใช้ถังพ่นยาที่ล้างสะอาด สวมอุปกรณ์ป้องกัน และเว้นระยะก่อนเก็บเกี่ยวตามฉลาก

สิ่งที่ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน

เรื่องต่อไปนี้ เราไม่พบเอกสารทางการที่เปิดอ่านได้ จึงไม่ระบุเป็นข้อเท็จจริง: (1) รายชื่อศัตรูที่พบจริงบนส้มซ่าโดยเฉพาะ (2) ความรุนแรงเทียบกับส้มชนิดอื่น (3) สารที่ขึ้นทะเบียนใช้กับส้มซ่า (4) ผลของสภาพแวดล้อมแต่ละภาคต่อส้มซ่า ถ้าต้องการข้อมูลเฉพาะเจาะจง ให้สอบถามสำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด หรือศูนย์วิจัยพืชสวนของกรมวิชาการเกษตร

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการดูแลส้มซ่า

  • คิดว่าส้มซ่าไม่มีโรคแล้วไม่สำรวจเลย
  • พ่นสารทุกสัปดาห์ตามความเคยชิน แทนที่จะสำรวจก่อนและเทียบกับเกณฑ์ เช่น ยอดเสียหายเกิน 50%
  • กองใบและกิ่งที่เป็นโรคไว้ใต้ต้น
  • ใช้กรรไกรตัดกิ่งต้นที่สงสัยว่าเป็นโรคแล้วนำไปตัดต้นอื่นต่อโดยไม่ทำความสะอาด
  • ใส่ปุ๋ยชิดโคนต้นและรดน้ำจนแฉะ
  • ปล่อยให้แตกยอดอ่อนไม่พร้อมกัน ทำให้แมลงมีอาหารตลอดปี
  • เห็นใบเหลืองแล้วสรุปว่าขาดปุ๋ยทันที โดยไม่ตรวจไรแดง เพลี้ย หรือรากเน่า

สรุป

ส้มซ่าไม่ได้พ้นจากศัตรูของพืชตระกูลส้ม ควรสำรวจหนอนชอนใบ เพลี้ยไฟ เพลี้ยไก่แจ้ และไรแดงแอฟริกันตามช่วงที่เอกสารระบุ พ่นสารเมื่อถึงเกณฑ์ ไม่ใช่ตามปฏิทิน และคุมโรคแคงเกอร์ด้วยการลดรอยแผลจากหนอนชอนใบ ข้อมูลเฉพาะส้มซ่ายังไม่มีในเอกสารทางการที่เราเปิดอ่าน จึงควรปรึกษาเกษตรอำเภอเมื่อสงสัย ข้อมูล ณ พ.ย. 2569

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร แผ่นพับ การจัดการศัตรูสำคัญในส้มเพื่อให้ผลผลิตปลอดภัย (2566) — เกณฑ์สำรวจหนอนชอนใบ เพลี้ยไฟ เพลี้ยไก่แจ้ ไรแดง https://www.doae.go.th/wp-content/uploads/2023/03/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1Forweb-Final.pdf
  • 📄สำนักงานเกษตรอำเภอหนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี (16 ม.ค. 2569) — หนอนชอนใบส้ม เกณฑ์ 50% และความเชื่อมโยงกับแคงเกอร์ https://suphanburi.doae.go.th/nongyasai/?p=3021
  • 📄สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร (16 ม.ค. 2569) — ประกาศเตือนไรแดงแอฟริกัน https://thaifarmer.lib.ku.ac.th/announcement/6969bcbaab3df666ce123b81
  • 📄ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังภัยพิบัติด้านการเกษตร (DISAS) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ — ข้อมูลหนอนชอนใบส้ม ศัตรูธรรมชาติ https://www.opsmoac.go.th/news-files-401591791031
  • 📄ศูนย์สารสนเทศการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร เอกสารส้มโอ — โรคแคงเกอร์ สะเก็ด ราสีชมพู ราสาหร่าย ราดำ (ข้อมูลของส้มโอ ใช้อ้างอิงพืชตระกูลส้ม) https://esc.doae.go.th/wp-content/uploads/2015/02/som-oh.pdf
  • 📄รศ.ดร.รวี เสรฐภักดี กำแพงแสน (ห้องสมุดเกษตรไทย 2 มิ.ย. 2565) — โรคแคงเกอร์ในมะกรูด เกณฑ์ดินระบายน้ำดี https://thaifarmer.lib.ku.ac.th/news/629868b66ba4095e418486a1
  • 📄วิกิพีเดียภาษาไทย ส้มซ่า — ชื่อวิทยาศาสตร์และลักษณะพืช https://th.wikipedia.org/wiki/ส้มซ่า

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

ไตรโคเดอร์มา Trichoderma เชื้อราไตรโคเดอร์มา…

ไตรโคเดอร์มา Trichoderma เชื้อราไตรโคเดอร์มา…

ชีวภัณฑ์

ทางเลือกชีวภัณฑ์ที่มีทะเบียน ใช้ตามอัตราบนฉลากเท่านั้น

เป้หยอดปุ๋ย 30L ถังใส่ปุ๋ยข้าวโพด ไม่ต้องก้มหลัง…

เป้หยอดปุ๋ย 30L ถังใส่ปุ๋ยข้าวโพด ไม่ต้องก้มหลัง…

เครื่องพ่น/ถังพ่น

ใช้พ่นปุ๋ยน้ำหรือสารตามฉลากให้ทั่วทรงพุ่ม

เช็กก่อนซื้อ

  • ความจุถังและน้ำหนักเมื่อเติมเต็มสำหรับสะพาย
  • ระบบแรงดัน: โยกมือ แบตเตอรี่ หรือเครื่องยนต์
รองเท้าบูทยาว บูทกันน้ำ,บูทนาเกาหลี

รองเท้าบูทยาว บูทกันน้ำ,บูทนาเกาหลี

อุปกรณ์ป้องกันขณะทำงาน

ป้องกันมือ เท้า และผิวหนังระหว่างพ่นสารหรือทำงานในแปลง

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

ส้มซ่าเป็นแคงเกอร์ได้ไหม

ส้มซ่าอยู่ในสกุลส้ม จึงควรเฝ้าระวังแคงเกอร์เหมือนพืชตระกูลส้มอื่น แต่เราไม่พบเอกสารทางการที่ระบุเฉพาะส้มซ่า ถ้าพบแผลนูนสีน้ำตาลมีวงเหลือง ให้ส่งตัวอย่างตรวจที่เกษตรอำเภอ

ใบส้มซ่ามีรอยขาวคดเคี้ยวคืออะไร

ลักษณะนี้ตรงกับรอยทางของหนอนชอนใบส้มที่เอกสารกรมส่งเสริมการเกษตรอธิบายไว้ ให้เด็ดยอดที่มีหนอนไปทำลาย และสำรวจร้อยละของยอดเสียหายเทียบกับเกณฑ์ 50%

ต้องพ่นสารกำจัดแมลงกี่วันครั้ง

เอกสารไม่ได้กำหนดเป็นปฏิทิน แต่ให้พ่นเมื่อถึงเกณฑ์ที่สำรวจ ส่วนการพ่นซ้ำของไรแดงแอฟริกันประกาศระบุประมาณ 5 วันหากจำเป็น และให้สลับกลุ่มสาร ให้ปฏิบัติตามฉลากผลิตภัณฑ์เสมอ

ต้นส้มซ่าที่ปลูกในกระถางเสี่ยงโรคน้อยกว่าไหม

ไม่มีเอกสารยืนยันว่าเสี่ยงน้อยกว่า แต่ปลูกในกระถางต้องระวังน้ำขังและดินแน่นที่ก่อให้เกิดรากเน่า ใช้กระถางปลูกต้นไม้ที่มีรูระบายน้ำ

ใบเหลืองลายเส้นใบเป็นกรีนนิ่งหรือเปล่า

อาจเป็นได้ แต่ใบเหลืองเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ขาดธาตุ รากเสีย หรือไร ควรให้เกษตรอำเภอตรวจยืนยันก่อน และอย่าเคลื่อนย้ายกิ่งพันธุ์จากต้นที่สงสัย

ผลส้มซ่าผิวเป็นรอยกร้านเกิดจากอะไร

รอยกร้านบนผิวผลอ่อนสอดคล้องกับความเสียหายจากเพลี้ยไฟที่แผ่นพับระบุ แต่ก็อาจมีสาเหตุอื่นได้ ให้ตรวจยอดและผลอ่อนด้วยแว่นขยาย