คำตอบสั้น ๆ
สรุปอาการศัตรูของมะม่วงหิมพานต์จากเอกสารที่ตรวจสอบได้ พร้อมวิธีสำรวจและป้องกัน และบอกชัดว่าส่วนไหนยังไม่มีข้อมูลทางการของไทย
คำตอบเร็ว: ศัตรูของมะม่วงหิมพานต์ที่มีเอกสารทางการไทยรองรับชัดที่สุดคือเพลี้ยไฟกับเพลี้ยแป้งที่ดูดทำลายยอด ช่อดอก และผลอ่อน (กรมส่งเสริมการเกษตร ข่าว 25 มี.ค. 2562) ส่วนมวนยุงหรือ Helopeltis เป็นแมลงที่งานวิจัยต่างประเทศระบุว่าทำให้ผลผลิตเสียหายหนักในบางพื้นที่ ข้อมูลโรคของมะม่วงหิมพานต์ในไทยโดยเฉพาะยังไม่พบเอกสารทางการที่เปิดอ่านได้ จึงควรให้เกษตรอำเภอหรือกรมวิชาการเกษตรช่วยยืนยันชนิดศัตรูก่อนลงมือพ่นสารใด ๆ (ข้อมูล ณ พ.ย. 2569)
คนที่เริ่มปลูกมะม่วงหิมพานต์มักคิดว่าเป็นไม้ทนแล้งที่ปลูกแล้วปล่อยได้ แต่พอถึงช่วงแตกยอดและออกช่อดอก ปัญหาจะมาพร้อมกัน ยอดหงิก ช่อดอกไหม้ ผลอ่อนร่วง บทความนี้ตอบคำถามเดียวคือ อาการแบบไหนที่ควรเฝ้าสังเกต อาการนั้นมักมาจากอะไร และจัดการเบื้องต้นอย่างไร โดยใช้เฉพาะข้อมูลที่ตรวจสอบกับแหล่งที่เปิดอ่านได้จริง
เรื่องภาพรวมของการปลูกเพื่อขายเม็ดหรือขายผลกะหล่ำ ให้อ่านต่อที่บทความ ปลูกมะม่วงหิมพานต์เอาเม็ดอย่างเดียว หรือขายผลกะหล่ำด้วย คุ้มกว่ากันตรงไหน ส่วนบทความนี้เน้นการดูอาการและป้องกันศัตรูพืชเท่านั้น
ขอบเขตข้อมูลที่ใช้ในบทความนี้

ก่อนเข้าเรื่องอาการ ต้องบอกข้อจำกัดให้ชัด เพราะเรื่องศัตรูพืชถ้าเข้าใจผิดแล้วพ่นผิดชนิด ผลเสียคือเสียเงินและเสียเวลาโดยที่ศัตรูตัวจริงยังอยู่ ข้อมูลที่ใช้มี 4 กลุ่มดังนี้
| กลุ่มข้อมูล | แหล่ง | ใช้ได้แค่ไหน |
|---|---|---|
| เพลี้ยไฟและเพลี้ยแป้งในมะม่วงหิมพานต์ | กรมส่งเสริมการเกษตร ข่าวเกษตร 25 มี.ค. 2562 | เป็นข้อมูลของไทยโดยตรง แต่ลงปี 2562 ชื่อสารและทะเบียนอาจเปลี่ยน ต้องตรวจซ้ำ |
| มวนยุง Helopeltis | ศูนย์บริหารศัตรูพืช กรมส่งเสริมการเกษตร (หน้านี้เขียนถึงฝรั่ง) และงานทบทวนของอินเดีย | ใช้เรียนรู้พฤติกรรมของแมลง หน้าของไทยเขียนถึงฝรั่ง ไม่ใช่มะม่วงหิมพานต์โดยตรง |
| โรคราและแบคทีเรีย | งานทบทวนจากแอฟริกา (Sikirou และคณะ 2021) | เป็นข้อมูลต่างประเทศ ใช้เป็นรายการอาการที่ควรรู้จัก ไม่ใช่การยืนยันว่ามีในไทยทุกพื้นที่ |
| ข้อมูลพื้นที่ปลูกในไทย | ข้อมูลพื้นฐานจังหวัดอุตรดิตถ์ พ.ย. 2566 | ใช้ประกอบภาพรวมเท่านั้น |
สิ่งที่ผมไม่พบคือคู่มือโรคมะม่วงหิมพานต์ฉบับไทยที่เปิดอ่านได้เต็มฉบับ การค้นหามักได้เอกสารของมะม่วงกินผลอย่างโรคแอนแทรคโนสและราแป้ง ซึ่งเป็นพืชคนละชนิด จึงไม่นำมาปะปน ถ้าสวนของคุณมีอาการที่ไม่ตรงกับในตารางด้านล่าง ให้ถ่ายรูปและพาตัวอย่างไปถามสำนักงานเกษตรอำเภอหรือหน่วยงานกรมวิชาการเกษตรในพื้นที่
ศัตรูหลักที่มีข้อมูลรองรับ
เพลี้ยไฟ: ยอดหงิก ช่อดอกไหม้ ผลอ่อนร่วง
ข่าวเกษตรของกรมส่งเสริมการเกษตร (25 มี.ค. 2562) ระบุว่าเพลี้ยไฟดูดกินน้ำเลี้ยงจากยอด ช่อดอก และผลอ่อน ใบยอดจะม้วนหรือแห้ง ช่อดอกเป็นรอยไหม้สีดำ ติดผลไม่ได้ และผลอ่อนร่วง ช่วงที่พบมากคือสภาพอากาศเย็นที่มีแดดจัดตอนกลางวัน ซึ่งตรงกับช่วงออกดอกพอดี
ข้อสังเกตภาคสนามที่ช่วยแยกจากอาการขาดน้ำ คือถ้าเป็นเพลี้ยไฟ ความเสียหายจะกระจุกที่ยอดอ่อนและช่อดอก ส่วนใบแก่ด้านล่างยังปกติ ลองเคาะช่อดอกลงบนกระดาษสีขาวหรือจานสีอ่อน จะเห็นตัวเล็กยาวเคลื่อนไหวได้ ถ้าไม่เห็นตัวเลยในหลายช่อ ให้นึกถึงสาเหตุอื่น เช่น ความแห้งแล้งหรือโรค
เพลี้ยแป้ง: ราดำ ใบร่วง ผลแคระแกร็น
ข่าวฉบับเดียวกันระบุว่าเพลี้ยแป้งดูดใบ ช่อดอก และช่อผล ทำให้เกิดราดำจากน้ำหวานที่ขับถ่าย ใบร่วง ผลแคระแกร็น และมักเกาะเป็นกลุ่มที่ลำต้น โดยมีมดช่วยพาไป ถ้าเห็นมดเดินขึ้นลงลำต้นเป็นแถวอย่างผิดสังเกต ให้ก้มดูใต้ใบ ซอกกิ่ง และโคนช่อดอก มักพบผงขาวคล้ายแป้งอยู่ตรงนั้น
เรื่องที่เกษตรกรพลาดบ่อยคือการพ่นครั้งเดียวแล้วหยุด ข่าวของกรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้พ่นซ้ำ 2-3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 7 วัน เหตุผลคือตัวอ่อนหลบอยู่ใต้ตัวเมีย พ่นครั้งเดียวจึงไม่ถึงตัวอ่อนทั้งหมด และไม่ควรพ่นในช่วงดอกบานเต็มที่ เพราะกระทบแมลงผสมเกสร
มวนยุง Helopeltis: จุดสีน้ำตาลบนยอดและผลอ่อน
หน้าของศูนย์บริหารศัตรูพืช กรมส่งเสริมการเกษตร อธิบายมวนยุงในฝรั่ง (Helopeltis theivora) ว่าอยู่ในวงศ์ Miridae เรียกอีกชื่อว่ามวนชา และมีรายงานพืชอาศัยหลายชนิด รวมถึงมะม่วงหิมพานต์ ไข่ใช้เวลา 7-8 วัน ตัวอ่อน 15-18 วัน (5 วัย) ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดยอดอ่อน ใบอ่อน และผลอ่อน ทิ้งจุดสีน้ำตาล ยอดหยุดเติบโตและเนื้อเยื่อบิดเบี้ยว แผลเปิดให้เชื้อราทุติยภูมิเข้าซ้ำ
ขอย้ำว่าหน้านี้เขียนเกี่ยวกับฝรั่ง ผมนำมาใช้เพราะระบุมะม่วงหิมพานต์เป็นพืชอาศัยและให้ข้อมูลวงจรชีวิต ไม่ได้แปลว่าอัตราความเสียหายในฝรั่งใช้กับมะม่วงหิมพานต์ได้
ส่วนงานทบทวนของ Saroj, Bhat และ Srikumar (2016) ที่ทำในอินเดีย ระบุว่า Helopeltis ทำให้ผลผลิตเสียหายได้ถึง 40-50% ในการระบาดรุนแรง ระบาดหนักช่วงแตกใบอ่อน ออกดอก และติดผล ราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ (ตามสภาพอินเดีย) ยังไม่มีพันธุ์ต้านทาน และมีศัตรูธรรมชาติ เช่น แตนเบียนไข่ Telenomus cuspis แมงมุม และมวนเพชฌฆาต ตัวเลข 40-50% เป็นของอินเดีย อย่านำมาทึกทักว่าสวนในไทยจะเสียหายเท่ากัน
โรคที่มีรายงานในต่างประเทศ
งานทบทวนของ Sikirou และคณะ (2021) จัดโรคหลักของมะม่วงหิมพานต์ในแอฟริกาไว้ 3 โรค ได้แก่ แอนแทรคโนส (เชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides) ใบไหม้จากแบคทีเรีย (Xanthomonas axonopodis pv. anacardii) และราแป้ง (Oidium anacardii) โรคย่อยอื่นมี Pestalotia heterocornis และ Cryptosporiopsis ศัตรูที่เป็นแมลงมี Helopeltis หนอนเจาะลำต้นอย่าง Apate terebrans และเพลี้ยแป้ง Pseudococcus longispinus
ข้อมูลนี้บอกว่าควรสังเกตอะไร ไม่ได้บอกว่าสวนในไทยของคุณมีโรคเหล่านี้แน่ ตารางด้านล่างจึงเขียนเป็นอาการที่ควรเฝ้าดู และระบุระดับความมั่นใจของข้อมูลไว้ในคอลัมน์สุดท้าย
| อาการที่เห็น | ส่วนของต้น | สาเหตุที่น่าสงสัย | ระดับข้อมูล |
|---|---|---|---|
| ยอดม้วน แห้ง ช่อดอกไหม้ดำ ผลอ่อนร่วง | ยอดอ่อน ช่อดอก | เพลี้ยไฟ | มีข้อมูลไทย (กรมส่งเสริมการเกษตร 2562) |
| ผงขาวคล้ายแป้ง ราดำ ใบร่วง มดเดินตามลำต้น | ใต้ใบ ช่อดอก ลำต้น | เพลี้ยแป้ง | มีข้อมูลไทย (กรมส่งเสริมการเกษตร 2562) |
| จุดน้ำตาลบนยอดอ่อนและผลอ่อน ยอดหยุดโต | ยอดอ่อน ผลอ่อน | มวนยุง Helopeltis | ชีวิตวิทยาจากหน้าของไทยเรื่องฝรั่ง ความเสียหายจากงานอินเดีย |
| แผลแห้งบนใบหรือผล จุดบนใบ | ใบ ผล | แอนแทรคโนสหรือโรคใบจุด | ข้อมูลต่างประเทศ ต้องให้นักวิชาการยืนยัน |
| ใบมีแผลเหลี่ยมฉ่ำน้ำ | ใบ | โรคจากแบคทีเรีย | ข้อมูลต่างประเทศ ต้องให้นักวิชาการยืนยัน |
| ผงสีขาวบนช่อดอกและใบอ่อน | ช่อดอก ใบอ่อน | ราแป้ง | ข้อมูลต่างประเทศ ต้องให้นักวิชาการยืนยัน |
| ขี้ไม้หรือรูเจาะที่ลำต้น กิ่งแห้งทั้งกิ่ง | ลำต้น กิ่งหลัก | หนอนเจาะลำต้น | ข้อมูลต่างประเทศ ต้องให้นักวิชาการยืนยัน |
วิธีเดินสำรวจสวนที่ใช้ได้จริง
การจัดการศัตรูพืชเริ่มจากการเห็นก่อนที่จะระบาด ศูนย์บริหารศัตรูพืชแนะนำให้สำรวจสม่ำเสมอและตัดส่วนที่เสียหายออก แนวทางสำรวจที่ปรับใช้กับมะม่วงหิมพานต์ได้มีดังนี้
- เลือกต้นตัวอย่างกระจายทั่วแปลงอย่างน้อย 10 ต้น ไม่ใช่เดินดูแค่แถวริมถนน
- ดู 4 ทิศของทรงพุ่ม ดูทั้งยอดอ่อน ช่อดอก ผลอ่อน และลำต้น
- เคาะช่อดอกลงบนกระดาษขาวเพื่อนับเพลี้ยไฟเทียบรอบก่อนหน้า
- ถ่ายรูปอาการแล้วจดวันที่ ตำแหน่งต้น และสภาพอากาศ เพื่อเทียบเมื่อมีการระบาดซ้ำ
- เดินสำรวจทุก 5-7 วันช่วงแตกใบอ่อนและออกดอก ห่างออกไปได้ในช่วงที่ต้นนิ่ง
- ถ้าพบอาการซ้ำหลายต้นและแมลงมีจำนวนมากขึ้นทุกรอบ จึงปรึกษาเจ้าหน้าที่เรื่องการพ่นสาร
ตารางจดบันทึกการสำรวจแบบง่ายที่ใช้ได้ทันที
| วันที่ | ต้นที่ตรวจ | ระยะของต้น | อาการที่พบ | จำนวนต้นที่พบ | สิ่งที่ทำ |
|---|---|---|---|---|---|
ป้องกันก่อนพ่น: ทำอะไรได้บ้าง
- ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง เพื่อให้แสงและลมเข้าถึงยอด ศูนย์บริหารศัตรูพืชแนะนำการตัดแต่งให้โปร่งสำหรับมวนยุง
- กำจัดวัชพืชที่เป็นพืชอาศัย เช่น สาบเสือ ตามที่หน้าเดียวกันระบุไว้
- ตัดและเผาหรือฝังส่วนที่ถูกทำลายหนัก อย่ากองทิ้งไว้ใต้ต้น
- ควบคุมมดที่ขึ้นลงลำต้น เพราะข่าวของกรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่ามดพาเพลี้ยแป้ง
- เลี่ยงการพ่นสารขณะดอกบาน เพื่อรักษาแมลงผสมเกสร
- ศูนย์บริหารศัตรูพืชกล่าวถึงเชื้อราบิวเวอเรียและเมตาไรเซียมเป็นทางเลือก ควรซื้อจากแหล่งที่มีหน่วยงานรับรองและอ่านฉลากการใช้
- ไม่ฉีดน้ำแรง ๆ ใส่ช่อดอกเพื่อไล่แมลง เพราะทำช่อดอกช้ำและอาจทำให้เสียหายมากกว่าเดิม
เรื่องสารเคมี: ที่ควรรู้โดยไม่ระบุปริมาณ
ข่าวเกษตรปี 2562 ระบุชื่อสามัญของสารหลายตัวสำหรับเพลี้ยไฟและเพลี้ยแป้ง แต่ผมเลือกไม่ใส่ชื่อและอัตราในบทความนี้ด้วยเหตุผล 3 ข้อ ข้อแรก ข่าวเก่ากว่าหกปี ทะเบียนวัตถุอันตรายเปลี่ยนได้ ข้อสอง สารบางชนิดอาจถูกจำกัดการใช้ในภายหลัง ข้อสาม ปริมาณที่ถูกต้องขึ้นกับสูตรและฉลากของผลิตภัณฑ์แต่ละตัว
- อ่านฉลากทุกครั้ง ผลิตภัณฑ์ต้องระบุว่าใช้กับพืชและศัตรูชนิดใดได้
- ถามเกษตรอำเภอก่อนว่าสารที่คิดจะใช้ยังขึ้นทะเบียนและใช้กับมะม่วงหิมพานต์ได้หรือไม่
- สวมถุงมือ หน้ากาก และเสื้อแขนยาวทุกครั้งที่ผสมและพ่น
- เก็บเม็ดและผลหลังพ้นระยะเวลาปลอดภัยที่ฉลากกำหนด
- ล้างถังพ่นห่างจากบ่อน้ำและคลองที่ใช้เลี้ยงสัตว์หรือดื่มกิน
ศัตรูกับช่วงเวลาของปี: วางแผนเฝ้าระวังเป็นปฏิทิน
ข้อมูลจากข่าวของกรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่าเพลี้ยไฟพบมากช่วงอากาศเย็นที่มีแดดจัด และงานของอินเดียระบุช่วงระบาดของ Helopeltis ไว้ที่พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ในสภาพของอินเดีย ผมไม่พบปฏิทินศัตรูมะม่วงหิมพานต์ของไทยที่เปิดอ่านได้ จึงเสนอให้ทำปฏิทินของสวนตัวเองจากสมุดจดการสำรวจ ตารางนี้เป็นกรอบให้กรอกเอง ไม่ใช่ตัวเลขที่ยืนยันแล้ว
| ระยะของต้น | สิ่งที่ควรดู | ความถี่ในการสำรวจ (ข้อเสนอ) |
|---|---|---|
| แตกใบอ่อน | ยอดม้วน จุดน้ำตาล เพลี้ย | ทุก 5-7 วัน |
| ช่อดอกโผล่ถึงดอกบาน | เพลี้ยไฟบนช่อ ช่อไหม้ มดบนลำต้น | ทุก 3-5 วัน เพราะผลกระทบต่อการติดผลสูง |
| ติดผลอ่อน | ผลอ่อนร่วง จุดน้ำตาลบนผล | ทุก 5-7 วัน |
| ผลโต ใกล้เก็บ | แผลบนผล ราดำ | ทุก 7-10 วัน |
| หลังเก็บเกี่ยว | รูเจาะลำต้น กิ่งแห้ง | เดือนละครั้ง พร้อมตัดแต่ง |
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ: ทำไมเรื่องนี้คุ้มกับการลงแรง
ข้อมูลพื้นฐานจังหวัดอุตรดิตถ์ที่ปรับปรุงเมื่อ พ.ย. 2566 ระบุปี 2566 ว่ามีเกษตรกรปลูกมะม่วงหิมพานต์ 3,875 ราย พื้นที่ปลูก 36,912 ไร่ พื้นที่เก็บเกี่ยว 31,802 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 285 กก./ไร่ รวม 9,073.64 ตัน ราคาเฉลี่ยประมาณการ 40 บาท/กก. มูลค่าราว 362.95 ล้านบาท ตัวเลขนี้เป็นประมาณการของจังหวัดเดียว ใช้เห็นขนาดของพืชนี้ ไม่ใช่ราคารับซื้อปัจจุบัน
เมื่อผลผลิตต่อไร่ไม่สูง การเสียช่อดอกหรือผลอ่อนไปส่วนหนึ่งจึงกระทบรายได้ชัดเจน ผู้ปลูกควรคำนวณว่าต้นทุนการสำรวจและป้องกันเทียบกับมูลค่าผลผลิตที่เสี่ยงเสียแล้วคุ้มหรือไม่ โดยใช้สูตรง่าย ๆ ด้านล่าง
| รายการ | วิธีคิด | ตัวอย่างการกรอก (ตัวเลขสมมติเพื่อแสดงวิธีคิด ไม่ใช่ข้อมูลจริง) |
|---|---|---|
| ผลผลิตที่เสี่ยงเสีย | ผลผลิตเฉลี่ยของสวน x สัดส่วนที่ช่อไหม้ | ถ้าเคยได้ 285 กก./ไร่ (ตัวเลขเฉลี่ยของอุตรดิตถ์ 2566) และช่อเสียไป 10% จะเสีย 28.5 กก./ไร่ |
| มูลค่าที่เสีย | กก.ที่เสีย x ราคารับซื้อวันนั้น | กรอกราคาจริงจากผู้รับซื้อที่ติดต่อเอง |
| ต้นทุนป้องกัน | ค่าแรงสำรวจ + ค่าวัสดุ + ค่าแรงพ่น | กรอกจากใบเสร็จและจำนวนวันทำงานจริง |
| ตัดสินใจ | ถ้ามูลค่าที่เสียสูงกว่าต้นทุนป้องกัน แปลว่าการป้องกันมีเหตุผลทางเงิน | เทียบสองบรรทัดข้างบน |
ต้นทุนรวมทั้งสวนดูต่อได้ที่ ต้นทุนทำสวนผลไม้: แยกรายจ่ายเริ่มต้น รายเดือน และจุดคุ้มทุน สำหรับพืชอื่นในกลุ่มไม้ผลที่ต้องดูแลช่วงแตกยอดคล้ายกัน อ่านเทียบกับ ดูแลมะม่วงหลังปลูก ได้ แต่อย่านำอาการโรคของมะม่วงกินผลมาตัดสินใจกับมะม่วงหิมพานต์โดยตรง
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจพ่นสาร
- ยืนยันชนิดศัตรูแล้วหรือยัง ถ่ายรูปและเคาะดูตัวจริง
- เห็นความเสียหายเกิน 1 ต้นหรือกระจุกเดียว
- อยู่ช่วงดอกบานเต็มที่หรือไม่ ถ้าใช่ให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ก่อน
- ผลิตภัณฑ์ที่เลือกระบุพืชและศัตรูตรงกับที่เป็น
- มีอุปกรณ์ป้องกันครบ และตรวจสภาพหัวพ่นแล้ว
- จดวันที่และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ใช้เทียบรอบสำรวจครั้งถัดไป
- วางแผนพ่นซ้ำตามฉลากหรือคำแนะนำเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่พ่นครั้งเดียว
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการจัดการศัตรูมะม่วงหิมพานต์
- พ่นสารตามอาการที่เพื่อนบ้านบอกโดยไม่ยืนยันชนิดศัตรูก่อน ยอดหงิกจากเพลี้ยไฟกับยอดหงิกจากขาดน้ำดูคล้ายกันมาก
- พ่นครั้งเดียวแล้วหยุด ทั้งที่เอกสารของกรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้พ่นซ้ำเพราะตัวอ่อนหลบอยู่
- พ่นตอนดอกบานเต็มที่จนแมลงผสมเกสรได้รับผลกระทบ ทำให้ติดผลน้อยลงแม้ศัตรูหมดแล้ว
- ปล่อยให้วัชพืชอาศัยในแปลงอยู่ต่อ ทำให้ศัตรูกลับมาเร็ว
- ไม่ตัดแต่งทรงพุ่ม ความชื้นสะสมในพุ่มทึบทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น
- ลืมจดบันทึก ทำให้ปีหน้าต้องเดาใหม่ทุกครั้ง
สรุป
สรุปคือ เพลี้ยไฟและเพลี้ยแป้งเป็นศัตรูที่มีเอกสารไทยรองรับ มวนยุงเป็นความเสี่ยงที่ควรรู้จักจากงานต่างประเทศ ส่วนโรคของมะม่วงหิมพานต์ในไทยยังไม่มีเอกสารเปิดอ่านที่ผมพบ จึงควรยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนลงมือ งานที่ได้ผลมากที่สุดคือการเดินสำรวจสม่ำเสมอ จดบันทึก ตัดแต่งให้โปร่ง และพ่นเมื่อจำเป็นตามฉลาก ข้อมูล ณ พ.ย. 2569
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมส่งเสริมการเกษตร ผ่านห้องสมุดเกษตรไทย มก. — แนะปราบ 2 เพลี้ยในมะม่วงหิมพานต์ (เพลี้ยไฟและเพลี้ยแป้ง) ข่าวเกษตร 25 มี.ค. 2562 (https://thaifarmer.lib.ku.ac.th/news/5c9870f04dc0454c34f24740)
- ศูนย์บริหารศัตรูพืช กรมส่งเสริมการเกษตร — มวนยุงในฝรั่ง (Helopeltis theivora) ชีวิตวิทยา ลักษณะการทำลาย และแนวทางจัดการ (https://esc.doae.go.th/%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87/)
- Saroj, Bhat และ Srikumar (2016) Indian Journal of Agricultural Sciences 86(2) — งานทบทวนเรื่อง Helopeltis ในมะม่วงหิมพานต์ของอินเดีย (https://agris.fao.org/search/en/records/66471bb1c059016b9a4818cd)
- Sikirou และคณะ (2021) มหาวิทยาลัยอาโบเม-กาลาวี — งานทบทวนโรคและแมลงศัตรูมะม่วงหิมพานต์ในแอฟริกา (https://dspace.uac.bj/handle/123456789/8790)
- สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ข้อมูลพื้นฐานจังหวัดอุตรดิตถ์ ปรับปรุง พ.ย. 2566) — ตัวเลขพื้นที่ปลูกและผลผลิตมะม่วงหิมพานต์ปี 2566 ของจังหวัดอุตรดิตถ์ (https://www.opsmoac.go.th/uttaradit-dwl-files-452891791958)
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
น้ำค้างแข็งและอากาศเย็นจัดบนที่สูงทำให้พืชเสียหายแค่ไหน ป้องกันแปลงอย่างไร
อธิบายกลไกที่น้ำค้างแข็งทำลายเนื้อเยื่อพืช วิธีดูอาการและประเมินความรุนแรง และวิธีป้องกันแปลงที่ลงทุนน้อยตามหลักวิชาของ FAO พร้อมบอกตรง ๆ ว่ายังไม่พบตัวเลขกลางของพืชไทย
ปลูกฟักทองหน้าแล้งในพื้นที่น้ำน้อย ทำได้ไหมและต้องจัดการน้ำอย่างไร
ฟักทองใช้น้ำน้อยกว่านาปรังแต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องให้น้ำ บทความสรุปตัวเลขโครงการสุพรรณบุรีปี 2565 และหลักจัดการน้ำของกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมบอกจุดที่ข้อมูลไม่ตรงกันหรือยังไม่พบ
ปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม ตลาดรับซื้อและข้อควรรู้ก่อนลงทุน
แนวตัดสินใจก่อนปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม สรุปข้อมูลกรณีสตูล โครงการฟ้าทะลายโจร และต้นทุนตัวอย่าง พร้อมบอกว่าข้อมูลใดยังตรวจสอบไม่ได้
ทุเรียนช่วงปลายปีควรดูแลอย่างไร ให้พร้อมสะสมอาหารก่อนออกดอก
สรุปงานสวนทุเรียนช่วงปลายปีจากเอกสารกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร ตั้งแต่ตรวจสภาพต้น ตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย ไปจนถึงช่วงงดน้ำก่อนออกดอก พร้อมระบุตัวเลขที่ยังต้องถามเกษตรอำเภอ
เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกรอบหน้าอย่างไรให้ยังงอกดี ตั้งแต่ตากจนเก็บในภาชนะ
ขั้นตอนเก็บเมล็ดพันธุ์ผักไว้ปลูกต่อ ตั้งแต่เลือกต้นแม่ เก็บเกี่ยว ตากให้แห้ง ไปจนถึงบรรจุภาชนะและทดสอบความงอก อิงเกณฑ์จากสวทช. ม.เชียงใหม่ และม.แม่โจ้
ปลูกผักอายุสั้นช่วงน้ำน้อย ผักชนิดไหนใช้น้ำน้อยและเก็บขายได้ภายใน 30-45 วัน
เอกสารศูนย์เรียนรู้ที่เผยแพร่ผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัดระบุอายุเก็บเกี่ยวผักบุ้งจีน 25 วัน ผักชี 30 วัน ผักตั้งโอ๋ 40 วัน คะน้า 45 วัน แต่ยังไม่มีแหล่งทางการที่จัดอันดับปริมาณน้ำของผักแต่ละชนิด
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

10ชิ้น กาวดักแมลงวันทอง แมลงวันที่แข็งแกร่งดักแมลงสองด้านสี…
กับดักแมลง
ใช้ติดตามและดักแมลงศัตรูพืชแบบไม่ใช้สาร

ไตรโคเดอร์มา Trichoderma เชื้อราไตรโคเดอร์มา…
ชีวภัณฑ์
ทางเลือกชีวภัณฑ์ที่มีทะเบียน ใช้ตามอัตราบนฉลากเท่านั้น

เป้หยอดปุ๋ย 30L ถังใส่ปุ๋ยข้าวโพด ไม่ต้องก้มหลัง…
เครื่องพ่น/ถังพ่น
ใช้พ่นปุ๋ยน้ำหรือสารตามฉลากให้ทั่วทรงพุ่ม
เช็กก่อนซื้อ
- ความจุถังและน้ำหนักเมื่อเติมเต็มสำหรับสะพาย
- ระบบแรงดัน: โยกมือ แบตเตอรี่ หรือเครื่องยนต์

รองเท้าบูทยาว บูทกันน้ำ,บูทนาเกาหลี
อุปกรณ์ป้องกันขณะทำงาน
ป้องกันมือ เท้า และผิวหนังระหว่างพ่นสารหรือทำงานในแปลง
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
มะม่วงหิมพานต์มีศัตรูพืชหลักอะไรบ้าง
เอกสารของกรมส่งเสริมการเกษตร (25 มี.ค. 2562) ระบุเพลี้ยไฟและเพลี้ยแป้งชัดเจนที่สุด ส่วนมวนยุง Helopeltis เป็นแมลงที่งานวิจัยของอินเดียระบุว่าทำความเสียหายหนัก ควรสังเกตทั้งสามกลุ่ม
ช่อดอกมะม่วงหิมพานต์ไหม้ดำ เกิดจากอะไร
ข่าวของกรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่าเพลี้ยไฟทำให้ช่อดอกเป็นรอยไหม้สีดำและติดผลไม่ได้ แต่ต้องเคาะช่อดูตัวจริงก่อนสรุป เพราะอาการอื่นก็ทำให้ช่อแห้งได้
ควรพ่นเพลี้ยกี่ครั้ง
ข่าวระบุให้พ่นซ้ำ 2-3 ครั้ง ห่างกัน 7 วัน เพราะตัวอ่อนหลบอยู่ใต้ตัวเมีย แต่ให้ตรวจชื่อสารและฉลากกับเกษตรอำเภอก่อน เพราะข่าวเก่า
ทำไมมีมดเดินตามลำต้นมะม่วงหิมพานต์
ข่าวของกรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่ามดพาเพลี้ยแป้ง จึงเป็นสัญญาณให้ตรวจใต้ใบและโคนช่อดอก
ไม่มีคู่มือโรคมะม่วงหิมพานต์ของไทยหรือ
ผมไม่พบคู่มือฉบับไทยที่เปิดอ่านได้ ข้อมูลโรคในบทความนี้มาจากงานทบทวนในแอฟริกา จึงควรให้เกษตรอำเภอหรือกรมวิชาการเกษตรยืนยันก่อนจัดการ
ควรโทรหาใครเมื่อพบอาการแปลก ๆ
เริ่มที่สำนักงานเกษตรอำเภอหรือเกษตรจังหวัด พร้อมรูปถ่ายและตัวอย่างยอดหรือช่อที่เป็นอาการ
