คำตอบสั้น ๆ
ฝ้ายเจอศัตรูต่างชนิดกันตามช่วงอายุ ต้นอ่อนเจอเชื้อราและเพลี้ย ช่วงติดสมอเจอหนอน บทความนี้เรียงอาการและการป้องกันตามเอกสารของกรมวิชาการเกษตร
คำตอบเร็ว: โรคสำคัญของฝ้ายที่กรมวิชาการเกษตรระบุไว้มี 4 อย่าง คือ โรคใบหงิก (มีเพลี้ยอ่อนเป็นพาหะ) โรคเน่าคอดินในต้นอ่อน โรคเหี่ยว และโรคใบไหม้จากแบคทีเรีย ส่วนแมลงที่ต้องเฝ้าระวังมี 5 กลุ่ม คือ เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ แมลงหวี่ขาวยาสูบ และหนอนเจาะสมอฝ้าย โดยหนอนเจาะสมอระบาดหนักช่วงตุลาคมถึงพฤศจิกายนตอนฝ้ายติดสมอมากที่สุด เกณฑ์ที่เอกสารกำหนดให้เริ่มป้องกันคือพบหนอน 6 ตัวต่อ 30 ต้น การแข่งขันของวัชพืชทำให้ผลผลิตลดได้ 20 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ (ข้อมูล ณ พ.ย. 2569 อ้างเอกสารปี 2563)
ฝ้ายเป็นพืชที่ศัตรูมาเยือนตลอดฤดู ต้นอ่อนเจอเชื้อราและเพลี้ย ช่วงออกดอกเจอเพลี้ยกับแมลงหวี่ขาว ช่วงติดสมอเจอหนอน บทความนี้เรียงอาการตามช่วงอายุพืช เพื่อให้ผู้ปลูกรู้ว่าสัปดาห์นี้ควรดูอะไร เนื้อหาอิงเอกสารคำแนะนำเทคโนโลยีการผลิตฝ้าย ของสถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน กรมวิชาการเกษตร (กรกฎาคม 2563) และรายงานวิจัยเรื่องหนอนเจาะสมอฝ้ายอีกหนึ่งฉบับ ซึ่งจะระบุที่มาแยกให้ชัด
เรื่องการแข่งกับวัชพืชและเพลี้ยไฟมีบทความกลางของเว็บ ดูเพิ่มได้ที่ การดูแลและป้องกันเพลี้ยไฟ และ วัชพืชคุมไม่อยู่ บทความนี้เจาะเฉพาะอาการและการป้องกันในฝ้าย
ตารางสรุป: ช่วงอายุกับสิ่งที่ต้องสังเกต
| ช่วงเวลา | ศัตรูที่ต้องดู | อาการที่เห็น |
|---|---|---|
| งอกถึงต้นอ่อน | โรคเน่าคอดิน | ลำต้นช่วงงอกเป็นแผลสีน้ำตาลปนดำ พบมากช่วงอากาศเย็นและชื้น |
| อายุ 4 ถึง 8 สัปดาห์ | โรคใบหงิก และเพลี้ยอ่อน | ใบยอดหงิกม้วนหรืองุ้มลง ข้อลำต้นสั้น |
| อายุ 4 ถึง 6 สัปดาห์ | โรคเหี่ยว | เจริญเติบโตช้า ต้นแคระ ใบเหี่ยวร่วง ต้นแห้งตาย |
| ตลอดฤดู โดยเฉพาะฝนชุก | โรคใบไหม้ ใบจุดเหลี่ยม สมอเน่า | จุดฉ่ำน้ำที่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เกิดได้ทุกส่วนของต้น |
| แล้งหรือฝนทิ้งช่วง | เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ | ขอบใบน้ำตาลถึงแดง ใบงุ้ม ผิวใต้ใบสีเงินหรือบรอนซ์ |
| สิงหาคมถึงตุลาคม | แมลงหวี่ขาวยาสูบ | ราดำบนใบ ใบร่วงเร็ว เส้นใยสกปรก |
| ตุลาคมถึงพฤศจิกายน | หนอนเจาะสมอฝ้าย | ดอกร่วง รูที่ฐานสมอ มูลหนอนบนสมอและริ้วประดับดอก |
โรคของฝ้าย
โรคใบหงิก
เอกสารกรมวิชาการเกษตรบรรยายว่า ใบยอดหงิกม้วนหรืองุ้มลง ข้อต่อของลำต้นสั้น ระบาดรุนแรงช่วงฝ้ายอายุ 4 ถึง 8 สัปดาห์ เพลี้ยอ่อนฝ้ายเป็นพาหะของโรคนี้ การป้องกันที่เอกสารระบุคือ ปลูกพันธุ์ต้านทาน ถอนต้นที่เป็นโรคตั้งแต่เริ่มมีอาการ กำจัดเพลี้ยอ่อน และเผาทำลายวัชพืชที่เป็นพืชอาศัยของโรค
พันธุ์ที่เอกสารระบุว่าต้านทานโรคใบหงิก ได้แก่ ตากฟ้า 3, ตากฟ้า 84-4, ตากฟ้า 86-5 และตากฟ้า 7 ส่วนตากฟ้า 6 ต้านทานระดับปานกลาง ผลผลิตปุยทั้งเมล็ดในเอกสารอยู่ที่ราว 177 ถึง 285 กิโลกรัมต่อไร่ขึ้นกับพันธุ์ ตัวเลขนี้เป็นผลจากงานของหน่วยงานวิจัย ไม่ใช่คำสัญญาในแปลงเกษตรกร
โรคเน่าคอดิน
เกิดกับต้นเล็กที่เพิ่งงอก โดยเฉพาะช่วงอากาศเย็นและชื้นมาก ลำต้นช่วงที่กำลังงอกมีแผลสีน้ำตาลปนดำ เอกสารแนะนำให้เลี่ยงปลูกช่วงอากาศเย็น หรือคลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารกำจัดเชื้อราตามคำแนะนำ ผู้เขียนไม่ระบุชื่อสารและอัตราเพราะต้องดูฉลากและปรึกษาเจ้าหน้าที่
โรคเหี่ยว
เกิดกับฝ้ายอายุ 4 ถึง 6 สัปดาห์ ทำให้เจริญเติบโตช้า ต้นแคระแกร็น ใบเหี่ยวร่วง ต้นแห้งตาย เอกสารแนะนำให้เลี่ยงแปลงที่เคยระบาด ถอนต้นที่เป็นโรคไปเผาทำลาย หรือปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อตัดวงจรโรค
โรคใบไหม้ ใบจุดเหลี่ยม ก้านดำ และสมอเน่า
เป็นโรคจากแบคทีเรียที่ติดไปกับเมล็ด แผลเริ่มเป็นจุดฉ่ำน้ำแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เกิดได้ทุกส่วนของต้นและทุกระยะ ระบาดรุนแรงเมื่อฝนชุก เอกสารแนะนำไม่ใช้เมล็ดพันธุ์จากแหล่งหรือแปลงที่ระบาด ถอนต้นเป็นโรคไปเผาทำลายตั้งแต่เริ่มมีอาการ และในแหล่งที่เจอบ่อยให้คลุกเมล็ดก่อนปลูกตามคำแนะนำ
แมลงศัตรูฝ้าย
เพลี้ยจักจั่นฝ้าย เพลี้ยอ่อน และเพลี้ยไฟ
สามกลุ่มนี้ดูดน้ำเลี้ยงและระบาดรุนแรงในสภาพแห้งแล้งหรือฝนทิ้งช่วงนาน เพลี้ยจักจั่นทำให้ต้นอ่อนแคระแกร็นหรือตาย ขอบใบเป็นสีน้ำตาลถึงแดง ใบกรอบแห้งและงุ้มลง ต่อมาใบ ดอก และสมอร่วง เพลี้ยอ่อนอยู่ใต้ใบอ่อน ทำให้ยอดชะงัก และเป็นพาหะของโรคใบหงิก เพลี้ยไฟเจาะเยื่อใบทำให้ผิวใบด้านล่างเป็นสีเงินหรือบรอนซ์ ต่อมาใบน้ำตาล เหี่ยว และร่วง
เอกสารแนะนำให้สำรวจแมลงปากดูดในแปลงทุกสัปดาห์ และกำจัดพืชอาศัยบริเวณรอบแปลง พันธุ์ตากฟ้า 84-4 และตากฟ้า 7 มีข้อความว่าทนทานต่อเพลี้ยจักจั่น
แมลงหวี่ขาวยาสูบ
ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดน้ำเลี้ยง ขับมูลหวานทำให้เกิดราดำ ใบร่วงเร็วกว่าที่ควร และเส้นใยฝ้ายสกปรก ระบาดช่วงกลางถึงปลายฤดู ตั้งแต่สิงหาคมถึงตุลาคม แล้วต่อเนื่องไปทั้งฤดู เอกสารแนะนำเน้นกำจัดวัชพืชอาศัยรอบแปลงเป็นอันดับแรก
หนอนเจาะสมอฝ้าย
หนอนกัดกินใบ ดอก และสมอฝ้ายทุกขนาด ทำให้ดอกร่วง เจาะฐานสมอเข้าไปกินข้างใน และถ่ายมูลไว้บนสมอและริ้วประดับดอก พบตลอดฤดูแต่หนักสุดตุลาคมถึงพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่ฝ้ายติดสมอมากที่สุด เอกสารกำหนดเกณฑ์ให้เริ่มป้องกันกำจัดเมื่อพบหนอน 6 ตัวต่อ 30 ต้น และกำจัดวัชพืชอาศัยรอบแปลงควบคู่กัน
จัดการการดื้อสาร: ข้อมูลที่ยังไม่ครบสำหรับฝ้าย
รายงานวิจัยกรมวิชาการเกษตร (ปี 2561) ศึกษาความต้านทานสารฆ่าแมลงของหนอนเจาะสมอฝ้ายที่เก็บจากแปลงมะเขือเทศและพืชผักบางชนิด ไม่ใช่จากแปลงฝ้าย รายงานพบว่าสารฆ่าแมลงกลุ่มหนึ่งที่ทดสอบมีแนวโน้มสร้างความต้านทานในทุกพื้นที่ และแนะนำให้หยุดใช้สารชนิดนั้นในบางพื้นที่ ข้อนี้บอกได้ว่าหนอนชนิดเดียวกันดื้อสารได้ แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าประชากรที่อยู่ในแปลงฝ้ายของคุณดื้อสารหรือไม่ จึงไม่ควรใช้สารชนิดเดียวซ้ำทุกรอบ และควรสอบถามเกษตรอำเภอหรือศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ก่อนวางแผนสลับกลุ่มสาร
ผู้เขียนไม่ระบุชื่อสารฆ่าแมลงและอัตราที่ใช้ ทั้ง ๆ ที่เอกสารปี 2563 มีรายชื่อไว้ เพราะข้อกำหนดทะเบียนและฉลากเปลี่ยนได้ และการใช้ผิดชนิดเสี่ยงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ให้ตรวจชื่อสารที่ขึ้นทะเบียนล่าสุดกับกรมวิชาการเกษตรก่อนซื้อ
วัชพืช: ศัตรูที่ทำให้โรคและแมลงรุนแรงขึ้น
เอกสารกรมวิชาการเกษตรระบุว่า วัชพืชทำให้ฝ้ายโตช้า ทำให้ความชื้นในแปลงสูงจนอาจเป็นสาเหตุให้โรคและแมลงระบาด และอาจทำให้ผลผลิตลดลง 20 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ วัชพืชที่ยกตัวอย่างมีทั้งใบแคบ เช่น หญ้าตีนติด หญ้าตีนนก ใบกว้าง เช่น หญ้ายาง ผักโขม และกก เช่น แห้วหมู ทั้งยังเป็นพืชอาศัยของโรคใบหงิกและแมลงหลายชนิด การกำจัดวัชพืชรอบแปลงจึงเป็นมาตรการป้องกันโรคและแมลงไปในตัว
ด้านการจัดการสภาพแปลง เอกสารแนะนำพื้นที่ดอนหรือที่ลุ่มที่ไม่มีน้ำท่วมขัง ดินร่วนซุยระบายน้ำดี pH 5.5 ถึง 6.5 ซึ่งช่วยลดโรคเน่าคอดินและโรคเหี่ยวที่ชอบแปลงชื้น
การป้องกันตามช่วงการปลูก
- ก่อนปลูก เลือกพันธุ์ต้านทานโรคใบหงิกและเมล็ดจากแหล่งที่ไม่ระบาด เอกสารแนะนำเมล็ดที่งอกไม่ต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์
- เวลาปลูก เอกสารแนะนำเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมถ้าปลูกเป็นพืชแรก และปลายกรกฎาคมถึงกลางสิงหาคมถ้าเป็นพืชที่สอง เลี่ยงช่วงอากาศเย็นเพื่อลดเน่าคอดิน
- อายุ 3 ถึง 4 สัปดาห์ ถอนแยกต้น และเริ่มดูอาการใบหงิกกับเพลี้ยอ่อน
- ตลอดฤดู เดินสำรวจทุกสัปดาห์ จดจำนวนแมลงปากดูดและหนอน ถอนต้นที่เป็นโรค
- ก่อนเก็บเกี่ยว เก็บปุยครั้งแรกเมื่ออายุ 120 วัน แล้วเก็บทุก 7 ถึง 15 วัน
หลังเก็บเกี่ยว: ปัญหาที่มักมองข้าม
เอกสารกำชับให้ใช้ถุงผ้าบรรจุปุยฝ้าย ห้ามใช้ถุงปุ๋ยหรือถุงพลาสติกสาน เพราะเศษพลาสติกปนปุยทำให้ย้อมสีไม่ติด ผึ่งฝ้ายบนผ้าใบให้แห้งก่อนบรรจุ เก็บในโรงเรือนที่อากาศถ่ายเท ไม่ตากแดดนานหรือกองสุมมากเกินไป เพราะอาจเกิดความร้อนสะสมในกองฝ้าย อุปกรณ์ที่ช่วยได้คือผ้าใบสำหรับตากและถุงผ้าสำหรับบรรจุ ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านอุปกรณ์การเกษตร
เมื่อเก็บเกี่ยว ควรเก็บเฉพาะสมอที่แตกปุยเต็มที่และแห้งสนิท ปุยที่มีใบแห้งหรือเศษพืชปนจะลดคุณภาพที่ผู้รับซื้อให้ ราคารับซื้อปุยฝ้ายผู้เขียนไม่พบราคากลางที่มีวันที่อ้างอิงจากหน่วยงานรัฐ จึงไม่ระบุตัวเลข ให้ถามผู้รับซื้อหรือกลุ่มผู้ปลูกก่อนปลูก
ใครช่วยตรวจและให้คำแนะนำได้
เอกสารของกรมวิชาการเกษตรระบุช่องทางสอบถามไว้คือ สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน โทร 0 2579 3930 ถึง 1 และศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ โทร 0 5624 1019 (หมายเลขตามเอกสารปี 2563 อาจเปลี่ยน ควรตรวจซ้ำ) หรือสอบถามเกษตรอำเภอในพื้นที่ ซึ่งสะดวกที่สุดถ้าต้องส่งรูปอาการใบหรือสมอให้ช่วยวินิจฉัย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เห็นใบหงิกแล้วค่อยดูเพลี้ยอ่อน ทั้งที่ควรถอนต้นป่วยและคุมเพลี้ยตั้งแต่อายุ 4 สัปดาห์
- ปล่อยวัชพืชริมแปลงเป็นที่พักของเพลี้ยและเชื้อโรค
- เก็บเมล็ดปลูกต่อจากแปลงที่พบใบไหม้จากแบคทีเรีย
- ใช้สารกำจัดแมลงชนิดเดียวซ้ำตลอดฤดู
- ใช้ถุงปุ๋ยหรือกระสอบพลาสติกบรรจุปุยฝ้าย
- ปลูกพันธุ์ที่ไม่ต้านทานโรคใบหงิกในพื้นที่ที่เพลี้ยอ่อนระบาดทุกปี
สรุป
ฝ้ายเจอโรคใบหงิก เน่าคอดิน เหี่ยว และใบไหม้จากแบคทีเรีย กับแมลงปากดูด แมลงหวี่ขาว และหนอนเจาะสมอตามช่วงอายุ วิธีที่เอกสารกรมวิชาการเกษตรเน้นซ้ำ ๆ คือ ปลูกพันธุ์ต้านทาน ใช้เมล็ดสะอาด ถอนต้นป่วยแต่เนิ่น ๆ กำจัดวัชพืชอาศัย และสำรวจแปลงทุกสัปดาห์ ส่วนการเลือกใช้สารและการจัดการดื้อสารควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพราะข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่ครบสำหรับแปลงฝ้ายโดยตรง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมวิชาการเกษตร สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน — เอกสารคำแนะนำ เทคโนโลยีการผลิตฝ้าย (กรกฎาคม 2563) — พันธุ์ โรคและแมลงศัตรูฝ้าย เกณฑ์หนอนเจาะสมอ วัชพืช และการเก็บเกี่ยว https://www.doa.go.th/fcri/wp-content/uploads/2020/tachno/E-Book-10.pdf
- กรมวิชาการเกษตร — ความต้านทานของหนอนเจาะสมอฝ้าย Helicoverpa armigera ในมะเขือเทศ (รายงานปี 2561) — แนวโน้มการดื้อสารฆ่าแมลงของหนอนที่เก็บจากแปลงมะเขือเทศ https://info.doa.go.th/research/pdf/2561/755_2561.pdf
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
น้ำค้างแข็งและอากาศเย็นจัดบนที่สูงทำให้พืชเสียหายแค่ไหน ป้องกันแปลงอย่างไร
อธิบายกลไกที่น้ำค้างแข็งทำลายเนื้อเยื่อพืช วิธีดูอาการและประเมินความรุนแรง และวิธีป้องกันแปลงที่ลงทุนน้อยตามหลักวิชาของ FAO พร้อมบอกตรง ๆ ว่ายังไม่พบตัวเลขกลางของพืชไทย
ปลูกฟักทองหน้าแล้งในพื้นที่น้ำน้อย ทำได้ไหมและต้องจัดการน้ำอย่างไร
ฟักทองใช้น้ำน้อยกว่านาปรังแต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องให้น้ำ บทความสรุปตัวเลขโครงการสุพรรณบุรีปี 2565 และหลักจัดการน้ำของกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมบอกจุดที่ข้อมูลไม่ตรงกันหรือยังไม่พบ
ปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม ตลาดรับซื้อและข้อควรรู้ก่อนลงทุน
แนวตัดสินใจก่อนปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม สรุปข้อมูลกรณีสตูล โครงการฟ้าทะลายโจร และต้นทุนตัวอย่าง พร้อมบอกว่าข้อมูลใดยังตรวจสอบไม่ได้
ทุเรียนช่วงปลายปีควรดูแลอย่างไร ให้พร้อมสะสมอาหารก่อนออกดอก
สรุปงานสวนทุเรียนช่วงปลายปีจากเอกสารกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร ตั้งแต่ตรวจสภาพต้น ตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย ไปจนถึงช่วงงดน้ำก่อนออกดอก พร้อมระบุตัวเลขที่ยังต้องถามเกษตรอำเภอ
เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกรอบหน้าอย่างไรให้ยังงอกดี ตั้งแต่ตากจนเก็บในภาชนะ
ขั้นตอนเก็บเมล็ดพันธุ์ผักไว้ปลูกต่อ ตั้งแต่เลือกต้นแม่ เก็บเกี่ยว ตากให้แห้ง ไปจนถึงบรรจุภาชนะและทดสอบความงอก อิงเกณฑ์จากสวทช. ม.เชียงใหม่ และม.แม่โจ้
ปลูกผักอายุสั้นช่วงน้ำน้อย ผักชนิดไหนใช้น้ำน้อยและเก็บขายได้ภายใน 30-45 วัน
เอกสารศูนย์เรียนรู้ที่เผยแพร่ผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัดระบุอายุเก็บเกี่ยวผักบุ้งจีน 25 วัน ผักชี 30 วัน ผักตั้งโอ๋ 40 วัน คะน้า 45 วัน แต่ยังไม่มีแหล่งทางการที่จัดอันดับปริมาณน้ำของผักแต่ละชนิด
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

10ชิ้น กาวดักแมลงวันทอง แมลงวันที่แข็งแกร่งดักแมลงสองด้านสี…
กับดักแมลง
ใช้ติดตามและดักแมลงศัตรูพืชแบบไม่ใช้สาร

ไตรโคเดอร์มา Trichoderma เชื้อราไตรโคเดอร์มา…
ชีวภัณฑ์
ทางเลือกชีวภัณฑ์ที่มีทะเบียน ใช้ตามอัตราบนฉลากเท่านั้น

เป้หยอดปุ๋ย 30L ถังใส่ปุ๋ยข้าวโพด ไม่ต้องก้มหลัง…
เครื่องพ่น/ถังพ่น
ใช้พ่นปุ๋ยน้ำหรือสารตามฉลากให้ทั่วทรงพุ่ม
เช็กก่อนซื้อ
- ความจุถังและน้ำหนักเมื่อเติมเต็มสำหรับสะพาย
- ระบบแรงดัน: โยกมือ แบตเตอรี่ หรือเครื่องยนต์

รองเท้าบูทยาว บูทกันน้ำ,บูทนาเกาหลี
อุปกรณ์ป้องกันขณะทำงาน
ป้องกันมือ เท้า และผิวหนังระหว่างพ่นสารหรือทำงานในแปลง
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
ใบฝ้ายหงิกม้วนเกิดจากอะไร
เอกสารกรมวิชาการเกษตรระบุว่าเป็นโรคใบหงิก มีเพลี้ยอ่อนเป็นพาหะ ควรถอนต้นป่วย คุมเพลี้ย และปลูกพันธุ์ต้านทาน
หนอนเจาะสมอฝ้ายระบาดช่วงไหน
พบได้ตลอดฤดูปลูก แต่ระบาดรุนแรงช่วงตุลาคมถึงพฤศจิกายนที่ฝ้ายติดสมอมากที่สุด เกณฑ์เริ่มป้องกันตามเอกสารคือพบหนอน 6 ตัวต่อ 30 ต้น
ฝ้ายแล้งแล้วมีเพลี้ยมาก เกี่ยวกันไหม
เกี่ยวกัน เอกสารระบุว่าเพลี้ยจักจั่นและเพลี้ยอ่อนระบาดรุนแรงในสภาพแห้งแล้งและฝนทิ้งช่วงนาน ควรสำรวจทุกสัปดาห์
วัชพืชทำให้ผลผลิตฝ้ายลดได้แค่ไหน
เอกสารระบุว่าลดได้ 20 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นกับความหนาแน่นและระยะที่วัชพืชแข่ง ไม่ใช่ค่าตายตัวของทุกแปลง
หนอนเจาะสมอฝ้ายดื้อสารหรือไม่
รายงานปี 2561 พบแนวโน้มความต้านทานต่อสารบางกลุ่มในหนอนที่เก็บจากแปลงมะเขือเทศ ยังไม่มีข้อมูลเฉพาะแปลงฝ้าย จึงควรสลับกลุ่มสารและขอคำแนะนำเจ้าหน้าที่
ใช้ถุงอะไรเก็บปุยฝ้าย
ใช้ถุงผ้าหรือกระสอบป่าน ไม่ใช้ถุงปุ๋ยหรือถุงพลาสติกสาน เพราะเศษพลาสติกทำให้ย้อมสีไม่ติด
