ปลูกพืชเผยแพร่ 2 พฤศจิกายน 2569

โรคและแมลงของฝ้าย อาการที่ต้องสังเกตและการป้องกัน

โรคใบหงิก เน่าคอดิน เหี่ยว ใบไหม้ และแมลงของฝ้าย ตั้งแต่เพลี้ยถึงหนอนเจาะสมอ เรียงตามช่วงอายุ พร้อมเกณฑ์ 6 ตัวต่อ 30 ต้นและวิธีป้องกันจากกรมวิชาการเกษตร

โรคและแมลงของฝ้าย อาการที่ต้องสังเกตและการป้องกัน

คำตอบสั้น ๆ

ฝ้ายเจอศัตรูต่างชนิดกันตามช่วงอายุ ต้นอ่อนเจอเชื้อราและเพลี้ย ช่วงติดสมอเจอหนอน บทความนี้เรียงอาการและการป้องกันตามเอกสารของกรมวิชาการเกษตร

คำตอบเร็ว: โรคสำคัญของฝ้ายที่กรมวิชาการเกษตรระบุไว้มี 4 อย่าง คือ โรคใบหงิก (มีเพลี้ยอ่อนเป็นพาหะ) โรคเน่าคอดินในต้นอ่อน โรคเหี่ยว และโรคใบไหม้จากแบคทีเรีย ส่วนแมลงที่ต้องเฝ้าระวังมี 5 กลุ่ม คือ เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ แมลงหวี่ขาวยาสูบ และหนอนเจาะสมอฝ้าย โดยหนอนเจาะสมอระบาดหนักช่วงตุลาคมถึงพฤศจิกายนตอนฝ้ายติดสมอมากที่สุด เกณฑ์ที่เอกสารกำหนดให้เริ่มป้องกันคือพบหนอน 6 ตัวต่อ 30 ต้น การแข่งขันของวัชพืชทำให้ผลผลิตลดได้ 20 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ (ข้อมูล ณ พ.ย. 2569 อ้างเอกสารปี 2563)

ฝ้ายเป็นพืชที่ศัตรูมาเยือนตลอดฤดู ต้นอ่อนเจอเชื้อราและเพลี้ย ช่วงออกดอกเจอเพลี้ยกับแมลงหวี่ขาว ช่วงติดสมอเจอหนอน บทความนี้เรียงอาการตามช่วงอายุพืช เพื่อให้ผู้ปลูกรู้ว่าสัปดาห์นี้ควรดูอะไร เนื้อหาอิงเอกสารคำแนะนำเทคโนโลยีการผลิตฝ้าย ของสถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน กรมวิชาการเกษตร (กรกฎาคม 2563) และรายงานวิจัยเรื่องหนอนเจาะสมอฝ้ายอีกหนึ่งฉบับ ซึ่งจะระบุที่มาแยกให้ชัด

เรื่องการแข่งกับวัชพืชและเพลี้ยไฟมีบทความกลางของเว็บ ดูเพิ่มได้ที่ การดูแลและป้องกันเพลี้ยไฟ และ วัชพืชคุมไม่อยู่ บทความนี้เจาะเฉพาะอาการและการป้องกันในฝ้าย

ตารางสรุป: ช่วงอายุกับสิ่งที่ต้องสังเกต

ภาพประกอบ ตารางสรุป: ช่วงอายุกับสิ่งที่ต้องสังเกต
ช่วงเวลาศัตรูที่ต้องดูอาการที่เห็น
งอกถึงต้นอ่อนโรคเน่าคอดินลำต้นช่วงงอกเป็นแผลสีน้ำตาลปนดำ พบมากช่วงอากาศเย็นและชื้น
อายุ 4 ถึง 8 สัปดาห์โรคใบหงิก และเพลี้ยอ่อนใบยอดหงิกม้วนหรืองุ้มลง ข้อลำต้นสั้น
อายุ 4 ถึง 6 สัปดาห์โรคเหี่ยวเจริญเติบโตช้า ต้นแคระ ใบเหี่ยวร่วง ต้นแห้งตาย
ตลอดฤดู โดยเฉพาะฝนชุกโรคใบไหม้ ใบจุดเหลี่ยม สมอเน่าจุดฉ่ำน้ำที่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เกิดได้ทุกส่วนของต้น
แล้งหรือฝนทิ้งช่วงเพลี้ยจักจั่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟขอบใบน้ำตาลถึงแดง ใบงุ้ม ผิวใต้ใบสีเงินหรือบรอนซ์
สิงหาคมถึงตุลาคมแมลงหวี่ขาวยาสูบราดำบนใบ ใบร่วงเร็ว เส้นใยสกปรก
ตุลาคมถึงพฤศจิกายนหนอนเจาะสมอฝ้ายดอกร่วง รูที่ฐานสมอ มูลหนอนบนสมอและริ้วประดับดอก

โรคของฝ้าย

โรคใบหงิก

เอกสารกรมวิชาการเกษตรบรรยายว่า ใบยอดหงิกม้วนหรืองุ้มลง ข้อต่อของลำต้นสั้น ระบาดรุนแรงช่วงฝ้ายอายุ 4 ถึง 8 สัปดาห์ เพลี้ยอ่อนฝ้ายเป็นพาหะของโรคนี้ การป้องกันที่เอกสารระบุคือ ปลูกพันธุ์ต้านทาน ถอนต้นที่เป็นโรคตั้งแต่เริ่มมีอาการ กำจัดเพลี้ยอ่อน และเผาทำลายวัชพืชที่เป็นพืชอาศัยของโรค

พันธุ์ที่เอกสารระบุว่าต้านทานโรคใบหงิก ได้แก่ ตากฟ้า 3, ตากฟ้า 84-4, ตากฟ้า 86-5 และตากฟ้า 7 ส่วนตากฟ้า 6 ต้านทานระดับปานกลาง ผลผลิตปุยทั้งเมล็ดในเอกสารอยู่ที่ราว 177 ถึง 285 กิโลกรัมต่อไร่ขึ้นกับพันธุ์ ตัวเลขนี้เป็นผลจากงานของหน่วยงานวิจัย ไม่ใช่คำสัญญาในแปลงเกษตรกร

โรคเน่าคอดิน

เกิดกับต้นเล็กที่เพิ่งงอก โดยเฉพาะช่วงอากาศเย็นและชื้นมาก ลำต้นช่วงที่กำลังงอกมีแผลสีน้ำตาลปนดำ เอกสารแนะนำให้เลี่ยงปลูกช่วงอากาศเย็น หรือคลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารกำจัดเชื้อราตามคำแนะนำ ผู้เขียนไม่ระบุชื่อสารและอัตราเพราะต้องดูฉลากและปรึกษาเจ้าหน้าที่

โรคเหี่ยว

เกิดกับฝ้ายอายุ 4 ถึง 6 สัปดาห์ ทำให้เจริญเติบโตช้า ต้นแคระแกร็น ใบเหี่ยวร่วง ต้นแห้งตาย เอกสารแนะนำให้เลี่ยงแปลงที่เคยระบาด ถอนต้นที่เป็นโรคไปเผาทำลาย หรือปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อตัดวงจรโรค

โรคใบไหม้ ใบจุดเหลี่ยม ก้านดำ และสมอเน่า

เป็นโรคจากแบคทีเรียที่ติดไปกับเมล็ด แผลเริ่มเป็นจุดฉ่ำน้ำแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เกิดได้ทุกส่วนของต้นและทุกระยะ ระบาดรุนแรงเมื่อฝนชุก เอกสารแนะนำไม่ใช้เมล็ดพันธุ์จากแหล่งหรือแปลงที่ระบาด ถอนต้นเป็นโรคไปเผาทำลายตั้งแต่เริ่มมีอาการ และในแหล่งที่เจอบ่อยให้คลุกเมล็ดก่อนปลูกตามคำแนะนำ

แมลงศัตรูฝ้าย

เพลี้ยจักจั่นฝ้าย เพลี้ยอ่อน และเพลี้ยไฟ

สามกลุ่มนี้ดูดน้ำเลี้ยงและระบาดรุนแรงในสภาพแห้งแล้งหรือฝนทิ้งช่วงนาน เพลี้ยจักจั่นทำให้ต้นอ่อนแคระแกร็นหรือตาย ขอบใบเป็นสีน้ำตาลถึงแดง ใบกรอบแห้งและงุ้มลง ต่อมาใบ ดอก และสมอร่วง เพลี้ยอ่อนอยู่ใต้ใบอ่อน ทำให้ยอดชะงัก และเป็นพาหะของโรคใบหงิก เพลี้ยไฟเจาะเยื่อใบทำให้ผิวใบด้านล่างเป็นสีเงินหรือบรอนซ์ ต่อมาใบน้ำตาล เหี่ยว และร่วง

เอกสารแนะนำให้สำรวจแมลงปากดูดในแปลงทุกสัปดาห์ และกำจัดพืชอาศัยบริเวณรอบแปลง พันธุ์ตากฟ้า 84-4 และตากฟ้า 7 มีข้อความว่าทนทานต่อเพลี้ยจักจั่น

แมลงหวี่ขาวยาสูบ

ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดน้ำเลี้ยง ขับมูลหวานทำให้เกิดราดำ ใบร่วงเร็วกว่าที่ควร และเส้นใยฝ้ายสกปรก ระบาดช่วงกลางถึงปลายฤดู ตั้งแต่สิงหาคมถึงตุลาคม แล้วต่อเนื่องไปทั้งฤดู เอกสารแนะนำเน้นกำจัดวัชพืชอาศัยรอบแปลงเป็นอันดับแรก

หนอนเจาะสมอฝ้าย

หนอนกัดกินใบ ดอก และสมอฝ้ายทุกขนาด ทำให้ดอกร่วง เจาะฐานสมอเข้าไปกินข้างใน และถ่ายมูลไว้บนสมอและริ้วประดับดอก พบตลอดฤดูแต่หนักสุดตุลาคมถึงพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่ฝ้ายติดสมอมากที่สุด เอกสารกำหนดเกณฑ์ให้เริ่มป้องกันกำจัดเมื่อพบหนอน 6 ตัวต่อ 30 ต้น และกำจัดวัชพืชอาศัยรอบแปลงควบคู่กัน

จัดการการดื้อสาร: ข้อมูลที่ยังไม่ครบสำหรับฝ้าย

รายงานวิจัยกรมวิชาการเกษตร (ปี 2561) ศึกษาความต้านทานสารฆ่าแมลงของหนอนเจาะสมอฝ้ายที่เก็บจากแปลงมะเขือเทศและพืชผักบางชนิด ไม่ใช่จากแปลงฝ้าย รายงานพบว่าสารฆ่าแมลงกลุ่มหนึ่งที่ทดสอบมีแนวโน้มสร้างความต้านทานในทุกพื้นที่ และแนะนำให้หยุดใช้สารชนิดนั้นในบางพื้นที่ ข้อนี้บอกได้ว่าหนอนชนิดเดียวกันดื้อสารได้ แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าประชากรที่อยู่ในแปลงฝ้ายของคุณดื้อสารหรือไม่ จึงไม่ควรใช้สารชนิดเดียวซ้ำทุกรอบ และควรสอบถามเกษตรอำเภอหรือศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ก่อนวางแผนสลับกลุ่มสาร

ผู้เขียนไม่ระบุชื่อสารฆ่าแมลงและอัตราที่ใช้ ทั้ง ๆ ที่เอกสารปี 2563 มีรายชื่อไว้ เพราะข้อกำหนดทะเบียนและฉลากเปลี่ยนได้ และการใช้ผิดชนิดเสี่ยงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ให้ตรวจชื่อสารที่ขึ้นทะเบียนล่าสุดกับกรมวิชาการเกษตรก่อนซื้อ

วัชพืช: ศัตรูที่ทำให้โรคและแมลงรุนแรงขึ้น

เอกสารกรมวิชาการเกษตรระบุว่า วัชพืชทำให้ฝ้ายโตช้า ทำให้ความชื้นในแปลงสูงจนอาจเป็นสาเหตุให้โรคและแมลงระบาด และอาจทำให้ผลผลิตลดลง 20 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ วัชพืชที่ยกตัวอย่างมีทั้งใบแคบ เช่น หญ้าตีนติด หญ้าตีนนก ใบกว้าง เช่น หญ้ายาง ผักโขม และกก เช่น แห้วหมู ทั้งยังเป็นพืชอาศัยของโรคใบหงิกและแมลงหลายชนิด การกำจัดวัชพืชรอบแปลงจึงเป็นมาตรการป้องกันโรคและแมลงไปในตัว

ด้านการจัดการสภาพแปลง เอกสารแนะนำพื้นที่ดอนหรือที่ลุ่มที่ไม่มีน้ำท่วมขัง ดินร่วนซุยระบายน้ำดี pH 5.5 ถึง 6.5 ซึ่งช่วยลดโรคเน่าคอดินและโรคเหี่ยวที่ชอบแปลงชื้น

การป้องกันตามช่วงการปลูก

  1. ก่อนปลูก เลือกพันธุ์ต้านทานโรคใบหงิกและเมล็ดจากแหล่งที่ไม่ระบาด เอกสารแนะนำเมล็ดที่งอกไม่ต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์
  2. เวลาปลูก เอกสารแนะนำเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมถ้าปลูกเป็นพืชแรก และปลายกรกฎาคมถึงกลางสิงหาคมถ้าเป็นพืชที่สอง เลี่ยงช่วงอากาศเย็นเพื่อลดเน่าคอดิน
  3. อายุ 3 ถึง 4 สัปดาห์ ถอนแยกต้น และเริ่มดูอาการใบหงิกกับเพลี้ยอ่อน
  4. ตลอดฤดู เดินสำรวจทุกสัปดาห์ จดจำนวนแมลงปากดูดและหนอน ถอนต้นที่เป็นโรค
  5. ก่อนเก็บเกี่ยว เก็บปุยครั้งแรกเมื่ออายุ 120 วัน แล้วเก็บทุก 7 ถึง 15 วัน

หลังเก็บเกี่ยว: ปัญหาที่มักมองข้าม

เอกสารกำชับให้ใช้ถุงผ้าบรรจุปุยฝ้าย ห้ามใช้ถุงปุ๋ยหรือถุงพลาสติกสาน เพราะเศษพลาสติกปนปุยทำให้ย้อมสีไม่ติด ผึ่งฝ้ายบนผ้าใบให้แห้งก่อนบรรจุ เก็บในโรงเรือนที่อากาศถ่ายเท ไม่ตากแดดนานหรือกองสุมมากเกินไป เพราะอาจเกิดความร้อนสะสมในกองฝ้าย อุปกรณ์ที่ช่วยได้คือผ้าใบสำหรับตากและถุงผ้าสำหรับบรรจุ ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านอุปกรณ์การเกษตร

เมื่อเก็บเกี่ยว ควรเก็บเฉพาะสมอที่แตกปุยเต็มที่และแห้งสนิท ปุยที่มีใบแห้งหรือเศษพืชปนจะลดคุณภาพที่ผู้รับซื้อให้ ราคารับซื้อปุยฝ้ายผู้เขียนไม่พบราคากลางที่มีวันที่อ้างอิงจากหน่วยงานรัฐ จึงไม่ระบุตัวเลข ให้ถามผู้รับซื้อหรือกลุ่มผู้ปลูกก่อนปลูก

ใครช่วยตรวจและให้คำแนะนำได้

เอกสารของกรมวิชาการเกษตรระบุช่องทางสอบถามไว้คือ สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน โทร 0 2579 3930 ถึง 1 และศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ โทร 0 5624 1019 (หมายเลขตามเอกสารปี 2563 อาจเปลี่ยน ควรตรวจซ้ำ) หรือสอบถามเกษตรอำเภอในพื้นที่ ซึ่งสะดวกที่สุดถ้าต้องส่งรูปอาการใบหรือสมอให้ช่วยวินิจฉัย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เห็นใบหงิกแล้วค่อยดูเพลี้ยอ่อน ทั้งที่ควรถอนต้นป่วยและคุมเพลี้ยตั้งแต่อายุ 4 สัปดาห์
  • ปล่อยวัชพืชริมแปลงเป็นที่พักของเพลี้ยและเชื้อโรค
  • เก็บเมล็ดปลูกต่อจากแปลงที่พบใบไหม้จากแบคทีเรีย
  • ใช้สารกำจัดแมลงชนิดเดียวซ้ำตลอดฤดู
  • ใช้ถุงปุ๋ยหรือกระสอบพลาสติกบรรจุปุยฝ้าย
  • ปลูกพันธุ์ที่ไม่ต้านทานโรคใบหงิกในพื้นที่ที่เพลี้ยอ่อนระบาดทุกปี

สรุป

ฝ้ายเจอโรคใบหงิก เน่าคอดิน เหี่ยว และใบไหม้จากแบคทีเรีย กับแมลงปากดูด แมลงหวี่ขาว และหนอนเจาะสมอตามช่วงอายุ วิธีที่เอกสารกรมวิชาการเกษตรเน้นซ้ำ ๆ คือ ปลูกพันธุ์ต้านทาน ใช้เมล็ดสะอาด ถอนต้นป่วยแต่เนิ่น ๆ กำจัดวัชพืชอาศัย และสำรวจแปลงทุกสัปดาห์ ส่วนการเลือกใช้สารและการจัดการดื้อสารควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพราะข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่ครบสำหรับแปลงฝ้ายโดยตรง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมวิชาการเกษตร สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน — เอกสารคำแนะนำ เทคโนโลยีการผลิตฝ้าย (กรกฎาคม 2563) — พันธุ์ โรคและแมลงศัตรูฝ้าย เกณฑ์หนอนเจาะสมอ วัชพืช และการเก็บเกี่ยว https://www.doa.go.th/fcri/wp-content/uploads/2020/tachno/E-Book-10.pdf
  • 📄กรมวิชาการเกษตร — ความต้านทานของหนอนเจาะสมอฝ้าย Helicoverpa armigera ในมะเขือเทศ (รายงานปี 2561) — แนวโน้มการดื้อสารฆ่าแมลงของหนอนที่เก็บจากแปลงมะเขือเทศ https://info.doa.go.th/research/pdf/2561/755_2561.pdf

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

ไตรโคเดอร์มา Trichoderma เชื้อราไตรโคเดอร์มา…

ไตรโคเดอร์มา Trichoderma เชื้อราไตรโคเดอร์มา…

ชีวภัณฑ์

ทางเลือกชีวภัณฑ์ที่มีทะเบียน ใช้ตามอัตราบนฉลากเท่านั้น

เป้หยอดปุ๋ย 30L ถังใส่ปุ๋ยข้าวโพด ไม่ต้องก้มหลัง…

เป้หยอดปุ๋ย 30L ถังใส่ปุ๋ยข้าวโพด ไม่ต้องก้มหลัง…

เครื่องพ่น/ถังพ่น

ใช้พ่นปุ๋ยน้ำหรือสารตามฉลากให้ทั่วทรงพุ่ม

เช็กก่อนซื้อ

  • ความจุถังและน้ำหนักเมื่อเติมเต็มสำหรับสะพาย
  • ระบบแรงดัน: โยกมือ แบตเตอรี่ หรือเครื่องยนต์
รองเท้าบูทยาว บูทกันน้ำ,บูทนาเกาหลี

รองเท้าบูทยาว บูทกันน้ำ,บูทนาเกาหลี

อุปกรณ์ป้องกันขณะทำงาน

ป้องกันมือ เท้า และผิวหนังระหว่างพ่นสารหรือทำงานในแปลง

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

ใบฝ้ายหงิกม้วนเกิดจากอะไร

เอกสารกรมวิชาการเกษตรระบุว่าเป็นโรคใบหงิก มีเพลี้ยอ่อนเป็นพาหะ ควรถอนต้นป่วย คุมเพลี้ย และปลูกพันธุ์ต้านทาน

หนอนเจาะสมอฝ้ายระบาดช่วงไหน

พบได้ตลอดฤดูปลูก แต่ระบาดรุนแรงช่วงตุลาคมถึงพฤศจิกายนที่ฝ้ายติดสมอมากที่สุด เกณฑ์เริ่มป้องกันตามเอกสารคือพบหนอน 6 ตัวต่อ 30 ต้น

ฝ้ายแล้งแล้วมีเพลี้ยมาก เกี่ยวกันไหม

เกี่ยวกัน เอกสารระบุว่าเพลี้ยจักจั่นและเพลี้ยอ่อนระบาดรุนแรงในสภาพแห้งแล้งและฝนทิ้งช่วงนาน ควรสำรวจทุกสัปดาห์

วัชพืชทำให้ผลผลิตฝ้ายลดได้แค่ไหน

เอกสารระบุว่าลดได้ 20 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นกับความหนาแน่นและระยะที่วัชพืชแข่ง ไม่ใช่ค่าตายตัวของทุกแปลง

หนอนเจาะสมอฝ้ายดื้อสารหรือไม่

รายงานปี 2561 พบแนวโน้มความต้านทานต่อสารบางกลุ่มในหนอนที่เก็บจากแปลงมะเขือเทศ ยังไม่มีข้อมูลเฉพาะแปลงฝ้าย จึงควรสลับกลุ่มสารและขอคำแนะนำเจ้าหน้าที่

ใช้ถุงอะไรเก็บปุยฝ้าย

ใช้ถุงผ้าหรือกระสอบป่าน ไม่ใช้ถุงปุ๋ยหรือถุงพลาสติกสาน เพราะเศษพลาสติกทำให้ย้อมสีไม่ติด