คำตอบสั้น ๆ
รวบรวมปัญหาน้อยหน่าจากรายงานกรมวิชาการเกษตรและงานวิจัยในพื้นที่ปากช่อง แยกชัดว่าเรื่องไหนมีหลักฐาน และเรื่องไหนยังไม่ยืนยันสาเหตุ
คำตอบเร็ว: ปัญหาของน้อยหน่าที่มีรายงานจากงานวิจัยกรมวิชาการเกษตรและมหาวิทยาลัยในพื้นที่ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา แบ่งได้เป็นสามกลุ่ม คือ แมลงศัตรู ซึ่งสำคัญที่สุดคือเพลี้ยแป้ง กิ่งแห้งที่ยังไม่ยืนยันสาเหตุ และผลผลิตที่ติดน้อยหรือเสียคุณภาพเพราะการผสมเกสรและช่วงเก็บเกี่ยว วิธีแก้ที่มีหลักฐานคือสำรวจแมลงก่อนพ่น (งานทดสอบใช้เกณฑ์เพลี้ยแป้งเกิน 2 ตัวต่อผล) ห่อผลหรือใช้กับดักลดแมลงวันทอง และเก็บเกี่ยวตามอายุผล ส่วนสาเหตุผลร่วง ผลแตก หรือผลเบี้ยวยังไม่พบรายงานชัดเจน จึงไม่ขอระบุเป็นข้อเท็จจริง (ข้อมูล ณ พ.ย. 2569)
ปัญหาน้อยหน่าที่มีรายงานรองรับ สรุปเป็นตาราง
น้อยหน่า (Annona squamosa L.) อยู่ในวงศ์เดียวกับน้อยโหน่ง ทุเรียนเทศ และเชอริโมยา ตามรายงานของกรมวิชาการเกษตร น้อยหน่าที่ปลูกในไทยมีสองกลุ่ม คือน้อยหน่าพื้นบ้าน เช่น น้อยหน่าหนังและน้อยหน่าฝ้าย ซึ่งมีพื้นที่ปลูกราวร้อยละ 75 กับน้อยหน่าลูกผสม เช่น เพชรปากช่อง และพันธุ์ออสเตรเลีย ราวร้อยละ 25 โดยแหล่งปลูกเชิงการค้าสำคัญอยู่ที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ตัวเลขสัดส่วนนี้เป็นข้อมูลอ้างอิงจากรายงานเก่า อาจเปลี่ยนไปแล้ว ผู้ปลูกควรสอบถามเกษตรอำเภอสำหรับข้อมูลล่าสุด
ก่อนลงรายละเอียด ตารางนี้สรุปปัญหาที่มีรายงาน พร้อมสถานะของข้อมูลแต่ละเรื่อง
| ปัญหา | สิ่งที่รายงานระบุ | สถานะข้อมูล |
|---|---|---|
| เพลี้ยแป้ง | พบทุกแปลงที่สำรวจ เข้าทำลายช่วงผลอยู่บนต้น และติดไปกับผลที่เก็บเกี่ยว | มีรายงานกรมวิชาการเกษตร (แปลงเกษตรกร 5 แปลง ปากช่อง) |
| แมลงหวี่ขาว | เข้าทำลายตอนแตกใบอ่อนหลังตัดแต่งกิ่ง ใบผิดรูป ถ้ามากใบร่วง และเป็นพาหะนำโรคได้ | มีรายงานเดียวกัน |
| เพลี้ยหอยยักษ์ เพลี้ยอ่อน ไรแดง | พบในแปลง เพลี้ยหอยยักษ์ดูดน้ำเลี้ยงช่วงแตกใบอ่อน | มีการสำรวจพบ ไม่มีตัวเลขความเสียหาย |
| หนอนเจาะผล ด้วงงวงเจาะดอก หนอนคืบ | พบในแปลง | รายงานระบุชื่อเท่านั้น |
| แมลงวันทอง | วางไข่ในผล สะสมมากเมื่อเก็บเกี่ยวหมดแล้วไม่ดูแลแปลง ไม่มีการห่อผลหรือใช้กับดัก | มีรายงานเดียวกัน |
| กิ่งแห้ง | แยกเชื้อราจากกิ่งที่แห้งได้ 2 ลักษณะโคโลนี แต่ยังไม่ยืนยันสาเหตุ | รายงานระหว่างดำเนินการ ยังไม่สรุปเชื้อสาเหตุ |
| ติดผลน้อยจากการผสมเกสร | ผสมตามธรรมชาติติดร้อยละ 29 ผสมด้วยมือติดร้อยละ 38 (เพชรปากช่อง) | มีงานวิจัยมหาวิทยาลัย ปี 2560 |
| ผลสุกเร็วหลังเก็บ | อายุผลที่เก็บเกี่ยวต่างกัน อยู่ได้ 4-6 วัน | มีงานวิจัยเดียวกัน |
| ผลร่วง ผลแตก ผลเบี้ยว | ไม่พบรายงานสาเหตุจากแหล่งที่เปิดอ่านได้ | ไม่ยืนยัน ควรให้เกษตรอำเภอตรวจที่สวน |
ถ้าสนใจเรื่องผสมเกสรด้วยมือและการตัดสินใจเรื่องแรงงาน มีบทความ ปลูกน้อยหน่าเพชรปากช่อง ต้องผสมเกสรมือไหม เขียนไว้แล้ว บทความนี้จะพูดถึงมุมปัญหาและการแก้ไขโดยรวม
เพลี้ยแป้ง ปัญหาที่หนักที่สุด และแมลงอื่นที่ตามรอบการตัดแต่ง
รายงานการทดสอบการควบคุมแมลงศัตรูน้อยหน่าแบบผสมผสาน ดำเนินงานระหว่างตุลาคม 2554 ถึงกันยายน 2556 ในแปลงน้อยหน่าพันธุ์พื้นเมืองของเกษตรกร 5 ราย อำเภอปากช่อง สรุปว่าแมลงศัตรูที่สำคัญคือเพลี้ยแป้ง เพราะพบว่ามีการเข้าทำลายช่วงที่ผลผลิตอยู่บนต้น และยังติดมากับผลที่เก็บเกี่ยวออกจากแปลง ทำให้เกษตรกรต้องจัดการหลังเก็บเกี่ยวเพิ่ม เสียทั้งเงินและเวลา รายงานยังระบุว่าเกษตรกรใช้สารเคมีกำจัดเพลี้ยแป้งปริมาณมากและบ่อยครั้ง ซึ่งเป็นอันตรายต่อเกษตรกร ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม และยังเพิ่มต้นทุน
ผลที่น่าสนใจคือ การทดสอบเปรียบเทียบระหว่างวิธีสำรวจก่อนพ่น ตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร ที่พ่นเมื่อพบเพลี้ยแป้งเกิน 2 ตัวต่อผล และพ่น 2 ครั้งห่างกัน 7 วัน กับวิธีของเกษตรกรที่พ่นเป็นตารางโดยไม่นับแมลงก่อน พบว่าวิธีแรกมีการเข้าทำลายของเพลี้ยแป้งน้อยกว่า และเกษตรกรที่เข้าร่วม 2 ราย นำไปใช้ในสวนของตนต่อ บทความนี้ไม่ระบุชื่อสารหรืออัตราที่ใช้ เพราะทะเบียนและคำแนะนำเปลี่ยนได้ ให้อ่านฉลากและสอบถามเกษตรอำเภอหรือศูนย์วิจัยของกรมวิชาการเกษตรก่อนใช้ทุกครั้ง สิ่งที่เอาไปใช้ได้ทันทีคือหลักการ นับก่อนพ่น แทนการพ่นตามปฏิทิน
มีอีกงานหนึ่งที่ศึกษาสารสกัดจากสมุนไพรกับเพลี้ยแป้งชนิด Dysmicoccus neobrevipes แต่เป็นการทดลองในห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่ผลในแปลงน้อยหน่า จึงยังไม่ควรนำไปใช้เป็นวิธีรักษาจริงในสวน
แมลงที่มาตามช่วงตัดแต่งกิ่งและช่วงเก็บเกี่ยว
- แมลงหวี่ขาว มาตอนน้อยหน่าแตกใบอ่อนหลังตัดแต่งกิ่ง รายงานระบุช่วงมกราคมถึงกุมภาพันธ์ และช่วงพฤษภาคมถึงมิถุนายนซึ่งเกษตรกรตัดแต่งกิ่งรอบที่สอง ข้อนี้ช่วยให้ตั้งเวลาไปสำรวจใบอ่อนได้ถูกช่วง
- เพลี้ยหอยยักษ์ ดูดน้ำเลี้ยงช่วงแตกใบอ่อน พบเกือบทุกแปลงที่สำรวจ
- แมลงวันทอง เมื่อเก็บเกี่ยวใกล้หมด เกษตรกรมักไม่ดูแลแปลงเท่าที่ควร ทำให้แมลงวันทองวางไข่ในผลและสะสมไปถึงฤดูถัดไป โดยแปลงที่สำรวจไม่มีการห่อผลหรือใช้กับดัก
- ชนิดอื่น เช่น เพลี้ยอ่อน ไรแดง หนอนเจาะผล ด้วงงวงเจาะดอก หนอนคืบ มีชื่อในรายงานแต่ไม่มีรายละเอียดความเสียหายเพียงพอจะระบุเกณฑ์
สรุปแบบใช้งานจริงได้ว่า ให้จดวันตัดแต่งกิ่ง แล้วสำรวจใบอ่อนและผลถี่ขึ้นในสองสามสัปดาห์หลังจากนั้น ไม่ต้องพ่นเผื่อทุกครั้ง และเก็บผลที่ร่วงหรือเสียออกจากแปลงเพื่อลดที่สะสมของแมลงวันทอง
กิ่งแห้ง ยังไม่ยืนยันสาเหตุ จึงต้องระวังการสรุปเอง
ตัวอย่างกิ่งน้อยหน่าที่แห้งจากสวนในอำเภอปากช่องถูกนำมาแยกเชื้อบนอาหารเลี้ยงเชื้อในห้องปฏิบัติการ ได้เชื้อราที่คาดว่าเป็นสาเหตุ 2 ลักษณะโคโลนี แต่รายงานระบุว่าอยู่ระหว่างจำแนกชนิดและพิสูจน์โรคโดยปลูกเชื้อกลับ จึงยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด รายงานเดียวกันกล่าวว่าในต่างประเทศมีรายงานเชื้อราหลายชนิดที่ทำให้อาการยอดแห้งกับพืชวงศ์เดียวกัน และเมื่อมีโรคระบาดในสวนหนึ่ง มักพบแพร่ไปสวนข้างเคียงได้
ผลคือไม่ควรเดาว่ากิ่งแห้งเกิดจากเชื้อราชนิดใดแล้วพ่นสารตามคนอื่น สิ่งที่ทำได้คือ ตัดกิ่งที่แห้งออกนอกแปลง ไม่ทิ้งกองไว้ใต้ต้น ถ่ายภาพอาการ บันทึกว่าเริ่มต้นช่วงไหน และนำตัวอย่างไปให้นักวิชาการตรวจ เช่น ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครราชสีมา หรือกรมวิชาการเกษตร
ถ้าสงสัยว่ารากเน่าร่วมด้วย ลองอ่านลักษณะและแนวคิดการสังเกตโรคในบทความ โรครากเน่าทุเรียน ได้ แต่ต้องเข้าใจว่าเป็นคนละพืช เชื้อและวิธีจัดการอาจต่างกัน ไม่ควรนำคำแนะนำสารเคมีไปใช้กับน้อยหน่าโดยตรง
ผสมเกสรและเก็บเกี่ยว ปัญหาที่ทำให้ผลผลิตไม่ได้ตามที่คิด
งานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศึกษาน้อยหน่าลูกผสมพันธุ์เพชรปากช่องในช่วงมกราคมถึงมิถุนายน 2560 พบว่าอัตราการผสมเกสรเมื่อปล่อยตามธรรมชาติอยู่ที่ร้อยละ 29 ส่วนการผสมด้วยมืออยู่ที่ร้อยละ 38 ขนาดและรูปทรงผลที่ได้ไม่ต่างกัน นั่นหมายความว่าการผสมด้วยมือเพิ่มโอกาสติดผล แต่ไม่ได้ทำให้ผลใหญ่ขึ้นหรือสวยขึ้น การตัดสินใจจึงขึ้นกับค่าแรงและเวลาที่มี
เรื่องเก็บเกี่ยว งานวิจัยแบ่งอายุผลเป็น 3 ช่วง คือ 100-110 วัน 111-120 วัน และ 121-130 วัน แล้วเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 25 ± 2 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 70 ± 5 เปอร์เซ็นต์ ผลสุกตามปกติและผู้บริโภคยอมรับ โดยอยู่ได้เฉลี่ย 6, 5 และ 4 วันตามลำดับ ผลเก็บแก่จัดจึงเสียเร็วกว่า การวางแผนเก็บและส่งขายให้ทันจึงสำคัญ บทความ วางแผนเก็บเกี่ยวในฤดูฝน ช่วยให้คิดเรื่องจัดเวลาเก็บและขนส่ง
| อายุผลที่เก็บ (วันหลังผสม) | อายุหลังเก็บเฉลี่ย | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| 100-110 วัน | 6 วัน | เป็นผลจากห้องทดลอง สวนจริงต่างกันได้ |
| 111-120 วัน | 5 วัน | วางแผนขนส่งให้ถึงมือผู้ซื้อทัน |
| 121-130 วัน | 4 วัน | สุกเร็ว เสียหายง่าย |
เรื่องต้นทุน การศึกษาห่วงโซ่อุปทานน้อยหน่าเพชรปากช่อง (จาก 5 สวนในอำเภอปากช่อง) รายงานต้นทุนรวมเฉลี่ย 13,726.70 บาทต่อปีต่อไร่ ข้อมูลนี้เป็นค่าเฉลี่ยของสวนตัวอย่างเล็ก ๆ ไม่ได้รวมความเสียหายจากปัญหาเฉพาะแต่ละปี และควรใช้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบเท่านั้น
เช็กลิสต์สำรวจสวนน้อยหน่า ก่อนตัดสินใจพ่นสารหรือแก้ปัญหา
- จดวันตัดแต่งกิ่งและวันผสมเกสร เพื่อรู้ว่าช่วงไหนควรสำรวจแมลงถี่
- เดินสำรวจทุก 2 สัปดาห์ สุ่มหลายต้น หลายกิ่ง เหมือนวิธีของงานทดสอบกรมวิชาการเกษตรที่สุ่ม 10 ต้นต่อแปลง ต้นละ 10 กิ่ง เพื่อไม่ตัดสินใจจากต้นเดียว
- นับเพลี้ยแป้งบนผล ถ้าเกินเกณฑ์ 2 ตัวต่อผลที่งานทดสอบใช้ ให้ปรึกษาเกษตรอำเภอเรื่องสารที่ขึ้นทะเบียนและฉลาก
- ห่อผลหรือติดกับดักแมลงวันทอง ก่อนผลเริ่มโต โดยเฉพาะช่วงใกล้เก็บเกี่ยว
- เก็บผลเสียและกิ่งแห้งออกจากแปลง ไม่ทิ้งกองไว้ใต้ต้น
- ถ่ายภาพอาการแปลก ๆ เช่น กิ่งแห้ง ใบผิดรูป พร้อมบันทึกวันที่ แล้วส่งให้เจ้าหน้าที่ดู
- เก็บเกี่ยวตามอายุผล วางแผนการขนส่งให้สอดคล้องกับอายุหลังเก็บ 4-6 วัน
- บันทึกต้นทุนและความเสียหายแต่ละปี เพื่อดูว่าวิธีไหนคุ้มจริง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการแก้ปัญหาน้อยหน่า
- พ่นสารตามปฏิทินโดยไม่นับแมลง งานทดสอบพบว่าวิธีนับก่อนพ่นมีเพลี้ยแป้งน้อยกว่าวิธีพ่นเป็นตาราง
- เก็บเกี่ยวหมดแล้วเลิกดูแลแปลง แมลงวันทองสะสมไปถึงฤดูถัดไป
- เดาสาเหตุกิ่งแห้งแล้วพ่นสารเอง สาเหตุยังไม่ยืนยัน ควรให้นักวิชาการตรวจ
- เชื่อว่าสมุนไพรสกัดแก้เพลี้ยแป้งได้แล้ว ผลที่มีเป็นการทดลองในห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่ในแปลง
- ปล่อยผลแก่จัดค้างต้นแล้วส่งขายไกล ผลสุกเร็ว อายุหลังเก็บสั้นลงตามผลการวิจัย
- ใช้ชื่อสารหรืออัตราที่ได้ยินมา ต้องอ่านฉลากและถามเจ้าหน้าที่เสมอ เพราะคำแนะนำเปลี่ยนตามทะเบียนและนโยบาย
คำถามที่พบบ่อยเรื่องปัญหาน้อยหน่า
น้อยหน่าศัตรูหลักคืออะไร
รายงานกรมวิชาการเกษตรจากแปลงเกษตรกรในอำเภอปากช่อง ระบุว่าศัตรูสำคัญคือเพลี้ยแป้ง รองลงมามีแมลงหวี่ขาว เพลี้ยหอยยักษ์ เพลี้ยอ่อน ไรแดง หนอนเจาะผล ด้วงงวงเจาะดอก หนอนคืบ และแมลงวันทอง
เพลี้ยแป้งเกินเท่าไรถึงควรจัดการ
งานทดสอบของกรมวิชาการเกษตรใช้เกณฑ์เกิน 2 ตัวต่อผล เป็นเกณฑ์ในงานทดสอบกับพันธุ์พื้นเมืองที่ปากช่อง ไม่ใช่เกณฑ์ทางกฎหมาย ผู้ปลูกควรสอบถามเกษตรอำเภอว่าเหมาะกับสวนของตนหรือไม่ และใช้สารตามฉลากเท่านั้น
กิ่งน้อยหน่าแห้งเกิดจากอะไร
ยังไม่ยืนยัน รายงานแยกเชื้อราจากกิ่งแห้งได้ 2 ลักษณะ แต่ยังไม่สรุปชนิดและการพิสูจน์โรค ให้นำตัวอย่างไปให้หน่วยงานตรวจ
ผสมเกสรด้วยมือคุ้มไหม
งานวิจัยพบอัตราติดผล 38% จากการผสมมือ เทียบกับ 29% ตามธรรมชาติ ในพันธุ์เพชรปากช่อง ช่วงมกราคมถึงมิถุนายน 2560 ความคุ้มขึ้นกับค่าแรงของสวนแต่ละแห่ง
ผลน้อยหน่าเก็บได้นานแค่ไหน
ผลที่เก็บที่อายุ 100-110, 111-120 และ 121-130 วัน อยู่ได้เฉลี่ย 6, 5 และ 4 วันตามลำดับ ในห้องทดลองที่ 25 องศาเซลเซียส
ผลน้อยหน่าร่วงหรือแตกเกิดจากอะไร
ไม่พบรายงานสาเหตุจากแหล่งที่เปิดอ่านได้ในการค้นครั้งนี้ จึงไม่ขอระบุ ให้เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอตรวจสวนจริงและสอบถามประวัติการให้น้ำ การตัดแต่ง และการผสมเกสร
สรุป
ปัญหาของน้อยหน่าที่มีหลักฐานรองรับมากที่สุดคือแมลงศัตรู โดยเฉพาะเพลี้ยแป้ง ซึ่งจัดการได้ดีขึ้นเมื่อสำรวจก่อนพ่น ห่อผลหรือใช้กับดักลดแมลงวันทอง และสำรวจใบอ่อนหลังตัดแต่งกิ่ง ส่วนกิ่งแห้งยังไม่ยืนยันสาเหตุ ผลร่วงและผลแตกไม่พบรายงานชัด และเรื่องผสมเกสรกับอายุเก็บเกี่ยวมีตัวเลขจากงานวิจัยเพชรปากช่องให้ใช้วางแผน ข้อมูล ณ พ.ย. 2569 หากพบอาการที่สวน ให้ถ่ายภาพ จดวันที่ และปรึกษาเกษตรอำเภอ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครราชสีมา หรือกรมวิชาการเกษตร
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมวิชาการเกษตร — รายงานการทดสอบการควบคุมแมลงศัตรูน้อยหน่าแบบผสมผสาน (แมลงศัตรู เพลี้ยแป้ง เกณฑ์สำรวจ) https://www.doa.go.th/plan/wp-content/uploads/2021/04/1942.2การทดสอบการควบคุมแมลงศัตรูน้อยหน่าแบบผสมผสาน.pdf
- กรมวิชาการเกษตร — รายงานการแพร่ระบาดของโรคกิ่งแห้งและชีววิทยาของเชื้อสาเหตุโรค https://www.doa.go.th/plan/wp-content/uploads/2021/05/651.3การแพร่ระบาดของโรคกิ่งแห้งและชีววิทยาของเชื้อสาเหตุโรค.pdf
- วารสารวิจัยและส่งเสริมวิชาการเกษตร — ห่วงโซ่อุปทานและการเพิ่มมูลค่าของน้อยหน่าผลสดพันธุ์เพชรปากช่อง ต้นทุนเฉลี่ย 13,726.70 บาท/ปี/ไร่ https://li01.tci-thaijo.org/index.php/MJUJN/article/view/250235
- บทความวิจัย (ThaiJO) — การผสมเกสรที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและช่วงเวลาการเก็บเกี่ยวของน้อยหน่าลูกผสมพันธุ์เพชรปากช่อง https://li01.tci-thaijo.org/index.php/tjst/article/download/108343/86316
- บทความวิจัย (ThaiJO) — ประสิทธิภาพของสารสกัดจากพืชสมุนไพรในการควบคุมและขับไล่เพลี้ยแป้ง Dysmicoccus neobrevipes (ผลในห้องปฏิบัติการ) https://li01.tci-thaijo.org/index.php/agkasetkaj/article/download/248643/172961
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
น้ำค้างแข็งและอากาศเย็นจัดบนที่สูงทำให้พืชเสียหายแค่ไหน ป้องกันแปลงอย่างไร
อธิบายกลไกที่น้ำค้างแข็งทำลายเนื้อเยื่อพืช วิธีดูอาการและประเมินความรุนแรง และวิธีป้องกันแปลงที่ลงทุนน้อยตามหลักวิชาของ FAO พร้อมบอกตรง ๆ ว่ายังไม่พบตัวเลขกลางของพืชไทย
ปลูกฟักทองหน้าแล้งในพื้นที่น้ำน้อย ทำได้ไหมและต้องจัดการน้ำอย่างไร
ฟักทองใช้น้ำน้อยกว่านาปรังแต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องให้น้ำ บทความสรุปตัวเลขโครงการสุพรรณบุรีปี 2565 และหลักจัดการน้ำของกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมบอกจุดที่ข้อมูลไม่ตรงกันหรือยังไม่พบ
ปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม ตลาดรับซื้อและข้อควรรู้ก่อนลงทุน
แนวตัดสินใจก่อนปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม สรุปข้อมูลกรณีสตูล โครงการฟ้าทะลายโจร และต้นทุนตัวอย่าง พร้อมบอกว่าข้อมูลใดยังตรวจสอบไม่ได้
ทุเรียนช่วงปลายปีควรดูแลอย่างไร ให้พร้อมสะสมอาหารก่อนออกดอก
สรุปงานสวนทุเรียนช่วงปลายปีจากเอกสารกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร ตั้งแต่ตรวจสภาพต้น ตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย ไปจนถึงช่วงงดน้ำก่อนออกดอก พร้อมระบุตัวเลขที่ยังต้องถามเกษตรอำเภอ
เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกรอบหน้าอย่างไรให้ยังงอกดี ตั้งแต่ตากจนเก็บในภาชนะ
ขั้นตอนเก็บเมล็ดพันธุ์ผักไว้ปลูกต่อ ตั้งแต่เลือกต้นแม่ เก็บเกี่ยว ตากให้แห้ง ไปจนถึงบรรจุภาชนะและทดสอบความงอก อิงเกณฑ์จากสวทช. ม.เชียงใหม่ และม.แม่โจ้
ปลูกผักอายุสั้นช่วงน้ำน้อย ผักชนิดไหนใช้น้ำน้อยและเก็บขายได้ภายใน 30-45 วัน
เอกสารศูนย์เรียนรู้ที่เผยแพร่ผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัดระบุอายุเก็บเกี่ยวผักบุ้งจีน 25 วัน ผักชี 30 วัน ผักตั้งโอ๋ 40 วัน คะน้า 45 วัน แต่ยังไม่มีแหล่งทางการที่จัดอันดับปริมาณน้ำของผักแต่ละชนิด
คำถามที่พบบ่อย
น้อยหน่าศัตรูหลักคืออะไร
รายงานกรมวิชาการเกษตรจากแปลงเกษตรกรในอำเภอปากช่อง ระบุว่าศัตรูสำคัญคือเพลี้ยแป้ง รองลงมามีแมลงหวี่ขาว เพลี้ยหอยยักษ์ เพลี้ยอ่อน ไรแดง หนอนเจาะผล ด้วงงวงเจาะดอก หนอนคืบ และแมลงวันทอง
เพลี้ยแป้งเกินเท่าไรถึงควรจัดการ
งานทดสอบของกรมวิชาการเกษตรใช้เกณฑ์เกิน 2 ตัวต่อผล เป็นเกณฑ์ในงานทดสอบกับพันธุ์พื้นเมืองที่ปากช่อง ไม่ใช่เกณฑ์ทางกฎหมาย ผู้ปลูกควรสอบถามเกษตรอำเภอว่าเหมาะกับสวนของตนหรือไม่ และใช้สารตามฉลากเท่านั้น
กิ่งน้อยหน่าแห้งเกิดจากอะไร
ยังไม่ยืนยัน รายงานแยกเชื้อราจากกิ่งแห้งได้ 2 ลักษณะ แต่ยังไม่สรุปชนิดและการพิสูจน์โรค ให้นำตัวอย่างไปให้หน่วยงานตรวจ
ผสมเกสรด้วยมือคุ้มไหม
งานวิจัยพบอัตราติดผล 38% จากการผสมมือ เทียบกับ 29% ตามธรรมชาติ ในพันธุ์เพชรปากช่อง ช่วงมกราคมถึงมิถุนายน 2560 ความคุ้มขึ้นกับค่าแรงของสวนแต่ละแห่ง
ผลน้อยหน่าเก็บได้นานแค่ไหน
ผลที่เก็บที่อายุ 100-110, 111-120 และ 121-130 วัน อยู่ได้เฉลี่ย 6, 5 และ 4 วันตามลำดับ ในห้องทดลองที่ 25 องศาเซลเซียส
ผลน้อยหน่าร่วงหรือแตกเกิดจากอะไร
ไม่พบรายงานสาเหตุจากแหล่งที่เปิดอ่านได้ในการค้นครั้งนี้ จึงไม่ขอระบุ ให้เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอตรวจสวนจริงและสอบถามประวัติการให้น้ำ การตัดแต่ง และการผสมเกสร
