คำตอบสั้น ๆ
แยกอาการมะเขือยาวทีละข้อ พร้อมสาเหตุที่มีเอกสารทางการรองรับและวิธีจัดการ และบอกตรง ๆ ว่าเรื่องใดยังไม่มีเกณฑ์ตัวเลข
คำตอบเร็ว: ปัญหาของมะเขือยาวที่มีเอกสารทางการรองรับแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มหลัก คือ หนอนเจาะยอดและผล โรคเหี่ยวเขียวจากแบคทีเรีย โรคใบด่างเหลืองที่มีแมลงหวี่ขาวเป็นพาหะ และปัญหาจากแมลงปากดูดอย่างเพลี้ยไฟ ส่วนอาการอย่างดอกร่วงหรือผลบิดเบี้ยวยังไม่มีตัวเลขเกณฑ์จากแหล่งทางการให้ยึด ต้องไล่ดูสาเหตุทีละข้อจากน้ำ ธาตุอาหาร และอุณหภูมิ ก่อนตัดสินใจใช้สารใด ข้อมูล ณ พ.ย. 2569
คนปลูกมะเขือยาวส่วนใหญ่เจอปัญหาตอนต้นกำลังเริ่มออกดอก ยอดเหี่ยวทีละกิ่ง ผลมีรูเจาะ หรือทั้งต้นเหี่ยวกลางวันและไม่ฟื้นตอนเย็น บทความนี้ไล่ปัญหาตามอาการที่เห็นในแปลง บอกสาเหตุที่เอกสารทางการระบุไว้ และแยกให้ชัดว่าส่วนไหนเป็นข้อมูลที่เปิดอ่านและอ้างอิงได้ ส่วนไหนเป็นหลักการจัดการทั่วไป บทความนี้ไม่สอนปลูกตั้งแต่เริ่ม ถ้าต้องการเรื่องนั้น ให้อ่าน มะเขือม่วงปลูกอย่างไร ก่อน
ขอบเขตของข้อมูลที่ใช้เขียน
ผมต้องบอกขอบเขตของแหล่งข้อมูลไว้ก่อน เพราะเอกสารทางการแต่ละฉบับพูดถึงพืชไม่เหมือนกัน
- คำเตือนศัตรูพืชของสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย (ลงวันที่ 23 เมษายน 2569) พูดถึงหนอนเจาะยอดและผลมะเขือ โดยระบุว่าความเสียหายอาจสูงถึงร้อยละ 50 และให้ตัดยอดที่เหี่ยวในระยะประมาณ 10 เซนติเมตรจากปลายยอดไปทำลาย เอกสารนี้เป็นประกาศเฉพาะพื้นที่และช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่ตัวเลขที่ใช้ได้ทุกแปลง
- หน้าโรคเหี่ยวเขียวของศูนย์วิจัยพืชสวน (HRDI) ครอบคลุมพืชตระกูลมะเขือหลายชนิด
- ประกาศโรคเหี่ยวเขียวมะเขือเทศของห้องสมุดเกษตรไทย (30 ตุลาคม 2568) ระบุมะเขือเป็นพืชอาศัยของเชื้อ จึงแนะนำให้เลี่ยงปลูกในแปลงที่มีประวัติโรค เอกสารนี้เขียนเพื่อมะเขือเทศ ผมใช้เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับพืชอาศัยร่วม
- ประกาศเรื่องโรคใบด่างเหลืองที่เกิดจากไวรัสกลุ่ม Begomovirus ซึ่งมีแมลงหวี่ขาวเป็นพาหะ (20 ธันวาคม 2566) ผมนำมาใช้อธิบายกลไกการแพร่ของไวรัสกลุ่มนี้ ไม่ได้อ้างว่าเอกสารฉบับนั้นเขียนเรื่องมะเขือยาวโดยตรง
แยกอาการก่อน แล้วค่อยหาสาเหตุ
การเริ่มจากอาการที่เห็นช่วยตัดสาเหตุได้เร็วกว่าเริ่มจากชื่อโรค ตารางนี้เป็นแนวทางคัดแยกเบื้องต้น เป็นหลักการตรวจแปลงทั่วไป ใช้เพื่อลดตัวเลือก ไม่ใช่การวินิจฉัยขั้นสุดท้าย
| อาการที่เห็น | สาเหตุที่เป็นไปได้ | วิธีเช็กเร็ว |
|---|---|---|
| ยอดเหี่ยวห้อยเป็นกิ่ง ๆ ส่วนอื่นของต้นยังเขียว | หนอนเจาะยอด | ผ่าหรือแกะยอดที่เหี่ยวดูว่ามีหนอนและรูเจาะหรือไม่ |
| ผลมีรูเจาะ ขี้หนอนติดที่ผิว ผลเน่า | หนอนเจาะผล | ผ่าผลดูทางเดินของหนอนภายใน |
| ทั้งต้นเหี่ยวพร้อมกัน ใบยังเขียว | โรคเหี่ยวเขียวจากแบคทีเรีย | ตัดโคนต้นแช่น้ำใสในแก้ว ดูว่ามีน้ำสีขุ่นไหลออกจากรอยตัดหรือไม่ |
| ใบด่างเหลือง ใบหงิก ต้นแคระ | ไวรัส ซึ่งมีแมลงหวี่ขาวเป็นพาหะ | เขย่ากิ่งดูแมลงตัวเล็กสีขาวบินขึ้นจากใต้ใบหรือไม่ |
| ใบเป็นรอยลายเงิน ยอดอ่อนหงิก | เพลี้ยไฟหรือแมลงปากดูดอื่น | เคาะยอดลงบนกระดาษขาวแล้วดูตัวแมลงเล็ก ๆ |
| ดอกร่วงมาก ติดผลน้อย | ร้อนจัด น้ำไม่สม่ำเสมอ หรือแมลงปากดูดทำลายดอก | เทียบกับช่วงอากาศ ตารางให้น้ำ และตรวจยอดดอก |
| ผลบิดเบี้ยว ผิวด้าน | หลายสาเหตุ ไม่มีเกณฑ์ตัวเลขที่ยืนยันได้ | ตรวจการให้น้ำ ธาตุอาหาร และแมลงปากดูดตามลำดับ |
หนอนเจาะยอดและผล ปัญหาที่มีตัวเลขทางการรองรับ
ประกาศเตือนของสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงรายฉบับวันที่ 23 เมษายน 2569 ระบุว่าหนอนเจาะยอดและผลเป็นศัตรูที่ควรระวังในแปลงมะเขือ ความเสียหายอาจสูงถึงร้อยละ 50 ตัวเลขนี้เป็นเพดานที่ประกาศใช้เตือนเกษตรกร ไม่ได้แปลว่าแปลงของคุณจะเสียหายระดับนั้น เพราะขึ้นกับพื้นที่ ฤดู และการจัดการ
วิธีจัดการที่ประกาศระบุเป็นแนวทางหลักคือการใช้แรงงานเก็บทำลายด้วยมือ ให้ตัดยอดที่เหี่ยวในระยะประมาณ 10 เซนติเมตรจากปลายยอด แล้วนำไปทำลายนอกแปลง เหตุผลที่ต้องตัดต่ำกว่าส่วนที่เหี่ยวคือหนอนมักอยู่ลึกกว่าจุดที่เห็นว่าเหี่ยว
ขั้นตอนตรวจและตัดยอดที่ควรทำ
- เดินสำรวจแปลงอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะช่วงต้นเริ่มออกดอก
- มองหายอดที่เหี่ยวห้อยผิดปกติ ตัดที่ระยะประมาณ 10 เซนติเมตรจากปลายยอดตามประกาศ
- ใส่ยอดที่ตัดลงถุงพลาสติกมัดปากทันที ไม่ทิ้งไว้ข้างแปลง
- เก็บผลที่มีรูเจาะออกจากต้นและจากพื้นแปลง แล้วฝังหรือทำลายให้ลึก
- จดจำนวนยอดที่ตัดในแต่ละสัปดาห์ เพื่อดูว่าสถานการณ์ดีขึ้นหรือแย่ลง
เรื่องสารเคมี ประกาศของจังหวัดเชียงรายมีการระบุชื่อสามัญของสารบางชนิด ผมไม่ลอกชื่อมาใส่ในบทความนี้ เพราะการเลือกสารต้องดูฉลากที่ขึ้นทะเบียนว่าใช้กับมะเขือได้หรือไม่ และต้องรู้ระยะเวลาก่อนเก็บเกี่ยวตามฉลาก ให้ติดต่อเกษตรอำเภอเพื่อขอประกาศฉบับล่าสุดของพื้นที่คุณ หนอนเจาะยอดและผลมะเขือยาวที่ผ่านมาของเว็บนี้อธิบายไว้ละเอียดแล้วที่ มะเขือยาวหนอนเจาะยอดและผล บทความนี้จึงสรุปเฉพาะประเด็นหลัก
โรคเหี่ยวเขียว ปัญหาที่ตัดสินใจผิดแล้วเสียทั้งแปลง
หน้าโรคเหี่ยวเขียวของศูนย์วิจัยพืชสวน (HRDI) อธิบายว่าโรคนี้เกิดจากแบคทีเรียในดิน และเกิดกับพืชตระกูลมะเขือหลายชนิด รวมถึงมะเขือ อาการสำคัญคือต้นเหี่ยวอย่างรวดเร็วทั้งที่ใบยังเขียว ประกาศของห้องสมุดเกษตรไทยเรื่องโรคเหี่ยวเขียวมะเขือเทศ (30 ตุลาคม 2568) ระบุว่ามะเขือเป็นพืชอาศัยของเชื้อ จึงไม่ควรปลูกมะเขือต่อในแปลงที่เคยเป็นโรคนี้
ทำไมโรคนี้ถึงเป็นปัญหาใหญ่กว่าหนอน
หนอนเจาะยอดจัดการได้ด้วยการตัดยอดเป็นรอบ ๆ แต่โรคเหี่ยวเขียวอยู่ในดินและท่อน้ำเลี้ยงของพืช พอต้นแสดงอาการแล้วมักช่วยไม่ได้ และเชื้อยังอยู่ในดินต่อ การตัดสินใจจึงต้องเร็วและเด็ดขาดกว่า
สิ่งที่ควรทำเมื่อสงสัยว่าเป็นโรคเหี่ยวเขียว
- ทดสอบง่าย ๆ ด้วยการตัดโคนต้นที่เหี่ยวแช่ในแก้วน้ำใส ถ้ามีเมือกสีขาวขุ่นไหลออกมาเป็นสายจากรอยตัด เป็นสัญญาณที่ทำให้สงสัยโรคนี้ (เป็นวิธีคัดกรองทั่วไป ไม่แทนการตรวจยืนยันจากหน่วยงาน)
- ถอนต้นที่เป็นโรคพร้อมดินรอบราก ใส่ถุงปิดปาก นำออกนอกแปลง ไม่ทิ้งลงคูน้ำที่ไหลเข้าแปลงอื่น
- ล้างเครื่องมือและรองเท้าก่อนเดินไปแปลงอื่น
- งดปลูกพืชตระกูลมะเขือ (มะเขือเทศ พริก มะเขือทุกชนิด) ซ้ำในแปลงเดิมเป็นเวลานาน แล้วปรึกษาเกษตรอำเภอเรื่องพืชที่ควรหมุนเวียน
- ถ้าจะปลูกต่อจริง ๆ ให้ถามหน่วยงานเรื่องการตรวจดินหรือการใช้ต้นตอทนโรค อย่าตัดสินใจเองจากคำบอกต่อ
สำหรับเรื่องโรคเหี่ยวเขียวในมะเขือเทศ ซึ่งแนวทางจัดการคล้ายกัน มีรายละเอียดที่ โรคเหี่ยวเขียวมะเขือเทศ แต่ต้องจำไว้ว่าเป็นเอกสารของพืชอีกชนิด
ไวรัสใบด่างเหลืองและแมลงหวี่ขาว
ประกาศของห้องสมุดเกษตรไทยเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2566 อธิบายโรคใบด่างเหลืองที่เกิดจากไวรัสกลุ่ม Begomovirus และระบุว่าแมลงหวี่ขาวเป็นพาหะนำเชื้อ ผมใช้ข้อมูลนี้เพื่ออธิบายกลไก คือไวรัสไม่ได้แพร่ผ่านดินหรือน้ำ แต่แพร่ผ่านตัวแมลงที่ดูดน้ำเลี้ยงจากต้นป่วยแล้วไปดูดต้นดี ดังนั้นการคุมแมลงหวี่ขาวคือการคุมโรค
- ถอนต้นที่เป็นโรคทันที ต้นที่ติดไวรัสแล้วรักษาไม่ได้ และยังเป็นแหล่งให้แมลงรับเชื้อไปแพร่ต่อ
- กำจัดวัชพืชในแปลงและรอบแปลง เพราะวัชพืชบางชนิดเป็นที่พักของแมลงหวี่ขาว (หลักการทั่วไป)
- ใช้กับดักกาวเหนียวสีเหลือง ติดสูงระดับยอดพืช เพื่อติดตามจำนวนแมลง
- คลุมตาข่ายกันแมลงในแปลงกล้า ก่อนย้ายปลูก เพราะกล้าที่ติดเชื้อตั้งแต่ในแปลงเพาะจะนำโรคเข้าแปลงจริง
รายละเอียดการดูแลแมลงหวี่ขาวทั่วไปอ่านต่อได้ที่ การดูแลแมลงหวี่ขาว
แมลงปากดูดและดอกร่วง สิ่งที่ยังไม่มีเกณฑ์ตัวเลข
ดอกร่วง ผลบิดเบี้ยว และผลไม่ติด เป็นอาการที่คนถามบ่อยมาก แต่ผมไม่พบเอกสารของหน่วยงานรัฐที่ให้เกณฑ์ตัวเลขสำหรับมะเขือยาวโดยเฉพาะ เช่น อุณหภูมิกี่องศาจึงทำให้ดอกร่วง หรือต้องให้น้ำปริมาณเท่าไร จึงไม่ขอเขียนตัวเลขเหล่านี้
สิ่งที่ทำได้คือไล่ตรวจตามลำดับสาเหตุที่เป็นไปได้
- ตรวจแมลงปากดูดในยอดดอกและดอกตูม โดยเคาะลงกระดาษขาวหรือใช้แว่นขยาย
- ดูความสม่ำเสมอของการให้น้ำ ถ้าช่วงที่ผ่านมาแห้งสลับแฉะ พืชอาจทิ้งดอกได้ (หลักการทั่วไป)
- ดูอากาศช่วงที่ดอกร่วง ถ้ามีวันร้อนจัดติดต่อกัน ให้เทียบกับรอบการร่วงของดอก
- ตรวจว่าต้นให้ผลมากเกินไปจนต้นโทรม หรือรากถูกทำลาย
- ถ้ายังหาสาเหตุไม่ได้ เก็บตัวอย่างยอดและดอกใส่ถุง ไปให้เกษตรอำเภอดู
ตารางบันทึกปัญหารายสัปดาห์ (กรอบกรอกเอง)
ตารางนี้เป็นกรอบเปล่าให้กรอกเอง ไม่ใช่ตัวเลขจากงานวิจัย ช่วยให้เห็นแนวโน้มว่าปัญหาเพิ่มหรือลด และเอาไปคุยกับเจ้าหน้าที่ได้ง่ายขึ้น
| วันที่ | จำนวนต้นที่สำรวจ | ยอดเหี่ยวที่ตัด | ผลมีรู | ต้นเหี่ยวทั้งต้น | พบแมลงหวี่ขาว | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| (กรอก) | (กรอก) | (กรอก) | (กรอก) | (กรอก) | มี / ไม่มี | (กรอก) |
| (กรอก) | (กรอก) | (กรอก) | (กรอก) | (กรอก) | มี / ไม่มี | (กรอก) |
สัดส่วนต้นที่เสียหาย (เปอร์เซ็นต์) คำนวณจาก จำนวนต้นที่เสียหาย หารด้วยจำนวนต้นที่สำรวจ แล้วคูณ 100 ถ้าตัวเลขเพิ่มขึ้นสองสัปดาห์ติดกัน ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ แทนที่จะรอจนเสียหายหนัก
เมื่อไรควรปรึกษาเจ้าหน้าที่
- ต้นเหี่ยวทั้งต้นหลายต้นในแปลงเดียวกันภายในไม่กี่วัน
- ตัดยอดต่อเนื่องหลายสัปดาห์แต่จำนวนยอดเหี่ยวไม่ลด
- ใบด่างเหลืองกระจายเป็นวงกว้าง
- ไม่แน่ใจว่าสารที่มีอยู่ใช้กับมะเขือได้หรือไม่
ช่องทางที่เร็วที่สุดคือสำนักงานเกษตรอำเภอ ซึ่งส่งต่อไปยังศูนย์วิจัยหรือสำนักงานเกษตรจังหวัดได้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ตัดยอดเหี่ยวแค่ตรงที่เห็นว่าเหี่ยว ไม่ตัดลึกลงมาให้ถึงส่วนที่หนอนอยู่ ตามที่ประกาศแนะนำระยะประมาณ 10 เซนติเมตรจากปลายยอด
- ตัดยอดแล้วทิ้งไว้ข้างแปลง หนอนยังมีชีวิตและกลับมาเจาะใหม่
- เหมารวมว่าต้นเหี่ยวทุกต้นเป็นหนอนเจาะ ทั้งที่เป็นเหี่ยวเขียวซึ่งต้องถอนทั้งต้น
- ปลูกพืชตระกูลมะเขือซ้ำในแปลงที่เคยเป็นเหี่ยวเขียว
- ใช้สารเคมีตามคำบอกต่อโดยไม่อ่านฉลากว่าใช้กับมะเขือได้และมีระยะเก็บเกี่ยวกี่วัน
- ปล่อยวัชพืชรอบแปลงเป็นที่พักของแมลงหวี่ขาว
สรุป
ปัญหามะเขือยาวที่มีเอกสารรองรับคือหนอนเจาะยอดและผล โรคเหี่ยวเขียว โรคไวรัสที่มีแมลงหวี่ขาวเป็นพาหะ และแมลงปากดูด ส่วนดอกร่วงกับผลบิดเบี้ยวยังไม่มีเกณฑ์ตัวเลขทางการ ต้องไล่ตรวจสาเหตุทีละข้อ แยกอาการให้ได้ก่อนลงมือ เพราะหนอนเจาะยอดแก้ด้วยการตัดยอดเป็นรอบ ๆ ส่วนเหี่ยวเขียวต้องถอนทั้งต้นและเลี่ยงปลูกซ้ำ อ่านการจัดการหนอนเจาะแบบละเอียดที่ มะเขือยาวหนอนเจาะยอดและผล และเรื่องเลือกปลูกมะเขือชนิดอื่นที่ มะเขือม่วงปลูกอย่างไร
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย คำเตือนศัตรูพืช หนอนเจาะยอดและผลมะเขือ (23 เม.ย. 2569) — ความเสียหายสูงถึงร้อยละ 50 ตัดยอดเหี่ยวที่ระยะประมาณ 10 เซนติเมตรจากปลายยอด opsmoac.go.th
- ศูนย์วิจัยพืชสวน (HRDI) โรคเหี่ยวเขียวจากแบคทีเรีย — โรคที่เกิดกับพืชตระกูลมะเขือ plantpathology.hrdi.or.th
- ห้องสมุดเกษตรไทย มก. ประกาศโรคใบด่างเหลืองจากไวรัส Begomovirus (20 ธ.ค. 2566) — แมลงหวี่ขาวเป็นพาหะ ใช้อธิบายกลไกการแพร่ของไวรัสกลุ่มนี้ thaifarmer.lib.ku.ac.th
- ห้องสมุดเกษตรไทย มก. ประกาศโรคเหี่ยวเขียวมะเขือเทศ (30 ต.ค. 2568) — ระบุมะเขือเป็นพืชอาศัยของเชื้อ เอกสารเขียนเพื่อมะเขือเทศ thaifarmer.lib.ku.ac.th
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
น้ำค้างแข็งและอากาศเย็นจัดบนที่สูงทำให้พืชเสียหายแค่ไหน ป้องกันแปลงอย่างไร
อธิบายกลไกที่น้ำค้างแข็งทำลายเนื้อเยื่อพืช วิธีดูอาการและประเมินความรุนแรง และวิธีป้องกันแปลงที่ลงทุนน้อยตามหลักวิชาของ FAO พร้อมบอกตรง ๆ ว่ายังไม่พบตัวเลขกลางของพืชไทย
ปลูกฟักทองหน้าแล้งในพื้นที่น้ำน้อย ทำได้ไหมและต้องจัดการน้ำอย่างไร
ฟักทองใช้น้ำน้อยกว่านาปรังแต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องให้น้ำ บทความสรุปตัวเลขโครงการสุพรรณบุรีปี 2565 และหลักจัดการน้ำของกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมบอกจุดที่ข้อมูลไม่ตรงกันหรือยังไม่พบ
ปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม ตลาดรับซื้อและข้อควรรู้ก่อนลงทุน
แนวตัดสินใจก่อนปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม สรุปข้อมูลกรณีสตูล โครงการฟ้าทะลายโจร และต้นทุนตัวอย่าง พร้อมบอกว่าข้อมูลใดยังตรวจสอบไม่ได้
ทุเรียนช่วงปลายปีควรดูแลอย่างไร ให้พร้อมสะสมอาหารก่อนออกดอก
สรุปงานสวนทุเรียนช่วงปลายปีจากเอกสารกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร ตั้งแต่ตรวจสภาพต้น ตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย ไปจนถึงช่วงงดน้ำก่อนออกดอก พร้อมระบุตัวเลขที่ยังต้องถามเกษตรอำเภอ
เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกรอบหน้าอย่างไรให้ยังงอกดี ตั้งแต่ตากจนเก็บในภาชนะ
ขั้นตอนเก็บเมล็ดพันธุ์ผักไว้ปลูกต่อ ตั้งแต่เลือกต้นแม่ เก็บเกี่ยว ตากให้แห้ง ไปจนถึงบรรจุภาชนะและทดสอบความงอก อิงเกณฑ์จากสวทช. ม.เชียงใหม่ และม.แม่โจ้
ปลูกผักอายุสั้นช่วงน้ำน้อย ผักชนิดไหนใช้น้ำน้อยและเก็บขายได้ภายใน 30-45 วัน
เอกสารศูนย์เรียนรู้ที่เผยแพร่ผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัดระบุอายุเก็บเกี่ยวผักบุ้งจีน 25 วัน ผักชี 30 วัน ผักตั้งโอ๋ 40 วัน คะน้า 45 วัน แต่ยังไม่มีแหล่งทางการที่จัดอันดับปริมาณน้ำของผักแต่ละชนิด
คำถามที่พบบ่อย
มะเขือยาวยอดเหี่ยวทีละกิ่ง เกิดจากอะไร
สาเหตุหนึ่งที่มีเอกสารทางการรองรับคือหนอนเจาะยอด ให้แกะยอดที่เหี่ยวดูว่ามีหนอนหรือรูเจาะหรือไม่ ถ้ามีให้ตัดที่ระยะประมาณ 10 เซนติเมตรจากปลายยอดตามประกาศของสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงรายแล้วนำไปทำลาย
หนอนเจาะยอดและผลทำให้ผลผลิตเสียหายได้มากแค่ไหน
ประกาศเตือนของจังหวัดเชียงรายเมื่อ 23 เมษายน 2569 ระบุว่าเสียหายได้สูงถึงร้อยละ 50 เป็นตัวเลขเตือนภัยของพื้นที่นั้นในช่วงนั้น ความเสียหายจริงในแปลงของคุณขึ้นกับการจัดการและฤดูกาล
มะเขือยาวเหี่ยวทั้งต้นแต่ใบยังเขียว ต้องทำอย่างไร
สงสัยโรคเหี่ยวเขียวจากแบคทีเรีย ให้ถอนต้นพร้อมดินรอบราก ใส่ถุงนำออกนอกแปลง งดปลูกพืชตระกูลมะเขือซ้ำ และปรึกษาเกษตรอำเภอเรื่องการตรวจยืนยัน
ดอกมะเขือยาวร่วงมาก แก้อย่างไร
ผมไม่พบเกณฑ์ตัวเลขทางการสำหรับเรื่องนี้ ให้ตรวจแมลงปากดูดในยอดดอก ความสม่ำเสมอของการให้น้ำ และอากาศช่วงที่ดอกร่วง ถ้ายังหาสาเหตุไม่ได้ให้นำตัวอย่างไปให้เกษตรอำเภอดู
ใบมะเขือยาวด่างเหลืองและหงิก เกี่ยวกับแมลงหวี่ขาวไหม
ไวรัสกลุ่ม Begomovirus ที่ทำให้ใบด่างเหลืองมีแมลงหวี่ขาวเป็นพาหะตามประกาศเมื่อ 20 ธันวาคม 2566 ต้นที่เป็นแล้วรักษาไม่ได้ ให้ถอนทิ้งและคุมแมลงหวี่ขาวในแปลง แต่การยืนยันว่าเป็นไวรัสชนิดใดต้องให้หน่วยงานตรวจ
ปลูกมะเขือยาวต่อจากมะเขือเทศได้ไหม
ทั้งสองอยู่ตระกูลเดียวกัน และประกาศเรื่องเหี่ยวเขียวมะเขือเทศระบุว่ามะเขือเป็นพืชอาศัยของเชื้อ จึงไม่ควรปลูกต่อในแปลงที่มีประวัติโรค ถ้าแปลงสะอาด ให้ปรึกษาเกษตรอำเภอเรื่องการหมุนเวียนพืช
