ปลูกพืชเผยแพร่ 2 พฤศจิกายน 2569

ฟ้าทะลายโจรมีปัญหาอะไรบ้าง สาเหตุที่พบบ่อยและวิธีแก้

รวมปัญหาการปลูกฟ้าทะลายโจรที่มีงานวิจัยรองรับ เมล็ดงอกยาก ระยะปลูกไม่เหมาะ ขาดเมล็ดพันธุ์ ราคาผันผวน พร้อมวิธีรับมือเบื้องต้นจากเอกสารทางการและหน่วยงานที่ควรถาม

ฟ้าทะลายโจรมีปัญหาอะไรบ้าง สาเหตุที่พบบ่อยและวิธีแก้

คำตอบสั้น ๆ

สรุปปัญหาการปลูกฟ้าทะลายโจรจากงานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรและมหาวิทยาลัยทักษิณ พร้อมบอกว่าข้อมูลส่วนไหนยังไม่มีเอกสารยืนยัน ควรสอบถามหน่วยงานใด

คำตอบเร็ว: ปัญหาของฟ้าทะลายโจรที่มีข้อมูลรองรับ มี 5 กลุ่ม คือ เมล็ดงอกยากเพราะเปลือกหนาและพักตัว ระยะปลูกไม่เหมาะ ขาดเมล็ดพันธุ์ ผลผลิตต่างกันตามสายพันธุ์ และราคาผลผลิตผันผวน ส่วนโรคและแมลง งานทดลองของกรมวิชาการเกษตรกับมหาวิทยาลัยทักษิณ (2568) ยังไม่พบความเสียหายรุนแรง วิธีเบื้องต้นคือถอนต้นผิดปกติไปทำลายนอกแปลง (ข้อมูล ณ พ.ย. 2569)

บทความนี้ตอบเรื่องอะไร และไม่ตอบเรื่องอะไร

ภาพประกอบ บทความนี้ตอบเรื่องอะไร และไม่ตอบเรื่องอะไร

คำว่าปัญหาของฟ้าทะลายโจรอาจหมายถึงสองเรื่องที่ต่างกันมาก เรื่องแรกคือปัญหาในแปลงปลูก เช่น เมล็ดไม่งอก ต้นแน่นเกิน ผลผลิตต่ำ เรื่องที่สองคือปัญหาการใช้เป็นยา ซึ่งเป็นเรื่องของแพทย์และเภสัชกร บทความนี้ตอบเรื่องแรกเท่านั้น และตอบจากเอกสารทางการเกษตรที่เปิดอ่านได้จริง ถ้าเอกสารไม่ได้ระบุเรื่องใด จะเขียนตรง ๆ ว่ายังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันได้ และบอกว่าควรสอบถามหน่วยงานใด

แหล่งข้อมูลหลักมีสองชิ้น ชิ้นแรกคืองานวิจัยเรื่องผลของระยะปลูกต่อผลผลิตของฟ้าทะลายโจรในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Technology and Agricultural Innovation ปีที่ 3 ฉบับที่ 1 (มกราคมถึงมิถุนายน 2568) โดยสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 7 และมหาวิทยาลัยทักษิณ ชิ้นที่สองคือเอกสารของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เกี่ยวกับฟ้าทะลายโจร ที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ปัญหาที่ 1 เมล็ดงอกยาก

เอกสารของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน อธิบายว่าฟ้าทะลายโจรขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด เมล็ดมีสีน้ำตาลแดงขนาดเล็ก มีเปลือกหุ้มหนาและแข็ง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการงอก และเมล็ดยังมีการพักตัว จึงควรแก้การพักตัวของเมล็ดก่อนนำไปเพาะหรือก่อนปลูก ฝักหนึ่งมีเมล็ดประมาณ 8 ถึง 14 เมล็ด

สิ่งที่เอกสารเหล่านี้ไม่ได้ให้ คือวิธีแก้การพักตัวที่ยืนยันได้ในรายละเอียด เช่น แช่นานเท่าไรหรืออุณหภูมิเท่าไร ดังนั้นบทความนี้จะไม่เขียนวิธีเหล่านั้นเพราะจะเป็นการเดา สิ่งที่แนะนำได้คือ เพาะจำนวนน้อยก่อน นับอัตรางอกจริง และสอบถามศูนย์วิจัยของกรมวิชาการเกษตรหรือเกษตรอำเภอเรื่องวิธีเตรียมเมล็ดที่เหมาะกับสายพันธุ์ของคุณ

เมล็ดที่งอกน้อยมีผลทางต้นทุนโดยตรง ถ้าต้องซื้อเมล็ดมากขึ้นหรือเพาะซ้ำ ต้นทุนต่อไร่จะสูงขึ้นโดยที่ผลผลิตไม่เพิ่ม ให้จดแหล่งเมล็ดและอัตรางอกของแต่ละล็อต เพื่อจะรู้ว่าล็อตไหนควรซื้อซ้ำ

ปัญหาที่ 2 ระยะปลูกไม่เหมาะ

งานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรกับมหาวิทยาลัยทักษิณระบุว่า ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของการผลิตคือเกษตรกรใช้ระยะปลูกไม่เหมาะสม งานทดลองทำที่สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 7 อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระหว่างตุลาคม 2565 ถึงกันยายน 2566 ใช้สายพันธุ์พื้นเมืองห้าสายพันธุ์ ได้แก่ นครศรีธรรมราช-1 กระบี่-1 สุราษฎร์ธานี-1 พังงา-1 และพังงา-2 ทดลองห้าระยะปลูก คือ 20x20 30x30 40x40 50x50 และ 60x60 เซนติเมตร

ระยะปลูก (ซม.)น้ำหนักสดเฉลี่ย (กก./ไร่)
20x202,750
50x502,576
40x402,390
60x602,386
30x302,290

ถ้าดูเฉลี่ยรวมทุกสายพันธุ์ ระยะ 20x20 ให้น้ำหนักสดสูงสุด แต่ผลไม่ได้เรียงจากแน่นไปห่าง ระยะ 30x30 กลับต่ำสุด ซึ่งชี้ว่าสายพันธุ์กับระยะปลูกมีปฏิสัมพันธ์กัน ผลรายสายพันธุ์ที่ดีที่สุดสามอันดับแรกเป็นดังนี้

สายพันธุ์และระยะปลูกน้ำหนักสด (กก./ไร่)น้ำหนักแห้ง (กก./ไร่)
นครศรีธรรมราช-1 ที่ 20x20 ซม.3,800540
สุราษฎร์ธานี-1 ที่ 50x50 ซม.3,000422
พังงา-1 ที่ 60x60 ซม. (น้ำหนักแห้งสูงสุดที่ 40x40 ซม.)2,500341

ข้อสรุปสำหรับคนทำจริงคือ ไม่มีระยะปลูกเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกสายพันธุ์ และตัวเลขเหล่านี้มาจากแปลงทดลองที่เดียวในภาคใต้ตอนบน ถ้าใช้สายพันธุ์ที่ไม่ได้อยู่ในรายการ หรือปลูกในดินและภูมิอากาศต่างออกไป ต้องทดลองเล็กก่อน นอกจากนี้ งานวิจัยอ้างงานอื่นว่าระยะแคบมักให้ผลผลิตรวมสูง ส่วนระยะห่างให้เมล็ดพันธุ์ต่อต้นสูงกว่า ดังนั้นถ้าจุดประสงค์คือเก็บเมล็ดไว้ทำพันธุ์ ระยะปลูกที่เหมาะอาจต่างจากเมื่อปลูกเพื่อเก็บทั้งต้น

ปริมาณแลคโตนรวมซึ่งเป็นตัวชี้วัดคุณภาพที่งานวิจัยวัด ไม่ต่างกันทางสถิติระหว่างห้าสายพันธุ์ ค่าของสามสายพันธุ์ที่ผลผลิตสูงอยู่ที่ราว 19 กรัมต่อน้ำหนักแห้ง 100 กรัม ผู้ซื้อแต่ละรายอาจมีเกณฑ์คุณภาพเฉพาะ จึงควรถามข้อกำหนดก่อนปลูก

ปัญหาที่ 3 ขาดเมล็ดพันธุ์และพันธุ์ที่เหมาะกับพื้นที่

งานวิจัยเดียวกันระบุว่าปัญหาของการผลิตฟ้าทะลายโจรมีเรื่องการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ และขาดข้อมูลด้านเทคโนโลยีการผลิตและการเก็บเกี่ยวที่เหมาะกับพื้นที่ โดยเฉพาะภาคใต้ตอนบนที่มีต้นฟ้าทะลายโจรขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่ยังขาดข้อมูลเพื่อการผลิตเชิงการค้า

ในทางปฏิบัติ หมายความว่าคุณควรถามแหล่งเมล็ดว่าเป็นสายพันธุ์ใด เก็บมาจากพื้นที่ไหน และมีข้อมูลอัตรางอกหรือไม่ การใช้เมล็ดที่เก็บเองจากต้นที่ขึ้นข้างทางโดยไม่รู้สายพันธุ์ อาจทำให้ผลผลิตและคุณภาพในแปลงไม่สม่ำเสมอ เพราะงานวิจัยชี้ว่าสายพันธุ์ต่างกันให้น้ำหนักสดและแห้งต่างกันทางสถิติ

ปัญหาที่ 4 โรคและแมลง เอกสารที่เปิดอ่านได้ว่าอย่างไร

งานทดลองของกรมวิชาการเกษตรกับมหาวิทยาลัยทักษิณระบุว่า การปลูกฟ้าทะลายโจรยังไม่พบว่ามีโรคและแมลงชนิดใดทำความเสียหายรุนแรง เพียงแต่ทำความเสียหายบ้างเล็กน้อย หากพบ วิธีป้องกันและกำจัดเบื้องต้นคือถอนต้นและนำไปทำลายนอกแปลง

ข้อนี้ต้องอ่านอย่างระวัง เป็นผลจากแปลงทดลองเดียวในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ได้แปลว่าทุกแปลงจะปลอดโรค ผู้เขียนค้นหาคู่มือโรคและแมลงของฟ้าทะลายโจรจากหน่วยงานรัฐแล้ว แต่ไม่พบเอกสารฉบับเต็มที่เปิดอ่านได้และระบุชื่อโรคหรือแมลงเฉพาะ ดังนั้นบทความนี้จะไม่ระบุชื่อโรคหรือชื่อสารเคมี ถ้าพบต้นเหี่ยว เน่า หรือใบเป็นจุด ให้ถ่ายรูปและนำตัวอย่างไปให้เกษตรอำเภอหรือศูนย์วิจัยตรวจ ก่อนตัดสินใจใช้สารใด ๆ และทำตามฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียน

สิ่งที่ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องเดาชื่อโรค คือการดูแลแปลงให้ไม่เปิดช่องให้ปัญหาเกิด งานทดลองใช้วิธีรดน้ำช่วงเช้า สังเกตดินในแปลง ถ้าเปียกชื้นให้หยุดให้น้ำ กำจัดวัชพืชเดือนละหนึ่งครั้งหลังย้ายปลูก ซึ่งเป็นแนวทางที่ลดความชื้นสะสมได้ ถ้าต้นแน่นมากและมีน้ำขัง อาการเน่าที่โคนจะเกิดง่ายขึ้นตามหลักทั่วไป ข้อนี้เป็นความเห็นเชิงหลักการ ไม่ใช่ข้อมูลที่งานวิจัยรายงาน อ่านเรื่องดินแน่นและรากเน่าเพิ่มเติมที่ ปัญหารากเน่าจากดินแน่น

ปัญหาที่ 5 ปุ๋ย น้ำ และการดูแลที่งานวิจัยใช้เป็นแนวอ้างอิง

งานทดลองเลือกต้นกล้าที่มีขนาดใกล้เคียงกันมาปลูก ใช้ดินผสมปุ๋ยคอกรองก้นหลุมอัตรา 300 กรัมต่อหลุม ย้ายกล้าลงลึกประมาณ 5 เซนติเมตร กลบดินและกดโคนต้นพอแน่น รดน้ำให้ชุ่ม แล้วใส่ปุ๋ยคอกครั้งที่สองหลังปลูก 1 เดือน นี่คือขั้นตอนของการทดลอง ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับทุกพื้นที่ แต่ช่วยให้เห็นระดับการดูแลที่ผลผลิตในตารางข้างต้นเกิดขึ้น

ถ้าใช้ปุ๋ยคอก ให้ดูว่าเป็นปุ๋ยคอกที่หมักสุกแล้วหรือไม่ เพราะปุ๋ยสดอาจทำให้โคนต้นเสียหายตามหลักทั่วไป ข้อนี้เป็นหลักปฏิบัติทั่วไปของการปลูกพืช ไม่ใช่ผลจากงานวิจัยข้างต้น ปุ๋ยมูลไส้เดือนหรือปุ๋ยหมักเป็นทางเลือกที่หลายแปลงใช้ หากต้องการเปรียบเทียบวัสดุปลูกและปุ๋ยสำหรับแปลงเล็กหรือกระถาง ดูต่อได้ที่ คู่มือเลือกวัสดุปลูก

ปัญหาที่ 6 ราคาไม่นิ่งและตลาดไม่ชัด

งานวิจัยระบุว่า การผลิตฟ้าทะลายโจรขาดข้อมูลด้านการตลาด การผลิตไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และราคาผลผลิตผันผวน บทความนี้ไม่พบราคาซื้อขายล่าสุดที่มีวันที่กำกับจากแหล่งทางการ จึงจะไม่ระบุราคาต่อกิโลกรัม ถ้าต้องการรู้ราคา ให้สอบถามผู้รับซื้อสมุนไพรในจังหวัด วิสาหกิจชุมชน หรือสำนักงานเกษตรจังหวัด และขอให้ระบุว่าเป็นราคาต้นสดหรือแห้ง และเกณฑ์คุณภาพที่ใช้

เรื่องที่ควรทำก่อนขยายพื้นที่ คือหาผู้รับซื้อและตกลงเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น รับซื้อสดหรือแห้ง เกณฑ์ความชื้น วิธีตรวจคุณภาพ และกำหนดส่ง สมุนไพรที่ไม่มีผู้ซื้อประจำเสี่ยงต่อการค้างแปลงมากกว่าพืชทั่วไป เพราะเก็บเกี่ยวแล้วต้องตากหรืออบให้แห้งทันที ถ้าเลือกปลูกสมุนไพรหลายชนิดควบคู่กัน ลองดูตัวอย่างการวางแผนที่ ต้นทุนฟ้าทะลายโจร

เก็บเกี่ยวผิดช่วงก็เป็นปัญหา

งานทดลองเก็บเกี่ยวเมื่อออกดอก 25 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ของทั้งแปลง หรือ 80 วันหลังปลูก ตัดในช่วงเช้า นำไปอบแห้งที่อุณหภูมิ 45 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 12 ชั่วโมงเพื่อชั่งน้ำหนักแห้ง ส่วนอุณหภูมิอบนี้เป็นวิธีวัดของห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับตากหรืออบจริงในแปลง เอกสารของกำแพงแสนระบุว่า ใบมักนำมาใช้เมื่ออายุประมาณ 3 ถึง 5 เดือน ที่ความสูงราว 30 ถึง 60 เซนติเมตร ตัวเลขสองชุดนี้ต่างกัน เพราะวัตถุประสงค์การเก็บต่างกัน จึงไม่ควรเอามาใช้สลับกัน ให้ตกลงกับผู้ซื้อก่อนว่าต้องการช่วงอายุใด

ตารางตรวจเร็ว เจอปัญหาแล้วทำอะไรก่อน

อาการที่เห็นสิ่งที่ตรวจก่อนข้อมูลที่ยืนยันได้ในบทความนี้
เมล็ดงอกน้อยแหล่งและอายุเมล็ด วิธีเตรียมเมล็ดเปลือกหนาและพักตัว ต้องแก้การพักตัวก่อนเพาะ
ต้นแน่นและผลผลิตไม่ตรงเป้าระยะปลูกเทียบสายพันธุ์ผลต่างกันตามสายพันธุ์ ไม่มีระยะเดียวที่ดีที่สุด
ต้นเหี่ยวหรือเน่าความชื้นแปลง น้ำขัง ตัวอย่างต้นงานทดลองแนะนำถอนต้นไปทำลายนอกแปลง ชื่อโรคยังไม่มีเอกสารยืนยัน
ผลผลิตไม่สม่ำเสมอแหล่งเมล็ดและสายพันธุ์น้ำหนักสดและแห้งต่างกันตามสายพันธุ์
ขายไม่ได้หรือราคาตกข้อตกลงผู้รับซื้อไม่มีราคากลางที่ยืนยันได้ ควรสอบถามผู้รับซื้อและหน่วยงานในพื้นที่

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการปลูกฟ้าทะลายโจร

  • ใช้เมล็ดที่ไม่รู้สายพันธุ์และไม่ทดสอบอัตรางอก ทำให้ต้นขึ้นไม่สม่ำเสมอและต้นทุนเมล็ดสูงเกินจริง
  • ลอกตัวเลขระยะปลูกจากแปลงทดลองภาคใต้ไปใช้ทั้งหมดโดยไม่ทดลองเล็กในพื้นที่ตัวเอง
  • รดน้ำสม่ำเสมอโดยไม่ดูความชื้นดิน จนแปลงแฉะ ซึ่งขัดกับแนวที่งานทดลองใช้ คือหยุดให้น้ำเมื่อดินเปียกชื้น
  • ปล่อยให้วัชพืชขึ้นหนาเพราะคิดว่าเป็นสมุนไพรทนทาน ในขณะที่งานทดลองกำจัดวัชพืชเดือนละครั้งหลังย้ายปลูก
  • ปลูกจำนวนมากก่อนมีผู้รับซื้อ แล้วเก็บเกี่ยวแล้วขายไม่ทัน
  • เดาชื่อโรคแล้วหาสารมาพ่นเอง แทนที่จะส่งตัวอย่างตรวจที่เกษตรอำเภอก่อน

สรุป

ปัญหาของฟ้าทะลายโจรที่อ้างอิงเอกสารได้ คือเมล็ดเปลือกหนาและพักตัว ระยะปลูกที่ผลต่างกันตามสายพันธุ์ การขาดเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะกับพื้นที่ ราคาและตลาดที่ผันผวน ส่วนโรคและแมลงในแปลงทดลองของกรมวิชาการเกษตรกับมหาวิทยาลัยทักษิณยังไม่พบความเสียหายรุนแรง เกษตรกรควรทดลองแปลงเล็กก่อน จดอัตรางอก ระยะปลูก และผลผลิตของตัวเอง ตกลงกับผู้รับซื้อก่อนขยาย และสอบถามเกษตรอำเภอเมื่อพบอาการผิดปกติ (ข้อมูล ณ พ.ย. 2569) ดูเรื่องต้นทุนเพิ่มเติมที่ ต้นทุนฟ้าทะลายโจร

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄ผลของระยะปลูกต่อผลผลิตของฟ้าทะลายโจรในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน (Journal of Technology and Agricultural Innovation 3(1) 2568) — สายพันธุ์ ระยะปลูก ผลผลิตสดและแห้ง เกณฑ์เก็บเกี่ยว การให้ปุ๋ยคอกและน้ำ ปัญหาการผลิต และข้อความเรื่องโรคแมลง ที่มา: https://li02.tci-thaijo.org/index.php/jtai/article/download/987/-/19386
  • 📄มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เอกสารฟ้าทะลายโจร (เผยแพร่ผ่านสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) — ลักษณะเมล็ด เปลือกหนา การพักตัว จำนวนเมล็ดต่อฝัก และช่วงอายุการใช้ใบ ที่มา: https://www.opsmoac.go.th/ratchaburi-article_prov-files-441291791806

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

เมล็ดฟ้าทะลายโจรไม่งอกหรืองอกน้อยเกิดจากอะไร

เอกสารของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ที่เผยแพร่ผ่านสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ระบุว่าเมล็ดฟ้าทะลายโจรมีเปลือกหุ้มหนาและแข็ง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการงอก และเมล็ดยังพักตัว จึงควรแก้การพักตัวก่อนเพาะหรือก่อนปลูก เอกสารที่เปิดอ่านได้ไม่ได้ให้วิธีแก้ที่ยืนยันได้ในรายละเอียด ให้สอบถามศูนย์วิจัยพืชสวนหรือเกษตรอำเภอก่อนเริ่มเพาะ

ระยะปลูกที่ใกล้เกินไปหรือห่างเกินไปมีผลอย่างไร

งานทดลองของกรมวิชาการเกษตรกับมหาวิทยาลัยทักษิณ ปี 2568 พบว่าระยะปลูก 20x20 เซนติเมตร ให้น้ำหนักสดเฉลี่ยสูงสุดที่ 2,750 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่ระยะอื่นให้เฉลี่ย 2,290 ถึง 2,576 กิโลกรัมต่อไร่ แต่สายพันธุ์กับระยะปลูกมีปฏิสัมพันธ์กัน จึงไม่ควรสรุปว่าแน่นที่สุดดีที่สุดกับทุกสายพันธุ์

เก็บเกี่ยวตอนไหนถึงเหมาะ

ในงานทดลองข้างต้นเก็บเกี่ยวเมื่อออกดอก 25 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ของทั้งแปลง หรือ 80 วันหลังปลูก โดยเก็บช่วงเช้า นี่คือเกณฑ์ของการทดลอง ผู้ซื้อบางรายมีข้อกำหนดเรื่องอายุหรือสารสำคัญของตัวเอง ควรตกลงก่อนปลูก

ฟ้าทะลายโจรเป็นโรคหรือแมลงรุนแรงไหม

ในงานทดลองเดียวกันระบุว่ายังไม่พบโรคและแมลงชนิดใดทำความเสียหายรุนแรง มีเพียงความเสียหายเล็กน้อย และวิธีเบื้องต้นคือถอนต้นไปทำลายนอกแปลง ข้อนี้เป็นผลจากแปลงทดลองหนึ่งแห่ง ในแปลงเกษตรกรอาจพบสถานการณ์ต่างออกไปได้ ให้ส่งตัวอย่างตรวจที่เกษตรอำเภอเมื่อพบอาการผิดปกติ

ขายยากหรือราคาไม่นิ่งเป็นปัญหาจริงหรือไม่

งานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรกับมหาวิทยาลัยทักษิณระบุปัญหาของการผลิตว่าขาดเมล็ดพันธุ์ ใช้ระยะปลูกไม่เหมาะสม ราคาผลผลิตยังผันผวน และขาดเทคโนโลยีและการตลาด จึงควรหาผู้รับซื้อและตกลงเงื่อนไขก่อนขยายพื้นที่ ไม่มีราคากลางที่ยืนยันได้ในบทความนี้

ข้อมูลสายพันธุ์ที่ทดลองใช้กับพื้นที่อื่นได้ไหม

ยังสรุปไม่ได้ งานทดลองทำที่อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระหว่างตุลาคม 2565 ถึงกันยายน 2566 ด้วยสายพันธุ์พื้นเมืองภาคใต้ห้าสายพันธุ์ ถ้าปลูกในภาคอื่นหรือใช้เมล็ดจากแหล่งอื่น ต้องทดลองเล็กก่อนและสอบถามหน่วยงานในพื้นที่