ปลูกพืชเผยแพร่ 2 พฤศจิกายน 2569

อินทผลัมมีปัญหาอะไรบ้าง สาเหตุที่พบบ่อยและวิธีแก้

รวม 5 ปัญหาที่เจอในสวนอินทผลัมไทย ทั้งไม่รู้เพศต้น ผสมเกสรพลาด ด้วงแรด ด้วงงวง โรคราเขม่า และน้ำไม่พอ อ้างอิงข่าวกรมวิชาการเกษตรและสื่อท้องถิ่น ข้อมูล พ.ย. 2569

อินทผลัมมีปัญหาอะไรบ้าง สาเหตุที่พบบ่อยและวิธีแก้

คำตอบสั้น ๆ

สรุปปัญหาที่พบในสวนอินทผลัมไทยตามแหล่งข่าวหน่วยงานรัฐ ตั้งแต่เรื่องเพศต้น การผสมเกสร แมลงศัตรู โรคใบ ไปจนถึงน้ำ พร้อมบอกส่วนที่ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน

คำตอบเร็ว: ปัญหาของอินทผลัมในไทยที่มีแหล่งทางการหรือข่าวที่ตรวจได้รองรับ แบ่งได้เป็นสี่กลุ่ม คือ ไม่รู้เพศต้นจนปลูกไปแล้ว 2-3 ปี ผสมเกสรพลาดช่วงจนติดผลน้อย ศัตรูสำคัญอย่างด้วงแรดมะพร้าวและด้วงงวงมะพร้าว และโรคราเขม่าที่ใบ นอกจากนี้ยังมีปัญหาน้ำไม่พอและผลสุกไม่พร้อมกันตามที่เกษตรกรรายหนึ่งเล่า ส่วนปัญหาผลร่วงและโรคผลเน่า ยังไม่พบคำอธิบายจากหน่วยงานทางการที่ระบุสาเหตุในอินทผลัมโดยตรง บทความนี้จึงบอกตรง ๆ ว่ายังไม่มีข้อมูล

คนปลูกอินทผลัมรุ่นใหม่มักเริ่มจากภาพต้นที่ออกผลเป็นช่อสวย ๆ แต่พอลงมือจริงปัญหามาจากหลายด้านพร้อมกัน บางอย่างเกิดก่อนปลูกด้วยซ้ำ เช่น การซื้อต้นที่ไม่รู้เพศ บทความนี้ไล่ปัญหาตามลำดับเวลาของสวน ตั้งแต่ก่อนปลูก ช่วงออกดอก ช่วงติดผล ไปจนถึงศัตรูพืชและโรค และแยกให้ชัดว่าข้อไหนมีแหล่งอ้างอิง ข้อไหนยังไม่มีใครยืนยัน

ข้อมูล ณ พ.ย. 2569 ข่าวและเอกสารที่ใช้อ้างอิงเผยแพร่ในปี 2564-2565 คำแนะนำเรื่องสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชอาจเปลี่ยนตามประกาศล่าสุด ให้ตรวจกับกรมวิชาการเกษตรหรือเกษตรอำเภอก่อนใช้เสมอ

ภาพรวมการปลูกอินทผลัมในไทยตามตัวเลขทางการ

ภาพประกอบ ภาพรวมการปลูกอินทผลัมในไทยตามตัวเลขทางการ

ข่าวที่เผยแพร่เมื่อ 14 พ.ย. 2565 อ้างข้อมูลศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเชียงใหม่ กรมวิชาการเกษตร ระบุว่าพื้นที่ปลูกอินทผลัมทั้งประเทศราว 14,000 ไร่ ได้ผลผลิตประมาณ 5,000 ตัน กรมวิชาการเกษตรเริ่มงานวิจัยอินทผลัมตั้งแต่ปี 2554 แหล่งปลูกหลักที่ข่าวระบุได้แก่ กาญจนบุรี นครราชสีมา สุพรรณบุรี ร้อยเอ็ด และบุรีรัมย์ ส่วนภาคเหนือตอนบนมีที่น่าน ลำพูน ลำปาง แพร่ เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน ตัวเลขนี้บอกว่าอินทผลัมในไทยยังเป็นพืชที่คนปลูกไม่มากและองค์ความรู้ยังกำลังสะสม ปัญหาจึงมักเป็นเรื่องที่เกษตรกรต้องเรียนรู้เอง

ปัญหาที่ 1 ไม่รู้เพศต้นจนปลูกไปแล้วหลายปี

อินทผลัมแยกต้นเพศผู้และเพศเมีย ต้องมีต้นเพศเมียจึงจะได้ผลผลิต ข่าวไทยรัฐฉบับ 19 พ.ค. 2565 อธิบายว่าการเพาะจากเมล็ดมีความเสี่ยงสูงที่จะได้ต้นเพศผู้มากกว่า และอาจกลายพันธุ์ ทำให้เกษตรกรรู้เพศเมื่อปลูกไปแล้ว 2-3 ปีจนต้นออกดอก ปัจจุบันมีบริการตรวจเพศของต้น แต่ข่าวระบุว่ายังไม่ได้บอกถึงคุณภาพผลผลิต ส่วนต้นกล้าเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนำเข้าจากต่างประเทศมีราคาต้นละ 1,500-2,000 บาท (ราคาตามข่าวปี 2565) ซึ่งเป็นต้นทุนสูงสำหรับรายย่อย

ตัวอย่างจริงจากข่าวผู้จัดการออนไลน์ 16 มิ.ย. 2564 ที่ ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ สวนขนาดราว 1 ไร่เศษ ปลูก 65 ต้นระยะ 5 x 5 เมตร ซื้อต้นพันธุ์จากเมล็ดต้นละ 480 บาท ภายหลังพบต้นเพศผู้ประมาณ 20 ต้น ข่าวระบุว่าให้ผลจริงประมาณ 27 ต้น สะท้อนให้เห็นว่า ต้นที่ปลูกจากเมล็ดมีโอกาสสูญเสียพื้นที่ไปกับต้นเพศผู้ ซึ่งจำเป็นต่อการผสมเกสรแต่ต้องมีเพียงบางส่วน

วิธีลดปัญหา: ถามผู้ขายว่าต้นมาจากเนื้อเยื่อ หน่อ หรือเมล็ด ถ้าเป็นเมล็ดให้ถือว่ามีความเสี่ยงเรื่องเพศ และถามว่ามีผลตรวจเพศหรือไม่ แล้วเทียบราคาต่อต้นที่ได้เพศเมียจริง ไม่ใช่ราคาต่อต้นที่ซื้อ

ปัญหาที่ 2 ผสมเกสรพลาดช่วงแล้วติดผลน้อย

เอกสารถ่ายทอดองค์ความรู้ของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเชียงใหม่ในข่าว 14 พ.ย. 2565 แนะนำให้ถ่ายละอองเกสรด้วยมือบนช่อดอกเพศเมียตอนที่กาบช่อดอกเริ่มแตก และทำต่อได้อีก 2 วันหลังกาบแตก แต่ไม่ควรเกิน 4 วัน ถ้าทำถูกช่วงจะมีการติดผลมากกว่า 80% ถ้าละอองเกสรมีน้อย แหล่งข่าวเดียวกันแนะนำให้ผสมละอองเกสร 0.5 กรัมกับแป้งทัลคัม 0.5 กรัม หรือกับสารละลายซูโครส 20% ก่อนนำไปผสม

ปัญหาที่พบได้จึงเป็นเรื่องจังหวะ ถ้ากาบแตกตอนไม่มีใครอยู่หรือไม่มีละอองเกสรสำรอง ก็อาจเลยช่วงที่เหมาะ การจดวันที่กาบแตกของแต่ละช่อและเตรียมละอองเกสรจากต้นเพศผู้ไว้ล่วงหน้าเป็นวิธีที่ทำได้จริงในสวนเล็ก ตัวเลข 80% ในข่าวเป็นเป้าหมายเมื่อทำถูกวิธี ไม่ใช่ค่าที่ทุกสวนจะได้

ปัญหาที่ 3 ศัตรูพืชสำคัญ ด้วงแรดและด้วงงวง

ข่าวเดียวกันระบุแมลงศัตรูสำคัญสองชนิด ชนิดแรกคือ ด้วงแรดมะพร้าว ตัวเต็มวัยกัดกินใบอ่อนทำให้ใบขาดแหว่งและไม่สมบูรณ์ แผลที่เกิดขึ้นอาจเป็นช่องให้ด้วงงวงมาวางไข่ จนยอดเน่าและต้นตายได้ ชนิดที่สองคือ ด้วงงวงมะพร้าว (เรียกอีกชื่อว่า ด้วงสาคูหรือด้วงลาน) เจาะทำลายลำต้นจนต้นตายได้ เกษตรกรที่ศรีสะเกษในข่าวผู้จัดการออนไลน์ก็ระบุว่าด้วงแรดเป็นศัตรูหลักที่กัดกินยอด

ศัตรูความเสียหายที่ระบุในแหล่งข่าวแนวทางที่แหล่งข่าวระบุ
ด้วงแรดมะพร้าวตัวเต็มวัยกัดใบอ่อน ใบขาดแหว่ง แผลเป็นช่องให้ด้วงงวงวางไข่ ยอดเน่า ต้นตายทำความสะอาดสวน คุมกองปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกไม่ให้เป็นแหล่งเพาะ ใช้เชื้อราเขียวเมตาไรเซียมสายพันธุ์ DOA-M5 ของกรมวิชาการเกษตร ใช้ฟีโรโมนล่อ ใช้สารเคมีสลับกลุ่มตามคำแนะนำ
ด้วงงวงมะพร้าวเจาะลำต้นจนต้นตายทาน้ำมันเครื่องใช้แล้วหรือชันผสมน้ำมันยางที่แผลบริเวณโคนต้นเพื่อป้องกันการวางไข่ ใช้ฟีโรโมนล่อ

เรื่องสารเคมี บทความนี้ไม่ระบุชื่อสารหรืออัตราใช้ ให้ปรึกษาเกษตรอำเภอหรือศูนย์วิจัยของกรมวิชาการเกษตรในพื้นที่ แล้วทำตามฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง และสวมอุปกรณ์ป้องกันทุกครั้ง เกษตรกรที่ศรีสะเกษเลือกห่อผลด้วยกระสอบปุ๋ยและตาข่ายเพื่อกันแมลง และใช้ปุ๋ยคอกโดยไม่ฉีดสารเคมี ซึ่งเป็นวิธีเฉพาะของสวนเล็กเขาเอง ไม่ใช่คำแนะนำของหน่วยงาน

ปัญหาที่ 4 โรคราเขม่าที่ใบ

ข่าวกรมวิชาการเกษตรระบุว่า โรคราเขม่า (Graphiola leaf spot) เกิดจากเชื้อรา Graphiola phoenicis ระบาดมากในอินทผลัม ลักษณะคือมีเส้นใยสีเหลืองคล้ายเส้นด้ายโผล่ขึ้นมาเพื่อกระจายสปอร์ ก่อนจะยุบลงเป็นสีดำ แนวทางที่ระบุคือตัดใบล่างที่เป็นโรคไปเผานอกสวน หลีกเลี่ยงการให้น้ำแบบสปริงเกอร์ และลดความชื้นในทรงพุ่ม รวมถึงพ่นสารป้องกันเชื้อราตามคำแนะนำ

ข้อสังเกตเชิงปฏิบัติจากแนวทางนี้ คือถ้าสวนใช้สปริงเกอร์เหนือทรงพุ่มอยู่ ควรประเมินว่าเปลี่ยนเป็นให้น้ำที่โคนได้หรือไม่ ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำให้เลี่ยงสปริงเกอร์ที่ระบุไว้ในข่าว

ปัญหาที่ 5 น้ำไม่พอและผลสุกไม่พร้อมกัน

กรณีสวนที่ศรีสะเกษ เจ้าของใช้น้ำจากบ่อ รดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง รดได้ครึ่งสวนต่อวัน และให้ความเห็นว่าถ้ามีน้ำมากกว่านี้จะได้ผลผลิตมากกว่านี้ นอกจากนี้ข่าวบอกว่าผลทยอยสุกถึงเดือนสิงหาคม เจ้าของมองว่าถ้าสุกพร้อมกันอาจหาตลาดยาก ทั้งสองข้อเป็นคำบอกเล่าของเกษตรกรหนึ่งราย ยังไม่ใช่ผลการทดลอง แต่ชี้ว่าก่อนปลูกควรประเมินน้ำและช่องทางขายให้ตรงกับช่วงผลสุก

ผลร่วงและผลเน่า สิ่งที่ยังไม่มีคำตอบทางการ

ผู้อ่านจำนวนมากถามว่าทำไมผลอินทผลัมร่วงหรือเน่า จากการค้นหาข่าวและเอกสารที่เปิดอ่านได้ ยังไม่พบหน่วยงานทางการที่ระบุสาเหตุผลร่วงของอินทผลัมในไทยโดยตรง ข่าวที่อ่านทั้งหมดกล่าวถึงการติดผลจากการผสมเกสรเท่านั้น สิ่งที่พอทำได้คือไล่ตรวจตามลำดับ ดังนี้

  1. ย้อนดูว่าช่อนั้นผสมเกสรเมื่อไร ถ้าเลยช่วง 4 วันหลังกาบแตก ผลน้อยหรือร่วงอาจเกี่ยวกับการผสม ซึ่งเป็นการอนุมานจากข้อมูลติดผล ไม่ใช่ข้อสรุปของหน่วยงาน
  2. ดูว่าน้ำเพียงพอหรือไม่ในช่วงติดผล
  3. ดูว่ามีแมลงเจาะหรือรอยแผลที่ผลและก้านช่อหรือไม่
  4. ถ่ายภาพผลและช่อพร้อมวันที่ แล้วส่งหรือนำไปให้เกษตรอำเภอหรือศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรในพื้นที่วินิจฉัย

ถ้ามีคนบอกสาเหตุที่ฟังเด็ดขาดโดยไม่เห็นสวนของคุณ ให้ถือว่าเป็นความเห็น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ตรวจได้

ตารางไล่ปัญหาตามระยะของสวน

ระยะปัญหาที่พบรายงานสิ่งที่ควรทำ
ก่อนซื้อต้นไม่รู้เพศ ต้นจากเมล็ดมีโอกาสได้ต้นเพศผู้มากถามที่มาของต้น ขอผลตรวจเพศ คำนวณราคาต่อต้นเพศเมีย
2-3 ปีแรกรอจนออกดอกถึงจะรู้เพศ ด้วงแรดกัดยอดกำจัดแหล่งเพาะด้วง จดบันทึกต้นที่ออกดอก
ช่วงออกดอกผสมเกสรพลาดช่วง กาบแตกไม่มีละอองเกสรเก็บละอองเกสรสำรอง ทำภายใน 2-4 วันหลังกาบแตก
ช่วงติดผลน้ำไม่พอ ผลสุกไม่พร้อมกัน แมลงรบกวนช่อวางแผนน้ำ ห่อช่อผลตามที่เหมาะกับสวน วางแผนตลาดล่วงหน้า
ตลอดปีโรคราเขม่าที่ใบล่าง ด้วงงวงเจาะลำต้นตัดใบเป็นโรคไปเผานอกสวน เลี่ยงสปริงเกอร์ ตรวจแผลที่โคนต้น

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของมือใหม่

  • เชื่อรูปต้นที่ติดผลโดยไม่ถามว่าต้นขายมาจากเมล็ด หน่อ หรือเนื้อเยื่อ
  • ปลูกต้นเพศผู้มากเกินจำเป็น หรือไม่เหลือต้นเพศผู้ไว้ผสมเลย
  • ผสมเกสรช้าเกิน 4 วันหลังกาบแตกเพราะไม่ได้เฝ้าช่อ
  • กองปุ๋ยคอกหรือซากพืชหนาใกล้ต้น ทำให้เป็นแหล่งเพาะด้วงแรด ซึ่งแนวทางที่พบแนะนำให้ทำความสะอาดสวน
  • ใช้สปริงเกอร์รดทรงพุ่มทั้งที่แนะนำให้เลี่ยงเพราะโรคราเขม่า
  • ใช้สารเคมีตามคำบอกเล่าโดยไม่อ่านฉลากและไม่ปรึกษาเกษตรอำเภอ
  • เทียบผลตอบแทนกับสวนเกษตรกรรายเดียวในข่าว แล้วคิดว่าทุกพื้นที่จะได้เท่ากัน

อ่านต่อ ต้นทุน ผลตอบแทน และดินเค็ม

ถ้าอยากเห็นภาพเรื่องเงินและระยะเวลาคืนทุน ดูที่ ปลูกอินทผลัมพันธุ์บาร์ฮีขายผลสด ลงทุนกี่ปีถึงคุ้มทุน ส่วนการปลูกร่วมกับสัตว์เลี้ยงอยู่ใน ปลูกอินทผลัมแซมเลี้ยงแกะเล็มหญ้าโคนต้น คุ้มไหม และถ้าที่ดินของคุณเป็นดินเค็ม ควรอ่านการปรับปรุงดินที่ ปรับปรุงดินเค็มชายฝั่งด้วยยิปซัมและอินทรียวัตถุ ใช้เวลานานแค่ไหนถึงปลูกได้ผล (บทความนั้นพูดถึงการปรับดิน ไม่ได้ยืนยันว่าอินทผลัมทนเค็มได้เท่าไร ซึ่งยังไม่มีแหล่งที่ตรวจได้ในบทความนี้)

สรุป

ปัญหาของอินทผลัมที่ตรวจแหล่งได้คือ ความไม่แน่ใจเรื่องเพศต้น การผสมเกสรพลาดช่วง ด้วงแรดและด้วงงวง โรคราเขม่า น้ำไม่พอ และผลสุกไม่พร้อมกัน ส่วนผลร่วงยังไม่มีคำอธิบายทางการที่ระบุสาเหตุในอินทผลัมโดยตรง ให้ไล่ตรวจตามขั้นตอนแล้วส่งภาพให้เกษตรอำเภอ ก่อนซื้อต้นถามที่มาและเพศให้ชัด และอย่าใช้สารเคมีโดยไม่อ่านฉลากหรือไม่ปรึกษาหน่วยงาน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄เดลินิวส์ เรื่อง เตรียมถ่ายทอดองค์ความรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอินทผลัม — https://www.dailynews.co.th/news/1681928/ เผยแพร่ 14 พ.ย. 2565 อ้างศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเชียงใหม่ กรมวิชาการเกษตร: พื้นที่ปลูก ผลผลิต ด้วงแรด ด้วงงวง โรคราเขม่า การผสมเกสร
  • 📄เรื่องเล่าข่าวเกษตร (AgriNewsThai) เรื่อง กรมวิชาการเกษตรเตรียมถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอินทผลัม — https://www.agrinewsthai.com/slide/37280 ข้อมูลโรคราเขม่า เชื้อ Graphiola phoenicis และการผสมละอองเกสรกับแป้งทัลคัมหรือซูโครส
  • 📄ไทยรัฐ ฉบับพิมพ์ 19 พ.ค. 2565 — https://www.thairath.co.th/newspaper/2395550 ปัญหาเพศต้น ต้นกล้าจากเมล็ด และราคาต้นกล้าเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
  • 📄ผู้จัดการออนไลน์ รายงานจาก จ.ศรีสะเกษ 16 มิ.ย. 2564 — https://mgronline.com/local/detail/9640000058045 กรณีสวนอินทผลัมขนาดเล็ก ปัญหาน้ำ ด้วงแรด ผลสุกไม่พร้อมกัน (คำบอกเล่าของเกษตรกร)
  • 📄กรมวิชาการเกษตร — https://www.doa.go.th ตรวจสอบคำแนะนำล่าสุดด้านพันธุ์ อัตราใช้ และสารที่ขึ้นทะเบียน

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

อินทผลัมผลร่วงเพราะอะไร

ยังไม่พบหน่วยงานทางการที่ระบุสาเหตุผลร่วงของอินทผลัมในไทยโดยตรง สิ่งที่ตรวจได้คือเรื่องการผสมเกสรที่ต้องทำภายใน 2-4 วันหลังกาบช่อดอกแตกเพื่อให้ติดผลมากกว่า 80% แนะนำให้ถ่ายภาพและส่งตรวจกับเกษตรอำเภอหรือศูนย์วิจัยฯ ในพื้นที่

ปลูกอินทผลัมจากเมล็ดได้ไหม

ได้ แต่ข่าวไทยรัฐ 19 พ.ค. 2565 ชี้ว่ามีความเสี่ยงได้ต้นเพศผู้มาก และอาจกลายพันธุ์ ต้องรอ 2-3 ปีจึงรู้เพศเมื่อออกดอก

ด้วงแรดทำลายอินทผลัมอย่างไร

ตัวเต็มวัยกัดกินใบอ่อน ใบขาดแหว่ง และแผลที่เกิดขึ้นอาจเป็นช่องให้ด้วงงวงมาวางไข่ จนยอดเน่าและต้นตายได้ตามที่กรมวิชาการเกษตรระบุในข่าว 14 พ.ย. 2565

โรคราเขม่าอินทผลัมจัดการอย่างไร

ตัดใบล่างที่เป็นโรคไปเผานอกสวน หลีกเลี่ยงการรดน้ำแบบสปริงเกอร์ ลดความชื้นในทรงพุ่ม และพ่นสารป้องกันเชื้อราตามคำแนะนำของหน่วยงานและฉลากผลิตภัณฑ์ โดยไม่ควรใช้ตามคำบอกเล่าโดยไม่ตรวจสอบ

ซื้อต้นกล้าเนื้อเยื่อกับต้นจากเมล็ดต่างกันอย่างไร

ตามข่าวปี 2565 ต้นกล้าเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนำเข้ามีราคาต้นละ 1,500-2,000 บาท ส่วนต้นจากเมล็ดในกรณีศรีสะเกษปี 2564 ราคาต้นละ 480 บาท แต่มีความเสี่ยงเรื่องเพศ ควรเทียบราคาต่อต้นเพศเมียที่ได้จริง

ถ้าอินทผลัมไม่ติดผลควรปรึกษาใคร

เกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด หรือศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรของกรมวิชาการเกษตรในพื้นที่ โดยเฉพาะศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเชียงใหม่ที่ทำวิจัยอินทผลัมมาตั้งแต่ปี 2554