ปลูกพืช

สละไม่ติดผลหรือผลลีบทั้งที่ดอกดก ต้องผสมเกสรเองไหม

แก้ปัญหาสละดอกดกแต่ผลลีบหรือไม่ติดผล เข้าใจสาเหตุจากการผสมเกสรไม่สมบูรณ์ วิธีผสมเกสรด้วยมือ ช่วงเวลาที่เหมาะสม และการจัดการต้นตัวผู้ในสวน

สละไม่ติดผลหรือผลลีบทั้งที่ดอกดก ต้องผสมเกสรเองไหม
Quick Answer: สละที่ดอกดกแต่ผลลีบหรือไม่ติดผลส่วนใหญ่เกิดจากการผสมเกสรที่ไม่สมบูรณ์ เพราะสละเป็นพืชแยกเพศต้นตัวผู้ตัวเมีย และดอกบานในช่วงเวลาสั้นที่แมลงตามธรรมชาติอาจผสมได้ไม่ทั่วถึง สวนสละเชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่จึงต้องผสมเกสรด้วยมือเสริมเพื่อให้ติดผลสม่ำเสมอ ไม่สามารถปล่อยให้ธรรมชาติผสมเองได้ทั้งหมด

เกษตรกรที่ปลูกสละหรือระกำหวานหลายรายเจอปัญหาคล้ายกันคือ ต้นออกดอกดกมากทุกปีแต่พอถึงเวลาเก็บเกี่ยวกลับได้ผลผลิตน้อย ผลลีบเล็ก หรือดอกร่วงไปโดยไม่ติดผลเลย ปัญหานี้พบบ่อยจนเกือบเป็นเรื่องปกติของคนปลูกสละมือใหม่ที่ยังไม่เข้าใจธรรมชาติการผสมเกสรของพืชชนิดนี้ ทั้งที่จริงแล้วสาเหตุหลักสามารถแก้ไขได้ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง

สาเหตุที่ดอกดกแต่ผลลีบหรือไม่ติด

สละเป็นพืชแยกเพศแยกต้น หมายความว่าต้นตัวผู้และต้นตัวเมียเป็นคนละต้นกัน และดอกของสละแต่ละต้นจะบานในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วันเท่านั้น หากในสวนมีต้นตัวผู้ไม่เพียงพอ หรือช่วงเวลาที่ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียบานไม่ตรงกันพอดี เกสรตัวผู้จะไปไม่ถึงดอกตัวเมียในช่วงที่พร้อมรับการผสม ทำให้ดอกร่วงไปเฉยๆ หรือติดผลแต่ผลลีบเล็กไม่สมบูรณ์เพราะได้รับการผสมเกสรไม่เต็มที่

อีกสาเหตุหนึ่งคือปริมาณแมลงผสมเกสรตามธรรมชาติในพื้นที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะสวนที่อยู่ใกล้พื้นที่ที่มีการใช้สารเคมีกำจัดแมลงมาก อาจทำให้แมลงที่ช่วยผสมเกสรตามธรรมชาติลดจำนวนลง ส่งผลให้การผสมเกสรตามธรรมชาติไม่เพียงพอต่อปริมาณดอกที่บานในแต่ละรอบ ยิ่งสวนที่มีพื้นที่ปลูกกว้างและมีดอกบานพร้อมกันจำนวนมาก ยิ่งต้องการการผสมเกสรที่ทั่วถึงกว่าที่ธรรมชาติจะทำได้ทัน

ความจำเป็นของการผสมเกสรด้วยมือ

ด้วยข้อจำกัดเรื่องช่วงเวลาดอกบานสั้นและการพึ่งพาแมลงตามธรรมชาติที่ไม่แน่นอน สวนสละเชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่จึงจำเป็นต้องผสมเกสรด้วยมือเสริมเพื่อเพิ่มอัตราการติดผลให้สม่ำเสมอ การผสมเกสรด้วยมือทำได้โดยเก็บดอกตัวผู้ที่บานพอดีมาเขย่าหรือปาดละอองเกสรลงบนดอกตัวเมียโดยตรง วิธีนี้ช่วยให้มั่นใจว่าดอกตัวเมียแต่ละดอกได้รับการผสมเกสรอย่างเพียงพอ ไม่ต้องรอลุ้นว่าแมลงตามธรรมชาติจะมาช่วยผสมทันเวลาหรือไม่

เกษตรกรที่ไม่ผสมเกสรด้วยมือเลยมักได้ผลผลิตต่ำกว่าที่ควรจะเป็นมาก แม้ต้นจะออกดอกดกทุกปีก็ตาม เพราะอัตราการติดผลตามธรรมชาติของสละต่ำกว่าพืชผสมเกสรด้วยลมหรือแมลงทั่วไปพอสมควร การลงทุนแรงงานผสมเกสรด้วยมือจึงถือเป็นขั้นตอนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับผลผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในสวนที่ปลูกเพื่อการค้าจริงจัง

ช่วงเวลาที่เหมาะผสมเกสร

ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการผสมเกสรสละคือช่วงเช้าที่ดอกตัวเมียเพิ่งบานและยังสดอยู่ เพราะดอกตัวเมียมีระยะเวลาที่พร้อมรับการผสมค่อนข้างจำกัด หากผสมช้าเกินไปหลังดอกบานไปหลายวันแล้ว อัตราการติดผลจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด เกษตรกรที่มีประสบการณ์จึงมักสำรวจสวนทุกวันในช่วงฤดูออกดอกเพื่อจับจังหวะดอกบานให้ทันเวลา ไม่ปล่อยให้ดอกตัวเมียบานทิ้งไว้โดยไม่ผสม

การเก็บดอกตัวผู้มาใช้ผสมก็ต้องเลือกดอกที่บานพอดีเช่นกัน ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป เพราะละอองเกสรที่มีคุณภาพดีที่สุดจะอยู่ในช่วงดอกบานใหม่ๆ เกษตรกรบางรายเก็บดอกตัวผู้ไว้ล่วงหน้าในที่ร่มเพื่อให้มีสำรองใช้ผสมได้หลายวัน แต่ต้องระวังเรื่องความชื้นและอุณหภูมิที่อาจทำให้ละอองเกสรเสื่อมคุณภาพเร็วกว่าที่ควร

การจัดการต้นตัวผู้ในแปลง

การมีต้นตัวผู้ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญมากสำหรับสวนสละ เกษตรกรควรปลูกต้นตัวผู้กระจายอยู่ในสวนในสัดส่วนที่เพียงพอต่อจำนวนต้นตัวเมีย ไม่ควรปลูกต้นตัวผู้น้อยเกินไปจนไม่มีเกสรเพียงพอสำหรับผสมในช่วงที่ดอกตัวเมียบานพร้อมกันจำนวนมาก การวางแผนสัดส่วนต้นตัวผู้ตั้งแต่เริ่มปลูกจึงสำคัญกว่าการแก้ปัญหาทีหลังเมื่อต้นโตแล้ว

เกษตรกรบางรายที่มีพื้นที่จำกัดเลือกปลูกต้นตัวผู้น้อยแล้วชดเชยด้วยการเก็บดอกตัวผู้จากสวนข้างเคียงหรือแหล่งอื่นมาผสมแทน ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ได้ผลเช่นกันหากมีแหล่งดอกตัวผู้ที่เชื่อถือได้และสดใหม่ อย่างไรก็ตาม การมีต้นตัวผู้ของตัวเองในสวนยังคงเป็นวิธีที่สะดวกและควบคุมคุณภาพได้ดีที่สุด เพราะไม่ต้องพึ่งพาแหล่งภายนอกที่อาจไม่พร้อมในช่วงเวลาที่ต้องการ

ปัญหาที่พบสาเหตุที่เป็นไปได้แนวทางแก้ไข
ดอกดกแต่ไม่ติดผลเลยไม่มีการผสมเกสร หรือต้นตัวผู้ไม่เพียงพอผสมเกสรด้วยมือช่วงดอกตัวเมียบานใหม่
ผลลีบเล็กไม่สมบูรณ์ได้รับการผสมเกสรไม่เต็มที่ผสมซ้ำให้ทั่วถึงและตรงช่วงเวลาที่เหมาะสม
ดอกร่วงก่อนติดผลดอกตัวผู้และตัวเมียบานไม่ตรงจังหวะกันเก็บดอกตัวผู้สำรองไว้ผสมในช่วงที่ขาด
ติดผลน้อยกว่าที่คาดแมลงผสมเกสรตามธรรมชาติไม่เพียงพอผสมเกสรด้วยมือเสริมทุกรอบดอกบาน

เทคนิคการผสมเกสรให้ได้ผลดีขึ้น

เกษตรกรที่มีประสบการณ์มักใช้พู่กันขนอ่อนหรืออุปกรณ์ปาดละอองเกสรที่ทำเองแทนการเขย่าดอกตัวผู้โดยตรง เพราะช่วยให้ควบคุมปริมาณละอองเกสรที่ตกลงบนดอกตัวเมียได้แม่นยำกว่า ลดการสูญเสียละอองเกสรที่อาจปลิวหายไปกับลมระหว่างการเขย่า วิธีนี้เหมาะกับสวนขนาดเล็กถึงกลางที่มีแรงงานเพียงพอสำหรับการผสมแบบละเอียด

สำหรับสวนขนาดใหญ่ที่มีต้นจำนวนมาก การเก็บดอกตัวผู้มารวมกันในภาชนะแล้วนำละอองเกสรไปโรยหรือปาดบนดอกตัวเมียหลายต้นพร้อมกันจะช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่า แต่ต้องระวังเรื่องความสดของละอองเกสรไม่ให้เก็บไว้นานเกินไปจนเสื่อมคุณภาพ โดยทั่วไปควรใช้ละอองเกสรที่เก็บมาให้หมดภายในวันเดียวกันเพื่อให้ได้อัตราการติดผลที่ดีที่สุด

การดูแลหลังผสมเกสรจนถึงเก็บเกี่ยว

หลังผสมเกสรสำเร็จแล้ว ต้นสละยังต้องการการดูแลต่อเนื่องเพื่อให้ผลเจริญเติบโตสมบูรณ์ โดยเฉพาะเรื่องน้ำและธาตุอาหารที่ต้องสม่ำเสมอตลอดช่วงพัฒนาผล การขาดน้ำในช่วงนี้อาจทำให้ผลที่ติดแล้วลีบเล็กหรือร่วงก่อนกำหนดได้เช่นกัน แม้จะผสมเกสรสำเร็จไปแล้วก็ตาม เกษตรกรจึงไม่ควรละเลยการดูแลหลังผสมเกสรเพียงเพราะคิดว่าขั้นตอนสำคัญที่สุดผ่านไปแล้ว

นอกจากนี้ควรหมั่นตรวจสอบทะลายผลที่ติดแล้วเป็นระยะเพื่อคัดแยกผลที่ไม่สมบูรณ์ออกก่อน ช่วยให้ผลที่เหลือได้รับสารอาหารเต็มที่และเจริญเติบโตได้ขนาดที่ดีกว่า การปล่อยให้ทะลายมีผลลีบปะปนกับผลสมบูรณ์จำนวนมากอาจทำให้ต้นต้องแบ่งสารอาหารไปเลี้ยงผลที่ไม่มีคุณภาพโดยเปล่าประโยชน์ ลดทอนคุณภาพของผลผลิตโดยรวมทั้งทะลาย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ปลูกต้นตัวผู้น้อยเกินไปหรือไม่ปลูกเลย ทำให้ไม่มีเกสรเพียงพอสำหรับผสม
  • ปล่อยให้ธรรมชาติผสมเกสรเองทั้งหมดโดยไม่ผสมด้วยมือเสริม
  • ผสมเกสรช้าเกินไปหลังดอกตัวเมียบานไปหลายวันแล้ว
  • เก็บดอกตัวผู้เก่าเกินไปมาใช้ผสม ทำให้ละอองเกสรคุณภาพต่ำ
  • ไม่สำรวจแปลงสม่ำเสมอในช่วงฤดูออกดอก ทำให้พลาดจังหวะผสมเกสร
  • ใช้สารเคมีกำจัดแมลงใกล้ช่วงดอกบานจนกระทบแมลงผสมเกสรตามธรรมชาติ
  • ละเลยการดูแลน้ำและธาตุอาหารหลังผสมเกสรสำเร็จ ทำให้ผลลีบหรือร่วงภายหลัง

การเลือกพันธุ์สละที่ติดผลง่ายกว่า

พันธุ์สละที่ปลูกในไทยมีหลายสายพันธุ์ ซึ่งบางพันธุ์มีลักษณะการออกดอกและอัตราการติดผลตามธรรมชาติที่แตกต่างกัน เกษตรกรที่กำลังวางแผนปลูกใหม่ควรศึกษาข้อมูลพันธุ์จากแหล่งข้อมูลทางการเกษตรหรือสอบถามเกษตรกรผู้มีประสบการณ์ในพื้นที่ เพื่อเลือกพันธุ์ที่เหมาะกับสภาพพื้นที่และมีแนวโน้มติดผลดีเมื่อจัดการผสมเกสรอย่างถูกวิธี ไม่ควรเลือกพันธุ์ตามกระแสความนิยมเพียงอย่างเดียวโดยไม่ศึกษาลักษณะการออกดอกก่อน

นอกจากพันธุ์แล้ว อายุของต้นก็มีผลต่ออัตราการติดผลเช่นกัน ต้นที่ยังอายุน้อยหรือเพิ่งเริ่มให้ผลผลิตรอบแรกๆ มักมีอัตราการติดผลไม่สม่ำเสมอเท่าต้นที่มีอายุมากขึ้นและมีระบบรากสมบูรณ์แล้ว เกษตรกรจึงไม่ควรกังวลมากเกินไปหากต้นอายุน้อยติดผลน้อยในช่วงแรก ตราบใดที่การดูแลและการผสมเกสรทำอย่างถูกต้องสม่ำเสมอ ผลผลิตมักจะดีขึ้นตามอายุของต้นในรอบถัดๆ ไป

ต้นทุนแรงงานผสมเกสรที่ควรวางแผน

การผสมเกสรด้วยมือเป็นขั้นตอนที่ใช้แรงงานค่อนข้างมากในช่วงฤดูออกดอก โดยเฉพาะสวนขนาดใหญ่ที่มีต้นจำนวนมากออกดอกพร้อมกัน เกษตรกรควรวางแผนจำนวนแรงงานและงบประมาณค่าแรงสำหรับช่วงนี้ล่วงหน้า ไม่ควรประเมินว่าจะหาแรงงานได้ทันทีเมื่อถึงเวลา เพราะช่วงดอกบานมักตรงกับช่วงที่สวนผลไม้ชนิดอื่นในพื้นที่ต้องการแรงงานเช่นกัน ทำให้แรงงานอาจขาดแคลนในบางช่วง

เกษตรกรบางรายฝึกแรงงานประจำของตัวเองให้ชำนาญการผสมเกสรแทนการจ้างแรงงานชั่วคราวทุกปี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงเรื่องขาดแคลนแรงงานในช่วงฤดูออกดอกได้ดีกว่า และยังช่วยให้คุณภาพการผสมเกสรสม่ำเสมอกว่าการเปลี่ยนแรงงานใหม่ทุกปีที่ยังไม่มีประสบการณ์ ถือเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าสำหรับสวนที่ตั้งใจปลูกสละเชิงพาณิชย์อย่างจริงจัง

สรุป

ปัญหาสละดอกดกแต่ผลลีบหรือไม่ติดผลส่วนใหญ่แก้ไขได้ด้วยความเข้าใจธรรมชาติการผสมเกสรที่ถูกต้อง ทั้งการมีต้นตัวผู้ในสัดส่วนที่เหมาะสม การผสมเกสรด้วยมือเสริมในช่วงเวลาที่ถูกต้อง และการสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอในช่วงฤดูออกดอก เกษตรกรที่เข้าใจและปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอมักเห็นผลผลิตที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับการปล่อยให้ธรรมชาติผสมเกสรเองทั้งหมด การลงทุนแรงงานผสมเกสรด้วยมือแม้จะเพิ่มภาระงานในช่วงฤดูออกดอก แต่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับผลผลิตที่เพิ่มขึ้นและคุณภาพผลที่สม่ำเสมอกว่าการปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติเพียงอย่างเดียว เกษตรกรมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มปลูกไม่ควรท้อแท้หากผลผลิตรอบแรกยังไม่เป็นไปตามคาด เพราะทักษะการผสมเกสรจะพัฒนาขึ้นตามประสบการณ์ที่สั่งสมในแต่ละฤดูกาล การจดบันทึกผลลัพธ์ของการผสมเกสรแต่ละรอบ เช่น จำนวนดอกที่ผสม อัตราการติดผล และสภาพอากาศในช่วงนั้น จะช่วยให้เกษตรกรปรับปรุงเทคนิคของตัวเองให้แม่นยำขึ้นในทุกฤดูกาลถัดไป ผู้ที่สนใจข้อมูลการปลูกไม้ผลชนิดอื่นเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่หมวด ปลูกพืช

คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับสวนที่เพิ่งเริ่มปลูก

เกษตรกรที่เพิ่งเริ่มปลูกสละควรให้ความสำคัญกับการวางผังสวนตั้งแต่แรก โดยจัดสัดส่วนต้นตัวผู้และต้นตัวเมียให้เหมาะสมและกระจายต้นตัวผู้ให้ทั่วถึงทั้งแปลง ไม่ควรปลูกต้นตัวผู้รวมกันในจุดเดียวเพราะจะทำให้บางส่วนของสวนที่อยู่ไกลจากต้นตัวผู้ได้รับการผสมเกสรน้อยกว่าจุดที่อยู่ใกล้ การวางผังที่ดีตั้งแต่ต้นช่วยลดปัญหาการผสมเกสรไม่ทั่วถึงในระยะยาวได้มาก

สำหรับผู้ที่ยังไม่มั่นใจเรื่องเทคนิคการผสมเกสร แนะนำให้ไปศึกษาดูงานจากสวนสละที่ประสบความสำเร็จในพื้นที่ใกล้เคียงก่อนเริ่มลงมือทำเอง เพราะการเห็นขั้นตอนจริงและได้สอบถามรายละเอียดจากผู้มีประสบการณ์ตรงจะช่วยให้เข้าใจจังหวะและเทคนิคที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ได้ดีกว่าการอ่านข้อมูลเพียงอย่างเดียว และยังช่วยให้หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตั้งแต่รอบการปลูกแรกได้อีกด้วย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมวิชาการเกษตร — ข้อมูลลักษณะการออกดอกและการผสมเกสรของสละและระกำ
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — คำแนะนำการจัดการสวนสละเชิงพาณิชย์และการผสมเกสรด้วยมือ

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

เกษตรกรที่ต้องการยกระดับผลผลิตสละให้มีคุณภาพสม่ำเสมอในระยะยาว ควรมองการผสมเกสรด้วยมือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการจัดการสวนประจำปี ไม่ใช่เพียงมาตรการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อผลผลิตน้อยเท่านั้น การวางแผนล่วงหน้าตั้งแต่การเลือกพันธุ์ การจัดสัดส่วนต้นตัวผู้ ไปจนถึงการฝึกแรงงานให้ชำนาญ ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของสวนสละในระยะยาวมากกว่าการแก้ปัญหาทีละจุดเมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้ว การสั่งสมความรู้และปรับปรุงเทคนิคอย่างต่อเนื่องในทุกฤดูกาลคือกุญแจสำคัญที่ทำให้สวนสละเชิงพาณิชย์ประสบความสำเร็จในระยะยาวได้จริงมากกว่าการหวังพึ่งโชคช่วยในแต่ละปีโดยไม่วางแผนล่วงหน้าเลย

คำถามที่พบบ่อย

สละต้องผสมเกสรด้วยมือทุกครั้งไหม

สวนเชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่แนะนำให้ผสมเกสรด้วยมือเสริมทุกครั้งเพื่อให้ได้ผลผลิตสม่ำเสมอ แม้บางครั้งแมลงตามธรรมชาติอาจช่วยผสมได้บางส่วน แต่ไม่เพียงพอต่อปริมาณดอกที่บานพร้อมกันจำนวนมากในสวนขนาดใหญ่

ต้นตัวผู้ควรปลูกในสัดส่วนเท่าไหร่

สัดส่วนที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับขนาดสวนและพันธุ์ที่ปลูก ควรปรึกษาเกษตรกรผู้มีประสบการณ์ปลูกสละในพื้นที่ใกล้เคียงหรือหน่วยงานเกษตรในพื้นที่เพื่อวางแผนสัดส่วนที่เหมาะสมกับสวนของตัวเองโดยเฉพาะ

ผสมเกสรผิดช่วงเวลาจะเกิดอะไรขึ้น

หากผสมเกสรช้าเกินไปหลังดอกตัวเมียบานไปหลายวัน อัตราการติดผลจะลดลงอย่างชัดเจน หรือติดผลแต่ผลลีบเล็กไม่สมบูรณ์ ควรสำรวจแปลงทุกวันในช่วงฤดูออกดอกเพื่อจับจังหวะดอกบานให้ทันเวลาที่เหมาะสมที่สุด

ไม่มีต้นตัวผู้ในสวนแก้ปัญหาอย่างไร

สามารถขอหรือซื้อดอกตัวผู้จากสวนข้างเคียงมาใช้ผสมได้ แต่ควรเลือกดอกที่สดใหม่และมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ อย่างไรก็ตาม การปลูกต้นตัวผู้ไว้เองในสวนยังเป็นวิธีที่สะดวกและควบคุมคุณภาพการผสมเกสรได้ดีที่สุดในระยะยาว

ผสมเกสรด้วยมือใช้เวลานานแค่ไหนต่อรอบ

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับขนาดสวนและจำนวนดอกที่บานในแต่ละรอบ สวนขนาดใหญ่อาจต้องใช้แรงงานหลายคนช่วยกันผสมในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ดอกตัวเมียพร้อมรับการผสม จึงควรวางแผนแรงงานล่วงหน้าให้เพียงพอต่อปริมาณดอกที่คาดว่าจะบานในแต่ละช่วง

สังเกตอย่างไรว่าผสมเกสรสำเร็จหรือไม่

หลังผสมเกสรแล้วประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์ สามารถสังเกตได้จากลักษณะของดอกที่เริ่มพัฒนาเป็นผลอ่อนและขยายขนาดต่อเนื่อง หากไม่สำเร็จดอกหรือผลอ่อนนั้นจะร่วงหล่นไป

สวนขนาดเล็กคุ้มค่ากับการผสมเกสรด้วยมือไหม

คุ้มค่า เพราะแม้จะเป็นสวนขนาดเล็กแต่หากไม่ผสมเกสรด้วยมือ อัตราการติดผลตามธรรมชาติมักต่ำกว่าที่ควรจะเป็นมาก การลงทุนเวลาผสมเกสรด้วยมือใช้แรงงานไม่มากและให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า