Quick Answer: สละที่ดอกดกแต่ผลลีบหรือไม่ติดผลส่วนใหญ่เกิดจากการผสมเกสรที่ไม่สมบูรณ์ เพราะสละเป็นพืชแยกเพศต้นตัวผู้ตัวเมีย และดอกบานในช่วงเวลาสั้นที่แมลงตามธรรมชาติอาจผสมได้ไม่ทั่วถึง สวนสละเชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่จึงต้องผสมเกสรด้วยมือเสริมเพื่อให้ติดผลสม่ำเสมอ ไม่สามารถปล่อยให้ธรรมชาติผสมเองได้ทั้งหมด
เกษตรกรที่ปลูกสละหรือระกำหวานหลายรายเจอปัญหาคล้ายกันคือ ต้นออกดอกดกมากทุกปีแต่พอถึงเวลาเก็บเกี่ยวกลับได้ผลผลิตน้อย ผลลีบเล็ก หรือดอกร่วงไปโดยไม่ติดผลเลย ปัญหานี้พบบ่อยจนเกือบเป็นเรื่องปกติของคนปลูกสละมือใหม่ที่ยังไม่เข้าใจธรรมชาติการผสมเกสรของพืชชนิดนี้ ทั้งที่จริงแล้วสาเหตุหลักสามารถแก้ไขได้ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง
สาเหตุที่ดอกดกแต่ผลลีบหรือไม่ติด
สละเป็นพืชแยกเพศแยกต้น หมายความว่าต้นตัวผู้และต้นตัวเมียเป็นคนละต้นกัน และดอกของสละแต่ละต้นจะบานในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วันเท่านั้น หากในสวนมีต้นตัวผู้ไม่เพียงพอ หรือช่วงเวลาที่ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียบานไม่ตรงกันพอดี เกสรตัวผู้จะไปไม่ถึงดอกตัวเมียในช่วงที่พร้อมรับการผสม ทำให้ดอกร่วงไปเฉยๆ หรือติดผลแต่ผลลีบเล็กไม่สมบูรณ์เพราะได้รับการผสมเกสรไม่เต็มที่
อีกสาเหตุหนึ่งคือปริมาณแมลงผสมเกสรตามธรรมชาติในพื้นที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะสวนที่อยู่ใกล้พื้นที่ที่มีการใช้สารเคมีกำจัดแมลงมาก อาจทำให้แมลงที่ช่วยผสมเกสรตามธรรมชาติลดจำนวนลง ส่งผลให้การผสมเกสรตามธรรมชาติไม่เพียงพอต่อปริมาณดอกที่บานในแต่ละรอบ ยิ่งสวนที่มีพื้นที่ปลูกกว้างและมีดอกบานพร้อมกันจำนวนมาก ยิ่งต้องการการผสมเกสรที่ทั่วถึงกว่าที่ธรรมชาติจะทำได้ทัน
ความจำเป็นของการผสมเกสรด้วยมือ
ด้วยข้อจำกัดเรื่องช่วงเวลาดอกบานสั้นและการพึ่งพาแมลงตามธรรมชาติที่ไม่แน่นอน สวนสละเชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่จึงจำเป็นต้องผสมเกสรด้วยมือเสริมเพื่อเพิ่มอัตราการติดผลให้สม่ำเสมอ การผสมเกสรด้วยมือทำได้โดยเก็บดอกตัวผู้ที่บานพอดีมาเขย่าหรือปาดละอองเกสรลงบนดอกตัวเมียโดยตรง วิธีนี้ช่วยให้มั่นใจว่าดอกตัวเมียแต่ละดอกได้รับการผสมเกสรอย่างเพียงพอ ไม่ต้องรอลุ้นว่าแมลงตามธรรมชาติจะมาช่วยผสมทันเวลาหรือไม่
เกษตรกรที่ไม่ผสมเกสรด้วยมือเลยมักได้ผลผลิตต่ำกว่าที่ควรจะเป็นมาก แม้ต้นจะออกดอกดกทุกปีก็ตาม เพราะอัตราการติดผลตามธรรมชาติของสละต่ำกว่าพืชผสมเกสรด้วยลมหรือแมลงทั่วไปพอสมควร การลงทุนแรงงานผสมเกสรด้วยมือจึงถือเป็นขั้นตอนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับผลผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในสวนที่ปลูกเพื่อการค้าจริงจัง
ช่วงเวลาที่เหมาะผสมเกสร
ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการผสมเกสรสละคือช่วงเช้าที่ดอกตัวเมียเพิ่งบานและยังสดอยู่ เพราะดอกตัวเมียมีระยะเวลาที่พร้อมรับการผสมค่อนข้างจำกัด หากผสมช้าเกินไปหลังดอกบานไปหลายวันแล้ว อัตราการติดผลจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด เกษตรกรที่มีประสบการณ์จึงมักสำรวจสวนทุกวันในช่วงฤดูออกดอกเพื่อจับจังหวะดอกบานให้ทันเวลา ไม่ปล่อยให้ดอกตัวเมียบานทิ้งไว้โดยไม่ผสม
การเก็บดอกตัวผู้มาใช้ผสมก็ต้องเลือกดอกที่บานพอดีเช่นกัน ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป เพราะละอองเกสรที่มีคุณภาพดีที่สุดจะอยู่ในช่วงดอกบานใหม่ๆ เกษตรกรบางรายเก็บดอกตัวผู้ไว้ล่วงหน้าในที่ร่มเพื่อให้มีสำรองใช้ผสมได้หลายวัน แต่ต้องระวังเรื่องความชื้นและอุณหภูมิที่อาจทำให้ละอองเกสรเสื่อมคุณภาพเร็วกว่าที่ควร
การจัดการต้นตัวผู้ในแปลง
การมีต้นตัวผู้ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญมากสำหรับสวนสละ เกษตรกรควรปลูกต้นตัวผู้กระจายอยู่ในสวนในสัดส่วนที่เพียงพอต่อจำนวนต้นตัวเมีย ไม่ควรปลูกต้นตัวผู้น้อยเกินไปจนไม่มีเกสรเพียงพอสำหรับผสมในช่วงที่ดอกตัวเมียบานพร้อมกันจำนวนมาก การวางแผนสัดส่วนต้นตัวผู้ตั้งแต่เริ่มปลูกจึงสำคัญกว่าการแก้ปัญหาทีหลังเมื่อต้นโตแล้ว
เกษตรกรบางรายที่มีพื้นที่จำกัดเลือกปลูกต้นตัวผู้น้อยแล้วชดเชยด้วยการเก็บดอกตัวผู้จากสวนข้างเคียงหรือแหล่งอื่นมาผสมแทน ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ได้ผลเช่นกันหากมีแหล่งดอกตัวผู้ที่เชื่อถือได้และสดใหม่ อย่างไรก็ตาม การมีต้นตัวผู้ของตัวเองในสวนยังคงเป็นวิธีที่สะดวกและควบคุมคุณภาพได้ดีที่สุด เพราะไม่ต้องพึ่งพาแหล่งภายนอกที่อาจไม่พร้อมในช่วงเวลาที่ต้องการ
| ปัญหาที่พบ | สาเหตุที่เป็นไปได้ | แนวทางแก้ไข |
|---|---|---|
| ดอกดกแต่ไม่ติดผลเลย | ไม่มีการผสมเกสร หรือต้นตัวผู้ไม่เพียงพอ | ผสมเกสรด้วยมือช่วงดอกตัวเมียบานใหม่ |
| ผลลีบเล็กไม่สมบูรณ์ | ได้รับการผสมเกสรไม่เต็มที่ | ผสมซ้ำให้ทั่วถึงและตรงช่วงเวลาที่เหมาะสม |
| ดอกร่วงก่อนติดผล | ดอกตัวผู้และตัวเมียบานไม่ตรงจังหวะกัน | เก็บดอกตัวผู้สำรองไว้ผสมในช่วงที่ขาด |
| ติดผลน้อยกว่าที่คาด | แมลงผสมเกสรตามธรรมชาติไม่เพียงพอ | ผสมเกสรด้วยมือเสริมทุกรอบดอกบาน |
เทคนิคการผสมเกสรให้ได้ผลดีขึ้น
เกษตรกรที่มีประสบการณ์มักใช้พู่กันขนอ่อนหรืออุปกรณ์ปาดละอองเกสรที่ทำเองแทนการเขย่าดอกตัวผู้โดยตรง เพราะช่วยให้ควบคุมปริมาณละอองเกสรที่ตกลงบนดอกตัวเมียได้แม่นยำกว่า ลดการสูญเสียละอองเกสรที่อาจปลิวหายไปกับลมระหว่างการเขย่า วิธีนี้เหมาะกับสวนขนาดเล็กถึงกลางที่มีแรงงานเพียงพอสำหรับการผสมแบบละเอียด
สำหรับสวนขนาดใหญ่ที่มีต้นจำนวนมาก การเก็บดอกตัวผู้มารวมกันในภาชนะแล้วนำละอองเกสรไปโรยหรือปาดบนดอกตัวเมียหลายต้นพร้อมกันจะช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่า แต่ต้องระวังเรื่องความสดของละอองเกสรไม่ให้เก็บไว้นานเกินไปจนเสื่อมคุณภาพ โดยทั่วไปควรใช้ละอองเกสรที่เก็บมาให้หมดภายในวันเดียวกันเพื่อให้ได้อัตราการติดผลที่ดีที่สุด
การดูแลหลังผสมเกสรจนถึงเก็บเกี่ยว
หลังผสมเกสรสำเร็จแล้ว ต้นสละยังต้องการการดูแลต่อเนื่องเพื่อให้ผลเจริญเติบโตสมบูรณ์ โดยเฉพาะเรื่องน้ำและธาตุอาหารที่ต้องสม่ำเสมอตลอดช่วงพัฒนาผล การขาดน้ำในช่วงนี้อาจทำให้ผลที่ติดแล้วลีบเล็กหรือร่วงก่อนกำหนดได้เช่นกัน แม้จะผสมเกสรสำเร็จไปแล้วก็ตาม เกษตรกรจึงไม่ควรละเลยการดูแลหลังผสมเกสรเพียงเพราะคิดว่าขั้นตอนสำคัญที่สุดผ่านไปแล้ว
นอกจากนี้ควรหมั่นตรวจสอบทะลายผลที่ติดแล้วเป็นระยะเพื่อคัดแยกผลที่ไม่สมบูรณ์ออกก่อน ช่วยให้ผลที่เหลือได้รับสารอาหารเต็มที่และเจริญเติบโตได้ขนาดที่ดีกว่า การปล่อยให้ทะลายมีผลลีบปะปนกับผลสมบูรณ์จำนวนมากอาจทำให้ต้นต้องแบ่งสารอาหารไปเลี้ยงผลที่ไม่มีคุณภาพโดยเปล่าประโยชน์ ลดทอนคุณภาพของผลผลิตโดยรวมทั้งทะลาย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ปลูกต้นตัวผู้น้อยเกินไปหรือไม่ปลูกเลย ทำให้ไม่มีเกสรเพียงพอสำหรับผสม
- ปล่อยให้ธรรมชาติผสมเกสรเองทั้งหมดโดยไม่ผสมด้วยมือเสริม
- ผสมเกสรช้าเกินไปหลังดอกตัวเมียบานไปหลายวันแล้ว
- เก็บดอกตัวผู้เก่าเกินไปมาใช้ผสม ทำให้ละอองเกสรคุณภาพต่ำ
- ไม่สำรวจแปลงสม่ำเสมอในช่วงฤดูออกดอก ทำให้พลาดจังหวะผสมเกสร
- ใช้สารเคมีกำจัดแมลงใกล้ช่วงดอกบานจนกระทบแมลงผสมเกสรตามธรรมชาติ
- ละเลยการดูแลน้ำและธาตุอาหารหลังผสมเกสรสำเร็จ ทำให้ผลลีบหรือร่วงภายหลัง
การเลือกพันธุ์สละที่ติดผลง่ายกว่า
พันธุ์สละที่ปลูกในไทยมีหลายสายพันธุ์ ซึ่งบางพันธุ์มีลักษณะการออกดอกและอัตราการติดผลตามธรรมชาติที่แตกต่างกัน เกษตรกรที่กำลังวางแผนปลูกใหม่ควรศึกษาข้อมูลพันธุ์จากแหล่งข้อมูลทางการเกษตรหรือสอบถามเกษตรกรผู้มีประสบการณ์ในพื้นที่ เพื่อเลือกพันธุ์ที่เหมาะกับสภาพพื้นที่และมีแนวโน้มติดผลดีเมื่อจัดการผสมเกสรอย่างถูกวิธี ไม่ควรเลือกพันธุ์ตามกระแสความนิยมเพียงอย่างเดียวโดยไม่ศึกษาลักษณะการออกดอกก่อน
นอกจากพันธุ์แล้ว อายุของต้นก็มีผลต่ออัตราการติดผลเช่นกัน ต้นที่ยังอายุน้อยหรือเพิ่งเริ่มให้ผลผลิตรอบแรกๆ มักมีอัตราการติดผลไม่สม่ำเสมอเท่าต้นที่มีอายุมากขึ้นและมีระบบรากสมบูรณ์แล้ว เกษตรกรจึงไม่ควรกังวลมากเกินไปหากต้นอายุน้อยติดผลน้อยในช่วงแรก ตราบใดที่การดูแลและการผสมเกสรทำอย่างถูกต้องสม่ำเสมอ ผลผลิตมักจะดีขึ้นตามอายุของต้นในรอบถัดๆ ไป
ต้นทุนแรงงานผสมเกสรที่ควรวางแผน
การผสมเกสรด้วยมือเป็นขั้นตอนที่ใช้แรงงานค่อนข้างมากในช่วงฤดูออกดอก โดยเฉพาะสวนขนาดใหญ่ที่มีต้นจำนวนมากออกดอกพร้อมกัน เกษตรกรควรวางแผนจำนวนแรงงานและงบประมาณค่าแรงสำหรับช่วงนี้ล่วงหน้า ไม่ควรประเมินว่าจะหาแรงงานได้ทันทีเมื่อถึงเวลา เพราะช่วงดอกบานมักตรงกับช่วงที่สวนผลไม้ชนิดอื่นในพื้นที่ต้องการแรงงานเช่นกัน ทำให้แรงงานอาจขาดแคลนในบางช่วง
เกษตรกรบางรายฝึกแรงงานประจำของตัวเองให้ชำนาญการผสมเกสรแทนการจ้างแรงงานชั่วคราวทุกปี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงเรื่องขาดแคลนแรงงานในช่วงฤดูออกดอกได้ดีกว่า และยังช่วยให้คุณภาพการผสมเกสรสม่ำเสมอกว่าการเปลี่ยนแรงงานใหม่ทุกปีที่ยังไม่มีประสบการณ์ ถือเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าสำหรับสวนที่ตั้งใจปลูกสละเชิงพาณิชย์อย่างจริงจัง
สรุป
ปัญหาสละดอกดกแต่ผลลีบหรือไม่ติดผลส่วนใหญ่แก้ไขได้ด้วยความเข้าใจธรรมชาติการผสมเกสรที่ถูกต้อง ทั้งการมีต้นตัวผู้ในสัดส่วนที่เหมาะสม การผสมเกสรด้วยมือเสริมในช่วงเวลาที่ถูกต้อง และการสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอในช่วงฤดูออกดอก เกษตรกรที่เข้าใจและปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอมักเห็นผลผลิตที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับการปล่อยให้ธรรมชาติผสมเกสรเองทั้งหมด การลงทุนแรงงานผสมเกสรด้วยมือแม้จะเพิ่มภาระงานในช่วงฤดูออกดอก แต่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับผลผลิตที่เพิ่มขึ้นและคุณภาพผลที่สม่ำเสมอกว่าการปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติเพียงอย่างเดียว เกษตรกรมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มปลูกไม่ควรท้อแท้หากผลผลิตรอบแรกยังไม่เป็นไปตามคาด เพราะทักษะการผสมเกสรจะพัฒนาขึ้นตามประสบการณ์ที่สั่งสมในแต่ละฤดูกาล การจดบันทึกผลลัพธ์ของการผสมเกสรแต่ละรอบ เช่น จำนวนดอกที่ผสม อัตราการติดผล และสภาพอากาศในช่วงนั้น จะช่วยให้เกษตรกรปรับปรุงเทคนิคของตัวเองให้แม่นยำขึ้นในทุกฤดูกาลถัดไป ผู้ที่สนใจข้อมูลการปลูกไม้ผลชนิดอื่นเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่หมวด ปลูกพืช
คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับสวนที่เพิ่งเริ่มปลูก
เกษตรกรที่เพิ่งเริ่มปลูกสละควรให้ความสำคัญกับการวางผังสวนตั้งแต่แรก โดยจัดสัดส่วนต้นตัวผู้และต้นตัวเมียให้เหมาะสมและกระจายต้นตัวผู้ให้ทั่วถึงทั้งแปลง ไม่ควรปลูกต้นตัวผู้รวมกันในจุดเดียวเพราะจะทำให้บางส่วนของสวนที่อยู่ไกลจากต้นตัวผู้ได้รับการผสมเกสรน้อยกว่าจุดที่อยู่ใกล้ การวางผังที่ดีตั้งแต่ต้นช่วยลดปัญหาการผสมเกสรไม่ทั่วถึงในระยะยาวได้มาก
สำหรับผู้ที่ยังไม่มั่นใจเรื่องเทคนิคการผสมเกสร แนะนำให้ไปศึกษาดูงานจากสวนสละที่ประสบความสำเร็จในพื้นที่ใกล้เคียงก่อนเริ่มลงมือทำเอง เพราะการเห็นขั้นตอนจริงและได้สอบถามรายละเอียดจากผู้มีประสบการณ์ตรงจะช่วยให้เข้าใจจังหวะและเทคนิคที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ได้ดีกว่าการอ่านข้อมูลเพียงอย่างเดียว และยังช่วยให้หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตั้งแต่รอบการปลูกแรกได้อีกด้วย
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมวิชาการเกษตร — ข้อมูลลักษณะการออกดอกและการผสมเกสรของสละและระกำ
- กรมส่งเสริมการเกษตร — คำแนะนำการจัดการสวนสละเชิงพาณิชย์และการผสมเกสรด้วยมือ
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เกษตรกรที่ต้องการยกระดับผลผลิตสละให้มีคุณภาพสม่ำเสมอในระยะยาว ควรมองการผสมเกสรด้วยมือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการจัดการสวนประจำปี ไม่ใช่เพียงมาตรการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อผลผลิตน้อยเท่านั้น การวางแผนล่วงหน้าตั้งแต่การเลือกพันธุ์ การจัดสัดส่วนต้นตัวผู้ ไปจนถึงการฝึกแรงงานให้ชำนาญ ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของสวนสละในระยะยาวมากกว่าการแก้ปัญหาทีละจุดเมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้ว การสั่งสมความรู้และปรับปรุงเทคนิคอย่างต่อเนื่องในทุกฤดูกาลคือกุญแจสำคัญที่ทำให้สวนสละเชิงพาณิชย์ประสบความสำเร็จในระยะยาวได้จริงมากกว่าการหวังพึ่งโชคช่วยในแต่ละปีโดยไม่วางแผนล่วงหน้าเลย
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

ต้น อบเชบเทศ หรือ อบเชยลังกา ชำกิ่ง ขนาด50-60เซนฯไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบเปลือกต้นตากแห้งบดมีกลิ่นหอมเป็นสมุนไพร
ดูรายละเอียด
เครื่องหยอดข้าว 4 แถว ตราง้าว เป็นเครื่องที่ใช้สำหรับการปลูกข้าวนาแห้ง หรือ นารอฝน หยอดข้าว หยอดเมล็ด หยอดข้าวโพด
ดูรายละเอียด
จังชาน (Jiang Can) 正品白僵蚕藥材 หรือ หนอนไหมโรคขาวซึ่งเป็นสมุนไพรจีนชนิดหนึ่ง
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
สละต้องผสมเกสรด้วยมือทุกครั้งไหม
สวนเชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่แนะนำให้ผสมเกสรด้วยมือเสริมทุกครั้งเพื่อให้ได้ผลผลิตสม่ำเสมอ แม้บางครั้งแมลงตามธรรมชาติอาจช่วยผสมได้บางส่วน แต่ไม่เพียงพอต่อปริมาณดอกที่บานพร้อมกันจำนวนมากในสวนขนาดใหญ่
ต้นตัวผู้ควรปลูกในสัดส่วนเท่าไหร่
สัดส่วนที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับขนาดสวนและพันธุ์ที่ปลูก ควรปรึกษาเกษตรกรผู้มีประสบการณ์ปลูกสละในพื้นที่ใกล้เคียงหรือหน่วยงานเกษตรในพื้นที่เพื่อวางแผนสัดส่วนที่เหมาะสมกับสวนของตัวเองโดยเฉพาะ
ผสมเกสรผิดช่วงเวลาจะเกิดอะไรขึ้น
หากผสมเกสรช้าเกินไปหลังดอกตัวเมียบานไปหลายวัน อัตราการติดผลจะลดลงอย่างชัดเจน หรือติดผลแต่ผลลีบเล็กไม่สมบูรณ์ ควรสำรวจแปลงทุกวันในช่วงฤดูออกดอกเพื่อจับจังหวะดอกบานให้ทันเวลาที่เหมาะสมที่สุด
ไม่มีต้นตัวผู้ในสวนแก้ปัญหาอย่างไร
สามารถขอหรือซื้อดอกตัวผู้จากสวนข้างเคียงมาใช้ผสมได้ แต่ควรเลือกดอกที่สดใหม่และมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ อย่างไรก็ตาม การปลูกต้นตัวผู้ไว้เองในสวนยังเป็นวิธีที่สะดวกและควบคุมคุณภาพการผสมเกสรได้ดีที่สุดในระยะยาว
ผสมเกสรด้วยมือใช้เวลานานแค่ไหนต่อรอบ
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับขนาดสวนและจำนวนดอกที่บานในแต่ละรอบ สวนขนาดใหญ่อาจต้องใช้แรงงานหลายคนช่วยกันผสมในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ดอกตัวเมียพร้อมรับการผสม จึงควรวางแผนแรงงานล่วงหน้าให้เพียงพอต่อปริมาณดอกที่คาดว่าจะบานในแต่ละช่วง
สังเกตอย่างไรว่าผสมเกสรสำเร็จหรือไม่
หลังผสมเกสรแล้วประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์ สามารถสังเกตได้จากลักษณะของดอกที่เริ่มพัฒนาเป็นผลอ่อนและขยายขนาดต่อเนื่อง หากไม่สำเร็จดอกหรือผลอ่อนนั้นจะร่วงหล่นไป
สวนขนาดเล็กคุ้มค่ากับการผสมเกสรด้วยมือไหม
คุ้มค่า เพราะแม้จะเป็นสวนขนาดเล็กแต่หากไม่ผสมเกสรด้วยมือ อัตราการติดผลตามธรรมชาติมักต่ำกว่าที่ควรจะเป็นมาก การลงทุนเวลาผสมเกสรด้วยมือใช้แรงงานไม่มากและให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า
