ข่าว กฎหมาย มาตรฐานเผยแพร่ 7 พฤศจิกายน 2569

ซื้อขายสัตว์ในช่วงมีโรคระบาด ต้องมีใบอนุญาตเคลื่อนย้ายหรือเอกสารอะไร

ซื้อขายสัตว์ช่วงโรคระบาดต้องมีหนังสืออนุญาตเมื่ออยู่ในเขตประกาศ และผู้ค้าต้องมีใบอนุญาตค้าสัตว์ สรุปตามพ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ 2558 พร้อมโทษ ข้อมูล พ.ย. 2569

ซื้อขายสัตว์ในช่วงมีโรคระบาด ต้องมีใบอนุญาตเคลื่อนย้ายหรือเอกสารอะไร

คำตอบสั้น ๆ

การเคลื่อนย้ายสัตว์ช่วงโรคระบาดมีเอกสารหลายชั้นตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 บทความนี้แยกให้เห็นว่ากรณีไหนต้องขอหนังสืออนุญาต และสิ่งที่ยังต้องถามปศุสัตว์อำเภอ

คำตอบเร็ว: ถ้าสัตว์ในฟาร์มยังไม่มีประกาศควบคุมโรคครอบพื้นที่ การซื้อขายทั่วไปไม่ได้ต้องขอใบอนุญาตเคลื่อนย้ายเป็นรายคันเสมอไป แต่ถ้าพื้นที่ถูกประกาศเป็นเขตโรคระบาดหรือเขตเฝ้าระวังตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 การเคลื่อนย้ายสัตว์ที่ระบุในประกาศเข้า ออก ผ่าน หรือภายในเขตนั้นต้องมีหนังสืออนุญาตจากสัตวแพทย์ผู้รับผิดชอบพื้นที่ "ทุกครั้งที่ย้าย" และผู้ที่ค้าสัตว์เป็นอาชีพต้องมีใบอนุญาตค้าสัตว์ตามมาตรา 24 แยกต่างหาก ณ พ.ย. 2569 ผมเปิดหน้าเว็บของกรมปศุสัตว์แล้วไม่พบประกาศฉบับใหม่ที่ยืนยันได้ว่าเขตไหนปิดอยู่ ก่อนขนสัตว์ให้โทรถามปศุสัตว์อำเภอปลายทางและต้นทางก่อนทุกครั้ง

คนที่ซื้อโคมาขุน ซื้อลูกหมูเข้าคอก หรือรับไก่พื้นเมืองมาเลี้ยง มักเจอคำถามเดียวกันตอนมีข่าวโรคระบาด คือ "ขนได้ไหม ต้องมีกระดาษอะไรไปด้วย ถ้ารถโดนด่านตรวจจะเป็นอย่างไร" บทความนี้ตอบเฉพาะคำถามนั้น โดยแยกให้ชัดว่าอะไรอ่านมาจากตัวบทกฎหมายที่เปิดตรวจได้จริง และอะไรที่ยังยืนยันไม่ได้และต้องถามเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

ข้อมูลในบทความนี้ ณ พ.ย. 2569 ตัวบทมาจากฉบับแปลภาษาอังกฤษของ พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เผยแพร่ ซึ่งเป็นฉบับแปลเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่ฉบับทางการที่ใช้ในศาล ถ้าจะอ้างเป็นหลักฐานต้องใช้ฉบับภาษาไทยในราชกิจจานุเบกษา ส่วนประกาศกรมปศุสัตว์ฉบับย่อย ๆ ที่กำหนดแบบฟอร์ม ขั้นตอน และคุณสมบัติรถขนสัตว์ ผมไม่ได้เปิดอ่านครบ จึงจะไม่ยกรายละเอียดเหล่านั้นมาเป็นข้อเท็จจริง

ภาพรวม: "เอกสารเคลื่อนย้าย" มีหลายชั้น ไม่ใช่ใบเดียว

ภาพประกอบ ภาพรวม: "เอกสารเคลื่อนย้าย" มีหลายชั้น ไม่ใช่ใบเดียว

คำว่า "ใบอนุญาตเคลื่อนย้าย" ที่คนพูดกันในวงการจริง ๆ แล้วครอบคลุมเอกสารอย่างน้อย 4 แบบที่มาจากเหตุผลต่างกัน ถ้าแยกไม่ออกจะสับสนว่าตัวเองต้องมีอะไร

กรณีต้องมีอะไร (ตามตัวบท)ใครออกให้มาตรา
พื้นที่ถูกประกาศเขตโรคระบาด หรือเขตเฝ้าระวังโรค และสัตว์ของเราเป็นชนิดที่ประกาศห้ามเคลื่อนย้ายหนังสืออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร สำหรับการย้ายแต่ละครั้ง (เข้า ออก ผ่าน หรือภายในเขต)สัตวแพทย์ผู้รับผิดชอบพื้นที่นั้นม.22 (โทษ ม.65)
พื้นที่ถูกประกาศเขตควบคุมโรค เขตปลอดโรค หรือเขตกันชน และสัตว์เป็นชนิดที่ประกาศหนังสืออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร สำหรับการย้ายแต่ละครั้ง (เข้าหรือผ่านเขต)อธิบดีกรมปศุสัตว์ หรือสัตวแพทย์ที่อธิบดีมอบหมายม.17-18 (โทษ ม.65)
ซื้อขายหรือเป็นนายหน้าค้าสัตว์เป็นอาชีพ (ช้าง ม้า โค กระบือ แพะ แกะ กวาง สุกร หมูป่า สุนัข แมว ไก่ เป็ด ห่าน นก รวมถึงไข่ที่ใช้ทำพันธุ์ และซากสัตว์เหล่านี้)ใบอนุญาตค้าสัตว์หรือซากสัตว์ อายุ 1 ปีนับจากวันออก ต้องต่ออายุก่อนหมดอายุนายทะเบียนตาม พ.ร.บ.ม.24, 26 (โทษ ม.66)
นำเข้า ส่งออก หรือผ่านแดนราชอาณาจักรใบอนุญาตเป็นรายครั้งอธิบดีกรมปศุสัตว์ หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายม.31 (โทษ ม.68)

สังเกตว่า "ถ้าไม่มีประกาศเขตโรค" กฎเรื่องหนังสืออนุญาตรายครั้งจะไม่ถูกใช้ แต่ใบอนุญาตค้าสัตว์ตามมาตรา 24 ยังบังคับตลอด สำหรับคนที่ค้าเป็นอาชีพหรือเป็นนายหน้า ส่วนเกษตรกรที่ซื้อมาเลี้ยงเองหรือขายสัตว์ที่ตัวเองเลี้ยงเป็นครั้งคราว ตัวบทมาตรา 24 พูดถึงคนที่ "ค้าหรือหากำไรในรูปนายหน้า" ซึ่งแค่ไหนจึงนับเป็นการค้าตามกฎหมายไม่ได้นิยามละเอียดไว้ในส่วนที่ผมอ่าน จึงให้ถามปศุสัตว์อำเภอยืนยันหากรับซื้อมาขายต่อเป็นประจำ

เขตโรคระบาดมีกี่แบบ และใครประกาศ

ตัวบทแบ่งเขตไว้หลายระดับ ซึ่งสำคัญเพราะระดับที่ต่างกันมี "คนอนุญาต" ต่างกัน และมีผลทันทีโดยไม่ต้องรอเอกสารถึงมือเรา

  • เขตควบคุมโรค / เขตปลอดโรค / เขตกันชน (มาตรา 17) รัฐมนตรีประกาศ ระบุชนิดสัตว์และซากที่ห้ามเคลื่อนย้าย ผู้ที่จะย้ายสัตว์เข้าหรือผ่านเขตต้องได้หนังสืออนุญาตจากอธิบดีหรือสัตวแพทย์ที่อธิบดีมอบหมาย ทุกครั้งที่ย้าย
  • เขตโรคระบาดชั่วคราว (มาตรา 20) สัตวแพทย์ประจำพื้นที่ประกาศได้เองเมื่อเห็นว่าโรคกำลังจะลามเข้ามาในเขตรับผิดชอบ รัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตรจากจุดที่พบโรค มีผล 30 วันนับจากวันประกาศ และปิดประกาศที่ที่ว่าการอำเภอ อบต. เทศบาล สำนักงานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และที่ชุมนุมของชุมชน
  • เขตโรคระบาด / เขตเฝ้าระวังโรคระบาด (มาตรา 21) ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศ ระบุชนิดสัตว์และโรค รวมถึงชนิดสัตว์และซากที่ห้ามเคลื่อนย้าย ผู้ว่าฯ ต้องสั่งยกเลิกทันทีเมื่อโรคอยู่ในการควบคุมหรือไม่มีเหตุสงสัยแล้ว (มาตรา 23)

ประโยคที่เกษตรกรควรจำที่สุดคือ ประกาศแต่ละฉบับ "ระบุชนิดสัตว์" ที่ห้ามย้าย เช่น ประกาศที่เกี่ยวกับสัตว์ปีกก็ไม่ได้ห้ามย้ายโคโดยอัตโนมัติ และกลับกัน ดังนั้นคำถามแรกเวลาโทรถามต้องเป็น "ตอนนี้ในอำเภอ/จังหวัดต้นทางและปลายทาง มีประกาศเขตโรคที่ครอบคลุมสัตว์ชนิดที่ผมจะขนไหม" ไม่ใช่ถามกว้าง ๆ ว่าขนได้ไหม

อีกจุดที่คนมักพลาดคือ ประกาศชั่วคราวระดับสัตวแพทย์ประจำพื้นที่ (มาตรา 20) ออกได้เร็วและมีผลทันที เรื่องจะรู้กันจากการปิดประกาศที่ อบต. หรือบ้านผู้ใหญ่บ้านก่อนจะขึ้นข่าวใหญ่ ถ้าอยู่ใกล้จุดที่มีสัตว์ป่วยตายผิดปกติ ให้ถือว่าอาจมีประกาศแล้ว ถึงแม้ยังไม่เห็นในข่าว

ช่วงนี้ (พ.ย. 2569) มีประกาศห้ามเคลื่อนย้ายฉบับไหนอยู่ไหม

ตอบตรง ๆ ว่า ผมยืนยันไม่ได้ สิ่งที่เปิดอ่านได้จริงเพื่อเขียนบทความนี้คือ

  • เว็บของสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ (niah.dld.go.th) หมวดเตือนภัยโรคสัตว์ ซึ่งแสดงหัวข้อเตือนภัยหลายเรื่อง เช่น ไข้หวัดนก โรคลัมปีสกิน อหิวาต์แอฟริกาในสุกร แต่หน้ารายการไม่ระบุวันที่ของแต่ละเรื่อง และไม่ได้บอกว่าฉบับไหนมีมาตรการห้ามเคลื่อนย้าย
  • ข่าวสำนักงานปศุสัตว์เขต 2 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2569 เรื่องปศุสัตว์อำเภอบ้านค่ายฉีดวัคซีนปากและเท้าเปื่อยและลัมปีสกินให้โคเนื้อ 30 ตัวในจังหวัดระยอง ซึ่งยืนยันได้เพียงว่ามีงานวัคซีนในปีงบประมาณนั้น ข่าวไม่ได้พูดถึงการเคลื่อนย้ายหรือใบอนุญาต

ดังนั้นประโยคอย่าง "ตอนนี้ห้ามขนโคข้ามจังหวัด" หรือ "ตอนนี้ขนได้ตามปกติ" ไม่ควรเชื่อจากโพสต์ที่แชร์ต่อกัน ให้ตรวจกับต้นทางเท่านั้น คือปศุสัตว์อำเภอหรือปศุสัตว์จังหวัดที่ดูแลทั้งต้นทางและปลายทาง กรมปศุสัตว์ และประกาศจังหวัดที่ปิดไว้ตามที่ว่าการอำเภอ

ก่อนซื้อ: เช็กลิสต์ 6 ข้อที่ทำได้ภายในวันเดียว

  1. โทรหาปศุสัตว์อำเภอปลายทาง (ที่ฟาร์มเราอยู่) และปศุสัตว์อำเภอต้นทาง (ที่ฟาร์มผู้ขายอยู่) ถามว่ามีประกาศเขตโรคที่ครอบคลุมสัตว์ชนิดนี้หรือไม่ และเส้นทางที่รถจะผ่านมีเขตที่ต้องขอหนังสืออนุญาตหรือไม่ ถ้าผ่านหลายจังหวัดให้ถามจังหวัดที่รถผ่านด้วย เพราะมาตรา 18 และ 22 ใช้กับการ "ผ่าน" เขตด้วย
  2. ขอชื่อและเลขโทรศัพท์เจ้าหน้าที่ที่คุยด้วย จดวันเวลาที่โทร เพราะถ้ามีข้อพิพาทภายหลังจะอ้างได้ว่าตรวจสอบแล้ว
  3. ถามผู้ขายว่าฟาร์มเคยมีสัตว์ป่วยตายผิดปกติใน 7 วันที่ผ่านมาไหม เพราะมาตรา 11 กำหนดให้เจ้าของแจ้งเจ้าหน้าที่ภายใน 12 ชั่วโมง เมื่อมีสัตว์ป่วยหรือตายจากสาเหตุไม่ทราบ หรือมีสัตว์ป่วยตายอาการเดียวกันในหมู่บ้านหรือพื้นที่ใกล้เคียงภายใน 7 วัน และต้องกักสัตว์ป่วยไว้ในที่เดิม ห้ามย้าย
  4. ถ้าผู้ขายเป็นพ่อค้า ให้ขอดูใบอนุญาตค้าสัตว์ ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี ดูวันหมดอายุ ดูว่าครอบคลุมชนิดสัตว์ที่ซื้อหรือไม่ การซื้อจากคนที่ไม่มีใบอนุญาตไม่ได้ทำให้ผู้ซื้อผิดตามมาตรา 24 แต่ผู้ซื้อต้องรับความเสี่ยงเรื่องที่มาของสัตว์เอง
  5. ถามเรื่องรถขนส่ง มาตรา 8 ระบุว่าเจ้าของสัตว์กลุ่มโค กระบือ สุกร แพะ แกะ สัตว์ปีก ฯลฯ ต้องทำตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนดเรื่องจำนวนสัตว์และลักษณะรถหรืออุปกรณ์ที่ใช้เคลื่อนย้าย ซึ่งรายละเอียดอยู่ในประกาศกรมปศุสัตว์ที่ผมไม่ได้เปิดอ่าน ให้ถามเจ้าหน้าที่ว่ารถและจำนวนที่จะขนเข้าเกณฑ์หรือไม่
  6. ล้างและฆ่าเชื้อรถก่อนและหลังขน และกันสัตว์ใหม่แยกคอกอย่างน้อยช่วงสังเกตอาการที่ปศุสัตว์อำเภอแนะนำ ห้ามเอาไปรวมฝูงเดิมทันที

กรณีตัวอย่างสมมุติ: ซื้อโคขุนข้ามอำเภอ

ตัวอย่างนี้สมมุติขึ้นเพื่อให้เห็นลำดับขั้นตอน ไม่ใช่เหตุการณ์จริง สมมุติว่ามีเกษตรกรอำเภอ ก. ต้องการซื้อโคเนื้อ 5 ตัวจากฟาร์มอำเภอ ข. คนละอำเภอแต่อยู่จังหวัดเดียวกัน

ขั้นตอนถ้ายังไม่มีประกาศเขตโรคครอบคลุมถ้ามีประกาศเขตโรคที่ระบุโคในพื้นที่
ตรวจสอบก่อนซื้อโทรยืนยันกับปศุสัตว์อำเภอทั้งสองฝั่ง จดชื่อเจ้าหน้าที่โทรยืนยัน และสอบถามวิธีขอหนังสืออนุญาตรายครั้งจากสัตวแพทย์ผู้รับผิดชอบพื้นที่
เอกสารที่พกบนรถตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ ที่มักเตรียมคือบัตรประชาชนผู้ซื้อ-ผู้ขาย และหลักฐานการซื้อขายอย่างง่าย (ข้อนี้เป็นข้อแนะนำเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อบังคับที่ผมยืนยันจากตัวบท)หนังสืออนุญาตรายครั้งที่ออกโดยสัตวแพทย์ผู้รับผิดชอบพื้นที่ ระบุชนิดและจำนวนสัตว์ตามที่ขอ
ถ้าเจอด่านตรวจเจ้าพนักงานมีอำนาจสั่งให้หยุดรถเพื่อตรวจ (มาตรา 41) ให้ความร่วมมือและแสดงเอกสารที่มีถ้าไม่มีหนังสืออนุญาต เสี่ยงโทษตามมาตรา 65
หลังรับสัตว์ถึงฟาร์มแยกคอก สังเกตอาการ ล้างรถเช่นเดียวกัน และเก็บหนังสืออนุญาตไว้

โทษถ้าฝ่าฝืน: ตัวเลขจากตัวบทที่เปิดอ่านจริง

เพื่อให้เห็นว่าเรื่องนี้จริงจังแค่ไหน นี่คือบทลงโทษตามฉบับแปลที่ผมเปิดอ่าน (ใช้ถ้อยคำ "ไม่เกิน" ทุกกรณี ศาลเป็นผู้กำหนดโทษจริงตามพฤติการณ์)

การกระทำมาตราโทษสูงสุดตามตัวบท
เจ้าของสัตว์ไม่แจ้งภายใน 12 ชั่วโมงเมื่อสัตว์ป่วยตายผิดปกติ หรือไม่กักสัตว์ป่วย59จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ย้ายสัตว์ป่วยหรือซากที่ต้องคงไว้ตามมาตรา 11 วรรคสาม60จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ไม่ทำตามคำสั่งเจ้าพนักงานปศุสัตว์หรือพนักงานตรวจโรคให้กัก แยก หรือย้ายสัตว์ (ม.12)61จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ไม่ทำตามคำสั่งสัตวแพทย์ (ม.13) หรือประกาศ/คำสั่งตามมาตรา 40(1)(2)62จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ย้ายสัตว์หรือซากเข้า ออก ผ่านเขตโรคโดยไม่มีหนังสืออนุญาต (ม.18, 22)65จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ค้าสัตว์หรือเป็นนายหน้าโดยไม่มีใบอนุญาต (ม.24)66จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นำเข้า ส่งออก หรือผ่านแดนโดยไม่มีใบอนุญาต (ม.31)68จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากโทษหลัก มาตรา 78 ให้ศาลมีอำนาจสั่งริบสัตว์ ซากสัตว์ รถ เครื่องมือ และภาชนะที่เกี่ยวข้องกับความผิดตามมาตรา 65, 66, 68 และอื่น ๆ ที่ระบุ ยกเว้นทรัพย์ของบุคคลอื่นที่ไม่ได้รู้เห็น ซึ่งหมายความว่ารถบรรทุกทั้งคันอาจเสี่ยงโดนยึดไม่ใช่แค่สัตว์ ในทางปฏิบัติ ค่าเสียหายจากการขนสัตว์ที่อาจเป็นพาหะโรคเข้าฟาร์มอื่นยังมากกว่าค่าปรับหลายเท่า

ถ้าพบสัตว์ป่วยหรือตายผิดปกติ ต้องทำอะไรทันที

สถานการณ์ที่ทำให้ซื้อขายสัตว์กลายเป็นเรื่องเสี่ยงที่สุดคือเมื่อสัตว์ในฟาร์มเราเองหรือที่เพิ่งซื้อมาเริ่มแสดงอาการ ตัวบทมาตรา 11 และ 14 ให้หน้าที่ไว้ชัดเจน

  • แจ้งเจ้าพนักงานปศุสัตว์ พนักงานตรวจโรค หรือสัตวแพทย์ ภายใน 12 ชั่วโมง นับจากที่รู้ว่าสัตว์ป่วยหรือตาย ถ้าสงสัยว่าเป็นโรคระบาด ป่วยตายไม่ทราบสาเหตุ หรือมีสัตว์ป่วยตายอาการเดียวกันในหมู่บ้านหรือพื้นที่ใกล้เคียงภายใน 7 วัน
  • กักสัตว์ป่วยไว้ในที่เดิม ห้ามเจ้าของหรือใครก็ตามย้ายสัตว์ป่วยออกจากพื้นที่
  • ซากสัตว์ให้คงไว้ที่เดิม ห้ามย้าย ห้ามชำแหละ จนกว่าสัตวแพทย์จะตรวจและยืนยันว่าไม่ใช่โรคระบาด หรือจัดการตามประกาศอธิบดี หรือสัตวแพทย์สั่งเป็นอย่างอื่น
  • ถ้าเจอสัตว์ที่ไม่ทราบเจ้าของป่วยหรือตายบนที่ดินของเรา เจ้าของที่ดินมีหน้าที่แจ้งภายใน 12 ชั่วโมงเช่นกัน (มาตรา 14, โทษมาตรา 63 ปรับไม่เกิน 10,000 บาท)

อย่าขายสัตว์ที่เริ่มซึมหรือกินน้อยรีบออกก่อนที่จะมีประกาศ การขายต่อโดยรู้ว่ากำลังมีอาการเป็นสาเหตุที่ทำให้โรคกระจายข้ามพื้นที่ และไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน เพราะผู้ซื้อมักตรวจย้อนถึงต้นทางได้ ปรึกษาปศุสัตว์อำเภอแต่เนิ่น ๆ มักได้ทางเลือกที่ดีกว่า

ข้อควรรู้เรื่อง "ชนิดสัตว์" ที่เกี่ยวข้อง

ถ้าคุณเลี้ยงสัตว์ที่ไม่อยู่ในรายการมาตรา 24 (เช่นสัตว์เลี้ยงนอกกลุ่มที่ระบุ) ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีข้อกำหนดเลย เพราะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศเพิ่มชนิดสัตว์ได้ (มาตรา 24 (4)) และประกาศเขตโรคแต่ละฉบับระบุชนิดสัตว์ของตัวเอง ทางที่ปลอดภัยคือถามปศุสัตว์อำเภอเป็นรายชนิดที่ตั้งใจซื้อ

หัวข้อที่เจาะรายโรคและรายสัตว์ มีบทความที่ผมเขียนไว้แล้วในเว็บ ถ้าสนใจมาตรการสัตว์ปีกให้อ่าน ระเบียบเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกช่วงพบไข้หวัดนก ฟาร์มไก่รายเล็กต้องทำตามขั้นตอนอะไรบ้าง ถ้าเป็นโคกระบือ ดู โรคปากและเท้าเปื่อยในวัวควาย: สิ่งที่เกษตรกรควรรู้และการแจ้งหน่วยงาน และ โรคลัมปีสกินในโค เมื่อพบตุ่มบนผิวหนังต้องทำอะไรก่อน ส่วนใครได้รับผลจากน้ำท่วมแล้วต้องการสัตว์พันธุ์ใหม่หรือหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ ดู ฟื้นอาชีพหลังน้ำท่วม ขอรับเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยชีวภาพ พันธุ์สัตว์น้ำ และหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่

สิ่งที่ผมยืนยันไม่ได้ (และเกษตรกรควรถามเจ้าหน้าที่)

  • ชื่อแบบฟอร์ม ขั้นตอนยื่นขอ ระยะเวลาออกหนังสือ และค่าธรรมเนียม (ถ้ามี) ของหนังสืออนุญาตเคลื่อนย้ายในแต่ละจังหวัด ซึ่งกำหนดตามประกาศกรมปศุสัตว์และอาจมีระบบออนไลน์หรือขอที่ปศุสัตว์อำเภอ
  • ว่าตอนนี้มีเขตโรคระบาดฉบับใดบังคับอยู่ในจังหวัดคุณ
  • เกณฑ์ลักษณะรถและจำนวนสัตว์ต่อเที่ยวตามมาตรา 8
  • การตีความว่าเกษตรกรที่ซื้อมาขายต่อเป็นครั้งคราวต้องมีใบอนุญาตค้าสัตว์หรือไม่
  • ข้อกำหนดเรื่องการขึ้นทะเบียนฟาร์มหรือการติดเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ (มาตรา 9 ให้อำนาจอธิบดีประกาศ แต่ผมไม่ได้เปิดประกาศที่ใช้อยู่)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เชื่อข่าวในไลน์กลุ่มหรือเฟซบุ๊กแทนการโทรถามราชการ ประกาศเขตโรคมีวันเริ่มและวันยกเลิก ข้อมูลที่แชร์ต่ออาจล้าหลังไปหลายวัน
  • คิดว่าขนข้ามจังหวัดอย่างเดียวที่ต้องขอ ตามมาตรา 22 การย้ายภายในเขตเดียวกันก็ต้องมีหนังสืออนุญาตถ้าอยู่ในเขตที่ประกาศ
  • ลืมว่ารถที่แค่ "ผ่าน" เขตก็นับ ถ้าเส้นทางผ่านอำเภอที่ถูกประกาศ ต้องขอล่วงหน้าแม้ปลายทางอยู่นอกเขต
  • ใช้หนังสืออนุญาตฉบับเก่ากับเที่ยวใหม่ ตัวบทใช้ถ้อยคำ "สำหรับการย้ายแต่ละครั้ง" ไม่ใช่ใช้ซ้ำได้ตลอด
  • ซื้อสัตว์ราคาถูกผิดปกติจากพ่อค้าที่ไม่รู้ที่มา สัตว์ที่ถูกขายด่วนช่วงมีข่าวโรคเป็นสัญญาณเตือนมากกว่าโอกาส
  • ไม่กักสัตว์ใหม่แยกคอก สัตว์ที่ดูปกติตอนซื้ออาจเพิ่งรับเชื้อ และแสดงอาการหลังถึงฟาร์ม
  • รอให้สัตว์ตายหลายตัวก่อนแจ้ง เจ้าของมีหน้าที่แจ้งภายใน 12 ชั่วโมงตั้งแต่รู้ว่าผิดปกติ

สรุป

การซื้อขายสัตว์ในช่วงมีโรคระบาดไม่ได้มีเอกสารใบเดียวที่ใช้ได้ทุกกรณี สิ่งที่ตัวบทกำหนดคือ หนังสืออนุญาตรายครั้งเมื่อพื้นที่ถูกประกาศเขตโรคและสัตว์เป็นชนิดที่ประกาศ ใบอนุญาตค้าสัตว์ 1 ปีสำหรับคนที่ค้าเป็นอาชีพ และหน้าที่แจ้งภายใน 12 ชั่วโมงเมื่อสัตว์ป่วยตายผิดปกติ ณ พ.ย. 2569 ผมไม่พบประกาศฉบับใหม่ที่ยืนยันได้ว่าเขตไหนปิดอยู่ จึงแนะนำให้โทรถามปศุสัตว์อำเภอต้นทางและปลายทางก่อนขนสัตว์ทุกเที่ยวและจดชื่อเจ้าหน้าที่ไว้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ — ฉบับแปลภาษาอังกฤษ Animal Epidemics Act, B.E. 2558 (2015) มาตรา 8, 11, 12, 14, 17-24, 26, 31, 40, 41, 59-69, 78 (https://www.moac.go.th/db-law_agri-files-431091791795 เป็นฉบับแปลเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่ฉบับทางการ)
  • 📄สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ — หมวดเตือนภัยโรคสัตว์ (https://niah.dld.go.th/index.php/th/news-head/animal-disease-warning) ใช้ยืนยันว่ารายการเตือนภัยไม่ระบุวันที่และไม่ระบุมาตรการห้ามเคลื่อนย้ายในหน้ารายการ
  • 📄สำนักงานปศุสัตว์เขต 2 กรมปศุสัตว์ — ข่าว ปศุสัตว์อำเภอบ้านค่ายฉีดวัคซีนปากและเท้าเปื่อยและลัมปีสกิน 9 มิ.ย. 2569 (https://region2.dld.go.th/index.php/th/news-office7/7-khawsar-psusatw-xaphex/news2569-1825)

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

ไตรโคเดอร์มา Trichoderma เชื้อราไตรโคเดอร์มา…

ไตรโคเดอร์มา Trichoderma เชื้อราไตรโคเดอร์มา…

ชีวภัณฑ์

ทางเลือกชีวภัณฑ์ที่มีทะเบียน ใช้ตามอัตราบนฉลากเท่านั้น

เป้หยอดปุ๋ย 30L ถังใส่ปุ๋ยข้าวโพด ไม่ต้องก้มหลัง…

เป้หยอดปุ๋ย 30L ถังใส่ปุ๋ยข้าวโพด ไม่ต้องก้มหลัง…

เครื่องพ่น/ถังพ่น

ใช้พ่นปุ๋ยน้ำหรือสารตามฉลากให้ทั่วทรงพุ่ม

เช็กก่อนซื้อ

  • ความจุถังและน้ำหนักเมื่อเติมเต็มสำหรับสะพาย
  • ระบบแรงดัน: โยกมือ แบตเตอรี่ หรือเครื่องยนต์
รองเท้าบูทยาว บูทกันน้ำ,บูทนาเกาหลี

รองเท้าบูทยาว บูทกันน้ำ,บูทนาเกาหลี

อุปกรณ์ป้องกันขณะทำงาน

ป้องกันมือ เท้า และผิวหนังระหว่างพ่นสารหรือทำงานในแปลง

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

ซื้อลูกโคจากเพื่อนบ้านอำเภอติดกัน ต้องขอใบอนุญาตไหม

ถ้าไม่มีประกาศเขตโรคครอบคลุมโคในพื้นที่ ตัวบทไม่ได้กำหนดหนังสืออนุญาตรายครั้งสำหรับการย้ายทั่วไป แต่ให้โทรถามปศุสัตว์อำเภอก่อน เพราะสัตวแพทย์ประจำพื้นที่ประกาศเขตชั่วคราวได้ทันที

หนังสืออนุญาตเคลื่อนย้ายขอได้ที่ไหน

ตามตัวบท ผู้ออกคือสัตวแพทย์ผู้รับผิดชอบพื้นที่หรืออธิบดีกรมปศุสัตว์ตามประเภทเขต โดยทั่วไปติดต่อปศุสัตว์อำเภอหรือจังหวัด ช่องทางยื่นต้องถามที่สำนักงานโดยตรง

ขายไก่พื้นเมืองให้เพื่อนบ้านเป็นครั้งคราว ต้องมีใบอนุญาตค้าสัตว์ไหม

มาตรา 24 ครอบคลุมผู้ค้าหรือนายหน้าหากำไร ยังไม่พบเกณฑ์ว่าขายเองเป็นครั้งคราวนับเป็นการค้าหรือไม่ ควรถามปศุสัตว์อำเภอ หากรับซื้อมาขายต่อเป็นประจำให้ถือว่าเข้าข่าย

ถ้ารถโดนด่านปศุสัตว์ตรวจและไม่มีเอกสารจะเกิดอะไรขึ้น

เจ้าพนักงานมีอำนาจสั่งหยุดรถตรวจตามมาตรา 41 หากอยู่ในเขตประกาศและไม่มีหนังสืออนุญาตเสี่ยงโทษตามมาตรา 65 คือจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท ผลจริงขึ้นกับพฤติการณ์

ข่าวบอกว่าพบโรคในจังหวัดใกล้เคียง ควรทำอะไรก่อน

ชะลอซื้อสัตว์ใหม่ โทรถามปศุสัตว์อำเภอว่ามีประกาศเขตครอบคลุมพื้นที่ไหม เพิ่มความเข้มงวดทางเข้าออกฟาร์ม สังเกตสัตว์ทุกวัน และแจ้งภายใน 12 ชั่วโมงเมื่อมีอาการผิดปกติ

ใบอนุญาตค้าสัตว์ต้องต่ออายุไหม

ต้องต่อ ตามมาตรา 26 ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปีนับจากวันออก ต้องยื่นขอต่ออายุก่อนหมดอายุ