ข่าว กฎหมาย มาตรฐานเผยแพร่ 25 ตุลาคม 2569

ปฏิทินงานเกษตรกร พฤศจิกายน–ธันวาคม 2569 งานในแปลง เอกสารที่ต้องยื่น และกำหนดที่ควรเช็ก

ปฏิทินงานเกษตรกร พ.ย.–ธ.ค. 2569 เก็บเกี่ยวข้าว พืชหลังนา ทะเบียนเกษตรกร หลักฐานน้ำท่วม และกำหนดภาษีที่ขยายเวลา แยกที่ยืนยันแล้วกับที่ยังเป็นข้อเสนอ ณ ต.ค. 2569

ปฏิทินงานเกษตรกร พฤศจิกายน–ธันวาคม 2569 งานในแปลง เอกสารที่ต้องยื่น และกำหนดที่ควรเช็ก

คำตอบสั้น ๆ

สรุปงานในแปลงและเอกสารที่ควรเช็กช่วงพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2569 โดยแยกกำหนดที่มีแหล่งทางการออกจากมาตรการที่ยังเป็นข้อเสนอ ข้อมูล ณ 25 ต.ค. 2569

คำตอบเร็ว: ช่วงพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2569 งานหลักในแปลงคือเก็บเกี่ยวและตากข้าวนาปีให้ความชื้นลดลงก่อนเก็บ แล้วปลูกพืชหลังนาที่ใช้น้ำน้อยตอนดินยังมีความชื้น ส่วนงานเอกสารที่ควรเช็กคือทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน เก็บหลักฐานความเสียหายและใบเสร็จค่าซ่อมแซมถ้าโดนน้ำท่วม และติดตามประกาศมาตรการช่วยเหลือที่บางเรื่องยังอยู่ระหว่างเสนอ ข้อมูล ณ 25 ต.ค. 2569 วันที่แน่ชัดมีเฉพาะไม่กี่รายการ ที่เหลือให้ถามสำนักงานเกษตรอำเภอก่อนลงมือ

เดือนนี้หลายบ้านอยู่ในสภาพสองหน้าพร้อมกัน หน้าหนึ่งคือข้าวในนาที่ต้องรีบเกี่ยวก่อนฝนรอบสุดท้ายมาซ้ำ อีกหน้าคือกองเอกสารที่ต้องเตรียมเผื่อมาตรการเยียวยาหลังน้ำท่วมที่ข่าวพูดถึงกันทุกวัน เกษตรกรถามกันมากว่า "เดือนพฤศจิกายนกับธันวาคมมีอะไรต้องทำและต้องยื่นอะไรบ้าง" บทความนี้เรียงให้เป็นลำดับเวลา แยกให้ชัดว่าอะไรเป็นกำหนดที่มีแหล่งทางการรองรับ อะไรเป็นแค่คำแนะนำตามฤดูกาล และอะไรยังเป็นข้อเสนอที่ห้ามนับเป็นเงินที่ได้แน่ ๆ

กติกาที่ใช้ในบทความนี้คือ ถ้าเป็นวันที่หรือตัวเลขที่เปิดอ่านจากหน่วยงานได้จริง จะบอกที่มาไว้ในรายการอ้างอิงท้ายบทความ ถ้ายังไม่พบประกาศชัดเจนจะเขียนตรง ๆ ว่ายังไม่พบ และบอกว่าควรถามหน่วยงานไหน ไม่เดาวันที่ให้

ภาพรวมสภาพอากาศ พ.ย.–ธ.ค. 2569 ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา

ภาพประกอบ ภาพรวมสภาพอากาศ พ.ย.–ธ.ค. 2569 ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศคาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูหนาว พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ระบุว่าประเทศไทยตอนบนจะเริ่มต้นฤดูหนาวช้ากว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 1 สัปดาห์ คือราวสัปดาห์ที่สามของเดือนตุลาคม และสิ้นสุดราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2570 อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยของประเทศไทยตอนบนคาดว่า 22.0–23.0 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าปกติประมาณ 2 องศา (ค่าปกติ 19.9 องศา) จึงหนาวน้อยกว่าปีที่แล้ว และช่วงที่หนาวที่สุดคือประมาณปลายเดือนธันวาคม 2569 ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2570 กรมฯ ระบุว่าเอลนีโญคาดว่าจะแรงขึ้นช่วงปลายปีและต่อเนื่องไปต้นปี 2570 ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อากาศเย็นน้อยลง

ที่เกษตรกรควรจับตาคือภาคใต้ กรมฯ คาดว่าฝนตกชุกหนาแน่นโดยเฉพาะฝั่งตะวันออก และเดือนพฤศจิกายนกับธันวาคมมีโอกาสสูงที่หย่อมความกดอากาศต่ำจะพัฒนาเป็นพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าใกล้อ่าวไทยและภาคใต้ ส่วนประเทศไทยตอนบนตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์จะมีอากาศเย็นเกือบทั่วไป มีหมอกหนาในบางช่วง และกรมฯ แจ้งว่าจะปรับปรุงการคาดหมายนี้ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม 2569 จึงควรเปิดเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาดูฉบับปรับปรุงอีกรอบ

ช่วงเวลาลักษณะอากาศตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา (9 ต.ค. 2569)ผลต่องานในแปลง
กลาง ต.ค. – กลาง พ.ย.เริ่มเข้าสู่ช่วงอากาศเย็น (รายละเอียดรายภูมิภาคดูตารางในประกาศฉบับเต็ม)ควรดูพยากรณ์รายวันก่อนนัดรถเกี่ยวและตากข้าว
กลาง พ.ย. – ต้น ก.พ.ตอนบนของประเทศอากาศเย็นเกือบทั่วไป มีหมอกหนาในบางช่วงช่วงเช้าอาจมีน้ำค้างและหมอก ข้าวที่ตากลานควรรอแดดสายขึ้นก่อนกาง
พ.ย. – ธ.ค. ภาคใต้ฝนชุกหนาแน่น โอกาสสูงที่มีพายุหมุนเขตร้อนเข้าใกล้อ่าวไทยและภาคใต้สวนยาง ปาล์ม ไม้ผล ฟาร์มสัตว์ในภาคใต้ต้องเตรียมแผนรับน้ำท่วมซ้ำ
ปลาย ธ.ค. – ต้น ก.พ.ช่วงที่คาดว่าหนาวที่สุด ยอดดอยและยอดภูอาจมีน้ำค้างแข็งเป็นบางช่วงพืชไวต่อความเย็นบนที่สูง ต้องเตรียมคลุมหรือเลื่อนวันปลูก

ข้อควรจำคือนี่เป็นการคาดหมายระยะยาวทางสถิติ ไม่ใช่พยากรณ์รายวัน กรมฯ ระบุไว้เองในหมายเหตุ การตัดสินใจรายสัปดาห์เช่นวันเกี่ยวข้าวให้ดูพยากรณ์ 7 วันล่วงหน้าของกรมฯ ควบคู่กัน

งานแรกของเดือนพฤศจิกายน เก็บเกี่ยวและลดความชื้นข้าวนาปี

ถ้านาอยู่ในพื้นที่ที่น้ำไม่ท่วมแล้วและข้าวสุกแก่ งานที่กินเวลามากที่สุดคือเกี่ยวและทำให้เมล็ดแห้งพอเก็บ ข้อมูลจากองค์ความรู้เรื่องข้าวของกรมการข้าวระบุว่า ข้าวที่เก็บเกี่ยวในระยะที่เหมาะสมมีความชื้นประมาณ 20–25% ซึ่งสูงเกินไปสำหรับเก็บรักษา ต้องลดความชื้นให้เหลือประมาณ 14% ถ้าจะเก็บ 2–3 เดือน และควรต่ำกว่า 12% ถ้าเก็บนานเกิน 3 เดือน

เรื่องที่คนทำนาเจอจริงคือการตากแดด หน้านี้กรมการข้าวเตือนว่าตอนกลางวันความร้อนช่วยให้เมล็ดแห้ง แต่ตอนกลางคืนความชื้นในอากาศทำให้เมล็ดดูดน้ำกลับ การเปียกสลับแห้งซ้ำ ๆ ทำให้เมล็ดร้าว พอเข้าโรงสีหรือนวดจะหักมาก น้ำค้างหรือฝนระหว่างตากให้ผลแบบเดียวกัน ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ตอนเช้ามีน้ำค้างและหมอก จึงควรคลุมกองข้าวเปลือกด้วยผ้าใบตอนค่ำ และเริ่มกางตากเมื่อแดดขึ้นแล้ว ไม่ใช่ตั้งแต่เช้ามืด

  • วัดความชื้นก่อนขายหรือก่อนเก็บ ถ้าไม่มีเครื่องวัดของตัวเอง ให้ถามสหกรณ์การเกษตรหรือโรงสีที่ซื้อว่ามีเครื่องให้ตรวจหรือไม่ อย่าใช้วิธีกัดเมล็ดตัดสินอย่างเดียว
  • ถ้าฝนยังมาเป็นระยะ และไม่มีลานตากพอ ให้ถามผู้รับซื้อหรือสหกรณ์ในพื้นที่ว่ามีบริการอบลดความชื้น เพราะการอบช่วยเลี่ยงปัญหาฝนกลางการตาก
  • แยกข้าวที่โดนน้ำท่วมหรือแช่น้ำออกจากข้าวปกติ ไม่เทรวมกอง เพราะความชื้นและเชื้อราจะลามไปทั้งกอง
  • จดวันเกี่ยว แปลง และปริมาณไว้ทุกแปลง ใช้ทั้งคำนวณต้นทุนและเป็นหลักฐานถ้าต้องแจ้งความเสียหาย

เรื่องราคาข้าวเปลือกช่วงนี้ บทความนี้ไม่ใส่ตัวเลขเพราะราคาเปลี่ยนรายสัปดาห์และต่างกันตามชนิดข้าวและความชื้น ถ้าจะตัดสินใจขายหรือเก็บ ให้เทียบราคาจากแหล่งที่ระบุวันที่ชัด เช่น ประกาศของกรมการค้าภายใน หรือราคาที่หน้าโรงสีและสหกรณ์ในจังหวัดตัวเองในวันนั้น

พืชหลังนา ปลูกอะไรและปลูกตอนไหน

หลังเกี่ยวข้าว คำถามต่อมาคือจะปล่อยแปลงว่างหรือปลูกอะไรต่อ ข้อมูลจากองค์ความรู้เรื่องข้าวของกรมการข้าวหน้า "การปลูกพืชระยะสั้นทดแทนนาปรัง" ให้ช่วงปลูกไว้ดังนี้

พืชช่วงปลูกที่แหล่งข้อมูลระบุข้อสังเกต
ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์15 ธันวาคม – 15 มกราคมเป็นช่วงที่ดินยังมีความชื้นสูง และพืชกลุ่มนี้ทนอุณหภูมิต่ำได้ดี
ข้าวโพดฝักอ่อนปลูกได้ถึงเดือนกุมภาพันธ์ยืดหยุ่นกว่าพืชกลุ่มแรก
ถั่วเขียวเดือนกุมภาพันธ์อย่ารีบปลูกในเดือนธันวาคมตามกลุ่มแรก

หน้าเดียวกันแนะนำให้ปลูกบนแปลงยกร่อง กว้างประมาณ 1.5 เมตร ให้น้ำเข้าร่องแล้วซึมช้า ๆ และคลุมหลังแปลงด้วยฟางข้าวหรือเศษวัชพืช (ยกเว้นถั่วลิสง) ซึ่งใช้น้ำน้อยกว่าทำนาปรังมาก อีกหน้าหนึ่งของแหล่งเดียวกันเรื่องข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ระบุว่าฤดูแล้งปลูกช่วงพฤศจิกายนถึงธันวาคม ควรปลูกให้เสร็จภายในเดือนธันวาคมเพื่อไม่ให้เจอแล้งตอนออกดอกและผสมเกสร ใช้ดินร่วนที่ระบายน้ำดี ค่า pH มากกว่า 5.5 และเก็บเกี่ยวเมื่อแก่จัดแห้งสนิทที่อายุ 110–120 วันตามพันธุ์

จะเห็นว่าสองหน้าให้ช่วงปลูกข้าวโพดไม่ตรงกันเป๊ะ (พฤศจิกายน–ธันวาคม กับ 15 ธันวาคม–15 มกราคม) เหตุผลคือหน้าหนึ่งพูดถึงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั่วไปในฤดูแล้ง อีกหน้าพูดถึงพืชทดแทนนาปรังที่นับจากความชื้นดินหลังเกี่ยวข้าว วิธีตัดสินที่ใช้ได้จริงคือดูความชื้นดินในแปลงตัวเองเป็นหลัก และถามเกษตรอำเภอว่าในพื้นที่มีน้ำชลประทานให้ถึงเดือนไหน ก่อนจะลงเมล็ดพันธุ์ที่ซื้อมาแล้ว

ผักหลังนาและผักฤดูหนาว ดูรายละเอียดที่บทความ เดือนพฤศจิกายนปลูกผักอะไรดี หลังเกี่ยวข้าวผักชนิดไหนให้เงินเร็ว ส่วนคนทำสวนมะม่วงที่ต้องเตรียมต้นก่อนออกดอก ดูที่ เตรียมต้นมะม่วงให้ออกดอกตามฤดูหนาว ช่วงตุลาคมถึงพฤศจิกายนต้องทำอะไร

เรื่องน้ำ แผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง 2569/70 ยังต้องรอประกาศ

ก่อนจะวางแผนทำนาปรังหรือพืชที่ต้องใช้น้ำมาก ต้องรู้ก่อนว่าชลประทานจะส่งน้ำถึงแปลงเราหรือไม่ ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2569 ผู้เขียนเปิดหน้าเว็บฝ่ายจัดสรรน้ำของกรมชลประทาน (water.rid.go.th) แล้ว รายการแผนฤดูแล้งในหน้านั้นไปสิ้นสุดที่แผนฤดูแล้ง 2568/69 ยังไม่พบแผนฤดูแล้ง 2569/70 ในหน้าดังกล่าว จึงบอกไม่ได้ว่าเป้าหมายพื้นที่ทำนาปรังปีนี้เท่าไหร่และเขตไหนได้น้ำ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เปลี่ยนตามปริมาณน้ำต้นทุนและมักประกาศผ่านสำนักงานชลประทานในแต่ละพื้นที่ ให้ถามโครงการชลประทานหรือเกษตรอำเภอของตัวเองโดยตรง รายละเอียดอ่านเพิ่มที่ แผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง 2569/70 ทำนาปรังได้แค่ไหน เกษตรกรต้องเช็กประกาศจากไหน

งานเอกสารที่ควรเช็กให้เสร็จ

1) ทะเบียนเกษตรกร

กรมส่งเสริมการเกษตรประกาศเมื่อ 25 พฤษภาคม 2569 ชวนเกษตรกรขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนสำหรับปีเพาะปลูก 2569/2570 รายละเอียดที่เกี่ยวกับช่วงเวลา มีดังนี้

ประเภทพืชควรแจ้งหรือปรับปรุงเมื่อไร (ตามกรมส่งเสริมการเกษตร)
ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลังโรงงาน15–60 วันหลังเพาะปลูก
พืชไร่15–30 วันหลังเพาะปลูก
ไม้ผลและไม้ยืนต้นปรับปรุงได้ตลอดปี

ถ้าปลูกพืชหลังนาในเดือนธันวาคมเป็นรอบใหม่ ให้แจ้งรอบนั้นเข้าไปด้วยตามช่วงข้างต้น ช่องทางที่กรมฯ ระบุคือแอป Farmbook (iOS และ Android) ระบบ e-Form ที่ efarmer.doae.go.th หรือแจ้งด้วยตัวเองที่สำนักงานเกษตรอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช ผู้นำชุมชน หรืออาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) การขึ้นทะเบียนไม่มีค่าใช้จ่าย และกรมฯ เตือนว่ามีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ห้ามให้รหัส OTP หรือข้อมูลบัญชีกับใคร นอกจากนี้ กรมฯ ระบุว่าถ้าไม่ปรับปรุงทะเบียนติดต่อกัน 3 ปี สถานะในระบบจะสิ้นสุดทันที ซึ่งอาจทำให้เสียสิทธิ์รับการช่วยเหลือกรณีภัยพิบัติ ดูขั้นตอนตรวจสอบได้ที่ เช็กและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรอย่างไร ก่อนขอเยียวยาน้ำท่วม

2) ถ้านาหรือสวนโดนน้ำท่วม เก็บหลักฐานก่อนทำความสะอาด

ตามรายงานข่าวของ The Standard เมื่อ 22 ตุลาคม 2569 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมของบกลางเยียวยาเกษตรกร ส่วนตัวเลขผู้เสียหาย 52,832 ราย จากการสำรวจเมื่อ 21 ตุลาคม 2569 ปรากฏในรายงานของ The Bangkok Insight เมื่อ 24 ตุลาคม 2569 และกระทรวงฯ ระบุว่าจะสำรวจเพิ่มอีกราวปลายเดือนพฤศจิกายน รายละเอียดวิธีรับสิทธิ์ของแต่ละรายการยังไม่ปรากฏชัดในข่าว สิ่งที่ทำได้ทันทีคือถ่ายรูปแปลงที่เสียหายก่อนเก็บกวาด ให้เห็นระดับน้ำ คราบโคลน ต้นพืชเสียหาย และถ่ายหลายมุมพร้อมวันที่ แล้วแจ้งเกษตรตำบลหรือผู้ใหญ่บ้าน ทางเลือกการรับเงินอ่านเพิ่มที่ เยียวยาเกษตรกรน้ำท่วม 2569 ขั้นตอนตั้งแต่ทะเบียนเกษตรกรถึงรับเงิน

ถ้าเป็นชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) มีรายงานข่าวของไทยโพสต์ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ว่าต้องยื่นเอกสารภายใน 30 วันหลังเกิดภัยหรือหลังภัยสิ้นสุด ที่สำนักงานจังหวัดหรือสาขาที่ดูแลพื้นที่สวน ตามกรอบ 30 วันนี้ ใครที่สวนโดนน้ำช่วงปลายกันยายนถึงตุลาคมควรเข้าไปถามที่ กยท. ในสัปดาห์นี้ ไม่ควรรอจนสิ้นเดือนพฤศจิกายน เพราะวันที่เริ่มนับของแต่ละรายอาจต่างกัน

3) เงินช่วยเหลือและสินเชื่อ ใครเสนอ ใครอนุมัติแล้ว

ข่าวช่วงนี้มีตัวเลขเยอะ จึงแยกสถานะให้ชัดตามที่รายงานได้ ณ 25 ตุลาคม 2569

เรื่องสถานะตามรายงานข่าวควรเช็กกับ
แพ็กเกจเยียวยาของกระทรวงการคลัง (พักหนี้ สินเชื่อ ภาษี)ครม. เห็นชอบเมื่อ 20 ตุลาคม 2569 ตามรายงานของ The Standardธนาคารที่เป็นเจ้าหนี้ กระทรวงการคลัง
งบกลางล็อตแรก 1,575.79 ล้านบาท ของกระทรวงเกษตรฯกระทรวงฯ จะเสนอขออนุมัติ ยังไม่ใช่ข้อสรุปสำนักงานเกษตรอำเภอ
เงินเบื้องต้นครัวเรือนละ 3,000 บาทกระทรวงฯ แจ้งว่าเป็นการขอรอบสองราวปลายพฤศจิกายน 2569 ยังเป็นแผนสำนักงานเกษตรอำเภอ
สินเชื่อและพักหนี้ของ กสส. สหกรณ์ ส.ป.ก. กยท.บางส่วนสั่งการแล้ว บางส่วนอยู่ระหว่างสำรวจ จังหวัดต้องส่งข้อมูลถึง 30 ต.ค. 2569 (กรมส่งเสริมสหกรณ์)สำนักงานสหกรณ์จังหวัด ส.ป.ก. กยท.

รายละเอียดการเลือกทางระหว่าง ธ.ก.ส. สหกรณ์ เขตปฏิรูปที่ดิน และสวนยาง อยู่ในบทความ สินเชื่อและพักหนี้หลังภัยพิบัติ ธ.ก.ส. สหกรณ์ เขตปฏิรูปที่ดิน และชาวสวนยาง เลือกทางไหนได้บ้าง และมาตรการ ธ.ก.ส. อ่านได้ที่ ธ.ก.ส. ช่วยเกษตรกรน้ำท่วม 2569 มีมาตรการอะไรบ้าง จุดสำคัญคือ ห้ามนำเงิน 3,000 บาทหรือเงินเยียวยาที่ยังเสนอมาวางแผนใช้หนี้ล่วงหน้า ให้ถือเป็นเงินที่ยังไม่แน่ว่าจะได้เท่าไหร่หรือเมื่อไหร่

4) เอกสารด้านภาษีสำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย

แพ็กเกจที่ ครม. เห็นชอบ ตามรายงานของ The Standard มีมาตรการด้านภาษีหลายข้อ ที่เกี่ยวกับครัวเรือนเกษตรกรได้แก่ ภาษีที่ต้องยื่นหรือชำระระหว่าง 1 กันยายนถึง 29 ธันวาคม 2569 ในพื้นที่อุทกภัยที่กรมสรรพากรกำหนด ขยายไปถึง 30 ธันวาคม 2569 และค่าซ่อมแซมบ้านที่เสียหายจากน้ำท่วมในเขตประสบสาธารณภัย นำมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามจริงไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับค่าใช้จ่ายระหว่าง 15 พฤษภาคม ถึง 31 ธันวาคม 2569 เกษตรกรส่วนใหญ่อาจไม่ต้องยื่นภาษี แต่ถ้ามีรายได้จนต้องยื่น ให้เก็บใบเสร็จค่าซ่อมไว้ครบ และสอบถามสำนักงานสรรพากรพื้นที่ว่าตำบลของตัวเองอยู่ในเขตที่กำหนดหรือไม่ เพราะข่าวไม่ได้ระบุรายชื่อพื้นที่

ปฏิทินสรุป พฤศจิกายน–ธันวาคม 2569

ช่วงเวลางานที่มา/ความชัดเจน
สัปดาห์สุดท้าย ต.ค.ดูประกาศปรับปรุงคาดหมายฤดูหนาวของกรมอุตุฯกรมอุตุฯ ระบุว่าจะปรับปรุง
ถึง 30 ต.ค.จังหวัดส่งข้อมูลความเสียหายของสหกรณ์และสมาชิกตามรายงานข่าวกรมส่งเสริมสหกรณ์
ต้น พ.ย.เกี่ยวและลดความชื้นข้าวนาปี แยกข้าวที่โดนน้ำออกความชื้นอ้างอิงกรมการข้าว
กลาง พ.ย. เป็นต้นไปมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นลง หมอกหนากรมอุตุฯ
ปลาย พ.ย.มีแผนสำรวจความเสียหายเพิ่มและขอ งบกลางรอบสองเป็นแผน ยังไม่อนุมัติ
พ.ย. – ธ.ค.ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เสร็จภายในธันวาคมกรมการข้าว (องค์ความรู้เรื่องข้าว)
15 ธ.ค. – 15 ม.ค.ช่วงปลูกถั่วเหลือง ถั่วลิสง ข้าวโพดหวานกรมการข้าว (องค์ความรู้เรื่องข้าว)
ภายใน 30 ธ.ค.ยื่นหรือชำระภาษีที่ขยายเวลา (เฉพาะผู้อยู่ในพื้นที่ที่กรมสรรพากรกำหนด)ตามรายงาน The Standard
31 ธ.ค.วันสุดท้ายของช่วงค่าซ่อมแซมที่นำมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามรายงาน The Standard
ปลาย ธ.ค. – ต้น ก.พ.ช่วงหนาวที่สุด ระวังน้ำค้างแข็งบนที่สูงกรมอุตุฯ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ตากข้าวตั้งแต่เช้ามืดตอนยังมีน้ำค้าง แล้วเก็บกองตอนเย็นโดยไม่คลุม ทำให้เมล็ดเปียกสลับแห้งจนร้าวและหักตอนสี
  • เทข้าวที่แช่น้ำท่วมรวมกับข้าวปกติ แล้วทั้งกองมีปัญหาความชื้นและราตามกัน
  • รีบหว่านถั่วหรือข้าวโพดตั้งแต่ดินยังแฉะ หรือรอจนดินแห้งเกินไปจนต้องสูบน้ำเพิ่ม ควรดูความชื้นดินจริงในแปลงและถามเกษตรอำเภอเรื่องน้ำชลประทาน
  • คิดว่ามีเงินเยียวยาตามข่าวแล้วไปกู้หรือซื้อปัจจัยการผลิตเพิ่มล่วงหน้า ทั้งที่บางรายการยังอยู่ระหว่างเสนอ
  • ไม่ถ่ายรูปความเสียหายก่อนเก็บกวาด แล้วไม่มีหลักฐานตอนเจ้าหน้าที่มาสำรวจ
  • เชื่อข้อความหรือโทรศัพท์ที่อ้างว่าช่วยลงทะเบียนเยียวยาแล้วขอ OTP หรือเก็บค่าดำเนินการ ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรเตือนไว้ชัดว่าการขึ้นทะเบียนไม่มีค่าใช้จ่าย
  • ลืมแจ้งรอบปลูกพืชหลังนาในทะเบียนเกษตรกร ทำให้ข้อมูลที่หน่วยงานมีไม่ตรงกับพื้นที่จริง

เช็กลิสต์ 10 ข้อก่อนสิ้นเดือน

  1. ดูพยากรณ์ 7 วันของกรมอุตุฯ แล้วนัดรถเกี่ยวในช่วงฝนห่าง
  2. เตรียมผ้าใบและลานตาก หรือถามสหกรณ์เรื่องบริการอบข้าว
  3. วัดความชื้นข้าวก่อนเก็บ ตั้งเป้าประมาณ 14% ถ้าเก็บ 2–3 เดือน
  4. เปิดแอป Farmbook หรือถามเกษตรอำเภอว่าทะเบียนยังเป็นปัจจุบันหรือไม่
  5. ถ่ายรูปความเสียหายพร้อมวันที่ และแจ้งเกษตรตำบลหรือผู้ใหญ่บ้าน
  6. ถ้าทำสวนยาง ติดต่อ กยท. ภายในกรอบ 30 วันหลังเกิดภัย
  7. ถ้าเป็นสมาชิกสหกรณ์ ถามสหกรณ์จังหวัดว่ามีรอบสำรวจหรือรับคำขอหรือยัง
  8. เก็บใบเสร็จค่าซ่อมแซมบ้านและอุปกรณ์ทุกใบไว้ในซองเดียว
  9. วางแผนพืชหลังนาตามช่วงปลูก และเช็กน้ำชลประทานก่อนซื้อเมล็ดพันธุ์
  10. จดต้นทุนและยอดขายของรอบนี้ไว้ จะใช้ตอนขอสินเชื่อหรือประเมินรอบหน้า

สรุป

เดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2569 งานแรกคือเก็บเกี่ยวและลดความชื้นข้าวให้ทันในช่วงที่หมอกและน้ำค้างเริ่มมา แล้วจึงปลูกพืชหลังนาตามความชื้นดินและน้ำที่มี งานเอกสารที่ควรทำคือทะเบียนเกษตรกร หลักฐานความเสียหาย และกรอบ 30 วันของ กยท. ส่วนเงินเยียวยาหลายรายการยังอยู่ระหว่างเสนอ ให้ตรวจกับสำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานสหกรณ์จังหวัด หรือธนาคารที่เป็นเจ้าหนี้ ข้อมูลทั้งหมด ณ 25 ต.ค. 2569 และอาจเปลี่ยนตามประกาศใหม่

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมอุตุนิยมวิทยา — การคาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย พ.ศ. 2569 (ออกประกาศ 9 ต.ค. 2569) https://www.tmd.go.th/media/climate/seasonal_announce/2569_%E0%B8%A0%E0%B8%8A_%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%9A_%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A4%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AF-%E0%B8%9B-2569-2570-1.pdf
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร (ศูนย์ข่าว DOAE) — เริ่มฤดูกาลผลิตใหม่ ชวนเกษตรกรขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปีเพาะปลูก 2569/2570 (25 พ.ค. 2569) https://doaenews.doae.go.th/archives/32133
  • 📄The Bangkok Insight — กระทรวงเกษตรฯ ประสานพักหนี้ ฟื้นฟู 232 ล้านบาท และตัวเลขสำรวจ 21 ต.ค. 2569 (24 ต.ค. 2569) https://thebangkokinsight.com/news/business/economics/1712117
  • 📄กรมการข้าว (องค์ความรู้เรื่องข้าว) — การลดความชื้น ความชื้นตอนเก็บเกี่ยวและเป้าหมายก่อนเก็บรักษา https://rkb.ricethailand.go.th/web/content_page.php?code=A-AJWVODYXYW
  • 📄กรมการข้าว (องค์ความรู้เรื่องข้าว) — การปลูกพืชระยะสั้นทดแทนนาปรัง https://rkb.ricethailand.go.th/web/content_page.php?code=A-A23BREB18C
  • 📄กรมการข้าว (องค์ความรู้เรื่องข้าว) — ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ช่วงปลูกและอายุเก็บเกี่ยว https://rkb.ricethailand.go.th/web/content_page.php?code=A-60O299W4F9
  • 📄กรมชลประทาน (ฝ่ายจัดสรรน้ำ) — หน้ารายการแผนจัดสรรน้ำ ตรวจเมื่อ 25 ต.ค. 2569 ไม่พบแผนฤดูแล้ง 2569/70 http://water.rid.go.th/hwm/wmoc/
  • 📰THE STANDARD — กระทรวงการคลังออกแพ็กเกจช่วยน้ำท่วม 2569 (ครม. 20 ต.ค. 2569) https://thestandard.co/cabinet-approves-flood-relief-package-2569/
  • 📰THE STANDARD — กระทรวงเกษตรฯ เร่งเยียวยาเกษตรกรน้ำท่วม งบกลางและมาตรการ (22 ต.ค. 2569) https://thestandard.co/agriculture-ministry-flood-relief-budget/
  • 📰ไทยโพสต์ (ประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์) — งบ 328 ล้านบาท ฟื้นฟูอาชีพและยืดเวลาชำระหนี้ (23 ต.ค. 2569) https://www.thaipost.net/public-relations-news/1093681/
  • 📰ไทยโพสต์ — กยท. เร่งเยียวยาชาวสวนยางน้ำท่วม เงื่อนไขยื่นเอกสารภายใน 30 วัน (5 ต.ค. 2569) https://www.thaipost.net/general-news/1082737/

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ปฏิทินนี้ใช้ได้ทั้งประเทศไหม

ใช้เป็นกรอบกว้างได้ แต่ช่วงเก็บเกี่ยวและน้ำชลประทานต่างกันตามภาคและตามพันธุ์ข้าว ภาคใต้มีฝนชุกในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมตามที่กรมอุตุฯ ระบุ จึงไม่เหมาะกับคำแนะนำปลูกพืชหลังนาแบบภาคกลางหรือภาคอีสาน ให้ปรับตามพื้นที่และถามเกษตรอำเภอ

ต้องยื่นอะไรเป็นพิเศษช่วงนี้ไหม

เท่าที่ตรวจสอบจากแหล่งทางการ ไม่พบกำหนดยื่นเอกสารเดียวที่ใช้กับเกษตรกรทุกคนในเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม สิ่งที่ควรเช็กคือทะเบียนเกษตรกร หลักฐานความเสียหาย (ถ้าโดนน้ำท่วม) กรอบ 30 วันของ กยท. สำหรับชาวสวนยาง และกำหนดภาษีที่ขยายถึง 30 ธันวาคมสำหรับคนในพื้นที่ที่กรมสรรพากรกำหนด

เงินเยียวยา 3,000 บาทต่อครัวเรือนจะได้เมื่อไหร่

ยังไม่มีวันที่โอนที่ยืนยันได้ จากรายงานข่าว The Standard เมื่อ 22 ตุลาคม 2569 กระทรวงเกษตรฯ ระบุว่าจะเสนอขอรอบสองราวปลายพฤศจิกายน 2569 สำหรับเงินเบื้องต้น 3,000 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งยังเป็นแผนเสนอ ติดตามประกาศกระทรวงเกษตรฯ และสำนักงานเกษตรอำเภอ

ควรปลูกข้าวโพดหลังนาตอนไหนระหว่างพฤศจิกายนกับกลางธันวาคม

แหล่งข้อมูลของกรมการข้าวให้ช่วงไว้สองแบบตามบริบท ให้ดูความชื้นดินจริงและน้ำที่มี และปลูกให้เสร็จภายในธันวาคมเพื่อหลีกเลี่ยงแล้งตอนออกดอก หากไม่แน่ใจให้ถามเกษตรอำเภอที่รู้ข้อมูลน้ำของพื้นที่

ทะเบียนเกษตรกรไม่ได้ปรับปรุงหลายปี ต้องทำอะไร

กรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่าถ้าไม่ปรับปรุงติดต่อกัน 3 ปี สถานะในระบบสิ้นสุดทันที ให้ไปติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอหรือใช้แอป Farmbook และระบบ e-Form เพื่อขึ้นทะเบียนใหม่หรือปรับปรุงข้อมูล โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย