คำตอบเร็ว: เมื่อพบไข้หวัดนกในพื้นที่ กรมปศุสัตว์จะประกาศเขตโรคระบาดและเขตเฝ้าระวังโรคเป็นรัศมีรอบจุดที่พบเชื้อตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ฟาร์มไก่-เป็ดที่อยู่ในรัศมีดังกล่าวห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ปีก ซาก หรือผลิตภัณฑ์ออกนอกเขตโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องยื่นขอใบอนุญาตเคลื่อนย้ายจากปศุสัตว์อำเภอก่อนทุกครั้ง พร้อมแสดงหลักฐานสุขภาพสัตว์ หากฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย ควรตรวจสอบแผนที่เขตประกาศและเงื่อนไขล่าสุดกับปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่โดยตรง เพราะรายละเอียดปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์การระบาดแต่ละครั้ง
เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่และไก่เนื้อรายเล็กมักตกใจเมื่อได้ยินข่าวพบไข้หวัดนกในตำบลใกล้เคียง เพราะไม่แน่ใจว่าฟาร์มของตัวเองต้องหยุดขายทันทีหรือไม่ ต้องขอเอกสารอะไรก่อนขนไก่ไปตลาด และถ้าฝ่าฝืนจะมีความผิดร้ายแรงแค่ไหน บทความนี้อธิบายเฉพาะขั้นตอนตามกฎหมายเรื่องการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกเมื่อมีการประกาศเขตควบคุมโรค ไม่ใช่คำแนะนำทางสัตวแพทย์เรื่องการรักษาหรือป้องกันโรค
เขตควบคุมโรคและรัศมีที่มีผลบังคับใช้
เมื่อพบสัตว์ปีกป่วยหรือตายผิดปกติและตรวจยืนยันว่าเป็นไข้หวัดนก สัตวแพทย์ของกรมปศุสัตว์จะประกาศพื้นที่ตามระดับความเสี่ยงเป็นชั้น ๆ โดยหลักการทั่วไปจะมีลักษณะเป็นวงรัศมีรอบจุดเกิดโรค ได้แก่ เขตโรคระบาด (พื้นที่ที่พบเชื้อโดยตรงและพื้นที่ใกล้เคียงที่มีความเสี่ยงสูง) และเขตเฝ้าระวังโรค (พื้นที่รอบนอกที่ต้องจับตาแต่ยังไม่พบเชื้อ) รัศมีที่แท้จริงในแต่ละครั้งจะถูกกำหนดโดยสัตวแพทย์ประจำพื้นที่ตามลักษณะการแพร่กระจายและความหนาแน่นของฟาร์มในพื้นที่นั้น ไม่ใช่ตัวเลขตายตัวที่ใช้เหมือนกันทุกครั้ง เกษตรกรจึงต้องตรวจสอบประกาศฉบับที่ประกาศจริงในช่วงเวลานั้นกับปศุสัตว์อำเภอหรือปศุสัตว์จังหวัด แทนที่จะยึดตัวเลขจากเหตุการณ์ครั้งก่อน
ฟาร์มที่อยู่ในเขตประกาศจะได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอโดยตรง หรือสามารถตรวจสอบได้จากประกาศของสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดและอำเภอในพื้นที่ ซึ่งมักติดประกาศที่ที่ว่าการอำเภอและแจ้งผ่านอาสาปศุสัตว์ประจำหมู่บ้านด้วย
เอกสารขอใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกจากปศุสัตว์อำเภอ
ฟาร์มที่อยู่ในเขตควบคุมโรคและมีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายสัตว์ปีก ซาก หรือผลิตภัณฑ์ออกนอกพื้นที่ ต้องยื่นขอใบอนุญาตกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอก่อนทุกครั้ง โดยทั่วไปกระบวนการมีขั้นตอนดังนี้
- แจ้งเจตนาเคลื่อนย้ายล่วงหน้ากับปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ที่ฟาร์มตั้งอยู่ ระบุจำนวนสัตว์ ต้นทางและปลายทางให้ชัดเจน
- เตรียมหลักฐานทะเบียนฟาร์มและประวัติการเลี้ยง หากฟาร์มเคยขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์ไว้แล้วจะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบเร็วขึ้น
- สัตวแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จะเข้าตรวจสุขภาพฝูงสัตว์ก่อนอนุญาตให้เคลื่อนย้าย เพื่อยืนยันว่าไม่มีอาการป่วยหรือความเสี่ยงในฝูง
- เมื่อผ่านการตรวจ เจ้าหน้าที่จะออกเอกสารใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ ซึ่งต้องพกติดตัวไปกับพาหนะขนส่งตลอดเส้นทาง
- บางกรณีอาจกำหนดให้ต้องเคลื่อนย้ายผ่านเส้นทางที่กำหนดเท่านั้น หรือต้องทำความสะอาดฆ่าเชื้อยานพาหนะก่อนและหลังการขนส่ง
เกษตรกรที่ไม่แน่ใจว่าฟาร์มของตัวเองอยู่ในเขตประกาศหรือไม่ ควรโทรสอบถามปศุสัตว์อำเภอโดยตรงก่อนวางแผนขนส่งทุกครั้ง เพราะเขตประกาศอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์
ข้อห้ามเคลื่อนย้ายในช่วงประกาศเขตโรคระบาด
ในช่วงที่มีการประกาศเขตโรคระบาด ข้อห้ามหลักที่ฟาร์มในพื้นที่ต้องระวังคือ ห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกมีชีวิต ซากสัตว์ปีก และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่หรือเข้าสู่พื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ครอบคลุมทั้งการขนส่งเพื่อจำหน่าย การย้ายฝูงไปเลี้ยงที่อื่น และการนำสัตว์ปีกจากนอกพื้นที่เข้ามาในเขตด้วยเช่นกัน เพราะอาจนำเชื้อเข้ามาซ้ำเติมสถานการณ์ นอกจากนี้มักมีมาตรการเสริม เช่น การจำกัดการเข้า-ออกฟาร์มของบุคคลภายนอก การพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อยานพาหนะที่ผ่านจุดตรวจในพื้นที่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมโรคที่ประกาศคู่กันไป
| สถานการณ์ | ต้องขอใบอนุญาตหรือไม่ |
|---|---|
| ฟาร์มอยู่นอกเขตประกาศ เคลื่อนย้ายในพื้นที่ปกติ | ไม่ต้อง (ปฏิบัติตามระเบียบทั่วไป) |
| ฟาร์มอยู่ในเขตเฝ้าระวังโรค ต้องการขนส่งออกนอกเขต | ต้องขอใบอนุญาตจากปศุสัตว์อำเภอก่อน |
| ฟาร์มอยู่ในเขตโรคระบาดโดยตรง (จุดพบเชื้อ) | ควบคุมเข้มงวดสูงสุด ต้องรอคำสั่งเจ้าหน้าที่เป็นกรณี ๆ |
| นำสัตว์ปีกจากนอกพื้นที่เข้าสู่เขตควบคุม | ต้องขออนุญาตเช่นเดียวกับการเคลื่อนย้ายออก |
บทลงโทษกรณีเคลื่อนย้ายโดยไม่ได้รับอนุญาต
การเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกหรือซากสัตว์ปีกเข้า-ออกเขตโรคระบาดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ซึ่งกำหนดโทษทั้งจำและปรับไว้สำหรับผู้ฝ่าฝืน โดยอัตราโทษที่แน่นอนขึ้นอยู่กับลักษณะการกระทำผิดและดุลยพินิจของศาลในแต่ละคดี เกษตรกรที่ไม่แน่ใจสถานะของตัวเองไม่ควรเสี่ยงเคลื่อนย้ายโดยไม่ขออนุญาตก่อน เพราะนอกจากความผิดทางกฎหมายแล้ว ยังเสี่ยงทำให้โรคแพร่กระจายเป็นวงกว้างขึ้น ซึ่งจะกระทบกับฟาร์มอื่นในพื้นที่และอาจทำให้ระยะเวลาควบคุมโรคยืดออกไปอีก ควรสอบถามอัตราโทษและรายละเอียดที่ชัดเจนล่าสุดกับปศุสัตว์อำเภอหรือนิติกรของกรมปศุสัตว์โดยตรง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ไม่ตรวจสอบว่าฟาร์มตัวเองอยู่ในเขตประกาศหรือไม่ ทำการขนส่งไปตามปกติจนถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบ
- รอจนใกล้วันขนส่งจริงจึงเริ่มยื่นขอใบอนุญาต ทำให้ไม่ทันเวลาที่ต้องการ
- คิดว่าเขตควบคุมใช้เฉพาะฟาร์มเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ไม่รวมฟาร์มรายเล็กหรือไก่ที่เลี้ยงเป็นงานอดิเรก ทั้งที่กฎหมายครอบคลุมสัตว์ปีกทุกชนิดในพื้นที่ประกาศ
- ขนย้ายสัตว์ปีกผ่านเส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาตเพื่อหลีกเลี่ยงจุดตรวจ ซึ่งเสี่ยงทั้งผิดกฎหมายและแพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัว
- ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อพบสัตว์ปีกป่วยหรือตายผิดปกติในฟาร์ม เพราะกลัวถูกจำกัดการเคลื่อนย้าย ทั้งที่การแจ้งเร็วช่วยควบคุมสถานการณ์ได้ดีกว่า
- เข้าใจว่าเขตประกาศคงที่ตลอดช่วงการระบาด ไม่ติดตามประกาศปรับปรุงล่าสุดที่อาจขยายหรือลดขอบเขต
สรุป
เมื่อมีการประกาศเขตควบคุมโรคไข้หวัดนก ฟาร์มไก่-เป็ดรายเล็กที่อยู่ในรัศมีต้องหยุดเคลื่อนย้ายสัตว์ปีก ซาก และผลิตภัณฑ์ออกนอกพื้นที่ทันทีจนกว่าจะได้รับใบอนุญาตจากปศุสัตว์อำเภอ ขั้นตอนหลักคือแจ้งเจตนาล่วงหน้า เตรียมหลักฐานฟาร์ม ให้สัตวแพทย์ตรวจสุขภาพฝูง แล้วจึงรับใบอนุญาตก่อนขนส่ง การฝ่าฝืนมีทั้งความเสี่ยงทางกฎหมายและความเสี่ยงทำให้โรคแพร่กระจายเป็นวงกว้าง เกษตรกรควรติดต่อปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่โดยตรงทุกครั้งที่ไม่แน่ใจสถานะเขตประกาศ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมปศุสัตว์ — หน่วยงานที่ประกาศเขตควบคุมโรคระบาดสัตว์และออกใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558
- สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ/จังหวัด — จุดติดต่อยื่นขอใบอนุญาตและตรวจสอบเขตประกาศล่าสุดในพื้นที่
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

กรงไก่ขนาดใหญ่ ใช้งานได้หลากหลาย ประกอบง่าย มีล้อเลื่อน กันน้ำ กลางแจ้ง ฟาร์ม สวนหลังบ้าน พร้อมตาข่ายและฝาครอบ เล้าไก่
ดูรายละเอียด
กรงไก่แบบปล่อยอิสระ อุโมงค์ กรงไก่และกระต่าย กรงเลี้ยงในสวนหลังบ้าน ฟาร์ม ลู่วิ่งปศุสัตว์ขนาดใหญ่
ดูรายละเอียด![[lzdyyh39k] ผลไม้ Picker พุทรา Picker ฟาร์ม Picker ผลไม้ขนาดเล็กเครื่องมือเก็บเกี่ยวคุณภาพ PP ก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพทนทานปฏิบัติสวนอุปกรณ์การเกษตร](/_next/image?url=%2Fimages%2Fproducts%2F43881950340.webp&w=3840&q=55&dpl=dpl_8VAUBZNnnKkiyoQ7JypFHwXxJz5g)
[lzdyyh39k] ผลไม้ Picker พุทรา Picker ฟาร์ม Picker ผลไม้ขนาดเล็กเครื่องมือเก็บเกี่ยวคุณภาพ PP ก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพทนทานปฏิบัติสวนอุปกรณ์การเกษตร
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
ฟาร์มไก่รายเล็กอยู่นอกเขตควบคุมโรคต้องขอใบอนุญาตเคลื่อนย้ายด้วยหรือไม่
หากฟาร์มอยู่นอกเขตที่ประกาศเป็นเขตโรคระบาดหรือเขตเฝ้าระวังโรค การเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกตามปกติยังทำได้โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตพิเศษ แต่ถ้าปลายทางที่จะขนส่งไปอยู่ในเขตควบคุมหรือต้องผ่านเขตควบคุม ก็อาจต้องขอใบอนุญาตเช่นกัน ควรตรวจสอบแผนที่เขตประกาศล่าสุดกับปศุสัตว์อำเภอก่อนทุกครั้งที่จะเคลื่อนย้ายในช่วงที่มีการระบาด
ขอใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกใช้เวลากี่วัน
ระยะเวลาพิจารณาขึ้นอยู่กับสถานการณ์การระบาดในพื้นที่ ผลตรวจโรคของฝูงสัตว์ และดุลยพินิจของสัตวแพทย์ประจำเขต ฟาร์มที่ต้องการเคลื่อนย้ายควรติดต่อปศุสัตว์อำเภอล่วงหน้าให้เร็วที่สุดเมื่อทราบว่าต้องขนส่ง ไม่ควรรอจนใกล้วันขนส่งจริงเพราะอาจไม่ทันการพิจารณา
ไก่ชนหรือไก่สวยงามที่เลี้ยงเป็นงานอดิเรกต้องขอใบอนุญาตเคลื่อนย้ายด้วยไหม
สัตว์ปีกทุกชนิดรวมถึงไก่ชน ไก่สวยงาม และนกที่เลี้ยงในพื้นที่เขตควบคุมโรคเข้าข่ายอยู่ภายใต้ประกาศเช่นเดียวกับสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์ หากจะเคลื่อนย้ายออกนอกพื้นที่ในช่วงประกาศเขตโรคระบาดต้องขอใบอนุญาตจากปศุสัตว์อำเภอเช่นเดียวกัน
ซากไก่หรือไข่ที่จะขนไปขายต้องขอใบอนุญาตเหมือนสัตว์มีชีวิตหรือไม่
ตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ การควบคุมครอบคลุมทั้งสัตว์ปีกมีชีวิตและซากสัตว์ปีก ซึ่งรวมถึงเนื้อและผลิตภัณฑ์บางประเภทที่อาจเป็นพาหะของเชื้อ ไข่ที่ผ่านการทำความสะอาดและบรรจุตามมาตรฐานมักมีเงื่อนไขที่ต่างจากซากสัตว์ดิบ ผู้ประกอบการควรสอบถามปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ให้ชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์ของตนเข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตหรือไม่
เขตควบคุมโรคไข้หวัดนกยกเลิกเมื่อไหร่ ฟาร์มจะกลับมาเคลื่อนย้ายได้ปกติเมื่อไหร่
การยกเลิกเขตควบคุมโรคขึ้นอยู่กับผลการเฝ้าระวังและมาตรการทำลายเชื้อในพื้นที่ที่กรมปศุสัตว์เป็นผู้ประเมินและประกาศยกเลิกเมื่อมั่นใจว่าไม่มีความเสี่ยงการแพร่ระบาดหลงเหลือ ไม่มีระยะเวลาตายตัวที่ใช้ได้ทุกกรณี ฟาร์มควรติดตามประกาศจากปศุสัตว์อำเภอหรือปศุสัตว์จังหวัดอย่างใกล้ชิดในช่วงที่มีการระบาด
