ต้นทุนและกำไรเผยแพร่ 7 พฤศจิกายน 2569

กู้เงินเพื่อลงทุนทำการเกษตร ควรคำนวณภาระดอกเบี้ยอย่างไรไม่ให้เป็นหนี้เกินตัว

วิธีคำนวณภาระดอกเบี้ยเงินกู้ทำเกษตร แยกลดต้นลดดอกกับเงินต้นคงที่ อ้างอิงอัตรา MRR ของ ธ.ก.ส. ตัวอย่างคำนวณ และวิธีทดสอบรายได้ก่อนเซ็นสัญญากู้ ข้อมูล พ.ย. 2569

กู้เงินเพื่อลงทุนทำการเกษตร ควรคำนวณภาระดอกเบี้ยอย่างไรไม่ให้เป็นหนี้เกินตัว

คำตอบสั้น ๆ

ดอกเบี้ยตัวเลขเดียวกันแต่วิธีคิดต่างกัน ภาระจริงก็ต่าง บทความนี้พาเช็กว่าเป็นลดต้นลดดอกหรือเงินต้นคงที่ ดูอัตราอ้างอิงของ ธ.ก.ส. คำนวณตัวอย่าง และทดสอบรายได้กรณีแย่ก่อนกู้

คำตอบเร็ว: ให้คำนวณ 3 ชั้นตามลำดับ คือ (1) ดอกเบี้ยจริงต่อปีจากสัญญาที่จะเซ็น โดยเช็กก่อนว่าเป็นแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) หรือแบบเงินต้นคงที่ (Flat Rate) เพราะสองแบบเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ (2) ยอดเงินที่ต้องจ่ายต่องวดเทียบกับเวลาที่เงินเข้าจริงจากผลผลิต และ (3) ทดสอบกรณีรายได้ตก เช่น ราคาลงหรือผลผลิตเสียหาย ว่ายังจ่ายไหวหรือไม่ ธ.ก.ส. ประกาศอัตราอ้างอิง MRR ที่ 6.575 ต่อปี ณ 1 เมษายน 2569 แต่อัตราที่ท่านได้จริงขึ้นกับผลิตภัณฑ์และเงื่อนไขของท่าน ให้ถามสาขา ข้อมูล ณ พ.ย. 2569

คนที่ไปกู้เงินทำการเกษตร เช่น ซื้อพันธุ์ ปรับพื้นที่ ทำบ่อ ซื้อเครื่องจักร หรือเป็นทุนหมุนเวียนรอบปลูกใหม่ มักถามเจ้าหน้าที่ว่า "ดอกเท่าไหร่" แล้วจบแค่ตัวเลขนั้น ทั้งที่ตัวเลขดอกเบี้ยตัวเดียวบอกได้ไม่หมด เพราะเงินก้อนเดียวกัน ดอกเบี้ยตัวเลขเดียวกัน แต่วิธีคิดและวิธีผ่อนต่างกัน ภาระจริงก็ต่างกันได้มาก บทความนี้พาคิดทีละขั้น ใช้อัตราอ้างอิงที่ ธ.ก.ส. ประกาศ และหลักการคิดดอกเบี้ยจากธนาคารแห่งประเทศไทย โดยไม่ใส่ราคาผลผลิตหรือประกาศที่ผู้เขียนตรวจไม่ได้

ขั้นที่ 1 ดูก่อนว่าดอกเบี้ยคิดแบบไหน

ภาพประกอบ ขั้นที่ 1 ดูก่อนว่าดอกเบี้ยคิดแบบไหน

หน้าความรู้ของธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายว่า ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) คือคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือในแต่ละงวด ส่วนแบบเงินต้นคงที่ (Flat Rate) ใช้เงินต้นเดิมตลอดสัญญา ธปท. ระบุชัดว่าอัตราสองแบบนี้ไม่สามารถเอามาเทียบกันตรง ๆ ได้ และให้เช็กวิธีคำนวณ อัตราอ้างอิง และจำนวนอัตราให้อยู่บนฐานเดียวกันก่อนเทียบ

ธปท. ให้กฎคร่าว ๆ ไว้ว่า ถ้าต้องการประมาณอัตราลดต้นลดดอกจากอัตราเงินต้นคงที่ ให้เอา 1.8 คูณ และบอกเองว่าเป็นเพียงตัวประมาณ ไม่ใช่ค่าที่แม่นยำ ตัวอย่างในหน้านั้นคือผู้ให้บริการหนึ่งคิด 4 เปอร์เซ็นต์แบบเงินต้นคงที่ เทียบกับอีกที่คิด 6 เปอร์เซ็นต์แบบลดต้นลดดอก แปลงแล้วที่แรกคือประมาณ 7.2 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแพงกว่า

เพื่อให้เห็นภาพ ตารางนี้เป็นการคำนวณเลขคณิตของผู้เขียนเอง ไม่ใช่ข้อเสนอของธนาคารใด ใช้สมมติเงินกู้ 100,000 บาท ผ่อนเท่ากันทุกเดือน 36 เดือน

ป้ายที่เขียนในสัญญาผ่อนต่อเดือนดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาประมาณเทียบเป็นลดต้นลดดอกต่อปี
Flat 5% ต่อปีประมาณ 3,194 บาท15,000 บาทประมาณ 9.3% (กฎ 1.8 เท่าให้ 9.0%)
Flat 7% ต่อปีประมาณ 3,361 บาท21,000 บาทประมาณ 12.8% (กฎ 1.8 เท่าให้ 12.6%)

เห็นว่าตัวเลข "5%" ที่ฟังดูถูก เมื่อเป็นแบบเงินต้นคงที่ ดอกเบี้ยจริงเทียบรายปีเกือบเท่าตัว เพราะต้นที่ลดลงทุกเดือนไม่ได้ทำให้ดอกลดตาม ส่วนเงินกู้ที่ลดต้นลดดอกจะคิดดอกจากยอดคงเหลือ ทุกงวดที่ผ่อนต้น ดอกก็ลดลง จึงไม่ต้องเอา 1.8 ไปคูณอีก

ขั้นที่ 2 รู้ว่าอัตราอ้างอิงของ ธ.ก.ส. คืออะไร

หน้าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของ ธ.ก.ส. ประกาศ ณ วันที่ 1 เมษายน 2569 ว่า MRR (อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายคนชั้นดี) เท่ากับ 6.575 ต่อปี MLR (ลูกค้านิติบุคคลชั้นดี) 6.025 และ MOR (เงินเบิกเกินบัญชี) 5.975 ตัวเลขเหล่านี้เป็นอัตราอ้างอิง ไม่ใช่อัตราที่เกษตรกรทุกรายจะได้ และหน้านั้นไม่ได้แยกอัตราตามประเภทสินเชื่อ

ผลิตภัณฑ์สินเชื่อบางตัวของ ธ.ก.ส. ระบุอัตราเป็นส่วนต่างจาก MRR ตัวอย่างเช่น หน้าสินเชื่อ ธ.ก.ส. Smart Tech และ BCG Model ระบุอัตรา MRR ลบ 1.00 ต่อปี (แบบ BCG Model มีเงื่อนไขว่าต้องได้รับการรับรองตามที่ระบุ) ตามหน้าเว็บ ณ วันที่เปิดอ่าน ซึ่งมีวงเงินสูงสุดไม่เกินร้อยละ 90-95 ของเงินลงทุนตามชนิดโครงการ และระบุระยะเวลาต่างกันตามวัตถุประสงค์ เช่น ทุนหมุนเวียนไม่เกิน 12 เดือน (บางกรณีขยายถึง 18 เดือน) ส่วนเงินลงทุนระยะยาวกำหนดเป็นปี ซึ่งแปลว่า "ดอกเบี้ย ธ.ก.ส." ไม่ใช่ตัวเลขเดียว ท่านต้องถามว่าโครงการของท่านเข้าผลิตภัณฑ์ไหน และเงื่อนไขคุณสมบัติเป็นอย่างไร อย่าเอาเลขของเพื่อนบ้านมาใช้

เมื่อลบ 1.00 จาก MRR ที่ประกาศ จะได้ 5.575 ต่อปี ตัวเลขนี้ใช้เป็นตัวอย่างคำนวณด้านล่างเท่านั้น ไม่ใช่คำยืนยันว่าท่านจะได้อัตรานี้ เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์บัตรและสินเชื่อปกติเพิ่มเติมได้ที่ บัตรเกษตรสุขใจกับสินเชื่อ ธ.ก.ส. ปกติต่างกันอย่างไร

ตัวอย่างคำนวณ (สมมติเลขเพื่อสาธิตวิธีคิด)

กรณีสมมติวิธีคิดผลลัพธ์ (เลขคณิต)
กู้ทุนหมุนเวียน 200,000 บาท จ่ายต้นคืนทีเดียวสิ้นปี ดอก 5.575% ต่อปี200,000 × 5.575%ดอกเบี้ยตลอดปี 11,150 บาท
กู้ 100,000 บาท 12 เดือน ผ่อนเท่ากันทุกเดือน ลดต้นลดดอก 5.575% ต่อปีสูตรผ่อนคงที่แบบลดต้นลดดอกผ่อนประมาณ 8,587 บาทต่อเดือน ดอกรวมประมาณ 3,045 บาท
กู้ลงทุน 300,000 บาท 5 ปี ผ่อนรายเดือนเท่ากัน ลดต้นลดดอก 5.575%สูตรเดียวกันผ่อนประมาณ 5,741 บาทต่อเดือน หรือราว 68,900 บาทต่อปี

ข้อสังเกตจากตัวอย่าง ข้อแรกกับข้อสองไม่ควรเทียบกัน เพราะวิธีจ่ายต่างกัน ข้อแรกจ่ายต้นก้อนเดียวเมื่อขายผลผลิต ดอกเบี้ยคิดเต็มปี ข้อสองผ่อนทุกเดือนเลยต้นลดลงเรื่อย ๆ และข้อสามชี้ว่าเงินลงทุนระยะยาว ภาระต่อปีเป็นหลักหมื่นถึงเกือบแสน ท่านต้องเอาตัวเลขนี้ไปเทียบกับรายได้ของฟาร์ม

ขั้นที่ 3 เทียบงวดชำระกับช่วงที่เงินเข้า

รายได้เกษตรส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าทุกเดือน ข้าวนาปีเข้าก้อนช่วงเก็บเกี่ยว ยางพาราเข้าตามรอบกรีด ผลไม้เข้าตามฤดู ปศุสัตว์บางชนิดเข้าตามรอบขาย ถ้ากู้แบบผ่อนรายเดือนเท่ากันทั้งที่รายได้เข้าก้อนปีละสองครั้ง เดือนที่ไม่มีรายได้ก็ต้องไปเอาเงินจากที่อื่น ซึ่งคือจุดที่หนี้ลามเป็นเงินกู้อีกก้อน ให้ถามสาขาว่าเงื่อนไขงวดชำระของโครงการท่านปรับให้ตรงรอบรายได้ได้หรือไม่ เพราะรูปแบบที่ใช้ได้ต่างกันตามผลิตภัณฑ์ และท่านไม่ควรเดาเอง

ขั้นที่ 4 ทดสอบกรณีรายได้ตก

บทความนี้เสนอวิธีตรวจตัวเองด้วยหลักง่าย ๆ ซึ่งเป็นวิธีที่ผู้เขียนตั้งขึ้นเพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่เกณฑ์ของธนาคารหรือกฎหมาย

  1. เขียนรายได้ที่คาดว่าจะได้ในปีปกติ และหักค่าใช้จ่ายการผลิตทั้งหมดออก เหลือเท่าไรคือรายได้สุทธิก่อนจ่ายหนี้
  2. เขียนภาระผ่อนรวมต่อปี (ต้นบวกดอก) ของหนี้ใหม่ และหนี้เดิมที่มีอยู่แล้วทุกก้อน
  3. ลดรายได้ลงสองกรณี กรณีหนึ่งราคาขายลดลง และอีกกรณีหนึ่งผลผลิตเสียหายบางส่วนจากภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง หรือน้ำท่วม แล้วคิดใหม่ ว่ารายได้สุทธิที่เหลือยังพอจ่ายภาระผ่อนและเลี้ยงครอบครัวหรือไม่
  4. ลองตั้งเพดานสำหรับตัวเอง เช่น ภาระผ่อนไม่ควรกินเกินสัดส่วนหนึ่งของรายได้สุทธิในปีที่แย่ แล้วจดสัดส่วนนั้นไว้ก่อนเซ็นสัญญา ตัวเลขสัดส่วนที่เหมาะสมขึ้นกับครอบครัวของท่านและต้องคุยกับเจ้าหน้าที่สินเชื่อ

ถ้าอยากรู้ว่ากิจกรรมที่จะลงทุนต้องขายได้เท่าไรจึงคุ้มทุน ดู จุดคุ้มทุนเกษตรคืออะไร คำนวณยังไง แล้วเอาดอกเบี้ยบวกเข้าไปเป็นต้นทุนด้วย

แนวตัดสินใจ ถ้า...ให้ทำ...

ถ้าเจอสถานการณ์นี้ให้ทำ
ข้อเสนอเขียนว่า "ดอกเบี้ย x% ต่อปี" แต่ไม่ระบุว่าแบบไหนถามเป็นลายลักษณ์อักษรว่าเป็นลดต้นลดดอกหรือเงินต้นคงที่ และขอตารางผ่อนทั้งหมด
สองที่เสนอดอกไม่เท่ากัน และคนละแบบใช้กฎ 1.8 ของ ธปท. ประมาณคร่าว ๆ แล้วขอให้ผู้ให้กู้แสดงค่าใช้จ่ายรวม ก่อนตัดสินใจ
รายได้เข้าเป็นรอบ เช่น ปีละครั้งสองครั้งขอหารือเรื่องงวดชำระที่สัมพันธ์กับรอบรายได้ อย่าเลือกผ่อนรายเดือนเท่ากันโดยไม่คิด
มีหนี้เดิมหลายก้อนอยู่แล้วรวมภาระผ่อนทุกก้อนในตารางรายปีก่อน ถ้าก้อนใหม่ทำให้ตึงมาก พิจารณาลดวงเงินหรือเลื่อนการลงทุนก่อน
เพิ่งเจอน้ำท่วมหรือภัยพิบัติตรวจมาตรการช่วยเหลือเฉพาะที่ประกาศจริง อ่านที่ พักหนี้และลดดอกเบี้ยเกษตรกรน้ำท่วม ธ.ก.ส. 2569 และเทียบกับ ดอกเบี้ยปกติกับพักชำระหนี้ เลือกแบบไหน
กำลังเทียบธนาคารพาณิชย์กับ ธ.ก.ส. เพื่อซื้อที่ดินดูเงื่อนไขเปรียบเทียบที่ กู้ธนาคารพาณิชย์ทั่วไปซื้อที่ดินทำเกษตร เทียบกู้ ธ.ก.ส.

ดอกเบี้ยผิดนัดและเงื่อนไขอื่น ที่ต้องอ่านในสัญญา

หน้าอัตราดอกเบี้ยของ ธ.ก.ส. ที่เปิดอ่านไม่ได้ระบุอัตราดอกเบี้ยผิดนัด วิธีนับวัน หรือการเปลี่ยนอัตราตามเงื่อนไข ผู้เขียนจึงไม่ใส่ตัวเลขเรื่องนี้ ท่านต้องอ่านสัญญาเงินกู้ของท่านเอง หรือถามสาขาโดยตรง และขอสำเนาประกาศฉบับล่าสุดที่ ธ.ก.ส. ให้ดาวน์โหลดได้จากหน้าอัตราดอกเบี้ย สิ่งที่ควรถามมีตามนี้

  • อัตราดอกเบี้ยของโครงการนี้คิดแบบใด และอ้างอิงอะไร (MRR หรืออื่น) บวกหรือลบเท่าไร
  • อัตราคงที่หรือปรับเปลี่ยนได้ ปรับเมื่อใด ใครเป็นผู้ประกาศ
  • ดอกเบี้ยกรณีผิดนัดชำระคิดอย่างไร
  • มีค่าธรรมเนียม ค่าประกัน ค่าจดทะเบียนหลักประกันอะไรบ้าง และรวมในยอดหนี้หรือจ่ายแยก
  • จ่ายคืนก่อนกำหนดได้ไหม มีเงื่อนไขอะไร
  • งวดชำระปรับตามรอบเก็บเกี่ยวได้หรือไม่

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เทียบแต่ตัวเลขร้อยละ: เทียบดอก 5 กับ 7 โดยไม่ดูว่าอันหนึ่งเป็นเงินต้นคงที่ อีกอันลดต้นลดดอก ผลคือเลือกอันที่แพงกว่าโดยไม่รู้ตัว
  • คิดแต่ดอก ไม่คิดต้น: เห็นดอกต่อปีน้อย แต่ภาระผ่อนรวมต้นและดอกต่อเดือนสูงกว่ารายได้ที่เข้ามาในช่วงนั้น
  • ใช้ราคาปีที่ดีมาคำนวณรายได้: ไม่ทดสอบกรณีราคาตก หรือผลผลิตเสียหาย
  • กู้ก้อนใหญ่เกินกว่าที่โครงการใช้จริง: ได้วงเงินเต็มแล้วเอาไปใช้อย่างอื่น ดอกเบี้ยวิ่งเต็มจำนวนทั้งที่ไม่ได้สร้างรายได้
  • ใช้เงินกู้ทุนหมุนเวียนระยะสั้นไปลงทุนระยะยาว: เช่น เอาเงินที่ต้องใช้คืนภายในปีไปปรับที่ดินหรือซื้อเครื่องจักร แล้วเงินคืนไม่ทัน
  • กู้หมุนหนี้ก้อนหนึ่งไปจ่ายอีกก้อน: โดยไม่เปรียบเทียบดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวม
  • ไม่ขอตารางผ่อน: เซ็นโดยไม่เห็นยอดรวมที่ต้องจ่ายจริงตลอดสัญญา

เช็กลิสต์ก่อนเซ็นสัญญา

  • ได้ตารางผ่อนชำระหรือประมาณการครบตลอดสัญญา
  • รู้ว่าดอกเบี้ยเป็นแบบลดต้นลดดอกหรือเงินต้นคงที่
  • รู้อัตราอ้างอิงและส่วนต่างที่บวกหรือลบ
  • จดภาระผ่อนรวมต่อปี และเทียบรายได้สุทธิกรณีแย่
  • ถามเรื่องดอกเบี้ยผิดนัดและค่าธรรมเนียมอื่นแล้ว
  • รู้ว่าหากรายได้ไม่ทัน ติดต่อใครที่สาขาและมีทางเลือกอะไรบ้าง

สรุป

การคำนวณภาระดอกเบี้ยเกษตรไม่ได้จบที่ตัวเลขร้อยละ ต้องดูว่าเป็นแบบลดต้นลดดอกหรือเงินต้นคงที่ ดูส่วนต่างจากอัตราอ้างอิงอย่าง MRR ดูตารางผ่อน เทียบกับรอบรายได้จริง และทดสอบกรณีรายได้ตก ส่วนดอกเบี้ยผิดนัดและค่าธรรมเนียมต้องอ่านจากสัญญาหรือถามสาขา เพราะหน้าข้อมูลที่เปิดอ่านไม่ได้ระบุไว้ ข้อมูล ณ พ.ย. 2569

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) — อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MRR MLR MOR ณ 1 เม.ย. 2569 https://www.baac.or.th/help-center/rate/loan-interest-rates
  • 📄ธ.ก.ส. — สินเชื่อ Smart Tech (อัตรา MRR ลบ 1.00 วงเงินและระยะเวลา) https://www.baac.or.th/products/loan/smart-tech-loan
  • 📄ธ.ก.ส. — สินเชื่อ BCG Model (อัตรา เงื่อนไข ระยะเวลา) https://www.baac.or.th/products/loan/bcg-model-loan
  • 📄ธนาคารแห่งประเทศไทย — ความรู้เรื่องอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) เทียบกับเงินต้นคงที่ (Flat Rate) และกฎ 1.8 เท่า https://www.bot.or.th/th/satang-story/rights-responsibility/effectiverate.html

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ดอกเบี้ยลดต้นลดดอกกับเงินต้นคงที่ต่างกันอย่างไร

ธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายว่าแบบลดต้นลดดอกคิดจากเงินต้นคงเหลือในแต่ละงวด ส่วนแบบเงินต้นคงที่ใช้ยอดเงินต้นเดิม ทำให้อัตราสองแบบเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ ใช้กฎ 1.8 คูณเพื่อประมาณคร่าว ๆ ได้ แต่ ธปท. ระบุว่าเป็นเพียงค่าประมาณ

ธ.ก.ส. คิดดอกเบี้ยเกษตรกรกี่เปอร์เซ็นต์

ไม่มีตัวเลขเดียว หน้าเว็บ ธ.ก.ส. ประกาศ MRR 6.575 ต่อปี ณ 1 เมษายน 2569 แต่ผลิตภัณฑ์แต่ละตัวใช้ส่วนต่างต่างกัน เช่น บางโครงการระบุ MRR ลบ 1.00 ให้ถามสาขาว่าโครงการของท่านได้อัตราเท่าไรและเงื่อนไขเป็นอย่างไร

กู้เท่าไรถึงจะไม่เป็นหนี้เกินตัว

ไม่มีสัดส่วนกลางที่ผู้เขียนเปิดตรวจจากแหล่งทางการได้ ให้ใช้วิธีทดสอบด้วยรายได้สุทธิในกรณีแย่ ตามขั้นที่ 4 ข้างบน แล้วคุยกับเจ้าหน้าที่สินเชื่อ

ดอกเบี้ยผิดนัดชำระของ ธ.ก.ส. กี่เปอร์เซ็นต์

ผู้เขียนไม่พบตัวเลขในหน้าอัตราดอกเบี้ยที่เปิดอ่าน จึงไม่ระบุ ให้ดูในสัญญาของท่านหรือสอบถามสาขา

ควรกู้ผ่อนรายเดือนหรือจ่ายต้นทีเดียวหลังขายผลผลิต

ขึ้นกับรอบรายได้ของท่านและเงื่อนไขของโครงการที่ท่านเข้าได้ ทุนหมุนเวียนระยะสั้นของบางโครงการกำหนดไม่เกิน 12 เดือน (ขยายได้ถึง 18 เดือนในบางกรณี ตามหน้าสินเชื่อที่เปิดอ่าน) ให้ถามสาขาว่าท่านเลือกรูปแบบการชำระได้หรือไม่

เมื่อตัวเลขดอกเบี้ยเปลี่ยน ต้องคำนวณใหม่ไหม

ถ้าสัญญาของท่านอ้างอิงอัตราที่ปรับได้ ภาระจริงอาจเปลี่ยน จึงควรเผื่อสถานการณ์ที่ดอกเบี้ยสูงขึ้น ลองบวกเพิ่มสักหนึ่งหรือสองจุดในการคำนวณเพื่อดูว่ายังไหวหรือไม่ เป็นแค่วิธีทดสอบของท่านเอง