ข่าว กฎหมาย มาตรฐาน

กู้ ธ.ก.ส. ดอกเบี้ยปกติกับพักชำระหนี้ เลือกแบบไหนตอนเป็นหนี้

เทียบเงื่อนไขสินเชื่อ ธ.ก.ส. ดอกเบี้ยปกติกับโครงการพักชำระหนี้ ผลกระทบต่อเครดิตในอนาคต และเกณฑ์คุณสมบัติเข้าร่วมโครงการพักหนี้ที่เกษตรกรควรรู้ก่อนตัดสินใจ

กู้ ธ.ก.ส. ดอกเบี้ยปกติกับพักชำระหนี้ เลือกแบบไหนตอนเป็นหนี้
คำตอบเร็ว: ถ้ายังพอมีรายได้ผ่อนชำระได้ตามปกติแม้จะตึงมือ ควรผ่อนต่อแบบปกติดีกว่า เพราะประวัติการชำระตรงเวลาช่วยรักษาเครดิตและโอกาสกู้เพิ่มในอนาคต แต่ถ้าประสบภัยพิบัติหรือรายได้ลดลงจนผ่อนไม่ไหวจริง ๆ การเข้าร่วมโครงการพักชำระหนี้ตามเงื่อนไขที่ ธ.ก.ส. ประกาศในแต่ละช่วงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการปล่อยให้หนี้ค้างชำระจนกลายเป็นหนี้เสีย เพราะพักหนี้ยังรักษาสถานะบัญชีไม่ให้เข้าสู่กระบวนการทวงหนี้รุนแรง แต่ต้องเข้าใจว่าดอกเบี้ยส่วนใหญ่มักไม่ได้หยุดเดินระหว่างพักหนี้ ต้องตรวจสอบเงื่อนไขที่ชัดเจนจาก ธ.ก.ส. สาขาที่กู้ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

เกษตรกรจำนวนมากที่เป็นหนี้ ธ.ก.ส. มักเจอทางแยกตอนที่รายได้เริ่มฝืดเคือง คือจะฝืนผ่อนต่อตามสัญญาเดิม หรือจะเข้าร่วมโครงการพักชำระหนี้ที่รัฐบาลมักออกมาเป็นระยะตามสถานการณ์ภัยแล้ง น้ำท่วม หรือวิกฤตเศรษฐกิจ คำถามนี้ไม่มีคำตอบตายตัวเดียวสำหรับทุกคน เพราะขึ้นกับสถานะการเงินและเป้าหมายระยะยาวของแต่ละครัวเรือน บทความนี้จะอธิบายหลักการเปรียบเทียบทั้งสองทาง เพื่อให้ตัดสินใจได้ตรงกับสถานการณ์ของตัวเอง โดยไม่ลงตัวเลขดอกเบี้ยหรือเงื่อนไขเฉพาะเจาะจงที่เปลี่ยนแปลงตามนโยบายแต่ละช่วง ซึ่งควรตรวจสอบล่าสุดกับ ธ.ก.ส. โดยตรงเสมอ

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ยากขึ้นไปอีกคือ มาตรการพักชำระหนี้ของ ธ.ก.ส. ไม่ได้เป็นนโยบายถาวรที่มีเงื่อนไขเดียวตลอดไป แต่ออกมาเป็นรอบ ๆ ตามสถานการณ์ เช่น รอบภัยแล้งรุนแรง รอบน้ำท่วมใหญ่ หรือรอบวิกฤตเศรษฐกิจ แต่ละรอบมีรายละเอียดเงื่อนไขต่างกัน ทั้งระยะเวลาพัก กลุ่มเป้าหมาย และการจัดการดอกเบี้ยระหว่างพัก ทำให้เกษตรกรที่เคยได้ยินเงื่อนไขจากรอบก่อนอาจเข้าใจผิดว่าเงื่อนไขรอบปัจจุบันเหมือนเดิม ทั้งที่ในความเป็นจริงอาจเปลี่ยนไปแล้ว จุดนี้จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่บทความนี้เน้นย้ำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับสาขาโดยตรงทุกครั้งก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่อ้างอิงจากประสบการณ์เก่าหรือคำบอกเล่าต่อกันมา

เงื่อนไขดอกเบี้ยปกติเทียบโครงการพักชำระหนี้

การผ่อนชำระตามปกติคือการจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยตามงวดที่ตกลงในสัญญาเงินกู้เดิม อัตราดอกเบี้ยคงที่ตามที่ระบุในสัญญาและมักมีส่วนลดดอกเบี้ยสำหรับผู้ที่ชำระตรงเวลาต่อเนื่อง (ขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละสาขาและประเภทสินเชื่อ) ส่วนโครงการพักชำระหนี้ ซึ่งรัฐบาลมักประกาศเป็นมาตรการเฉพาะกิจตามมติคณะรัฐมนตรีในแต่ละช่วง มีหลักการทั่วไปคือ

ประเด็นผ่อนชำระปกติเข้าร่วมพักชำระหนี้
เงินต้นต้องจ่ายตามงวดที่กำหนดส่วนใหญ่หยุดจ่ายเงินต้นชั่วคราวตามระยะเวลาโครงการ
ดอกเบี้ยคิดตามอัตราปกติในสัญญาบางโครงการยังคิดดอกเบี้ยต่อเนื่อง บางโครงการรัฐช่วยออกดอกเบี้ยบางส่วนให้ ขึ้นกับรายละเอียดมาตรการแต่ละรอบ
ระยะเวลาตามสัญญาเดิมจนครบกำหนดมีกำหนดระยะเวลาพักชัดเจน (เช่น 6 เดือน-3 ปี) แล้วต้องกลับมาผ่อนตามปกติ
ผลต่อยอดหนี้รวมยอดหนี้ลดลงตามงวดที่จ่ายยอดหนี้รวมอาจไม่ลดลงหรือลดลงช้ากว่าปกติ เพราะเงินต้นไม่ถูกตัดระหว่างพัก

ข้อควรระวังสำคัญที่สุดคือ "พักชำระหนี้" ไม่เท่ากับ "ยกหนี้" หรือ "ลดหนี้" เกษตรกรจำนวนมากเข้าใจผิดว่าเข้าโครงการแล้วหนี้จะหายไปหรือเบาลง ทั้งที่ในความเป็นจริงเป็นเพียงการเลื่อนภาระการจ่ายเงินต้นออกไป และดอกเบี้ยส่วนใหญ่ยังคงเดินต่อเนื่องตามอัตราที่กำหนดในแต่ละมาตรการ เมื่อครบกำหนดพักหนี้แล้วภาระที่ต้องผ่อนต่อเดือนอาจสูงขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะต้องผ่อนเงินต้นที่สะสมพร้อมดอกเบี้ยที่เดินระหว่างพักในระยะเวลาที่เหลือสั้นลง

ผลกระทบต่อเครดิตในอนาคต

นี่คือประเด็นที่เกษตรกรมักมองข้ามมากที่สุด การเข้าร่วมโครงการพักชำระหนี้อย่างเป็นทางการผ่าน ธ.ก.ส. โดยทั่วไปจะถูกบันทึกในระบบเครดิตบูโรเป็นสถานะ "อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างหนี้" หรือสถานะเฉพาะที่แตกต่างจากการค้างชำระ (default) ซึ่งดีกว่าการปล่อยหนี้ให้ค้างชำระเฉย ๆ จนกลายเป็นหนี้เสียแน่นอน แต่ก็ยังต่างจากสถานะ "ชำระปกติ" ที่ธนาคารและสถาบันการเงินอื่นมองว่าเป็นลูกหนี้คุณภาพดีที่สุด

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเมื่อไปขอสินเชื่อใหม่ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นจาก ธ.ก.ส. เองหรือธนาคารอื่น คือเจ้าหน้าที่สินเชื่ออาจพิจารณาประวัติการเข้าร่วมโครงการพักหนี้ประกอบการอนุมัติวงเงินและอัตราดอกเบี้ย บางกรณีอาจได้วงเงินต่ำกว่าลูกหนี้ที่ไม่เคยพักหนี้เลย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะกู้ไม่ได้อีกเลย เพียงแต่ควรเตรียมใจว่าอาจต้องใช้เวลาสร้างประวัติการชำระที่ดีกลับมาสักระยะหนึ่งหลังพ้นช่วงพักหนี้ ก่อนที่จะขอสินเชื่อก้อนใหญ่ครั้งต่อไป

เกณฑ์คุณสมบัติเข้าโครงการพักหนี้

เกณฑ์คุณสมบัติเปลี่ยนแปลงไปตามมาตรการที่รัฐบาลประกาศในแต่ละรอบ แต่โดยหลักการทั่วไปที่ ธ.ก.ส. มักใช้พิจารณามีดังนี้

  • เป็นลูกหนี้ ธ.ก.ส. ที่มีสถานะบัญชีตามเงื่อนไขที่กำหนด (เช่น ไม่เป็นหนี้เสียมาก่อนวันที่กำหนด หรือเป็นหนี้ที่ค้างชำระไม่เกินระยะเวลาที่มาตรการระบุ)
  • ประสบปัญหาที่กระทบรายได้ตามเหตุผลที่มาตรการรองรับ เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม ราคาผลผลิตตกต่ำ หรือวิกฤตเศรษฐกิจในวงกว้าง
  • วงเงินหนี้ไม่เกินเพดานที่มาตรการกำหนดในแต่ละรอบ (มาตรการบางรอบจำกัดเฉพาะหนี้รายย่อยวงเงินไม่สูงมาก)
  • ต้องแสดงความประสงค์และยื่นเรื่องภายในระยะเวลาที่ ธ.ก.ส. กำหนดในแต่ละมาตรการ ไม่ใช่สิทธิ์อัตโนมัติที่ได้รับทุกคน

เนื่องจากเกณฑ์เหล่านี้เปลี่ยนแปลงตามมาตรการและช่วงเวลา เกษตรกรที่สนใจควรติดต่อสาขา ธ.ก.ส. ที่ตนกู้โดยตรงเพื่อสอบถามมาตรการล่าสุดที่กำลังเปิดรับอยู่ ณ ขณะนั้น ไม่ควรเชื่อข้อมูลเก่าที่แชร์ต่อกันมาในโซเชียลมีเดียซึ่งอาจเป็นมาตรการที่หมดอายุไปแล้ว

เตรียมเอกสารและข้อมูลอะไรบ้างก่อนไปคุยกับ ธ.ก.ส.

ไม่ว่าจะตัดสินใจผ่อนปกติต่อหรือขอเข้าพักชำระหนี้ การเตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนไปคุยกับเจ้าหน้าที่จะช่วยให้การพิจารณาเร็วขึ้นและได้คำแนะนำที่ตรงจุดกว่า ควรเตรียมสำเนาสัญญาเงินกู้เดิม สมุดบัญชีเงินฝากที่ผูกกับสัญญากู้ หลักฐานรายได้ปัจจุบันหรือหลักฐานความเสียหายจากภัยพิบัติหากมี เช่น ภาพถ่ายแปลงที่เสียหายหรือหนังสือรับรองจากหน่วยงานราชการในพื้นที่ และควรเตรียมตัวเลขประมาณการรายได้ในอีก 6-12 เดือนข้างหน้าเพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมินได้ว่าทางเลือกไหนเหมาะกับสถานการณ์จริงของครัวเรือนมากที่สุด

เกณฑ์ตัดสินใจ: เลือกผ่อนปกติ หรือ เข้าพักชำระหนี้

  • เลือกผ่อนชำระปกติต่อไป ถ้า ยังพอมีรายได้ผ่อนได้แม้จะตึงมือ เพราะรักษาเครดิตและยอดหนี้ลดลงต่อเนื่อง ไม่มีดอกเบี้ยสะสมเพิ่มจากการพักหนี้
  • เข้าร่วมพักชำระหนี้ ถ้า รายได้ลดลงจริงจากเหตุสุดวิสัยที่มาตรการรองรับ และประเมินแล้วว่าถ้าฝืนผ่อนต่อจะกลายเป็นหนี้เสียแน่นอน การพักหนี้ช่วยซื้อเวลาให้ตั้งตัวได้โดยไม่เสียเครดิตหนักเท่าหนี้เสีย
  • ก่อนตัดสินใจทั้งสองทาง ควรขอคุยกับเจ้าหน้าที่สินเชื่อ ธ.ก.ส. เพื่อดูทางเลือกอื่นที่อาจเหมาะกว่า เช่น การปรับโครงสร้างหนี้แบบยืดระยะเวลาผ่อนแต่ยังจ่ายเงินต้นบางส่วน ซึ่งบางกรณีดีกว่าการพักชำระหนี้เต็มรูปแบบ
  • ถ้ามีสมาชิกครอบครัวหลายคนเป็นหนี้ ธ.ก.ส. พร้อมกัน ควรพิจารณาภาระรวมทั้งครัวเรือน ไม่ใช่ตัดสินใจแยกกันทีละบัญชี เพราะอาจมีบางบัญชีที่ควรผ่อนต่อและบางบัญชีที่ควรขอพักหนี้ ขึ้นกับลำดับความสำคัญและอัตราดอกเบี้ยของแต่ละสัญญา

สัญญาณที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องคุยกับธนาคารแล้ว ก่อนจะสายเกินไป

เกษตรกรจำนวนมากรอจนหนี้ค้างชำระหลายงวดแล้วถึงค่อยติดต่อธนาคาร ซึ่งทำให้ตัวเลือกในการแก้ไขน้อยลงมาก สัญญาณที่ควรรีบติดต่อ ธ.ก.ส. ตั้งแต่เนิ่น ๆ มีดังนี้

  • ผลผลิตเสียหายจากภัยธรรมชาติจนรายได้ลดลงชัดเจนกว่าครึ่งของที่คาดการณ์ไว้
  • ราคาผลผลิตตกต่ำต่อเนื่องหลายเดือนจนกระแสเงินสดไม่พอผ่อนงวดถัดไป
  • มีหนี้สินอื่นเพิ่มขึ้นพร้อมกัน เช่น หนี้นอกระบบหรือหนี้บัตรเครดิต ทำให้ภาระรวมเกินความสามารถผ่อน
  • เริ่มค้างชำระงวดแรกแล้วและคาดว่าจะค้างงวดต่อไปด้วย

การติดต่อธนาคารทันทีที่เห็นสัญญาณเหล่านี้ แม้ยังไม่ค้างชำระจริง จะทำให้มีตัวเลือกมากกว่าการรอจนธนาคารต้องติดตามทวงถามเอง เพราะธนาคารมักมีความยืดหยุ่นมากกว่าสำหรับลูกหนี้ที่แสดงความตั้งใจแก้ปัญหาก่อนที่จะเกิดการค้างชำระจริง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เข้าใจผิดว่าพักชำระหนี้คือยกหนี้หรือลดหนี้ ทำให้ใช้จ่ายเกินตัวช่วงพักหนี้โดยไม่เตรียมเงินสำหรับผ่อนก้อนใหญ่ขึ้นหลังพ้นช่วงพัก
  • ปล่อยหนี้ค้างชำระโดยไม่ติดต่อธนาคารเลย แทนที่จะขอเข้าโครงการพักหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ ทำให้กลายเป็นหนี้เสียที่กระทบเครดิตหนักกว่ามาก
  • เชื่อข้อมูลมาตรการพักหนี้ที่แชร์ในโซเชียลมีเดียโดยไม่ตรวจสอบกับสาขา ทำให้พลาดกำหนดเวลายื่นเรื่องหรือเข้าใจเงื่อนไขผิด
  • ไม่วางแผนรายได้หลังพ้นช่วงพักหนี้ ทำให้เมื่อถึงเวลาต้องกลับมาผ่อนเงินต้นก้อนใหญ่พร้อมดอกเบี้ยสะสม กลับผ่อนไม่ไหวอีกครั้ง
  • ไม่สอบถามผลกระทบต่อเครดิตบูโรก่อนตัดสินใจ ทำให้ประหลาดใจภายหลังเมื่อขอสินเชื่อใหม่แล้วได้วงเงินต่ำกว่าที่คาด
  • รอจนหนี้ค้างชำระนานเกินไปก่อนติดต่อธนาคาร ยิ่งรอนานยิ่งมีตัวเลือกในการแก้ไขน้อยลง ควรติดต่อทันทีที่เริ่มเห็นสัญญาณว่าจะผ่อนไม่ไหว
  • ไม่เตรียมเอกสารหลักฐานความเสียหายให้ครบก่อนไปยื่นเรื่อง ทำให้กระบวนการพิจารณาล่าช้าออกไปโดยไม่จำเป็น บางครั้งพลาดกำหนดเวลายื่นเรื่องของมาตรการนั้น ๆ ไปเลย

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนไปคุยกับ ธ.ก.ส.

ไม่ว่าจะเลือกทางไหน การเตรียมตัวก่อนไปพบเจ้าหน้าที่สินเชื่อจะช่วยให้การพิจารณาเร็วขึ้นและได้คำแนะนำที่ตรงกับสถานการณ์จริงมากขึ้น สิ่งที่ควรเตรียมได้แก่ สมุดบัญชีเงินกู้และประวัติการชำระหนี้ย้อนหลัง เอกสารแสดงรายได้ปัจจุบันของครัวเรือน (เช่น บันทึกรายรับ-รายจ่ายจากการทำเกษตร ใบเสร็จขายผลผลิต) เอกสารหลักฐานความเสียหายหากประสบภัยพิบัติ (ภาพถ่ายแปลง หนังสือรับรองจากหน่วยงานท้องถิ่น) และประมาณการรายได้ในอนาคต 6-12 เดือนข้างหน้าอย่างคร่าว ๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมินความสามารถในการชำระคืนได้แม่นยำขึ้น หลายกรณีที่เกษตรกรได้รับเงื่อนไขที่เหมาะสมกว่าคือกรณีที่เตรียมข้อมูลมาอย่างครบถ้วนและชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้าพบ

เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ควรกลับไปทบทวนใหม่

การเลือกทางใดทางหนึ่งในวันนี้ไม่ได้แปลว่าต้องยึดติดไปตลอด หากเข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้แล้วสถานการณ์รายได้ดีขึ้นเร็วกว่าที่คาด เช่น ราคาผลผลิตปรับตัวสูงขึ้นหรือได้งานเสริมที่มั่นคง ก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอกลับมาชำระตามปกติก่อนกำหนดได้ ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยสะสมและฟื้นประวัติเครดิตได้เร็วขึ้น ในทางกลับกันหากเลือกผ่อนปกติไปแล้วแต่เจอสถานการณ์ไม่คาดคิด เช่น ภัยแล้งซ้ำหรือราคาผลผลิตตกต่ำต่อเนื่อง ก็ควรรีบติดต่อธนาคารทันทีเพื่อพิจารณามาตรการช่วยเหลือใหม่ ก่อนที่จะค้างชำระจนกระทบเครดิตบูโร

สรุป

การเลือกระหว่างผ่อนชำระปกติกับเข้าร่วมพักชำระหนี้ ธ.ก.ส. ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นกับว่ารายได้ปัจจุบันยังพอผ่อนได้จริงหรือไม่ ถ้ายังพอไหวควรผ่อนต่อเพื่อรักษาเครดิตและลดยอดหนี้ต่อเนื่อง แต่ถ้าผ่อนไม่ไหวจริงจากเหตุสุดวิสัย การพักชำระหนี้ดีกว่าปล่อยให้เป็นหนี้เสีย ที่สำคัญที่สุดคือต้องเข้าใจว่าพักหนี้ไม่ใช่ยกหนี้ ดอกเบี้ยส่วนใหญ่ยังเดินต่อ และต้องวางแผนรับมือยอดผ่อนที่อาจสูงขึ้นหลังพ้นช่วงพักหนี้ด้วย ไม่ว่าจะเลือกทางไหน การสื่อสารกับธนาคารตั้งแต่เนิ่น ๆ คือกุญแจสำคัญที่สุดที่ช่วยให้มีทางเลือกมากที่สุดเสมอ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) — เงื่อนไขสินเชื่อปกติและมาตรการพักชำระหนี้เกษตรกรล่าสุด
  • 📄บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) — หลักการบันทึกสถานะบัญชีที่เข้าร่วมมาตรการปรับโครงสร้างหนี้

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

ติดตามข่าวสารและกฎหมายมาตรฐานเกษตรอื่น ๆ ที่กระทบเกษตรกรโดยตรง

คำถามที่พบบ่อย

พักชำระหนี้ ธ.ก.ส. แล้วดอกเบี้ยหยุดเดินไหม

ขึ้นกับรายละเอียดของแต่ละมาตรการ บางมาตรการรัฐช่วยออกดอกเบี้ยบางส่วนให้ระหว่างพักหนี้ บางมาตรการเกษตรกรยังต้องรับผิดชอบดอกเบี้ยที่เดินต่อเนื่องเอง ควรสอบถามเงื่อนไขดอกเบี้ยที่ชัดเจนจากสาขาที่กู้ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมทุกครั้ง

เข้าร่วมพักชำระหนี้แล้วขอกู้เพิ่มได้ไหม

โดยทั่วไปในช่วงที่ยังอยู่ระหว่างพักชำระหนี้ มักไม่สามารถขอสินเชื่อใหม่เพิ่มได้จนกว่าจะกลับมาชำระปกติและมีประวัติที่ดีระยะหนึ่ง ควรสอบถามเงื่อนไขเฉพาะกับเจ้าหน้าที่สินเชื่อ

พักชำระหนี้ครบกำหนดแล้วต้องทำอย่างไรต่อ

ต้องกลับมาผ่อนชำระตามปกติ โดยธนาคารมักคำนวณยอดผ่อนใหม่จากเงินต้นคงเหลือรวมดอกเบี้ยที่สะสมระหว่างพัก หารตามระยะเวลาที่เหลือของสัญญา ทำให้ยอดผ่อนต่อเดือนอาจสูงขึ้นกว่าก่อนพักหนี้

ถ้าไม่ได้เป็นหนี้ ธ.ก.ส. แต่เป็นหนี้ธนาคารอื่น ใช้หลักการเดียวกันได้ไหม

หลักการเปรียบเทียบทั่วไปคล้ายกัน แต่รายละเอียดมาตรการพักหนี้ของแต่ละธนาคารต่างกัน ควรติดต่อธนาคารเจ้าหนี้โดยตรงเพื่อสอบถามมาตรการที่เปิดให้บริการในขณะนั้น

มีทางเลือกอื่นนอกจากผ่อนปกติกับพักชำระหนี้ไหม

มี เช่น การขอปรับโครงสร้างหนี้ซึ่งอาจปรับลดค่างวดรายเดือนโดยยืดระยะเวลาผ่อนออกไปแต่ยังคงจ่ายเงินต้นบางส่วนต่อเนื่อง บางกรณีเหมาะกว่าการพักชำระหนี้เต็มรูปแบบเพราะยอดหนี้ยังลดลงเรื่อย ๆ

ถ้าหนี้ ธ.ก.ส. กลายเป็นหนี้เสียไปแล้ว ยังมีทางแก้ไหม

ยังมีทางแก้ ธนาคารมักมีกระบวนการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้ที่ค้างชำระแล้วเช่นกัน แต่เงื่อนไขมักเข้มงวดกว่า ควรติดต่อธนาคารทันทีที่ทำได้แทนที่จะหลีกเลี่ยงการติดต่อ เพราะยิ่งปล่อยนานยิ่งมีดอกเบี้ยผิดนัดสะสม