ประมงเผยแพร่ 2 พฤศจิกายน 2569

โรคของปลาแรดและวิธีป้องกัน อาการที่ต้องสังเกต

ปลาแรดทนโรคและน้ำออกซิเจนต่ำได้ดีแต่ก็ป่วยได้ สรุปอาการจากข้อมูลกรมประมง แนวป้องกันในบ่อและกระชัง และเมื่อไรควรติดต่อประมงอำเภอก่อนใช้ยา ข้อมูล ณ พ.ย. 2569

โรคของปลาแรดและวิธีป้องกัน อาการที่ต้องสังเกต

คำตอบสั้น ๆ

สรุปอาการป่วยของปลาแรดและแนวป้องกันตามข้อมูลกรมประมง พร้อมบอกว่าข้อมูลเฉพาะโรคปลาแรดยังมีจำกัด และควรให้เจ้าหน้าที่ตรวจวินิจฉัยก่อนใช้ยา

คำตอบเร็ว: ปลาแรดเป็นปลาที่ทนทานต่อโรคค่อนข้างดีเพราะมีอวัยวะช่วยหายใจและทนน้ำออกซิเจนต่ำได้ แต่ไม่ได้แปลว่าไม่ป่วย อาการที่ควรสังเกตคือปลาลอยตัวที่ผิวน้ำ ว่ายทุรนทุราย ซึม กินอาหารน้อยลง ขับเมือกมาก มีแผลเลือดออกที่ผิวหนัง เหงือกซีด หรือตายทยอยกัน หลักป้องกันที่ได้ผลคือดูแลคุณภาพน้ำ ไม่ให้อาหารเหลือเน่าก้นบ่อหรือติดกระชัง ไม่ปล่อยปลาหนาแน่นเกินไป และคัดแยกปลาที่ผิดปกติออกทันที เมื่อสงสัยโรคให้ปรึกษาประมงอำเภอหรือกองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ กรมประมง ก่อนใช้ยาหรือสารเคมีใด ๆ ข้อมูล ณ พ.ย. 2569

ปลาแรดป่วยยากจริงหรือไม่ ทำความเข้าใจก่อนดูอาการ

ภาพประกอบ ปลาแรดป่วยยากจริงหรือไม่ ทำความเข้าใจก่อนดูอาการ

เอกสารเผยแพร่ของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดหนองคาย ซึ่งอ้างแหล่งข้อมูลจากกรมประมง อธิบายว่าปลาแรดมีอวัยวะช่วยในการหายใจ จึงอยู่รอดได้ในน้ำที่มีออกซิเจนต่ำ และระบุว่าเป็นปลาที่ทนทานต่อโรค ทนอุณหภูมิต่ำได้ถึงราว 15 องศาเซลเซียส และเลี้ยงได้ทั้งน้ำจืดและน้ำกร่อย คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้หลายคนเข้าใจว่าปลาแรดแทบไม่เป็นโรค ซึ่งไม่ตรงนักกับสิ่งที่เกิดขึ้นในบ่อหรือกระชังจริง

ความทนทานของปลาแรดหมายถึงปลาอยู่รอดผ่านช่วงน้ำเสียหรือออกซิเจนต่ำได้นานกว่าปลาหลายชนิด แต่ปลาที่ต้องฝืนอยู่ในสภาพน้ำไม่ดีเป็นเวลานานจะอ่อนแอลง และเมื่อมีปรสิตหรือแบคทีเรียตามธรรมชาติอยู่ในน้ำอยู่แล้ว ปลาที่อ่อนแอก็ติดโรคได้ง่ายขึ้น เอกสารแจ้งเตือนของกองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ กรมประมง เรื่องการเฝ้าระวังโรคสัตว์น้ำช่วงฤดูฝน ระบุหลักการเดียวกันว่าคุณภาพน้ำที่เปลี่ยนกะทันหันทำให้สัตว์น้ำปรับตัวไม่ทัน เกิดอาการเครียด อ่อนแอ และโน้มนำให้ติดเชื้อหรือตายฉับพลันได้

บทความนี้ตอบเฉพาะเรื่องโรคและการป้องกัน ถ้าต้องการดูต้นทุนหรือปฏิทินการเลี้ยง อ่านต่อได้ที่ ต้นทุนเลี้ยงปลาแรดในกระชัง กำไรต่อรอบเท่าไหร่ และ ปฏิทินเลี้ยงปลาแรดในกระชัง ตั้งแต่ปล่อยลูกปลาถึงจับขายช่วงเทศกาล

ข้อมูลที่มีและข้อมูลที่ยังไม่มีประกาศชัดเจน

ก่อนเข้าเรื่องอาการ ควรรู้ว่าข้อมูลเรื่องโรคของปลาแรดโดยเฉพาะมีจำกัด จากการค้นหาแหล่งทางการไม่พบตารางโรคเฉพาะปลาแรดที่กรมประมงเผยแพร่เป็นคู่มือแยกต่างหาก สิ่งที่เปิดตรวจสอบได้จริงมีดังนี้

  • งานวิจัยไทยปี 2539 (ค.ศ. 1996) เรื่องการศึกษาโรคของปลาแรดในบ่อเลี้ยง โดย Kamlert และ Chitkasikorn ติดตามนาน 10 เดือน สุ่มตรวจทุก 15 วัน พบปรสิตภายนอกคือโทรโคดินา (Trichodina) และโทรโคดินเนลลา (Trichodinella) โดยพบโทรโคดินาตลอดช่วงการศึกษา พบแบคทีเรียแอโรโมแนส (Aeromonas) แยกได้จากไตและตับเป็นบางครั้ง คุณภาพน้ำเหมาะสมกับการเลี้ยง และผู้วิจัยรายงานว่าโรคไม่ได้ระบาดในบ่อนั้น
  • เอกสารแจ้งเตือนของกองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ กรมประมง เรื่องโรคสัตว์น้ำช่วงฤดูฝน ซึ่งอธิบายโรคปรสิต โรคแบคทีเรีย โรคไวรัส และโรคที่เกิดจากคุณภาพน้ำ ในภาพรวมของปลาเลี้ยง ไม่ได้เจาะจงชนิดปลา
  • เอกสารเผยแพร่ด้านการเลี้ยงปลาแรดของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดหนองคาย ที่ให้ข้อมูลเรื่องการเตรียมบ่อ การเลี้ยงในกระชัง และข้อควรระวังด้านคุณภาพน้ำ

ผลคือ บทความนี้จะอธิบายอาการและแนวป้องกันตามหลักที่กรมประมงให้ไว้กับปลาเลี้ยงทั่วไป โดยระบุให้ชัดว่ากรณีใดเป็นข้อมูลของปลาแรดเอง กรณีใดเป็นหลักทั่วไป ส่วนชนิดของเชื้อที่ทำให้ปลาของคุณป่วยจริง ๆ ต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจวินิจฉัยจากตัวอย่างปลา ไม่ควรเดาเอาจากอาการภายนอกเพียงอย่างเดียว

อาการที่ต้องสังเกต แยกตามกลุ่มสาเหตุ

กรมประมงแบ่งโรคปลาในช่วงฤดูฝนเป็นกลุ่มติดเชื้อ (ปรสิต แบคทีเรีย ไวรัส) และกลุ่มไม่ติดเชื้อที่เกิดจากสภาพน้ำ ตารางด้านล่างสรุปอาการตามที่เอกสารกรมประมงระบุ เพื่อใช้เป็นแนวสังเกตเบื้องต้น

กลุ่มสาเหตุอาการที่เอกสารระบุสิ่งที่ควรทำเบื้องต้น
ปรสิตลอยตัวที่ผิวน้ำ ว่ายน้ำทุรนทุราย ซึม ขับเมือกมาก มีแผลเลือดออกที่ผิวหนัง เหงือกซีด กระพุ้งแก้มเปิดปิดเร็วกว่าปกติ กินอาหารน้อยลง ผอมเก็บตัวอย่างปลาที่ยังมีชีวิตให้เจ้าหน้าที่ตรวจ ไม่ใส่ยาลงแหล่งน้ำเอง
แบคทีเรียแผลเลือดออกที่ผิวหนังและครีบ ผิวด่างขาว สีซีดหรือเข้มกว่าปกติ ซึม ไม่กินอาหาร ตายทยอยกันต้องตรวจวินิจฉัยยืนยันชนิดเชื้อก่อน เอกสารกรมประมงระบุให้ทดสอบความไวต่อยาต้านจุลชีพด้วย
ไวรัสเอกสารไม่ได้ระบุไวรัสเฉพาะปลาแรดเอกสารระบุว่ายังไม่มียารักษา ต้องเน้นป้องกัน เช่น เลือกลูกพันธุ์จากแหล่งมาตรฐาน
คุณภาพน้ำเปลี่ยนกะทันหัน (ไม่ติดเชื้อ)ลอยผิวน้ำ กระพุ้งแก้มเปิดปิดเร็ว ตายพร้อมกันจำนวนมากอย่างรวดเร็วตรวจน้ำ เพิ่มออกซิเจน ลดการให้อาหาร ตรวจความแน่นของกระชังและการไหลเวียนของน้ำ

จุดที่ต้องระวังคืออาการของโรคต่างกลุ่มซ้อนทับกันมาก ปลาลอยหัวที่ผิวน้ำอาจเกิดจากปรสิตที่เหงือก หรือเกิดจากน้ำขาดออกซิเจนก็ได้ สำหรับปลาแรดที่มีอวัยวะช่วยหายใจ การขึ้นมาฮุบอากาศที่ผิวน้ำเป็นพฤติกรรมปกติของปลาชนิดนี้อยู่แล้ว (ลักษณะเดียวกับปลาในกลุ่มปลากระดี่และปลาสลิด) จึงไม่ควรใช้การขึ้นฮุบอากาศอย่างเดียวเป็นสัญญาณว่าป่วย ให้ดูร่วมกับสัญญาณอื่น เช่น กินอาหารลดลง ว่ายเซ ซึม ผิวหนังเป็นแผล หรือมีตัวตายผิดปกติ

ปรสิตโทรโคดินาในปลาแรด ข้อมูลจากงานวิจัยไทย

งานวิจัยปี 2539 ที่กล่าวถึงข้างต้นเป็นรายงานที่ศึกษาโรคปลาแรดในบ่อโดยตรง สิ่งที่บทคัดย่อรายงานคือ ปรสิตโทรโคดินาพบได้ตลอดช่วงเลี้ยงโดยโรคไม่ระบาด เมื่อน้ำเหมาะสม หมายความว่าการพบปรสิตเพียงเล็กน้อยบนตัวปลาไม่ได้เท่ากับโรคระบาดเสมอไป ปรสิตกลุ่มนี้มีอยู่ในน้ำและบนตัวปลาในระดับต่ำ และจะสร้างปัญหาเมื่อปลาเครียดหรือจำนวนปรสิตเพิ่มขึ้นมาก เช่น เมื่อน้ำสกปรกหรือปลาแน่นเกินไป

ข้อควรระวังในการอ่านงานวิจัยนี้คือ เป็นการศึกษาเก่า ในบ่อเดียวช่วงเวลาหนึ่ง จึงไม่ควรนำไปสรุปว่าปลาแรดทุกที่จะปลอดภัยเมื่อน้ำดี และไม่ควรนำไปสรุปว่าปรสิตไม่เป็นปัญหา อ่านบทคัดย่อได้ที่ฐานข้อมูล AGRIS ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (ลิงก์ในรายการอ้างอิงท้ายบทความ)

ไข่และลูกปลา คราบน้ำมันที่ทำให้น้ำเสีย

สำหรับผู้เพาะลูกปลาเอง เอกสารของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดหนองคายระบุว่า ปลาแรดวางไข่ในรังที่สร้างจากวัชพืช และสังเกตการวางไข่ได้จากคราบน้ำมันบนรัง เมื่อเก็บไข่ให้ช้อนคราบน้ำมันออก เพราะคราบน้ำมันที่ตกค้างทำให้น้ำเสียและลูกปลาติดโรคได้ง่าย นี่เป็นจุดป้องกันโรคที่มักถูกมองข้ามในโรงเพาะเล็ก ๆ ถ้าซื้อลูกปลาจากแหล่งอื่น ควรถามผู้ขายว่าจัดการไข่และน้ำอย่างไร และเลือกลูกปลาที่แข็งแรง ไม่มีบาดแผล ตามหลักที่กรมประมงแนะนำ

แนวป้องกัน เรียงตามสิ่งที่เกษตรกรควบคุมได้

จากเอกสารกรมประมงเรื่องการเฝ้าระวังโรคช่วงฤดูฝนและเอกสารปลาแรดของจังหวัดหนองคาย สรุปเป็นแนวปฏิบัติสำหรับคนเลี้ยงปลาแรดได้ดังนี้

  1. เตรียมบ่อก่อนปล่อย เอกสารจังหวัดหนองคายแนะนำให้ระบายน้ำและตากบ่อ 3-7 วัน แล้วใส่ปูนเกษตรอัตรา 60-120 กิโลกรัมต่อไร่เพื่อฆ่าเชื้อและกำจัดปลาที่ไม่ต้องการ ปริมาณจริงขึ้นกับสภาพดินของแต่ละบ่อ ให้ปรึกษาประมงอำเภอก่อน
  2. เลือกลูกพันธุ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ ปลาแข็งแรง ไม่มีบาดแผล ไม่แสดงอาการป่วย ตามหลักของกรมประมง
  3. ไม่ปล่อยลูกปลาช่วงอากาศแปรปรวนเร็ว เพราะปลาเครียดและติดโรคง่าย
  4. ปล่อยในความหนาแน่นที่เหมาะสมหรือน้อยกว่าปกติ ช่วงที่อากาศเปลี่ยน และวัดคุณภาพน้ำถี่ขึ้น
  5. ให้อาหารพอดี ใช้อาหารคุณภาพที่ขึ้นทะเบียน ถ้าฝนตกติดต่อกัน น้ำเย็น ปลากินน้อยลง ให้ลดปริมาณลง เพราะอาหารเหลือจะเน่าที่ก้นบ่อและกลายเป็นของเสีย
  6. เตรียมวิธีเพิ่มออกซิเจน เมื่ออากาศปิดหรือฝนตกนาน ออกซิเจนในน้ำลดฉับพลันได้ กรมประมงแนะนำเครื่องให้อากาศหรือเครื่องตีน้ำ
  7. ทำความสะอาดก้นบ่อหรือกระชังสม่ำเสมอ เพื่อลดอินทรียสารและเศษอาหารที่เป็นแหล่งอาศัยของปรสิตและเชื้อโรค
  8. กระชังต้องมีน้ำไหลเวียน ตรวจความแข็งแรงของกระชังและระยะห่างระหว่างกระชังให้น้ำถ่ายเทสะดวก
  9. จัดการปลาตายทันที ฝังหรือเผา ไม่ทิ้งไว้ในบ่อหรือกระชัง และไม่เอาให้สัตว์น้ำอื่นกิน เพราะแพร่เชื้อได้
  10. สังเกตปลาทุกวัน ดูการกินอาหาร การว่ายน้ำ และลักษณะภายนอก

เรื่องกลิ่นโคลน เอกสารจังหวัดหนองคายระบุว่าปลาที่เลี้ยงในกระชังซึ่งน้ำไหลเวียนต่อเนื่องมักไม่มีกลิ่นโคลน และขายเป็นปลามีชีวิตได้ ส่วนปลาบ่อดินที่มีกลิ่นโคลนให้ถ่ายน้ำและจัดการคุณภาพน้ำกับอาหารราว 3 วันก่อนจับ ซึ่งสัมพันธ์กับสุขภาพน้ำเช่นกัน

ตารางตรวจสุขภาพบ่อและกระชังประจำสัปดาห์

ตารางนี้เป็นแบบฟอร์มให้จดเอง ไม่ใช่ค่ามาตรฐาน ช่องค่าตัวเลขเว้นว่างไว้เพราะระดับที่เหมาะสมขึ้นกับพื้นที่ ให้ถามประมงอำเภอว่าค่าที่ควรใช้เป็นเกณฑ์ในพื้นที่ของคุณคือเท่าใด

รายการที่ตรวจวิธีตรวจบันทึกวันที่/ผลเมื่อผิดปกติให้ทำ
การกินอาหารดูว่าอาหารหมดในเวลาเท่าเดิมหรือไม่ว่าง (จดเอง)ลดอาหาร ตรวจน้ำ สังเกตตัวปลา
พฤติกรรมว่ายน้ำดูปลาซึม ว่ายเซ ถูตัว หรือลอยผิวน้ำว่าง (จดเอง)เก็บภาพ/วิดีโอสั้น ๆ ไว้ให้เจ้าหน้าที่ดู
ผิวหนัง ครีบ เหงือกช้อนปลา 2-3 ตัวขึ้นดูอย่างระวังว่าง (จดเอง)แผล ผิวด่าง เหงือกซีด ให้แจ้งประมงอำเภอ
ปลาตายนับจำนวนและจดวันว่าง (จดเอง)ตายหลายตัวติดกัน ให้แจ้งทันที
สีและกลิ่นน้ำดูด้วยตาและกลิ่น หลังฝนตกให้ดูซ้ำว่าง (จดเอง)เปลี่ยนสีเร็วหรือเหม็น ให้ตรวจน้ำและลดอาหาร
สภาพกระชัง/ท่อระบายน้ำตรวจตาข่ายอุดตัน ตะกอน เศษอาหารเกาะว่าง (จดเอง)ทำความสะอาดทันที

ถ้าปลาป่วยหรือตายหลายตัว ทำตามลำดับนี้

  1. หยุดให้อาหารชั่วคราวและเก็บปลาตายออกจากบ่อหรือกระชัง ฝังหรือเผา
  2. ดูว่าน้ำเปลี่ยนหรือไม่ เช่น ฝนตกหนักก่อนหน้า น้ำขุ่นกะทันหัน น้ำเปลี่ยนสี มีกลิ่นผิดปกติ
  3. เพิ่มออกซิเจนด้วยเครื่องให้อากาศหรือเครื่องตีน้ำถ้ามี
  4. แยกปลาที่ป่วยชัดเจนออกถ้าทำได้ และอย่าย้ายปลาไปบ่ออื่นก่อนรู้สาเหตุ เพราะอาจแพร่เชื้อ
  5. ติดต่อประมงอำเภอหรือสำนักงานประมงจังหวัด ซึ่งกรมประมงระบุว่าให้คำปรึกษาโรคสัตว์น้ำได้ในทุกพื้นที่ และเตรียมปลาที่ยังมีชีวิตแต่แสดงอาการไว้ให้ตรวจ
  6. อย่าใส่ยาปฏิชีวนะหรือสารเคมีลงน้ำเองโดยเดา เอกสารกรมประมงระบุว่าโรคแบคทีเรียต้องตรวจยืนยันเชื้อและทดสอบความไวต่อยาก่อนเลือกยา

บทความนี้ไม่ระบุชื่อยาหรืออัตราใช้ เพราะขนาดและวิธีใช้ขึ้นกับชนิดเชื้อ ขนาดปลา อุณหภูมิ และข้อกำหนดเรื่องยาตกค้างก่อนจับขาย ให้เจ้าหน้าที่ประมงหรือสัตวแพทย์สัตว์น้ำเป็นผู้แนะนำและปฏิบัติตามฉลากเท่านั้น

ผิดพลาดบ่อยในการรับมือโรคปลาแรด

  • เชื่อว่าปลาแรดทนโรคจึงไม่ตรวจน้ำและไม่สังเกตปลา จนปัญหาลุกลามแล้วค่อยรู้
  • ให้อาหารเท่าเดิมทั้งที่ฝนตกต่อเนื่องและปลากินน้อยลง ทำให้อาหารเหลือเน่าที่ก้นบ่อหรือติดกระชัง
  • ใช้ยาหรือสารเคมีตามคนอื่นโดยไม่รู้ว่าเชื้ออะไร และไม่อ่านฉลาก
  • ทิ้งปลาตายไว้ในบ่อหรือโยนให้ปลาตัวอื่นกิน ทำให้เชื้อแพร่ต่อ
  • ปล่อยปลาหนาแน่นเกินพื้นที่หรือกระชังวางชิดกันจนน้ำไม่ไหล
  • เอาปลาป่วยไปปล่อยรวมกับล็อตใหม่ หรือนำปลาจากบ่อที่มีปัญหาไปขายต่อเป็นลูกพันธุ์

สรุป

ปลาแรดทนโรคและทนน้ำออกซิเจนต่ำได้ดีกว่าปลาหลายชนิด แต่ไม่ใช่ปลาที่ไม่ป่วย งานวิจัยที่เปิดตรวจสอบพบเพียงว่าปลาในบ่อน้ำดีมีปรสิตและแบคทีเรียอยู่ในระดับที่ไม่ก่อโรคระบาด ส่วนข้อมูลเฉพาะโรคปลาแรดยังมีน้อย จึงควรใช้หลักป้องกันของกรมประมงเป็นฐาน คือเตรียมบ่อ ให้อาหารพอดี ดูแลคุณภาพน้ำและการไหลเวียน เก็บปลาตายออกทันที และให้เจ้าหน้าที่ตรวจวินิจฉัยก่อนใช้ยา ข้อมูล ณ พ.ย. 2569

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดหนองคาย — เอกสาร "เลี้ยงปลาแรดสร้างรายได้" (โพสต์ 29 ธ.ค. 2565 อ้างแหล่งข้อมูลกรมประมง) https://www.opsmoac.go.th/nongkhai-local_wisdom-preview-442991791899
  • 📄กองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ กรมประมง — การแจ้งเตือนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในการเฝ้าระวังโรคสัตว์น้ำช่วงฤดูฝน (เผยแพร่ผ่านสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดราชบุรี) https://www.opsmoac.go.th/ratchaburi-news-files-441391791905
  • 📄AGRIS (FAO) — บทคัดย่อ Study on diseases of pond-raised giant gourami (Osphronemus goramy Lac.) โดย Kamlert และ Chitkasikorn, 1996 https://agris.fao.org/search/en/providers/122623/records/647234f708fd68d5460009ca

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

[มีประกัน] ปั้มออกซิเจนตู้ปลา เสียงเงียบ…

[มีประกัน] ปั้มออกซิเจนตู้ปลา เสียงเงียบ…

ปั๊มลม/ให้อากาศในบ่อ

เพิ่มออกซิเจนในบ่อหรือถังเลี้ยงสัตว์น้ำ

เช็กก่อนซื้อ

  • กำลังลมหรือขนาดบ่อ/ถังที่รองรับตามที่ร้านระบุ
  • ใช้ไฟบ้าน แบตเตอรี่สำรอง หรือไฟ DC
ชุดแถบทดสอบค่า pH น้ําจืด/น้ําเค็ม 3/5/6/7/14/16 in 1 100…

ชุดแถบทดสอบค่า pH น้ําจืด/น้ําเค็ม 3/5/6/7/14/16 in 1 100…

ชุดตรวจคุณภาพน้ำ

ใช้ตรวจค่าน้ำเบื้องต้นก่อนปรับการจัดการบ่อหรือสารละลาย

เช็กก่อนซื้อ

  • ค่าที่วัดได้ (pH TDS EC ออกซิเจน) ตรงกับที่ต้องการติดตาม
  • ต้องคาลิเบรตหรือเปลี่ยนน้ำยาบ่อยแค่ไหน
บ่อผ้าใบ กระชังบก บ่อผ้าใบเลี้ยงปลา สูง60, 80 ,…

บ่อผ้าใบ กระชังบก บ่อผ้าใบเลี้ยงปลา สูง60, 80 ,…

บ่อผ้าใบ/กระชัง

ใช้เป็นบ่อหรือกระชังเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่จำกัด แยกกักหรืออนุบาลได้

สวิงช้อนปลา ด้ายขาวขนาดใหญ่ สำหรับตักและย้ายปลา

สวิงช้อนปลา ด้ายขาวขนาดใหญ่ สำหรับตักและย้ายปลา

สวิง/อุปกรณ์จับสัตว์น้ำ

ใช้ตัก คัดขนาด หรือย้ายสัตว์น้ำในบ่อ

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

ปลาแรดลอยหัวที่ผิวน้ำ แปลว่าป่วยหรือไม่

ไม่เสมอไป ปลาแรดมีอวัยวะช่วยหายใจและขึ้นรับอากาศได้ตามปกติ ให้ดูสัญญาณอื่นประกอบ เช่น ซึม กินอาหารน้อยลง ผิวหนังเป็นแผล เหงือกซีด ว่ายเซ หรือมีปลาตายผิดปกติ หากเกิดหลังฝนตกหนักหรือน้ำเปลี่ยนสี ให้ตรวจคุณภาพน้ำและเพิ่มออกซิเจนด้วย

มีวัคซีนหรือยาป้องกันโรคปลาแรดโดยเฉพาะหรือไม่

จากเอกสารที่เปิดตรวจสอบไม่พบประกาศวัคซีนหรือยาป้องกันที่ระบุเฉพาะปลาแรด เอกสารกรมประมงระบุว่าโรคไวรัสยังไม่มียารักษา และให้เน้นป้องกันด้วยการจัดการ ส่วนอาหารเสริมที่กรมประมงกล่าวถึงเรื่องภูมิคุ้มกัน เช่น โปรไบโอติกและวิตามิน ให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนและถามเจ้าหน้าที่ก่อนใช้

ปลาแรดในกระชังกับในบ่อดิน อย่างไหนเสี่ยงโรคมากกว่ากัน

ไม่มีตัวเลขเปรียบเทียบจากแหล่งทางการ หลักคือกระชังขึ้นกับการไหลเวียนของน้ำและความสะอาดของตาข่าย ส่วนบ่อดินขึ้นกับการเตรียมบ่อ ตะกอนก้นบ่อ และการถ่ายน้ำ แต่ละแบบมีจุดเสี่ยงต่างกัน ให้ปรึกษาประมงอำเภอตามสภาพแหล่งน้ำของคุณ

ปลาตายหลายตัวพร้อมกัน ควรโทรหาใคร

ติดต่อสำนักงานประมงอำเภอหรือสำนักงานประมงจังหวัด ซึ่งกรมประมงระบุว่าให้คำปรึกษาโรคสัตว์น้ำได้ หรือหน่วยงานด้านสุขภาพสัตว์น้ำของกรมประมง ตรวจเบอร์ล่าสุดที่เว็บไซต์กรมประมงก่อนติดต่อ เพราะหมายเลขอาจเปลี่ยนแปลง

โรคแบคทีเรียที่เกิดในปลาอื่นอย่างโรคคอลัมแนร์ เกิดกับปลาแรดได้หรือไม่

เอกสารกรมประมงที่เปิดตรวจสอบไม่ได้ระบุเจาะจงว่าเกิดในปลาแรด เว็บไซต์เรามีบทความภาพรวมของโรคนี้ในปลาเลี้ยงที่ บทความโรคคอลัมแนร์ระบาดในปลาเลี้ยง ส่วนกรณีของคุณต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจวินิจฉัยจริง

ควรขายปลาที่เพิ่งหายป่วยหรือไม่

ถ้ามีการใช้ยาหรือสารเคมี ต้องรอตามระยะเวลาที่ฉลากหรือเจ้าหน้าที่แนะนำก่อนจับขาย เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ให้ถามประมงอำเภอก่อนตัดสินใจ