ประมงเผยแพร่ 2 พฤศจิกายน 2569

เริ่มทำหอยแครงในพื้นที่เล็ก ๆ ต้องเตรียมอะไรและควรตัดสินใจอย่างไร

ก่อนเริ่มเลี้ยงหอยแครงต้องตรวจเขตตามกฎหมาย ดิน น้ำ ความเค็ม และต้นทุนรอบ 1-2 ปี ตามคู่มือกรมประมงปี 2569 พร้อมข้อควรถามประมงจังหวัดก่อนลงทุน ข้อมูล ณ พ.ย. 2569

เริ่มทำหอยแครงในพื้นที่เล็ก ๆ ต้องเตรียมอะไรและควรตัดสินใจอย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

ลำดับการตัดสินใจก่อนเริ่มเลี้ยงหอยแครงตามคู่มือกรมประมงปี 2569 พร้อมบอกชัดว่าคู่มือไม่มีข้อมูลสำหรับพื้นที่เล็กมาก ควรปรึกษาประมงจังหวัดก่อน

คำตอบเร็ว: ก่อนเริ่มเลี้ยงหอยแครง ต้องตัดสินใจ 3 เรื่องตามลำดับ คือ พื้นที่ของคุณอยู่ในเขตที่กฎหมายอนุญาตหรือไม่ (หอยแครงเป็นสัตว์น้ำที่เพาะเลี้ยงแบบควบคุม ต้องเลี้ยงในเขตที่คณะกรรมการประมงจังหวัดประกาศ และในที่สาธารณะต้องได้รับอนุญาตจากกรมประมง) พื้นที่มีดินโคลนละเอียด น้ำเค็มระดับเหมาะสม และห่างแหล่งมลพิษหรือไม่ และมีทุนกับเวลารอได้ถึง 1-2 ปีหรือไม่ คู่มือกรมประมงปี 2569 ระบุว่าฟาร์มทะเลขนาดเล็กอยู่ที่ราว 5-30 ไร่ ส่วนบ่อเลี้ยงทั่วไปราว 10-40 ไร่ คู่มือไม่ได้พูดถึงพื้นที่เล็กกว่านั้น จึงควรปรึกษาประมงจังหวัดก่อนลงทุนจริง ข้อมูล ณ พ.ย. 2569

คำว่า "พื้นที่เล็ก ๆ" กับสิ่งที่คู่มือกรมประมงบอกไว้

ภาพประกอบ คำว่า "พื้นที่เล็ก ๆ" กับสิ่งที่คู่มือกรมประมงบอกไว้

ข้อมูลหลักของบทความนี้มาจาก "คู่มือการเลี้ยงหอยแครง" ของกรมประมง จัดทำโดยกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ฉบับเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสมุทรสาคร คู่มือเล่มนี้แบ่งขนาดการเลี้ยงดังนี้ ฟาร์มทะเลขนาดเล็กอยู่ที่ราว 5-30 ไร่ ฟาร์มขนาดใหญ่อยู่ที่ราว 200-1,000 ไร่ และบ่อเลี้ยงที่พบทั่วไปมีขนาดราว 10-40 ไร่

จะเห็นว่าคำว่าขนาดเล็กในคู่มือยังเป็นหลายไร่ คู่มือไม่ได้มีข้อมูลสำหรับพื้นที่เป็นร้อยตารางวาหรือไม่กี่ไร่ จึงไม่ควรเอาตัวเลขผลผลิตต่อไร่ไปคูณลดสัดส่วนแล้วสรุปว่าพื้นที่เล็กจะได้เท่าไร เพราะพื้นที่เล็กมากมีปัจจัยต่างออกไป เช่น การไหลเวียนน้ำ ช่องทางเข้าออก และสิทธิ์ใช้พื้นที่ บทความนี้จึงเรียงสิ่งที่ต้องตัดสินใจตามลำดับ แล้วบอกตรง ๆ ว่าตรงไหนไม่มีข้อมูลยืนยัน

ถ้าอยากดูตัวเลขอัตรารอดและต้นทุนเพิ่มเติม เว็บไซต์เรามีบทความ อัตรารอดของหอยแครงในหาดเลน และ ต้นทุนเลี้ยงหอยแครงชายฝั่งแบบกระชัง ส่วนบทความนี้เน้นขั้นตอนตัดสินใจก่อนเริ่ม

ขั้นที่ 1 ตรวจสิทธิ์และกฎหมายก่อนลงทุน

เรื่องนี้ต้องมาก่อนเรื่องอื่นทั้งหมด คู่มือกรมประมงอธิบายว่า ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 76 การเพาะเลี้ยงหอยจัดเป็นการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบควบคุม ต้องทำในเขตที่คณะกรรมการประมงจังหวัดประกาศกำหนด (มาตรา 77 และ 28(3)) ถ้าเลี้ยงในที่สาธารณะต้องได้รับอนุญาตจากกรมประมงตามมาตรา 79 โดยพิจารณาตามหลักเกณฑ์ในมาตรา 78 และเงื่อนไขในใบอนุญาต

คู่มือยังระบุว่ามีกฎหมายอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง เช่น ข้อกำหนดของกรมเจ้าท่าตามกฎหมายการเดินเรือในน่านน้ำไทย หมายความว่าถ้าแปลงที่คิดไว้อยู่ใกล้ร่องน้ำหรือเส้นทางเรือ ต้องสอบถามหน่วยงานที่ดูแลด้วย

  • ถามสำนักงานประมงจังหวัดว่าพื้นที่ที่คิดไว้อยู่ในเขตที่ประกาศให้เลี้ยงหอยหรือไม่
  • ถามว่าพื้นที่เป็นที่สาธารณะหรือที่ของเอกชน และต้องขออนุญาตกับใคร
  • ถามเรื่องเส้นทางเดินเรือและข้อกำหนดของกรมเจ้าท่าในแถบนั้น
  • ขอทราบเงื่อนไขล่าสุด เพราะคู่มือเป็นฉบับปี 2569 แต่ประกาศระดับจังหวัดอาจเปลี่ยนแปลง

บทความนี้ไม่ได้เปิดพบรายละเอียดค่าธรรมเนียม ระยะเวลาอนุญาต หรือรายชื่อเขตที่ประกาศจริง จึงไม่ระบุไว้ ให้สอบถามประมงจังหวัดโดยตรง

ขั้นที่ 2 ตรวจว่าพื้นที่เหมาะกับหอยแครงหรือไม่

คู่มือกรมประมงให้เกณฑ์เลือกพื้นที่เลี้ยงในทะเลไว้ละเอียด สรุปเป็นตารางได้ดังนี้

ปัจจัยเกณฑ์ตามคู่มือ
เขตเลี้ยงอยู่ในเขตที่คณะกรรมการประมงจังหวัดประกาศ
ลักษณะพื้นที่อ่าวหรือปากแม่น้ำที่มีกำบังคลื่นลม
พื้นดินโคลนละเอียด อนุภาคเล็กกว่า 0.053 มม. ประมาณ 80-90%
ความลึกและความลาดลึกราว 1-2 เมตรเหนือระดับน้ำลงต่ำสุดเฉลี่ย ความลาดชันชายหาด 5-15 องศา
กระแสน้ำ0.02-0.1 เมตรต่อวินาที (อ้างอิง FAO)
ความเค็มสูงกว่า 20 ppt เหมาะที่สุด 25-30 ppt (อ่าวไทยตอนในทนได้ 10-30 ppt)
ออกซิเจนละลายน้ำมากกว่า 4 มก./ลิตร
ความเป็นกรดด่าง (pH)7.5-8.5
สิ่งแวดล้อมห่างแหล่งมลพิษ เดินทางสะดวก ใกล้ตลาด

เกณฑ์เหล่านี้ใช้ได้กับทั้งแปลงทะเลและบ่อชายฝั่ง เกณฑ์พื้นดินคือโคลนละเอียด จึงควรให้เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าพื้นที่ของคุณเข้าเกณฑ์ การวัดค่าต่าง ๆ ควรให้เจ้าหน้าที่ประมงหรือศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งช่วยตรวจ ไม่ควรดูด้วยตาอย่างเดียว

ขั้นที่ 3 เข้าใจว่ากำลังจะเลี้ยงแบบไหน

คู่มือแยกการเลี้ยงออกเป็นสองแบบหลัก คือเลี้ยงในทะเลบนแปลงหาดเลน และเลี้ยงในบ่อชายฝั่ง สองแบบนี้ต่างกันทั้งความเสี่ยงและการจัดการ

เลี้ยงในทะเล

ใช้ลูกหอยจากแหล่งธรรมชาติหรือสายพันธุ์มาเลเซีย ลูกหอยพื้นเมืองขนาด 400-1,200 ตัวต่อกิโลกรัม (ที่พบบ่อยคือราว 450 ตัวต่อกิโลกรัม) โปรยในอัตรา 800-1,500 กิโลกรัมต่อไร่ และต้องกระจายหอยใหม่ทุก 15-30 วัน ส่วนลูกหอยพันธุ์มาเลเซียขนาด 1,000-3,000 ตัวต่อกิโลกรัม (ที่พบบ่อยคือราว 2,500 ตัวต่อกิโลกรัม) โปรยในอัตรา 300-3,000 กิโลกรัมต่อไร่ ระยะเลี้ยงราว 1-1.5 ปีสำหรับพันธุ์มาเลเซีย และ 1-2 ปีสำหรับพันธุ์พื้นเมือง จนได้ขนาดตลาด 80-120 ตัวต่อกิโลกรัม ผลผลิตราว 2,000-3,000 กิโลกรัมต่อไร่ต่อรอบ สำหรับฟาร์มใหญ่ 200-1,000 ไร่ คู่มือรายงานผลผลิตราว 4,000-5,000 กิโลกรัมต่อไร่

เลี้ยงในบ่อ

คู่มือระบุว่าบ่อเลี้ยงมีขนาดทั่วไปราว 10-40 ไร่ มีคูรอบบ่อลึกราว 2 เมตร ส่วนกลางบ่อลึกราว 70-80 เซนติเมตร ผลผลิตเฉลี่ยในบ่อที่สมุทรปราการอยู่ที่ราว 550 กิโลกรัมต่อไร่ต่อรอบ กำไรสุทธิราว 8-10 บาทต่อกิโลกรัม และผลตอบแทนการลงทุนมากกว่า 50% (อ้างอิงงานของอาทิตย์และอิสริยา พ.ศ. 2559) เป็นข้อมูลของพื้นที่หนึ่งในปีนั้น ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยทั้งประเทศ

ถ้าพื้นที่ของคุณจำกัด ควรถามประมงจังหวัดว่าบ่อหรือแปลงขนาดเท่าที่มีอยู่จะบริหารน้ำและควบคุมศัตรูได้จริงไหม ตัวเลขข้างต้นเป็นของแปลงหลายไร่ ไม่มีข้อมูลยืนยันว่าพื้นที่เล็กกว่านั้นจะให้ผลในสัดส่วนเดียวกัน

ขั้นที่ 4 แปลงเลี้ยงในทะเล ต้องเว้นระยะอย่างไร

คู่มือให้ระยะห่างสำหรับแปลงในทะเลไว้เป็นตัวเลข ซึ่งสำคัญเพราะมีผลทั้งการไหลเวียนน้ำและการอยู่ร่วมกับผู้ใช้พื้นที่อื่น

  • เว้นระยะกันชนระหว่างแปลงราว 5-10 เมตร (8-15 เมตรในน้ำนิ่ง และอย่างน้อย 10 เมตรในพื้นที่โคลน)
  • ห่างปากคลองอย่างน้อย 50-100 เมตร
  • ห่างป่าชายเลนราว 30-50 เมตรในหลายพื้นที่
  • ห่างฝั่งราว 200-500 เมตร
  • ร่องน้ำหลักกว้างราว 50-100 เมตร และมีร่องน้ำอย่างน้อย 20 เมตรทุก 5-10 แปลง
  • เมื่อเลิกเลี้ยง ต้องรื้อหลักและตาข่ายออก

ข้อสุดท้ายมักถูกมองข้าม แต่เป็นความรับผิดชอบต่อพื้นที่สาธารณะ ควรวางแผนก่อนเริ่มว่าจะรื้ออย่างไร และใครรับผิดชอบค่าใช้จ่าย

ขั้นที่ 5 เตรียมบ่อและน้ำ ถ้าเลือกเลี้ยงในบ่อ

ขั้นตอนเตรียมบ่อตามคู่มือกรมประมงเรียงดังนี้

  1. ระบายน้ำและตากบ่อ 7-14 วัน
  2. เก็บเปลือกหอยและกำจัดศัตรูหอย
  3. ใส่ปูนอัตรา 100-200 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อให้ pH อยู่ที่ 7.5-8.5
  4. เติมน้ำให้ระดับ 0.8-1.0 เมตร แล้วค่อยเพิ่มเป็น 1.2-1.5 เมตร
  5. ควบคุมความเค็มที่ 15-30 ppt และออกซิเจนละลายน้ำไม่ต่ำกว่า 4 มก./ลิตร
  6. ถ่ายน้ำทุก 2-3 วัน แต่เว้นช่วงฝนตกหนัก

คู่มือเตือนว่าความเค็มต่ำกว่า 5 ppt เป็นเวลานานอาจทำให้หอยตายจำนวนมาก ฤดูฝนจึงเป็นช่วงเสี่ยงของบ่อที่รับน้ำจืดไหลเข้า

ขั้นที่ 6 เลือกลูกหอยและการดูแล

ลูกหอยมาจากธรรมชาติ เช่น บริเวณบางตะบูน จังหวัดเพชรบุรี และคลองโคน จังหวัดสมุทรสงคราม ตามที่คู่มือยกตัวอย่าง หรือมาจากโรงเพาะฟัก คู่มือระบุว่าลูกหอยจากโรงเพาะขนาด 10,000-20,000 ตัวต่อกิโลกรัมเป็นขนาดสำหรับอนุบาลต่อ ไม่ใช่ขนาดที่โปรยเลี้ยงขายได้ทันที

ตัวอย่างในคู่มือ ลูกหอยอนุบาลขนาด 300 ตัวต่อกิโลกรัม ปล่อย 300-500 กิโลกรัมต่อไร่ ใช้เวลาราว 3 เดือนถึงขนาด 100-120 ตัวต่อกิโลกรัม ส่วนลูกหอยเริ่มที่ 10,000 ตัวต่อกิโลกรัมใช้เวลาราว 7-8 เดือน

  • ชั่งและวัดขนาดอย่างน้อยเดือนละครั้ง ขนาดบริโภคอยู่ที่ราว 100-120 ตัวต่อกิโลกรัม เริ่มจับได้ตั้งแต่ราวเดือนที่ 7 ในกรณีเริ่มจากลูกหอยเล็ก
  • หอยปกติจะฝังตัวในโคลนและเปิดปิดฝาเป็นจังหวะ ถ้าหอยโผล่ขึ้นมาหรือปิดฝาแน่นผิดปกติเป็นสัญญาณเตือน
  • ศัตรูของหอยแครงตามคู่มือคือดาวทะเล หอยตะกาย และหอยทะเลกินเนื้อกลุ่มหอยหมู
  • คู่มือกล่าวถึงการเติมแพลงก์ตอนราว 7,500 ลิตรต่อไร่ทุก 9 วัน ช่วงเวลา 09.30-10.00 น. เป็นแนวปฏิบัติในบางบ่อ ให้สอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนนำไปใช้กับพื้นที่ของคุณ

เรื่องยาและสารเคมี คู่มือที่เปิดตรวจสอบไม่ได้ให้บทความนี้ยกชื่อหรือปริมาณใด ๆ มาใช้ หากพบหอยตายผิดปกติหรือสงสัยโรค ให้ติดต่อประมงอำเภอหรือประมงจังหวัดก่อนใช้สารใด ๆ ลงน้ำ

ปัญหาและความเสี่ยงที่คู่มือกรมประมงระบุ

ความเสี่ยงสิ่งที่คู่มือกล่าวถึง
น้ำเสียและมลพิษน้ำทิ้งจากชุมชนและกิจกรรมอื่นกระทบพื้นที่เลี้ยง
ฝนตกหนักความเค็มลดต่ำ หอยตายได้
แพลงก์ตอนบลูม (น้ำแดง/ขี้ปลาวาฬ)ทำให้ออกซิเจนลดต่ำ
ตะกอนทับถมหอยถูกกลบและขาดอากาศ
ราคาผันผวนและพึ่งพ่อค้าคนกลางราคาขายไม่แน่นอน
ลูกหอยธรรมชาติลดลงและความเสี่ยงจากการนำเข้าหาลูกหอยยากขึ้น
เชื้อและโลหะหนักหอยสะสมอีโคไล ซัลโมเนลลา และโลหะหนัก เช่น แคดเมียม ตะกั่ว ปรอท จึงต้องเลือกพื้นที่ปลอดมลพิษ
ปล่อยหนาแน่นเกินเติบโตช้าและตายมากขึ้น

จุดที่เกี่ยวกับผู้บริโภคคือการสะสมเชื้อและโลหะหนัก ยิ่งทำให้การเลือกพื้นที่ไกลแหล่งมลพิษเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่แค่เรื่องผลผลิต

ตัวอย่างต้นทุนจากอ่าวบ้านดอน สุราษฎร์ธานี ปี 2563

คู่มือนำตัวอย่างต้นทุนจากการศึกษาที่อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปี 2563 กรณีลูกหอยขนาดเล็ก (ตารางที่ 6 ของคู่มือ) มาแสดง ตัวเลขต่อไร่ต่อรอบดังนี้ เป็นตัวอย่างของพื้นที่และปีนั้น ไม่ใช่ราคาหรือผลตอบแทนที่คาดหวังได้ในปัจจุบัน

รายการ (บาท/ไร่/รอบ)จำนวนที่มา
ต้นทุนคงที่1,636.01 (2.72%)คู่มือกรมประมง ตารางที่ 6
ต้นทุนผันแปร58,565.90 (97.28%)คู่มือกรมประมง ตารางที่ 6
ต้นทุนรวม60,201.91คู่มือกรมประมง ตารางที่ 6
ในนั้นเป็นค่าลูกหอย36,808.93คู่มือกรมประมง ตารางที่ 6
ผลผลิตกรณีขายบริโภค2,018.16 กก./ไร่คู่มือกรมประมง ตารางที่ 6
ราคาขาย101.64 บาท/กก.คู่มือกรมประมง ตารางที่ 6
รายได้205,131.72คู่มือกรมประมง ตารางที่ 6
กำไรจากการดำเนินงาน146,565.81คู่มือกรมประมง ตารางที่ 6

ข้อสังเกตจากตัวอย่างนี้ ต้นทุนผันแปรเป็นสัดส่วนเกือบทั้งหมด และค่าลูกหอยเพียงรายการเดียวคิดเป็นกว่าครึ่งของต้นทุนรวม ซึ่งหมายความว่าการเลือกลูกหอยและอัตรารอดเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ คู่มือรายงานผลตอบแทนการลงทุนในช่วง 262-385% แต่ย้ำว่าขึ้นกับหลายปัจจัย บทความนี้ไม่ได้ใช้ตัวเลขนี้เป็นคำสัญญา และเตือนว่าตัวอย่างนี้ไม่มีข้อมูลสำหรับพื้นที่เล็กมาก

เมื่อต้องทำแผนของตัวเอง ให้ใช้สูตร ต้นทุนรวม = ต้นทุนคงที่ + ต้นทุนผันแปร รายได้ = ปริมาณ × ราคา กำไรสุทธิ = รายได้ − ต้นทุนรวม ต้นทุนต่อกิโลกรัม = ต้นทุนรวม ÷ ปริมาณที่ขายได้จริง และอัตรารอด = จำนวนที่เหลือ ÷ จำนวนที่ปล่อย × 100 แล้วกรอกด้วยใบเสนอราคาจริงในพื้นที่ของคุณ ไม่ควรยกตัวเลขตัวอย่างไปใช้ตรง ๆ

ตัดสินใจอย่างไร ถ้ามีพื้นที่และทุนจำกัด

  1. คุยกับประมงจังหวัดเรื่องสิทธิ์ใช้พื้นที่และเขตที่อนุญาตก่อนซื้อลูกหอยแม้แต่กิโลเดียว
  2. ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจดิน ความเค็ม และแหล่งมลพิษของแปลงที่คิดไว้
  3. เยี่ยมฟาร์มหรือศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งที่ใกล้ที่สุด เพื่อดูการเลี้ยงจริง
  4. เริ่มจากหน่วยเล็กที่สุดที่กฎหมายและเจ้าหน้าที่อนุญาต แล้วเรียนรู้ก่อนขยาย
  5. คำนวณต้นทุนรวม 1-2 ปีรวมค่าลูกหอย ค่าแรง ค่าดูแล และเงินสำรอง เพราะรอบการเลี้ยงยาว
  6. หาผู้ซื้อล่วงหน้า เพราะคู่มือระบุปัญหาราคาผันผวนและการพึ่งพ่อค้าคนกลาง
  7. เตรียมแผนรื้อหลักและตาข่ายเมื่อเลิกเลี้ยง

ผิดพลาดบ่อยของคนที่เพิ่งเริ่มเลี้ยงหอยแครง

  • ลงทุนซื้อลูกหอยก่อนตรวจสิทธิ์ว่าพื้นที่อยู่ในเขตอนุญาตหรือไม่
  • เลือกพื้นที่ใกล้แหล่งน้ำเสียเพราะเดินทางสะดวก ทั้งที่หอยสะสมเชื้อและโลหะหนักได้
  • เอาตัวเลขผลผลิตต่อไร่ของฟาร์มใหญ่มาคูณลดสำหรับพื้นที่เล็ก
  • ปล่อยลูกหอยหนาแน่นเกินพื้นที่ จนเติบโตช้าและตาย
  • ไม่เฝ้าระวังความเค็มช่วงฝนหนัก
  • ไม่มีแผนขาย และไม่มีเงินสำรองระหว่างรอ 1-2 ปี

สรุป

การเริ่มเลี้ยงหอยแครงควรตัดสินใจเป็นลำดับ เริ่มจากสิทธิ์และเขตที่กฎหมายอนุญาต จากนั้นดูว่าดิน น้ำ และความเค็มของพื้นที่เหมาะหรือไม่ แล้วคำนวณต้นทุนสำหรับรอบเลี้ยงที่ยาว 1-2 ปี คู่มือกรมประมงปี 2569 ให้ตัวเลขสำหรับแปลงหลายไร่ แต่ไม่มีข้อมูลยืนยันสำหรับพื้นที่เล็กมาก ผู้เริ่มต้นจึงควรปรึกษาประมงจังหวัดและเริ่มจากหน่วยเล็กที่สุดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ข้อมูล ณ พ.ย. 2569

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมประมง กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง — คู่มือการเลี้ยงหอยแครง พฤษภาคม 2569 (เผยแพร่ผ่านสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสมุทรสาคร) https://www.opsmoac.go.th/samutsakhon-manual-files-481391791808
  • 📄สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสมุทรสาคร (กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) — หน้าเผยแพร่ไฟล์คู่มือฉบับเดียวกัน ใช้ตรวจสอบต้นฉบับและวันที่เผยแพร่ https://www.opsmoac.go.th/samutsakhon-manual-files-481391791808

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

เครื่องวัด EC / pH วัดน้ำ วัดกรด วัดปุ๋ย…

เครื่องวัด EC / pH วัดน้ำ วัดกรด วัดปุ๋ย…

ชุดตรวจคุณภาพน้ำ

ใช้ตรวจค่าน้ำเบื้องต้นก่อนปรับการจัดการบ่อหรือสารละลาย

เช็กก่อนซื้อ

  • ค่าที่วัดได้ (pH TDS EC ออกซิเจน) ตรงกับที่ต้องการติดตาม
  • ต้องคาลิเบรตหรือเปลี่ยนน้ำยาบ่อยแค่ไหน
บ่อผ้าใบกระชัง ปูนา/ปลา/กุ้ง/หอย ขนาด 1 2 0.5 พร้อมรวมโครง

บ่อผ้าใบกระชัง ปูนา/ปลา/กุ้ง/หอย ขนาด 1 2 0.5 พร้อมรวมโครง

บ่อผ้าใบ/กระชัง

ใช้เป็นบ่อหรือกระชังเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่จำกัด แยกกักหรืออนุบาลได้

อาหารหอย อาหารสำหรับหอยขม อาหารหอยเชอร์รี่ อาหารหอยโข่ง…

อาหารหอย อาหารสำหรับหอยขม อาหารหอยเชอร์รี่ อาหารหอยโข่ง…

อาหารสัตว์

อาหารสำเร็จรูปสำหรับชนิดสัตว์ที่กำลังเลี้ยง ตรวจสูตรและช่วงอายุบนถุงก่อนใช้

PDM-21 ใบพัดปั๊ม LG ดูดลึก รู 15 มิล

PDM-21 ใบพัดปั๊ม LG ดูดลึก รู 15 มิล

ปั๊มจุ่ม/ไดโว่

จุ่มลงน้ำเพื่อสูบระบายน้ำขังหรือสูบน้ำจากบ่อขึ้นมาใช้

เช็กก่อนซื้อ

  • ขนาดท่อออก (นิ้ว) ให้ตรงกับสายที่จะต่อ
  • วัตต์และไฟที่ใช้ (220V หรือ DC)

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

มีพื้นที่ไม่ถึงไร่ เลี้ยงหอยแครงได้ไหม

ไม่มีข้อมูลยืนยันในคู่มือกรมประมง เพราะคู่มือกล่าวถึงฟาร์มขนาดเล็กตั้งแต่ราว 5-30 ไร่ ส่วนบ่อทั่วไปราว 10-40 ไร่ และที่สำคัญต้องอยู่ในเขตที่จังหวัดประกาศ ให้สอบถามประมงจังหวัดก่อนว่าพื้นที่ขนาดนั้นเลี้ยงได้จริงและถูกกฎหมายหรือไม่

เลี้ยงหอยแครงต้องขออนุญาตหรือไม่

ตามคู่มือ การเพาะเลี้ยงหอยเป็นการเพาะเลี้ยงแบบควบคุมตามมาตรา 76 ต้องทำในเขตที่คณะกรรมการประมงจังหวัดประกาศ และในที่สาธารณะต้องได้รับอนุญาตจากกรมประมงตามมาตรา 79 รายละเอียดขั้นตอนให้สอบถามประมงจังหวัด

ใช้เวลาเลี้ยงนานเท่าไรถึงขายได้

ตามคู่มือ การเลี้ยงในทะเลราว 1-1.5 ปีสำหรับลูกหอยพันธุ์มาเลเซีย และ 1-2 ปีสำหรับพันธุ์พื้นเมือง ส่วนกรณีบ่อที่ใช้ลูกหอยอนุบาล 300 ตัวต่อกิโลกรัมใช้เวลาราว 3 เดือนถึงขนาด 100-120 ตัวต่อกิโลกรัม ตัวเลขขึ้นกับขนาดลูกหอยตอนเริ่ม

ราคาหอยแครงตอนนี้เท่าไร

บทความนี้ไม่ระบุราคาปัจจุบัน เพราะไม่มีแหล่งที่ลงวันที่ล่าสุดที่เปิดตรวจสอบได้ ตัวอย่างในคู่มือคือ 101.64 บาทต่อกิโลกรัม จากการศึกษาปี 2563 ที่อ่าวบ้านดอน เป็นราคาตัวอย่างเก่า ให้สอบถามผู้รับซื้อในพื้นที่

หอยแครงตายหมดแปลงเพราะอะไรได้บ้าง

คู่มือกล่าวถึงฝนตกหนักทำให้ความเค็มลด ปรากฏการณ์น้ำแดงที่ทำให้ออกซิเจนลดต่ำ ตะกอนทับถม มลพิษ และการปล่อยหนาแน่นเกินไป สาเหตุจริงของแปลงคุณต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจ

จะไปดูงานหรือขอคำปรึกษาได้ที่ไหน

ติดต่อสำนักงานประมงจังหวัด หรือกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง ซึ่งเป็นผู้จัดทำคู่มือ ควรตรวจช่องทางติดต่อล่าสุดจากเว็บไซต์กรมประมง