ประมงเผยแพร่ 7 พฤศจิกายน 2569

เลี้ยงปลาในกระชังหน้าแล้งน้ำนิ่ง ออกซิเจนต่ำเสี่ยงปลาตาย ดูแลอย่างไร

เลี้ยงปลากระชังหน้าแล้งน้ำนิ่ง ออกซิเจนต่ำเสี่ยงปลาตาย ดูอาการ สาเหตุ และลำดับวิธีแก้ตามเอกสารกรมประมงและกระทรวงเกษตรฯ พร้อมข้อควรทำ ข้อมูล ณ พ.ย. 2569

เลี้ยงปลาในกระชังหน้าแล้งน้ำนิ่ง ออกซิเจนต่ำเสี่ยงปลาตาย ดูแลอย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

วินิจฉัยปัญหาออกซิเจนต่ำในกระชังหน้าแล้งน้ำนิ่ง ตั้งแต่อาการที่เห็น สาเหตุ ไปจนถึงลำดับวิธีแก้และการป้องกันตามเอกสารกรมประมงและแผนภัยแล้งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

คำตอบเร็ว: หน้าแล้งน้ำนิ่ง น้ำร้อนขึ้นและไหลเวียนน้อย ออกซิเจนละลายน้ำจึงลดลงขณะที่ปลาใช้ออกซิเจนมากขึ้น เสี่ยงที่สุดช่วงดึกถึงเช้ามืด วิธีดูแลตามเอกสารกรมประมงและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ ลดความหนาแน่นด้วยการทยอยจับปลาขนาดตลาดขาย ลดอาหาร ทำความสะอาดกระชังให้น้ำผ่านได้ ให้พื้นกระชังสูงจากพื้นน้ำไม่น้อยกว่า 50 ซม. ไม่วางกระชังชิดกัน และใช้เครื่องเติมอากาศช่วย ข้อมูล ณ พ.ย. 2569 ยังไม่พบประกาศแผนภัยแล้งฉบับปี 2569/70 ที่เปิดอ่านยืนยันได้ ตัวเลขในบทความนี้จึงอ้างแผนฉบับล่าสุดที่พบ

คนเลี้ยงปลากระชังรู้ดีว่าช่วงที่น้ำในแม่น้ำหรือแหล่งน้ำนิ่งสนิทไม่ได้แปลว่าน้ำสงบดี แต่แปลว่าน้ำใหม่ที่มีออกซิเจนไม่ได้ไหลผ่านกระชังมาเติม ปลาในกระชังหายใจจากน้ำรอบตัวเท่านั้น ถ้าน้ำรอบกระชังไม่เปลี่ยน ออกซิเจนก็หมดเร็วกว่าที่คิด บทความนี้ไล่เป็นแบบวินิจฉัย คือ อาการที่เห็น สาเหตุที่น่าจะเป็น และวิธีแก้เรียงตามลำดับ โดยยึดเอกสารทางการที่เปิดอ่านจริง

ขอบอกข้อจำกัดไว้ก่อน เอกสารที่เป็นแกนหลักคือแผนเตรียมรับสถานการณ์ภัยแล้ง ปี 2569 ด้านประมง ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งครอบคลุมช่วง พฤศจิกายน 2568 ถึงเมษายน 2569 ผมค้นแล้วยังไม่พบแผนของช่วงปลายปี 2569 ต่อต้นปี 2570 ที่เปิดอ่านได้ จึงใช้ฉบับนี้เป็นแนวปฏิบัติ ส่วนสถานการณ์น้ำและพยากรณ์ฝนปีนี้ให้ตามจากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และสำนักงานประมงจังหวัดโดยตรง

ทำไมหน้าแล้งน้ำนิ่งจึงทำให้ออกซิเจนต่ำ

ภาพประกอบ ทำไมหน้าแล้งน้ำนิ่งจึงทำให้ออกซิเจนต่ำ

แผนภัยแล้งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อธิบายไว้ว่า ในฤดูแล้งอุณหภูมิอากาศและน้ำสูงขึ้น ปริมาณน้ำลดลง สัตว์น้ำเป็นสัตว์เลือดเย็น อุณหภูมิร่างกายเปลี่ยนตามน้ำ เมื่อน้ำร้อนขึ้นปลาว่ายน้ำมากขึ้น ย่อยอาหารเร็วขึ้น หายใจเร็วขึ้น จึงต้องการออกซิเจนมากขึ้น แต่น้ำที่ร้อนขึ้นกลับมีออกซิเจนละลายน้อยลง เมื่อรวมกับน้ำที่ลดลง ความหนาแน่นของปลาและของเสียที่เป็นพิษก็สูงขึ้น ปลาจึงเครียด อ่อนแอ และติดเชื้อง่าย เอกสารระบุว่าความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษสำหรับการเลี้ยงในกระชังในแหล่งน้ำธรรมชาติ

คู่มือของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสตูล กรมประมง ให้ตัวเลขที่ช่วยจินตนาการได้ คือ ออกซิเจนละลายน้ำต่ำสุดที่ปลายังอยู่ได้ประมาณ 3 มก./ลิตร และถ้าลงไปอยู่ที่ 0.3-1.0 มก./ลิตรนานพอ ปลาจะตาย เอกสารเดียวกันบอกว่าเมื่ออุณหภูมิน้ำเพิ่มขึ้น 10 องศาเซลเซียส อัตราเมแทบอลิซึมของปลาเพิ่มเป็นสองเท่า และปลาโตดีที่สุดที่ 25-30 องศาเซลเซียส หมายเหตุ คู่มือนี้เขียนจากงานเลี้ยงปลาดุกในบ่อดิน ตัวเลขออกซิเจนเป็นหลักการทั่วไปของปลาน้ำจืด แต่ชนิดปลาแต่ละชนิดทนได้ไม่เท่ากัน

ตารางวินิจฉัยเร็ว อาการที่เห็นกับสาเหตุที่ควรสงสัย

อาการที่เห็นสาเหตุที่ควรสงสัยทำอะไรก่อน
ปลาลอยหัวหรือรวมกลุ่มผิวน้ำ ช่วงดึกถึงเช้ามืดออกซิเจนต่ำ ตามที่คู่มือสตูลระบุว่าปลาลอยหรือขึ้นริมช่วงดึกหรือก่อนฟ้าสางเปิดเครื่องเติมอากาศ หยุดให้อาหาร
น้ำสีเขียวเข้มจัดหรือมีเมือกลอยแพลงก์ตอนหนาแน่น ตอนกลางคืนแพลงก์ตอนใช้ออกซิเจนแข่งกับปลา (คู่มือสตูลระบุว่าน้ำสีเข้มมากหรือมีเมือกเป็นสัญญาณ)ลดอาหาร ลดความหนาแน่น
ปลาว่ายถูตัวกับตาข่าย ลอยผิวน้ำ หายใจถี่ กินน้อยอาจเป็นปรสิต ซึ่งแผนภัยแล้งระบุว่าเป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวังช่วงแล้ง หรือเกิดจากออกซิเจนต่ำร่วมกันตรวจน้ำและตัวปลา ปรึกษาประมงอำเภอ
กลิ่นเหม็นคล้ายไข่เน่าจากน้ำรอบกระชังตะกอนเน่าก้นน้ำ ออกซิเจนต่ำรุนแรง (คู่มือสตูลกล่าวถึงกลิ่นนี้ในกรณีรุนแรง)ลดอาหารทันที ย้ายหรือทยอยจับปลา
ปลาตายหลายตัวพร้อมกันหลังฝนตกหนักหรือน้ำเปลี่ยนออกซิเจนตกเร็ว pH และอุณหภูมิแกว่งแจ้งประมงอำเภอ เติมอากาศ นำปลาตายออกไปฝังหรือเผา

ตารางนี้เป็นสิ่งที่ผมเรียบเรียงจากอาการในเอกสารสองฉบับ ไม่ใช่เกณฑ์วินิจฉัยของหน่วยงาน การยืนยันสาเหตุที่แท้จริงต้องมีการวัดค่าน้ำ หรือให้เจ้าหน้าที่ประมงตรวจปลา

เวลาไหนเสี่ยงที่สุดและควรตรวจตอนไหน

คู่มือสตูลระบุว่าเหตุการณ์ปลาขาดออกซิเจนมักพบตอนดึกหรือก่อนรุ่งเช้า เหตุผลคือกลางวันแพลงก์ตอนพืชสร้างออกซิเจนจากแสงแดด ส่วนกลางคืนทั้งพืชและปลาใช้ออกซิเจน ออกซิเจนจึงลดลงเรื่อย ๆ จนต่ำสุดก่อนฟ้าสว่าง เกษตรกรที่ตรวจกระชังเฉพาะช่วงกลางวันจึงมักไม่เห็นปัญหาจนสาย

ข้อแนะนำเชิงปฏิบัติจากหลักการนี้ คือกำหนดรอบเดินดูกระชังช่วงเช้ามืดอย่างน้อยหนึ่งรอบ ดูว่าปลารวมกลุ่มที่ผิวน้ำหรือไม่ และดูว่าอาหารที่ให้เมื่อเย็นเหลือหรือเปล่า ถ้ามีชุดวัดออกซิเจนละลายน้ำ (ที่ขายเป็นเครื่องวัด DO) ให้บันทึกค่าตอนเช้ามืดทุกวันในช่วงเสี่ยง ศึกษาเพิ่มเรื่องเซนเซอร์ได้ที่ เซนเซอร์วัดออกซิเจนในบ่อปลา

ลำดับแก้ปัญหา เมื่อเห็นสัญญาณออกซิเจนต่ำ

  1. หยุดหรือลดอาหารทันที แผนภัยแล้งแนะนำให้ลดปริมาณอาหาร โดยเฉพาะอาหารสด เพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย อาหารที่เหลือเป็นภาระออกซิเจนเพิ่ม
  2. เปิดเครื่องเติมอากาศ คู่มือสตูลระบุให้ใช้เครื่องตีน้ำหรือเครื่องเติมอากาศ ร่วมกับการถ่ายน้ำและลดอาหาร ในกระชังที่อยู่ในแหล่งน้ำเปิด ควรปรึกษาประมงอำเภอว่ารูปแบบเครื่องเติมอากาศใดใช้ได้จริงกับตำแหน่งของคุณ
  3. ทยอยจับปลาขนาดตลาดขึ้นมา แผนภัยแล้งระบุให้ทยอยจับสัตว์น้ำที่ได้ขนาดขึ้นมาจำหน่ายหรือบริโภค เพื่อลดจำนวนปลาในกระชัง
  4. ทำความสะอาดกระชัง ตะกอนและเศษอาหารที่ติดตาข่ายขวางการไหลของน้ำ การทำความสะอาดสม่ำเสมอช่วยให้น้ำไหลผ่านและตัดวงจรชีวิตของปรสิตและเชื้อโรค ตามที่แผนระบุ
  5. งดการย้ายปลา ถ้าไม่จำเป็น เพราะกระทบการกินอาหารและการเติบโตโดยตรง ถ้าจำเป็นต้องย้ายให้ทำอย่างระมัดระวัง
  6. นำปลาตายออกและกำจัดอย่างถูกต้อง ฝังหรือเผา ห้ามทิ้งในแม่น้ำที่เลี้ยง เพราะแพร่เชื้อได้เร็ว
  7. แจ้งเพื่อนบ้านที่เลี้ยงปลาใกล้กัน แผนระบุให้แจ้งผู้เลี้ยงใกล้เคียงเมื่อพบความผิดปกติ จะได้ป้องกันโรคแพร่ไปด้วยกัน

ป้องกันล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนน้ำนิ่ง

แผนภัยแล้งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้แนวทางสำหรับการเลี้ยงในกระชังไว้ละเอียด สรุปเป็นรายการตรวจก่อนน้ำลดเข้าสู่ช่วงแล้ง ได้ดังนี้

  • พิจารณาลดขนาดการผลิตหรืองดเลี้ยง และใช้ช่วงแล้งทำความสะอาดและซ่อมแซมกระชังเพื่อเตรียมรอบใหม่
  • เลือกแหล่งน้ำที่ลึกพอ เมื่อตั้งกระชังแล้ว พื้นกระชังควรสูงจากพื้นน้ำไม่น้อยกว่า 50 ซม. เพื่อให้น้ำหมุนเวียนถ่ายเทสะดวก
  • จัดวางกระชังไม่ให้ชิดกันแน่นเกินไป เพราะขัดขวางกระแสน้ำ
  • เลือกปล่อยปลาขนาดใหญ่ และปล่อยหนาแน่นน้อยกว่าปกติ เพื่อลดระยะเวลาเลี้ยง
  • ปรับอุณหภูมิและ pH ของน้ำในภาชนะลำเลียงให้ใกล้เคียงน้ำปลายทางก่อนปล่อยปลา
  • ให้อาหารคุณภาพดีในปริมาณเหมาะสม ลดอาหารสดเพื่อกันน้ำเสีย
  • สังเกตอาการปลาใกล้ชิด และตรวจสุขภาพปลาสม่ำเสมอ

ส่วนตัวเลขความหนาแน่นที่เหมาะสมต่อกระชังและชนิดปลา ผมไม่ใส่ในบทความนี้ เพราะต่างกันตามชนิดปลาและขนาดกระชัง และเอกสารแผนภัยแล้งระบุเพียงหลักการให้ปล่อยน้อยกว่าปกติ ให้ถามประมงอำเภอหรือศูนย์วิจัยในพื้นที่ หรืออ่านเรื่องเลี้ยงปลานิลในกระชังที่ เลี้ยงปลานิลในกระชังแม่น้ำ

ตัวอย่างข่าวที่เกิดขึ้นจริง น้ำไหลบ่าทำให้ออกซิเจนหล่นเร็ว

สำนักข่าวไทยพีบีเอสรายงานเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ว่ากรมประมงชี้แจงสาเหตุปลานิลตายในคลองส่งน้ำที่ 2 คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ว่าน้ำฝนไหลชะเอาสิ่งอินทรีย์และของเสียลงคลอง ออกซิเจนละลายน้ำลดลงรวดเร็ว และค่า pH กับอุณหภูมิเปลี่ยนแปลง ผมนำข่าวนี้มาเป็นตัวอย่างเดียวว่าปลาตายจากออกซิเจนต่ำเกิดได้ไม่ใช่เฉพาะหน้าแล้ง ข้อมูลในข่าวนี้ผมอ่านจากการสรุปหน้าเว็บ จึงไม่ยกตัวเลขรายละเอียดมาอ้าง ให้ดูต้นฉบับตามลิงก์ท้ายบทความ

ถ้าปลาตายหลังฝนหรือน้ำท่วม ดูแนวทางฟื้นฟูที่ ฟื้นบ่อปลาและกระชังหลังน้ำท่วม ส่วนความเสี่ยงจากโรงงานต้นน้ำอยู่ในบทความ เลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำที่มีโรงงานอยู่ต้นน้ำ

เรื่องยาและสารเคมี อย่าแก้เอง

แผนภัยแล้งระบุว่าโรคปรสิตและโรคจากแบคทีเรียพบได้ง่ายขึ้นในช่วงแล้ง และการรักษาด้วยสารเคมีต้องขึ้นกับชนิดและลักษณะของเชื้อ บทความนี้ไม่ระบุชื่อยาหรืออัตราใช้ เพราะอัตราขึ้นกับชนิดปลา ขนาดกระชัง และสภาพน้ำ และการใช้ผิดอาจทำให้ปลาตายมากขึ้น ถ้าสงสัยว่าเป็นโรค ให้ถ่ายรูปอาการ เก็บตัวอย่างปลาที่ยังมีชีวิตใส่น้ำเดิม แล้วติดต่อประมงอำเภอหรือศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดที่ใกล้ที่สุด เรื่องโรคเห็บระฆังอ่านเพิ่มที่ ปลานิลแดงในกระชังแม่น้ำเป็นโรคเห็บระฆัง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในหน้าแล้ง

  • ให้อาหารเท่าเดิมทั้งที่น้ำร้อนและนิ่ง ปลาย่อยอาหารเร็วขึ้นแต่ออกซิเจนน้อยลง อาหารที่เหลือยิ่งทำน้ำเน่า แผนภัยแล้งแนะนำให้ลดอาหาร
  • ตรวจกระชังเฉพาะกลางวัน ทั้งที่ออกซิเจนต่ำสุดช่วงดึกถึงก่อนรุ่งเช้า
  • วางกระชังชิดกันหรือพื้นกระชังเกือบถึงพื้นน้ำ ทำให้น้ำไหลเวียนน้อยกว่าที่ควร ตามที่แผนระบุให้เว้นระยะและสูงไม่น้อยกว่า 50 ซม.
  • ปล่อยปลาหนาแน่นเท่ารอบปกติ ทั้งที่น้ำแล้ง ควรลดความหนาแน่นและเลือกปลาตัวใหญ่
  • ปล่อยให้ตาข่ายกระชังอุดตันด้วยตะกอนและเมือก ทำให้น้ำผ่านไม่ได้ ล้างกระชังสม่ำเสมอ
  • ซื้อยามารักษาเองโดยไม่ทราบสาเหตุ ปลาที่ลอยหัวอาจเป็นออกซิเจนต่ำ ไม่ใช่โรค การใช้ยาผิดสาเหตุจึงไม่ช่วย

ถ้าจะลงทุนอุปกรณ์ ควรดูอะไร

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ได้แก่ เครื่องเติมอากาศ เครื่องตีน้ำ ชุดวัด pH และเครื่องวัดออกซิเจนละลายน้ำ หลักเลือกคือ ขนาดของเครื่องต้องสัมพันธ์กับปริมาตรน้ำและความหนาแน่นของปลา ต้องมีแหล่งไฟฟ้าที่ใช้ได้ต่อเนื่องตลอดคืน และมีแผนสำรองเมื่อไฟดับ ราคาเปลี่ยนตามร้านและรุ่น ผมไม่ใส่ราคาเพราะไม่มีแหล่งที่มีวันที่ยืนยัน อ่านวิธีเลือกขนาดได้ที่ การเลือกขนาดเครื่องตีน้ำ

สำหรับกระชังในแหล่งน้ำเปิด เครื่องเติมอากาศมักช่วยได้เฉพาะบริเวณใกล้เครื่อง จึงไม่ควรคิดว่าติดเครื่องแล้วจะแก้ได้ทั้งหมด ยังต้องลดความหนาแน่นและอาหารควบคู่กัน นี่เป็นความเห็นเชิงหลักการของผม ไม่ได้มาจากตัวเลขในเอกสารที่เปิดอ่าน

สิ่งที่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันชัดเจน

  • แผนเตรียมรับภัยแล้งด้านประมงฉบับปี 2569/70: ยังไม่พบฉบับที่เปิดอ่านได้ จึงใช้ฉบับ พ.ย. 2568 – เม.ย. 2569 เป็นแนวปฏิบัติ
  • ปริมาณออกซิเจนและความหนาแน่นที่ปลอดภัยของปลาแต่ละชนิดในกระชัง: ต้องดูเอกสารเฉพาะชนิดและถามประมงอำเภอ
  • การชดเชยหรือช่วยเหลือเมื่อปลาตายหมู่: ไม่มีประกาศที่เปิดอ่านยืนยันได้ ให้สอบถามสำนักงานประมงจังหวัด

สรุป

หน้าแล้งน้ำนิ่งทำให้ออกซิเจนต่ำเพราะน้ำร้อน น้ำไหลเวียนน้อย และปลาใช้ออกซิเจนมากขึ้น จุดเสี่ยงคือช่วงดึกถึงเช้ามืด ให้แก้ตามลำดับ คือ ลดอาหาร เติมอากาศ ทยอยจับปลาขนาดตลาด ทำความสะอาดกระชัง และระวังการย้ายปลา ส่วนการป้องกันคือเว้นระยะกระชัง พื้นกระชังสูงไม่น้อยกว่า 50 ซม. และปล่อยปลาให้เบาลง ข้อมูล ณ พ.ย. 2569 ถ้าจะลงทุนอุปกรณ์หรือสงสัยโรค ให้ปรึกษาประมงอำเภอก่อน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านกรมประมง — แผนเตรียมรับสถานการณ์ภัยแล้ง ปี 2569 (ด้านประมง) ข้อควรปฏิบัติสำหรับกระชังและบ่อดิน และการเฝ้าระวังโรคช่วงแล้ง https://www4.fisheries.go.th/local/file_document/20260120164856_1_file.pdf
  • 📄ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสตูล กรมประมง — คู่มืออบรมการเลี้ยงปลาดุก หัวข้อออกซิเจนละลายน้ำ อาการและการป้องกัน https://www4.fisheries.go.th/local/file_document/20200711103559_1_file.pdf
  • 📄ไทยพีบีเอส — ข่าวปลานิลตายในคลองส่งน้ำที่ 2 คลองหลวง ปทุมธานี ตามคำชี้แจงของกรมประมง (16 ต.ค. 2569) https://www.thaipbs.or.th/news/content/571141

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

[มีประกัน] ปั้มออกซิเจนตู้ปลา เสียงเงียบ…

[มีประกัน] ปั้มออกซิเจนตู้ปลา เสียงเงียบ…

ปั๊มลม/ให้อากาศในบ่อ

เพิ่มออกซิเจนในบ่อหรือถังเลี้ยงสัตว์น้ำ

เช็กก่อนซื้อ

  • กำลังลมหรือขนาดบ่อ/ถังที่รองรับตามที่ร้านระบุ
  • ใช้ไฟบ้าน แบตเตอรี่สำรอง หรือไฟ DC
ชุดแถบทดสอบค่า pH น้ําจืด/น้ําเค็ม 3/5/6/7/14/16 in 1 100…

ชุดแถบทดสอบค่า pH น้ําจืด/น้ําเค็ม 3/5/6/7/14/16 in 1 100…

ชุดตรวจคุณภาพน้ำ

ใช้ตรวจค่าน้ำเบื้องต้นก่อนปรับการจัดการบ่อหรือสารละลาย

เช็กก่อนซื้อ

  • ค่าที่วัดได้ (pH TDS EC ออกซิเจน) ตรงกับที่ต้องการติดตาม
  • ต้องคาลิเบรตหรือเปลี่ยนน้ำยาบ่อยแค่ไหน
บ่อผ้าใบ กระชังบก บ่อผ้าใบเลี้ยงปลา สูง60, 80 ,…

บ่อผ้าใบ กระชังบก บ่อผ้าใบเลี้ยงปลา สูง60, 80 ,…

บ่อผ้าใบ/กระชัง

ใช้เป็นบ่อหรือกระชังเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่จำกัด แยกกักหรืออนุบาลได้

สวิงช้อนปลา ด้ายขาวขนาดใหญ่ สำหรับตักและย้ายปลา

สวิงช้อนปลา ด้ายขาวขนาดใหญ่ สำหรับตักและย้ายปลา

สวิง/อุปกรณ์จับสัตว์น้ำ

ใช้ตัก คัดขนาด หรือย้ายสัตว์น้ำในบ่อ

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

ปลาลอยหัวตอนเช้ามืด ต้องทำอะไรก่อน

หยุดให้อาหารแล้วเปิดเครื่องเติมอากาศทันที จากนั้นประเมินว่ามีปลาตายหรือไม่ ทยอยจับปลาขนาดตลาดขาย และแจ้งประมงอำเภอ ถ้าปลาตายหลายตัว

น้ำนิ่งแต่ไม่ร้อนมาก ยังเสี่ยงออกซิเจนต่ำไหม

เสี่ยงได้ เพราะน้ำนิ่งหมายถึงไม่มีน้ำใหม่ไหลผ่านกระชัง ออกซิเจนเติมจากผิวน้ำและจากแพลงก์ตอนเท่านั้น ถ้าปลาหนาแน่นหรือมีอาหารเหลือก็ใช้ออกซิเจนหมดเร็วได้ แม้อากาศไม่ร้อนจัด

พื้นกระชังควรสูงจากพื้นน้ำเท่าไร

แผนเตรียมรับสถานการณ์ภัยแล้งด้านประมงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระบุไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร และให้เลือกแหล่งน้ำที่ลึกพอ

ควรงดเลี้ยงรอบนี้ไหม

แผนภัยแล้งแนะนำให้พิจารณาลดขนาดการผลิตหรืองดเลี้ยง แล้วใช้ช่วงแล้งซ่อมกระชัง ถ้าจะเลี้ยงต่อให้ปล่อยปลาตัวใหญ่ในความหนาแน่นต่ำกว่าปกติ การตัดสินใจขึ้นกับระดับน้ำในพื้นที่ของคุณ ซึ่งควรสอบถามกับประมงอำเภอและติดตามประกาศจากกรมชลประทาน

ใช้ยาหรือสารเคมีแก้ปลาลอยหัวได้ไหม

ถ้าสาเหตุคือออกซิเจนต่ำ ยาไม่ช่วย ให้แก้ที่ออกซิเจนก่อน ถ้ามีอาการของโรคร่วม ปรึกษาประมงอำเภอก่อนใช้สารใด ๆ บทความนี้ไม่ระบุชื่อยาหรืออัตราใช้

ปลาตายแล้วทิ้งลงแม่น้ำได้ไหม

ไม่ควร แผนภัยแล้งแนะนำให้ฝังหรือเผา เพราะการทิ้งในบริเวณที่เลี้ยงทำให้เชื้อโรคแพร่เร็ว