คำตอบสั้น ๆ
รวมปัญหาที่พบในการเลี้ยงปลากดเหลืองจากงานวิจัยและคำบอกเล่าผู้เลี้ยง ตั้งแต่ปรสิตและแบคทีเรีย อุณหภูมิน้ำในบ่อปูน ไปจนถึงตัวเลขอัตราปล่อยที่แต่ละแหล่งไม่ตรงกัน พร้อมแนวทางรับมือ
คำตอบเร็ว: ปัญหาของปลากดเหลืองที่มีหลักฐานรองรับมี 3 กลุ่ม คือ โรคและปรสิต (งานวิจัยของ ม.สงขลานครินทร์พบปรสิตในลูกปลาร้อยละ 50 และแบคทีเรียหลายชนิดในปลาทุกกลุ่มที่สุ่มตรวจ) อุณหภูมิน้ำและน้ำเสียในบ่อปูนหรือบ่อพลาสติกที่ควบคุมยากทำให้ปลากินน้อยโตช้า และความต่างของข้อมูลอัตราปล่อยและอาหารจากแหล่งต่าง ๆ ที่ทำให้มือใหม่ตัดสินใจพลาด ถ้าปลาป่วยหรือตายผิดปกติ ให้เก็บตัวอย่างปลาสดและติดต่อประมงอำเภอ อย่าซื้อยาหรือสารเคมีใช้เองโดยไม่ทราบสาเหตุ ข้อมูล ณ พ.ย. 2569
คนเลี้ยงปลากดเหลืองมือใหม่มักเจอเรื่องเดิม ๆ คือ ปลาไม่กินอาหารเม็ด ปลาลอยหัวตอนเช้า ผิวหรือเหงือกผิดปกติ หรือรอบที่แล้วรอดดี รอบนี้ตายหมด บทความนี้ตอบเฉพาะมุม "ปัญหาและวิธีแก้" โดยแยกให้ชัดว่าอะไรมีงานวิจัยหรือแหล่งที่เปิดอ่านได้รองรับ อะไรเป็นหลักการเลี้ยงปลาทั่วไป และอะไรที่ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน ส่วนขั้นตอนเริ่มเลี้ยงเต็มรูปแบบดูในบทความ เลี้ยงปลากดเหลืองในบ่อดิน ต้องรู้อะไรก่อนเริ่ม และ เลี้ยงปลากดเหลืองในบ่อซีเมนต์ ทำกำไรได้จริงไหม
ปัญหาที่ 1: โรคและปรสิต ที่มีงานวิจัยรองรับ
งานวิจัยเรื่อง "โรคและปรสิตของปลากดเหลือง Mystus nemurus จากการเพาะเลี้ยงในอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา" (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์) ตรวจปลาจาก 3 กลุ่ม ผลที่เปิดอ่านได้มีดังนี้
| กลุ่มที่ตรวจ | ปรสิตที่พบ | แบคทีเรียที่พบ |
|---|---|---|
| พ่อแม่พันธุ์ (30 ตัว) ติดปรสิตร้อยละ 46.66 | โมโนจีน 3 ชนิด ได้แก่ Thaparocleidus pahangensis, Thaparocleidus sp., Cornudiscoides malayensis | Edwardsiella ictaluri, Flavobacterium columnare |
| ลูกปลาจากศูนย์วิจัย (50 ตัว) ติดปรสิตร้อยละ 50 | โปรโตซัว Trichodina 3 ชนิด พบ T. pediculus มากที่สุดร้อยละ 44 ความหนาแน่นเฉลี่ย 20.68 ตัวต่อปลา 1 ตัว | 6 ชนิด ได้แก่ Aeromonas hydrophila, Edwardsiella tarda, E. ictaluri, Flavobacterium columnare, Pseudomonas aeruginosa, Streptococcus iniae |
| ปลาในกระชัง อ.สะเดา (70 ตัว) | โมโนจีน 4 ชนิดและพยาธิใบไม้ 1 ชนิด พบ T. pahangensis มากที่สุดร้อยละ 31.43 ความหนาแน่นเฉลี่ย 15.68 ตัวต่อปลา 1 ตัว | 5 ชนิด ได้แก่ Aeromonas sobria, Edwardsiella tarda, Flavobacterium columnare, Pseudomonas aeruginosa, Streptococcus iniae |
ผลกระทบต่ออวัยวะที่รายงานคือ เหงือกที่ถูกโปรโตซัวและโมโนจีนทำลายมีเซลล์เพิ่มจำนวนผิดปกติ เซลล์เสื่อม บวมน้ำ และเซลล์ตาย ส่วนตับ ไต และม้ามที่เจอแบคทีเรียพบการเปลี่ยนแปลงคล้ายกัน รวมทั้งมีเลือดออก
อ่านผลนี้อย่างไรให้ไม่ตกใจเกินไป: งานวิจัยนี้ศึกษาปลาในพื้นที่เดียว (อำเภอสะเดา และศูนย์วิจัยฯ ที่เกี่ยวข้อง) และเป็นการสำรวจว่ามีเชื้ออะไร ไม่ได้บอกว่าปลามีอัตราตายเท่าไร การพบเชื้อในตัวปลาไม่ได้แปลว่าปลาจะป่วยเสมอไป เพราะเชื้อบางชนิดมีอยู่ในน้ำและตัวปลาตามปกติ และก่อโรคเมื่อปลาเครียดหรือน้ำไม่ดี แต่ข้อมูลนี้บอกชัดว่า เหงือกคือจุดที่ควรดูก่อนเมื่อปลาผิดปกติ และเชื้อแบคทีเรียหลายตัวในรายการเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสภาพน้ำและความเครียด
สัญญาณที่ควรสังเกตทุกเช้า
ข้อนี้เป็นหลักการสังเกตทั่วไปของการเลี้ยงปลา ไม่ใช่ตัวเลขจากงานวิจัยข้างต้น
- ปลากินอาหารลดลงผิดปกติเมื่อเทียบกับวันก่อน
- ปลาลอยหัวหรือกระจุกตัวที่ปากท่อน้ำเข้า โดยเฉพาะช่วงเช้ามืด
- เหงือกซีด มีเมือกมาก หรือขอบเหงือกเปื่อย ถ้าเก็บตัวอย่างปลาสดได้
- ผิวมีแผล จุดเลือด หรือครีบกร่อน
- มีปลาตายต่อเนื่องหลายวันในจุดเดียวกันของบ่อ
เมื่อพบ ควรทำอะไรก่อน
- งดให้อาหารเกินความจำเป็นและตรวจสภาพน้ำ (สี กลิ่น ออกซิเจนที่ผิวน้ำช่วงเช้า) เพราะอาหารเหลือคือต้นเหตุน้ำเสียที่พบบ่อย
- แยกปลาตายออกจากบ่อทันที อย่าทิ้งลงคลอง
- เก็บปลาป่วยหรือปลาเพิ่งตายใส่ถุงเก็บเย็น (ไม่แช่แข็ง) และรีบส่งหรือแจ้งประมงอำเภอ เพื่อให้ตรวจชนิดเชื้อ ซึ่งบอกไม่ได้จากตาเปล่า
- ไม่ซื้อยาหรือสารเคมีเทลงบ่อเอง เพราะผู้เขียนไม่ให้ชื่อยาและขนาดใช้ ต้องให้นักวิชาการประมงหรือสัตวแพทย์สัตว์น้ำเป็นผู้แนะนำและปฏิบัติตามฉลากผลิตภัณฑ์
ปัญหาที่ 2: อุณหภูมิและน้ำในบ่อปูนหรือบ่อพลาสติก
บทความจากเนชั่นออนไลน์ที่เผยแพร่ 4 มิ.ย. 2560 สัมภาษณ์ผู้เลี้ยงที่แนะนำให้เลี้ยงในบ่อดิน เพราะปลาโตเร็วกว่าบ่อปูนหรือบ่อพลาสติก ซึ่งควบคุมอุณหภูมิน้ำยากกว่า ทำให้ปลากินอาหารน้อยและโตช้า นี่คือคำให้สัมภาษณ์ของผู้เลี้ยงรายหนึ่ง ไม่ใช่ผลทดลอง แต่สอดคล้องกับหลักทั่วไปที่ว่าน้ำปริมาตรน้อยร้อนเร็วและเสียเร็ว
วิธีลดปัญหา (หลักการ ไม่ใช่ตัวเลขจากงานวิจัย):
- ถ้าใช้บ่อปูนหรือบ่อผ้าใบ ให้มีหลังคาหรือสแลนบังแดด และอยู่ในที่ที่ไม่โดนแดดตลอดวัน
- วางแผนเปลี่ยนน้ำและมีเครื่องให้อากาศสำรอง เพราะน้ำปริมาตรน้อยออกซิเจนตกเร็วเมื่อมีอาหารเหลือ
- ให้อาหารตามที่ปลากินหมดในเวลาที่กำหนด ดีกว่าให้เกินแล้วเหลือก้นบ่อ
- ถ้าไม่มั่นใจเรื่องระบบน้ำ เริ่มจากจำนวนปลาน้อยก่อน
ปัญหาที่ 3: ตัวเลขอัตราปล่อยและอาหารที่ไม่ตรงกัน
สิ่งที่ทำให้มือใหม่พลาดบ่อยคือแหล่งข้อมูลให้ตัวเลขไม่ตรงกัน ตัวอย่างจากแหล่งที่เปิดอ่านได้
| แหล่งข้อมูล | บ่อ/ขนาดลูกปลา | อัตราปล่อยที่ระบุ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| เนชั่นออนไลน์ 4 มิ.ย. 2560 และเกษตรก้าวไกล 23 พ.ค. 2560 (ผู้เลี้ยงจังหวัดหนองบัวลำภู) | บ่อดิน 1 งาน ลูกปลา 1 นิ้ว | 3,000 ตัวต่อบ่อ 1 งาน (1 งาน = 400 ตารางเมตร คิดเป็นราว 7.5 ตัวต่อตารางเมตร) | คำบอกเล่าผู้เลี้ยง เก็บขายได้เมื่อ 4–6 เดือน ขนาดที่ตลาดต้องการ 4–7 ตัวต่อกิโลกรัม |
| ข่าวเกษตร (เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568) เรื่องปลากดเหลือง | บ่อดิน ลูกปลายาวราว 5 ซม. | 5 ตัวต่อตารางเมตร | ระบุให้ตากบ่อ 21–30 วัน และพักน้ำราว 4 วันก่อนปล่อย |
สองแหล่งนี้ต่างกันทั้งขนาดลูกปลา อัตราปล่อย และผู้พูด ผู้เขียนไม่ฟันธงว่าตัวเลขไหนดีกว่า ควรถามศูนย์วิจัยหรือประมงจังหวัดว่าที่พื้นที่ของคุณแนะนำเท่าไร และเริ่มปล่อยน้อยกว่าที่แหล่งแนะนำเมื่อยังไม่คุ้นกับการจัดการน้ำ
เรื่องอาหาร ผู้เลี้ยงในบทความทั้งสองชิ้นใช้อาหารเม็ด โดย 30 วันแรกใช้สูตรลูกอ๊อด หลังจากนั้นใช้สูตรปลาดุกเล็กและปลาดุกกลางจนจับขาย ให้วันละ 2 มื้อพอดีไม่ให้เหลือ และมีไส้เดือนเป็นอาหารเสริมเพื่อลดต้นทุนตามคำของผู้เลี้ยง ไม่ได้มีงานวิจัยยืนยันว่าลดต้นทุนได้เท่าไร ถ้าปลาไม่กินอาหารเม็ด ปัญหาอาจมาจากน้ำ อุณหภูมิ หรือโรค ไม่ใช่ความหิวเสมอไป
ปัญหาที่ 4: เตรียมบ่อไม่ถูกขั้นตอน
บทความข่าวเกษตรและเนชั่นออนไลน์ที่เปิดอ่านได้ ตรงกันในหลักการเตรียมบ่อดิน แต่ต่างกันในรายละเอียด
- ข่าวเกษตร: วิดหรือสูบน้ำออก กำจัดศัตรูธรรมชาติและพืชน้ำ โรยปูนขาว ตากบ่อ 21–30 วัน พักน้ำราว 4 วันก่อนปล่อยปลา
- ผู้เลี้ยงในเนชั่นออนไลน์: ใส่ปุ๋ยคอก 60–100 กก. ต่อไร่ รองฟางข้าว กรองน้ำเข้าบ่อเพื่อกันศัตรูลูกปลา ระดับน้ำเริ่มที่ 20–30 ซม. รอ 3 วันให้มีไรแดง แล้วค่อยเพิ่มเป็น 1 เมตร ผู้เลี้ยงรายนี้บอกว่าบ่อดินของเขาไม่ต้องใส่ปูนขาว เพราะปลาไม่ค่อยเป็นโรค
ความต่างเรื่องปูนขาวสะท้อนว่า สภาพดินแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน ถ้าบ่อเป็นดินเปรี้ยวหรือเคยมีปัญหา ควรตรวจกับเกษตรอำเภอหรือประมงอำเภอก่อน แทนที่จะทำตามผู้เลี้ยงรายหนึ่ง
ตารางสรุป ปัญหา สาเหตุที่พอรู้ และสิ่งที่ควรทำ
| อาการ/ปัญหา | สาเหตุที่เป็นไปได้ | ที่มาของข้อมูล | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|---|
| ปลาป่วย เหงือกผิดปกติ | ปรสิต เช่น โปรโตซัวและโมโนจีน | งานวิจัย ม.สงขลานครินทร์ | เก็บปลาสดส่งตรวจ อย่าใช้ยาเอง |
| ปลาตายมีแผล มีเลือดออกภายใน | แบคทีเรียหลายชนิด เช่น Aeromonas, Edwardsiella, Flavobacterium | งานวิจัย ม.สงขลานครินทร์ | แจ้งประมงอำเภอ ตรวจน้ำและลดอาหาร |
| ปลากินน้อย โตช้าในบ่อปูน/พลาสติก | อุณหภูมิน้ำควบคุมยาก | คำให้สัมภาษณ์ผู้เลี้ยง (เนชั่น 2560) | บังแดด เปลี่ยนน้ำ หรือย้ายไปบ่อดิน |
| ปลาโตไม่เท่ากัน ตายหลังปล่อย | อัตราปล่อยและการเตรียมบ่อไม่เหมาะ | ข้อมูลหลายแหล่งไม่ตรงกัน | ลดอัตราปล่อย ปรับน้ำก่อนปล่อย 30 นาทีตามที่ผู้เลี้ยงแนะนำ |
| ลูกพันธุ์ตายตั้งแต่ต้น | ซื้อพันธุ์ที่ไม่แข็งแรงหรือไม่ตรวจที่มา | งานวิจัยพบปรสิตร้อยละ 50 ในลูกปลาจากศูนย์วิจัยที่ตรวจ | ซื้อจากศูนย์วิจัยหรือฟาร์มที่มีชื่อ ดูอาการในช่วงแรก |
ปัญหาที่ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน
ผู้เขียนค้นแล้วไม่พบเอกสารของกรมประมงฉบับเต็มเรื่องโรคและการรักษาปลากดเหลืองโดยเฉพาะที่เปิดอ่านได้ในรอบนี้ (หน้าของสำนักงานประมงที่ค้นพบเปิดไม่ได้ เพราะระบบแจ้งใบรับรองความปลอดภัยไม่ผ่าน จึงไม่ได้ใช้) จึงไม่ระบุอัตราตายมาตรฐาน ขนาดโดสยา หรือชื่อผลิตภัณฑ์ใด ๆ ถ้าต้องการวิธีรักษาที่ใช้ได้จริง ติดต่อประมงอำเภอหรือสำนักงานประมงจังหวัดของคุณ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ปล่อยปลาตามตัวเลขที่เห็นในคลิปหรือบทความเดียวโดยไม่เทียบแหล่งอื่น
- เลี้ยงบ่อปูนกลางแดดโดยไม่มีหลังคา แล้วสงสัยว่าทำไมปลาไม่กินอาหาร
- ให้อาหารเยอะเพราะอยากให้โต จนอาหารเหลือก้นบ่อ น้ำเสีย
- เห็นปลาตายแล้วรีบซื้อยามาใส่เอง โดยยังไม่รู้สาเหตุ
- ไม่แยกปลาตายออก ทำให้น้ำเสียหนักขึ้น
- ซื้อลูกพันธุ์โดยไม่ถามที่มา ไม่ดูอาการช่วงแรก
- เปลี่ยนน้ำครั้งเดียวมาก ๆ โดยไม่ปรับอุณหภูมิ ทำให้ปลาช็อก
สรุป
ปัญหาของปลากดเหลืองที่ตรวจสอบได้คือ ปรสิตและแบคทีเรียหลายชนิดตามงานวิจัย ม.สงขลานครินทร์ ปัญหาอุณหภูมิและน้ำในบ่อปูนหรือบ่อพลาสติกตามคำผู้เลี้ยง และข้อมูลอัตราปล่อยที่ไม่ตรงกันระหว่างแหล่ง วิธีป้องกันที่ได้ผลดีที่สุดคือเตรียมบ่อให้ถูก ปล่อยปลาในอัตราที่จัดการน้ำไหว ให้อาหารไม่ให้เหลือ สังเกตปลาทุกเช้า และเมื่อปลาตายผิดปกติให้เก็บตัวอย่างสดส่งประมงอำเภอแทนการซื้อยาเอง ข้อมูล ณ พ.ย. 2569
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (คลังข้อมูล PSU Knowledge Bank) — โรคและปรสิตของปลากดเหลือง Mystus nemurus จากการเพาะเลี้ยงในอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา https://kb.psu.ac.th/items/6e1c65ca-dde6-4c82-a685-921db51699da
- เนชั่นออนไลน์ 4 มิ.ย. 2560 — เลี้ยงปลากดเหลืองในบ่อดิน โตเร็ว-ลดต้นทุน-รายได้ดีงาม (คำสัมภาษณ์ผู้เลี้ยง) https://www.nationtv.tv/main/content/378550630
- เกษตรก้าวไกล 23 พ.ค. 2560 — เปิดสูตรเลี้ยงปลากดเหลืองแบบธรรมชาติ 5 เดือนจับขายได้ https://www.kasetkaoklai.com/home/2017/05/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%A3-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AB/
- เรื่องเล่าข่าวเกษตร (Agrinewsthai) 23 ก.ค. 2568 — "ปลากดเหลือง" ปลาเศรษฐกิจน่าเลี้ยง: ถิ่นอาศัย การเตรียมบ่อ และอัตราปล่อย https://www.agrinewsthai.com/did-you-know/134284
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
บ่อปลาน้ำลดช่วงหน้าแล้ง ควรลดจำนวนปลาหรือจับขายก่อนไหม ตัดสินใจจากอะไร
น้ำในบ่อลดแล้วควรลดปลาหรือจับขายก่อน บทความนี้ให้กรอบตัดสินใจ 4 เรื่อง ตารางเลือกทาง และแผน 10 วัน โดยอ้างเฉพาะแหล่งที่เปิดอ่านจริง
เลี้ยงปลาในกระชังหน้าแล้งน้ำนิ่ง ออกซิเจนต่ำเสี่ยงปลาตาย ดูแลอย่างไร
วินิจฉัยปัญหาออกซิเจนต่ำในกระชังหน้าแล้งน้ำนิ่ง ตั้งแต่อาการที่เห็น สาเหตุ ไปจนถึงลำดับวิธีแก้และการป้องกันตามเอกสารกรมประมงและแผนภัยแล้งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ตากบ่อและเตรียมบ่อก่อนปล่อยปลารอบใหม่หลังน้ำลด ทำอย่างไรให้ครบขั้นตอน
สรุปขั้นตอนตากบ่อและเตรียมบ่อปลาหลังน้ำลดตามเอกสารกรมประมง ตั้งแต่ขุดเลน โรยปูน ตากบ่อ เติมน้ำ จนถึงตรวจ pH ก่อนปล่อยปลา พร้อมจุดตัดสินใจและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ปลาสร้อยมีปัญหาอะไรบ้าง สาเหตุที่พบบ่อยและวิธีแก้
ปลาสร้อยเป็นปลาฝูงที่ย้ายถิ่นตามน้ำหลาก ปัญหาในบ่อจึงมักเริ่มจากน้ำเปลี่ยนเร็วหลังฝน บทความนี้แยกปัญหาที่มีหลักฐานจากกรมประมงออกจากส่วนที่ยังไม่มีข้อมูลเฉพาะชนิด
เริ่มทำหอยแครงในพื้นที่เล็ก ๆ ต้องเตรียมอะไรและควรตัดสินใจอย่างไร
ลำดับการตัดสินใจก่อนเริ่มเลี้ยงหอยแครงตามคู่มือกรมประมงปี 2569 พร้อมบอกชัดว่าคู่มือไม่มีข้อมูลสำหรับพื้นที่เล็กมาก ควรปรึกษาประมงจังหวัดก่อน
ขายปลาหมึกที่ไหน ช่องทางตลาดและวิธีตั้งราคา
เปรียบเทียบช่องทางขายปลาหมึกและวิธีตั้งราคาจากต้นทุนจริง โดยใช้สถิติราคาประมูลปี 2562-2563 ขององค์การสะพานปลาเป็นตัวอย่างเก่าเท่านั้น
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่
![[มีประกัน] ปั้มออกซิเจนตู้ปลา เสียงเงียบ…](/_next/image?url=https%3A%2F%2Fdown-aka-th.img.susercontent.com%2Fth-11134207-81zto-mgm3v98fo26j4a.webp&w=3840&q=55&dpl=dpl_FY6w6aQnDbnhfhVznXtPCSSQBzo5)
[มีประกัน] ปั้มออกซิเจนตู้ปลา เสียงเงียบ…
ปั๊มลม/ให้อากาศในบ่อ
เพิ่มออกซิเจนในบ่อหรือถังเลี้ยงสัตว์น้ำ
เช็กก่อนซื้อ
- กำลังลมหรือขนาดบ่อ/ถังที่รองรับตามที่ร้านระบุ
- ใช้ไฟบ้าน แบตเตอรี่สำรอง หรือไฟ DC

ชุดแถบทดสอบค่า pH น้ําจืด/น้ําเค็ม 3/5/6/7/14/16 in 1 100…
ชุดตรวจคุณภาพน้ำ
ใช้ตรวจค่าน้ำเบื้องต้นก่อนปรับการจัดการบ่อหรือสารละลาย
เช็กก่อนซื้อ
- ค่าที่วัดได้ (pH TDS EC ออกซิเจน) ตรงกับที่ต้องการติดตาม
- ต้องคาลิเบรตหรือเปลี่ยนน้ำยาบ่อยแค่ไหน

บ่อผ้าใบ กระชังบก บ่อผ้าใบเลี้ยงปลา สูง60, 80 ,…
บ่อผ้าใบ/กระชัง
ใช้เป็นบ่อหรือกระชังเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่จำกัด แยกกักหรืออนุบาลได้

สวิงช้อนปลา ด้ายขาวขนาดใหญ่ สำหรับตักและย้ายปลา
สวิง/อุปกรณ์จับสัตว์น้ำ
ใช้ตัก คัดขนาด หรือย้ายสัตว์น้ำในบ่อ
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
ปลากดเหลืองเป็นโรคบ่อยไหม
ผู้เลี้ยงในบทความปี 2560 ว่าไม่ค่อยเป็นโรค แต่งานวิจัย ม.สงขลานครินทร์พบปรสิตและแบคทีเรียหลายชนิดในปลาที่สุ่มตรวจ ทั้งสองข้อไม่ขัดกัน เพราะพบเชื้อไม่เท่ากับระบาดจนตาย แต่ไม่ควรประมาท
ปลากดเหลืองไม่กินอาหารเม็ดเกิดจากอะไร
ยังไม่มีงานวิจัยที่เปิดอ่านได้ชี้สาเหตุเฉพาะ ผู้เลี้ยงรายหนึ่งแนะนำไส้เดือนเป็นอาหารเสริม ให้ตรวจน้ำ อุณหภูมิ และอาการป่วยก่อน อย่าเพิ่มอาหารทันที
ใช้ยาอะไรรักษาปลากดเหลืองได้บ้าง
บทความนี้ไม่ระบุชื่อยาและขนาดใช้ ให้ติดต่อประมงอำเภอหรือสัตวแพทย์สัตว์น้ำ และทำตามฉลากผลิตภัณฑ์
เลี้ยงบ่อปูนหรือบ่อดินปัญหาน้อยกว่ากัน
ผู้เลี้ยงในเนชั่นออนไลน์แนะนำบ่อดินเพราะคุมอุณหภูมิง่ายกว่า แต่ไม่มีงานวิจัยเปรียบเทียบที่เปิดอ่านได้ ให้เลือกตามพื้นที่และความสามารถจัดการน้ำของคุณ
ควรปล่อยลูกปลากี่ตัวต่อตารางเมตร
แหล่งที่เปิดอ่านได้ให้ตัวเลขต่างกัน เช่น 5 ตัวต่อตารางเมตร (ลูกปลา 5 ซม.) และ 3,000 ตัวต่อบ่อ 1 งาน (ลูกปลา 1 นิ้ว) ควรถามประมงจังหวัดและเริ่มจากจำนวนน้อย
